๔. ภยเภรวสุตฺตวณฺณนา
๓๔. เอวํ เม สุตนฺติ ภยเภรวสุตฺตํ. ตตฺรายํ อปุพฺพปทวณฺณนา – อถาติ อวิจฺเฉทนตฺเถ นิปาโต. โขติ อวธารณตฺเถ, ภควโต สาวตฺถิยํ วิหาเร อวิจฺฉินฺเนเยวาติ วุตฺตํ โหติ. ชาณุสฺโสณีติ เนตํ ตสฺส มาตาปิตูหิ กตนามํ, อปิจ โข ฐานนฺตรปฏิลาภลทฺธํ. ชาณุสฺโสณิฏฺฐานํ กิร นาเมตํ ปุโรหิตฏฺฐานํ, ตํ ตสฺส รญฺญา ทินฺนํ, ตสฺมา ‘‘ชานุสฺโสณี’’ติ วุจฺจติ. พฺรหฺมํ อณตีติ พฺราหฺมโณ, มนฺเต สชฺฌายตีติ อตฺโถ. อิทเมว หิ ชาติพฺราหฺมณานํ นิรุตฺติวจนํ. อริยา ปน พาหิตปาปตฺตา พฺราหฺมณาติ วุจฺจนฺติ.
เยน ภควา เตนุปสงฺกมีติ เยนาติ ภุมฺมตฺเถ กรณวจนํ, ตสฺมา ยตฺถ ภควา, ตตฺถ อุปสงฺกมีติ เอวเมตฺถ อตฺโถ ทฏฺฐพฺโพ. เยน วา การเณน ภควา เทวมนุสฺเสหิ อุปสงฺกมิตพฺโพ, เตน การเณน อุปสงฺกมีติ เอวเมตฺถ อตฺโถ ทฏฺฐพฺโพ. เกน จ การเณน ภควา อุปสงฺกมิตพฺโพ? นานปฺปการคุณวิเสสาธิคมาธิปฺปาเยน, สาทุผลูปโภคาธิปฺปาเยน ทิชคเณหิ นิจฺจผลิตมหารุกฺโข วิย.
อุปสงฺกมีติ จ คโตติ วุตฺตํ โหติ. อุปสงฺกมิตฺวาติ อุปสงฺกมนปริโยสานทีปนํ. อถ วา เอวํ คโต ตโต อาสนฺนตรํ ฐานํ ภควโต สมีปสงฺขาตํ คนฺตฺวาติปิ วุตฺตํ โหติ. ภควตา สทฺธึ สมฺโมทีติ ยถา ขมนียาทีนิ ปุจฺฉนฺโต ภควา เตน, เอวํ โสปิ ภควตา สทฺธึ สมปฺปวตฺตโมโท อโหสิ, สีโตทกํ วิย อุโณฺหทเกน สมฺโมทิตํ เอกีภาวํ อคมาสิ. ยาย จ ‘‘กจฺจิ เต, โภ โคตม, ขมนียํ, กจฺจิ ยาปนียํ, กจฺจิ โภโต โคตมสฺส โคตมสาวกานญฺจ อปฺปาพาธํ อปฺปาตงฺกํ ลหุฏฺฐานํ พลํ ผาสุวิหาโร’’ติอาทิกาย กถาย สมฺโมทิ, ตํ ปีติปาโมชฺชสงฺขาตสมฺโมทชนนโต สมฺโมทิตุํ ยุตฺตภาวโต จ สมฺโมทนียํ, อตฺถพฺยญฺชนมธุรตาย สุจิรมฺปิ กาลํ สาเรตุํ นิรนฺตรํ ปวตฺเตตุํ อรหรูปโต สริตพฺพภาวโต จ สาราณียํ. สุยฺยมานสุขโต จ สมฺโมทนียํ, อนุสฺสริยมานสุขโต จ สารณียํ. ตถา พฺยญฺชนปริสุทฺธตาย สมฺโมทนียํ, อตฺถปริสุทฺธตาย สารณียนฺติ เอวํ อเนเกหิ ปริยาเยหิ สมฺโมทนียํ กถํ สารณียํ วีติสาเรตฺวา ปริโยสาเปตฺวา นิฏฺฐาเปตฺวา เยนตฺเถน อาคโต, ตํ ปุจฺฉิตุกาโม เอกมนฺตํ นิสีทิ.
เอกมนฺตนฺติ ภาวนปุํสกนิทฺเทโส, ‘‘วิสมํ จนฺทิมสูริยา ปริวตฺตนฺตี’’ติอาทีสุ (อ. นิ. ๔.๗๐) วิย. ตสฺมา ยถา นิสินฺโน เอกมนฺตํ นิสินฺโน โหติ, ตถา นิสีทีติ เอวเมตฺถ อตฺโถ ทฏฺฐพฺโพ. ภุมฺมตฺเถ วา เอตํ อุปโยควจนํ. นิสีทีติ อุปาวิสิ. ปณฺฑิตา หิ ปุริสา ครุฏฺฐานิยํ อุปสงฺกมิตฺวา อาสนกุสลตาย เอกมนฺตํ นิสีทนฺติ, อยญฺจ เนสํ อญฺญตโร, ตสฺมา เอกมนฺตํ นิสีทิ.
กถํ นิสินฺโน ปน เอกมนฺตํ นิสินฺโน โหตีติ. ฉ นิสชฺชโทเส วชฺเชตฺวา. เสยฺยถิทํ, อติทูรํ อจฺจาสนฺนํ อุปริวาตํ อุนฺนตปเทสํ อติสมฺมุขํ อติปจฺฉาติ. อติทูเร นิสินฺโน หิ สเจ กเถตุกาโม โหติ, อุจฺจาสทฺเทน กเถตพฺพํ โหติ. อจฺจาสนฺเน นิสินฺโน สงฺฆฏฺฏนํ กโรติ. อุปริวาเต นิสินฺโน สรีรคนฺเธน พาธติ. อุนฺนตปฺปเทเส นิสินฺโน อคารวํ ปกาเสติ. อติสมฺมุขา นิสินฺโน สเจ ทฏฺฐุกาโม โหติ, จกฺขุนา จกฺขุํ อาหจฺจ ทฏฺฐพฺพํ โหติ. อติปจฺฉา นิสินฺโน สเจ ทฏฺฐุกาโม โหติ, คีวํ ปสาเรตฺวา ทฏฺฐพฺพํ โหติ. ตสฺมา อยมฺปิ เอเต ฉ นิสชฺชโทเส วชฺเชตฺวา นิสีทิ, เตน วุตฺตํ ‘‘เอกมนฺตํ นิสีที’’ติ.
เยเมติ เย อิเม. กุลปุตฺตาติ ทุวิธา กุลปุตฺตา ชาติกุลปุตฺตา อาจารกุลปุตฺตา. ตตฺถ ‘‘เตน โข ปน สมเยน รฏฺฐปาโล นาม กุลปุตฺโต ตสฺมึเยว ถุลฺลโกฏฺฐิเก อคฺคกุลสฺส ปุตฺโต’’ติ (ม. นิ. ๒.๒๙๔) เอวํ อาคตา อุจฺจากุลปฺปสุตา ชาติกุลปุตฺตา นาม. ‘‘เย เต กุลปุตฺตา สทฺธา อคารสฺมา อนคาริยํ ปพฺพชิตา’’ติ (ม. นิ. ๓.๗๘) เอวํ อาคตา ปน ยตฺถ กตฺถจิ กุเล ปสุตาปิ อาจารสมฺปนฺนา อาจารกุลปุตฺตา นาม. อิธ ปน ทฺวีหิปิ การเณหิ กุลปุตฺตาเยว.
สทฺธาติ สทฺธาย. อคารสฺมาติ อคารโต. อนคาริยนฺติ ปพฺพชฺชํ ภิกฺขุภาวญฺจ. ปพฺพชฺชาปิ หิ นตฺเถตฺถ อคาริยนฺติ อนคาริยา, อคารสฺส หิตํ กสิโครกฺขาทิกมฺมเมตฺถ นตฺถีติ อตฺโถ. ภิกฺขุปิ นตฺเถตสฺส อคารนฺติ อนคาโร, อนคารสฺส ภาโว อนคาริยํ. ปพฺพชิตาติ อุปคตา, เอวํ สพฺพถาปิ อนคาริยสงฺขาตํ ปพฺพชฺชํ ภิกฺขุภาวํ วา อุปคตาติ วุตฺตํ โหติ. ปุพฺพงฺคโมติ ปุรโต คามี นายโก. พหุกาโรติ หิตกิริยาย พหูปกาโร. ภวํ เตสํ โคตโม สมาทเปตาติ เต กุลปุตฺเต ภวํ โคตโม อธิสีลาทีนิ คาเหตา สิกฺขาเปตา. สา ชนตาติ โส ชนสมูโห. ทิฏฺฐานุคตึ อาปชฺชตีติ ทสฺสนานุคตึ ปฏิปชฺชติ, ยนฺทิฏฺฐิโก ภวํ โคตโม ยํขนฺติโก ยํรุจิโก, เตปิ ตนฺทิฏฺฐิกา โหนฺติ ตํขนฺติกา ตํรุจิกาติ อตฺโถ.
กสฺมา ปนายํ เอวมาหาติ? เอส กิร ปุพฺเพ อเนเก กุลปุตฺเต อคารมชฺเฌ วสนฺเต เทวปุตฺเต วิย ปญฺจหิ กามคุเณหิ ปริจาริยมาเน อนฺโต จ พหิ จ สุสํวิหิตารกฺเข ทิสฺวา, เต อปเรน สมเยน ภควโต มธุรรสํ ธมฺมเทสนํ สุตฺวา สทฺธาย ฆรา นิกฺขมฺม ปพฺพชิตฺวา ฆาสจฺฉาทนปรมตาย สนฺตุฏฺเฐ อารญฺญเกสุ เสนาสเนสุ เกนจิ อรกฺขิยมาเนปิ อนุสฺสงฺกิตาปริสงฺกิเต หฏฺฐปหฏฺเฐ อุทคฺคุทคฺเค อทฺทส, ทิสฺวา จ อิเมสํ กุลปุตฺตานํ ‘‘อยํ ผาสุวิหาโร กํ นิสฺสาย อุปฺปนฺโน’’ติ จินฺเตนฺโต ‘‘สมณํ โคตม’’นฺติ ภควติ ปสาทํ อลตฺถ. โส ตํ ปสาทํ นิเวเทตุํ ภควโต สนฺติกํ อาคโต, ตสฺมา เอวมาห.
อถสฺส ภควา ตํ วจนํ สมฺปฏิจฺฉนฺโต อพฺภนุโมทนฺโต จ เอวเมตํ พฺราหฺมณาติอาทิมาห. วจนสมฺปฏิจฺฉนานุโมทนตฺโถเยว หิ เอตฺถ อยํ เอวนฺติ นิปาโต. มมํ อุทฺทิสฺสาติ มํ อุทฺทิสฺส. สทฺธาติ สทฺธาเยว. น อิณฏฺฐา น ภยฏฺฏาติอาทีนิ สนฺธายาห. อีทิสานํเยว หิ ภควา ปุพฺพงฺคโม, น อิตเรสํ. ทุรภิสมฺภวานิ หีติ สมฺภวิตุํ ทุกฺขานิ ทุสฺสหานิ, น สกฺกา อปฺเปสกฺเขหิ อชฺโฌคาหิตุนฺติ วุตฺตํ โหติ. อรญฺญวนปตฺถานีติ อรญฺญานิ จ วนปตฺถานิ จ. ตตฺถ กิญฺจาปิ อภิธมฺเม นิปฺปริยาเยน, ‘‘นิกฺขมิตฺวา พหิ อินฺทขิลา สพฺพเมตํ อรญฺญ’’นฺติ วุตฺตํ, ตถาปิ ยนฺตํ ‘‘ปญฺจธนุสติกํ ปจฺฉิม’’นฺติ อารญฺญิกงฺคนิปฺผาทกํ เสนาสนํ วุตฺตํ, ตเทว อธิปฺเปตนฺติ เวทิตพฺพํ.
วนปตฺถนฺติ คามนฺตํ อติกฺกมิตฺวา มนุสฺสานํ อนุปจารฏฺฐานํ, ยตฺถ น กสียติ น วปียติ. วุตฺตมฺปิ เจตํ ‘‘วนปตฺถนฺติ ทูรานเมตํ เสนาสนานํ อธิวจนํ, วนปตฺถนฺติ วนสณฺฑานเมตํ เสนาสนานํ, วนปตฺถนฺติ ภึสนกานเมตํ, วนปตฺถนฺติ สโลมหํสานเมตํ, วนปตฺถนฺติ ปริยนฺตานเมตํ, วนปตฺถนฺติ น มนุสฺสูปจารานเมตํ เสนาสนานํ อธิวจน’’นฺติ. เอตฺถ จ ปริยนฺตานนฺติ อิมเมกํ ปริยายํ ฐเปตฺวา เสสปริยาเยหิ วนปตฺถานิ เวทิตพฺพานี. ปนฺตานีติ ปริยนฺตานิ อติทูรานิ. ทุกฺกรํ ปวิเวกนฺติ กายวิเวกํ ทุกฺกรํ. ทุรภิรมนฺติ อภิรมิตุํ น สุขํ. เอกตฺเตติ เอกีภาเว. กึ ทสฺเสติ? กายวิเวเก กเตปิ ตตฺถ จิตฺตํ อภิรมาเปตุํ ทุกฺกรํ. ทฺวยํทฺวยาราโม หิ อยํ โลโกติ. หรนฺติ มญฺเญติ หรนฺติ วิย ฆสนฺติ วิย. มโนติ มนํ. สมาธึ อลภมานสฺสาติ อุปจารสมาธึ วา อปฺปนาสมาธึ วา อลภนฺตสฺส. กึ ทสฺเสติ? อีทิสสฺส ภิกฺขุโน ติณปณฺณมิคาทิสทฺเทหิ วิวิเธหิ จ ภึสนเกหิ วนานิ จิตฺตํ วิกฺขิปนฺติ มญฺเญติ, สพฺพํ พฺราหฺมโณ สทฺธาปพฺพชิตานํ กุลปุตฺตานํ อรญฺญวาเส (วิภ. ๕๒๙) วิมฺหิโต อาห.
กายกมฺมนฺตวารกถา
๓๕. อถสฺส ภควา ปุริมนเยเนว ‘‘เอวเมตํ พฺราหฺมณา’’ติอาทีหิ ตํ ตํ วจนํ สมฺปฏิจฺฉิตฺวา อพฺภนุโมทิตฺวา จ ยสฺมา โสฬสสุ ฐาเนสุ อารมฺมณปริคฺคหรหิตานํเยว ตาทิสานิ เสนาสนานิ ทุรภิสมฺภวานิ, น เตสุ อารมฺมณปริคฺคาหยุตฺตานํ, อตฺตนา จ โพธิสตฺโต สมาโน ตาทิโส อโหสิ, ตสฺมา อตฺตโน ตาทิสานํ เสนาสนานํ ทุรภิสมฺภวตํ ทสฺเสตุํ, มยฺหมฺปิ โขติอาทิมาห.
ตตฺถ ปุพฺเพว สมฺโพธาติ สมฺโพธโต ปุพฺเพว, อริยมคฺคปฺปตฺติโต อปรภาเคเยวาติ วุตฺตํ โหติ. อนภิสมฺพุทฺธสฺสาติ อปฺปฏิวิทฺธจตุสจฺจสฺส. โพธิสตฺตสฺเสว สโตติ พุชฺฌนกสตฺตสฺเสว สมฺมาสมฺโพธึ อธิคนฺตุํ อรหสตฺตสฺเสว สโต, โพธิยา วา สตฺตสฺเสว ลคฺคสฺเสว สโต. ทีปงฺกรสฺส หิ ภควโต ปาทมูเล อฏฺฐธมฺมสโมธาเนน อภินีหารสมิทฺธิโต ปภุติ ตถาคโต โพธิยา สตฺโต ลคฺโค ‘‘ปตฺตพฺพา มยา เอสา’’ติ ตทธิคมาย ปรกฺกมํ อมุญฺจนฺโตเยว อาคโต, ตสฺมา โพธิสตฺโตติ วุจฺจติ. ตสฺส มยฺหนฺติ ตสฺส เอวํ โพธิสตฺตสฺเสว สโต มยฺหํ. เย โข เกจิ สมณา วา พฺราหฺมณา วาติ เย เกจิ ปพฺพชฺชูปคตา วา โภวาทิโน วา.
อปริสุทฺธกายกมฺมนฺตาติ อปริสุทฺเธน ปาณาติปาตาทินา กายกมฺมนฺเตน สมนฺนาคตา. อปริสุทฺธกายกมฺมนฺตสนฺโทสเหตูติ อปริสุทฺธสฺส กายกมฺมนฺตสงฺขาตสฺส อตฺตโน โทสสฺส เหตุ, อปริสุทฺธกายกมฺมนฺตการณาติ วุตฺตํ โหติ. หเวติ เอกํสวจเน นิปาโต. อกุสลนฺติ สาวชฺชํ อกฺเขมญฺจ. ภยเภรวนฺติ ภยญฺจ เภรวญฺจ. จิตฺตุตฺราสสฺส จ ภยานการมฺมณสฺส เจตํ อธิวจนํ. ตตฺร ภยํ สาวชฺชฏฺเฐน อกุสลํ, เภรวํ อกฺเขมฏฺเฐนาติ เวทิตพฺพํ. อวฺหายนฺตีติ ปกฺโกสนฺติ. กถํ? เต หิ ปาณาติปาตาทีนิ กตฺวา ‘‘มยํ อยุตฺตมกมฺหา, สเจ โน เต ชาเนยฺยุํ, เยสํ อปรชฺฌิมฺหา, อิทานิ อนุพนฺธิตฺวา อนยพฺยสนํ อาปาเทยฺยุ’’นฺติ อรญฺญํ ปวิสิตฺวา คจฺฉนฺตเร วา คุมฺพนฺตเร วา นิสีทนฺติ. เต ‘‘อปฺปมตฺตกมฺปิ ติณสทฺทํ วา ปณฺณสทฺทํ วา สุตฺวา, อิทานิมฺหา นฏฺฐา’’ติ ตสนฺติ วิตฺตสนฺติ, อาคนฺตฺวา ปเรหิ ปริวาริตา วิย พทฺธา วธิตา วิย จ โหนฺติ. เอวํ ตํ ภยเภรวํ อตฺตนิ สมาโรปนฏฺเฐน อวฺหายนฺติ ปกฺโกสนฺติ.
น โข ปนาหํ…เป… ปฏิเสวามีติ อหํ โข ปน อปริสุทฺธกายกมฺมนฺโต หุตฺวา อรญฺญวนปตฺถานิ ปนฺตานิ เสนาสนานิ น ปฏิเสวามิ. เย หิ โวติ เอตฺถ โวติ นิปาตมตฺตํ. อริยา วุจฺจนฺติ พุทฺธา จ พุทฺธสาวกา จ. ปริสุทฺธกายกมฺมนฺตาติ อีทิสา หุตฺวา. เตสมหํ อญฺญตโรติ เตสํ อหมฺปิ เอโก อญฺญตโร. โพธิสตฺโต หิ คหฏฺโฐปิ ปพฺพชิโตปิ ปริสุทฺธกายกมฺมนฺโตว โหติ. ภิยฺโยติ อติเรกตฺเถ นิปาโต. ปลฺโลมนฺติ ปนฺนโลมตํ, เขมํ โสตฺถิภาวนฺติ อตฺโถ. อาปาทินฺติ อาปชฺชึ, อติเรกํ โสตฺถิภาวํ อติเรเกน วา โสตฺถิภาวมาปชฺชินฺติ วุตฺตํ โหติ. อรญฺเญ วิหารายาติ อรญฺเญ วิหารตฺถาย.
กายกมฺมนฺตวารกถา นิฏฺฐิตา.
วจีกมฺมนฺตวาราทิวณฺณนา
๓๖. เอส นโย สพฺพตฺถ. อยํ ปน วิเสโส, วจีกมฺมนฺตวาเร ตาว อปริสุทฺธวจีกมฺมนฺตาติ อปริสุทฺเธน มุสาวาทาทินา วจีกมฺมนฺเตน สมนฺนาคตา. เต กถํ ภยเภรวํ อวฺหายนฺติ? เต มุสาวาเทน ปรสฺส อตฺถํ ภญฺชิตฺวา, ปิสุณวาจาย มิตฺตเภทํ กตฺวา ผรุสวาจาย ปเรสํ ปริสมชฺเฌ มมฺมานิ ตุทิตฺวา นิรตฺถกวาจาย ปรสตฺตานํ กมฺมนฺเต นาเสตฺวา ‘‘มยํ อยุตฺตมกมฺหา, สเจ โน เต ชาเนยฺยุํ, เยสํ อปรชฺฌิมฺหา, อิทานิ อนุพนฺธิตฺวา อนยพฺยสนํ ปาเปยฺยุ’’นฺติ อรญฺญํ ปวิสิตฺวา คจฺฉนฺตเร วา คุมฺพนฺตเร วา นิสีทนฺติ. เต ‘‘อปฺปมตฺตกมฺปิ ติณสทฺทํ วา ปณฺณสทฺทํ วา สุตฺวา อิทานิมฺหา นฏฺฐา’’ติ ตสนฺติ วิตฺตสนฺติ อาคนฺตฺวา ปเรหิ ปริวาริตา วิย พทฺธา วธิตา วิย จ โหนฺติ. เอวํ ตํ ภยเภรวํ อตฺตนิ สมาโรปนฏฺเฐน อวฺหายนฺติ, ปกฺโกสนฺติ.
มโนกมฺมนฺตวาเร อปริสุทฺธมโนกมฺมนฺตาติ อปริสุทฺเธน อภิชฺฌาทินา มโนกมฺมนฺเตน สมนฺนาคตา. เต กถํ ภยเภรวํ อวฺหายนฺติ? เต ปเรสํ รกฺขิตโคปิเตสุ ภณฺเฑสุ อภิชฺฌาวิสมโลภํ อุปฺปาเทตฺวา ปรสฺส กุชฺฌิตฺวา ปรสตฺเต มิจฺฉาทสฺสนํ คาหาเปตฺวา มยํ อยุตฺตมกมฺหา…เป… อตฺตนิ สมาโรปนฏฺเฐน อวฺหายนฺติ ปกฺโกสนฺติ.
อาชีววาเร อปริสุทฺธาชีวาติ อปริสุทฺเธน เวชฺชกมฺมทูตกมฺมวฑฺฒิปโยคาทินา เอกวีสติอเนสนเภเทน อาชีเวน สมนฺนาคตา. เต กถํ ภยเภรวํ อวฺหายนฺติ? เต เอวํ ชีวิกํ กปฺเปตฺวา สุณนฺติ – ‘‘สาสนโสธกา กิร เตปิฏกา ภิกฺขู สาสนํ โสเธตุํ นิกฺขนฺตา, อชฺช วา เสฺว วา อิธาคมิสฺสนฺตี’’ติ อรญฺญํ ปวิสิตฺวา คจฺฉนฺตเร วา…เป… ตสนฺติ วิตฺตสนฺติ. เต หิ อาคนฺตฺวา ปริวาเรตฺวา คหิตา วิย โอทาตวตฺถนิวาสิตา วิย จ โหนฺตีติ. เสสํ ตาทิสเมว.
๓๗. อิโต ปรํ อภิชฺฌาลูติอาทีสุ กิญฺจาปิ อภิชฺฌาพฺยาปาทา มโนกมฺมนฺเตน สงฺคหิตา ตถาปิ นีวรณวเสน ปุน วุตฺตาติ เวทิตพฺพา. ตตฺถ อภิชฺฌาลูติ ปรภณฺฑาทิอภิชฺฌายนสีลา. กาเมสุ ติพฺพสาราคาติ วตฺถุกาเมสุ พหลกิเลสราคา, เต กถํ ภยเภรวํ อวฺหายนฺติ? เต อววตฺถิตารมฺมณา โหนฺติ, เตสํ อววตฺถิตารมฺมณานํ อรญฺเญ วิหรนฺตานํ ทิวา ทิฏฺฐํ รตฺตึ ภยเภรวํ หุตฺวา อุปฏฺฐาติ – ‘‘เต อากุลจิตฺตา อปฺปมตฺตเกนปิ ตสนฺติ วิตฺตสนฺติ, รชฺชุํ วา ลตํ วา ทิสฺวา สปฺปสญฺญิโน โหนฺติ, ขาณุํ ทิสฺวา ยกฺขสญฺญิโน, ถลํ วา ปพฺพตํ วา ทิสฺวา หตฺถิสญฺญิโน สปฺปาทีหิ อนยพฺยสนํ อาปาทิตา วิย โหนฺตี’’ติ. เสสํ ตาทิสเมว.
๓๘. พฺยาปนฺนจิตฺตาติ ปกติภาววิชหเนน วิปนฺนจิตฺตา. กิเลสานุคตญฺหิ จิตฺตํ ปกติภาวํ วิชหติ, ปุราณภตฺตพฺยญฺชนํ วิย ปูติกํ โหติ. ปทุฏฺฐมนสงฺกปฺปาติ ปทุฏฺฐจิตฺตสงฺกปฺปา, อภทฺรเกน ปเรสํ อนตฺถชนเกน จิตฺตสงฺกปฺเปน สมนฺนาคตาติ วุตฺตํ โหติ. เต กถํ ภยเภรวํ อวฺหายนฺติ? ภยเภรวาวฺหายนํ อิโต ปภุติ อภิชฺฌาลุวาเร วุตฺตนเยเนว เวทิตพฺพํ. ยตฺถ ปน วิเสโส ภวิสฺสติ, ตตฺถ วกฺขาม. น โข ปนาหํ พฺยาปนฺนจิตฺโตติ เอตฺถ ปน เมตฺตจิตฺโต อหํ หิตจิตฺโตติ ทสฺเสติ, อีทิสา หิ โพธิสตฺตา โหนฺติ. เอวํ สพฺพตฺถ วุตฺตโทสปฏิปกฺขวเสน โพธิสตฺตสฺส คุณา วณฺเณตพฺพา.
๓๙. ถินมิทฺธปริยุฏฺฐิตาติ จิตฺตเคลญฺญภูเตน ถิเนน เสสนามกายเคลญฺญภูเตน มิทฺเธน จ ปริยุฏฺฐิตา, อภิภูตา คหิตาติ วุตฺตํ โหติ. เต นิทฺทาพหุลา โหนฺติ.
๔๐. อุทฺธตาติ อุทฺธจฺจปกติกา วิปฺผนฺทมานจิตฺตา, อุทฺธจฺเจน หิ เอการมฺมเณ จิตฺตํ วิปฺผนฺทติ ธชยฏฺฐิยํ วาเตน ปฏากา วิย. อวูปสนฺตจิตฺตาติ อนิพฺพุตจิตฺตา, อิธ กุกฺกุจฺจํ คเหตุํ วฏฺฏติ.
๔๑. กงฺขี วิจิกิจฺฉีติ เอตฺถ เอกเมวิทํ ปญฺจมํ นีวรณํ. กึ นุ โข อิทนฺติ อารมฺมณํ กงฺขนโต กงฺขา, อิทเมวิทนฺติ นิจฺเฉตุํ อสมตฺถภาวโต วิจิกิจฺฉาติ วุจฺจติ, เตน สมนฺนาคตา สมณพฺราหฺมณา ‘‘กงฺขี วิจิกิจฺฉี’’ติ วุตฺตา.
๔๒. อตฺตุกฺกํสนกา ปรวมฺภีติ เย อตฺตานํ อุกฺกํเสนฺติ อุกฺขิปนฺติ, อุจฺเจ ฐาเน ฐเปนฺติ, ปรญฺจ วมฺเภนฺติ ครหนฺติ นินฺทนฺติ, นีเจ ฐาเน ฐเปนฺติ, เตสเมตํ อธิวจนํ. เต กถํ ภยเภรวํ อวฺหายนฺติ? เต ปเรหิ ‘‘อสุโก จ กิร อสุโก จ อตฺตานํ อุกฺกํเสนฺติ, อเมฺห ครหนฺติ, ทาเส วิย กโรนฺติ, คณฺหถ เน’’ติ อนุพทฺธา ปลายิตฺวา อรญฺญํ ปวิสิตฺวา คจฺฉนฺตเร วา คุมฺพนฺตเร วาติ กายกมฺมนฺตสทิสํ วิตฺถาเรตพฺพํ.
๔๓. ฉมฺภีติ กายถมฺภนโลมหํสนกเรน ถมฺเภน สมนฺนาคตา. ภีรุกชาติกาติ ภีรุกปกติกา, คามทารกา วิย ภยพหุลา อสูรา กาตราติ วุตฺตํ โหติ.
๔๔. ลาภสกฺการสิโลกนฺติ เอตฺถ ลพฺภตีติ ลาโภ, จตุนฺนํ ปจฺจยานเมตํ อธิวจนํ. สกฺกาโรติ สุนฺทรกาโร, ปจฺจยา เอว หิ ปณีตปณีตา สุนฺทรสุนฺทรา จ อภิสงฺขริตฺวา กตา สกฺการาติ วุจฺจนฺติ. ยา จ ปเรหิ อตฺตโน คารวกิริยา ปุปฺผาทีหิ วา ปูชา. สิโลโกติ วณฺณภณนํ เอตํ, ลาภญฺจ สกฺการญฺจ สิโลกญฺจ ลาภสกฺการสิโลกํ. นิกามยมานาติ ปตฺถยมานา. ภยเภรวาวฺหายนํ อภิชฺฌาลุวารสทิสเมว. ตทตฺถทีปกํ ปเนตฺถ ปิยคามิกวตฺถุํ กเถนฺติ –
เอโก กิร ปิยคามิโก นาม ภิกฺขุ สมาทินฺนธุตงฺคานํ ภิกฺขูนํ ลาภํ ทิสฺวา ‘‘อหมฺปิ ธุตงฺคํ สมาทิยิตฺวา ลาภํ อุปฺปาเทมี’’ติ จินฺเตตฺวา โสสานิกงฺคํ สมาทาย สุสาเน วสติ. อเถกทิวสํ เอโก กมฺมมุตฺโต ชรคฺคโว ทิวา โคจเร จริตฺวา รตฺตึ ตสฺมึ สุสาเน ปุปฺผคุมฺเพ สีสํ กตฺวา โรมนฺถยมาโน อฏฺฐาสิ. ปิยคามิโก รตฺตึ จงฺกมนา นิกฺขนฺโต ตสฺส หนุสทฺทํ สุตฺวา จินฺเตสิ ‘‘อทฺธา มํ ลาภคิทฺโธ เอส สุสาเน วสตีติ ญตฺวา เทวราชา วิเหเฐตุํ อาคโต’’ติ, โส ชรคฺควสฺส ปุรโต อญฺชลึ ปคฺคเหตฺวา ‘‘สปฺปุริส เทวราช อชฺช เม เอกรตฺตึ ขม, เสฺว ปฏฺฐาย น เอวํ กริสฺสามี’’ติ นมสฺสมาโน สพฺพรตฺตึ ยาจนฺโต อฏฺฐาสิ. ตโต สูริเย อุฏฺฐิเต ตํ ทิสฺวา กตฺตรยฏฺฐิยา ปหริตฺวา ปลาเปสิ ‘‘สพฺพรตฺตึ มํ ภึสาเปสี’’ติ.
๔๕. กุสีตาติ โกสชฺชานุคตา. หีนวีริยาติ หีนา วีริเยน วิรหิตา วิยุตฺตา, นิพฺพีริยาติ วุตฺตํ โหติ. ตตฺถ กุสีตา กายิกวีริยารมฺภวิรหิตา โหนฺติ, หีนวีริยา เจตสิกวีริยารมฺภวิรหิตา. เต อารมฺมณววตฺถานมตฺตมฺปิ กาตุํ น สกฺโกนฺติ. เตสํ อววตฺถิตารมฺมณานนฺติ สพฺพํ ปุพฺพสทิสเมว.
๔๖. มุฏฺฐสฺสตีติ นฏฺฐสฺสตี. อสมฺปชานาติ ปญฺญารหิตา, อิมสฺส จ ปฏิปกฺเข ‘‘อุปฏฺฐิตสฺสตีหมสฺมี’’ติ วจนโต สติภาชนิยเมเวตํ. ปญฺญา ปเนตฺถ สติทุพฺพลฺยทีปนตฺถํ วุตฺตา. ทุวิธา หิ สติ ปญฺญาสมฺปยุตฺตา ปญฺญาวิปฺปยุตฺตา จ. ตตฺถ ปญฺญาสมฺปยุตฺตา พลวตี, วิปฺปยุตฺตา ทุพฺพลา, ตสฺมา ยทาปิ เตสํ สติ โหติ, ตทาปิ อสมฺปชานนฺตา มุฏฺฐสฺสตีเยว เต, ทุพฺพลาย สติยา สติกิจฺจาภาวโตติ เอตมตฺถํ ทีเปตุํ ‘‘อสมฺปชานา’’ติ วุตฺตํ. เต เอวํ มุฏฺฐสฺสตี อสมฺปชานา อารมฺมณววตฺถานมตฺตมฺปิ กาตุํ น สกฺโกนฺตีติ สพฺพํ ปุพฺพสทิสเมว.
๔๗. อสมาหิตาติ อุปจารปฺปนาสมาธิวิรหิตา. วิพฺภนฺตจิตฺตาติ อุพฺภนฺตจิตฺตา. สมาธิวิรเหน ลทฺโธกาเสน อุทฺธจฺเจน เตสํ สมาธิวิรหานํ จิตฺตํ นานารมฺมเณสุ ปริพฺภมติ, วนมกฺกโฏ วิย วนสาขาสุ อุทฺธจฺเจน เอการมฺมเณ วิปฺผนฺทติ. ปุพฺเพ วุตฺตนเยเนน เต เอวํ อสมาหิตา วิพฺภนฺตจิตฺตา อารมฺมณววตฺถานมตฺตมฺปิ กาตุํ น สกฺโกนฺตีติ สพฺพํ ปุพฺพสทิสเมว.
๔๘. ทุปฺปญฺญาติ นิปฺปญฺญานเมตํ อธิวจนํ. ปญฺญา ปน ทุฏฺฐา นาม นตฺถิ. เอฬมูคาติ เอลมุขา, ข-การสฺส ค-กาโร กโต. ลาลมุขาติ วุตฺตํ โหติ. ทุปฺปญฺญานญฺหิ กเถนฺตานํ ลาลา มุขโต คลติ, ลาลา จ เอลาติ วุจฺจติ. ยถาห ‘‘ปสฺเสลมูคํ อุรคํ ทุชฺชิวฺห’’นฺติ. ตสฺมา เต ‘‘เอฬมูคา’’ติ วุจฺจนฺติ. ‘‘เอลมุขา’’ติปิ ปาโฐ. ‘‘เอลมุคา’’ติ เกจิ ปฐนฺติ, อปเร ‘‘เอลมุกา’’ติปิ, สพฺพตฺถ ‘‘เอลมุขา’’ติ อตฺโถ. เต กถํ ภยเภรวํ อวฺหายนฺติ? เต ทุปฺปญฺญา เอฬมูคา อารมฺมณววตฺถานมตฺตมฺปิ กาตุํ น สกฺโกนฺติ. เตสํ อววตฺถิตารมฺมณานํ อรญฺเญ วิหรนฺตานํ ทิวา ทิฏฺฐํ รตฺตึ ภยเภรวํ หุตฺวา อุปฏฺฐาติ ‘‘เต อากุลจิตฺตา อปฺปมตฺตเกนปิ ตสนฺติ วิตฺตสนฺติ, รชฺชุํ วา ลตํ วา ทิสฺวา สปฺปสญฺญิโน โหนฺติ, ขาณุํ ทิสฺวา ยกฺขสญฺญิโน, ถลํ วา ปพฺพตํ วา ทิสฺวา หตฺถิสญฺญิโน สปฺปาทีหิ อนยวฺยสนํ อาปาทิตา วิย โหนฺตี’’ติ. เอวํ ตํ ภยเภรวํ อตฺตนิ สมาโรปนฏฺเฐน อวฺหายนฺติ ปกฺโกสนฺติ. ปญฺญาสมฺปนฺโนหมสฺมีติ เอตฺถ ปญฺญาสมฺปนฺโนติ ปญฺญาย สมฺปนฺโน สมนฺนาคโต, โน จ โข วิปสฺสนาปญฺญาย, น มคฺคปญฺญาย, อปิจ โข ปน อิเมสุ โสฬสสุ ฐาเนสุ อารมฺมณววตฺถานปญฺญายาติ อตฺโถ. เสสํ สพฺพตฺถ วุตฺตนยเมวาติ.
วจีกมฺมนฺตวาราทิวณฺณนา นิฏฺฐิตา.
โสฬสฏฺฐานารมฺมณปริคฺคโห นิฏฺฐิโต.
ภยเภรวเสนาสนาทิวณฺณนา
๔๙. ตสฺส มยฺหนฺติ โก อนุสนฺธิ? โพธิสตฺโต กิร อิมานิ โสฬสารมฺมณานิ ปริคฺคณฺหนฺโต จ ภยเภรวํ อทิสฺวา ภยเภรวํ นาม เอวรูปาสุ รตฺตีสุ เอวรูเป เสนาสเน จ ปญฺญายติ, หนฺท นํ ตตฺถาปิ คเวสิสฺสามีติ ภยเภรวคเวสนมกาสิ, เอตมตฺถํ ภควา อิทานิ พฺราหฺมณสฺส ทสฺเสนฺโต ตสฺส มยฺหนฺติอาทิมาห.
ตตฺถ ยา ตาติ อุภยเมตํ รตฺตีนํเยว อุทฺเทสนิทฺเทสวจนํ. อภิญฺญาตาติ เอตฺถ อภีติ ลกฺขณตฺเถ อุปสคฺโค. ตสฺมา อภิญฺญาตาติ จนฺทปาริปูริยา จนฺทปริกฺขเยนาติ เอวมาทีหิ ลกฺขเณหิ ญาตาติ เวทิตพฺพา. อภิลกฺขิตาติ เอตฺถ อุปสคฺคมตฺตเมว, ตสฺมา อภิลกฺขิตาติ ลกฺขณียา อิจฺเจว อตฺโถ, อุโปสถสมาทานธมฺมสฺสวนปูชาสกฺการาทิกรณตฺถํ ลกฺเขตพฺพา สลฺลกฺเขตพฺพา อุปลกฺเขตพฺพาติ วุตฺตํ โหติ.
จาตุทฺทสีติ ปกฺขสฺส ปฐมทิวสโต ปภุติ จตุทฺทสนฺนํ ปูรณี เอกา รตฺติ. เอวํ ปญฺจทสี อฏฺฐมี จ. ปกฺขสฺสาติ สุกฺกปกฺขสฺส กณฺหปกฺขสฺส จ. เอตา ติสฺโส ติสฺโส กตฺวา ฉ รตฺติโย, ตสฺมา สพฺพตฺถ ปกฺขวจนํ โยเชตพฺพํ ‘‘ปกฺขสฺส จาตุทฺทสี ปกฺขสฺส ปญฺจทสี ปกฺขสฺส อฏฺฐมี’’ติ. อถ ปญฺจมี กสฺมา น คหิตาติ? อสพฺพกาลิกตฺตา. พุทฺเธ กิร ภควติ อนุปฺปนฺเนปิ อุปฺปชฺชิตฺวา อปรินิพฺพุเตปิ ปญฺจมี อนภิลกฺขิตาเยว, ปรินิพฺพุเต ปน ธมฺมสงฺคาหกตฺเถรา จินฺเตสุํ ‘‘ธมฺมสฺสวนํ จิเรน โหตี’’ติ. ตโต สมฺมนฺนิตฺวา ปญฺจมีติ ธมฺมสฺสวนทิวสํ ฐเปสุํ, ตโต ปภุติ สา อภิลกฺขิตา ชาตา, เอวํ อสพฺพกาลิกตฺตา เอตฺถ น คหิตาติ.
ตถารูปาสูติ ตถาวิธาสุ. อารามเจติยานีติ ปุปฺผารามผลารามาทโย อารามา เอว อารามเจติยานิ. จิตฺตีกตฏฺเฐน หิ เจติยานีติ วุจฺจนฺติ, ปูชนียฏฺเฐนาติ วุตฺตํ โหติ. วนเจติยานีติ พลิหรณวนสณฺฑสุภควนเทวสาลวนาทีนิ วนานิเยว วนเจติยานิ. รุกฺขเจติยานีติ คามนิคมาทิทฺวาเรสุ ปูชนียรุกฺขาเยว รุกฺขเจติยานิ. โลกิยา หิ ทิพฺพาธิวตฺถาติ วา มญฺญมานา เตสุเยว วา ทิพฺพสญฺญิโน หุตฺวา อารามวนรุกฺเข จิตฺตีกโรนฺติ, ปูเชนฺติ, เตน เต สพฺเพปิ เจติยานีติ วุจฺจนฺติ. ภึสนกานีติ ภยชนกานิ, ปสฺสโตปิ สุณโตปิ ภยํ ชเนนฺติ. สโลมหํสานีติ สเหว โลมหํเสน วตฺตนฺติ, ปวิสมานสฺเสว โลมหํสชนนโต. อปฺเปว นาม ปสฺเสยฺยนฺติ อปิ นาม ตํ ภยเภรวํ ปสฺเสยฺยเมว. อปเรน สมเยนาติ, ‘‘เอตทโหสิ ยํนูนาห’’นฺติ เอวํ จินฺติตกาลโต ปฏฺฐาย อญฺเญน กาเลน.
ตตฺถ จ เม พฺราหฺมณ วิหรโตติ ตถารูเปสุ เสนาสเนสุ ยํ ยํ มนุสฺสานํ อายาจนอุปหารกรณารหํ ยกฺขฏฺฐานํ ปุปฺผธูปมํสรุหิรวสาเมทปิหกปปฺผาสสุราเมรยาทีหิ โอกิณฺณกิลินฺนธรณิตลํ เอกนิปาตํ วิย ยกฺขรกฺขสปิสาจานํ, ยํ ทิวาปิ ปสฺสนฺตานํ หทยํ มญฺเญ ผลติ, ตํ ฐานํ สนฺธายาห ‘‘ตตฺถ จ เม, พฺราหฺมณ, วิหรโต’’ติ. มโค วา อาคจฺฉตีติ สิงฺคานิ วา ขุรานิ วา โกฏฺเฏนฺโต โคกณฺณขคฺคทีปิวราหาทิเภโท มโค วา อาคจฺฉติ, สพฺพจตุปฺปทานญฺหิ อิธ มโคติ นามํ. กตฺถจิ ปน กาฬสิงฺคาโลปิ วุจฺจติ. ยถาห –
‘‘อุสภสฺเสว เต ขนฺโธ, สีหสฺเสว วิชมฺภิตํ;
มคราช นโม ตฺยตฺถุ, อปิ กิญฺจิ ลภามเส’’ติ. (ชา. ๑.๓.๑๓๓);
โมโร วา กฏฺฐํ ปาเตตีติ โมโร วา สุกฺขกฏฺฐํ รุกฺขโต จาเลตฺวา ปาเตติ. โมรคฺคหเณน จ อิธ สพฺพปกฺขิคฺคหณํ อธิปฺเปตํ, เตน โย โกจิ ปกฺขีติ วุตฺตํ โหติ. อถ วา โมโร วาติ วา สทฺเทน อญฺโญ วา โกจิ ปกฺขีติ. เอส นโย ปุริเม มคคฺคหเณปิ. วาโต วา ปณฺณกสฏํ เอเรตีติ วาโต วา ปณฺณกจวรํ ฆฏฺเฏติ. เอตํ นูน ตํ ภยเภรวํ อาคจฺฉตีติ ยเมตํ อาคจฺฉติ, ตํ ภยเภรวํ นูนาติ. อิโต ปภุติ จ อารมฺมณเมว ภยเภรวนฺติ เวทิตพฺพํ. ปริตฺตสฺส จ อธิมตฺตสฺส จ ภยสฺส อารมฺมณตฺตา สุขารมฺมณํ รูปํ สุขมิว. กึ นุ โข อหํ อญฺญทตฺถุ ภยปฏิกงฺขี วิหรามีติ อหํ โข กึ การณํ เอกํเสเนว ภยํ อากงฺขมาโน อิจฺฉมาโน หุตฺวา วิหรามิ.
ยถาภูตํ ยถาภูตสฺสาติ เยน เยน อิริยาปเถน ภูตสฺส ภวิตสฺส สโต วตฺตมานสฺส สมงฺคีภูตสฺส วา. เมติ มม สนฺติเก. ตถาภูตํ ตถาภูโต วาติ เตน เตเนว อิริยาปเถน ภูโต ภวิโต สนฺโต วตฺตมาโน สมงฺคีภูโต วาติ อตฺโถ. โส โข อหํ…เป… ปฏิวิเนมีติ โพธิสตฺตสฺส กิร จงฺกมนฺตสฺส ตสฺมึ มคสิงฺคขุรสทฺทาทิเภเท ภยเภรวารมฺมเณ อาคเต เนว มหาสตฺโต ติฏฺฐติ, น นิสีทติ น สยติ, อถ โข จงฺกมนฺโตว ปริวีมํสนฺโต ปริวิจินนฺโต ภยเภรวํ น ปสฺสติ, มคสิงฺคขุรสทฺทาทิมตฺตเมว เจตํ โหติ, โส ตํ ญตฺวา อิทํ นาเมตํ, น ภยเภรวนฺติ ตโต ติฏฺฐติ วา นิสีทติ วา สยติ วา. เอตมตฺถํ ทสฺเสนฺโต ‘‘โส โข อห’’นฺติอาทิมาห. เอส นโย สพฺพเปยฺยาเลสุ. อิโต ปรญฺจ อิริยาปถปฏิปาฏิยา อวตฺวา อาสนฺนปฏิปาฏิยา อิริยาปถา วุตฺตาติ เวทิตพฺพา, จงฺกมนฺตสฺส หิ ภยเภรเว อาคเต น ฐิโต น นิสินฺโน น นิปนฺโน ฐิตสฺสาปิ อาคเต น จงฺกมีติ เอวํ ตสฺส อาสนฺนปฏิปาฏิยา วุตฺตาติ.
ภยเภรวเสนาสนาทิวณฺณนา นิฏฺฐิตา.
อสมฺโมหวิหารวณฺณนา
๕๐. เอวํ ภึสนเกสุปิ ฐาเนสุ อตฺตโน ภยเภรวาภาวํ ทสฺเสตฺวา อิทานิ ฌายีนํ สมฺโมหฏฺฐาเนสุ อตฺตโน อสมฺโมหวิหารํ ทสฺเสตุํ สนฺติ โข ปน, พฺราหฺมณาติอาทิมาห.
ตตฺถ สนฺตีติ อตฺถิ สํวิชฺชนฺติ อุปลพฺภนฺติ. รตฺตึเยว สมานนฺติ รตฺตึเยว สนฺตํ, ทิวาติ สญฺชานนฺตีติ ‘‘ทิวโส อย’’นฺติ สญฺชานนฺติ. ทิวาเยว สมานนฺติ ทิวสํเยว สนฺตํ. รตฺตีติ สญฺชานนฺตีติ ‘‘รตฺติ อย’’นฺติ สญฺชานนฺติ. กสฺมา ปเนเต เอวํสญฺญิโน โหนฺตีติ. วุฏฺฐานโกสลฺลาภาวโต วา สกุณรุตโต วา. กถํ? อิเธกจฺโจ โอทาตกสิณลาภี ทิวา ปริกมฺมํ กตฺวา ทิวา สมาปนฺโน ทิวาเยว วุฏฺฐหามีติ มนสิการํ อุปฺปาเทติ, โน จ โข อทฺธานปริจฺเฉเท กุสโล โหติ. โส ทิวสํ อติกฺกมิตฺวา รตฺติภาเค วุฏฺฐาติ. โอทาตกสิณผรณวเสน จสฺส วิสทํ โหติ วิภูตํ สุวิภูตํ. โส, ทิวา วุฏฺฐหามีติ อุปฺปาทิตมนสิการตาย โอทาตกสิณผรณวิสทวิภูตตาย จ รตฺตึเยว สมานํ ทิวาติ สญฺชานาติ. อิธ ปเนกจฺโจ นีลกสิณลาภี รตฺตึ ปริกมฺมํ กตฺวา รตฺตึ สมาปนฺโน รตฺตึเยว วุฏฺฐหามีติ มนสิการํ อุปฺปาเทติ, โน จ โข อทฺธานปริจฺเฉเท กุสโล โหติ. โส รตฺตึ อติกฺกมิตฺวา ทิวสภาเค วุฏฺฐาติ. นีลกสิณผรณวเสน จสฺส อวิสทํ โหติ อวิภูตํ. โส รตฺตึ วุฏฺฐหามีติ อุปฺปาทิตมนสิการตาย นีลกสิณผรณาวิสทาวิภูตตาย จ ทิวาเยว สมานํ รตฺตีติ สญฺชานาติ. เอวํ ตาว วุฏฺฐานโกสลฺลาภาวโต เอวํสญฺญิโน โหนฺติ.
สกุณรุตโต ปน อิเธกจฺโจ อนฺโตเสนาสเน นิสินฺโน โหติ. อถ ทิวา รวนกสกุณา กากาทโย จนฺทาโลเกน ทิวาติ มญฺญมานา รตฺตึ รวนฺติ, อญฺเญหิ วา การเณหิ. โส เตสํ สทฺทํ สุตฺวา รตฺตึเยว สมานํ ทิวาติ สญฺชานาติ. อิธ ปเนกจฺโจ ปพฺพตนฺตเร คมฺภีราย ฆนวนปฺปฏิจฺฉนฺนาย คิริคุหาย สตฺตาหวทฺทลิกาย วตฺตมานาย อนฺตรหิตสูริยาโลเก กาเล นิสินฺโน โหติ. อถ รตฺตึ รวนกสกุณา อุลูกาทโย มชฺฌนฺหิกสมเยปิ ตตฺถ ตตฺถ สมนฺธกาเร นิลีนา รตฺติสญฺญาย วา อญฺเญหิ วา การเณหิ รวนฺติ. โส เตสํ สทฺทํ สุตฺวา ทิวาเยว สมานํ รตฺตีติ สญฺชานาติ. เอวํ สกุณรุตโต เอวํสญฺญิโน โหนฺตีติ. อิทมหนฺติ อิทํ อหํ เอวํ สญฺชานนํ. สมฺโมหวิหารสฺมึ วทามีติ สมฺโมหวิหารปริยาปนฺนํ อนฺโตคธํ, สมฺโมหวิหารานํ อญฺญตรํ วทามีติ วุตฺตํ โหติ.
อหํ โข ปน พฺราหฺมณ…เป… สญฺชานามีติ ปากโฏ โพธิสตฺตสฺส รตฺตินฺทิวปริจฺเฉโท สตฺตาหวทฺทเลปิ จนฺทิมสูริเยสุ อทิสฺสมาเนสุปิ ชานาติเยว ‘‘เอตฺตกํ ปุเรภตฺตกาโล คโต, เอตฺตกํ ปจฺฉาภตฺตกาโล, เอตฺตกํ ปฐมยาโม, เอตฺตกํ มชฺฌิมยาโม, เอตฺตกํ ปจฺฉิมยาโม’’ติ, ตสฺมา เอวมาห. อนจฺฉริยญฺเจตํ ยํ ปูริตปารมี โพธิสตฺโต เอวํ ชานาติ. ปเทสญาเณ ฐิตานํ สาวกานมฺปิ หิ รตฺตินฺทิวปริจฺเฉโท ปากโฏ โหติ.
กลฺยาณิยมหาวิหาเร กิร โคทตฺตตฺเถโร ทฺวงฺคุลกาเล ภตฺตํ คเหตฺวา องฺคุลกาเล ภุญฺชติ. สูริเย อทิสฺสมาเนปิ ปาโตเยว เสนาสนํ ปวิสิตฺวา ตาย เวลาย นิกฺขมติ. เอกทิวสํ อารามิกา ‘‘เสฺว เถรสฺส นิกฺขมนกาเล ปสฺสามา’’ติ ภตฺตํ สมฺปาเทตฺวา กาลตฺถมฺภมูเล นิสีทึสุ. เถโร ทฺวงฺคุลกาเลเยว นิกฺขมติ. ตโต ปภุติ กิร สูริเย อทิสฺสมาเนปิ เถรสฺส นิกฺขมนสญฺญาย เอว เภรึ อาโกเฏนฺติ.
อชครวิหาเรปิ กาฬเทวตฺเถโร อนฺโตวสฺเส ยามคณฺฑิกํ ปหรติ, อาจิณฺณเมตํ เถรสฺส. น จ ยามยนฺตนาฬิกํ ปโยเชติ, อญฺเญ ภิกฺขู ปโยเชนฺติ. อถ นิกฺขนฺเต ปฐเม ยาเม เถเร มุคฺครํ คเหตฺวา ฐิตมตฺเตเยว เอกํ เทฺว วาเร ปหรนฺเตเยว วา ยามยนฺตํ ปตติ, เอวํ ตีสุ ยาเมสุ สมณธมฺมํ กตฺวา เถโร ปาโตเยว คามํ ปวิสิตฺวา ปิณฺฑปาตํ อาทาย วิหารํ อาคนฺตฺวา โภชนเวลาย ปตฺตํ คเหตฺวา ทิวา วิหารฏฺฐานํ คนฺตฺวา สมณธมฺมํ กโรติ. ภิกฺขู กาลตฺถมฺภํ ทิสฺวา เถรสฺส อทิสฺวา อาคมนตฺถาย เปเสนฺติ. โส ภิกฺขุ เถรํ ทิวา วิหารฏฺฐานา นิกฺขมนฺตเมว วา อนฺตรามคฺเค วา ปสฺสติ. เอวํ ปเทสญาเณ ฐิตานํ สาวกานมฺปิ รตฺตินฺทิวปริจฺเฉโท ปากโฏ โหติ, กิมงฺคํ ปน โพธิสตฺตานนฺติ.
ยํ โข ตํ พฺราหฺมณ…เป… วเทยฺยาติ เอตฺถ ปน ‘‘ยํ โข ตํ, พฺราหฺมณ, อสมฺโมหธมฺโม สตฺโต โลเก อุปฺปนฺโน…เป… สุขาย เทวมนุสฺสาน’’นฺติ วจนํ วทมาโน โกจิ สมฺมา วเทยฺย, สมฺมา วทมาโน สิยา, น วิตถวาที อสฺส. มเมว ตํ วจนํ วทมาโน สมฺมา วเทยฺย, สมฺมา วทมาโน สิยา, น วิตถวาที อสฺสาติ เอวํ ปทสมฺพนฺโธ เวทิตพฺโพ.
ตตฺถ อสมฺโมหธมฺโมติ อสมฺโมหสภาโว. โลเกติ มนุสฺสโลเก. พหุชนหิตายาติ พหุชนสฺส หิตตฺถาย, ปญฺญาสมฺปตฺติยา ทิฏฺฐธมฺมิกสมฺปรายิกหิตูปเทสโกติ. พหุชนสุขายาติ พหุชนสฺส สุขตฺถาย, จาคสมฺปตฺติยา อุปกรณสุขสฺส ทายโกติ. โลกานุกมฺปายาติ โลกสฺส อนุกมฺปตฺถาย, เมตฺตากรุณาสมฺปตฺติยา มาตาปิตโร วิย โลกสฺส รกฺขิตา โคปยิตาติ. อตฺถาย หิตาย สุขาย เทวมนุสฺสานนฺติ อิธ เทวมนุสฺสคฺคหเณน จ ภพฺพปุคฺคลเวเนยฺยสตฺเตเยว คเหตฺวา เตสํ นิพฺพานมคฺคผลาธิคมาย อตฺตโน อุปฺปตฺตึ ทสฺเสตีติ เวทิตพฺโพ. อตฺถายาติ หิ วุตฺเต ปรมตฺถตฺถาย นิพฺพานายาติ วุตฺตํ โหติ. หิตายาติ วุตฺเต ตํ สมฺปาปกมคฺคตฺถายาติ วุตฺตํ โหติ, นิพฺพานสมฺปาปกมคฺคโต หิ อุตฺตริ หิตํ นาม นตฺถิ. สุขายาติ วุตฺเต ผลสมาปตฺติสุขตฺถายาติ วุตฺตํ โหติ, ตโต อุตฺตริ สุขาภาวโต. วุตฺตญฺเจตํ ‘‘อยํ สมาธิ ปจฺจุปฺปนฺนสุโข เจว อายติญฺจ สุขวิปาโก’’ติ (ที. นิ. ๓.๓๕๕; อ. นิ. ๕.๒๗; วิภ. ๘๐๔).
อสมฺโมหวิหารวณฺณนา นิฏฺฐิตา.
ปุพฺพภาคปฏิปทาทิวณฺณนา
๕๑. เอวํ ภควา พุทฺธคุณปฏิลาภาวสานํ อตฺตโน อสมฺโมหวิหารํ พฺราหฺมณสฺส ทสฺเสตฺวา อิทานิ ยาย ปฏิปทาย ตํ โกฏิปฺปตฺตํ อสมฺโมหวิหารํ อธิคโต, ตํ ปุพฺพภาคโต ปภุติ ทสฺเสตุํ อารทฺธํ โข ปน เม พฺราหฺมณาติอาทิมาห.
เกจิ ปนาหุ ‘‘อิมํ อสมฺโมหวิหารํ สุตฺวา พฺราหฺมณสฺส จิตฺตเมวํ อุปฺปนฺนํ ‘กาย นุ โข ปฏิปทาย อิมํ ปตฺโต’ติ, ตสฺส จิตฺตมญฺญาย อิมายาหํ ปฏิปทาย อิมํ อุตฺตมํ อสมฺโมหวิหารํ ปตฺโตติ ทสฺเสนฺโต เอวมาหา’’ติ.
ตตฺถ อารทฺธํ โข ปน เม, พฺราหฺมณ, วีริยํ อโหสีติ, พฺราหฺมณ, น มยา อยํ อุตฺตโม อสมฺโมหวิหาโร กุสีเตน มุฏฺฐสฺสตินา สารทฺธกาเยน วิกฺขิตฺตจิตฺเตน วา อธิคโต, อปิจ โข ตทธิคมาย อารทฺธํ โข ปน เม วีริยํ อโหสิ, โพธิมณฺเฑ นิสินฺเนน มยา จตุรงฺควีริยํ อารทฺธํ อโหสิ, ปคฺคหิตํ อสิถิลปฺปวตฺติตนฺติ วุตฺตํ โหติ. อารทฺธตฺตาเยว จ เมตํ อสลฺลีนํ อโหสิ.
อุปฏฺฐิตา สติ อสมฺมุฏฺฐาติ น เกวลญฺจ วีริยเมว, สติปิ เม อารมฺมณาภิมุขีภาเวน อุปฏฺฐิตา อโหสิ. อุปฏฺฐิตตฺตาเยว จ อสมฺมุฏฺฐา. ปสฺสทฺโธ กาโยติ กายจิตฺตปฺปสฺสทฺธิสมฺภเวน กาโยปิ เม ปสฺสทฺโธ อโหสิ. ตตฺถ ยสฺมา นามกาเย ปสฺสทฺเธ รูปกาโยปิ ปสฺสทฺโธเยว โหติ, ตสฺมา นามกาโย รูปกาโยติ อวิเสเสตฺวาว ปสฺสทฺโธ กาโยติ วุตฺตํ. อสารทฺโธติ โส จ โข ปสฺสทฺธตฺตาเยว อสารทฺโธ, วิคตทรโถติ วุตฺตํ โหติ. สมาหิตํ จิตฺตํ เอกคฺคนฺติ จิตฺตมฺปิ เม สมฺมา อาหิตํ สุฏฺฐุ ฐปิตํ อปฺปิตํ วิย อโหสิ. สมาหิตตฺตา เอว จ เอกคฺคํ อจลํ นิปฺผนฺทนนฺติ, เอตฺตาวตา ฌานสฺส ปุพฺพภาคปฏิปทา กถิตา โหติ.
อิทานิ อิมาย ปฏิปทาย อธิคตํ ปฐมชฺฌานํ อาทึ กตฺวา วิชฺชาตฺตยปริโยสานํ วิเสสํ ทสฺเสนฺโต โส โข อหนฺติอาทิมาห. ตตฺถ วิวิจฺเจว กาเมหิ…เป… จตุตฺถชฺฌานํ อุปสมฺปชฺช วิหาสินฺติ เอตฺถ ตาว ยํ วตฺตพฺพํ สิยา, ตํ สพฺพํ วิสุทฺธิมคฺเค ปถวีกสิณกถายํ วุตฺตํ. เกวลญฺหิ ตตฺถ ‘‘อุปสมฺปชฺช วิหรตี’’ติ อาคตํ, อิธ ‘‘วิหาสิ’’นฺติ, อยเมว วิเสโส. กึ กตฺวา ปน ภควา อิมานิ ฌานานิ อุปสมฺปชฺช วิหาสีติ, กมฺมฏฺฐานํ ภาเวตฺวา. กตรํ? อานาปานสฺสติกมฺมฏฺฐานํ.
อิมานิ จ ปน จตฺตาริ ฌานานิ เกสญฺจิ จิตฺเตกคฺคตตฺถานิ โหนฺติ, เกสญฺจิ วิปสฺสนาปาทกานิ, เกสญฺจิ อภิญฺญาปาทกานิ, เกสญฺจิ นิโรธปาทกานิ, เกสญฺจิ ภโวกฺกมนตฺถานิ. ตตฺถ ขีณาสวานํ จิตฺเตกคฺคตตฺถานิ โหนฺติ. เต หิ สมาปชฺชิตฺวา เอกคฺคจิตฺตา สุขํ ทิวสํ วิหริสฺสามาติ อิจฺเจวํ กสิณปริกมฺมํ กตฺวา อฏฺฐ สมาปตฺติโย นิพฺพตฺเตนฺติ. เสกฺขปุถุชฺชนานํ สมาปตฺติโต วุฏฺฐาย สมาหิเตน จิตฺเตน วิปสฺสิสฺสามาติ นิพฺพตฺเตนฺตานํ วิปสฺสนาปาทกานิ โหนฺติ. เย ปน อฏฺฐ สมาปตฺติโย นิพฺพตฺเตตฺวา อภิญฺญาปาทกชฺฌานํ สมาปชฺชิตฺวา สมาปตฺติโต วุฏฺฐาย ‘‘เอโกปิ หุตฺวา พหุธา โหตี’’ติ (ที. นิ. ๑.๒๓๘; ปฏิ. ม. ๑.๑๐๒) วุตฺตนยา อภิญฺญาโย ปตฺเถนฺตา นิพฺพตฺเตนฺติ, เตสํ อภิญฺญาปาทกานิ โหนฺติ. เย ปน อฏฺฐ สมาปตฺติโย นิพฺพตฺเตตฺวา นิโรธสมาปตฺตึ สมาปชฺชิตฺวา สตฺตาหํ อจิตฺตา หุตฺวา ทิฏฺเฐว ธมฺเม นิโรธํ นิพฺพานํ ปตฺวา สุขํ วิหริสฺสามาติ นิพฺพตฺเตนฺติ, เตสํ นิโรธปาทกานิ โหนฺติ. เย ปน อฏฺฐ สมาปตฺติโย นิพฺพตฺเตตฺวา อปริหีนชฺฌานา พฺรหฺมโลเก อุปฺปชฺชิสฺสามาติ นิพฺพตฺเตนฺติ, เตสํ ภโวกฺกมนตฺถานิ โหนฺติ.
ภควตา ปนิทํ จตุตฺถชฺฌานํ โพธิรุกฺขมูเล นิพฺพตฺติตํ, ตํ ตสฺส วิปสฺสนาปาทกญฺเจว อโหสิ อภิญฺญาปาทกญฺจ สพฺพกิจฺจสาธกญฺจ, สพฺพโลกิยโลกุตฺตรคุณทายกนฺติ เวทิตพฺพํ.
ปุพฺพภาคปฏิปทาทิวณฺณนา นิฏฺฐิตา.
ปุพฺเพนิวาสกถาวณฺณนา
๕๒. เยสญฺจ คุณานํ ทายกํ อโหสิ, เตสํ เอกเทสํ ทสฺเสนฺโต โส เอวํ สมาหิเต จิตฺเตติอาทิมาห. ตตฺถ ทฺวินฺนํ วิชฺชานํ อนุปทวณฺณนา เจว ภาวนานโย จ วิสุทฺธิมคฺเค วิตฺถาริโต. เกวลญฺหิ ตตฺถ ‘‘โส เอวํ สมาหิเต จิตฺเต…เป… อภินินฺนาเมตี’’ติ วุตฺตํ, อิธ ‘‘อภินินฺนาเมสิ’’นฺติ. อยํ โข เม พฺราหฺมณาติ อยญฺจ อปฺปนาวาโร ตตฺถ อนาคโตติ อยเมว วิเสโส. ตตฺถ โสติ โส อหํ. อภินินฺนาเมสินฺติ อภินีหรึ. อภินินฺนาเมสินฺติ จ วจนโต โสติ เอตฺถ โส อหนฺติ เอวมตฺโถ เวทิตพฺโพ.
ยสฺมา จิทํ ภควโต วเสน ปุพฺเพนิวาสานุสฺสติญาณํ อาคตํ, ตสฺมา ‘‘โส ตโต จุโต อิธูปปนฺโน’’ติ เอตฺถ เอวํ โยชนา เวทิตพฺพา. เอตฺถ หิ โส ตโต จุโตติ ปฏินิวตฺตนฺตสฺส ปจฺจเวกฺขณํ. ตสฺมา อิธูปปนฺโนติ อิมิสฺสา อิธูปปตฺติยา อนนฺตรํ. อมุตฺร อุทปาทินฺติ ตุสิตภวนํ สนฺธายาหาติ เวทิตพฺโพ. ตตฺราปาสึ เอวํนาโมติ ตตฺราปิ ตุสิตภวเน เสตเกตุ นาม เทวปุตฺโต อโหสึ. เอวํโคตฺโตติ ตาหิ เทวตาหิ สทฺธึ เอกโคตฺโต. เอวํวณฺโณติ สุวณฺณวณฺโณ. เอวมาหาโรติ ทิพฺพสุธาหาโร. เอวํสุขทุกฺขปฺปฏิสํเวทีติ เอวํ ทิพฺพสุขปฏิสํเวที. ทุกฺขํ ปน สงฺขารทุกฺขมตฺตเมว. เอวมายุปริยนฺโตติ เอวํ สตฺตปญฺญาสวสฺสโกฏิสฏฺฐิวสฺสสตสหสฺสายุปริยนฺโต. โส ตโต จุโตติ โส อหํ ตโต ตุสิตภวนโต จุโต. อิธูปปนฺโนติ อิธ มหามายาย เทวิยา กุจฺฉิมฺหิ นิพฺพตฺโต.
อยํ โข เม พฺราหฺมณาติอาทีสุ เมติ มยา. วิชฺชาติ วิทิตกรณฏฺเฐน วิชฺชา. กึ วิทิตํ กโรติ? ปุพฺเพนิวาสํ. อวิชฺชาติ ตสฺเสว ปุพฺเพนิวาสสฺส อวิทิตกรณฏฺเฐน ตปฺปฏิจฺฉาทโก โมโห วุจฺจติ. ตโมติ เสฺวว โมโห ปฏิจฺฉาทกฏฺเฐน ‘‘ตโม’’ติ วุจฺจติ. อาโลโกติ สาเยว วิชฺชา โอภาสกรณฏฺเฐน ‘‘อาโลโก’’ติ วุจฺจติ. เอตฺถ จ วิชฺชา อธิคตาติ อยํ อตฺโถ, เสสํ ปสํสาวจนํ. โยชนา ปเนตฺถ อยํ โข เม วิชฺชา อธิคตา, ตสฺส เม อธิคตวิชฺชสฺส อวิชฺชา วิหตา, วินฏฺฐาติ อตฺโถ. กสฺมา? ยสฺมา วิชฺชา อุปฺปนฺนา. เอส นโย อิตรสฺมิมฺปิ ปททฺวเย.
ยถา ตนฺติ เอตฺถ ยถาติ โอปมฺเม. ตนฺติ นิปาโต. สติยา อวิปฺปวาเสน อปฺปมตฺตสฺส. วีริยาตาเปน อาตาปิโน. กาเย จ ชีวิเต จ อนเปกฺขตาย ปหิตตฺตสฺส, เปสิตตฺตสฺสาติ อตฺโถ. อิทํ วุตฺตํ โหติ ‘‘ยถา อปฺปมตฺตสฺส อาตาปิโน ปหิตตฺตสฺส วิหรโต อวิชฺชา วิหญฺเญยฺย, วิชฺชา อุปฺปชฺเชยฺย. ตโม วิหญฺเญยฺย, อาโลโก อุปฺปชฺเชยฺย. เอวเมว มม อวิชฺชา วิหตา, วิชฺชา อุปฺปนฺนา. ตโม วิหโต, อาโลโก อุปฺปนฺโน. เอตสฺส เม ปธานานุโยคสฺส อนุรูปเมว ผลํ ลทฺธ’’นฺติ.
ปุพฺเพนิวาสกถาวณฺณนา นิฏฺฐิตา.
ทิพฺพจกฺขุญาณกถาวณฺณนา
๕๓. จุตูปปาตกถายํ ยสฺมา อิธ ภควโต วเสน ปาฬิ อาคตา, ตสฺมา ‘‘ปสฺสามิ ปชานามี’’ติ วุตฺตํ, อยํ วิเสโส. เสสํ วิสุทฺธิมคฺเค วุตฺตสทิสเมว.
เอตฺถ ปน วิชฺชาติ ทิพฺพจกฺขุญาณวิชฺชา. อวิชฺชาติ สตฺตานํ จุติปฏิสนฺธิปฏิจฺฉาทิกา อวิชฺชา. เสสํ วุตฺตนยเมวาติ. ยสฺมา จ ปูริตปารมีนํ มหาสตฺตานํ ปริกมฺมกิจฺจํ นาม นตฺถิ. เต หิ จิตฺเต อภินินฺนามิตมตฺเตเยว อเนกวิหิตํ ปุพฺเพนิวาสํ อนุสฺสรนฺติ, ทิพฺเพน จกฺขุนา สตฺเต ปสฺสนฺติ. ตสฺมา โย ตตฺถ ปริกมฺมํ อาทึ กตฺวา ภาวนานโย วุตฺโต, น เตน อิธ อตฺโถติ.
ทิพฺพจกฺขุญาณกถาวณฺณนา นิฏฺฐิตา.
อาสวกฺขยญาณกถาวณฺณนา
๕๔. ตติยวิชฺชาย โส เอวํ สมาหิเต จิตฺเตติ วิปสฺสนาปาทกํ จตุตฺถชฺฌานจิตฺตํ เวทิตพฺพํ. อาสวานํ ขยญาณายาติ อรหตฺตมคฺคญาณตฺถาย. อรหตฺตมคฺโค หิ อาสววินาสนโต อาสวานํ ขโยติ วุจฺจติ, ตตฺร เจตํ ญาณํ, ตปฺปริยาปนฺนตฺตาติ. จิตฺตํ อภินินฺนาเมสินฺติ วิปสฺสนาจิตฺตํ อภินีหรึ. โส อิทํ ทุกฺขนฺติ เอวมาทีสุ ‘‘เอตฺตกํ ทุกฺขํ, น อิโต ภิยฺโย’’ติ สพฺพมฺปิ ทุกฺขสจฺจํ สรสลกฺขณปฏิเวเธน ยถาภูตํ อพฺภญฺญาสึ ชานึ ปฏิวิชฺฌึ. ตสฺส จ ทุกฺขสฺส นิพฺพตฺติกํ ตณฺหํ อยํ ทุกฺขสมุทโยติ. ตทุภยมฺปิ ยํ ฐานํ ปตฺวา นิรุชฺฌติ, ตํ เตสํ อปฺปวตฺตึ นิพฺพานํ อยํ ทุกฺขนิโรโธติ. ตสฺส สมฺปาปกํ อริยมคฺคํ อยํ ทุกฺขนิโรธคามินี ปฏิปทาติ สรสลกฺขณปฏิเวเธน ยถาภูตํ อพฺภญฺญาสึ ชานึ ปฏิวิชฺฌินฺติ เอวมตฺโถ เวทิตพฺโพ.
เอวํ สรูปโต สจฺจานิ ทสฺเสตฺวา อิทานิ กิเลสวเสน ปริยายโต ทสฺเสนฺโต อิเม อาสวาติอาทิมาห. ตสฺส เม เอวํ ชานโต เอวํ ปสฺสโตติ ตสฺส มยฺหํ เอวํ ชานนฺตสฺส เอวํ ปสฺสนฺตสฺส. สห วิปสฺสนาย โกฏิปฺปตฺตํ มคฺคํ กเถติ. กามาสวาติ กามาสวโต. วิมุจฺจิตฺถาติ อิมินา ผลกฺขณํ ทสฺเสติ, มคฺคกฺขเณ หิ จิตฺตํ วิมุจฺจติ, ผลกฺขเณ วิมุตฺตํ โหติ. วิมุตฺตสฺมึ วิมุตฺตมิติ ญาณนฺติ อิมินา ปจฺจเวกฺขณญาณํ ทสฺเสติ. ขีณา ชาตีติอาทีหิ ตสฺส ภูมึ, เตน หิ ญาเณน ภควา ปจฺจเวกฺขนฺโต ‘‘ขีณา ชาตี’’ติอาทีนิ อพฺภญฺญาสิ. กตมา ปน ภควโต ชาติ ขีณา, กถญฺจ นํ อพฺภญฺญาสีติ? น ตาวสฺส อตีตา ชาติ ขีณา, ปุพฺเพว ขีณตฺตา, น อนาคตา, อนาคเต วายามาภาวโต, น ปจฺจุปฺปนฺนา, วิชฺชมานตฺตา. ยา ปน มคฺคสฺส อภาวิตตฺตา อุปฺปชฺเชยฺย เอกจตุปญฺจโวการภเวสุ เอกจตุปญฺจกฺขนฺธเภทา ชาติ, สา มคฺคสฺส ภาวิตตฺตา อนุปฺปาทธมฺมตํ อาปชฺชเนน ขีณา, ตํ โส มคฺคภาวนาย ปหีนกิเลเส ปจฺจเวกฺขิตฺวา ‘‘กิเลสาภาเว วิชฺชมานมฺปิ กมฺมํ อายตึ อปฺปฏิสนฺธิกํ โหตี’’ติ ชานนฺโต อพฺภญฺญาสิ.
วุสิตนฺติ วุตฺถํ ปริวุตฺถํ, กตํ จริตํ นิฏฺฐิตนฺติ อตฺโถ. พฺรหฺมจริยนฺติ มคฺคพฺรหฺมจริยํ, ปุถุชฺชนกลฺยาณเกน หิ สทฺธึ สตฺตเสกฺขา พฺรหฺมจริยวาสํ วสนฺติ นาม, ขีณาสโว วุตฺถวาโส. ตสฺมา ภควา อตฺตโน พฺรหฺมจริยวาสํ ปจฺจเวกฺขนฺโต ‘‘วุสิตํ พฺรหฺมจริย’’นฺติ อพฺภญฺญาสิ. กตํ กรณียนฺติ จตูสุ สจฺเจสุ จตูหิ มคฺเคหิ ปริญฺญาปหานสจฺฉิกิริยาภาวนาวเสน โสฬสวิธมฺปิ กิจฺจํ นิฏฺฐาปิตนฺติ อตฺโถ. ปุถุชฺชนกลฺยาณกาทโย หิ ตํ กิจฺจํ กโรนฺติ, ขีณาสโว กตกรณีโย. ตสฺมา ภควา อตฺตโน กรณียํ ปจฺจเวกฺขนฺโต ‘‘กตํ กรณีย’’นฺติ อพฺภญฺญาสิ.
นาปรํ อิตฺถตฺตายาติ อิทานิ ปุน อิตฺถภาวาย เอวํโสฬสกิจฺจภาวาย, กิเลสกฺขยาย วา มคฺคภาวนากิจฺจํ เม นตฺถีติ อพฺภญฺญาสิ. อถ วา อิตฺถตฺตายาติ อิตฺถภาวโต อิมสฺมา เอวํปการา อิทานิ วตฺตมานกฺขนฺธสนฺตานา อปรํ ขนฺธสนฺตานํ มยฺหํ นตฺถิ. อิเม ปน ปญฺจกฺขนฺธา ปริญฺญาตา ติฏฺฐนฺติ ฉินฺนมูลกา รุกฺขา วิย. เต จริมกวิญฺญาณนิโรเธน อนุปาทาโน วิย ชาตเวโท นิพฺพายิสฺสนฺตีติ อพฺภญฺญาสิ.
อิทานิ เอวํ ปจฺจเวกฺขณญาณปริคฺคหิตํ อาสวานํ ขยญาณาธิคมํ พฺราหฺมณสฺส ทสฺเสนฺโต, อยํ โข เม พฺราหฺมณาติอาทิมาห. ตตฺถ วิชฺชาติ อรหตฺตมคฺคญาณวิชฺชา. อวิชฺชาติ จตุสจฺจปฏิจฺฉาทิกา อวิชฺชา. เสสํ วุตฺตนยเมว. เอตฺตาวตา จ ปุพฺเพนิวาสญาเณน อตีตํสญาณํ, ทิพฺพจกฺขุนา ปจฺจุปฺปนฺนานาคตํสญาณํ, อาสวกฺขเยน สกลโลกิยโลกุตฺตรคุณนฺติ เอวํ ตีหิ วิชฺชาหิ สพฺเพปิ สพฺพญฺญุคุเณ สงฺคเหตฺวา ปกาเสนฺโต อตฺตโน อสมฺโมหวิหารํ พฺราหฺมณสฺส ทสฺเสสิ.
อาสวกฺขยญาณกถาวณฺณนา นิฏฺฐิตา.
อรญฺญวาสการณวณฺณนา
๕๕. เอวํ วุตฺเต กิร พฺราหฺมโณ จินฺเตสิ – ‘‘สมโณ โคตโม สพฺพญฺญุตํ ปฏิชานาติ, อชฺชาปิ จ อรญฺญวาสํ น วิชหติ, อตฺถิ นุ ขฺวสฺส อญฺญมฺปิ กิญฺจิ กรณีย’’นฺติ. อถสฺส ภควา อชฺฌาสยํ วิทิตฺวา อิมินา อชฺฌาสยานุสนฺธินา, สิยา โข ปน เตติอาทิมาห. ตตฺถ สิยา โข ปน เต, พฺราหฺมณ, เอวมสฺสาติ, พฺราหฺมณ, กทาจิ ตุยฺหํ เอวํ ภเวยฺย. น โข ปเนตํ พฺราหฺมณ เอวํ ทฏฺฐพฺพนฺติ เอตํ โข ปน, พฺราหฺมณ, ตยา มยฺหํ ปนฺตเสนาสนปฏิเสวนํ อวีตราคาทิตายาติ เอวํ น ทฏฺฐพฺพํ. เอวํ ปนฺตเสนาสนปฏิเสวเน อการณํ ปฏิกฺขิปิตฺวา การณํ ทสฺเสนฺโต เทฺว โข อหนฺติอาทิมาห. ตตฺถ อตฺโถเยว อตฺถวโส. ตสฺมา เทฺว โข อหํ, พฺราหฺมณ, อตฺถวเสติ อหํ โข, พฺราหฺมณ, เทฺว อตฺเถ เทฺว การณานิ สมฺปสฺสมาโนติ วุตฺตํ โหติ. อตฺตโน จ ทิฏฺฐธมฺมสุขวิหารนฺติ เอตฺถ ทิฏฺฐธมฺโม นาม อยํ ปจฺจกฺโข อตฺตภาโว. สุขวิหาโร นาม จตุนฺนมฺปิ อิริยาปถวิหารานํ ผาสุตา, เอกกสฺส หิ อรญฺเญ อนฺตมโส อุจฺจารปสฺสาวกิจฺจํ อุปาทาย สพฺเพว อิริยาปถา ผาสุกา โหนฺติ, ตสฺมา ทิฏฺฐธมฺมสฺส สุขวิหารนฺติ อยมตฺโถ เวทิตพฺโพ. ปจฺฉิมญฺจ ชนตํ อนุกมฺปมาโนติ กถํ อรญฺญวาเสน ปจฺฉิมา ชนตา อนุกมฺปิตา โหติ? สทฺธาปพฺพชิตา หิ กุลปุตฺตา ภควโต อรญฺญวาสํ ทิสฺวา ภควาปิ นาม อรญฺญเสนาสนานิ น มุญฺจติ, ยสฺส เนวตฺถิ ปริญฺญาตพฺพํ น ปหาตพฺพํ น ภาเวตพฺพํ น สจฺฉิกาตพฺพํ, กิมงฺคํ ปน มยนฺติ จินฺเตตฺวา ตตฺถ วสิตพฺพเมว มญฺญิสฺสนฺติ. เอวํ ขิปฺปเมว ทุกฺขสฺสนฺตกรา ภวิสฺสนฺติ. เอวํ ปจฺฉิมา ชนตา อนุกมฺปิตา โหติ. เอตมตฺถํ ทสฺเสนฺโต อาห ‘‘ปจฺฉิมญฺจ ชนตํ อนุกมฺปมาโน’’ติ.
อรญฺญวาสการณวณฺณนา นิฏฺฐิตา.
เทสนานุโมทนาวณฺณนา
๕๖. ตํ สุตฺวา อตฺตมโน พฺราหฺมโณ อนุกมฺปิตรูปาติอาทิมาห. ตตฺถ อนุกมฺปิตรูปาติ อนุกมฺปิตชาติกา อนุกมฺปิตสภาวา. ชนตาติ ชนสมูโห. ยถา ตํ อรหตา สมฺมาสมฺพุทฺเธนาติ ยถา อรหํ สมฺมาสมฺพุทฺโธ อนุกมฺเปยฺย, ตเถว อนุกมฺปิตรูปาติ.
เอวญฺจ ปน วตฺวา ปุน ตํ ภควโต ธมฺมเทสนํ อพฺภนุโมทมาโน ภควนฺตํ เอตทโวจ อภิกฺกนฺตํ, โภ โคตม, อภิกฺกนฺตํ, โภ โคตมาติ. ตตฺถายํ อภิกฺกนฺตสทฺโท ขยสุนฺทราภิรูปอพฺภนุโมทเนสุ ทิสฺสติ. ‘‘อภิกฺกนฺตา, ภนฺเต, รตฺติ, นิกฺขนฺโต ปฐโม ยาโม, จิรนิสินฺโน ภิกฺขุสงฺโฆ’’ติอาทีสุ (จูฬว. ๓๘๓; อ. นิ. ๘.๒๐) หิ ขเย ทิสฺสติ. ‘‘อยํ อิเมสํ จตุนฺนํ ปุคฺคลานํ อภิกฺกนฺตตโร จ ปณีตตโร จา’’ติอาทีสุ (อ. นิ. ๔.๑๐๐) สุนฺทเร.
‘‘โก เม วนฺทติ ปาทานิ, อิทฺธิยา ยสสา ชลํ;
อภิกฺกนฺเตน วณฺเณน, สพฺพา โอภาสยํ ทิสา’’ติ. –
อาทีสุ (วิ. ว. ๘๕๗) อภิรูเป. ‘‘อภิกฺกนฺตํ, ภนฺเต’’ติอาทีสุ (ที. นิ. ๑.๒๕๐; ปารา. ๑๕) อพฺภนุโมทเน. อิธาปิ อพฺภนุโมทเนเยว. ยสฺมา จ อพฺภนุโมทเน, ตสฺมา สาธุ สาธุ โภ, โคตมาติ วุตฺตํ โหตีติ เวทิตพฺพํ.
‘‘ภเย โกเธ ปสํสายํ, ตุริเต โกตูหลจฺฉเร;
หาเส โสเก ปสาเท จ, กเร อาเมฑิตํ พุโธ’’ติ. –
อิมินา จ ลกฺขเณน อิธ ปสาทวเสน ปสํสาวเสน จายํ ทฺวิกฺขตฺตุํ วุตฺโตติ เวทิตพฺโพ. อถ วา อภิกฺกนฺตนฺติ อภิกนฺตํ. อติอิฏฺฐํ อติมนาปํ, อติสุนฺทรนฺติ วุตฺตํ โหติ.
ตตฺถ เอเกน อภิกฺกนฺตสทฺเทน เทสนํ โถเมติ, เอเกน อตฺตโน ปสาทํ. อยเญฺหตฺถ อธิปฺปาโย – อภิกฺกนฺตํ, โภ โคตม, ยทิทํ โภโต โคตมสฺส ธมฺมเทสนา, อภิกฺกนฺตํ ยทิทํ โภโต โคตมสฺส ธมฺมเทสนํ อาคมฺม มม ปสาโทติ. ภควโตเยว วา วจนํ เทฺว เทฺว อตฺเถ สนฺธาย โถเมติ – โภโต โคตมสฺส วจนํ อภิกฺกนฺตํ โทสนาสนโต, อภิกฺกนฺตํ คุณาธิคมนโต, ตถา สทฺธาชนนโต, ปญฺญาชนนโต, สาตฺถโต, สพฺยญฺชนโต, อุตฺตานปทโต, คมฺภีรตฺถโต, กณฺณสุขโต, หทยงฺคมโต, อนตฺตุกฺกํสนโต, อปรวมฺภนโต, กรุณาสีตลโต, ปญฺญาวทาตโต, อาปาถรมณียโต, วิมทฺทกฺขมโต, สุยฺยมานสุขโต, วีมํสียมานหิตโตติ เอวมาทีหิ โยเชตพฺพํ.
ตโต ปรมฺปิ จตูหิ อุปมาหิ เทสนํเยว โถเมติ. ตตฺถ นิกฺกุชฺชิตนฺติ อโธมุขฐปิตํ, เหฏฺฐามุขชาตํ วา. อุกฺกุชฺเชยฺยาติ อุปริ มุขํ กเรยฺย. ปฏิจฺฉนฺนนฺติ ติณปณฺณาทิจฺฉาทิตํ. วิวเรยฺยาติ อุคฺฆาเฏยฺย. มูฬฺหสฺสาติ ทิสามูฬฺหสฺส. มคฺคํ อาจิกฺเขยฺยาติ หตฺเถ คเหตฺวา ‘‘เอส มคฺโค’’ติ วเทยฺย. อนฺธกาเรติ กาฬปกฺขจาตุทฺทสีอฑฺฒรตฺตฆนวนสณฺฑเมฆปฏเลหิ จตุรงฺเค ตเม, อยํ ตาว อนุตฺตานปทตฺโถ.
อยํ ปน อธิปฺปายโยชนา – ยถา โกจิ นิกฺกุชฺชิตํ อุกฺกุชฺเชยฺย, เอวํ สทฺธมฺมวิมุขํ อสทฺธมฺเม ปติตํ มํ อสทฺธมฺมา วุฏฺฐาเปนฺเตน, ยถา ปฏิจฺฉนฺนํ วิวเรยฺย. เอวํ กสฺสปสฺส ภควโต สาสนนฺตรธานโต ปภุติ มิจฺฉาทิฏฺฐิคหนปฏิจฺฉนฺนํ สาสนํ วิวรนฺเตน, ยถา มูฬฺหสฺส มคฺคํ อาจิกฺเขยฺย, เอวํ กุมฺมคฺคมิจฺฉามคฺคปฺปฏิปนฺนสฺส เม สคฺคโมกฺขมคฺคํ อาจิกฺขนฺเตน, ยถา อนฺธกาเร เตลปชฺโชตํ ธาเรยฺย, เอวํ โมหนฺธกาเร นิมุคฺคสฺส เม พุทฺธาทิรตนรูปานิ อปสฺสโต ตปฺปฏิจฺฉาทกโมหนฺธการวิทฺธํสกเทสนาปชฺโชตธารเณน มยฺหํ โภตา โคตเมน เอเตหิ ปริยาเยหิ ปกาสิตตฺตา อเนกปริยาเยน ธมฺโม ปกาสิโตติ.
เทสนานุโมทนาวณฺณนา นิฏฺฐิตา.
ปสนฺนาการวณฺณนา
เอวํ เทสนํ โถเมตฺวา อิมาย เทสนาย รตนตฺตยปสนฺนจิตฺโต ปสนฺนาการํ กโรนฺโต เอสาหนฺติอาทิมาห. ตตฺถ เอสาหนฺติ เอโส อหํ. ภวนฺตํ โคตมํ สรณํ คจฺฉามีติ ภวํ เม โคตโม สรณํ ปรายณํ, อฆสฺส ตาตา, หิตสฺส จ วิธาตาติ อิมินา อธิปฺปาเยน ภวนฺตํ โคตมํ คจฺฉามิ, ภชามิ, เสวามิ, ปยิรุปาสามิ, เอวํ วา ชานามิ, พุชฺฌามีติ. เยสญฺหิ ธาตูนํ คติอตฺโถ, พุทฺธิปิ เตสํ อตฺโถ. ตสฺมา คจฺฉามีติ อิมสฺส ชานามิ, พุชฺฌามีติ อยมตฺโถ วุตฺโต. ธมฺมญฺจ ภิกฺขุสงฺฆญฺจาติ เอตฺถ ปน อธิคตมคฺเค สจฺฉิกตนิโรเธ ยถานุสิฏฺฐํ ปฏิปชฺชมาเน จ อปาเยสุ อปตมาเน ธาเรตีติ ธมฺโม, โส อตฺถโต อริยมคฺโค เจว นิพฺพานญฺจ. วุตฺตเญฺหตํ – ‘‘ยาวตา, ภิกฺขเว, ธมฺมา สงฺขตา, อริโย อฏฺฐงฺคิโก มคฺโค เตสํ อคฺคมกฺขายตี’’ติ (อ. นิ. ๔.๓๔) วิตฺถาโร. น เกวลญฺจ อริยมคฺโค เจว นิพฺพานญฺจ, อปิจ โข อริยผเลหิ สทฺธึ ปริยตฺติธมฺโมปิ. วุตฺตเญฺหตํ ฉตฺตมาณวกวิมาเน –
‘‘ราควิราคมเนชมโสกํ, ธมฺมมสงฺขตมปฺปฏิกูลํ;
มธุรมิมํ ปคุณํ สุวิภตฺตํ, ธมฺมมิมํ สรณตฺถมุเปหี’’ติ. (วิ. ว. ๘๘๗);
เอตฺถ ราควิราโคติ มคฺโค กถิโต. อเนชมโสกนฺติ ผลํ. ธมฺมมสงฺขตนฺติ นิพฺพานํ. อปฺปฏิกูลํ มธุรมิมํ ปคุณํ สุวิภตฺตนฺติ ปิฏกตฺตเยน วิภตฺตา สพฺพธมฺมกฺขนฺธาติ. ทิฏฺฐิสีลสงฺฆาเตน สํหโตติ สงฺโฆ, โส อตฺถโต อฏฺฐ อริยปุคฺคลสมูโห. วุตฺตเญฺหตํ ตสฺมึเยว วิมาเน.
‘‘ยตฺถ จ ทินฺนมหปฺผลมาหุ, จตูสุ สุจีสุ ปุริสยุเคสุ;
อฏฺฐ จ ปุคฺคล ธมฺมทสา เต, สงฺฆมิมํ สรณตฺถมุเปหี’’ติ. (วิ. ว. ๘๘๘);
ภิกฺขูนํ สงฺโฆ ภิกฺขุสงฺโฆ. เอตฺตาวตา พฺราหฺมโณ ตีณิ สรณคมนานิ ปฏิเวเทสิ.
ปสนฺนาการวณฺณนา นิฏฺฐิตา.
สรณคมนกถาวณฺณนา
อิทานิ เตสุ สรณคมเนสุ โกสลฺลตฺถํ สรณํ, สรณคมนํ. โย จ สรณํ คจฺฉติ, สรณคมนปฺปเภโท, สรณคมนสฺส ผลํ, สํกิเลโส, เภโทติ อยํ วิธิ เวทิตพฺโพ. เสยฺยถิทํ – ปทตฺถโต ตาว หึสตีติ สรณํ, สรณคตานํ เตเนว สรณคมเนน ภยํ สนฺตาสํ ทุกฺขํ ทุคฺคติปริกิเลสํ หนติ วินาเสตีติ อตฺโถ, รตนตฺตยสฺเสเวตํ อธิวจนํ.
อถ วา หิเต ปวตฺตเนน อหิตา จ นิวตฺตเนน สตฺตานํ ภยํ หึสติ พุทฺโธ. ภวกนฺตารา อุตฺตารเณน อสฺสาสทาเนน จ ธมฺโม. อปฺปกานมฺปิ การานํ วิปุลผลปฏิลาภกรเณน สงฺโฆ. ตสฺมา อิมินาปิ ปริยาเยน รตนตฺตยํ สรณํ. ตปฺปสาทตคฺครุตาหิ วิหตกิเลโส ตปฺปรายณตาการปฺปวตฺโต จิตฺตุปฺปาโท สรณคมนํ. ตํสมงฺคิสตฺโต สรณํ คจฺฉติ, วุตฺตปฺปกาเรน จิตฺตุปฺปาเทน เอตานิ เม ตีณิ สรณานิ สรณํ, เอตานิ ปรายณนฺติ เอวํ อุเปตีติ อตฺโถ. เอวํ ตาว สรณํ สรณคมนํ โย จ สรณํ คจฺฉตีติ อิทํ ตยํ เวทิตพฺพํ.
สรณคมนปฺปเภเท ปน ทุวิธํ สรณคมนํ โลกุตฺตรํ โลกิยญฺจ. ตตฺถ โลกุตฺตรํ ทิฏฺฐสจฺจานํ มคฺคกฺขเณ สรณคมนุปกฺกิเลสสมุจฺเฉเทน อารมฺมณโต นิพฺพานารมฺมณํ หุตฺวา กิจฺจโต สกเลปิ รตนตฺตเย อิชฺฌติ. โลกิยํ ปุถุชฺชนานํ สรณคมนุปกฺกิเลสวิกฺขมฺภเนน อารมฺมณโต พุทฺธาทิคุณารมฺมณํ หุตฺวา อิชฺฌติ, ตํ อตฺถโต พุทฺธาทีสุ วตฺถูสุ สทฺธาปฏิลาโภ, สทฺธามูลิกา จ สมฺมาทิฏฺฐิ ทสสุ ปุญฺญกิริยวตฺถูสุ ทิฏฺฐิชุกมฺมนฺติ วุจฺจติ.
ตยิทํ จตุธา ปวตฺตติ อตฺตสนฺนิยฺยาตเนน ตปฺปรายณตาย สิสฺสภาวูปคมเนน ปณิปาเตนาติ. ตตฺถ อตฺตสนฺนิยฺยาตนํ นาม ‘‘อชฺช อาทึ กตฺวา อหํ อตฺตานํ พุทฺธสฺส นิยฺยาเตมิ, ธมฺมสฺส, สงฺฆสฺสา’’ติ เอวํ พุทฺธาทีนํ อตฺตปริจฺจชนํ. ตปฺปรายณตา นาม ‘‘อชฺช อาทึ กตฺวา อหํ พุทฺธปรายโณ, ธมฺมปรายโณ, สงฺฆปรายโณ อิติ มํ ธาเรถา’’ติ เอวํ ตปฺปรายณภาโว. สิสฺสภาวูปคมนํ นาม ‘‘อชฺช อาทึ กตฺวา อหํ พุทฺธสฺส อนฺเตวาสิโก, ธมฺมสฺส, สงฺฆสฺสาติ มํ ธาเรถา’’ติ เอวํ สิสฺสภาวูปคโม. ปณิปาโต นาม ‘‘อชฺช อาทึ กตฺวา อหํ อภิวาทนปจฺจุฏฺฐานอญฺชลิกมฺมสามีจิกมฺมํ พุทฺธาทีนํเยว ติณฺณํ วตฺถูนํ กโรมิ, อิติ มํ ธาเรถา’’ติ เอวํ พุทฺธาทีสุ ปรมนิปจฺจกาโร. อิเมสญฺหิ จตุนฺนํ อาการานํ อญฺญตรมฺปิ กโรนฺเตน คหิตํเยว โหติ สรณคมนํ.
อปิจ ภควโต อตฺตานํ ปริจฺจชามิ, ธมฺมสฺส, สงฺฆสฺส อตฺตานํ ปริจฺจชามิ. ชีวิตํ ปริจฺจชามิ, ปริจฺจตฺโตเยว เม อตฺตา, ปริจฺจตฺตํเยว เม ชีวิตํ, ชีวิตปริยนฺติกํ พุทฺธํ สรณํ คจฺฉามิ, พุทฺโธ เม สรณํ เลณํ ตาณนฺติ เอวมฺปิ อตฺตสนฺนิยฺยาตนํ เวทิตพฺพํ. ‘‘สตฺถารญฺจ วตาหํ ปสฺเสยฺยํ ภควนฺตเมว ปสฺเสยฺยํ, สุคตญฺจ วตาหํ ปสฺเสยฺยํ ภควนฺตเมว ปสฺเสยฺยํ, สมฺมาสมฺพุทฺธญฺจ วตาหํ ปสฺเสยฺยํ ภควนฺตเมว ปสฺเสยฺย’’นฺติ (สํ. นิ. ๒.๑๕๔) เอวมฺปิ มหากสฺสปสฺส สรณคมนํ วิย สิสฺสภาวูปคมนํ ทฏฺฐพฺพํ.
‘‘โส อหํ วิจริสฺสามิ, คามา คามํ ปุรา ปุรํ;
นมสฺสมาโน สมฺพุทฺธํ, ธมฺมสฺส จ สุธมฺมต’’นฺติ. (สุ. นิ. ๑๙๔; สํ. นิ. ๑.๒๔๖) –
เอวมฺปิ อาฬวกาทีนํ สรณคมนํ วิย ตปฺปรายณตา เวทิตพฺพา. ‘‘อถ โข พฺรหฺมายุ พฺราหฺมโณ อุฏฺฐายาสนา เอกํสํ อุตฺตราสงฺคํ กริตฺวา ภควโต ปาเทสุ สิรสา นิปติตฺวา ภควโต ปาทานิ มุเขน จ ปริจุมฺพติ, ปาณีหิ จ ปริสมฺพาหติ, นามญฺจ สาเวติ พฺรหฺมายุ อหํ, โภ โคตม, พฺราหฺมโณ, พฺรหฺมายุ อหํ, โภ โคตม, พฺราหฺมโณ’’ติ (ม. นิ. ๒.๓๙๔) เอวมฺปิ ปณิปาโต ทฏฺฐพฺโพ.
โส ปเนส ญาติภยาจริยทกฺขิเณยฺยวเสน จตุพฺพิโธ โหติ. ตตฺถ ทกฺขิเณยฺยปณิปาเตน สรณคมนํ โหติ, น อิตเรหิ. เสฏฺฐวเสเนว หิ สรณํ คยฺหติ, เสฏฺฐวเสน ภิชฺชติ, ตสฺมา โย สากิโย วา โกลิโย วา ‘‘พุทฺโธ อมฺหากํ ญาตโก’’ติ วนฺทติ, อคฺคหิตเมว โหติ สรณํ. โย วา ‘‘สมโณ โคตโม ราชปูชิโต มหานุภาโว, อวนฺทิยมาโน อนตฺถมฺปิ กเรยฺยา’’ติ ภเยน วนฺทติ, อคฺคหิตเมว โหติ สรณํ. โย วา โพธิสตฺตกาเล ภควโต สนฺติเก กิญฺจิ อุคฺคหิตํ สรมาโน พุทฺธกาเล วา –
‘‘เอเกน โภเค ภุญฺเชยฺย, ทฺวีหิ กมฺมํ ปโยชเย;
จตุตฺถญฺจ นิธาเปยฺย, อาปทาสุ ภวิสฺสตี’’ติ. (ที. นิ. ๓.๒๖๕) –
เอวรูปํ อนุสาสนึ อุคฺคเหตฺวา ‘‘อาจริโย เม’’ติ วนฺทติ, อคฺคหิตเมว โหติ สรณํ. โย ปน ‘‘อยํ โลเก อคฺคทกฺขิเณยฺโย’’ติ วนฺทติ, เตเนว คหิตํ โหติ สรณํ.
เอวํ คหิตสรณสฺส จ อุปาสกสฺส วา อุปาสิกาย วา อญฺญติตฺถิเยสุ ปพฺพชิตมฺปิ ญาตึ ‘‘ญาตโก เม อย’’นฺติ วนฺทโต สรณคมนํ น ภิชฺชติ, ปเคว อปพฺพชิตํ. ตถา ราชานํ ภยวเสน วนฺทโต, โส หิ รฏฺฐปูชิตตฺตา อวนฺทิยมาโน อนตฺถมฺปิ กเรยฺยาติ. ตถา ยํกิญฺจิ สิปฺปํ สิกฺขาปกํ ติตฺถิยํ ‘‘อาจริโย เม อย’’นฺติ วนฺทโตปิ น ภิชฺชตีติ เอวํ สรณคมนปฺปเภโท เวทิตพฺโพ.
เอตฺถ จ โลกุตฺตรสฺส สรณคมนสฺส จตฺตาริ สามญฺญผลานิ วิปากผลํ, สพฺพทุกฺขกฺขโย อานิสํสผลํ. วุตฺตเญฺหตํ –
‘‘โย จ พุทฺธญฺจ ธมฺมญฺจ, สงฺฆญฺจ สรณํ คโต;
จตฺตาริ อริยสจฺจานิ, สมฺมปฺปญฺญาย ปสฺสติ.
ทุกฺขํ ทุกฺขสมุปฺปาทํ, ทุกฺขสฺส จ อติกฺกมํ;
อริยญฺจฏฺฐงฺคิกํ มคฺคํ, ทุกฺขูปสมคามินํ.
เอตํ โข สรณํ เขมํ, เอตํ สรณมุตฺตมํ;
เอตํ สรณมาคมฺม, สพฺพทุกฺขา ปมุจฺจตี’’ติ. (ธ. ป. ๑๙๐-๑๙๒);
อปิจ นิจฺจโต อนุปคมนาทิวเสน เปตสฺส อานิสํสผลํ เวทิตพฺพํ. วุตฺตเญฺหตํ, ‘‘อฏฺฐานเมตํ, ภิกฺขเว, อนวกาโส, ยํ ทิฏฺฐิสมฺปนฺโน ปุคฺคโล กญฺจิ สงฺขารํ นิจฺจโต อุปคจฺเฉยฺย, สุขโต อุปคจฺเฉยฺย, กญฺจิ ธมฺมํ อตฺตโต อุปคจฺเฉยฺย, มาตรํ ชีวิตา โวโรเปยฺย, ปิตรํ อรหนฺตํ ชีวิตา โวโรเปยฺย, ทุฏฺฐจิตฺโต ตถาคตสฺส โลหิตํ อุปฺปาเทยฺย, สงฺฆํ ภินฺเทยฺย, อญฺญํ สตฺถารํ อุทฺทิเสยฺย, เนตํ ฐานํ วิชฺชตี’’ติ (ม. นิ. ๓.๑๒๘; อ. นิ. ๑.๒๖๘-๒๗๖).
โลกิยสฺส ปน สรณคมนสฺส ภวสมฺปทาปิ โภคสมฺปทาปิ ผลเมว. วุตฺตเญฺหตํ –
‘‘เยเกจิ พุทฺธํ สรณํ คตาเส,
น เต คมิสฺสนฺติ อปายภูมึ;
ปหาย มานุสํ เทหํ,
เทวกายํ ปริปูเรสฺสนฺตี’’ติ. (สํ. นิ. ๑.๓๗);
อปรมฺปิ วุตฺตํ ‘‘อถ โข สกฺโก เทวานมินฺโท อสีติยา เทวตาสหสฺเสหิ สทฺธึ เยนายสฺมา มหาโมคฺคลฺลาโน, เตนุปสงฺกมิ…เป… เอกมนฺตํ ฐิตํ โข สกฺกํ เทวานมินฺทํ อายสฺมา มหาโมคฺคลฺลาโน เอตทโวจ ‘สาธุ โข เทวานมินฺท พุทฺธํ สรณคมนํ โหติ, พุทฺธํ สรณคมนเหตุ โข เทวานมินฺท เอวมิเธกจฺเจ สตฺตา กายสฺส เภทา ปรํ มรณา สุคตึ สคฺคํ โลกํ อุปปชฺชนฺตี’ติ. เต อญฺเญ เทเว ทสหิ ฐาเนหิ อธิคณฺหนฺติ ทิพฺเพน อายุนา ทิพฺเพน วณฺเณน สุเขน ยเสน อาธิปเตยฺเยน ทิพฺเพหิ รูเปหิ สทฺเทหิ คนฺเธหิ รเสหิ โผฏฺฐพฺเพหี’’ติ (สํ. นิ. ๔.๓๔๑). เอส นโย ธมฺเม สงฺเฆ จ. อปิจ เวลามสุตฺตาทิวเสนาปิ (อ. นิ. ๙.๒๐) สรณคมนสฺส ผลวิเสโส เวทิตพฺโพ. เอวํ สรณคมนผลํ เวทิตพฺพํ.
ตตฺถ โลกิยสรณคมนํ ตีสุ วตฺถูสุ อญฺญาณสํสยมิจฺฉาญาณาทีหิ สํกิลิสฺสติ, น มหาชุติกํ โหติ, น มหาวิปฺผารํ. โลกุตฺตรสฺส นตฺถิ สํกิเลโส. โลกิยสฺส จ สรณคมนสฺส ทุวิโธ เภโท สาวชฺโช อนวชฺโช จ. ตตฺถ สาวชฺโช อญฺญสตฺถาราทีสุ อตฺตสนฺนิยฺยาตนาทีหิ โหติ, โส อนิฏฺฐผโล. อนวชฺโช กาลํ กิริยาย, โส อวิปากตฺตา อผโล. โลกุตฺตรสฺส ปน เนวตฺถิ เภโท. ภวนฺตเรปิ หิ อริยสาวโก อญฺญสตฺถารํ น อุทฺทิสตีติ เอวํ สรณคมนสฺส สํกิเลโส จ เภโท จ เวทิตพฺโพติ. อุปาสกํ มํ ภวํ โคตโม ธาเรตูติ มํ ภวํ โคตโม ‘‘อุปาสโก อย’’นฺติ เอวํ ธาเรตุ, ชานาตูติ อตฺโถ.
สรณคมนกถาวณฺณนา นิฏฺฐิตา.
อุปาสกวิธิกถาวณฺณนา
อุปาสกวิธิโกสลฺลตฺถํ ปเนตฺถ โก อุปาสโก, กสฺมา อุปาสโกติ วุจฺจติ, กิมสฺส สีลํ, โก อาชีโว, กา วิปตฺติ, กา สมฺปตฺตีติ อิทํ ปกิณฺณกํ เวทิตพฺพํ.
ตตฺถ โก อุปาสโกติ โย โกจิ ติสรณคโต คหฏฺโฐ. วุตฺตเญฺหตํ – ‘‘ยโต โข มหานาม อุปาสโก พุทฺธํ สรณํ คโต โหติ, ธมฺมํ สรณํ คโต โหติ, สงฺฆํ สรณํ คโต โหติ. เอตฺตาวตา โข มหานาม อุปาสโก โหตี’’ติ (สํ. นิ. ๕.๑๐๓๓).
กสฺมา อุปาสโกติ รตนตฺตยสฺส อุปาสนโต. โส หิ พุทฺธํ อุปาสตีติ อุปาสโก. ธมฺมํ, สงฺฆํ อุปาสตีติ อุปาสโก.
กิมสฺส สีลนฺติ ปญฺจ เวรมณิโย. ยถาห ‘‘ยโต โข มหานาม อุปาสโก ปาณาติปาตา ปฏิวิรโต โหติ อทินฺนาทานา, กาเมสุ มิจฺฉาจารา, มุสาวาทา, สุราเมรยมชฺชปมาทฏฺฐานา ปฏิวิรโต โหติ. เอตฺตาวตา โข มหานาม อุปาสโก สีลวา โหตี’’ติ (สํ. นิ. ๕.๑๐๓๓).
โก อาชีโวติ ปญฺจ มิจฺฉาวณิชฺชา ปหาย ธมฺเมน สเมน ชีวิตกปฺปนํ. วุตฺตเญฺหตํ ‘‘ปญฺจิมา, ภิกฺขเว, วณิชฺชา อุปาสเกน อกรณียา. กตมา ปญฺจ? สตฺถวณิชฺชา, สตฺตวณิชฺชา, มํสวณิชฺชา, มชฺชวณิชฺชา, วิสวณิชฺชา. อิมา โข, ภิกฺขเว, ปญฺจ วณิชฺชา อุปาสเกน อกรณียา’’ติ (อ. นิ. ๕.๑๗๗).
กา วิปตฺตีติ ยา ตสฺเสว สีลสฺส จ อาชีวสฺส จ วิปตฺติ, อยมสฺส วิปตฺติ. อปิจ ยาย เอส จณฺฑาโล เจว โหติ มลญฺจ ปติกุฏฺโฐ จ. สาปิสฺส วิปตฺตีติ เวทิตพฺพา. เต จ อตฺถโต อสฺสทฺธิยาทโย ปญฺจ ธมฺมา โหนฺติ. ยถาห ‘‘ปญฺจหิ, ภิกฺขเว, ธมฺเมหิ สมนฺนาคโต อุปาสโก อุปาสกจณฺฑาโล จ โหติ อุปาสกมลญฺจ อุปาสกปติกุฏฺโฐ จ. กตเมหิ ปญฺจหิ? อสฺสทฺโธ โหติ, ทุสฺสีโล โหติ, โกตูหลมงฺคลิโก โหติ, มงฺคลํ ปจฺเจติ โน กมฺมํ, อิโต จ พหิทฺธา ทกฺขิเณยฺยํ ปริเยสติ ตตฺถ จ ปุพฺพการํ กโรตี’’ติ (อ. นิ. ๕.๑๗๕).
กา สมฺปตฺตีติ ยา จสฺส สีลสมฺปทา จ อาชีวสมฺปทา จ, สา สมฺปตฺติ. เย จสฺส รตนภาวาทิกรา สทฺธาทโย ปญฺจ ธมฺมา. ยถาห ‘‘ปญฺจหิ, ภิกฺขเว, ธมฺเมหิ สมนฺนาคโต อุปาสโก อุปาสกรตนญฺจ โหติ อุปาสกปทุมญฺจ อุปาสกปุณฺฑรีกญฺจ. กตเมหิ ปญฺจหิ? สทฺโธ โหติ, สีลวา โหติ, น โกตูหลมงฺคลิโก โหติ, กมฺมํ ปจฺเจติ โน มงฺคลํ, น อิโต พหิทฺธา ทกฺขิเณยฺยํ คเวสติ, อิธ จ ปุพฺพการํ กโรตี’’ติ (อ. นิ. ๕.๑๗๕).
อชฺชตคฺเคติ เอตฺถ อยํ อคฺคสทฺโท อาทิโกฏิโกฏฺฐาสเสฏฺเฐสุ ทิสฺสติ. ‘‘อชฺชตคฺเค, สมฺม โทวาริก, อาวรามิ ทฺวารํ นิคณฺฐานํ นิคณฺฐีน’’นฺติอาทีสุ (ม. นิ. ๒.๗๐) หิ อาทิมฺหิ ทิสฺสติ. ‘‘เตเนว องฺคุลคฺเคน ตํ องฺคุลคฺคํ ปรามเสยฺย, (กถา. ๔๔๑) อุจฺฉคฺคํ เวฬคฺค’’นฺติอาทีสุ โกฏิยํ. ‘‘อมฺพิลคฺคํ วา มธุรคฺคํ วา ติตฺตกคฺคํ วา (สํ. นิ. ๕.๓๗๔), อนุชานามิ, ภิกฺขเว, วิหารคฺเคน วา ปริเวณคฺเคน วา ภาเชตุ’’นฺติอาทีสุ (จูฬว. ๓๑๘) โกฏฺฐาเส. ‘‘ยาวตา, ภิกฺขเว, สตฺตา อปทา วา…เป… ตถาคโต เตสํ อคฺคมกฺขายตี’’ติอาทีสุ (อ. นิ. ๔.๓๔) เสฏฺเฐ. อิธ ปนายํ อาทิมฺหิ ทฏฺฐพฺโพ. ตสฺมา อชฺชตคฺเคติ อชฺชตํ อาทึ กตฺวา, เอวเมตฺถ อตฺโถ เวทิตพฺโพ. อชฺชตนฺติ อชฺชภาวํ. อชฺชทคฺเคติ วา ปาโฐ, ท-กาโร ปทสนฺธิกโร, อชฺช อคฺคํ กตฺวาติ อตฺโถ.
ปาณุเปตนฺติ ปาเณหิ อุเปตํ, ยาว เม ชีวิตํ ปวตฺตติ, ตาว อุเปตํ. อนญฺญสตฺถุกํ ตีหิ สรณคมเนหิ สรณํ คตํ อุปาสกํ กปฺปิยการกํ มํ ภวํ โคตโม ธาเรตุ ชานาตุ. อหญฺหิ สเจปิ เม ติขิเณน อสินา สีสํ ฉินฺเทยฺย, เนว พุทฺธํ ‘‘น พุทฺโธ’’ติ วา ธมฺมํ ‘‘น ธมฺโม’’ติ วา, สงฺฆํ ‘‘น สงฺโฆ’’ติ วา วเทยฺยนฺติ. เอวํ อตฺตสนฺนิยฺยาตเนน สรณํ คนฺตฺวา จตูหิ จ ปจฺจเยหิ ปวาเรตฺวา อุฏฺฐายาสนา ภควนฺตํ อภิวาเทตฺวา ติกฺขตฺตุํ ปทกฺขิณํ กตฺวา ปกฺกามีติ.
อุปาสกวิธิกถาวณฺณนา นิฏฺฐิตา.
ปปญฺจสูทนิยา มชฺฌิมนิกายฏฺฐกถาย