๑. มูลปริยายวคฺโค
๑. มูลปริยายสุตฺตวณฺณนา
๑. ยํ ปเนตํ ‘‘เอวํ เม สุต’’นฺติอาทิกํ นิทานํ. ตตฺถ เอวนฺติ นิปาตปทํ. เมติอาทีนิ นามปทานิ. อุกฺกฏฺฐายํ วิหรตีติ เอตฺถ วีติ อุปสคฺคปทํ, หรตีติ อาขฺยาตปทนฺติ อิมินา ตาว นเยน ปทวิภาโค เวทิตพฺโพ.
อตฺถโต ปน เอวํ-สทฺโท ตาว อุปมูปเทสสมฺปหํสนครหณวจนสมฺปฏิคฺคหาการนิทสฺสนาวธารณาทิอเนกตฺถปฺปเภโท. ตถาเหส – ‘‘เอวํ ชาเตน มจฺเจน กตฺตพฺพํ กุสลํ พหุ’’นฺติ เอวมาทีสุ (ธ. ป. ๕๓) อุปมายํ อาคโต. ‘‘เอวํ เต อภิกฺกมิตพฺพํ, เอวํ เต ปฏิกฺกมิตพฺพ’’นฺติอาทีสุ (อ. นิ. ๔.๑๒๒) อุปเทเส. ‘‘เอวเมตํ ภควา, เอวเมตํ สุคตา’’ติอาทีสุ (อ. นิ. ๓.๖๖) สมฺปหํสเน. ‘‘เอวเมวํ ปนายํ วสลี ยสฺมึ วา ตสฺมึ วา ตสฺส มุณฺฑกสฺส สมณกสฺส วณฺณํ ภาสตี’’ติอาทีสุ (สํ. นิ. ๑.๑๘๗) ครหเณ. ‘‘เอวํ ภนฺเตติ โข เต ภิกฺขู ภควโต ปจฺจสฺโสสุ’’นฺติอาทีสุ (ม. นิ. ๑.๑) วจนสมฺปฏิคฺคเห. ‘‘เอวํ พฺยาโข อหํ, ภนฺเต, ภควตา ธมฺมํ เทสิตํ อาชานามี’’ติอาทีสุ (ม. นิ. ๑.๓๙๘) อากาเร. ‘‘เอหิ ตฺวํ, มาณวก, เยน สมโณ อานนฺโท เตนุปสงฺกม, อุปสงฺกมิตฺวา มม วจเนน สมณํ, อานนฺทํ, อปฺปาพาธํ อปฺปาตงฺกํ ลหุฏฺฐานํ พลํ ผาสุวิหารํ ปุจฺฉ – ‘สุโภ มาณโว โตเทยฺยปุตฺโต, ภวนฺตํ อานนฺทํ, อปฺปาพาธํ อปฺปาตงฺกํ ลหุฏฺฐานํ พลํ ผาสุวิหารํ ปุจฺฉตี’ติ, เอวญฺจ วเทหิ สาธุ กิร ภวํ อานนฺโท เยน สุภสฺส มาณวสฺส โตเทยฺยปุตฺตสฺส นิเวสนํ, เตนุปสงฺกมตุ อนุกมฺปํ อุปาทายา’’ติอาทีสุ (ที. นิ. ๑.๔๔๕) นิทสฺสเน. ‘‘ตํ กึ มญฺญถ, กาลามา, อิเม ธมฺมา กุสลา วา อกุสลา วาติ? อกุสลา, ภนฺเต. สาวชฺชา วา อนวชฺชา วาติ? สาวชฺชา, ภนฺเต. วิญฺญุครหิตา วา วิญฺญุปฺปสตฺถา วาติ? วิญฺญุครหิตา, ภนฺเต. สมตฺตา สมาทินฺนา อหิตาย ทุกฺขาย สํวตฺตนฺติ โน วา, กถํ โว เอตฺถ โหตีติ? สมตฺตา, ภนฺเต, สมาทินฺนา อหิตาย ทุกฺขาย สํวตฺตนฺติ, เอวํ โน เอตฺถ โหตี’’ติอาทีสุ (อ. นิ. ๓.๖๖) อวธารเณ. สฺวายมิธ อาการนิทสฺสนาวธารเณสุ ทฏฺฐพฺโพ.
ตตฺถ อาการฏฺเฐน เอวํสทฺเทน เอตมตฺถํ ทีเปติ – นานานยนิปุณํ อเนกชฺฌาสยสมุฏฺฐานํ อตฺถพฺยญฺชนสมฺปนฺนํ วิวิธปาฏิหาริยํ ธมฺมตฺถเทสนาปฏิเวธคมฺภีรํ สพฺพสตฺตานํ สกสกภาสานุรูปโต โสตปถมาคจฺฉนฺตํ ตสฺส ภควโต วจนํ สพฺพปฺปกาเรน โก สมตฺโถ วิญฺญาตุํ, สพฺพถาเมน ปน โสตุกามตํ ชเนตฺวาปิ เอวํ เม สุตํ, มยาปิ เอเกนากาเรน สุตนฺติ.
นิทสฺสนฏฺเฐน ‘‘นาหํ สยมฺภู, น มยา อิทํ สจฺฉิกต’’นฺติ อตฺตานํ ปริโมเจนฺโต เอวํ เม สุตํ, มยาปิ เอวํ สุตนฺติ อิทานิ วตฺตพฺพํ สกลํ สุตฺตํ นิทสฺเสติ.
อวธารณฏฺเฐน ‘‘เอตทคฺคํ, ภิกฺขเว, มม สาวกานํ ภิกฺขูนํ พหุสฺสุตานํ ยทิทํ อานนฺโท, คติมนฺตานํ, สติมนฺตานํ, ธิติมนฺตานํ, อุปฏฺฐากานํ ยทิทํ อานนฺโท’’ติ (อ. นิ. ๑.๒๑๙-๒๒๓) เอวํ ภควตา, ‘‘อายสฺมา อานนฺโท อตฺถกุสโล ธมฺมกุสโล พฺยญฺชนกุสโล นิรุตฺติกุสโล ปุพฺพาปรกุสโล’’ติ (อ. นิ. ๕.๑๖๙) เอวํ ธมฺมเสนาปตินา จ ปสตฺถภาวานุรูปํ อตฺตโน ธารณพลํ ทสฺเสนฺโต สตฺตานํ โสตุกมฺยตํ ชเนติ ‘‘เอวํ เม สุตํ, ตญฺจ โข อตฺถโต วา พฺยญฺชนโต วา อนูนมนธิกํ, เอวเมว น อญฺญถา ทฏฺฐพฺพ’’นฺติ.
เม-สทฺโท ตีสุ อตฺเถสุ ทิสฺสติ. ตถา หิสฺส ‘‘คาถาภิคีตํ เม อโภชเนยฺย’’นฺติอาทีสุ (สุ. นิ. ๘๑) มยาติ อตฺโถ. ‘‘สาธุ เม, ภนฺเต ภควา, สํขิตฺเตน ธมฺมํ เทเสตู’’ติอาทีสุ (สํ. นิ. ๔.๘๘) มยฺหนฺติ อตฺโถ. ‘‘ธมฺมทายาทา เม, ภิกฺขเว, ภวถา’’ติอาทีสุ (ม. นิ. ๑.๒๙) มมาติ อตฺโถ. อิธ ปน ‘‘มยา สุต’’นฺติ จ ‘‘มม สุต’’นฺติ จ อตฺถทฺวเย ยุชฺชติ.
สุตนฺติ อยํ สุต-สทฺโท สอุปสคฺโค จ อนุปสคฺโค จ คมน-วิสฺสุต-กิลินฺน-อุปจิตานุโยค-โสตวิญฺเญยฺย-โสตทฺวารานุสารวิญฺญาตาทิอเนกตฺถปฺปเภโท. ตถา หิสฺส ‘‘เสนาย ปสุโต’’ติอาทีสุ คจฺฉนฺโตติ อตฺโถ. ‘‘สุตธมฺมสฺส ปสฺสโต’’ติอาทีสุ (อุทา. ๑๑) วิสฺสุตธมฺมสฺสาติ อตฺโถ, ‘‘อวสฺสุตา อวสฺสุตสฺสาติ’’อาทีสุ (ปาจิ. ๖๕๗) กิลินฺนา กิลินฺนสฺสาติ อตฺโถ. ‘‘ตุเมฺหหิ ปุญฺญํ ปสุตํ อนปฺปก’’นฺติอาทีสุ (ขุ. ปา. ๗.๑๒) อุปจิตนฺติ อตฺโถ. ‘‘เย ฌานปสุตา ธีรา’’ติอาทีสุ (ธ. ป. ๑๘๑) ฌานานุยุตฺตาติ อตฺโถ. ‘‘ทิฏฺฐํ สุตํ มุต’’นฺติอาทีสุ (ม. นิ. ๑.๒๔๑) โสตวิญฺเญยฺยนฺติ อตฺโถ. ‘‘สุตธโร สุตสนฺนิจโย’’ติอาทีสุ (ม. นิ. ๑.๓๓๙) โสตทฺวารานุสารวิญฺญาตธโรติ อตฺโถ. อิธ ปนสฺส โสตทฺวารานุสาเรน ‘‘อุปธาริต’’นฺติ วา ‘‘อุปธารณ’’นฺติ วาติ อตฺโถ. เม-สทฺทสฺส หิ มยาติ อตฺเถ สติ ‘‘เอวํ มยา สุตํ โสตทฺวารานุสาเรน อุปธาริต’’นฺติ ยุชฺชติ. มมาติ อตฺเถ สติ ‘‘เอวํ มม สุตํ โสตทฺวารานุสาเรน อุปธารณ’’นฺติ ยุชฺชติ.
เอวเมเตสุ ตีสุ ปเทสุ เอวนฺติ โสตวิญฺญาณาทิวิญฺญาณกิจฺจนิทสฺสนํ. เมติ วุตฺตวิญฺญาณสมงฺคิปุคฺคลนิทสฺสนํ. สุตนฺติ อสฺสวนภาวปฺปฏิกฺเขปโต อนูนานธิกาวิปรีตคฺคหณนิทสฺสนํ. ตถา เอวนฺติ ตสฺสา โสตทฺวารานุสาเรน ปวตฺตาย วิญฺญาณวีถิยา นานปฺปกาเรน อารมฺมเณ ปวตฺติภาวปฺปกาสนํ. เมติ อตฺตปฺปกาสนํ. สุตนฺติ ธมฺมปฺปกาสนํ. อยเญฺหตฺถ สงฺเขโป ‘‘นานปฺปกาเรน อารมฺมเณ ปวตฺตาย วิญฺญาณวีถิยา มยา น อญฺญํ กตํ, อิทํ ปน กตํ, อยํ ธมฺโม สุโต’’ติ.
ตถา เอวนฺติ นิทฺทิสิตพฺพปฺปกาสนํ. เมติ ปุคฺคลปฺปกาสนํ. สุตนฺติ ปุคฺคลกิจฺจปฺปกาสนํ. อิทํ วุตฺตํ โหติ – ยํ สุตฺตํ นิทฺทิสิสฺสามิ, ตํ มยา เอวํ สุตนฺติ.
ตถา เอวนฺติ ยสฺส จิตฺตสนฺตานสฺส นานาการปฺปวตฺติยา นานตฺถพฺยญฺชนคฺคหณํ โหติ, ตสฺส นานาการนิทฺเทโส. เอวนฺติ หิ อยํ อาการปญฺญตฺติ, เมติ กตฺตุนิทฺเทโส, สุตนฺติ วิสยนิทฺเทโส. เอตฺตาวตา นานาการปฺปวตฺเตน จิตฺตสนฺตาเนน ตํสมงฺคิโน กตฺตุวิสเย คหณสนฺนิฏฺฐานํ กตํ โหติ.
อถ วา เอวนฺติ ปุคฺคลกิจฺจนิทฺเทโส. สุตนฺติ วิญฺญาณกิจฺจนิทฺเทโส. เมติ อุภยกิจฺจยุตฺตปุคฺคลนิทฺเทโส. อยํ ปเนตฺถ สงฺเขโป – มยา สวนกิจฺจวิญฺญาณสมงฺคินา ปุคฺคเลน วิญฺญาณวเสน ลทฺธสวนกิจฺจโวหาเรน สุตนฺติ.
ตตฺถ เอวนฺติ จ เมติ จ สจฺจิกฏฺฐปรมตฺถวเสน อวิชฺชมานปญฺญตฺติ. กิเญฺหตฺถ ตํ ปรมตฺถโต อตฺถิ, ยํ เอวนฺติ วา เมติ วา นิทฺเทสํ ลเภถ? สุตนฺติ วิชฺชมานปญฺญตฺติ. ยญฺหิ ตเมตฺถ โสเตน อุปลทฺธํ, ตํ ปรมตฺถโต วิชฺชมานนฺติ.
ตถา เอวนฺติ จ เมติ จ ตํ ตํ อุปาทาย วตฺตพฺพโต อุปาทาปญฺญตฺติ. สุตนฺติ ทิฏฺฐาทีนิ อุปนิธาย วตฺตพฺพโต อุปนิธาปญฺญตฺติ. เอตฺถ จ เอวนฺติ วจเนน อสมฺโมหํ ทีเปติ. น หิ สมฺมูโฬฺห นานปฺปการปฏิเวธสมตฺโถ โหติ. สุตนฺติ วจเนน สุตสฺส อสมฺโมสํ ทีเปติ. ยสฺส หิ สุตํ สมฺมุฏฺฐํ โหติ, น โส กาลนฺตเรน มยา สุตนฺติ ปฏิชานาติ. อิจฺจสฺส อสมฺโมเหน ปญฺญาสิทฺธิ, อสมฺโมเสน ปน สติสิทฺธิ. ตตฺถ ปญฺญา ปุพฺพงฺคมาย สติยา พฺยญฺชนาวธารณสมตฺถตา, สติปุพฺพงฺคมาย ปญฺญาย อตฺถปฏิเวธสมตฺถตา, ตทุภยสมตฺถตาโยเคน อตฺถพฺยญฺชนสมฺปนฺนสฺส ธมฺมโกสสฺส อนุปาลนสมตฺถโต ธมฺมภณฺฑาคาริกตฺตสิทฺธิ.
อปโร นโย – เอวนฺติ วจเนน โยนิโส มนสิการํ ทีเปติ, อโยนิโส มนสิกโรโต หิ นานปฺปการปฏิเวธาภาวโต. สุตนฺติ วจเนน อวิกฺเขปํ ทีเปติ, วิกฺขิตฺตจิตฺตสฺส สวนาภาวโต. ตถา หิ วิกฺขิตฺตจิตฺโต ปุคฺคโล สพฺพสมฺปตฺติยา วุจฺจมาโนปิ ‘‘น มยา สุตํ, ปุน ภณถา’’ติ ภณติ. โยนิโส มนสิกาเรน เจตฺถ อตฺตสมฺมาปณิธึ ปุพฺเพ จ กตปุญฺญตํ สาเธติ, สมฺมา อปณิหิตตฺตสฺส ปุพฺเพ อกตปุญฺญสฺส วา ตทภาวโต. อวิกฺเขเปน ปน สทฺธมฺมสฺสวนํ สปฺปุริสูปนิสฺสยญฺจ สาเธติ. น หิ วิกฺขิตฺตจิตฺโต โสตุํ สกฺโกติ, น จ สปฺปุริเส อนุปสฺสยมานสฺส สวนํ อตฺถีติ.
อปโร นโย – ยสฺมา เอวนฺติ ยสฺส จิตฺตสนฺตานสฺส นานาการปฺปวตฺติยา นานตฺถพฺยญฺชนคฺคหณํ โหติ, ตสฺส นานาการนิทฺเทโสติ วุตฺตํ. โส จ เอวํ ภทฺทโก อากาโร น สมฺมา อปฺปณิหิตตฺตโน ปุพฺเพ อกตปุญฺญสฺส วา โหติ, ตสฺมา เอวนฺติ อิมินา ภทฺทเกน อากาเรน ปจฺฉิมจกฺกทฺวยสมฺปตฺตึ อตฺตโน ทีเปติ, สุตนฺติ สวนโยเคน ปุริมจกฺกทฺวยสมฺปตฺตึ. น หิ อปฺปติรูปเทเส วสโต สปฺปุริสูปนิสฺสยวิรหิตสฺส วา สวนํ อตฺถิ. อิจฺจสฺส ปจฺฉิมจกฺกทฺวยสิทฺธิยา อาสยสุทฺธิ สิทฺธา โหติ. ปุริมจกฺกทฺวยสิทฺธิยา ปโยคสุทฺธิ. ตาย จ อาสยสุทฺธิยา อธิคมพฺยตฺติสิทฺธิ, ปโยคสุทฺธิยา อาคมพฺยตฺติสิทฺธิ. อิติ ปโยคาสยสุทฺธสฺส อาคมาธิคมสมฺปนฺนสฺส วจนํ อรุณุคฺคํ วิย สูริยสฺส อุทยโต โยนิโสมนสิกาโร วิย จ กุสลกมฺมสฺส อรหติ ภควโต วจนสฺส ปุพฺพงฺคมํ ภวิตุนฺติ ฐาเน นิทานํ ฐเปนฺโต เอวํ เม สุตนฺติอาทิมาห.
อปโร นโย – เอวนฺติ อิมินา นานปฺปการปฏิเวธทีปเกน วจเนน อตฺตโน อตฺถปฏิภานปฏิสมฺภิทาสมฺปตฺติสพฺภาวํ ทีเปติ. สุตนฺติ อิมินา โสตพฺพเภทปฏิเวธทีปเกน ธมฺมนิรุตฺติปฏิสมฺภิทาสมฺปตฺติสพฺภาวํ. เอวนฺติ จ อิทํ โยนิโสมนสิการทีปกํ วจนํ ภาสมาโน – ‘‘เอเต มยา ธมฺมา มนสานุเปกฺขิตา ทิฏฺฐิยา สุปฺปฏิวิทฺธา’’ติ ทีเปติ. สุตนฺติ อิทํ สวนโยคทีปกํ วจนํ ภาสมาโน – ‘‘พหู มยา ธมฺมา สุตา ธาตา วจสา ปริจิตา’’ติ ทีเปติ. ตทุภเยนปิ อตฺถพฺยญฺชนปาริปูรึ ทีเปนฺโต สวเน อาทรํ ชเนติ. อตฺถพฺยญฺชนปริปุณฺณญฺหิ ธมฺมํ อาทเรน อสฺสุณนฺโต มหตา หิตา ปริพาหิโร โหตีติ อาทรํ ชเนตฺวา สกฺกจฺจํ ธมฺโม โสตพฺโพติ.
‘‘เอวํ เม สุต’’นฺติ อิมินา ปน สกเลน วจเนน อายสฺมา อานนฺโท ตถาคตปฺปเวทิตํ ธมฺมํ อตฺตโน อทหนฺโต อสปฺปุริสภูมึ อติกฺกมติ, สาวกตฺตํ ปฏิชานนฺโต สปฺปุริสภูมึ โอกฺกมติ. ตถา อสทฺธมฺมา จิตฺตํ วุฏฺฐาเปติ, สทฺธมฺเม จิตฺตํ ปติฏฺฐาเปติ. ‘‘เกวลํ สุตเมเวตํ มยา ตสฺเสว ปน ภควโต วจน’’นฺติ ทีเปนฺโต อตฺตานํ ปริโมเจติ, สตฺถารํ อปทิสติ, ชินวจนํ อปฺเปติ, ธมฺมเนตฺตึ ปติฏฺฐาเปติ.
อปิจ ‘‘เอวํ เม สุต’’นฺติ อตฺตนา อุปฺปาทิตภาวํ อปฺปฏิชานนฺโต ปุริมวจนํ วิวรนฺโต ‘‘สมฺมุขา ปฏิคฺคหิตมิทํ มยา ตสฺส ภควโต จตุเวสารชฺชวิสารทสฺส ทสพลธรสฺส อาสภฏฺฐานฏฺฐายิโน สีหนาทนาทิโน สพฺพสตฺตุตฺตมสฺส ธมฺมิสฺสรสฺส ธมฺมราชสฺส ธมฺมาธิปติโน ธมฺมทีปสฺส ธมฺมสรณสฺส สทฺธมฺมวรจกฺกวตฺติโน สมฺมาสมฺพุทฺธสฺส วจนํ, น เอตฺถ อตฺเถ วา ธมฺเม วา ปเท วา พฺยญฺชเน วา กงฺขา วา วิมติ วา กตฺตพฺพา’’ติ สพฺพเทวมนุสฺสานํ อิมสฺมึ ธมฺเม อสฺสทฺธิยํ วินาเสติ, สทฺธาสมฺปทํ อุปฺปาเทตีติ. เตเนตํ วุจฺจติ –
‘‘วินาสยติ อสฺสทฺธํ, สทฺธํ วฑฺเฒติ สาสเน;
เอวํ เม สุตมิจฺเจวํ, วทํ โคตมสาวโก’’ติ.
เอกนฺติ คณนปริจฺเฉทนิทฺเทโส. สมยนฺติ ปริจฺฉินฺนนิทฺเทโส. เอกํ สมยนฺติ อนิยมิตปริทีปนํ. ตตฺถ สมยสทฺโท –
สมวาเย ขเณ กาเล, สมูเห เหตุทิฏฺฐิสุ;
ปฏิลาเภ ปหาเน จ, ปฏิเวเธ จ ทิสฺสติ.
ตถา หิสฺส ‘‘อปฺเปว นาม เสฺวปิ อุปสงฺกเมยฺยาม กาลญฺจ สมยญฺจ อุปาทายา’’ติ เอวมาทีสุ (ที. นิ. ๑.๔๔๗) สมวาโย อตฺโถ. ‘‘เอโกว โข, ภิกฺขเว, ขโณ จ สมโย จ พฺรหฺมจริยวาสายา’’ติอาทีสุ (อ. นิ. ๘.๒๙) ขโณ. ‘‘อุณฺหสมโย ปริฬาหสมโย’’ติอาทีสุ (ปาจิ. ๓๕๘) กาโล. ‘‘มหาสมโย ปวนสฺมิ’’นฺติอาทีสุ สมูโห. ‘‘สมโยปิ โข เต, ภทฺทาลิ, อปฺปฏิวิทฺโธ อโหสิ, ภควา โข สาวตฺถิยํ วิหรติ, ภควาปิ มํ ชานิสฺสติ, ‘ภทฺทาลิ, นาม ภิกฺขุ สตฺถุสาสเน สิกฺขาย น ปริปูรการี’ติ, อยมฺปิ โข เต, ภทฺทาลิ, สมโย อปฺปฏิวิทฺโธ อโหสี’’ติอาทีสุ (ม. นิ. ๒.๑๓๕) เหตุ. ‘‘เตน โข ปน สมเยน อุคฺคาหมาโน ปริพฺพาชโก สมณมุณฺฑิกาปุตฺโต สมยปฺปวาทเก ตินฺทุกาจีเร เอกสาลเก มลฺลิกาย อาราเม ปฏิวสตี’’ติอาทีสุ (ม. นิ. ๒.๒๖๐) ทิฏฺฐิ.
‘‘ทิฏฺเฐ ธมฺเม จ โย อตฺโถ, โย จตฺโถ สมฺปรายิโก;
อตฺถาภิสมยา ธีโร, ปณฺฑิโตติ ปวุจฺจตี’’ติ. –
อาทีสุ (สํ. นิ. ๑.๑๒๙) ปฏิลาโภ. ‘‘สมฺมา มานาภิสมยา อนฺตมกาสิ ทุกฺขสฺสา’’ติอาทีสุ (ม. นิ. ๑.๒๔) ปหานํ. ‘‘ทุกฺขสฺส ปีฬนฏฺโฐ สงฺขตฏฺโฐ สนฺตาปฏฺโฐ วิปริณามฏฺโฐ อภิสมยฏฺโฐ’’ติอาทีสุ (ปฏิ. ม. ๓.๑) ปฏิเวโธ. อิธ ปนสฺส กาโล อตฺโถ. เตน สํวจฺฉร-อุตุ-มาสฑฺฒมาส-รตฺติ-ทิว-ปุพฺพณฺห-มชฺฌนฺหิก-สายนฺห- ปฐมมชฺฌิมปจฺฉิมยาม-มุหุตฺตาทีสุ กาลปฺปเภทภูเตสุ สมเยสุ เอกํ สมยนฺติ ทีเปติ.
ตตฺถ กิญฺจาปิ เอเตสุ สํวจฺฉราทีสุ สมเยสุ ยํ ยํ สุตฺตํ ยมฺหิ ยมฺหิ สํวจฺฉเร อุตุมฺหิ มาเส ปกฺเข รตฺติภาเค ทิวสภาเค วา วุตฺตํ, สพฺพํ ตํ เถรสฺส สุวิทิตํ สุววตฺถาปิตํ ปญฺญาย. ยสฺมา ปน ‘‘เอวํ เม สุตํ อสุกสํวจฺฉเร อสุกอุตุมฺหิ อสุกมาเส อสุกปกฺเข อสุกรตฺติภาเค อสุกทิวสภาเค วา’’ติ เอวํ วุตฺเต น สกฺกา สุเขน ธาเรตุํ วา อุทฺทิสิตุํ วา อุทฺทิสาเปตุํ วา, พหุ จ วตฺตพฺพํ โหติ, ตสฺมา เอเกเนว ปเทน ตมตฺถํ สโมธาเนตฺวา ‘‘เอกํ สมย’’นฺติ อาห.
เย วา อิเม คพฺโภกฺกนฺติสมโย ชาติสมโย สํเวคสมโย อภินิกฺขมนสมโย ทุกฺกรการิกสมโย มารวิชยสมโย อภิสมฺโพธิสมโย ทิฏฺฐธมฺมสุขวิหารสมโย เทสนาสมโย ปรินิพฺพานสมโยติ เอวมาทโย ภควโต เทวมนุสฺเสสุ อติวิย สุปฺปกาสา อเนกกาลปฺปเภทา เอว สมยา, เตสุ สมเยสุ เทสนาสมยสงฺขาตํ เอกํ สมยนฺติ ทีเปติ. โย จายํ ญาณกรุณากิจฺจสมเยสุ อรุณากิจฺจสมโย, อตฺตหิตปรหิตปฏิปตฺติสมเยสุ ปรหิตปฏิปตฺติสมโย, สนฺนิปติตานํ กรณียทฺวยสมเยสุ ธมฺมิกถาสมโย, เทสนาปฏิปตฺติสมเยสุ เทสนาสมโย, เตสุปิ สมเยสุ อญฺญตรํ สนฺธาย ‘‘เอกํ สมย’’นฺติ อาห.
กสฺมา ปเนตฺถ ยถา อภิธมฺเม ‘‘ยสฺมึ สมเย กามาวจร’’นฺติ จ อิโต อญฺเญสุ สุตฺตปเทสุ ‘‘ยสฺมึ สมเย, ภิกฺขเว, ภิกฺขุ วิวิจฺเจว กาเมหี’’ติ จ ภุมฺมวจเนน นิทฺเทโส กโต, วินเย จ ‘‘เตน สมเยน พุทฺโธ ภควา’’ติ กรณวจเนน, ตถา อกตฺวา ‘‘เอกํ สมย’’นฺติ อุปโยควจนนิทฺเทโส กโตติ. ตตฺถ ตถา อิธ จ อญฺญถา อตฺถสมฺภวโต. ตตฺถ หิ อภิธมฺเม อิโต อญฺเญสุ สุตฺตปเทสุ จ อธิกรณตฺโถ ภาเวนภาวลกฺขณตฺโถ จ สมฺภวติ. อธิกรณญฺหิ กาลตฺโถ จ สมูหตฺโถ จ สมโย, ตตฺถ วุตฺตานํ ผสฺสาทิธมฺมานํ ขณสมวายเหตุสงฺขาตสฺส จ สมยสฺส ภาเวน เตสํ ภาโว ลกฺขียติ, ตสฺมา ตทตฺถโชตนตฺถํ ตตฺถ ภุมฺมวจนนิทฺเทโส กโต.
วินเย จ เหตุอตฺโถ กรณตฺโถ จ สมฺภวติ. โย หิ โส สิกฺขาปทปญฺญตฺติสมโย สาริปุตฺตาทีหิปิ ทุพฺพิญฺเญยฺโย, เตน สมเยน เหตุภูเตน กรณภูเตน จ สิกฺขาปทานิ ปญฺญาปยนฺโต สิกฺขาปทปญฺญตฺติเหตุญฺจ อเปกฺขมาโน ภควา ตตฺถ ตตฺถ วิหาสิ, ตสฺมา ตทตฺถโชตนตฺถํ ตตฺถ กรณวจเนน นิทฺเทโส กโต.
อิธ ปน อญฺญสฺมิญฺจ เอวํชาติเก อจฺจนฺตสํโยคตฺโถ สมฺภวติ. ยญฺหิ สมยํ ภควา อิมํ อญฺญํ วา สุตฺตนฺตํ เทเสสิ, อจฺจนฺตเมว ตํ สมยํ กรุณาวิหาเรน วิหาสิ, ตสฺมา ตทตฺถโชตนตฺถํ อิธ อุปโยควจนนิทฺเทโส กโตติ.
เตเนตํ วุจฺจติ –
‘‘ตํ ตํ อตฺถมเปกฺขิตฺวา, ภุมฺเมน กรเณน จ;
อญฺญตฺร สมโย วุตฺโต, อุปโยเคน โส อิธา’’ติ.
โปราณา ปน วณฺณยนฺติ – ‘‘ตสฺมึ สมเย’’ติ วา – ‘‘เตน สมเยนา’’ติ วา – ‘‘เอกํ สมย’’นฺติ วา อภิลาปมตฺตเภโท เอส, สพฺพตฺถ ภุมฺมเมว อตฺโถติ. ตสฺมา ‘‘เอกํ สมย’’นฺติ วุตฺเตปิ ‘‘เอกสฺมึ สมเย’’ติ อตฺโถ เวทิตพฺโพ.
ภควาติ ครุ. ครุญฺหิ โลเก ‘‘ภควา’’ติ วทนฺติ. อยญฺจ สพฺพคุณวิสิฏฺฐตาย สพฺพสตฺตานํ ครุ, ตสฺมา ‘‘ภควา’’ติ เวทิตพฺโพ. โปราเณหิปิ วุตฺตํ –
‘‘ภควาติ วจนํ เสฏฺฐํ, ภควาติ วจนมุตฺตมํ;
ครุคารวยุตฺโต โส, ภควา เตน วุจฺจตี’’ติ.
อปิจ –
‘‘ภาคฺยวา ภคฺควา ยุตฺโต, ภเคหิ จ วิภตฺตวา;
ภตฺตวา วนฺตคมโน, ภเวสุ ภควา ตโต’’ติ. –
อิมิสฺสา คาถาย วเสนสฺส ปทสฺส วิตฺถารโต อตฺโถ เวทิตพฺโพ. โส จ วิสุทฺธิมคฺเค พุทฺธานุสฺสตินิทฺเทเส วุตฺโตเยว.
เอตฺตาวตา เจตฺถ เอวํ เม สุตนฺติ วจเนน ยถาสุตํ ธมฺมํ ทสฺเสนฺโต ภควโต ธมฺมสรีรํ ปจฺจกฺขํ กโรติ. เตน – ‘‘นยิทํ อติกฺกนฺตสตฺถุกํ ปาวจนํ, อยํ โว สตฺถา’’ติ สตฺถุ อทสฺสเนน อุกฺกณฺฐิตํ ชนํ สมสฺสาเสติ.
เอกํ สมยํ ภควาติ วจเนน ตสฺมึ สมเย ภควโต อวิชฺชมานภาวํ ทสฺเสนฺโต รูปกายปรินิพฺพานํ สาเธติ. เตน ‘‘เอวํวิธสฺส นาม อริยธมฺมสฺส เทสโก ทสพลธโร วชิรสงฺฆาตสมานกาโย, โสปิ ภควา ปรินิพฺพุโต, เกน อญฺเญน ชีวิเต อาสา ชเนตพฺพา’’ติ ชีวิตมทมตฺตํ ชนํ สํเวเชติ, สทฺธมฺเม จสฺส อุสฺสาหํ ชเนติ.
เอวนฺติ จ ภณนฺโต เทสนาสมฺปตฺตึ นิทฺทิสติ. เม สุตนฺติ สาวกสมฺปตฺตึ. เอกํ สมยนฺติ กาลสมฺปตฺตึ. ภควาติ เทสกสมฺปตฺตึ.
อุกฺกฏฺฐายํ วิหรตีติ เอตฺถ อุกฺกาติ ทีปิกา, ตญฺจ นครํ ‘‘มงฺคลทิวโส สุขโณ สุนกฺขตฺตํ มา อติกฺกมี’’ติ รตฺติมฺปิ อุกฺกาสุ ฐิตาสุ มาปิตตฺตา อุกฺกฏฺฐาติ วุจฺจติ. ทณฺฑทีปิกาสุ ชาเลตฺวา ธารียมานาสุ มาปิตตฺตาติ วุตฺตํ โหติ, ตสฺสํ อุกฺกฏฺฐายํ. สมีปตฺเถ เจตํ ภุมฺมวจนํ. วิหรตีติ อวิเสเสน อิริยาปถทิพฺพพฺรหฺมอริยวิหาเรสุ อญฺญตรวิหารสมงฺคิปริทีปนเมตํ. อิธ ปน ฐานคมนนิสินฺนสยนปฺปเภเทสุ ริยาปเถสุ อญฺญตรอิริยาปถสมาโยคปริทีปนํ. เตน ฐิโตปิ คจฺฉนฺโตปิ นิสินฺโนปิ สยาโนปิ ภควา วิหรติจฺเจว เวทิตพฺโพ. โส หิ ภควา เอกํ อิริยาปถพาธนํ อญฺเญน อิริยาปเถน วิจฺฉินฺทิตฺวา อปริปตนฺตํ อตฺตภาวํ หรติ ปวตฺเตติ, ตสฺมา วิหรตีติ วุจฺจติ.
สุภควเนติ เอตฺถ สุภคตฺตา สุภคํ, สุนฺทรสิริกตฺตา สุนฺทรกามตฺตา จาติ วุตฺตํ โหติ. ตสฺส หิ วนสฺส สิริสมฺปตฺติยา มนุสฺสา อนฺนปานาทีนิ อาทาย ทิวสํ ตตฺเถว ฉณสมชฺชอุสฺสเว กโรนฺตา โภคสุขํ อนุโภนฺติ, สุนฺทรสุนฺทเร เจตฺถ กาเม ปตฺเถนฺติ ‘‘ปุตฺตํ ลภาม, ธีตรํ ลภามา’’ติ, เตสํ ตํ ตเถว โหติ, เอวํ ตํ สุนฺทรสิริกตฺตา สุนฺทรกามตฺตา จ สุภคํ. อปิจ พหุชนกนฺตตายปิ สุภคํ. วนยตีติ วนํ, อตฺตสมฺปทาย สตฺตานํ ภตฺตึ กาเรติ, อตฺตนิ สิเนหํ อุปฺปาเทตีติ อตฺโถ. วนุเต อิติ วา วนํ, นานาวิธกุสุม-คนฺธสมฺโมทมตฺตโกกิลาทิวิหงฺคมาภิรุเตหิ มนฺทมาลุตจลิตรุกฺขสาขาวิฏปปลฺลวปลาเสหิ จ ‘‘เอถ มํ ปริภุญฺชถา’’ติ สพฺพปาณิโน ยาจติ วิยาติ อตฺโถ. สุภคญฺจ ตํ วนญฺจาติ สุภควนํ. ตสฺมึ สุภควเน. วนญฺจ นาม โรปิมํ, สยํชาตนฺติ ทุวิธํ. ตตฺถ เวฬุวนเชตวนาทีนิ โรปิมานิ. อนฺธวนมหาวนอญฺชนวนาทีนิ สยํ ชาตานิ. อิทมฺปิ สยํชาตนฺติ เวทิตพฺพํ.
สาลราชมูเลติ เอตฺถ สาลรุกฺโขปิ สาโลติ วุจฺจติ. ยถาห ‘‘เสยฺยถาปิ, ภิกฺขเว, คามสฺส วา นิคมสฺส วา อวิทูเร มหนฺตํ สาลวนํ, ตญฺจสฺส เอฬณฺเฑหิ สญฺฉนฺน’’นฺติ (ม. นิ. ๑.๒๒๕) ‘‘อนฺตเรน ยมกสาลาน’’นฺติ จ (ที. นิ. ๒.๑๙๕) วนปฺปติเชฏฺฐกรุกฺโขปิ. ยถาห –
‘‘ตเวว เทว วิชิเต, ตเววุยฺยานภูมิยา;
อุชุวํสา มหาสาลา, นีโลภาสา มโนรมา’’ติ. (ชา. ๒.๑๙.๔);
โย โกจิ รุกฺโขปิ. ยถาห ‘‘อถ โข ตํ, ภิกฺขเว, มาลุวพีชํ อญฺญตรสฺมึ สาลมูเล นิปเตยฺยา’’ติ (ม. นิ. ๑.๔๖๙). อิธ ปน วนปฺปติเชฏฺฐกรุกฺโข อธิปฺเปโต. ราชสทฺโท ปนสฺส ตเมว เชฏฺฐกภาวํ สาเธติ. ยถาห ‘‘สุปฺปติฏฺฐิตสฺส โข พฺราหฺมณ ธมฺมิก นิโคฺรธราชสฺสา’’ติ (อ. นิ. ๖.๕๔). ตตฺถ เทฺวธา สมาโส, สาลานํ ราชาติปิ สาลราชา, สาโล จ โส เชฏฺฐกฏฺเฐน ราชา จ อิติปิ สาลราชา. มูลนฺติ สมีปํ. อยญฺหิ มูลสทฺโท, ‘‘มูลานิ อุทฺธเรยฺย, อนฺตมโส อุสิรนาฬิมตฺตานิปี’’ติอาทีสุ (อ. นิ. ๔.๑๙๕) มูลมูเล ทิสฺสติ. ‘‘โลโภ อกุสลมูล’’นฺติอาทีสุ (ที. นิ. ๓.๓๐๕) อสาธารณเหตุมฺหิ. ‘‘ยาว มชฺฌนฺหิเก กาเล ฉายา ผรติ, นิวาเต ปณฺณานิ ปตนฺติ, เอตฺตาวตา รุกฺขมูล’’นฺติอาทีสุ สมีเป. อิธ ปน สมีเป อธิปฺเปโต, ตสฺมา สาลราชสฺส สมีเปติ เอวเมตฺถ อตฺโถ ทฏฺฐพฺโพ.
ตตฺถ สิยา – ยทิ ตาว ภควา อุกฺกฏฺฐายํ วิหรติ, ‘‘สุภควเน สาลราชมูเล’’ติ น วตฺตพฺพํ, อถ ตตฺถ วิหรติ, ‘‘อุกฺกฏฺฐาย’’นฺติ น วตฺตพฺพํ, น หิ สกฺกา อุภยตฺถ เอกํ สมยํ วิหริตุนฺติ. น โข ปเนตํ เอวํ ทฏฺฐพฺพํ.
นนุ อโวจุมฺห ‘‘สมีปตฺเถ เจตํ ภุมฺมวจน’’นฺติ. ตสฺมา ยถา คงฺคายมุนาทีนํ สมีเป โคยูถานิ จรนฺตานิ ‘‘คงฺคาย จรนฺติ, ยมุนาย จรนฺตี’’ติ วุจฺจนฺติ, เอวมิธาปิ ยทิทํ อุกฺกฏฺฐาย สมีเป สุภควนํ สาลราชมูลํ, ตตฺถ วิหรนฺโต วุจฺจติ ‘‘อุกฺกฏฺฐายํ วิหรติ สุภควเน สาลราชมูเล’’ติ. โคจรคามนิทสฺสนตฺถญฺหิสฺส อุกฺกฏฺฐาวจนํ, ปพฺพชิตานุรูปนิวาสฏฺฐานนิทสฺสนตฺถํ เสสวจนํ.
ตตฺถ อุกฺกฏฺฐากิตฺตเนน อายสฺมา อานนฺโท ภควโต คหฏฺฐานุคฺคหกรณํ ทสฺเสติ, สุภควนาทิกิตฺตเนน ปพฺพชิตานุคฺคหกรณํ. ตถา ปุริเมน ปจฺจยคฺคหณโต อตฺตกิลมถานุโยควิวชฺชนํ, ปจฺฉิเมน วตฺถุกามปฺปหานโต กามสุขลฺลิกานุโยควิวชฺชนุปายทสฺสนํ. ปุริเมน จ ธมฺมเทสนาภิโยคํ, ปจฺฉิเมน วิเวกาธิมุตฺตึ. ปุริเมน กรุณาย อุปคมนํ, ปจฺฉิเมน ปญฺญาย อปคมนํ. ปุริเมน สตฺตานํ หิตสุขนิปฺผาทนาธิมุตฺตตํ, ปจฺฉิเมน ปรหิตสุขกรเณ นิรุปเลปนํ. ปุริเมน ธมฺมิกสุขาปริจฺจาคนิมิตฺตํ ผาสุวิหารํ, ปจฺฉิเมน อุตฺตริมนุสฺสธมฺมานุโยคนิมิตฺตํ. ปุริเมน มนุสฺสานํ อุปการพหุลตํ, ปจฺฉิเมน เทวานํ. ปุริเมน โลเก ชาตสฺส โลเก สํวฑฺฒภาวํ, ปจฺฉิเมน โลเกน อนุปลิตฺตตํ. ปุริเมน ‘‘เอกปุคฺคโล, ภิกฺขเว, โลเก อุปฺปชฺชมาโน อุปฺปชฺชติ พหุชนหิตาย พหุชนสุขาย โลกานุกมฺปาย อตฺถาย หิตาย สุขาย เทวมนุสฺสานํ. กตโม เอกปุคฺคโล, ตถาคโต อรหํ สมฺมาสมฺพุทฺโธ’’ติ (อ. นิ. ๑.๑๗๐) วจนโต ยทตฺถํ ภควา อุปฺปนฺโน, ตทตฺถปรินิปฺผาทนํ, ปจฺฉิเมน ยตฺถ อุปฺปนฺโน, ตทนุรูปวิหารํ. ภควา หิ ปฐมํ ลุมฺพินิวเน, ทุติยํ โพธิมณฺเฑติ โลกิยโลกุตฺตราย อุปฺปตฺติยา วเนเยว อุปฺปนฺโน, เตนสฺส วเนเยว วิหารํ ทสฺเสตีติ เอวมาทินา นเยเนตฺถ อตฺถโยชนา เวทิตพฺพา.
ตตฺราติ เทสกาลปริทีปนํ. ตญฺหิ ยํ สมยํ วิหรติ, ตตฺร สมเย. ยสฺมิญฺจ สาลราชมูเล วิหรติ, ตตฺร สาลราชมูเลติ ทีเปติ. ภาสิตพฺพยุตฺเต วา เทสกาเล ทีเปติ. น หิ ภควา อยุตฺเต เทเส กาเล วา ธมฺมํ ภาสติ. ‘‘อกาโล โข ตาว พาหิยา’’ติ (อุทา. ๑๐) อาทิเจตฺถ สาธกํ. โขติ ปทปูรณมตฺเต อวธารเณ อาทิกาลตฺเถ วา นิปาโต. ภควาติ โลกครุทีปนํ. ภิกฺขูติ กถาสวนยุตฺตปุคฺคลวจนํ. อปิเจตฺถ, ‘‘ภิกฺขโกติ ภิกฺขุ, ภิกฺขาจริยํ อชฺฌุปคโตติ ภิกฺขู’’ติอาทินา (ปารา. ๔๕) นเยน วจนตฺโถ เวทิตพฺโพ. อามนฺเตสีติ อาลปิ อภาสิ สมฺโพเธสีติ อยเมตฺถ อตฺโถ. อญฺญตฺร ปน ญาปเนปิ โหติ. ยถาห ‘‘อามนฺตยามิ โว, ภิกฺขเว, ปฏิเวทยามิ โว, ภิกฺขเว’’ติ. ปกฺโกสเนปิ. ยถาห ‘‘เอหิ ตฺวํ ภิกฺขุ มม วจเนน สาริปุตฺตํ อามนฺเตหี’’ติ (อ. นิ. ๙.๑๑).
ภิกฺขโวติ อามนฺตนาการทีปนํ. ตญฺจ ภิกฺขนสีลตาทิคุณโยคสิทฺธตฺตา วุตฺตํ. ภิกฺขนสีลตาคุณยุตฺโตปิ หิ ภิกฺขุ ภิกฺขนธมฺมตาคุณยุตฺโตปิ. ภิกฺขเน สาธุการิตาคุณยุตฺโตปีติ สทฺทวิทู มญฺญนฺติ. เตน จ เนสํ ภิกฺขนสีลตาทิคุณโยคสิทฺเธน วจเนน หีนาธิกชนเสวิตํ วุตฺตึ ปกาเสนฺโต อุทฺธตทีนภาวนิคฺคหํ กโรติ. ภิกฺขโวติ อิมินา จ กรุณาวิปฺผารโสมฺมหทยนยนนิปาตปุพฺพงฺคเมน วจเนน เต อตฺตโน มุขาภิมุเข กโรติ. เตเนว จ กเถตุกมฺยตาทีปเกน วจเนน เนสํ โสตุกมฺยตํ ชเนติ. เตเนว จ สมฺโพธนฏฺเฐน สาธุกํ สวนมนสิกาเรปิ เน นิโยเชติ. สาธุกสวนมนสิการายตฺตา หิ สาสนสมฺปตฺติ.
อปเรสุปิ เทวมนุสฺเสสุ วิชฺชมาเนสุ กสฺมา ภิกฺขูเยว อามนฺเตสีติ เจ. เชฏฺฐเสฏฺฐาสนฺนสทาสนฺนิหิตภาวโต. สพฺพปริสสาธารณา หิ ภควโต ธมฺมเทสนา. ปริสาย จ เชฏฺฐา ภิกฺขู, ปฐมุปฺปนฺนตฺตา. เสฏฺฐา, อนคาริยภาวํ อาทึ กตฺวา สตฺถุจริยานุวิธายกตฺตา สกลสาสนปฏิคฺคาหกตฺตา จ. อาสนฺนา, ตตฺถ นิสินฺเนสุ สตฺถุสนฺติกตฺตา. สทาสนฺนิหิตา, สตฺถุสนฺติกาวจรตฺตาติ. อปิจ เต ธมฺมเทสนาย ภาชนํ, ยถานุสิฏฺฐํ ปฏิปตฺติสพฺภาวโต. วิเสสโต จ เอกจฺเจ ภิกฺขูเยว สนฺธาย อยํ เทสนาติปิ เต เอว อามนฺเตสิ.
ตตฺถ สิยา – กิมตฺถํ ปน ภควา ธมฺมํ เทเสนฺโต ปฐมํ ภิกฺขู อามนฺเตสิ, น ธมฺมเมว เทเสตีติ. สติชนนตฺถํ. ภิกฺขู หิ อญฺญํ จินฺเตนฺตาปิ วิกฺขิตฺตจิตฺตาปิ ธมฺมํ ปจฺจเวกฺขนฺตาปิ กมฺมฏฺฐานํ มนสิกโรนฺตาปิ นิสินฺนา โหนฺติ, เต อนามนฺเตตฺวา ธมฺเม เทสิยมาเน – ‘‘อยํ เทสนา กินฺนิทานา กึปจฺจยา กตมาย อฏฺฐุปฺปตฺติยา เทสิตา’’ติ สลฺลกฺเขตุํ อสกฺโกนฺตา ทุคฺคหิตํ วา คเณฺหยฺยุํ, น วา คเณฺหยฺยุํ. เตน เนสํ สติชนนตฺถํ ภควา ปฐมํ อามนฺเตตฺวา ปจฺฉา ธมฺมํ เทเสติ.
ภทนฺเตติ คารววจนเมตํ, สตฺถุโน ปฏิวจนทานํ วา, อปิเจตฺถ ภิกฺขโวติ วทมาโน ภควา เต ภิกฺขู อาลปติ. ภทนฺเตติ วทมานา เต ภควนฺตํ ปจฺจาลปนฺติ. ตถา ภิกฺขโวติ ภควา อาภาสติ. ภทนฺเตติ เต ปจฺจาภาสนฺติ. ภิกฺขโวติ ปฏิวจนํ ทาเปติ, ภทนฺเตติ ปฏิวจนํ เทนฺติ. เต ภิกฺขูติ เย ภควา อามนฺเตสิ. ภควโต ปจฺจสฺโสสุนฺติ ภควโต อามนฺตนํ ปฏิอสฺโสสุํ, อภิมุขา หุตฺวา สุณึสุ สมฺปฏิจฺฉึสุ ปฏิคฺคเหสุนฺติ อตฺโถ. ภควา เอตทโวจาติ ภควา เอตํ อิทานิ วตฺตพฺพํ สกลํ สุตฺตํ อโวจ.
เอตฺตาวตา จ ยํ อายสฺมตา อานนฺเทน กมลกุวลยุชฺชลวิมลสาทุรสสลิลาย โปกฺขรณิยา สุขาวตรณตฺถํ นิมฺมลสิลาตลรจนวิลาสโสภิตรตนโสปานํ วิปฺปกิณฺณมุตฺตาตลสทิสวาลิกากิณฺณปณฺฑรภูมิภาคํ ติตฺถํ วิย สุวิภตฺตภิตฺติวิจิตฺรเวทิกาปริกฺขิตฺตสฺส นกฺขตฺตปถํ ผุสิตุกามตาย วิย, วิชมฺภิตสมุสฺสยสฺส ปาสาทวรสฺส สุขาโรหณตฺถํ ทนฺตมย-สณฺหมุทุผลก-กญฺจนลตาวินทฺธ- มณิคณปฺปภาสมุทยุชฺชลโสภํ โสปานํ วิย, สุวณฺณวลยานูปุราทิสงฺฆฏฺฏนสทฺทสมฺมิสฺสิตกถิตหสิตมธุรสฺสรเคหชนวิจริตสฺส อุฬารอิสฺสริยวิภวโสภิตสฺส มหาฆรสฺส สุขปฺปเวสนตฺถํ สุวณฺณรชตมณิมุตฺตาปวาฬาทิชุติวิสฺสรวิชฺโชติต-สุปฺปติฏฺฐิตวิสาลทฺวารพาหํ มหาทฺวารํ วิย จ อตฺถพฺยญฺชนสมฺปนฺนสฺส พุทฺธานํ เทสนาญาณคมฺภีรภาวสํสูจกสฺส อิมสฺส สุตฺตสฺส สุขาวคาหณตฺถํ กาลเทสเทสกวตฺถุปริสาปเทสปฏิมณฺฑิตํ นิทานํ ภาสิตํ, ตสฺส อตฺถวณฺณนา สมตฺตา.
สุตฺตนิกฺเขปวณฺณนา
อิทานิ ‘‘สพฺพธมฺมมูลปริยายํ โว’’ติอาทินา นเยน ภควตา นิกฺขิตฺตสฺส สุตฺตสฺส วณฺณนาย โอกาโส อนุปฺปตฺโต. สา ปเนสา สุตฺตวณฺณนา ยสฺมา สุตฺตนิกฺเขปํ วิจาเรตฺวา วุจฺจมานา ปากฏา โหติ, ตสฺมา สุตฺตนิกฺเขปํ ตาว วิจารยิสฺสาม. จตฺตาโร หิ สุตฺตนิกฺเขปา อตฺตชฺฌาสโย ปรชฺฌาสโย ปุจฺฉาวสิโก อฏฺฐุปฺปตฺติโกติ.
ตตฺถ ยานิ สุตฺตานิ ภควา ปเรหิ อนชฺฌิฏฺโฐ เกวลํ อตฺตโน อชฺฌาสเยเนว กเถสิ. เสยฺยถิทํ, อากงฺเขยฺยสุตฺตํ, วตฺถสุตฺตํ, มหาสติปฏฺฐานสุตฺตํ, มหาสฬายตนวิภงฺคสุตฺตํ, อริยวํสสุตฺตํ, สมฺมปฺปธานสุตฺตนฺตหารโก, อิทฺธิปาทอินฺทฺริยพลโพชฺฌงฺคมคฺคงฺคสุตฺตนฺตหารโกติ เอวมาทีนิ. เตสํ อตฺตชฺฌาสโย นิกฺเขโป.
ยานิ ปน ‘‘ปริปกฺกา โข ราหุลสฺส วิมุตฺติปริปาจนียา ธมฺมา, ยํนูนาหํ ราหุลํ อุตฺตริ อาสวานํ ขเย วิเนยฺย’’นฺติ (สํ. นิ. ๔.๑๒๑) เอวํ ปเรสํ อชฺฌาสยํ ขนฺตึ มนํ อภินีหารํ พุชฺฌนภาวญฺจ อเวกฺขิตฺวา ปรชฺฌาสยวเสน กถิตานิ. เสยฺยถิทํ, จูฬราหุโลวาทสุตฺตํ, มหาราหุโลวาทสุตฺตํ, ธมฺมจกฺกปฺปวตฺตนํ, ธาตุวิภงฺคสุตฺตนฺติ เอวมาทีนิ. เตสํ ปรชฺฌาสโย นิกฺเขโป.
ภควนฺตํ ปน อุปสงฺกมิตฺวา จตสฺโส ปริสา จตฺตาโร วณฺณา นาคา สุปณฺณา คนฺธพฺพา อสุรา ยกฺขา มหาราชาโน ตาวตึสาทโย เทวา มหาพฺรหฺมาติ เอวมาทโย ‘‘โพชฺฌงฺคา โพชฺฌงฺคา’’ติ, ภนฺเต, วุจฺจนฺติ. ‘‘นีวรณา นีวรณา’’ติ, ภนฺเต, วุจฺจนฺติ. อิเม นุ โข, ภนฺเต, ปญฺจุปาทานกฺขนฺธา. ‘‘กึ สูธ วิตฺตํ ปุริสสฺส เสฏฺฐ’’นฺติอาทินา (สุ. นิ. ๑๘๓) นเยน ปญฺหํ ปุจฺฉนฺติ. เอวํ ปุฏฺเฐน ภควตา ยานิ กถิตานิ โพชฺฌงฺคสํยุตฺตาทีนิ. ยานิ วา ปนญฺญานิปิ เทวตาสํยุตฺต-มารสํยุตฺต-พฺรหฺมสํยุตฺต-สกฺกปญฺห-จูฬเวทลฺล-มหาเวทลฺล-สามญฺญผล- อาฬวก-สูจิโลม-ขรโลมสุตฺตาทีนิ, เตสํ ปุจฺฉาวสิโก นิกฺเขโป.
ยานิ ปเนตานิ อุปฺปนฺนํ การณํ ปฏิจฺจ กถิตานิ. เสยฺยถิทํ, ธมฺมทายาทํ จูฬสีหนาทํ จนฺทูปมํ ปุตฺตมํสูปมํ ทารุกฺขนฺธูปมํ อคฺคิกฺขนฺธูปมํ เผณปิณฺฑูปมํ ปาริจฺฉตฺตกูปมนฺติ เอวมาทีนิ. เตสํ อฏฺฐุปฺปตฺติโก นิกฺเขโป.
เอวมิเมสุ จตูสุ นิกฺเขเปสุ อิมสฺส สุตฺตสฺส อฏฺฐุปฺปตฺติโก นิกฺเขโป. อฏฺฐุปฺปตฺติยญฺหิ อิทํ ภควตา นิกฺขิตฺตํ. กตราย อฏฺฐุปฺปตฺติยา? ปริยตฺตึ นิสฺสาย อุปฺปนฺเน มาเน. ปญฺจสตา กิร พฺราหฺมณา ติณฺณํ เวทานํ ปารคู อปรภาเค ภควโต ธมฺมเทสนํ สุตฺวา กาเมสุ อาทีนวํ เนกฺขมฺเม จ อานิสํสํ สมฺปสฺสมานา ภควโต สนฺติเก ปพฺพชิตฺวา นจิรสฺเสว สพฺพํ พุทฺธวจนํ อุคฺคณฺหิตฺวา ปริยตฺตึ นิสฺสาย มานํ อุปฺปาเทสุํ ‘‘ยํ ยํ ภควา กเถติ, ตํ ตํ มยํ ขิปฺปเมว ชานาม, ภควา หิ ตีณิ ลิงฺคานิ จตฺตาริ ปทานิ สตฺต วิภตฺติโย มุญฺจิตฺวา น กิญฺจิ กเถติ, เอวํ กถิเต จ อมฺหากํ คณฺฐิปทํ นาม นตฺถี’’ติ. เต ภควติ อคารวา หุตฺวา ตโต ปฏฺฐาย ภควโต อุปฏฺฐานมฺปิ ธมฺมสฺสวนมฺปิ อภิณฺหํ น คจฺฉนฺติ. ภควา เตสํ ตํ จิตฺตจารํ ญตฺวา ‘‘อภพฺพา อิเม อิมํ มานขิลํ อนุปหจฺจ มคฺคํ วา ผลํ วา สจฺฉิกาตุ’’นฺติ เตสํ สุตปริยตฺตึ นิสฺสาย อุปฺปนฺนํ มานํ อฏฺฐุปฺปตฺตึ กตฺวา เทสนากุสโล ภควา มานภญฺชนตฺถํ สพฺพธมฺมมูลปริยายนฺติ เทสนํ อารภิ.
ตตฺถ สพฺพธมฺมมูลปริยายนฺติ สพฺเพสํ ธมฺมานํ มูลปริยายํ. สพฺเพสนฺติ อนวเสสานํ. อนวเสสวาจโก หิ อยํ สพฺพ-สทฺโท. โส เยน เยน สมฺพนฺธํ คจฺฉติ, ตสฺส ตสฺส อนวเสสตํ ทีเปติ. ยถา, ‘‘สพฺพํ รูปํ อนิจฺจํ สพฺพา เวทนา อนิจฺจา สพฺพสกฺกายปริยาปนฺเนสุ ธมฺเมสู’’ติ. ธมฺม-สทฺโท ปนายํ ปริยตฺติ-สจฺจ-สมาธิ-ปญฺญา-ปกติ-สภาวสุญฺญตา-ปุญฺญาปตฺติ-เญยฺยาทีสุ ทิสฺสติ. ‘‘อิธ ภิกฺขุ ธมฺมํ ปริยาปุณาติ สุตฺตํ เคยฺย’’นฺติอาทีสุ (อ. นิ. ๕.๗๓) หิ ธมฺมสทฺโท ปริยตฺติยํ วตฺตติ. ‘‘ทิฏฺฐธมฺโม วิทิตธมฺโม’’ติอาทีสุ (ที. นิ. ๑.๒๙๙) สจฺเจสุ. ‘‘เอวํ ธมฺมา เต ภควนฺโต’’ติอาทีสุ สมาธิมฺหิ.
‘‘ยสฺเสเต จตุโร ธมฺมา, วานรินฺท ยถา ตว;
สจฺจํ ธมฺโม ธิติ จาโค, ทิฏฺฐํ โส อติวตฺตตี’’ติ. –
อาทีสุ (ชา. ๑.๑.๕๗) ปญฺญาย.
‘‘ชาติธมฺมา ชราธมฺมา, อโถ มรณธมฺมิโน’’ติอาทีสุ ปกติยํ. ‘‘กุสลา ธมฺมา’’ติอาทีสุ (ธ. ส. ๑.ติกมาติกา) สภาเว. ‘‘ตสฺมึ โข ปน สมเย ธมฺมา โหนฺตี’’ติอาทีสุ (ธ. ส. ๑๒๑) สุญฺญตายํ. ‘‘ธมฺโม สุจิณฺโณ สุขมาวหาตี’’ติอาทีสุ (ชา. ๑.๑๐.๑๐๒) ปุญฺเญ. ‘‘เทฺว อนิยตา ธมฺมา’’ติอาทีสุ (ปารา. ๔๔๓) อาปตฺติยํ. ‘‘สพฺเพ ธมฺมา สพฺพากาเรน พุทฺธสฺส ภควโต ญาณมุเข อาปาถํ อาคจฺฉนฺตี’’ติอาทีสุ เญยฺเย. อิธ ปนายํ สภาเว วตฺตติ. ตตฺรายํ วจนตฺโถ – อตฺตโน ลกฺขณํ ธาเรนฺตีติ ธมฺมา. มูล-สทฺโท วิตฺถาริโต เอว. อิธ ปนายํ อสาธารณเหตุมฺหิ ทฏฺฐพฺโพ.
ปริยายสทฺโท ‘‘มธุปิณฺฑิกปริยาโยติ นํ ธาเรหี’’ติอาทีสุ (ม. นิ. ๑.๒๐๕) เทสนายํ วตฺตติ. ‘‘อตฺถิ เขฺวส พฺราหฺมณ, ปริยาโย, เยน มํ ปริยาเยน สมฺมา วทมาโน วเทยฺย อกิริยวาโท สมโณ โคตโม’’ติอาทีสุ (ปารา. ๓) การเณ. ‘‘กสฺส นุ โข, อานนฺท, อชฺช ปริยาโย ภิกฺขุนิโย โอวทิตุ’’นฺติอาทีสุ (ม. นิ. ๓.๓๙๘) วาเร. อิธ ปน การเณปิ เทสนายมฺปิ วตฺตติ. ตสฺมา ‘‘สพฺพธมฺมมูลปริยาย’’นฺติ เอตฺถ สพฺเพสํ ธมฺมานํ อสาธารณเหตุสญฺญิตํ การณนฺติ วา สพฺเพสํ ธมฺมานํ การณเทสนนฺติ วา เอวํ อตฺโถ ทฏฺฐพฺโพ. เนยฺยตฺถตฺตา จสฺส สุตฺตสฺส, น จตุภูมกาปิ สภาวธมฺมา สพฺพธมฺมาติ เวทิตพฺพา. สกฺกายปริยาปนฺนา ปน เตภูมกา ธมฺมาว อนวเสสโต เวทิตพฺพา, อยเมตฺถ อธิปฺปาโยติ.
โวติ อยํ โว-สทฺโท ปจฺจตฺตอุปโยคกรณสมฺปทานสามิวจนปทปูรเณสุ ทิสฺสติ. ‘‘กจฺจิ ปน โว, อนุรุทฺธา, สมคฺคา สมฺโมทมานา’’ติอาทีสุ (ม. นิ. ๑.๓๒๖) หิ ปจฺจตฺเต ทิสฺสติ. ‘‘คจฺฉถ, ภิกฺขเว, ปณาเมมิ โว’’ติอาทีสุ (ม. นิ. ๒.๑๕๗) อุปโยเค. ‘‘น โว มม สนฺติเก วตฺถพฺพ’’นฺติอาทีสุ (ม. นิ. ๒.๑๕๗) กรเณ. ‘‘วนปตฺถปริยายํ โว, ภิกฺขเว, เทเสสฺสามี’’ติอาทีสุ (ม. นิ. ๑.๑๙๐) สมฺปทาเน. ‘‘สพฺเพสํ โว, สาริปุตฺต, สุภาสิต’’นฺติอาทีสุ (ม. นิ. ๑.๓๔๕) สามิวจเน. ‘‘เย หิ โว อริยา ปริสุทฺธกายกมฺมนฺตา’’ติอาทีสุ (ม. นิ. ๑.๓๕) ปทปูรณมตฺเต. อิธ ปนายํ สมฺปทาเน ทฏฺฐพฺโพ.
ภิกฺขเวติ ปติสฺสเวน อภิมุขีภูตานํ ปุนาลปนํ. เทเสสฺสามีติ เทสนาปฏิชานนํ. อิทํ วุตฺตํ โหติ, ภิกฺขเว, สพฺพธมฺมานํ มูลการณํ ตุมฺหากํ เทเสสฺสามิ, ทุติเยน นเยน การณเทสนํ ตุมฺหากํ เทเสสฺสามีติ. ตํ สุณาถาติ ตมตฺถํ ตํ การณํ ตํ เทสนํ มยา วุจฺจมานํ สุณาถ. สาธุกํ มนสิ กโรถาติ เอตฺถ ปน สาธุกํ สาธูติ เอกตฺถเมตํ. อยญฺจ สาธุ สทฺโท อายาจนสมฺปฏิจฺฉนสมฺปหํสนสุนฺทรทฬฺหีกมฺมาทีสุ ทิสฺสติ. ‘‘สาธุ เม ภนฺเต ภควา, สํขิตฺเตน ธมฺมํ เทเสตู’’ติอาทีสุ (สํ. นิ. ๔.๙๕) หิ อายาจเน ทิสฺสติ. ‘‘สาธุ, ภนฺเตติ โข โส ภิกฺขุ ภควโต ภาสิตํ อภินนฺทิตฺวา อนุโมทิตฺวา’’ติอาทีสุ (ม. นิ. ๓.๘๖) สมฺปฏิจฺฉเน. ‘‘สาธุ, สาธุ สาริปุตฺตา’’ติอาทีสุ (ที. นิ. ๓.๓๔๙) สมฺปหํสเน.
‘‘สาธุ ธมฺมรุจี ราชา, สาธุ ปญฺญาณวา นโร;
สาธุ มิตฺตานมทฺทุพฺโภ, ปาปสฺสากรณํ สุข’’นฺติ.
อาทีสุ (ชา. ๒.๑๘.๑๐๑) สุนฺทเร. ‘‘เตน หิ, พฺราหฺมณ, สาธุกํ สุณาหี’’ติอาทีสุ (อ. นิ. ๕.๑๙๒) สาธุกสทฺโทเยว ทฬฺหีกมฺเม, อาณตฺติยนฺติปิ วุจฺจติ. อิธาปิ อยํ เอตฺเถว ทฬฺหีกมฺเม จ อาณตฺติยญฺจ อตฺโถ เวทิตพฺโพ. สุนฺทรตฺเถปิ วตฺตติ. ทฬฺหีกรณตฺเถน หิ ทฬฺหมิมํ ธมฺมํ สุณาถ สุคฺคหิตํ คณฺหนฺตา. อาณตฺติอตฺเถน มม อาณตฺติยา สุณาถ. สุนฺทรตฺเถน สุนฺทรมิมํ ภทฺทกํ ธมฺมํ สุณาถาติ เอวํ ทีปิตํ โหติ.
มนสิ กโรถาติ อาวชฺเชถ, สมนฺนาหรถาติ อตฺโถ, อวิกฺขิตฺตจิตฺตา หุตฺวา นิสาเมถ จิตฺเต กโรถาติ อธิปฺปาโย. อิทาเนตฺถ ตํ สุณาถาติ โสตินฺทฺริยวิกฺเขปวารณเมตํ. สาธุกํ มนสิ กโรถาติ มนสิกาเร ทฬฺหีกมฺมนิโยชเนน มนินฺทฺริยวิกฺเขปวารณํ. ปุริมญฺเจตฺถ พฺยญฺชนวิปลฺลาสคฺคาหวารณํ, ปจฺฉิมํ อตฺถวิปลฺลาสคฺคาหวารณํ. ปุริเมน จ ธมฺมสฺสวเน นิโยเชติ, ปจฺฉิเมน สุตานํ ธมฺมานํ ธารณูปปริกฺขาทีสุ. ปุริเมน จ สพฺยญฺชโน อยํ ธมฺโม, ตสฺมา สวนีโยติ ทีเปติ. ปจฺฉิเมน สาตฺโถ, ตสฺมา มนสิ กาตพฺโพติ. สาธุกปทํ วา อุภยปเทหิ โยเชตฺวา ยสฺมา อยํ ธมฺโม ธมฺมคมฺภีโร เทสนาคมฺภีโร จ, ตสฺมา สุณาถ สาธุกํ, ยสฺมา อตฺถคมฺภีโร ปฏิเวธคมฺภีโร จ, ตสฺมา สาธุกํ มนสิ กโรถาติ เอวํ โยชนา เวทิตพฺพา.
ภาสิสฺสามีติ เทเสสฺสามิ. ‘‘ตํ สุณาถา’’ติ เอตฺถ ปฏิญฺญาตํ เทสนํ น สํขิตฺตโตว เทเสสฺสามิ, อปิจ โข วิตฺถารโตปิ นํ ภาสิสฺสามีติ วุตฺตํ โหติ, สงฺเขปวิตฺถารวาจกานิ หิ เอตานิ ปทานิ. ยถาห วงฺคีสตฺเถโร –
‘‘สํขิตฺเตนปิ เทเสติ, วิตฺถาเรนปิ ภาสติ;
สาฬิกายิว นิคฺโฆโส, ปฏิภานํ อุทีรยี’’ติ. (สํ. นิ. ๑.๒๑๔);
เอวํ วุตฺเต อุสฺสาหชาตา หุตฺวา เอวํ ภนฺเตติ โข เต ภิกฺขู ภควโต ปจฺจสฺโสสุํ สตฺถุ วจนํ สมฺปฏิจฺฉึสุ, ปฏิคฺคเหสุนฺติ วุตฺตํ โหติ. อถ เนสํ ภควา เอตทโวจ เอตํ อิทานิ วตฺตพฺพํ อิธ ภิกฺขโวติอาทิกํ สกลํ สุตฺตํ อโวจ. ตตฺถ อิธาติ เทสาปเทเส นิปาโต. สฺวายํ กตฺถจิ โลกํ อุปาทาย วุจฺจติ. ยถาห – ‘‘อิธ ตถาคโต โลเก อุปฺปชฺชตี’’ติ (ที. นิ. ๑.๑๙๐). กตฺถจิ สาสนํ. ยถาห – ‘‘อิเธว, ภิกฺขเว, สมโณ, อิธ ทุติโย สมโณ’’ติ (อ. นิ. ๔.๒๔๑). กตฺถจิ โอกาสํ. ยถาห –
‘‘อิเธว ติฏฺฐมานสฺส, เทวภูตสฺส เม สโต;
ปุนรายุ จ เม ลทฺโธ, เอวํ ชานาหิ มาริสา’’ติ. (ที. นิ. ๒.๓๖๙);
กตฺถจิ ปทปูรณมตฺตเมว. ยถาห ‘‘อิธาหํ – ภิกฺขเว, ภุตฺตาวี อสฺสํ ปวาริโต’’ติ (ม. นิ. ๑.๓๐). อิธ ปน โลกํ อุปาทาย วุตฺโตติ เวทิตพฺโพ.
๒. ภิกฺขเวติ ยถาปฏิญฺญาตํ เทสนํ เทเสตุํ ปุน ภิกฺขู อาลปติ. อุภเยนาปิ, ภิกฺขเว, อิมสฺมึ โลเกติ วุตฺตํ โหติ. อสฺสุตวา ปุถุชฺชโนติ เอตฺถ ปน อาคมาธิคมาภาวา เญยฺโย อสฺสุตวา อิติ. ยสฺส หิ ขนฺธธาตุอายตนสจฺจปจฺจยาการสติปฏฺฐานาทีสุ อุคฺคหปริปุจฺฉาวินิจฺฉยรหิตตฺตา มญฺญนาปฏิเสธโก เนว อาคโม, ปฏิปตฺติยา อธิคนฺตพฺพสฺส อนธิคตตฺตา เนว อธิคโม อตฺถิ. โส อาคมาธิคมาภาวา เญยฺโย อสฺสุตวา อิติ. สฺวายํ –
ปุถูนํ ชนนาทีหิ, การเณหิ ปุถุชฺชโน;
ปุถุชฺชนนฺโตคธตฺตา, ปุถุวายํ ชโน อิติ.
โส หิ ปุถูนํ นานปฺปการานํ กิเลสาทีนํ ชนนาทีหิ การเณหิ ปุถุชฺชโน. ยถาห – ปุถุ กิเลเส ชเนนฺตีติ ปุถุชฺชนา, ปุถุ อวิหตสกฺกายทิฏฺฐิกาติ ปุถุชฺชนา, ปุถุ สตฺถารานํ มุขมุลฺโลกิกาติ ปุถุชฺชนา, ปุถุ สพฺพคตีหิ อวุฏฺฐิตาติ ปุถุชฺชนา, ปุถุ นานาภิสงฺขาเร อภิสงฺขโรนฺตีติ ปุถุชฺชนา, ปุถุ นานาโอเฆหิ วุยฺหนฺตีติ ปุถุชฺชนา, ปุถุ นานาสนฺตาเปหิ สนฺตปฺปนฺตีติ ปุถุชฺชนา, ปุถุ นานาปริฬาเหหิ ปริทยฺหนฺตีติ ปุถุชฺชนา, ปุถุ ปญฺจสุ กามคุเณสุ รตฺตา คิทฺธา คธิตา มุจฺฉิตา อชฺโฌสนฺนา ลคฺคา ลคิตา ปลิพุทฺธาติ ปุถุชฺชนา, ปุถุ ปญฺจหิ นีวรเณหิ อาวุฏา นิวุตา โอวุตา ปิหิตา ปฏิจฺฉนฺนา ปฏิกุชฺชิตาติ ปุถุชฺชนาติ (มหานิ. ๕๑). ปุถูนํ วา คณนปถมตีตานํ อริยธมฺมปรมฺมุขานํ นีจธมฺมสมาจารานํ ชนานํ อนฺโตคธตฺตาปิ ปุถุชฺชนา. ปุถุ วา อยํ, วิสุํเยว สงฺขํ คโต, วิสํสฏฺโฐ สีลสุตาทิคุณยุตฺเตหิ อริเยหิ ชโนติปิ ปุถุชฺชโน. เอวเมเตหิ ‘‘อสฺสุตวา ปุถุชฺชโน’’ติ ทฺวีหิปิ ปเทหิ เยเต –
ทุเว ปุถุชฺชนา วุตฺตา, พุทฺเธนาทิจฺจพนฺธุนา;
อนฺโธ ปุถุชฺชโน เอโก, กลฺยาเณโก ปุถุชฺชโนติ. –
เทฺว ปุถุชฺชนา วุตฺตา. เตสุ อนฺธปุถุชฺชโน วุตฺโต โหตีติ เวทิตพฺโพ. อริยานํ อทสฺสาวีติอาทีสุ อริยาติ อารกตฺตา กิเลเสหิ, อนเย นอิริยนโต, อเย อิริยนโต, สเทวเกน จ โลเกน อรณียโต พุทฺธา จ ปจฺเจกพุทฺธา จ พุทฺธสาวกา จ วุจฺจนฺติ, พุทฺธา เอว วา อิธ อริยา. ยถาห ‘‘สเทวเก, ภิกฺขเว, โลเก…เป… ตถาคโต อริโยติ วุจฺจตี’’ติ (สํ. นิ. ๕.๑๐๙๘). สปฺปุริสาติ เอตฺถ ปน ปจฺเจกพุทฺธา ตถาคตสาวกา จ ‘‘สปฺปุริสา’’ติ เวทิตพฺพา. เต หิ โลกุตฺตรคุณโยเคน โสภนา ปุริสาติ สปฺปุริสา. สพฺเพว วา เอเต เทฺวธาปิ วุตฺตา. พุทฺธาปิ หิ อริยา จ สปฺปุริสา จ, ปจฺเจกพุทฺธา พุทฺธสาวกาปิ. ยถาห –
‘‘โย เว กตญฺญู กตเวทิ ธีโร,
กลฺยาณมิตฺโต ทฬฺหภตฺติ จ โหติ;
ทุขิตสฺส สกฺกจฺจ กโรติ กิจฺจํ,
ตถาวิธํ สปฺปุริสํ วทนฺตี’’ติ. (ชา. ๒.๑๗.๗๘);
กลฺยาณมิตฺโต ทฬฺหภตฺติ จ โหตีติ เอตฺตาวตา หิ พุทฺธสาวโก วุตฺโต, กตญฺญุตาทีหิ ปจฺเจกพุทฺธา พุทฺธาติ. อิทานิ โย เตสํ อริยานํ อทสฺสนสีโล, น จ ทสฺสเน สาธุการี, โส อริยานํ อทสฺสาวีติ เวทิตพฺโพ. โส จ จกฺขุนา อทสฺสาวี ญาเณน อทสฺสาวีติ ทุวิโธ, เตสุ ญาเณน อทสฺสาวี อิธ อธิปฺเปโต. มํสจกฺขุนา หิ ทิพฺพจกฺขุนา วา อริยา ทิฏฺฐาปิ อทิฏฺฐาว โหนฺติ. เตสํ จกฺขูนํ วณฺณมตฺตคฺคหณโต, น อริยภาวโคจรโต. โสณสิงฺคาลาทโยปิ จ จกฺขุนา อริเย ปสฺสนฺติ. น จ เต อริยานํ ทสฺสาวิโน.
ตตฺริทํ วตฺถุ – จิตฺตลปพฺพตวาสิโน กิร ขีณาสวตฺเถรสฺส อุปฏฺฐาโก วุฑฺฒปพฺพชิโต เอกทิวสํ เถเรน สทฺธึ ปิณฺฑาย จริตฺวา เถรสฺส ปตฺตจีวรํ คเหตฺวา ปิฏฺฐิโต อาคจฺฉนฺโต เถรํ ปุจฺฉิ ‘‘อริยา นาม, ภนฺเต, กีทิสา’’ติ. เถโร อาห ‘‘อิเธกจฺโจ มหลฺลโก อริยานํ ปตฺตจีวรํ คเหตฺวา วตฺตปฏิปตฺตึ กตฺวา สหจรนฺโตปิ เนว อริเย ชานาติ, เอวํ ทุชฺชานา, อาวุโส, อริยา’’ติ. เอวํ วุตฺเตปิ โส เนว อญฺญาสิ. ตสฺมา น จกฺขุนา ทสฺสนํ ทสฺสนํ, ญาเณน ทสฺสนเมว ทสฺสนํ. ยถาห ‘‘กึ เต, วกฺกลิ, อิมินา ปูติกาเยน ทิฏฺเฐน, โย โข, วกฺกลิ, ธมฺมํ ปสฺสติ, โส มํ ปสฺสตี’’ติ (สํ. นิ. ๓.๘๗). ตสฺมา จกฺขุนา ปสฺสนฺโตปิ ญาเณน อริเยหิ ทิฏฺฐํ อนิจฺจาทิลกฺขณํ อปสฺสนฺโต อริยาธิคตญฺจ ธมฺมํ อนธิคจฺฉนฺโต อริยกรธมฺมานํ อริยภาวสฺส จ อทิฏฺฐตฺตา ‘‘อริยานํ อทสฺสาวี’’ติ เวทิตพฺโพ.
อริยธมฺมสฺส อโกวิโทติ สติปฏฺฐานาทิเภเท อริยธมฺเม อกุสโล. อริยธมฺเม อวินีโตติ เอตฺถ ปน –
ทุวิโธ วินโย นาม, เอกเมเกตฺถ ปญฺจธา;
อภาวโต ตสฺส อยํ, ‘‘อวินีโต’’ติ วุจฺจติ.
อยญฺหิ สํวรวินโย ปหานวินโยติ ทุวิโธ วินโย. เอตฺถ จ ทุวิเธปิ วินเย เอกเมโก วินโย ปญฺจธา ภิชฺชติ. สํวรวินโยปิ หิ สีลสํวโร สติสํวโร ญาณสํวโร ขนฺติสํวโร วีริยสํวโรติ ปญฺจวิโธ. ปหานวินโยปิ ตทงฺคปหานํ วิกฺขมฺภนปหานํ สมุจฺเฉทปหานํ ปฏิปฺปสฺสทฺธิปหานํ นิสฺสรณปหานนฺติ ปญฺจวิโธ.
ตตฺถ ‘‘อิมินา ปาติโมกฺขสํวเรน อุเปโต โหติ สมุเปโต’’ติ (วิภ. ๕๑๑) อยํ สีลสํวโร. ‘‘รกฺขติ จกฺขุนฺทฺริยํ จกฺขุนฺทฺริเย สํวรํ อาปชฺชตี’’ติ (ที. นิ. ๑.๒๑๓; ม. นิ. ๑.๒๙๕; สํ. นิ. ๔.๒๓๙; อ. นิ. ๓.๑๖) อยํ สติสํวโร.
‘‘ยานิ โสตานิ โลกสฺมึ, (อชิตาติ ภควา)
สติ เตสํ นิวารณํ;
โสตานํ สํวรํ พฺรูมิ,
ปญฺญาเยเต ปิธียเร’’ติ. (สุ. นิ. ๑๐๔๑);
อยํ ญาณสํวโร. ‘‘ขโม โหติ สีตสฺส อุณฺหสฺสา’’ติ (ม. นิ. ๑.๒๓; อ. นิ. ๔.๑๑๔; ๖.๕๘) อยํ ขนฺติสํวโร. ‘‘อุปฺปนฺนํ กามวิตกฺกํ นาธิวาเสตี’’ติ (ม. นิ. ๑.๒๖; อ. นิ. ๔.๑๑๔; ๖.๕๘) อยํ วีริยสํวโร. สพฺโพปิ จายํ สํวโร ยถาสกํ สํวริตพฺพานํ วิเนตพฺพานญฺจ กายทุจฺจริตาทีนํ สํวรณโต ‘‘สํวโร’’, วินยนโต ‘‘วินโย’’ติ วุจฺจติ. เอวํ ตาว สํวรวินโย ปญฺจธา ภิชฺชตีติ เวทิตพฺโพ.
ตถา ยํ นามรูปปริจฺเฉทาทีสุ วิปสฺสนาญาเณสุ ปฏิปกฺขภาวโต ทีปาโลเกเนว ตมสฺส, เตน เตน วิปสฺสนาญาเณน ตสฺส ตสฺส อนตฺถสฺส ปหานํ. เสยฺยถิทํ, นามรูปววตฺถาเนน สกฺกายทิฏฺฐิยา, ปจฺจยปริคฺคเหน อเหตุวิสมเหตุทิฏฺฐีนํ, ตสฺเสว อปรภาเคน กงฺขาวิตรเณน กถํกถีภาวสฺส, กลาปสมฺมสเนน ‘‘อหํ มมา’’ติ คาหสฺส, มคฺคามคฺคววตฺถาเนน อมคฺเค มคฺคสญฺญาย, อุทยทสฺสเนน อุจฺเฉททิฏฺฐิยา, วยทสฺสเนน สสฺสตทิฏฺฐิยา, ภยทสฺสเนน สภเย อภยสญฺญาย, อาทีนวทสฺสเนน อสฺสาทสญฺญาย, นิพฺพิทานุปสฺสนาย อภิรติสญฺญาย, มุจฺจิตุกมฺยตาญาเณน อมุจฺจิตุกมฺยตาย, อุเปกฺขาญาเณน อนุเปกฺขาย, อนุโลเมน ธมฺมฏฺฐิติยํ นิพฺพาเน จ ปฏิโลมภาวสฺส, โคตฺรภุนา สงฺขารนิมิตฺตคฺคาหสฺส ปหานํ, เอตํ ตทงฺคปหานํนาม.
ยํ ปน อุปจารปฺปนาเภเทน สมาธินา ปวตฺติภาวนิวารณโต ฆฏปฺปหาเรเนว อุทกปิฏฺเฐ เสวาลสฺส เตสํ เตสํ นีวรณาทิธมฺมานํ ปหานํ, เอตํ วิกฺขมฺภนปหานํ นาม.
ยํ จตุนฺนํ อริยมคฺคานํ ภาวิตตฺตา ตํตํมคฺควโต อตฺตโน อตฺตโน สนฺตาเน ‘‘ทิฏฺฐิคตานํ ปหานายา’’ติอาทินา (ธ. ส. ๒๗๗) นเยน วุตฺตสฺส สมุทยปกฺขิกสฺส กิเลสคณสฺส อจฺจนฺตํ อปฺปวตฺติภาเวน ปหานํ, อิทํ สมุจฺเฉทปหานํ นาม. ยํ ปน ผลกฺขเณ ปฏิปฺปสฺสทฺธตฺตํ กิเลสานํ, เอตํ ปฏิปฺปสฺสทฺธิปหานํ นาม. ยํ สพฺพสงฺขตนิสฺสฏตฺตา ปหีนสพฺพสงฺขตํ นิพฺพานํ เอตํ นิสฺสรณปหานํ นาม. สพฺพมฺปิ เจตํ ปหานํ ยสฺมา จาคฏฺเฐน ปหานํ, วินยนฏฺเฐน วินโย, ตสฺมา ‘‘ปหานวินโย’’ติ วุจฺจติ. ตํตํปหานวโต วา ตสฺส ตสฺส วินยสฺส สมฺภวโตเปตํ ‘‘ปหานวินโย’’ติ วุจฺจติ. เอวํ ปหานวินโยปิ ปญฺจธา ภิชฺชตีติ เวทิตพฺโพ.
เอวมยํ สงฺเขปโต ทุวิโธ, เภทโต จ ทสวิโธ วินโย ภินฺนสํวรตฺตา ปหาตพฺพสฺส จ อปฺปหีนตฺตา ยสฺมา เอตสฺส อสฺสุตวโต ปุถุชฺชนสฺส นตฺถิ, ตสฺมา อภาวโต ตสฺส อยํ อวินีโตติ วุจฺจตีติ. เอส นโย สปฺปุริสานํ อทสฺสาวี สปฺปุริสธมฺมสฺส อโกวิโท สปฺปุริสธมฺเม อวินีโตติ เอตฺถปิ. นินฺนานากรณญฺหิ เอตํ อตฺถโต. ยถาห ‘‘เยว เต อริยา, เตว เต สปฺปุริสา. เยว เต สปฺปุริสา, เตว เต อริยา. โย เอว โส อริยานํ ธมฺโม, โส เอว โส สปฺปุริสานํ ธมฺโม. โย เอว โส สปฺปุริสานํ ธมฺโม, โส เอว โส อริยานํ ธมฺโม. เยว เต อริยวินยา, เตว เต สปฺปุริสวินยา. เยว เต สปฺปุริสวินยา, เตว เต อริยวินยา. อริเยติ วา สปฺปุริเสติ วา, อริยธมฺเมติ วา สปฺปุริสธมฺเมติ วา, อริยวินเยติ วา สปฺปุริสวินเยติ วา เอเสเส เอเก เอกตฺเถ สเม สมภาเค ตชฺชาเต ตญฺเญวา’’ติ.
‘‘กสฺมา ปน ภควา สพฺพธมฺมมูลปริยายํ โว, ภิกฺขเว, เทเสสฺสามี’’ติ วตฺวา ตํ อเทเสตฺวาว ‘‘อิธ, ภิกฺขเว, อสฺสุตวา ปุถุชฺชโน อริยานํ อทสฺสาวี’’ติ เอวํ ปุถุชฺชนํ นิทฺทิสีติ? ปุคฺคลาธิฏฺฐานาย ธมฺมเทสนาย ตมตฺถํ อาวิกาตุํ. ภควโต หิ ธมฺมาธิฏฺฐานา ธมฺมเทสนา, ธมฺมาธิฏฺฐานา ปุคฺคลเทสนา, ปุคฺคลาธิฏฺฐานา ปุคฺคลเทสนา, ปุคฺคลาธิฏฺฐานา ธมฺมเทสนาติ ธมฺมปุคฺคลวเสเนว ตาว จตุพฺพิธา เทสนา.
ตตฺถ, ‘‘ติสฺโส อิมา, ภิกฺขเว, เวทนา. กตมา ติสฺโส? สุขา เวทนา ทุกฺขา เวทนา อทุกฺขมสุขา เวทนา. อิมา โข, ภิกฺขเว, ติสฺโส เวทนา’’ติ (สํ. นิ. ๔.๒๕๐) เอวรูปี ธมฺมาธิฏฺฐานา ธมฺมเทสนา เวทิตพฺพา. ‘‘ฉ ธาตุโย อยํ ปุติโส ฉ ผสฺสายตโน อฏฺฐารส มโนปวิจาโร จตุราธิฏฺฐาโน’’ติ (ม. นิ. ๓.๓๔๓) เอวรูปี ธมฺมาธิฏฺฐานา ปุคฺคลเทสนา. ‘‘ตโยเม, ภิกฺขเว, ปุคฺคลา สนฺโต สํวิชฺชมานา โลกสฺมึ. กตเม ตโย? อนฺโธ เอกจกฺขุ ทฺวิจกฺขุ. กตโม จ, ภิกฺขเว, ปุคฺคโล อนฺโธ’’ติ? (อ. นิ. ๓.๒๙) เอวรูปี ปุคฺคลาธิฏฺฐานา ปุคฺคลเทสนา. ‘‘กตมญฺจ, ภิกฺขเว, ทุคฺคติภยํ? อิธ, ภิกฺขเว, เอกจฺโจ อิติ ปฏิสญฺจิกฺขติ, กายทุจฺจริตสฺส โข ปาปโก วิปาโก อภิสมฺปรายํ…เป… สุทฺธมตฺตานํ ปริหรติ. อิทํ วุจฺจติ, ภิกฺขเว, ทุคฺคติภย’’นฺติ (อ. นิ. ๔.๑๒๑) เอวรูปี ปุคฺคลาธิฏฺฐานา ธมฺมเทสนา.
สฺวายํ อิธ ยสฺมา ปุถุชฺชโน อปริญฺญาตวตฺถุโก, อปริญฺญามูลิกา จ อิธาธิปฺเปตานํ สพฺพธมฺมานํ มูลภูตา มญฺญนา โหติ, ตสฺมา ปุถุชฺชนํ ทสฺเสตฺวา ปุคฺคลาธิฏฺฐานาย เทสนาย ตมตฺถํ อาวิกาตุํ, ‘‘อิธ, ภิกฺขเว, อสฺสุตวา ปุถุชฺชโน อริยานํ อทสฺสาวี’’ติ เอวํ ปุถุชฺชนํ นิทฺทิสีติ เวทิตพฺโพ.
สุตฺตนิกฺเขปวณฺณนา นิฏฺฐิตา.
ปถวีวารวณฺณนา
เอวํ ปุถุชฺชนํ นิทฺทิสิตฺวา อิทานิ ตสฺส ปถวีอาทีสุ วตฺถูสุ สพฺพสกฺกายธมฺมชนิตํ มญฺญนํ ทสฺเสนฺโต, ปถวึ ปถวิโตติอาทิมาห. ตตฺถ ลกฺขณปถวี สสมฺภารปถวี อารมฺมณปถวี สมฺมุติปถวีติ จตุพฺพิธา ปถวี. ตาสุ ‘‘กตมา จ, อาวุโส, อชฺฌตฺติกา ปถวีธาตุ? ยํ อชฺฌตฺตํ ปจฺจตฺตํ กกฺขฬํ ขริคต’’นฺติอาทีสุ (วิภ. ๑๗๓) วุตฺตา ลกฺขณปถวี. ‘‘ปถวึ ขเณยฺย วา ขณาเปยฺย วา’’ติอาทีสุ (ปาจิ. ๘๕) วุตฺตา สสมฺภารปถวี. เย จ เกสาทโย วีสติ โกฏฺฐาสา, อโยโลหาทโย จ พาหิรา. สา หิ วณฺณาทีหิ สมฺภาเรหิ สทฺธึ ปถวีติ สสมฺภารปถวี. ‘‘ปถวีกสิณเมโก สญฺชานาตี’’ติอาทีสุ (ที. นิ. ๓.๓๖๐) อาคตา ปน อารมฺมณปถวี, นิมิตฺตปถวีติปิ วุจฺจติ. ปถวีกสิณชฺฌานลาภี เทวโลเก นิพฺพตฺโต อาคมนวเสน ปถวีเทวตาติ นามํ ลภติ. อยํ สมฺมุติปถวีติ เวทิตพฺพา. สา สพฺพาปิ อิธ ลพฺภติ. ตาสุ ยํกญฺจิ ปถวึ อยํ ปุถุชฺชโน ปถวิโต สญฺชานาติ, ปถวีติ สญฺชานาติ, ปถวีภาเคน สญฺชานาติ, โลกโวหารํ คเหตฺวา สญฺญาวิปลฺลาเสน สญฺชานาติ ปถวีติ. เอวํ ปถวีภาคํ อมุญฺจนฺโตเยว วา เอตํ ‘‘สตฺโตติ วา สตฺตสฺสา’’ติ วา อาทินา นเยน สญฺชานาติ. กสฺมา เอวํ สญฺชานาตีติ น วตฺตพฺพํ. อุมฺมตฺตโก วิย หิ ปุถุชฺชโน. โส ยํกิญฺจิ เยน เกนจิ อากาเรน คณฺหาติ. อริยานํ อทสฺสาวิตาทิเภทเมว วา เอตฺถ การณํ. ยํ วา ปรโต ‘‘อปริญฺญาตํ ตสฺสา’’ติ วทนฺเตน ภควตาว วุตฺตํ.
ปถวึ ปถวิโต สญฺญตฺวาติ โส ตํ ปถวึ เอวํ วิปรีตสญฺญาย สญฺชานิตฺวา, ‘‘สญฺญานิทานา หิ ปปญฺจสงฺขา’’ติ (สุ. นิ. ๘๘๐) วจนโต อปรภาเค ถามปตฺเตหิ ตณฺหามานทิฏฺฐิปปญฺเจหิ อิธ มญฺญนานาเมน วุตฺเตหิ มญฺญติ กปฺเปติ วิกปฺเปติ, นานปฺปการโต อญฺญถา คณฺหาติ. เตน วุตฺตํ ‘‘ปถวึ มญฺญตี’’ติ. เอวํ มญฺญโต จสฺส ตา มญฺญนา โอฬาริกนเยน ทสฺเสตุํ ‘‘ยา อยํ เกสา โลมา’’ติอาทินา นเยน วีสติเภทา อชฺฌตฺติกา ปถวี วุตฺตา. ยา จายํ วิภงฺเค ‘‘ตตฺถ กตมา พาหิรา ปถวีธาตุ? ยํ พาหิรํ กกฺขฬํ ขริคตํ กกฺขฬตฺตํ กกฺขฬภาโว พหิทฺธา อนุปาทินฺนํ. เสยฺยถิทํ, อโย โลหํ ติปุ สีสํ สชฺฌํ มุตฺตา มณิ เวฬุริยํ สงฺโข สิลา ปวาฬํ รชตํ ชาตรูปํ โลหิตงฺโก มสารคลฺลํ ติณํ กฏฺฐํ สกฺขรา กฐลํ ภูมิ ปาสาโณ ปพฺพโต’’ติ (วิภ. ๑๗๓) เอวํ พาหิรา ปถวี วุตฺตา. ยา จ อชฺฌตฺตารมฺมณตฺติเก นิมิตฺตปถวี, ตํ คเหตฺวา อยมตฺถโยชนา วุจฺจติ.
ปถวึ มญฺญตีติ ตีหิ มญฺญนาหิ อหํ ปถวีติ มญฺญติ, มม ปถวีติ มญฺญติ, ปโร ปถวีติ มญฺญติ, ปรสฺส ปถวีติ มญฺญติ, อถ วา อชฺฌตฺติกํ ปถวึ ตณฺหามญฺญนาย มญฺญติ, มานมญฺญนาย มญฺญติ, ทิฏฺฐิมญฺญนาย มญฺญติ. กถํ? อยญฺหิ เกสาทีสุ ฉนฺทราคํ ชเนติ เกเส อสฺสาเทติ อภินนฺทติ อภิวทติ อชฺโฌสาย ติฏฺฐติ. โลเม, นเข, ทนฺเต, ตจํ, อญฺญตรํ วา ปน รชฺชนียวตฺถุํ. เอวํ อชฺฌตฺติกํ ปถวึ ตณฺหามญฺญนาย มญฺญติ. อิติ เม เกสา สิยุํ อนาคตมทฺธานํ. อิติ โลมาติอาทินา วา ปน นเยน ตตฺถ นนฺทึ สมนฺนาเนติ. ‘‘อิมินาหํ สีเลน วา…เป… พฺรหฺมจริเยน วา เอวํ สินิทฺธมุทุสุขุมนีลเกโส ภวิสฺสามี’’ติอาทินา วา ปน นเยน อปฺปฏิลทฺธานํ ปฏิลาภาย จิตฺตํ ปณิทหติ. เอวมฺปิ อชฺฌตฺติกํ ปถวึ ตณฺหามญฺญนาย มญฺญติ.
ตถา อตฺตโน เกสาทีนํ สมฺปตฺตึ วา วิปตฺตึ วา นิสฺสาย มานํ ชเนติ, ‘‘เสยฺโยหมสฺมีติ วา สทิโสหมสฺมีติ วา หีโนหมสฺมีติ วา’’ติ. เอวํ อชฺฌตฺติกํ ปถวึ มานมญฺญนาย มญฺญติ. ‘‘ตํ ชีวํ ตํ สรีร’’นฺติ (ม. นิ. ๒.๑๘๗) อาคตนเยน ปน เกสํ ‘‘ชีโว’’ติ อภินิวิสติ. เอส นโย โลมาทีสุ. เอวํ อชฺฌตฺติกํ ปถวึ ทิฏฺฐิมญฺญนาย มญฺญติ.
อถ วา ‘‘ยา เจว โข ปนาวุโส, อชฺฌตฺติกา ปถวีธาตุ, ยา จ พาหิรา ปถวีธาตุ, ปถวีธาตุเรเวสา, ตํ เนตํ มมา’’ติ (ม. นิ. ๑.๓๐๒) อิมิสฺสา ปวตฺติยา ปจฺจนีกนเยน เกสาทิเภทํ ปถวึ เอตํ มม เอโสหมสฺมิ เอโส เม อตฺตาติ อภินิวิสติ. เอวมฺปิ อชฺฌตฺติกํ ปถวึ ทิฏฺฐิมญฺญนาย มญฺญติ. เอวํ ตาว อชฺฌตฺติกํ ปถวึ ตีหิ มญฺญนาหิ มญฺญติ.
ยถา จ อชฺฌตฺติกํ เอวํ พาหิรมฺปิ. กถํ? ‘‘อยญฺหิ อยโลหาทีสุ ฉนฺทราคํ ชเนติ. อยโลหาทีนิ อสฺสาเทติ อภินนฺทติ อภิวทติ อชฺโฌสาย ติฏฺฐติ. มม อโย มม โลหนฺติอาทินา นเยน อยาทีนิ มมายติ รกฺขติ โคปยติ, เอวํ พาหิรํ ปถวึ ตณฺหามญฺญนาย มญฺญติ. อิติ เม อยโลหาทโย สิยุํ อนาคตมทฺธานนฺติ วา ปเนตฺถ นนฺทึ สมนฺนาเนติ, อิมินาหํ สีเลน วา วเตน วา ตเปน วา พฺรหฺมจริเยน วา เอวํ สมฺปนฺนอยโลหาทิอุปกรโณ ภวิสฺสามี’’ติ อปฺปฏิลทฺธสฺส ปฏิลาภาย จิตฺตํ ปณิทหติ. เอวมฺปิ พาหิรํ ปถวึ ตณฺหามญฺญนาย มญฺญติ.
ตถา อตฺตโน อยโลหาทีนํ สมฺปตฺตึ วา วิปตฺตึ วา นิสฺสาย มานํ ชเนติ ‘‘อิมินาหํ เสยฺโยสฺมีติ วา, สทิโสสฺมีติ วา หีโนสฺมีติ วา’’ติ (วิภ. ๘๓๒) เอวํ พาหิรํ ปถวึ มานมญฺญนาย มญฺญติ. อเย ชีวสญฺญี หุตฺวา ปน อยํ ‘‘ชีโว’’ติ อภินิวิสติ. เอส นโย โลหาทีสุ. เอวํ พาหิรํ ปถวึ ทิฏฺฐิมญฺญนาย มญฺญติ.
อถ วา ‘‘อิเธกจฺโจ ปถวีกสิณํ อตฺตโต สมนุปสฺสติ. ยํ ปถวีกสิณํ, โส อหํ. โย อหํ, ตํ ปถวีกสิณนฺติ ปถวีกสิณญฺจ อตฺตญฺจ อทฺวยํ สมนุปสฺสตี’’ติ (ปฏิ. ม. ๑.๑๓๑) ปฏิสมฺภิทายํ วุตฺตนเยเนว นิมิตฺตปถวึ ‘‘อตฺตา’’ติ อภินิวิสติ. เอวํ พาหิรํ ปถวึ ทิฏฺฐิมญฺญนาย มญฺญติ. เอวมฺปิ พาหิรํ ปถวึ ตีหิ มญฺญนาหิ มญฺญติ. เอวํ ตาว ‘‘ปถวึ มญฺญตี’’ติ เอตฺถ ติสฺโสปิ มญฺญนา เวทิตพฺพา. อิโต ปรํ สงฺเขเปเนว กถยิสฺสาม.
ปถวิยา มญฺญตีติ เอตฺถ ปถวิยาติ ภุมฺมวจนเมตํ. ตสฺมา อหํ ปถวิยาติ มญฺญติ, มยฺหํ กิญฺจนํ ปลิโพโธ ปถวิยาติ มญฺญติ, ปโร ปถวิยาติ มญฺญติ, ปรสฺส กิญฺจนํ ปลิโพโธ ปถวิยาติ มญฺญตีติ อยเมตฺถ อตฺโถ.
อถ วา ยฺวายํ ‘‘กถํ รูปสฺมึ อตฺตานํ สมนุปสฺสติ? อิเธกจฺโจ เวทนํ… สญฺญํ… สงฺขาเร… วิญฺญาณํ อตฺตโต สมนุปสฺสติ, ตสฺส เอวํ โหติ, อยํ โข เม อตฺตา, โส โข ปน เม อตฺตา อิมสฺมึ รูเปติ เอวํ รูปสฺมึ วา อตฺตานํ สมนุปสฺสตี’’ติ (ปฏิ. ม. ๑.๑๓๑) เอตสฺส อตฺถนโย วุตฺโต, เอเตเนว นเยน เวทนาทิธมฺเม อตฺตโต คเหตฺวา ตโต อชฺฌตฺติกพาหิราสุ ปถวีสุ ยํกิญฺจิ ปถวึ ตสฺโสกาสภาเวน ปริกปฺเปตฺวา โส โข ปน เม อยํ อตฺตา อิมิสฺสา ปถวิยาติ มญฺญนฺโต ปถวิยา มญฺญติ, อยมสฺส ทิฏฺฐิมญฺญนา. ตสฺมึเยว ปนสฺส อตฺตนิ สิเนหํ ตพฺพตฺถุกญฺจ มานํ อุปฺปาทยโต ตณฺหามานมญฺญนาปิ เวทิตพฺพา. ยทา ปน เตเนว นเยน โส โข ปนสฺส อตฺตา ปถวิยาติ มญฺญติ, ตทา ทิฏฺฐิมญฺญนา เอว ยุชฺชติ. อิตราโยปิ ปน อิจฺฉนฺติ.
ปถวิโต มญฺญตีติ เอตฺถ ปน ปถวิโตติ นิสฺสกฺกวจนํ. ตสฺมา สอุปกรณสฺส อตฺตโน วา ปรสฺส วา ยถาวุตฺตปฺปเภทโต ปถวิโต อุปฺปตฺตึ วา นิคฺคมนํ วา ปถวิโต วา อญฺโญ อตฺตาติ มญฺญมาโน ปถวิโต มญฺญตีติ เวทิตพฺโพ, อยมสฺส ทิฏฺฐิมญฺญนา. ตสฺมึเยว ปนสฺส ทิฏฺฐิมญฺญนาย มญฺญิเต วตฺถุสฺมึ สิเนหํ มานญฺจ อุปฺปาทยโต ตณฺหามานมญฺญนาปิ เวทิตพฺพา. อปเร อาหุ ปถวีกสิณํ ปริตฺตํ ภาเวตฺวา ตโต อญฺญํ อปฺปมาณํ อตฺตานํ คเหตฺวา ปถวิโต พหิทฺธาปิ เม อตฺตาติ มญฺญมาโน ปถวิโต มญฺญตีติ.
ปถวึ เมติ มญฺญตีติ เอตฺถ ปน เกวลญฺหิ มหาปถวึ ตณฺหาวเสน มมายตีติ อิมินา นเยน ปวตฺตา เอกา ตณฺหามญฺญนา เอว ลพฺภตีติ เวทิตพฺพา. สา จายํ มม เกสา, มม โลมา, มม อโย, มม โลหนฺติ เอวํ ยถาวุตฺตปฺปเภทาย สพฺพายปิ อชฺฌตฺติกพาหิราย ปถวิยา โยเชตพฺพาติ.
ปถวึ อภินนฺทตีติ วุตฺตปฺปการเมว ปถวึ ตณฺหาทีหิ อภินนฺทติ, อสฺสาเทติ, ปรามสติ จาติ วุตฺตํ โหติ. ‘‘ปถวึ มญฺญตี’’ติ เอเตเนว เอตสฺมึ อตฺเถ สิทฺเธ กสฺมา เอตํ วุตฺตนฺติ เจ. อวิจาริตเมตํ โปราเณหิ. อยํ ปน อตฺตโน มติ, เทสนาวิลาสโต วา อาทีนวทสฺสนโต วา. ยสฺสา หิ ธมฺมธาตุยา สุปฺปฏิวิทฺธตฺตา นานานยวิจิตฺรเทสนาวิลาสสมฺปนฺโน, อยํ สา ภควตา สุปฺปฏิวิทฺธา. ตสฺมา ปุพฺเพ มญฺญนาวเสน กิเลสุปฺปตฺตึ ทสฺเสตฺวา อิทานิ อภินนฺทนาวเสน ทสฺเสนฺโต เทสนาวิลาสโต วา อิทมาห. โย วา ปถวึ มญฺญติ, ปถวิยา มญฺญติ, ปถวิโต มญฺญติ, ปถวึ เมติ มญฺญติ, โส ยสฺมา น สกฺโกติ ปถวีนิสฺสิตํ ตณฺหํ วา ทิฏฺฐึ วา ปหาตุํ, ตสฺมา ปถวึ อภินนฺทติเยว. โย จ ปถวึ อภินนฺทติ, ทุกฺขํ โส อภินนฺทติ, ทุกฺขญฺจ อาทีนโวติ อาทีนวทสฺสนโตปิ อิทมาห. วุตฺตญฺเจตํ ภควตา ‘‘โย, ภิกฺขเว, ปถวีธาตุํ อภินนฺทติ, ทุกฺขํ โส อภินนฺทติ, โย ทุกฺขํ อภินนฺทติ, อปริมุตฺโต โส ทุกฺขสฺมาติ วทามี’’ติ.
เอวํ ปถวีวตฺถุกํ มญฺญนํ อภินนฺทนญฺจ วตฺวา อิทานิ เยน การเณน โส มญฺญติ, อภินนฺทติ จ, ตํ การณํ อาวิกโรนฺโต อาห ตํ กิสฺส เหตุ, อปริญฺญาตํ ตสฺสาติ วทามีติ. ตสฺสตฺโถ, โส ปุถุชฺชโน ตํ ปถวึ กิสฺส เหตุ มญฺญติ, เกน การเณน มญฺญติ, อภินนฺทตีติ เจ. อปริญฺญาตํ ตสฺสาติ วทามีติ, ยสฺมา ตํ วตฺถุ ตสฺส อปริญฺญาตํ, ตสฺมาติ วุตฺตํ โหติ. โย หิ ปถวึ ปริชานาติ, โส ตีหิ ปริญฺญาหิ ปริชานาติ ญาตปริญฺญาย ตีรณปริญฺญาย ปหานปริญฺญายาติ.
ตตฺถ กตมา ญาตปริญฺญา. ปถวีธาตุํ ปริชานาติ, อยํ ปถวีธาตุ อชฺฌตฺติกา, อยํ พาหิรา, อิทมสฺสา ลกฺขณํ, อิมานิ รสปจฺจุปฏฺฐานปทฏฺฐานานีติ, อยํ ญาตปริญฺญา. กตมา ตีรณปริญฺญา? เอวํ ญาตํ กตฺวา ปถวีธาตุํ ตีเรติ อนิจฺจโต ทุกฺขโต โรคโตติ ทฺวาจตฺตาลีสาย อากาเรหิ, อยํ ตีรณปริญฺญา. กตมา ปหานปริญฺญา? เอวํ ตีรยิตฺวา อคฺคมคฺเคน ปถวีธาตุยา ฉนฺทราคํ ปชหติ, อยํ ปหานปริญฺญา.
นามรูปววตฺถานํ วา ญาตปริญฺญา. กลาปสมฺมสนาทิอนุโลมปริโยสานา ตีรณปริญฺญา. อริยมคฺเค ญาณํ ปหานปริญฺญาติ. โย ปถวึ ปริชานาติ, โส อิมาหิ ตีหิ ปริญฺญาหิ ปริชานาติ, อสฺส จ ปุถุชฺชนสฺส ตา ปริญฺญาโย นตฺถิ, ตสฺมา อปริญฺญาตตฺตา ปถวึ มญฺญติ จ อภินนฺทติ จาติ. เตนาห ภควา – อิธ, ภิกฺขเว, อสฺสุตวา ปุถุชฺชโน…เป… ปถวึ มญฺญติ, ปถวิยา มญฺญติ, ปถวิโต มญฺญติ, ปถวึ เมติ มญฺญติ, ปถวึ อภินนฺทติ. ตํ กิสฺส เหตุ? อปริญฺญาตํ ตสฺสาติ วทามี’’ติ.
ปถวีวารวณฺณนา นิฏฺฐิตา.
อาโปวาราทิวณฺณนา
อาปํ อาปโตติ เอตฺถาปิ ลกฺขณสสมฺภารารมฺมณสมฺมุติวเสน จตุพฺพิโธ อาโป. เตสุ ‘‘ตตฺถ, กตมา อชฺฌตฺติกา อาโปธาตุ. ยํ อชฺฌตฺตํ ปจฺจตฺตํ อาโป อาโปคตํ, สิเนโห สิเนหคตํ พนฺธนตฺตํ รูปสฺส อชฺฌตฺตํ อุปาทินฺน’’นฺติอาทีสุ (วิภ. ๑๗๔) วุตฺโต ลกฺขณอาโป. ‘‘อาโปกสิณํ อุคฺคณฺหนฺโต อาปสฺมึ นิมิตฺตํ คณฺหาตี’’ติอาทีสุ วุตฺโต สสมฺภาราโป. เสสํ สพฺพํ ปถวิยํ วุตฺตสทิสเมว. เกวลํ โยชนานเย ปน ‘‘ปิตฺตํ เสมฺห’’นฺติอาทินา นเยน วุตฺตา ทฺวาทสเภทา อชฺฌตฺติกา อาโปธาตุ, ‘‘ตตฺถ, กตมา พาหิรา อาโปธาตุ? ยํ พาหิรํ อาโป อาโปคตํ, สิเนโห สิเนหคตํ พนฺธนตฺตํ รูปสฺส พหิทฺธา อนุปาทินฺนํ. เสยฺยถิทํ, มูลรโส ขนฺธรโส ตจรโส ปตฺตรโส ปุปฺผรโส ผลรโส ขีรํ ทธิ สปฺปิ นวนีตํ เตลํ มธุ ผาณิตํ ภุมฺมานิ วา อุทกานิ อนฺตลิกฺขานิ วา’’ติ (วิภ. ๑๗๔) เอวํ วุตฺตา จ พาหิรา อาโปธาตุ เวทิตพฺพา, โย จ อชฺฌตฺตารมฺมณตฺติเก นิมิตฺตอาโป.
เตชํ เตชโตติ อิมสฺมึ เตโชวาเรปิ วุตฺตนเยเนว วิตฺถาโร เวทิตพฺโพ. โยชนานเย ปเนตฺถ ‘‘เยน จ สนฺตปฺปติ, เยน จ ชีรียติ, เยน จ ปริฑยฺหติ, เยน จ อสิตปีตขายิตสายิตํ สมฺมา ปริณามํ คจฺฉตี’’ติ (วิภ. ๑๗๕) เอวํ วุตฺตา จตุปฺปเภทา อชฺฌตฺติกา เตโชธาตุ. ‘‘ตตฺถ กตมา พาหิรา เตโชธาตุ? ยํ พาหิรํ เตโช เตโชคตํ อุสฺมา อุสฺมาคตํ อุสุมํ อุสุมคตํ พหิทฺธา อนุปาทินฺนํ. เสยฺยถิทํ, กฏฺฐคฺคิ ปลาลคฺคิ ติณคฺคิ โคมยคฺคิ ถุสคฺคิ สงฺการคฺคิ อินฺทคฺคิ อคฺคิสนฺตาโป สูริยสนฺตาโป กฏฺฐสนฺนิจยสนฺตาโป ติณสนฺนิจยสนฺตาโป ธญฺญสนฺนิจยสนฺตาโป ภณฺฑสนฺนิจยสนฺตาโป’’ติ (วิภ. ๑๗๕) เอวํ วุตฺตา จ พาหิรา เตโชธาตุ เวทิตพฺพา.
วายํ วายโตติ อิมสฺส วายวารสฺสาปิ โยชนานเย ปน ‘‘อุทฺธงฺคมา วาตา อโธคมา วาตา กุจฺฉิสยา วาตา โกฏฺฐาสยา วาตา องฺคมงฺคานุสาริโน วาตา สตฺถกวาตา ขุรกวาตา อุปฺปลกวาตา อสฺสาโส ปสฺสาโส’’ติ เอวํ วุตฺตา อชฺฌตฺติกา วาโยธาตุ. ‘‘ตตฺถ กตมา พาหิรา วาโยธาตุ? ยํ พาหิรํ วาโย วาโยคตํ ถมฺภิตตฺตํ รูปสฺส พหิทฺธา อนุปาทินฺนํ. เสยฺยถิทํ, ปุรตฺถิมา วาตา ปจฺฉิมา วาตา อุตฺตรา วาตา ทกฺขิณา วาตา สรชา วาตา อรชา วาตา สีตา วาตา อุณฺหา วาตา ปริตฺตา วาตา อธิมตฺตา วาตา กาฬวาตา เวรมฺภวาตา ปกฺขวาตา สุปณฺณวาตา ตาลวณฺฏวาตา วิธูปนวาตา’’ติ (วิภ. ๑๗๖) เอวํ วุตฺตา จ พาหิรา วาโยธาตุ เวทิตพฺพา. เสสํ วุตฺตนยเมวาติ. เอตฺตาวตา จ ยฺวายํ –
‘‘วุตฺตมฺหิ เอกธมฺเม, เย ธมฺมา เอกลกฺขณา เตน;
วุตฺตา ภวนฺติ สพฺเพ, อิติ วุตฺโต ลกฺขโณ หาโร’’ติ. –
เอวํ เนตฺติยํ ลกฺขโณ นาม หาโร วุตฺโต, ตสฺส วเสน ยสฺมา จตูสุ ภูเตสุ คหิเตสุ อุปาทารูปมฺปิ คหิตเมว ภวติ, รูปลกฺขณํ อนตีตตฺตา. ยญฺจ ภูโตปาทารูปํ โส รูปกฺขนฺโธ. ตสฺมา ‘‘อสฺสุตวา ปุถุชฺชโน ปถวึ อาปํ เตชํ วายํ มญฺญตี’’ติ วทนฺเตน อตฺถโต รูปํ อตฺตโต สมนุปสฺสตีติปิ วุตฺตํ โหติ. ‘‘ปถวิยา อาปสฺมึ เตชสฺมึ วายสฺมึ มญฺญตี’’ติ วทนฺเตน รูปสฺมึ วา อตฺตานํ สมนุปสฺสตีติ วุตฺตมฺปิ โหติ. ‘‘ปถวิโต อาปโต เตชโต วายโต มญฺญตี’’ติ วทนฺเตน รูปโต อญฺโญ อตฺตาติ สิทฺธตฺตา รูปวนฺตํ วา อตฺตานํ อตฺตนิ วา รูปํ สมนุปสฺสตีติปิ วุตฺตํ โหติ. เอวเมตา จตสฺโส รูปวตฺถุกา สกฺกายทิฏฺฐิมญฺญนา เวทิตพฺพา. ตตฺถ เอกา อุจฺเฉททิฏฺฐิ, ติสฺโส สสฺสตทิฏฺฐิโยติ เทฺวว ทิฏฺฐิโย โหนฺตีติ อยมฺปิ อตฺถวิเสโส เวทิตพฺโพ.
อาโปวาราทิวณฺณนา นิฏฺฐิตา.
ภูตวาราทิวณฺณนา
๓. เอวํ รูปมุเขน สงฺขารวตฺถุกํ มญฺญนํ วตฺวา อิทานิ เย สงฺขาเร อุปาทาย สตฺตา ปญฺญปียนฺติ, เตสุ สงฺขาเรสุ สตฺเตสุปิ ยสฺมา ปุถุชฺชโน มญฺญนํ กโรติ, ตสฺมา เต สตฺเต นิทฺทิสนฺโต ภูเต ภูตโต สญฺชานาตีติอาทิมาห. ตตฺถายํ ภูตสทฺโท ปญฺจกฺขนฺธอมนุสฺสธาตุวิชฺชมานขีณาสวสตฺตรุกฺขาทีสุ ทิสฺสติ. ‘‘ภูตมิทนฺติ, ภิกฺขเว, สมนุปสฺสถา’’ติอาทีสุ (ม. นิ. ๑.๔๐๑) หิ อยํ ปญฺจกฺขนฺเธสุ ทิสฺสติ. ‘‘ยานีธ ภูตานิ สมาคตานี’’ติ (สุ. นิ. ๒๒๔) เอตฺถ อมนุสฺเสสุ. ‘‘จตฺตาโร โข, ภิกฺขุ, มหาภูตา เหตู’’ติ (ม. นิ. ๓.๘๖) เอตฺถ ธาตูสุ. ‘‘ภูตสฺมึ ปาจิตฺติย’’นฺติอาทีสุ (ปาจิ. ๖๙) วิชฺชมาเน. ‘‘โย จ กาลฆโส ภูโต’’ติ (ชา. ๑.๑๐.๑๙๐) เอตฺถ ขีณาสเว. ‘‘สพฺเพว นิกฺขิปิสฺสนฺติ ภูตา โลเก สมุสฺสย’’นฺติ (ที. นิ. ๒.๒๒๐) เอตฺถ สตฺเตสุ. ‘‘ภูตคามปาตพฺยตายา’’ติ (ปาจิ. ๙๐) เอตฺถ รุกฺขาทีสุ. อิธ ปนายํ สตฺเตสุ วตฺตติ, โน จ โข อวิเสเสน. จาตุมหาราชิกานํ หิ เหฏฺฐา สตฺตา อิธ ภูตาติ อธิปฺเปตา.
ตตฺถ ภูเต ภูตโต สญฺชานาตีติอาทิ วุตฺตนยเมว. ภูเต มญฺญตีติอาทีสุ ปน ติสฺโสปิ มญฺญนา โยเชตพฺพา. กถํ? อยญฺหิ ‘‘โส ปสฺสติ คหปตึ วา คหปติปุตฺตํ วา ปญฺจหิ กามคุเณหิ สมปฺปิตํ สมงฺคิภูต’’นฺติ (อ. นิ. ๗.๕๐) วุตฺตนเยน ภูเต สุภา สุขิตาติ คเหตฺวา รชฺชติ, ทิสฺวาปิ เน รชฺชติ, สุตฺวาปิ, ฆายิตฺวาปิ, สายิตฺวาปิ, ผุสิตฺวาปิ, ญตฺวาปิ. เอวํ ภูเต ตณฺหามญฺญนาย มญฺญติ. ‘‘อโห วตาหํ ขตฺติยมหาสาลานํ วา สหพฺยตํ อุปปชฺเชยฺย’’นฺติอาทินา (ที. นิ. ๓.๓๓๗) วา ปน นเยน อปฺปฏิลทฺธสฺส ปฏิลาภาย จิตฺตํ ปณิทหติ, เอวมฺปิ ภูเต ตณฺหามญฺญนาย มญฺญติ. อตฺตโน ปน ภูตานญฺจ สมฺปตฺติวิปตฺตึ นิสฺสาย อตฺตานํ วา เสยฺยํ ทหติ. ภูเตสุ จ ยํกิญฺจิ ภูตํ หีนํ อตฺตานํ วา หีนํ, ยํกิญฺจิ ภูตํ เสยฺยํ. อตฺตานํ วา ภูเตน, ภูตํ วา อตฺตนา สทิสํ ทหติ. ยถาห ‘‘อิเธกจฺโจ ชาติยา วา…เป… อญฺญตรญฺญตเรน วตฺถุนา ปุพฺพกาลํ ปเรหิ สทิสํ อตฺตานํ ทหติ. อปรกาลํ อตฺตานํ เสยฺยํ ทหติ. ปเร หีเน ทหติ, โย เอวรูโป มาโน …เป… อยํ วุจฺจติ มานาติมาโน’’ติ (วิภ. ๘๗๖-๘๘๐). เอวํ ภูเต มานมญฺญนาย มญฺญติ.
ภูเต ปน ‘‘นิจฺจา ธุวา สสฺสตา อวิปริณามธมฺมา’’ติ วา ‘‘สพฺเพ สตฺตา สพฺเพ ปาณา สพฺเพ ภูตา สพฺเพ ชีวา อวสา อพลา อวีริยา นิยติสงฺคติภาวปริณตา ฉเสฺววาภิชาตีสุ สุขทุกฺขํ ปฏิสํเวเทนฺตี’’ติ (ที. นิ. ๑.๑๖๘) วา มญฺญมาโน ทิฏฺฐิมญฺญนาย มญฺญติ. เอวํ ภูเต ตีหิ มญฺญนาหิ มญฺญติ.