๒. สพฺพาสวสุตฺตวณฺณนา
๑๔. เอวํ เม สุตํ…เป… สาวตฺถิยนฺติ สพฺพาสวสุตฺตํ. ตตฺรายํ อปุพฺพปทวณฺณนา – สาวตฺถีติ สวตฺถสฺส อิสิโน นิวาสฏฺฐานภูตา นครี, ยถา กากนฺที มากนฺที โกสมฺพีติ เอวํ ตาว อกฺขรจินฺตกา. อฏฺฐกถาจริยา ปน ภณนฺติ ‘‘ยํกิญฺจิ มนุสฺสานํ อุปโภคปริโภคํ สพฺพเมตฺถ อตฺถีติ สาวตฺถี. สตฺถสมาโยเค จ กึ ภณฺฑมตฺถีติ ปุจฺฉิเต สพฺพมตฺถี’’ติ วจนมุปาทาย สาวตฺถี.
‘‘สพฺพทา สพฺพูปกรณํ, สาวตฺถิยํ สโมหิตํ;
ตสฺมา สพฺพมุปาทาย, สาวตฺถีติ ปวุจฺจติ.
โกสลานํ ปุรํ รมฺมํ, ทสฺสเนยฺยํ มโนรมํ;
ทสหิ สทฺเทหิ อวิวิตฺตํ, อนฺนปานสมายุตํ.
วุทฺธึ เวปุลฺลตํ ปตฺตํ, อิทฺธํ ผีตํ มโนรมํ;
อฬกมนฺทาว เทวานํ, สาวตฺถิปุรมุตฺตม’’นฺติ.
ตสฺสํ สาวตฺถิยํ. เชตวเนติ เอตฺถ อตฺตโน ปจฺจตฺถิกชนํ ชินาตีติ เชโต, รญฺญา วา อตฺตโน ปจฺจตฺถิกชเน ชิเต ชาโตติ เชโต, มงฺคลกมฺยตาย วา ตสฺส เอวํนามเมว กตนฺติ เชโต, เชตสฺส วนํ เชตวนํ. ตญฺหิ เชเตน ราชกุมาเรน โรปิตํ สํวทฺธิตํ ปริปาลิตํ, โส จ ตสฺส สามี อโหสิ. ตสฺมา เชตวนนฺติ วุจฺจติ, ตสฺมึ เชตวเน. อนาถปิณฺฑิกสฺส อาราเมติ เอตฺถ สุทตฺโต นาม โส คหปติ มาตาปิตูหิ กตนามวเสน. สพฺพกามสมิทฺธิตาย ปน วิคตมลมจฺเฉรตาย กรุณาทิคุณสมงฺคิตาย จ นิจฺจกาลํ อนาถานํ ปิณฺฑมทาสิ, เตน อนาถปิณฺฑิโกติ สงฺขํ คโต. อารมนฺติ เอตฺถ ปาณิโน วิเสเสน วา ปพฺพชิตาติ อาราโม, ตสฺส ปุปฺผผลาทิโสภาย นาติทูรนจฺจาสนฺนตาทิปญฺจวิธเสนาสนงฺคสมฺปตฺติยา จ ตโต ตโต อาคมฺม รมนฺติ อภิรมนฺติ อนุกฺกณฺฐิตา หุตฺวา นิวสนฺตีติ อตฺโถ. วุตฺตปฺปการาย วา สมฺปตฺติยา ตตฺถ ตตฺถ คเตปิ อตฺตโน อพฺภนฺตรํเยว อาเนตฺวา รเมตีติ อาราโม. โส หิ อนาถปิณฺฑิเกน คหปตินา เชตสฺส ราชกุมารสฺส หตฺถโต อฏฺฐารสหิ หิรญฺญโกฏีหิ โกฏิสนฺถเรน กีณิตฺวา อฏฺฐารสหิ หิรญฺญโกฏีหิ เสนาสนานิ การาเปตฺวา อฏฺฐารสหิ หิรญฺญโกฏีหิ วิหารมหํ นิฏฺฐาเปตฺวา เอวํ จตุปญฺญาสหิรญฺญโกฏิปริจฺจาเคน พุทฺธปฺปมุขสฺส สงฺฆสฺส นิยฺยาทิโต. ตสฺมา ‘‘อนาถปิณฺฑิกสฺส อาราโม’’ติ วุจฺจติ. ตสฺมึ อนาถปิณฺฑิกสฺส อาราเม.
เอตฺถ จ ‘‘เชตวเน’’ติ วจนํ ปุริมสามิปริกิตฺตนํ. ‘‘อนาถปิณฺฑิกสฺส อาราเม’’ติ ปจฺฉิมสามิปริกิตฺตนํ. กิเมเตสํ ปริกิตฺตเน ปโยชนนฺติ. ปุญฺญกามานํ ทิฏฺฐานุคติอาปชฺชนํ. ตตฺร หิ ทฺวารโกฏฺฐกปาสาทมาปเน ภูมิวิกฺกยลทฺธา อฏฺฐารส หิรญฺญโกฏิโย อเนกโกฏิอคฺฆนกา รุกฺขา จ เชตสฺส ปริจฺจาโค, จตุปญฺญาส โกฏิโย อนาถปิณฺฑิกสฺส. อิติ เตสํ ปริกิตฺตเนน เอวํ ปุญฺญกามา ปุญฺญานิ กโรนฺตีติ ทสฺเสนฺโต อายสฺมา อานนฺโท อญฺเญปิ ปุญฺญกาเม เตสํ ทิฏฺฐานุคติอาปชฺชเน นิโยเชติ.
สพฺพาสวสํวรปริยายํ โว, ภิกฺขเวติ กสฺมา อิทํ สุตฺตมภาสิ? เตสํ ภิกฺขูนํ อุปกฺกิเลสวิโสธนํ อาทึ กตฺวา อาสวกฺขยาย ปฏิปตฺติทสฺสนตฺถํ. ตตฺถ สพฺพาสวสํวรปริยายนฺติ สพฺเพสํ อาสวานํ สํวรการณํ สํวรภูตํ การณํ, เยน การเณน เต สํวริตา ปิทหิตา หุตฺวา อนุปฺปาทนิโรธสงฺขาตํ ขยํ คจฺฉนฺติ ปหียนฺติ นปฺปวตฺตนฺติ, ตํ การณนฺติ อตฺโถ. ตตฺถ อาสวนฺตีติ อาสวา, จกฺขุโตปิ…เป… มนโตปิ สนฺทนฺติ ปวตฺตนฺตีติ วุตฺตํ โหติ. ธมฺมโต ยาว โคตฺรภุํ โอกาสโต ยาว ภวคฺคํ สวนฺตีติ วา อาสวา, เอเต ธมฺเม เอตญฺจ โอกาสํ อนฺโต กริตฺวา ปวตฺตนฺตีติ อตฺโถ. อนฺโตกรณตฺโถ หิ อยํ อากาโร. จิรปาริวาสิยฏฺเฐน มทิราทโย อาสวา, อาสวา วิยาติปิ อาสวา. โลกสฺมิญฺหิ จิรปาริวาสิกา มทิราทโย อาสวาติ วุจฺจนฺติ. ยทิ จ จิรปาริวาสิยฏฺเฐน อาสวา, เอเตเยว ภวิตุมรหนฺติ. วุตฺตเญฺหตํ ‘‘ปุริมา, ภิกฺขเว, โกฏิ น ปญฺญายติ อวิชฺชาย, อิโต ปุพฺเพ อวิชฺชา นาโหสี’’ติอาทิ (อ. นิ. ๑๐.๖๑). อายตํ วา สํสารทุกฺขํ สวนฺติ ปสวนฺตีติปิ อาสวา. ปุริมานิ เจตฺถ นิพฺพจนานิ ยตฺถ กิเลสา อาสวาติ อาคจฺฉนฺติ, ตตฺถ ยุชฺชนฺติ, ปจฺฉิมํ กมฺเมปิ. น เกวลญฺจ กมฺมกิเลสาเยว อาสวา, อปิจ โข นานปฺปการกา อุปฺปทฺทวาปิ. สุตฺเตสุ หิ ‘‘นาหํ, จุนฺท, ทิฏฺฐธมฺมิกานํเยว อาสวานํ สํวราย ธมฺมํ เทเสมี’’ติ (ที. นิ. ๓.๑๘๒) เอตฺถ วิวาทมูลภูตา กิเลสา อาสวาติ อาคตา.
‘‘เยน เทวูปปตฺยสฺส, คนฺธพฺโพ วา วิหงฺคโม;
ยกฺขตฺตํ เยน คจฺเฉยฺยํ, มนุสฺสตฺตญฺจ อพฺพเช;
เต มยฺหํ อาสวา ขีณา, วิทฺธสฺตา วินฬีกตา’’ติ. (อ. นิ. ๔.๓๖); –
เอตฺถ เตภูมกญฺจ กมฺมํ อวเสสา จ อกุสลา ธมฺมา. ‘‘ทิฏฺฐธมฺมิกานํ อาสวานํ สํวราย สมฺปรายิกานํ อาสวานํ ปฏิฆาตายา’’ติ (ปารา. ๓๙) เอตฺถ ปรูปวาทวิปฺปฏิสารวธพนฺธาทโย เจว อปายทุกฺขภูตา จ นานปฺปการา อุปทฺทวา. เต ปเนเต อาสวา ยตฺถ ยถา อาคตา, ตตฺถ ตถา เวทิตพฺพา.
เอเต หิ วินเย ตาว ‘‘ทิฏฺฐธมฺมิกานํ อาสวานํ สํวราย, สมฺปรายิกานํ อาสวานํ ปฏิฆาตายา’’ติ เทฺวธา อาคตา. สฬายตเน ‘‘ตโยเม อาวุโส อาสวา, กามาสโว ภวาสโว อวิชฺชาสโว’’ติ (อ. นิ. ๖.๖๓) ติธา อาคตา. อญฺเญสุ จ สุตฺตนฺเตสุ อภิธมฺเม จ เตเยว ทิฏฺฐาสเวน สห จตุธา อาคตา. นิพฺเพธิกปริยาเย – ‘‘อตฺถิ, ภิกฺขเว, อาสวา นิรยคามินิยา, อตฺถิ อาสวา ติรจฺฉานโยนิคามินิยา, อตฺถิ อาสวา เปตฺติวิสยคามินิยา, อตฺถิ อาสวา มนุสฺสโลกคามินิยา, อตฺถิ อาสวา เทวโลกคามินิยา’’ติ (อ. นิ. ๖.๖๓) ปญฺจธา อาคตา. ฉกฺกนิปาเต – ‘‘อตฺถิ, ภิกฺขเว, อาสวา สํวรา ปหาตพฺพา’’ติอาทินา นเยน ฉธา อาคตา. อิมสฺมึ ปน สุตฺเต เตเยว ทสฺสนาปหาตพฺเพหิ สทฺธึ สตฺตธา อาคตาติ. อยํ ตาว อาสวปเท วจนตฺโถ เจว ปเภโท จ.
สํวรปเท ปน สํวรยตีติ สํวโร, ปิทหติ นิวาเรติ ปวตฺติตุํ น เทตีติ อตฺโถ. ตถา หิ ‘‘อนุชานามิ, ภิกฺขเว, ทิวา ปฏิสลฺลียนฺเตน ทฺวารํ สํวริตฺวา ปฏิสลฺลียิตุ’’นฺติ (ปารา. ๗๗), ‘‘โสตานํ สํวรํพฺรอูมิ, ปญฺญาเยเต ปิธียเร’’ติ (สุ. นิ. ๑๐๔๑) จ อาทีสุ ปิธานฏฺเฐน สํวรมาห. สฺวายํ สํวโร ปญฺจวิโธ โหติ สีลสํวโร สติญาณ ขนฺติ วีริยสํวโรติ. ตตฺถ ‘‘อิมินา ปาติโมกฺขสํวเรน อุเปโต’’ติ (วิภ. ๕๑๑) อยํ สีลสํวโร. ปาติโมกฺขสีลญฺหิ เอตฺถ สํวโรติ วุตฺตํ. ‘‘จกฺขุนฺทฺริเย สํวรมาปชฺชตี’’ติอาทีสุ (ที. นิ. ๑.๒๑๓) สติสํวโร. สติ เหตฺถ สํวโรติ วุตฺตา. ‘‘โสตานํ สํวรํ พฺรูมิ, ปญฺญาเยเต ปิธียเร’’ติ อยํ ญาณสํวโร. ญาณเญฺหตฺถ ปิธียเรติ อิมินา ปิธานฏฺเฐน สํวโรติ วุตฺตํ. ‘‘ขโม โหติ สีตสฺส…เป…, อุปฺปนฺนํ กามวิตกฺกํ นาธิวาเสตี’’ติอาทินา (ม. นิ. ๑.๒๔-๒๖) ปน นเยน อิเธว ขนฺติวีริยสํวรา อาคตา. เตสญฺจ ‘‘สพฺพาสวสํวรปริยาย’’นฺติ อิมินา อุทฺเทเสน สงฺคหิตตฺตา สํวรภาโว เวทิตพฺโพ.
อปิจ ปญฺจวิโธปิ อยํ สํวโร อิธ อาคโตเยว, ตตฺถ ขนฺติวีริยสํวรา ตาว วุตฺตาเยว. ‘‘โส ตญฺจ อนาสนํ ตญฺจ อโคจร’’นฺติ (ม. นิ. ๑.๒๕) อยํ ปเนตฺถ สีลสํวโร. ‘‘ปฏิสงฺขา โยนิโส จกฺขุนฺทฺริยสํวรสํวุโต’’ติ (ม. นิ. ๑.๒๒) อยํ สติสํวโร. สพฺพตฺถ ปฏิสงฺขา ญาณสํวโร. อคฺคหิตคฺคหเณน ปน ทสฺสนํ ปฏิเสวนา ภาวนา จ ญาณสํวโร. ปริยายนฺติ เอเตน ธมฺมาติ ปริยาโย, อุปฺปตฺตึ นิโรธํ วา คจฺฉนฺตีติ วุตฺตํ โหติ. เอตฺตาวตา ‘‘สพฺพาสวสํวรปริยาย’’นฺติ เอตฺถ ยํ วตฺตพฺพํ, ตํ วุตฺตํ โหติ.
๑๕. อิทานิ ชานโต อหนฺติอาทีสุ ชานโตติ ชานนฺตสฺส. ปสฺสโตติ ปสฺสนฺตสฺส. เทฺวปิ ปทานิ เอกตฺถานิ, พฺยญฺชนเมว นานํ. เอวํ สนฺเตปิ ชานโตติ ญาณลกฺขณํ อุปาทาย ปุคฺคลํ นิทฺทิสติ, ชานนลกฺขณญฺหิ ญาณํ. ปสฺสโตติ ญาณปฺปภาวํ อุปาทาย, ปสฺสนปฺปภาวญฺหิ ญาณํ. ญาณสมงฺคี ปุคฺคโล จกฺขุมา วิย จกฺขุนา รูปานิ ญาเณน วิวเฏ ธมฺเม ปสฺสติ. อปิจ โยนิโสมนสิการํ อุปฺปาเทตุํ ชานโต, อโยนิโสมนสิกาโร ยถา น อุปฺปชฺชติ, เอวํ ปสฺสโตติ อยเมตฺถ สาโร. เกจิ ปนาจริยา พหู ปปญฺเจ ภณนฺติ, เต อิมสฺมึ อตฺเถ น ยุชฺชนฺติ.
อาสวานํ ขยนฺติ อาสวปฺปหานํ อาสวานํ อจฺจนฺตกฺขยสมุปฺปาทํ ขีณาการํ นตฺถิภาวนฺติ อยเมว หิ อิมสฺมิญฺจ สุตฺเต, ‘‘อาสวานํ ขยา อนาสวํ เจโตวิมุตฺติ’’นฺติอาทีสุ (ม. นิ. ๑.๔๓๘) จ อาสวกฺขยตฺโถ. อญฺญตฺถ ปน มคฺคผลนิพฺพานานิปิ อาสวกฺขโยติ วุจฺจนฺติ. ตถา หิ –
‘‘เสขสฺส สิกฺขมานสฺส, อุชุมคฺคานุสาริโน;
ขยสฺมึ ปฐมํ ญาณํ, ตโต อญฺญา อนนฺตรา’’ติ. (อิติวุ. ๖๒) –
อาทีสุ มคฺโค อาสวกฺขโยติ วุตฺโต,
‘‘อาสวานํ ขยา สมโณ โหตี’’ติอาทีสุ (ม. นิ. ๑.๔๓๘) ผลํ.
‘‘ปรวชฺชานุปสฺสิสฺส, นิจฺจํ อุชฺฌานสญฺญิโน;
อาสวา ตสฺส วฑฺฒนฺติ, อารา โส อาสวกฺขยา’’ติ. (ธ. ป. ๒๕๓) –
อาทีสุ นิพฺพานํ ‘‘อาสวกฺขโย’’ติ วุตฺตํ.
โน อชานโต โน อปสฺสโตติ โย ปน น ชานาติ น ปสฺสติ, ตสฺส โน วทามีติ อตฺโถ. เอเตน เย อชานโต อปสฺสโตปิ สํวราทีหิเยว สุทฺธึ วทนฺติ, เต ปฏิกฺขิตฺตา โหนฺติ. ปุริเมน วา ปททฺวเยน อุปาโย วุตฺโต, อิมินา อนุปายปฏิเสโธ. สงฺเขเปน เจตฺถ ญาณํ อาสวสํวรปริยาโยติ ทสฺสิตํ โหติ.
อิทานิ ยํ ชานโต อาสวานํ ขโย โหติ, ตํ ทสฺเสตุกาโม กิญฺจ, ภิกฺขเว, ชานโตติ ปุจฺฉํ อารภิ, ตตฺถ ชานนา พหุวิธา. ทพฺพชาติโก เอว หิ โกจิ ภิกฺขุ ฉตฺตํ กาตุํ ชานาติ, โกจิ จีวราทีนํ อญฺญตรํ, ตสฺส อีทิสานิ กมฺมานิ วตฺตสีเส ฐตฺวา กโรนฺตสฺส สา ชานนา มคฺคผลานํ ปทฏฺฐานํ น โหตีติ น วตฺตพฺพา. โย ปน สาสเน ปพฺพชิตฺวา เวชฺชกมฺมาทีนิ กาตุํ ชานาติ, ตสฺเสวํ ชานโต อาสวา วฑฺฒนฺติเยว, ตสฺมา ยํ ชานโต ปสฺสโต จ อาสวานํ ขโย โหติ, ตเทว ทสฺเสนฺโต อาห โยนิโส จ มนสิการํ อโยนิโส จ มนสิการนฺติ.
ตตฺถ โยนิโส มนสิกาโร นาม อุปายมนสิกาโร ปถมนสิกาโร, อนิจฺจาทีสุ อนิจฺจนฺติ อาทินา เอว นเยน สจฺจานุโลมิเกน วา จิตฺตสฺส อาวฏฺฏนา อนฺวาวฏฺฏนา อาโภโค สมนฺนาหาโร มนสิกาโร, อยํ วุจฺจติ โยนิโส มนสิกาโรติ.
อโยนิโส มนสิกาโรติ อนุปายมนสิกาโร อุปฺปถมนสิกาโร. อนิจฺเจ นิจฺจนฺติ ทุกฺเข สุขนฺติ อนตฺตนิ อตฺตาติ อสุเภ สุภนฺติ อโยนิโส มนสิกาโร อุปฺปถมนสิกาโร. สจฺจปฺปฏิกุเลน วา จิตฺตสฺส อาวฏฺฏนา อนฺวาวฏฺฏนา อาโภโค สมนฺนาหาโร มนสิกาโร, อยํ วุจฺจติ อโยนิโส มนสิกาโรติ. เอวํ โยนิโส มนสิการํ อุปฺปาเทตุํ ชานโต, อโยนิโส มนสิกาโร จ ยถา น อุปฺปชฺชติ, เอวํ ปสฺสโต อาสวานํ ขโย โหติ.
อิทานิ อิมสฺเสวตฺถสฺส ยุตฺตึ ทสฺเสนฺโต อาห อโยนิโส, ภิกฺขเว…เป… ปหียนฺตีติ. เตน กึ วุตฺตํ โหติ, ยสฺมา อโยนิโส มนสิกโรโต อาสวา อุปฺปชฺชนฺติ, โยนิโส มนสิกโรโต ปหียนฺติ, ตสฺมา ชานิตพฺพํ โยนิโส มนสิการํ อุปฺปาเทตุํ ชานโต, อโยนิโส มนสิกาโร จ ยถา น อุปฺปชฺชติ, เอวํ ปสฺสโต อาสวานํ ขโย โหตีติ, อยํ ตาเวตฺถ สงฺเขปวณฺณนา.
อยํ ปน วิตฺถาโร – ตตฺถ ‘‘โยนิโส อโยนิโส’’ติ อิเมหิ ตาว ทฺวีหิ ปเทหิ อาพทฺธํ โหติ อุปริ สกลสุตฺตํ. วฏฺฏวิวฏฺฏวเสน หิ อุปริ สกลสุตฺตํ วุตฺตํ. อโยนิโส มนสิการมูลกญฺจ วฏฺฏํ, โยนิโส มนสิการมูลกญฺจ วิวฏฺฏํ. กถํ? อโยนิโส มนสิกาโร หิ วฑฺฒมาโน เทฺว ธมฺเม ปริปูเรติ อวิชฺชญฺจ ภวตณฺหญฺจ. อวิชฺชาย จ สติ ‘‘อวิชฺชาปจฺจยา สงฺขารา…เป… ทุกฺขกฺขนฺธสฺส สมุทโย โหติ. ตณฺหาย สติ ตณฺหาปจฺจยา อุปาทานํ…เป… สมุทโย โหตี’’ติ. เอวํ อยํ อโยนิโส มนสิการพหุโล ปุคฺคโล วาตเวคาภิฆาเตน วิปฺปนฏฺฐนาวา วิย คงฺคาวฏฺเฏ ปติตโคกุลํ วิย จกฺกยนฺเต ยุตฺตพลิพทฺโท วิย จ ปุนปฺปุนํ ภวโยนิคติวิญฺญาณฏฺฐิติสตฺตาวาเสสุ อาวฏฺฏปริวฏฺฏํ กโรติ, เอวํ ตาว อโยนิโส มนสิการมูลกํ วฏฺฏํ.
โยนิโส มนสิกาโร ปน วฑฺฒมาโน – ‘‘โยนิโส มนสิการสมฺปนฺนสฺเสตํ, ภิกฺขเว, ภิกฺขุโน ปาฏิกงฺขํ, อริยํ อฏฺฐงฺคิกํ มคฺคํ ภาเวสฺสติ, อริยํ อฏฺฐงฺคิกํ มคฺคํ พหุลีกริสฺสตี’’ติ (สํ. นิ. ๕.๕๕) วจนโต สมฺมาทิฏฺฐิปมุขํ อฏฺฐงฺคิกํ มคฺคํ ปริปูเรติ. ยา จ สมฺมาทิฏฺฐิ, สา วิชฺชาติ ตสฺส วิชฺชุปฺปาทา อวิชฺชานิโรโธ, ‘‘อวิชฺชานิโรธา สงฺขารนิโรโธ…เป… เอวํ เอตสฺส เกวลสฺส ทุกฺขกฺขนฺธสฺส นิโรโธ โหตี’’ติ (มหาว. ๑) เอวํ โยนิโส มนสิการมูลกํ วิวฏฺฏํ เวทิตพฺพํ. เอวํ อิเมหิ ทฺวีหิ ปเทหิ อาพทฺธํ โหติ อุปริ สกลสุตฺตํ.
เอวํ อาพทฺเธ เจตฺถ ยสฺมา ปุพฺเพ อาสวปฺปหานํ ทสฺเสตฺวา ปจฺฉา อุปฺปตฺติ วุจฺจมานา น ยุชฺชติ. น หิ ปหีนา ปุน อุปฺปชฺชนฺติ. อุปฺปนฺนานํ ปน ปหานํ ยุชฺชติ, ตสฺมา อุทฺเทสปฏิโลมโตปิ ‘‘อโยนิโส, ภิกฺขเว, มนสิกโรโต’’ติอาทิมาห.
ตตฺถ อโยนิโส มนสิกโรโตติ วุตฺตปฺปการํ อโยนิโส มนสิการํ อุปฺปาทยโต. อนุปฺปนฺนา เจว อาสวา อุปฺปชฺชนฺตีติ เอตฺถ เย ปุพฺเพ อปฺปฏิลทฺธปุพฺพํ จีวราทึ วา ปจฺจยํ อุปฏฺฐากสทฺธิวิหาริกอนฺเตวาสิกานํ วา อญฺญตรํ มนุญฺญํ วตฺถุํ ปฏิลภิตฺวา, ตํ สุภํ สุขนฺติ อโยนิโส มนสิกโรโต, อญฺญตรญฺญตรํ วา ปน อนนุภูตปุพฺพํ อารมฺมณํ ยถา วา ตถา วา อโยนิโส มนสิกโรโต อาสวา อุปฺปชฺชนฺติ, เต อนุปฺปนฺนา อุปฺปชฺชนฺตีติ เวทิตพฺพา, อญฺญถา หิ อนมตคฺเค สํสาเร อนุปฺปนฺนา นาม อาสวา น สนฺติ. อนุภูตปุพฺเพปิ จ วตฺถุมฺหิ อารมฺมเณ วา ยสฺส ปกติสุทฺธิยา วา อุทฺเทสปริปุจฺฉาปริยตฺตินวกมฺมโยนิโสมนสิการานํ วา อญฺญตรวเสน ปุพฺเพ อนุปฺปชฺชิตฺวา ปจฺฉา ตาทิเสน ปจฺจเยน สหสา อุปฺปชฺชนฺติ, อิเมปิ อนุปฺปนฺนา อุปฺปชฺชนฺตีติ เวทิตพฺพา. เตสุเยว ปน วตฺถารมฺมเณสุ ปุนปฺปุนํ อุปฺปชฺชมานา อุปฺปนฺนา ปวฑฺฒนฺตีติ วุจฺจนฺติ. อิโต อญฺญถา หิ ปฐมุปฺปนฺนานํ วฑฺฒิ นาม นตฺถิ.
โยนิโส จ โข, ภิกฺขเวติ เอตฺถ ปน ยสฺส ปกติสุทฺธิยา วา เสยฺยถาปิ อายสฺมโต มหากสฺสปสฺส ภทฺทาย จ กาปิลานิยา, อุทฺเทสปริปุจฺฉาทีหิ วา การเณหิ อาสวา นุปฺปชฺชนฺติ, โส จ ชานาติ ‘‘น โข เม อาสวา มคฺเคน สมุคฺฆาตํ คตา, หนฺท เนสํ สมุคฺฆาตาย ปฏิปชฺชามี’’ติ. ตโต มคฺคภาวนาย สพฺเพ สมุคฺฆาเตติ. ตสฺส เต อาสวา อนุปฺปนฺนา น อุปฺปชฺชนฺตีติ วุจฺจนฺติ. ยสฺส ปน การกสฺเสว สโต สติสมฺโมเสน สหสา อาสวา อุปฺปชฺชนฺติ, ตโต สํเวคมาปชฺชิตฺวา โยนิโส ปทหนฺโต เต อาสเว สมุจฺฉินฺทติ, ตสฺส อุปฺปนฺนา ปหียนฺตีติ วุจฺจนฺติ มณฺฑลารามวาสีมหาติสฺสภูตตฺเถรสฺส วิย. โส กิร ตสฺมึเยว วิหาเร อุทฺเทสํ คณฺหาติ, อถสฺส คาเม ปิณฺฑาย จรโต วิสภาคารมฺมเณ กิเลโส อุปฺปชฺชิ, โส ตํ วิปสฺสนาย วิกฺขมฺเภตฺวา วิหารํ อคมาสิ. ตสฺส สุปินนฺเตปิ ตํ อารมฺมณํ น อุปฏฺฐาสิ. โส ‘‘อยํ กิเลโส วฑฺฒิตฺวา อปายสํวตฺตนิโก โหตี’’ติ สํเวคํ ชเนตฺวา อาจริยํ อาปุจฺฉิตฺวา วิหารา นิกฺขมฺม มหาสงฺฆรกฺขิตตฺเถรสฺส สนฺติเก ราคปฏิปกฺขํ อสุภกมฺมฏฺฐานํ คเหตฺวา คุมฺพนฺตรํ ปวิสิตฺวา ปํสุกูลจีวรํ สนฺถริตฺวา นิสชฺช อนาคามิมคฺเคน ปญฺจกามคุณิกราคํ ฉินฺทิตฺวา อุฏฺฐาย อาจริยํ วนฺทิตฺวา ปุนทิวเส อุทฺเทสมคฺคํ ปาปุณิ. เย ปน วตฺตมานุปฺปนฺนา, เตสํ ปฏิปตฺติยา ปหานํ นาม นตฺถิ.
๑๖. อิทานิ ‘‘อุปฺปนฺนา จ อาสวา ปหียนฺตี’’ติ อิทเมว ปทํ คเหตฺวา เย เต อาสวา ปหียนฺติ, เตสํ นานปฺปการโต อญฺญมฺปิ ปหานการณํ อาวิกาตุํ เทสนํ วิตฺถาเรนฺโต อตฺถิ, ภิกฺขเว, อาสวา ทสฺสนา ปหาตพฺพาติอาทิมาห ยถา ตํ เทสนาปเภทกุสโล ธมฺมราชา. ตตฺถ ทสฺสนา ปหาตพฺพาติ ทสฺสเนน ปหาตพฺพา. เอส นโย สพฺพตฺถ.
ทสฺสนาปหาตพฺพอาสววณฺณนา
๑๗. อิทานิ ตานิ ปทานิ อนุปุพฺพโต พฺยากาตุกาโม ‘‘กตเม จ, ภิกฺขเว, อาสวา ทสฺสนา ปหาตพฺพา’’ติ ปุจฺฉํ กตฺวา มูลปริยายวณฺณนายํ วุตฺตนเยเนว ‘‘อิธ, ภิกฺขเว, อสฺสุตวา ปุถุชฺชโน’’ติ ปุคฺคลาธิฏฺฐานํ เทสนํ อารภิ. ตตฺถ มนสิกรณีเย ธมฺเม นปฺปชานาตีติ อาวชฺชิตพฺเพ สมนฺนาหริตพฺเพ ธมฺเม น ปชานาติ. อมนสิกรณีเยติ ตพฺพิปรีเต. เอส นโย เสสปเทสุปิ. ยสฺมา ปน อิเม ธมฺมา มนสิกรณียา, อิเม อมนสิกรณียาติ ธมฺมโต นิยโม นตฺถิ, อาการโต ปน อตฺถิ. เยนา อากาเรน มนสิกริยมานา อกุสลุปฺปตฺติปทฏฺฐานา โหนฺติ, เตนากาเรน น มนสิกาตพฺพา. เยน กุสลุปฺปตฺติปทฏฺฐานา โหนฺติ, เตนากาเรน มนสิกาตพฺพา. ตสฺมา ‘‘ย’สฺส, ภิกฺขเว, ธมฺเม มนสิกโรโต อนุปฺปนฺโน วา กามาสโว’’ติอาทิมาห.
ตตฺถ ย’สฺสาติ เย อสฺส อสฺสุตวโต ปุถุชฺชนสฺส. มนสิกโรโตติ อาวชฺชยโต สมนฺนาหรนฺตสฺส. อนุปฺปนฺโน วา กามาสโวติ เอตฺถ สมุจฺจยตฺโถ วาสทฺโท, น วิกปฺปตฺโถ. ตสฺมา ยถา ‘‘ยาวตา, ภิกฺขเว, สตฺตา อปทา วา ทฺวิปทา วา…เป… ตถาคโต เตสํ อคฺคมกฺขายตี’’ติ (อิติวุ. ๙๐) วุตฺเต อปทา จ ทฺวิปทา จาติ อตฺโถ, ยถา จ ‘‘ภูตานํ วา สตฺตานํ ฐิติยา สมฺภเวสีนํ วา อนุคฺคหายา’’ติ (ม. นิ. ๑.๔๐๒) วุตฺเต ภูตานญฺจ สมฺภเวสีนญฺจาติ อตฺโถ, ยถา จ ‘‘อคฺคิโต วา อุทกโต วา มิถุเภทโต วา’’ติ (อุทา. ๗๖) วุตฺเต อคฺคิโต จ อุทกโต จ มิถุเภทโต จาติ อตฺโถ, เอวมิธาปิ อนุปฺปนฺโน จ กามาสโว อุปฺปชฺชติ, อุปฺปนฺโน จ กามาสโว ปวฑฺฒตีติ อตฺโถ ทฏฺฐพฺโพ. เอวํ เสเสสุ.
เอตฺถ จ กามาสโวติ ปญฺจกามคุณิโก ราโค. ภวาสโวติ รุปารูปภเว ฉนฺทราโค, ฌานนิกนฺติ จ สสฺสตุจฺเฉททิฏฺฐิสหคตา. เอวํ ทิฏฺฐาสโวปิ ภวาสเว เอว สโมธานํ คจฺฉติ. อวิชฺชาสโวติ จตูสุ สจฺเจสุ อญฺญาณํ. ตตฺถ กามคุเณ อสฺสาทโต มนสิกโรโต อนุปฺปนฺโน จ กามาสโว อุปฺปชฺชติ, อุปฺปนฺโน จ ปวฑฺฒติ. มหคฺคตธมฺเม อสฺสาทโต มนสิกโรโต อนุปฺปนฺโน จ ภวาสโว อุปฺปชฺชติ, อุปฺปนฺโน จ ปวฑฺฒติ. ตีสุ ภูมีสุ ธมฺเม จตุวิปลฺลาสปทฏฺฐานภาเวน มนสิกโรโต อนุปฺปนฺโน จ อวิชฺชาสโว อุปฺปชฺชติ, อุปฺปนฺโน จ ปวฑฺฒตีติ เวทิตพฺโพ. วุตฺตนยปจฺจนีกโต สุกฺกปกฺโข วิตฺถาเรตพฺโพ.
กสฺมา ปน ตโย เอว อาสวา อิธ วุตฺตาติ. วิโมกฺขปฏิปกฺขโต. อปฺปณิหิตวิโมกฺขปฏิปกฺโข หิ กามาสโว,. อนิมิตฺตสุญฺญตวิโมกฺขปฏิปกฺขา อิตเร. ตสฺมา อิเม ตโย อาสเว อุปฺปาเทนฺตา ติณฺณํ วิโมกฺขานํ อภาคิโน โหนฺติ, อนุปฺปาเทนฺตา ภาคิโนติ เอตมตฺถํ ทสฺเสนฺเตน ตโย เอว วุตฺตาติ เวทิตพฺพา. ทิฏฺฐาสโวปิ วา เอตฺถ วุตฺโต เยวาติ วณฺณิตเมตํ.
ตสฺส อมนสิกรณียานํ ธมฺมานํ มนสิการาติ มนสิการเหตุ, ยสฺมา เต ธมฺเม มนสิ กโรติ, ตสฺมาติ วุตฺตํ โหติ. เอส นโย ทุติยปเทปิ. ‘‘อนุปฺปนฺนา เจว อาสวา อุปฺปชฺชนฺติ, อุปฺปนฺนา จ อาสวา ปวฑฺฒนฺตี’’ติ เหฏฺฐา วุตฺตอาสวานํเยว อเภทโต นิคมนเมตํ.
๑๘. เอตฺตาวตา โย อยํ ปุคฺคลาธิฏฺฐานาย เทสนาย ทสฺสนา ปหาตพฺเพ อาสเว นิทฺทิสิตุํ อสฺสุตวา ปุถุชฺชโน วุตฺโต, โส ยสฺมา ‘‘อโยนิโส, ภิกฺขเว, มนสิกโรโต อนุปฺปนฺนา เจว อาสวา อุปฺปชฺชนฺตี’’ติ เอวํ สามญฺญโต วุตฺตานํ อโยนิโส มนสิการปจฺจยานํ กามาสวาทีนมฺปิ อธิฏฺฐานํ, ตสฺมา เตปิ อาสเว เตเนว ปุคฺคเลน ทสฺเสตฺวา อิทานิ ทสฺสนา ปหาตพฺเพ อาสเว ทสฺเสนฺโต โส เอวํ อโยนิโส มนสิ กโรติ, อโหสึ นุ โข อหนฺติอาทิมาห. วิจิกิจฺฉาสีเสน เจตฺถ ทิฏฺฐาสวมฺปิ ทสฺเสตุํ อิมํ เทสนํ อารภิ.
ตสฺสตฺโถ, ยสฺส เต อิมินา วุตฺตนเยน อาสวา อุปฺปชฺชนฺติ, โส ปุถุชฺชโน, โย จายํ ‘‘อสฺสุตวา’’ติอาทินา นเยน วุตฺโต, โส ปุถุชฺชโน เอวํ อโยนิโส อนุปาเยน อุปฺปเถน มนสิ กโรติ. กถํ? อโหสึ นุ โข…เป…โส กุหึ คามี ภวิสฺสตีติ. กึ วุตฺตํ โหติ, โส เอวํ อโยนิโส มนสิ กโรติ, ยถาสฺส ‘‘อหํ อโหสึ นุ โข’’ติอาทินา นเยน วุตฺตา โสฬสวิธาปิ วิจิกิจฺฉา อุปฺปชฺชตีติ.
ตตฺถ อโหสึ นุ โข นนุ โขติ สสฺสตาการญฺจ อธิจฺจสมุปฺปตฺติอาการญฺจ นิสฺสาย อตีเต อตฺตโน วิชฺชมานตํ อวิชฺชมานตญฺจ กงฺขติ. กึ การณนฺติ น วตฺตพฺพํ. อุมฺมตฺตโก วิย หิ พาลปุถุชฺชโน ยถา วา ตถา วา ปวตฺตติ. อปิจ อโยนิโส มนสิกาโรเยเวตฺถ การณํ. เอวํ อโยนิโส มนสิการสฺส ปน กึ การณนฺติ. เสฺวว ปุถุชฺชนภาโว อริยานํ อทสฺสนาทีนิ วา. นนุ จ ปุถุชฺชโนปิ โยนิโส มนสิ กโรตีติ. โก วา เอวมาห น มนสิ กโรตีติ. น ปน ตตฺถ ปุถุชฺชนภาโว การณํ, สทฺธมฺมสฺสวนกลฺยาณมิตฺตาทีนิ ตตฺถ การณานิ. น หิ มจฺฉมํสาทีนิ อตฺตโน อตฺตโน ปกติยา สุคนฺธานิ, อภิสงฺขารปจฺจยา ปน สุคนฺธานิปิ โหนฺติ.
กึ นุ โข อโหสินฺติ ชาติลิงฺคูปปตฺติโย นิสฺสาย ขตฺติโย นุ โข อโหสึ, พฺราหฺมณเวสฺสสุทฺทคหฏฺฐปพฺพชิตเทวมนุสฺสานํ อญฺญตโรติ กงฺขติ.
กถํ นุ โขติ สณฺฐานาการํ นิสฺสาย ทีโฆ นุ โข อโหสึ, รสฺสโอทาตกณฺหปฺปมาณิกอปฺปมาณิกาทีนํ อญฺญตโรติ กงฺขติ. เกจิ ปน อิสฺสรนิมฺมานาทึ นิสฺสาย เกน นุ โข การเณน อโหสินฺติ เหตุโต กงฺขตีติ วทนฺติ.
กึ หุตฺวา กึ อโหสินฺติ ชาติอาทีนิ นิสฺสาย ขตฺติโย หุตฺวา นุ โข พฺราหฺมโณ อโหสึ…เป… เทโว หุตฺวา มนุสฺโสติ อตฺตโน ปรมฺปรํ กงฺขติ. สพฺพตฺเถว ปน อทฺธานนฺติ กาลาธิวจนเมตํ.
ภวิสฺสามิ นุ โข นนุ โขติ สสฺสตาการญฺจ อุจฺเฉทาการญฺจ นิสฺสาย อนาคเต อตฺตโน วิชฺชมานตํ อวิชฺชมานตญฺจ กงฺขติ. เสสเมตฺถ วุตฺตนยเมว.
เอตรหิ วา ปจฺจุปฺปนฺนมทฺธานนฺติ อิทานิ วา ปฏิสนฺธึ อาทึ กตฺวา จุติปริยนฺตํ สพฺพมฺปิ วตฺตมานกาลํ คเหตฺวา. อชฺฌตฺตํ กถํกถี โหตีติ อตฺตโน ขนฺเธสุ วิจิกิจฺโฉ โหติ. อหํ นุ โขสฺมีติ อตฺตโน อตฺถิภาวํ กงฺขติ. ยุตฺตํ ปเนตนฺติ? ยุตฺตํ อยุตฺตนฺติ กา เอตฺถ จินฺตา. อปิเจตฺถ อิทํ วตฺถุมฺปิ อุทาหรนฺติ. จูฬมาตาย กิร ปุตฺโต มุณฺโฑ, มหามาตาย ปุตฺโต อมุณฺโฑ, ตํ ปุตฺตํ มุณฺเฑสุํ. โส อุฏฺฐาย อหํ นุ โข จูฬมาตาย ปุตฺโตติ จินฺเตสิ. เอวํ อหํ นุ โขสฺมีติ กงฺขา โหติ.
โน นุ โขสฺมีติ อตฺตโน นตฺถิภาวํ กงฺขติ. ตตฺราปิ อิทํ วตฺถุ – เอโก กิร มจฺเฉ คณฺหนฺโต อุทเก จิรฏฺฐาเนน สีติภูตํ อตฺตโน อูรุํ มจฺโฉติ จินฺเตตฺวา ปหริ. อปโร สุสานปสฺเส เขตฺตํ รกฺขนฺโต ภีโต สงฺกุฏิโต สยิ. โส ปฏิพุชฺฌิตฺวา อตฺตโน ชณฺณุกานิ เทฺว ยกฺขาติ จินฺเตตฺวา ปหริ. เอวํ โน นุ โขสฺมีติ กงฺขติ.
กึ นุ โขสฺมีติ ขตฺติโยว สมาโน อตฺตโน ขตฺติยภาวํ กงฺขติ. เอส นโย เสเสสุ. เทโว ปน สมาโน เทวภาวํ อชานนฺโต นาม นตฺถิ. โสปิ ปน ‘‘อหํ รูปี นุ โข อรูปี นุ โข’’ติอาทินา นเยน กงฺขติ. ขตฺติยาทโย กสฺมา น ชานนฺตีติ เจ. อปจฺจกฺขา เตสํ ตตฺถ ตตฺถ กุเล อุปฺปตฺติ. คหฏฺฐาปิ จ โปตฺถลิกาทโย ปพฺพชิตสญฺญิโน. ปพฺพชิตาปิ ‘‘กุปฺปํ นุ โข เม กมฺม’’นฺติอาทินา นเยน คหฏฺฐสญฺญิโน. มนุสฺสาปิ จ ราชาโน วิย อตฺตนิ เทวสญฺญิโน โหนฺติ.
กถํ นุ โขสฺมีติ วุตฺตนยเมว. เกวลญฺเจตฺถ อพฺภนฺตเร ชีโว นาม อตฺถีติ คเหตฺวา ตสฺส สณฺฐานาการํ นิสฺสาย ทีโฆ นุ โขสฺมิ, รสฺสจตุรํสฉฬํสอฏฺฐํสโสฬสํสาทีนํ อญฺญตรปฺปกาโรติ กงฺขนฺโต กถํ นุ โขสฺมีติ กงฺขตีติ เวทิตพฺโพ. สรีรสณฺฐานํ ปน ปจฺจุปฺปนฺนํ อชานนฺโต นาม นตฺถิ.
กุโต อาคโต, โส กุหึ คามี ภวิสฺสตีติ อตฺตภาวสฺส อาคติคติฏฺฐานํ กงฺขติ.
๑๙. เอวํ โสฬสปฺปเภทํ วิจิกิจฺฉํ ทสฺเสตฺวา อิทานิ ยํ อิมินา วิจิกิจฺฉาสีเสน ทิฏฺฐาสวํ ทสฺเสตุํ อยํ เทสนา อารทฺธา. ตํ ทสฺเสนฺโต ตสฺส เอวํ อโยนิโส มนสิกโรโต ฉนฺนํ ทิฏฺฐีนนฺติอาทิมาห. ตตฺถ ตสฺส ปุคฺคลสฺส ยถา อยํ วิจิกิจฺฉา อุปฺปชฺชติ, เอวํ อโยนิโส มนสิกโรโต ตสฺเสว สวิจิกิจฺฉสฺส อโยนิโส มนสิการสฺส ถามคตตฺตา ฉนฺนํ ทิฏฺฐีนํ อญฺญตรา ทิฏฺฐิ อุปฺปชฺชตีติ วุตฺตํ โหติ. ตตฺถ สพฺพปเทสุ วาสทฺโท วิกปฺปตฺโถ, เอวํ วา เอวํ วา ทิฏฺฐิ อุปฺปชฺชตีติ วุตฺตํ โหติ. อตฺถิ เม อตฺตาติ เจตฺถ สสฺสตทิฏฺฐิ สพฺพกาเลสุ อตฺตโน อตฺถิตํ คณฺหาติ. สจฺจโต เถตโตติ ภูตโต จ ถิรโต จ, ‘‘อิทํ สจฺจ’’นฺติ ภูตโต สุฏฺฐุ ทฬฺหภาเวนาติ วุตฺตํ โหติ. นตฺถิ เม อตฺตาติ อยํ ปน อุจฺเฉททิฏฺฐิ, สโต สตฺตสฺส ตตฺถ ตตฺถ วิภวคฺคหณโต. อถ วา ปุริมาปิ ตีสุ กาเลสุ อตฺถีติ คหณโต สสฺสตทิฏฺฐิ, ปจฺจุปฺปนฺนเมว อตฺถีติ คณฺหนฺโต อุจฺเฉททิฏฺฐิ. ปจฺฉิมาปิ อตีตานาคเตสุ นตฺถีติ คหณโต ภสฺมนฺตาหุติโยติ คหิตทิฏฺฐิกานํ วิย, อุจฺเฉททิฏฺฐิ. อตีเต เอว นตฺถีติ คณฺหนฺโต อธิจฺจสมุปฺปตฺติกสฺเสว สสฺสตทิฏฺฐิ.
อตฺตนาว อตฺตานํ สญฺชานามีติ สญฺญากฺขนฺธสีเสน ขนฺเธ อตฺตาติ คเหตฺวา สญฺญาย อวเสสกฺขนฺเธ สญฺชานโต อิมินา อตฺตนา อิมํ อตฺตานํ สญฺชานามีติ โหติ. อตฺตนาว อนตฺตานนฺติ สญฺญากฺขนฺธํเยว อตฺตาติ คเหตฺวา, อิตเร จตฺตาโรปิ อนตฺตาติ คเหตฺวา สญฺญาย เตสํ ชานโต เอวํ โหติ. อนตฺตนาว อตฺตานนฺติ สญฺญากฺขนฺธํ อนตฺตาติ. อิตเร จตฺตาโร อตฺตาติ คเหตฺวา สญฺญาย เตสํ ชานโต เอวํ โหติ, สพฺพาปิ สสฺสตุจฺเฉททิฏฺฐิโยว.
วโท เวเทยฺโยติอาทโย ปน สสฺสตทิฏฺฐิยา เอว อภินิเวสาการา. ตตฺถ วทตีติ วโท, วจีกมฺมสฺส การโกติ วุตฺตํ โหติ. เวทยตีติ เวเทยฺโย, ชานาติ อนุภวติ จาติ วุตฺตํ โหติ. กึ เวเทตีติ, ตตฺร ตตฺร กลฺยาณปาปกานํ กมฺมานํ วิปากํ ปฏิสํเวเทติ. ตตฺร ตตฺราติ เตสุ เตสุ โยนิคติฏฺฐิตินิวาสนิกาเยสุ อารมฺมเณสุ วา. นิจฺโจติ อุปฺปาทวยรหิโต. ธุโวติ ถิโร สารภูโต. สสฺสโตติ สพฺพกาลิโก. อวิปริณามธมฺโมติ อตฺตโน ปกติภาวํ อวิชหนธมฺโม, กกณฺฏโก วิย นานปฺปการตํ นาปชฺชติ. สสฺสติสมนฺติ จนฺทสูริยสมุทฺทมหาปถวีปพฺพตา โลกโวหาเรน สสฺสติโยติ วุจฺจนฺติ. สสฺสตีหิ สมํ สสฺสติสมํ. ยาว สสฺสติโย ติฏฺฐนฺติ, ตาว ตเถว ฐสฺสตีติ คณฺหโต เอวํทิฏฺฐิ โหติ.
อิทํ วุจฺจติ, ภิกฺขเว, ทิฏฺฐิคตนฺติอาทีสุ. อิทนฺติ อิทานิ วตฺตพฺพสฺส ปจฺจกฺขนิทสฺสนํ. ทิฏฺฐิคตสมฺพนฺเธน จ อิทนฺติ วุตฺตํ, น ทิฏฺฐิสมฺพนฺเธน. เอตฺถ จ ทิฏฺฐิเยว ทิฏฺฐิคตํ, คูถคตํ วิย. ทิฏฺฐีสุ วา คตมิทํ ทสฺสนํ ทฺวาสฏฺฐิทิฏฺฐิอนฺโตคธตฺตาติปิ ทิฏฺฐิคตํ. ทิฏฺฐิยา วา คตํ ทิฏฺฐิคตํ. อิทญฺหิ อตฺถิ เม อตฺตาติอาทิ ทิฏฺฐิยา คมนมตฺตเมว, นตฺเถตฺถ อตฺตา วา นิจฺโจ วา โกจีติ วุตฺตํ โหติ. สา จายํ ทิฏฺฐิ ทุนฺนิคฺคมนฏฺเฐน คหนํ. ทุรติกฺกมฏฺเฐน สปฺปฏิภยฏฺเฐน จ กนฺตาโร, ทุพฺภิกฺขกนฺตารวาฬกนฺตาราทโย วิย. สมฺมาทิฏฺฐิยา วินิวิชฺฌนฏฺเฐน วิโลมนฏฺเฐน วา วิสูกํ. กทาจิ สสฺสตสฺส, กทาจิ อุจฺเฉทสฺส คหณโต วิรูปํ ผนฺทิตนฺติ วิปฺผนฺทิตํ. พนฺธนฏฺเฐน สํโยชนํ. เตนาห ‘‘ทิฏฺฐิคหนํ…เป… ทิฏฺฐิสํโยชน’’นฺติ. อิทานิสฺส ตเมว พนฺธนตฺถํ ทสฺเสนฺโต ทิฏฺฐิสํโยชนสํยุตฺโตติอาทิมาห. ตสฺสายํ สงฺเขปตฺโถ. อิมินา ทิฏฺฐิสํโยชเนน สํยุตฺโต ปุถุชฺชโน เอเตหิ ชาติอาทีหิ น ปริมุจฺจตีติ. กึ วา พหุนา, สกลวฏฺฏทุกฺขโตปิ น มุจฺจตีติ.
๒๐. เอวํ ฉปฺปเภทํ ทิฏฺฐาสวํ ทสฺเสตฺวา ยสฺมา สีลพฺพตปรามาโส กามาสวาทิวจเนเนว ทสฺสิโต โหติ. กามสุขตฺถญฺหิ ภวสุขภววิสุทฺธิอตฺถญฺจ อวิชฺชาย อภิภูตา อิโต พหิทฺธา สมณพฺราหฺมณา สีลพฺพตานิ ปรามสนฺติ, ตสฺมา ตํ อทสฺเสตฺวา ทิฏฺฐิคฺคหเณน วา ตสฺส คหิตตฺตาปิ ตํ อทสฺเสตฺวาว อิทานิ โย ปุคฺคโล ทสฺสนา ปหาตพฺเพ อาสเว ปชหติ, ตํ ทสฺเสตฺวา เตสํ อาสวานํ ปหานํ ทสฺเสตุํ ปุพฺเพ วา อโยนิโส มนสิกโรโต ปุถุชฺชนสฺส เตสํ อุปฺปตฺตึ ทสฺเสตฺวา อิทานิ ตพฺพิปรีตสฺส ปหานํ ทสฺเสตุํ สุตวา จ โข, ภิกฺขเวติอาทิมาห.
ตสฺสตฺโถ, ยาว ‘‘โส อิทํ ทุกฺข’’นฺติ อาคจฺฉติ, ตาว เหฏฺฐา วุตฺตนเยน จ วุตฺตปจฺจนีกโต จ เวทิตพฺโพ. ปจฺจนีกโต จ สพฺพากาเรน อริยธมฺมสฺส อโกวิทาวินีตปจฺจนีกโต อยํ ‘‘สุตวา อริยสาวโก อริยธมฺมสฺส โกวิโท อริยธมฺเม สุวินีโต’’ติ เวทิตพฺโพ. อปิจ โข สิขาปตฺตวิปสฺสนโต ปภุติ ยาว โคตฺรภุ, ตาว ตทนุรูเปน อตฺเถน อยํ อริยสาวโกติ เวทิตพฺโพ.
๒๑. ‘‘โส อิทํ ทุกฺขนฺติ โยนิโส มนสิ กโรตี’’ติอาทีสุ ปน อยํ อตฺถวิภาวนา, โส จตุสจฺจกมฺมฏฺฐานิโก อริยสาวโก ตณฺหาวชฺชา เตภูมกา ขนฺธา ทุกฺขํ, ตณฺหา ทุกฺขสมุทโย, อุภินฺนํ อปฺปวตฺติ นิโรโธ, นิโรธสมฺปาปโก มคฺโคติ เอวํ ปุพฺเพว อาจริยสนฺติเก อุคฺคหิตจตุสจฺจกมฺมฏฺฐาโน อปเรน สมเยน วิปสฺสนามคฺคํ สมารุโฬฺห สมาโน เต เตภูมเก ขนฺเธ อิทํ ทุกฺขนฺติ โยนิโส มนสิ กโรติ, อุปาเยน ปเถน สมนฺนาหรติ เจว วิปสฺสติ จ. เอตฺถ หิ ยาว โสตาปตฺติมคฺโค, ตาว มนสิการสีเสเนว วิปสฺสนา วุตฺตา. ยา ปนายํ ตสฺเสว ทุกฺขสฺส สมุฏฺฐาปิกา ปภาวิกา ตณฺหา, อยํ สมุทโยติ โยนิโส มนสิ กโรติ. ยสฺมา ปน ทุกฺขญฺจ สมุทโย จ อิทํ ฐานํ ปตฺวา นิรุชฺฌนฺติ นปฺปวตฺตนฺติ, ตสฺมา ยทิทํ นิพฺพานํ นาม, อยํ ทุกฺขนิโรโธติ โยนิโส มนสิ กโรติ. นิโรธสมฺปาปกํ อฏฺฐงฺคิกํ มคฺคํ อยํ ทุกฺขนิโรธคามินี ปฏิปทาติ โยนิโส มนสิ กโรติ, อุปาเยน ปเถน สมนฺนาหรติ เจว วิปสฺสติ จ.
ตตฺรายํ อุปาโย, อภินิเวโส นาม วฏฺเฏ โหติ, วิวฏฺเฏ นตฺถิ. ตสฺมา ‘‘อยํ อตฺถิ อิมสฺมึ กาเย ปถวีธาตุ, อาโปธาตู’’ติอาทินา นเยน สกสนฺตติยํ จตฺตาริ ภูตานิ ตทนุสาเรน อุปาทารูปานิ จ ปริคฺคเหตฺวา อยํ รูปกฺขนฺโธติ ววตฺถเปติ. ตํ ววตฺถาปยโต อุปฺปนฺเน ตทารมฺมเณ จิตฺตเจตสิเก ธมฺเม อิเม จตฺตาโร อรูปกฺขนฺธาติ ววตฺถเปติ. ตโต อิเม ปญฺจกฺขนฺธา ทุกฺขนฺติ ววตฺถเปติ. เต ปน สงฺเขปโต นามญฺจ รูปญฺจาติ เทฺว ภาคาเยว โหนฺติ. อิทญฺจ นามรูปํ สเหตุ สปฺปจฺจยํ อุปฺปชฺชติ. ตสฺส อยํ เหตุ อยํ ปจฺจโยติ อวิชฺชาภวตณฺหากมฺมาหาราทิเก เหตุปจฺจเย ววตฺถเปติ. ตโต เตสํ ปจฺจยานญฺจ ปจฺจยุปฺปนฺนธมฺมานญฺจ ยาถาวสรสลกฺขณํ ววตฺถเปตฺวา อิเม ธมฺมา อหุตฺวา โหนฺตีติ อนิจฺจลกฺขณํ อาโรเปติ, อุทยพฺพยปีฬิตตฺตา ทุกฺขาติ ทุกฺขลกฺขณํ อาโรเปติ. อวสวตฺตนโต อนตฺตาติ อนตฺตลกฺขณํ อาโรเปติ. เอวํ ตีณิ ลกฺขณานิ อาโรเปตฺวา ปฏิปาฏิยา วิปสฺสนํ ปวตฺเตนฺโต โสตาปตฺติมคฺคํ ปาปุณาติ.
ตสฺมึ ขเณ จตฺตาริ สจฺจานิ เอกปฏิเวเธเนว ปฏิวิชฺฌติ, เอกาภิสมเยน อภิสเมติ. ทุกฺขํ ปริญฺญาปฏิเวเธน ปฏิวิชฺฌติ, สมุทยํ ปหานปฏิเวเธน, นิโรธํ สจฺฉิกิริยาปฏิเวเธน, มคฺคํ ภาวนาปฏิเวเธน. ทุกฺขญฺจ ปริญฺญาภิสมเยน อภิสเมติ…เป… มคฺคํ ภาวนาภิสมเยน อภิสเมติ, โน จ โข อญฺญมญฺเญน ญาเณน. เอกญาเณเนว หิ เอส นิโรธํ อารมฺมณโต, เสสานิ กิจฺจโต ปฏิวิชฺฌติ เจว อภิสเมติ จ. น หิสฺส ตสฺมึ สมเย เอวํ โหติ – ‘‘อหํ ทุกฺขํ ปริชานามี’’ติ วา…เป… ‘‘มคฺคํ ภาเวมี’’ติ วา. อปิจ ขฺวสฺส อารมฺมณํ กตฺวา ปฏิเวธวเสน นิโรธํ สจฺฉิกโรโต เอวํ ตํ ญาณํ ทุกฺขปริญฺญากิจฺจมฺปิ สมุทยปหานกิจฺจมฺปิ มคฺคภาวนากิจฺจมฺปิ กโรติเยว. ตสฺเสวํ อุปาเยน โยนิโส มนสิกโรโต ตีณิ สํโยชนานิ ปหียนฺติ, วีสติวตฺถุกา สกฺกายทิฏฺฐิ, อฏฺฐวตฺถุกา วิจิกิจฺฉา, ‘‘สีเลน สุทฺธิ วเตน สุทฺธี’’ติ สีลพฺพตานํ ปรามสนโต สีลพฺพตปรามาโสติ. ตตฺถ จตูสุ อาสเวสุ สกฺกายทิฏฺฐิสีลพฺพตปรามาสา ทิฏฺฐาสเวน สงฺคหิตตฺตา อาสวา เจว สํโยชนา จ. วิจิกิจฺฉา สํโยชนเมว, น อาสโว. ‘‘ทสฺสนา ปหาตพฺพา อาสวา’’ติ เอตฺถ ปริยาปนฺนตฺตา ปน อาสวาติ.
‘‘อิเม วุจฺจนฺติ…เป… ปหาตพฺพา’’ติ อิเม สกฺกายทิฏฺฐิอาทโย ทสฺสนา ปหาตพฺพา นาม อาสวาติ ทสฺเสนฺโต อาห. อถ วา ยา อยํ ฉนฺนํ ทิฏฺฐีนํ อญฺญตรา ทิฏฺฐิ อุปฺปชฺชตีติ เอวํ สรูเปเนว สกฺกายทิฏฺฐิ วิภตฺตา. ตํ สนฺธายาห ‘‘อิเม วุจฺจนฺติ, ภิกฺขเว’’ติ. สา จ ยสฺมา สหชาตปหาเนกฏฺเฐหิ สทฺธึ ปหียติ. ทิฏฺฐาสเว หิ ปหียมาเน ตํสหชาโต จตูสุ ทิฏฺฐิสมฺปยุตฺตจิตฺเตสุ กามาสโวปิ อวิชฺชาสโวปิ ปหียติ. ปหาเนกฏฺโฐ ปน จตูสุ ทิฏฺฐิวิปฺปยุตฺเตสุ นาคสุปณฺณาทิสมิทฺธิปตฺถนาวเสน อุปฺปชฺชมาโน ภวาสโว. เตเนว สมฺปยุตฺโต อวิชฺชาสโวปิ, ทฺวีสุ โทมนสฺสจิตฺเตสุ ปาณาติปาตาทินิพฺพตฺตโก อวิชฺชาสโวปิ, ตถา วิจิกิจฺฉาจิตฺตสมฺปยุตฺโต อวิชฺชาสโวปีติ เอวํ สพฺพถาปิ อวเสสา ตโยปิ อาสวา ปหียนฺติ. ตสฺมา พหุวจนนิทฺเทโส กโตติ เอวเมตฺถ อตฺโถ เวทิตพฺโพ. เอส โปราณานํ อธิปฺปาโย.
ทสฺสนา ปหาตพฺพาติ ทสฺสนํ นาม โสตาปตฺติมคฺโค, เตน ปหาตพฺพาติ อตฺโถ. กสฺมา โสตาปตฺติมคฺโค ทสฺสนํ? ปฐมํ นิพฺพานทสฺสนโต. นนุ โคตฺรภุ ปฐมตรํ ปสฺสตีติ? โน น ปสฺสติ. ทิสฺวา กตฺตพฺพกิจฺจํ ปน น กโรติ สํโยชนานํ อปฺปหานโต. ตสฺมา ปสฺสตีติ น วตฺตพฺโพ. ยตฺถ กตฺถจิ ราชานํ ทิสฺวาปิ ปณฺณาการํ ทตฺวา กิจฺจนิปฺผตฺติยา อทิฏฺฐตฺตา ‘‘อชฺชาปิ ราชานํ น ปสฺสามี’’ติ วทนฺโต คามวาสี ปุริโส เจตฺถ นิทสฺสนํ.
ทสฺสนาปหาตพฺพอาสววณฺณนา นิฏฺฐิตา.
สํวราปหาตพฺพอาสววณฺณนา
๒๒. เอวํ ทสฺสเนน ปหาตพฺเพ อาสเว ทสฺเสตฺวา อิทานิ ตทนนฺตรุทฺทิฏฺเฐ สํวรา ปหาตพฺเพ ทสฺเสตุํ, กตเม จ, ภิกฺขเว, อาสวา สํวรา ปหาตพฺพาติ อาห. เอวํ สพฺพตฺถ สมฺพนฺโธ เวทิตพฺโพ. อิโต ปรญฺหิ อตฺถมตฺตเมว วณฺณยิสฺสาม.
นนุ จ ทสฺสเนน ภาวนายาติ อิเมหิ ทฺวีหิ อปฺปหาตพฺโพ อาสโว นาม นตฺถิ, อถ กสฺมา วิสุํ สํวราทีหิ ปหาตพฺเพ ทสฺเสตีติ. สํวราทีหิ ปุพฺพภาเค วิกฺขมฺภิตา อาสวา จตูหิ มคฺเคหิ สมุคฺฆาตํ คจฺฉนฺติ, ตสฺมา เตสํ มคฺคานํ ปุพฺพภาเค อิเมหิ ปญฺจหากาเรหิ วิกฺขมฺภนปฺปหานํ ทสฺเสนฺโต เอวมาห. ตสฺมา โย จายํ วุตฺโต ปฐโม ทสฺสนมคฺโคเยว, อิทานิ ภาวนานาเมน วุจฺจิสฺสนฺติ ตโย มคฺคา, เตสํ สพฺเพสมฺปิ อยํ ปุพฺพภาคปฏิปทาติ เวทิตพฺพา.
ตตฺถ อิธาติ อิมสฺมึ สาสเน. ปฏิสงฺขาติ ปฏิสงฺขาย. ตตฺถายํ สงฺขาสทฺโท ญาณโกฏฺฐาสปญฺญตฺติคณนาสุ ทิสฺสติ. ‘‘สงฺขาเยกํ ปฏิเสวตี’’ติอาทีสุ (ม. นิ. ๒.๑๖๘) หิ ญาเณ ทิสฺสติ. ‘‘ปปญฺจสญฺญาสงฺขา สมุทาจรนฺตี’’ติอาทีสุ (ม. นิ. ๑.๒๐๑) โกฏฺฐาเส. ‘‘เตสํ เตสํ ธมฺมานํ สงฺขา สมญฺญา’’ติอาทีสุ (ธ. ส. ๑๓๑๓) ปญฺญตฺติยํ. ‘‘น สุกรํ สงฺขาตุ’’นฺติอาทีสุ (สํ. นิ. ๒.๑๒๘) คณนายํ. อิธ ปน ญาเณ ทฏฺฐพฺโพ.
ปฏิสงฺขา โยนิโสติ หิ อุปาเยน ปเถน ปฏิสงฺขาย ญตฺวา ปจฺจเวกฺขิตฺวาติ อตฺโถ. เอตฺถ จ อสํวเร อาทีนวปฏิสงฺขา โยนิโส ปฏิสงฺขาติ เวทิตพฺพา. สา จายํ ‘‘วรํ, ภิกฺขเว, ตตฺตาย อโยสลากาย อาทิตฺตาย สมฺปชฺชลิตาย สโชติภูตาย จกฺขุนฺทฺริยํ สมฺปลิมฏฺฐํ, น เตฺวว จกฺขุวิญฺเญยฺเยสุ รูเปสุ อนุพฺยญฺชนโส นิมิตฺตคฺคาโห’’ติอาทินา (สํ. นิ. ๔.๒๓๕) อาทิตฺตปริยายนเยน เวทิตพฺพา. จกฺขุนฺทฺริยสํวรสํวุโต วิหรตีติ เอตฺถ จกฺขุเมว อินฺทฺริยํ จกฺขุนฺทฺริยํ, สํวรณโต สํวโร, ปิทหนโต ถกนโตติ วุตฺตํ โหติ. สติยา เอตํ อธิวจนํ. จกฺขุนฺทฺริเย สํวโร จกฺขุนฺทฺริยสํวโร. ติตฺถกาโก อาวาฏกจฺฉโป วนมหึโสติอาทโย วิย.
ตตฺถ กิญฺจาปิ จกฺขุนฺทฺริเย สํวโร วา อสํวโร วา นตฺถิ. น หิ จกฺขุปสาทํ นิสฺสาย สติ วา มุฏฺฐสจฺจํ วา อุปฺปชฺชติ. อปิจ ยทา รูปารมฺมณํ จกฺขุสฺส อาปาถํ อาคจฺฉติ, ตทา ภวงฺเค ทฺวิกฺขตฺตุํ อุปฺปชฺชิตฺวา นิรุทฺเธ กิริยมโนธาตุ อาวชฺชนกิจฺจํ สาธยมานา อุปฺปชฺชิตฺวา นิรุชฺฌติ, ตโต จกฺขุวิญฺญาณํ ทสฺสนกิจฺจํ, ตโต วิปากมโนธาตุ สมฺปฏิจฺฉนกิจฺจํ, ตโต วิปากาเหตุกมโนวิญฺญาณธาตุ สนฺตีรณกิจฺจํ, ตโต กิริยาเหตุกมโนวิญฺญาณธาตุ โวฏฺฐพฺพนกิจฺจํ สาธยมานา อุปฺปชฺชิตฺวา นิรุชฺฌติ. ตทนนฺตรํ ชวนํ ชวติ.
ตตฺถปิ เนว ภวงฺคสมเย, น อาวชฺชนาทีนํ อญฺญตรสมเย สํวโร วา อสํวโร วา อตฺถิ. ชวนกฺขเณ ปน สเจ ทุสฺสีลฺยํ วา มุฏฺฐสจฺจํ วา อญฺญาณํ วา อกฺขนฺติ วา โกสชฺชํ วา อุปฺปชฺชติ, อยํ อสํวโร โหติ. เอวํ โหนฺโตปิ โส จกฺขุนฺทฺริเย อสํวโรติ วุจฺจติ. กสฺมา? ตสฺมิญฺหิ สติ ทฺวารมฺปิ อคุตฺตํ โหติ, ภวงฺคมฺปิ อาวชฺชนาทีนิ วีถิจิตฺตานิปิ. ยถา กึ, ยถา นคเร จตูสุ ทฺวาเรสุ อสํวุเตสุ กิญฺจาปิ อนฺโต ฆรโกฏฺฐกคพฺภาทโย สุสํวุตา, ตถาปิ อนฺโตนคเร สพฺพํ ภณฺฑํ อรกฺขิตํ อโคปิตเมว โหติ. นครทฺวาเรน หิ ปวิสิตฺวา โจรา ยทิจฺฉนฺติ, ตํ กเรยฺยุํ, เอวเมว ชวเน ทุสฺสีลฺยาทีสุ อุปฺปนฺเนสุ, ตสฺมึ อสํวเร สติ ทฺวารมฺปิ อคุตฺตํ โหติ, ภวงฺคมฺปิ อาวชฺชนาทีนิ วีถิจิตฺตานิปีติ.
ตสฺมึ ปน สีลาทีสุ อุปฺปนฺเนสุ ทฺวารมฺปิ คุตฺตํ โหติ, ภวงฺคมฺปิ อาวชฺชนาทีนิ วีถิจิตฺตานิปิ. ยถา กึ? ยถา นครทฺวาเรสุ สุสํวุเตสุ กิญฺจาปิ อนฺโต ฆราทโย อสํวุตา, ตถาปิ อนฺโตนคเร สพฺพํ ภณฺฑํ สุรกฺขิตํ สุโคปิตเมว โหติ. นครทฺวาเรสุ หิ ปิหิเตสุ โจรานํ ปเวโส นตฺถิ, เอวเมว ชวเน สีลาทีสุ อุปฺปนฺเนสุ ทฺวารมฺปิ สุคุตฺตํ โหติ, ภวงฺคมฺปิ อาวชฺชนาทีนิ วีถิจิตฺตานิปิ. ตสฺมา ชวนกฺขเณ อุปฺปชฺชมาโนปิ จกฺขุนฺทฺริเย สํวโรติ วุตฺโต. อิธ จายํ สติสํวโร อธิปฺเปโตติ เวทิตพฺโพ. จกฺขุนฺทฺริยสํวเรน สํวุโต จกฺขุนฺทฺริยสํวรสํวุโต, อุเปโตติ วุตฺตํ โหติ. ตถา หิ, ปาติโมกฺขสํวรสํวุโตติ อิมสฺส วิภงฺเค ‘‘อิมินา ปาติโมกฺขสํวเรน อุเปโต โหติ…เป… สมนฺนาคโต’’ติ (วิภ. ๕๑๑) วุตฺตํ. ตํ เอกชฺฌํ กตฺวา จกฺขุนฺทฺริยสํวเรน สํวุโตติ เอวมตฺโถ เวทิตพฺโพ.
อถ วา สํวรีติ สํวุโต, ถเกสิ ปิทหีติ วุตฺตํ โหติ. จกฺขุนฺทฺริเย สํวรสํวุโต จกฺขุนฺทฺริยสํวรสํวุโต, จกฺขุนฺทฺริยสํวรสญฺญิตํ สติกวาฏํ จกฺขุทฺวาเร, ฆรทฺวาเร กวาฏํ วิย สํวริ ถเกสิ ปิทหีติ วุตฺตํ โหติ. อยเมว เจตฺถ อตฺโถ สุนฺทรตโร. ตถา หิ ‘‘จกฺขุนฺทฺริยสํวรํ อสํวุตสฺส วิหรโต สํวุตสฺส วิหรโต’’ติ เอเตสุ ปเทสุ อยเมว อตฺโถ ทิสฺสติ.
วิหรตีติ เอวํ จกฺขุนฺทฺริยสํวรสํวุโต เยน เกนจิ อิริยาปถวิหาเรน วิหรติ. ยญฺหิสฺสาติอาทิมฺหิ ยํ จกฺขุนฺทฺริยสํวรํ อสฺส ภิกฺขุโน อสํวุตสฺส อถเกตฺวา อปิทหิตฺวา วิหรนฺตสฺสาติ เอวมตฺโถ เวทิตพฺโพ. อถ วา, เย-การสฺส ยนฺติ อาเทโส. หิกาโร จ ปทปูรโณ, เย อสฺสาติ อตฺโถ.
อุปฺปชฺเชยฺยุนฺติ นิพฺพตฺเตยฺยุํ. อาสวา วิฆาตปริฬาหาติ จตฺตาโร อาสวา จ อญฺเญ จ วิฆาตกรา กิเลสปริฬาหา วิปากปริฬาหา จ. จกฺขุทฺวาเร หิ อิฏฺฐารมฺมณํ อาปาถคตํ กามสฺสาทวเสน อสฺสาทยโต อภินนฺทโต กามาสโว อุปฺปชฺชติ, อีทิสํ อญฺญสฺมิมฺปิ สุคติภเว ลภิสฺสามีติ ภวปตฺถนาย อสฺสาทยโต ภวาสโว อุปฺปชฺชติ, สตฺโตติ วา สตฺตสฺสาติ วา คณฺหนฺตสฺส ทิฏฺฐาสโว อุปฺปชฺชติ, สพฺเพเหว สหชาตํ อญฺญาณํ อวิชฺชาสโวติ จตฺตาโร อาสวา อุปฺปชฺชนฺติ. เตหิ สมฺปยุตฺตา อปเร กิเลสา วิฆาตปริฬาหา, อายตึ วา เตสํ วิปากา. เตปิ หิ อสํวุตสฺเสว วิหรโต อุปฺปชฺเชยฺยุนฺติ วุจฺจนฺติ.
เอวํส เตติ เอวํ อสฺส เต. เอวํ เอเตน อุปาเยน น โหนฺติ, โน อญฺญถาติ วุตฺตํ โหติ. เอส นโย ปฏิสงฺขา โยนิโส โสตินฺทฺริยสํวรสํวุโตติอาทีสุ.
อิเม วุจฺจนฺติ, ภิกฺขเว, อาสวา สํวรา ปหาตพฺพาติ อิเม ฉสุ ทฺวาเรสุ จตฺตาโร จตฺตาโร กตฺวา จตุวีสติ อาสวา สํวเรน ปหาตพฺพาติ วุจฺจนฺติ. สพฺพตฺเถว เจตฺถ สติสํวโร เอว สํวโรติ เวทิตพฺโพ.
สํวราปหาตพฺพอาสววณฺณนา นิฏฺฐิตา.
ปฏิเสวนาปหาตพฺพอาสววณฺณนา
๒๓. ปฏิสงฺขา โยนิโส จีวรนฺติอาทีสุ ยํ วตฺตพฺพํ, ตํ สพฺพํ วิสุทฺธิมคฺเค สีลกถายํ วุตฺตเมว. ยญฺหิสฺสาติ ยํ จีวรปิณฺฑปาตาทีสุ วา อญฺญตรํ อสฺส. อปฺปฏิเสวโตติ เอวํ โยนิโส อปฺปฏิเสวนฺตสฺส. เสสํ วุตฺตนยเมว. เกวลํ ปนิธ อลทฺธํ จีวราทึ ปตฺถยโต ลทฺธํ วา อสฺสาทยโต กามาสวสฺส อุปฺปตฺติ เวทิตพฺพา. อีทิสํ อญฺญสฺมิมฺปิ สมฺปตฺติภเว สุคติภเว ลภิสฺสามีติ ภวปตฺถนาย อสฺสาทยโต ภวาสวสฺส, อหํ ลภามิ น ลภามีติ วา มยฺหํ วา อิทนฺติ อตฺตสญฺญํ อธิฏฺฐหโต ทิฏฺฐาสวสฺส อุปฺปตฺติ เวทิตพฺพา. สพฺเพเหว ปน สหชาโต อวิชฺชาสโวติ เอวํ จตุนฺนํ อาสวานํ อุปฺปตฺติ วิปากปริฬาหา จ นวเวทนุปฺปาทนโตปิ เวทิตพฺพา.
อิเม วุจฺจนฺติ, ภิกฺขเว, อาสวา ปฏิเสวนา ปหาตพฺพาติ อิเม เอกเมกสฺมึ ปจฺจเย จตฺตาโร จตฺตาโร กตฺวา โสฬส อาสวา อิมินา ญาณสํวรสงฺขาเตน ปจฺจเวกฺขณปฏิเสวเนน ปหาตพฺพาติ วุจฺจนฺติ.
ปฏิเสวนาปหาตพฺพอาสววณฺณนา นิฏฺฐิตา.
อธิวาสนาปหาตพฺพอาสววณฺณนา
๒๔. ปฏิสงฺขา โยนิโส ขโม โหติ สีตสฺสาติ อุปาเยน ปเถน ปจฺจเวกฺขิตฺวา ขโม โหติ สีตสฺส สีตํ ขมติ สหติ, น อวีรปุริโส วิย อปฺปมตฺตเกนปิ สีเตน จลติ กมฺปติ กมฺมฏฺฐานํ วิชหติ. อปิจ โข โลมสนาคตฺเถโร วิย อนปฺปเกนาปิ สีเตน ผุฏฺโฐ น จลติ น กมฺปติ, กมฺมฏฺฐานเมว มนสิ กโรติ. เถโร กิร เจติยปพฺพเต ปิยงฺคุคุหายํ ปธานฆเร วิหรนฺโต อนฺตรฏฺฐเก หิมปาตสมเย โลกนฺตริกนิรเย ปจฺจเวกฺขิตฺวา กมฺมฏฺฐานํ อวิชหนฺโตว อพฺโภกาเส วีตินาเมสิ. เอวํ อุณฺหาทีสุปิ อตฺถโยชนา เวทิตพฺพา.
เกวลญฺหิ โย ภิกฺขุ อธิมตฺตมฺปิ อุณฺหํ สหติ เสฺวว เถโร วิย, อยํ ‘‘ขโม อุณฺหสฺสา’’ติ เวทิตพฺโพ. เถโร กิร คิมฺหสมเย ปจฺฉาภตฺตํ พหิจงฺกเม นิสีทิ. กมฺมฏฺฐานํ มนสิกโรนฺโต เสทาปิสฺส กจฺเฉหิ มุจฺจนฺติ. อถ นํ อนฺเตวาสิโก อาห ‘‘อิธ, ภนฺเต, นิสีทถ, สีตโล โอกาโส’’ติ. เถโร ‘‘อุณฺหภเยเนวมฺหิ อาวุโส อิธ นิสินฺโน’’ติ อวีจิมหานิรยํ ปจฺจเวกฺขิตฺวา นิสีทิเยว. อุณฺหนฺติ เจตฺถ อคฺคิสนฺตาโปว เวทิตพฺโพ. สูริยสนฺตาปวเสน ปเนตํ วตฺถุ วุตฺตํ.
โย จ เทฺว ตโย วาเร ภตฺตํ วา ปานียํ วา อลภมาโนปิ อนมตคฺเค สํสาเร อตฺตโน เปตฺติวิสยูปปตฺตึ ปจฺจเวกฺขิตฺวา อเวเธนฺโต กมฺมฏฺฐานํ น วิชหติเยว. อธิมตฺเตหิ ฑํสมกสวาตาตปสมฺผสฺเสหิ ผุฏฺโฐ จาปิ ติรจฺฉานูปปตฺตึ ปจฺจเวกฺขิตฺวา อเวเธนฺโต กมฺมฏฺฐานํ น วิชหติเยว. สรีสปสมฺผสฺเสน ผุฏฺโฐ จาปิ อนมตคฺเค สํสาเร สีหพฺยคฺฆาทิมุเขสุ อเนกวารํ ปริวตฺติตปุพฺพภาวํ ปจฺจเวกฺขิตฺวา อเวเธนฺโต กมฺมฏฺฐานํ น วิชหติเยว ปธานิยตฺเถโร วิย. อยํ ‘‘ขโม ชิฆจฺฉาย…เป… สรีสปสมฺผสฺสาน’’นฺติ เวทิตพฺโพ.
เถรํ กิร ขณฺฑเจลวิหาเร กณิการปธานิยฆเร อริยวํสํ สุณนฺตํ โฆรวิโส สปฺโป ฑํสิ. เถโร ชานิตฺวาปิ ปสนฺนจิตฺโต นิสินฺโน ธมฺมํเยว สุณาติ. วิสเวโค ถทฺโธ อโหสิ. เถโร อุปสมฺปทมณฺฑลํ อาทึ กตฺวา สีลํ ปจฺจเวกฺขิตฺวา ปริสุทฺธสีโลหมสฺมีติ ปีตึ อุปฺปาเทสิ. สห ปีตุปฺปาทา วิสํ นิวตฺติตฺวา ปถวึ ปาวิสิ. เถโร ตตฺเถว จิตฺเตกคฺคตํ ลภิตฺวา วิปสฺสนํ วฑฺเฒตฺวา อรหตฺตํ ปาปุณิ.
โย ปน อกฺโกสวเสน ทุรุตฺเต ทุรุตฺตตฺตาเยว จ ทุราคเต อปิ อนฺติมวตฺถุสญฺญิเต วจนปเถ สุตฺวา ขนฺติคุณํเยว ปจฺจเวกฺขิตฺวา น เวธติ ทีฆภาณกอภยตฺเถโร วิย. อยํ ‘‘ขโม ทุรุตฺตานํ ทุราคตานํ วจนปถาน’’นฺติ เวทิตพฺโพ.
เถโร กิร ปจฺจยสนฺโตสภาวนารามตาย มหาอริยวํสปฺปฏิปทํ กเถสิ, สพฺโพ มหาคาโม อาคจฺฉติ. เถรสฺส มหาสกฺกาโร อุปฺปชฺชติ. ตํ อญฺญตโร มหาเถโร อธิวาเสตุํ อสกฺโกนฺโต ทีฆภาณโก อริยวํสํ กเถมีติ สพฺพรตฺตึ โกลาหลํ กโรสีติอาทีหิ อกฺโกสิ. อุโภปิ จ อตฺตโน อตฺตโน วิหารํ คจฺฉนฺตา คาวุตมตฺตํ เอกปเถน อคมํสุ. สกลคาวุตมฺปิ โส ตํ อกฺโกสิเยว. ตโต ยตฺถ ทฺวินฺนํ วิหารานํ มคฺโค ภิชฺชติ, ตตฺถ ฐตฺวา ทีฆภาณกตฺเถโร ตํ วนฺทิตฺวา ‘‘เอส, ภนฺเต, ตุมฺหากํ มคฺโค’’ติ อาห. โส อสุณนฺโต วิย อคมาสิ. เถโรปิ วิหารํ คนฺตฺวา ปาเท ปกฺขาเลตฺวา นิสีทิ. ตเมนํ อนฺเตวาสิโก ‘‘กึ, ภนฺเต, สกลคาวุตํ ปริภาสนฺตํ น กิญฺจิ อโวจุตฺถา’’ติ อาห. เถโร ‘‘ขนฺติเยว, อาวุโส, มยฺหํ ภาโร, น อกฺขนฺติ. เอกปทุทฺธาเรปิ กมฺมฏฺฐานวิโยคํ น ปสฺสามี’’ติ อาห. เอตฺถ จ วจนเมว วจนปโถติ เวทิตพฺโพ.
โย ปน อุปฺปนฺนา สารีริกา เวทนา ทุกฺขมนฏฺเฐน ทุกฺขา, พหลฏฺเฐน ติพฺพา, ผรุสฏฺเฐน ขรา, ติขิณฏฺเฐน กฏุกา, อสฺสาทวิรหโต อสาตา, มนํ อวฑฺฒนโต อมนาปา, ปาณหรณสมตฺถตาย ปาณหรา อธิวาเสติเยว, น เวธติ. เอวํ สภาโว โหติ จิตฺตลปพฺพเต ปธานิยตฺเถโร วิย. อยํ ‘‘อุปฺปนฺนานํ…เป… อธิวาสนชาติโก’’ติ เวทิตพฺโพ.
เถรสฺส กิร รตฺตึ ปธาเนน วีตินาเมตฺวา ฐิตสฺส อุทรวาโต อุปฺปชฺชิ. โส ตํ อธิวาเสตุํ อสกฺโกนฺโต อาวตฺตติ ปริวตฺตติ. ตเมนํ จงฺกมปสฺเส ฐิโต ปิณฺฑปาติยตฺเถโร อาห ‘‘อาวุโส, ปพฺพชิโต นาม อธิวาสนสีโล โหตี’’ติ. โส ‘‘สาธุ, ภนฺเต’’ติ อธิวาเสตฺวา นิจฺจโล สยิ. วาโต นาภิโต ยาว หทยํ ผาเลติ. เถโร เวทนํ วิกฺขมฺเภตฺวา วิปสฺสนฺโต มุหุตฺเตน อนาคามี หุตฺวา ปรินิพฺพายีติ.
ยญฺหิสฺสาติ สีตาทีสุ ยํกิญฺจิ เอกธมฺมมฺปิ อสฺส. อนธิวาสยโตติ อนธิวาเสนฺตสฺส อกฺขมนฺตสฺส. เสสํ วุตฺตนยเมว. อาสวุปฺปตฺติ ปเนตฺถ เอวํ เวทิตพฺพา. สีเตน ผุฏฺฐสฺส อุณฺหํ ปตฺถยนฺตสฺส กามาสโว อุปฺปชฺชติ, เอวํ สพฺพตฺถ. นตฺถิ โน สมฺปตฺติภเว สุคติภเว สีตํ วา อุณฺหํ วาติ ภวํ ปตฺถยนฺตสฺส ภวาสโว. มยฺหํ สีตํ อุณฺหนฺติ คาโห ทิฏฺฐาสโว. สพฺเพเหว สมฺปยุตฺโต อวิชฺชาสโวติ.
‘‘อิเม วุจฺจนฺติ…เป… อธิวาสนา ปหาตพฺพา’’ติ อิเม สีตาทีสุ เอกเมกสฺส วเสน จตฺตาโร จตฺตาโร กตฺวา อเนเก อาสวา อิมาย ขนฺติสํวรสงฺขาตาย อธิวาสนาย ปหาตพฺพาติ วุจฺจนฺตีติ อตฺโถ. เอตฺถ จ ยสฺมา อยํ ขนฺติ สีตาทิธมฺเม อธิวาเสติ, อตฺตโน อุปริ อาโรเปตฺวา วาเสติเยว. น อสหมานา หุตฺวา นิรสฺสติ, ตสฺมา ‘‘อธิวาสนา’’ติ วุจฺจตีติ เวทิตพฺพา.
อธิวาสนาปหาตพฺพอาสววณฺณนา นิฏฺฐิตา.
ปริวชฺชนาปหาตพฺพอาสววณฺณนา
๒๕. ปฏิสงฺขา โยนิโส จณฺฑํ หตฺถึ ปริวชฺเชตีติ อหํ สมโณติ จณฺฑสฺส หตฺถิสฺส อาสนฺเน น ฐาตพฺพํ. ตโตนิทานญฺหิ มรณมฺปิ สิยา มรณมตฺตมฺปิ ทุกฺขนฺติ เอวํ อุปาเยน ปเถน ปจฺจเยน ปจฺจเวกฺขิตฺวา จณฺฑํ หตฺถึ ปริวชฺเชติ ปฏิกฺกมติ. เอส นโย สพฺพตฺถ. จณฺฑนฺติ จ ทุฏฺฐํ, วาฬนฺติ วุตฺตํ โหติ. ขาณุนฺติ ขทิรขาณุอาทึ. กณฺฏกฏฺฐานนฺติ กณฺฏกานํ ฐานํ, ยตฺถ กณฺฏกา วิชฺชนฺติ, ตํ โอกาสนฺติ วุตฺตํ โหติ. โสพฺภนฺติ สพฺพโต ปริจฺฉินฺนตฏํ. ปปาตนฺติ เอกโต ฉินฺนตฏํ. จนฺทนิกนฺติ อุจฺฉิฏฺโฐทกคพฺภมลาทีนํ ฉฑฺฑนฏฺฐานํ. โอฬิคลฺลนฺติ เตสํเยว สกทฺทมาทีนํ สนฺทโนกาสํ. ตํ ชณฺณุมตฺตมฺปิ อสุจิภริตํ โหติ, เทฺวปิ เจตานิ ฐานานิ อมนุสฺสทุฏฺฐานิ โหนฺติ. ตสฺมา ตานิ วชฺเชตพฺพานิ. อนาสเนติ เอตฺถ ปน อยุตฺตํ อาสนํ อนาสนํ, ตํ อตฺถโต อนิยตวตฺถุกํ รโหปฏิจฺฉนฺนาสนนฺติ เวทิตพฺพํ. อโคจเรติ เอตฺถปิ จ อยุตฺโต โคจโร อโคจโร, โส เวสิยาทิเภทโต ปญฺจวิโธ. ปาปเก มิตฺเตติ ลามเก ทุสฺสีเล มิตฺตปติรูปเก, อมิตฺเต วา. ภชนฺตนฺติ เสวมานํ. วิญฺญู สพฺรหฺมจารีติ ปณฺฑิตา พุทฺธิสมฺปนฺนา สพฺรหฺมจารโย, ภิกฺขูนเมตํ อธิวจนํ. เต หิ เอกกมฺมํ เอกุทฺเทโส สมสิกฺขตาติ อิมํ พฺรหฺมํ สมานํ จรนฺติ, ตสฺมา สพฺรหฺมจารีติ วุจฺจนฺติ. ปาปเกสุ ฐาเนสูติ ลามเกสุ ฐาเนสุ. โอกปฺเปยฺยุนฺติ สทฺทเหยฺยุํ, อธิมุจฺเจยฺยุํ ‘‘อทฺธา อยมายสฺมา อกาสิ วา กริสฺสติ วา’’ติ.
ยญฺหิสฺสาติ หตฺถิอาทีสุ ยํกิญฺจิ เอกมฺปิ อสฺส. เสสํ วุตฺตนยเมว. อาสวุปฺปตฺติ ปเนตฺถ เอวํ เวทิตพฺพา. หตฺถิอาทินิทาเนน ทุกฺเขน ผุฏฺฐสฺส สุขํ ปตฺถยโต กามาสโว อุปฺปชฺชติ. นตฺถิ โน สมฺปตฺติภเว สุคติภเว อีทิสํ ทุกฺขนฺติ ภวํ ปตฺเถนฺตสฺส ภวาสโว. มํ หตฺถี มทฺทติ, มํ อสฺโสติ คาโห ทิฏฺฐาสโว. สพฺเพเหว สมฺปยุตฺโต อวิชฺชาสโวติ.
อิเม วุจฺจนฺติ…เป… ปริวชฺชนา ปหาตพฺพาติ อิเม หตฺถิอาทีสุ เอเกกสฺส วเสน จตฺตาโร จตฺตาโร กตฺวา อเนเก อาสวา อิมินา สีลสํวรสงฺขาเตน ปริวชฺชเนน ปหาตพฺพาติ วุจฺจนฺตีติ เวทิตพฺพา.
ปริวชฺชนาปหาตพฺพอาสววณฺณนา นิฏฺฐิตา.
วิโนทนาปหาตพฺพอาสววณฺณนา
๒๖. ปฏิสงฺขา โยนิโส อุปฺปนฺนํ กามวิตกฺกํ นาธิวาเสตีติ ‘‘อิติ ปายํ วิตกฺโก อกุสโล, อิติปิ สาวชฺโช, อิติปิ ทุกฺขวิปาโก, โส จ โข อตฺตพฺยาพาธาย สํวตฺตตี’’ติอาทินา นเยน โยนิโส กามวิตกฺเก อาทีนวํ ปจฺจเวกฺขิตฺวา ตสฺมึ ตสฺมึ อารมฺมเณ อุปฺปนฺนํ ชาตมภินิพฺพตฺตํ กามวิตกฺกํ นาธิวาเสติ, จิตฺตํ อาโรเปตฺวา น วาเสติ, อพฺภนฺตเร วา น วาเสตีติปิ อตฺโถ.
อนธิวาเสนฺโต กึ กโรตีติ? ปชหติ ฉฑฺเฑติ.
กึ กจวรํ วิย ปิฏเกนาติ? น หิ, อปิจ โข นํ วิโนเทติ ตุทติ วิชฺฌติ นีหรติ.
กึ พลิพทฺทํ วิย ปโตเทนาติ? น หิ, อถ โข นํ พฺยนฺตีกโรติ วิคตนฺตํ กโรติ. ยถาสฺส อนฺโตปิ นาวสิสฺสติ อนฺตมโส ภงฺคมตฺตมฺปิ, ตถา นํ กโรติ.
กถํ ปน นํ ตถา กโรตีติ? อนภาวํ คเมตีติ อนุ อนุ อภาวํ คเมติ, วิกฺขมฺภนปฺปหาเนน ยถา สุวิกฺขมฺภิโต โหติ, ตถา กโรตีติ วุตฺตํ โหติ. เอส นโย พฺยาปาทวิหึสาวิตกฺเกสุ.
เอตฺถ จ กามวิตกฺโกติ ‘‘โย กามปฏิสํยุตฺโต ตกฺโก วิตกฺโก มิจฺฉาสงฺกปฺโป’’ติ วิภงฺเค (วิภ. ๙๑๐) วุตฺโต. เอส นโย อิตเรสุ. อุปฺปนฺนุปฺปนฺเนติ อุปฺปนฺเน อุปฺปนฺเน, อุปฺปนฺนมตฺเตเยวาติ วุตฺตํ โหติ. สกึ วา อุปฺปนฺเน วิโนเทตฺวา ทุติยวาเร อชฺฌุเปกฺขิตา น โหติ, สตกฺขตฺตุมฺปิ อุปฺปนฺเน อุปฺปนฺเน วิโนเทติเยว. ปาปเก อกุสเลติ ลามกฏฺเฐน ปาปเก, อโกสลฺลตาย อกุสเล. ธมฺเมติ เตเยว กามวิตกฺกาทโย สพฺเพปิ วา นว มหาวิตกฺเก. ตตฺถ ตโย วุตฺตา เอว. อวเสสา ‘‘ญาติวิตกฺโก ชนปทวิตกฺโก อมรวิตกฺโก ปรานุทฺทยตาปฏิสํยุตฺโต วิตกฺโก ลาภสกฺการสิโลกปฏิสํยุตฺโต วิตกฺโก อนวญฺญตฺติปฏิสํยุตฺโต วิตกฺโก’’ติ (มหานิ. ๒๐๗) อิเม ฉ.
ยญฺหิสฺสาติ เอเตสุ วิตกฺเกสุ ยํกิญฺจิ อสฺส, เสสํ วุตฺตนยเมว. กามวิตกฺโก ปเนตฺถ กามาสโว เอว. ตพฺพิเสโส ภวาสโว. ตํสมฺปยุตฺโต ทิฏฺฐาสโว. สพฺพวิตกฺเกสุ อวิชฺชาสโวติ เอวํ อาสวุปฺปตฺติปิ เวทิตพฺพา.
อิเม วุจฺจนฺติ…เป… วิโนทนา ปหาตพฺพาติ อิเม กามวิตกฺกาทิวเสน วุตฺตปฺปการา อาสวา อิมินา ตสฺมึ ตสฺมึ วิตกฺเก อาทีนวปจฺจเวกฺขณสหิเตน วีริยสํวรสงฺขาเตน วิโนทเนน ปหาตพฺพาติ วุจฺจนฺตีติ เวทิตพฺพา.
วิโนทนาปหาตพฺพอาสววณฺณนา นิฏฺฐิตา.
ภาวนาปหาตพฺพอาสววณฺณนา
๒๗. ปฏิสงฺขา โยนิโส สติสมฺโพชฺฌงฺคํ ภาเวตีติ อภาวนาย อาทีนวํ, ภาวนาย จ อานิสํสํ อุปาเยน ปเถน ปจฺจเวกฺขิตฺวา สติสมฺโพชฺฌงฺคํ ภาเวติ, เอส นโย สพฺพตฺถ. เอตฺถ จ กิญฺจาปิ อิเม อุปริมคฺคตฺตยสมยสมฺภูตา โลกุตฺตรโพชฺฌงฺคา เอว อธิปฺเปตา, ตถาปิ อาทิกมฺมิกานํ โพชฺฌงฺเคสุ อสมฺโมหตฺถํ โลกิยโลกุตฺตรมิสฺสเกน เนสํ นเยน อตฺถวณฺณนํ กริสฺสามิ. อิธ ปน โลกิยนยํ ปหาย โลกุตฺตรนโย เอว คเหตพฺโพ. ตตฺถ สติสมฺโพชฺฌงฺคนฺติอาทินา นเยน วุตฺตานํ สตฺตนฺนํ อาทิปทานํเยว ตาว –
อตฺถโต ลกฺขณาทีหิ, กมโต จ วินิจฺฉโย;
อนูนาธิกโต เจว, วิญฺญาตพฺโพ วิภาวินา.
ตตฺถ สติสมฺโพชฺฌงฺเค ตาว สรณฏฺเฐน สติ. สา ปเนสา อุปฏฺฐานลกฺขณา, อปิลาปนลกฺขณา วา. วุตฺตมฺปิ เหตํ ‘‘ยถา, มหาราช, รญฺโญ ภณฺฑาคาริโก รญฺโญ สาปเตยฺยํ อปิลาเปติ, เอตฺตกํ, มหาราช, หิรญฺญํ, เอตฺตกํ สุวณฺณํ, เอตฺตกํ สาปเตยฺยนฺติ, เอวเมว โข, มหาราช, สติ อุปฺปชฺชมานา กุสลากุสลสาวชฺชานวชฺชหีนปณีตกณฺหสุกฺกสปฺปฏิภาเค ธมฺเม อปิลาเปติ. อิเม จตฺตาโร สติปฏฺฐานา’’ติ (มิ. ป. ๒.๑.๑๓) วิตฺถาโร. อปิลาปนรสา. กิจฺจวเสเนว หิสฺส เอตํ ลกฺขณํ เถเรน วุตฺตํ. อสมฺโมสรสา วา. โคจราภิมุขภาวปจฺจุปฏฺฐานา. สติ เอว สมฺโพชฺฌงฺโค สติสมฺโพชฺฌงฺโค. ตตฺถ โพธิยา โพธิสฺส วา องฺโคติ โพชฺฌงฺโค.
กึ วุตฺตํ โหติ? ยา หิ อยํ ธมฺมสามคฺคี, ยาย โลกิยโลกุตฺตรมคฺคกฺขเณ อุปฺปชฺชมานาย ลีนุทฺธจฺจปติฏฺฐานายูหน-กามสุขตฺตกิลมถานุโยค-อุจฺเฉทสสฺสตาภินิเวสาทีนํ อเนเกสํ อุปทฺทวานํ ปฏิปกฺขภูตาย สติธมฺมวิจยวีริยปีติปสฺสทฺธิสมาธิอุเปกฺขาสงฺขาตาย ธมฺมสามคฺคิยา อริยสาวโก พุชฺฌตีติ กตฺวา ‘‘โพธี’’ติ วุจฺจติ. พุชฺฌตีติ กิเลสสนฺตานนิทฺทาย อุฏฺฐหติ, จตฺตาริ วา อริยสจฺจานิ ปฏิวิชฺฌติ, นิพฺพานเมว วา สจฺฉิกโรตีติ วุตฺตํ โหติ. ยถาห ‘‘สตฺต โพชฺฌงฺเค ภาเวตฺวา อนุตฺตรํ สมฺมาสมฺโพธึ อภิสมฺพุทฺโธ’’ติ. ตสฺสา ธมฺมสามคฺคิสงฺขาตาย โพธิยา องฺโคติปิ โพชฺฌงฺโค, ฌานงฺคมคฺคงฺคาทโย วิย.
โยเปส ยถาวุตฺตปฺปการาย เอตาย ธมฺมสามคฺคิยา พุชฺฌตีติ กตฺวา อริยสาวโก ‘‘โพธี’’ติ วุจฺจติ, ตสฺส โพธิสฺส องฺโคติปิ โพชฺฌงฺโค, เสนงฺครถงฺคาทโย วิย. เตนาหุ อฏฺฐกถาจริยา ‘‘พุชฺฌนกสฺส ปุคฺคลสฺส องฺคาติ วา โพชฺฌงฺคา’’ติ. อปิจ ‘‘โพชฺฌงฺคาติ เกนฏฺเฐน โพชฺฌงฺคา? โพธาย สํวตฺตนฺตีติ โพชฺฌงฺคา, พุชฺฌนฺตีติ โพชฺฌงฺคา, อนุพุชฺฌนฺตีติ โพชฺฌงฺคา, ปฏิพุชฺฌนฺตีติ โพชฺฌงฺคา, สมฺพุชฺฌนฺตีติ โพชฺฌงฺคา’’ติอาทินา (ปฏิ. ม. ๓.๑๗) ปฏิสมฺภิทานเยนาปิ อตฺโถ เวทิตพฺโพ. ปสตฺโถ สุนฺทโร วา โพชฺฌงฺโคติ สมฺโพชฺฌงฺโค. เอวํ สติ เอว สมฺโพชฺฌงฺโค สติสมฺโพชฺฌงฺโค. ตํ สติสมฺโพชฺฌงฺคํ. เอวํ ตาว เอกสฺส อาทิปทสฺส อตฺถโต ลกฺขณาทีหิ จ วินิจฺฉโย วิญฺญาตพฺโพ.
ทุติยาทีสุ ปน จตุสจฺจธมฺเม วิจินาตีติ ธมฺมวิจโย. โส ปน วิจยลกฺขโณ, โอภาสนรโส, อสมฺโมหปจฺจุปฏฺฐาโน. วีรภาวโต วิธินา อีรยิตพฺพโต จ วีริยํ. ตํ ปคฺคหลกฺขณํ, อุปตฺถมฺภนรสํ, อโนสีทนปจฺจุปฏฺฐานํ. ปีณยตีติ ปีติ. สา ผรณลกฺขณา, ตุฏฺฐิลกฺขณา วา, กายจิตฺตานํ ปีณนรสา, เตสํเยว โอทคฺยปจฺจุปฏฺฐานา. กายจิตฺตทรถปสฺสมฺภนโต ปสฺสทฺธิ. สา อุปสมลกฺขณา, กายจิตฺตทรถนิมฺมทฺทนรสา, อายจิตฺตานํ อปริปฺผนฺทนภูตสีติภาวปจฺจุปฏฺฐานา. สมาธานโต สมาธิ. โส อวิกฺเขปลกฺขโณ, อวิสารลกฺขโณ วา, จิตฺตเจตสิกานํ สมฺปิณฺฑนรโส, จิตฺตฏฺฐิติปจฺจุปฏฺฐาโน. อชฺฌุเปกฺขนโต อุเปกฺขา. สา ปฏิสงฺขานลกฺขณา, สมวาหิตลกฺขณา วา, อูนาธิกตานิวารณรสา, ปกฺขปาตุปจฺเฉทรสา วา, มชฺฌตฺตภาวปจฺจุปฏฺฐานา. เสสํ วุตฺตนยเมว. เอวํ เสสปทานมฺปิ อตฺถโต ลกฺขณาทีหิ จ วินิจฺฉโย วิญฺญาตพฺโพ.
กมโตติ เอตฺถ จ ‘‘สติญฺจ ขฺวาหํ, ภิกฺขเว, สพฺพตฺถิกํ วทามี’’ติ (สํ. นิ. ๕.๒๓๔) วจนโต สพฺเพสํ เสสโพชฺฌงฺคานํ อุปการกตฺตา สติสมฺโพชฺฌงฺโคว ปฐมํ วุตฺโต. ตโต ปรํ ‘‘โส ตถา สโต วิหรนฺโต ตํ ธมฺมํ ปญฺญาย ปวิจินตี’’ติอาทินา (วิภ. ๔๖๙) นเยน เสสโพชฺฌงฺคานํ ปุพฺพาปริยวจเน ปโยชนํ สุตฺเตเยว วุตฺตํ. เอวเมตฺถ กมโตปิ วินิจฺฉโย วิญฺญาตพฺโพ.
อนูนาธิกโตติ กสฺมา ปน ภควตา สตฺเตว โพชฺฌงฺคา วุตฺตา อนูนา อนธิกาติ. ลีนุทฺธจฺจปฏิปกฺขโต สพฺพตฺถิกโต จ. เอตฺถ หิ ตโย โพชฺฌงฺคา ลีนสฺส ปฏิปกฺขา. ยถาห – ‘‘ยสฺมิญฺจ โข, ภิกฺขเว, สมเย ลีนํ จิตฺตํ โหติ, กาโล ตสฺมึ สมเย ธมฺมวิจยสมฺโพชฺฌงฺคสฺส ภาวนาย, กาโล วีริยสมฺโพชฺฌงฺคสฺส ภาวนาย, กาโล ปีติสมฺโพชฺฌงฺคสฺส ภาวนายา’’ติ (สํ. นิ. ๕.๒๓๔). ตโย อุทฺธจฺจสฺส ปฏิปกฺขา. ยถาห – ‘‘ยสฺมิญฺจ โข, ภิกฺขเว, สมเย อุทฺธตํ จิตฺตํ โหติ, กาโล ตสฺมึ สมเย ปสฺสทฺธิสมฺโพชฺฌงฺคสฺส ภาวนาย, กาโล สมาธิสมฺโพชฺฌงฺคสฺส ภาวนาย, กาโล อุเปกฺขาสมฺโพชฺฌงฺคสฺส ภาวนายา’’ติ (สํ. นิ. ๕.๒๓๔). เอโก ปเนตฺถ สพฺพตฺถิโก. ยถาห – ‘‘สติญฺจ ขฺวาหํ, ภิกฺขเว, สพฺพตฺถิกํ วทามี’’ติ. ‘‘สพฺพตฺถก’’นฺติปิ ปาโฐ, ทฺวินฺนมฺปิ สพฺพตฺถ อิจฺฉิตพฺพนฺติ อตฺโถ. เอวํ ลีนุทฺธจฺจปฏิปกฺขโต สพฺพตฺถิกโต จ สตฺเตว โพชฺฌงฺคา วุตฺตา อนูนา อนธิกาติ, เอวเมตฺถ อนูนาธิกโตปิ วินิจฺฉโย วิญฺญาตพฺโพ.
เอวํ ตาว ‘‘สติสมฺโพชฺฌงฺค’’นฺติอาทินา นเยน วุตฺตานํ สตฺตนฺนํ อาทิปทานํเยว อตฺถวณฺณนํ ญตฺวา อิทานิ ภาเวติ วิเวกนิสฺสิตนฺติอาทีสุ เอวํ ญาตพฺพา. ภาเวตีติ วฑฺเฒติ, อตฺตโน จิตฺตสนฺตาเน ปุนปฺปุนํ ชเนติ อภินิพฺพตฺเตตีติ อตฺโถ. วิเวกนิสฺสิตนฺติ วิเวเก นิสฺสิตํ. วิเวโกติ วิวิตฺตตา. สฺวายํ ตทงฺควิเวโก วิกฺขมฺภนสมุจฺเฉทปฏิปฺปสฺสทฺธิ นิสฺสรณวิเวโกติ ปญฺจวิโธ. ตสฺส นานตฺตํ ‘‘อริยธมฺเม อวินีโต’’ติ เอตฺถ วุตฺตนเยเนว เวทิตพฺพํ. อยเมว หิ ตตฺถ วินโยติ วุตฺโต. เอวํ เอตสฺมึ ปญฺจวิเธ วิเวเก.
วิเวกนิสฺสิตนฺติ ตทงฺควิเวกนิสฺสิตํ สมุจฺเฉทวิเวกนิสฺสิตํ นิสฺสรณวิเวกนิสฺสิตญฺจ สติสมฺโพชฺฌงฺคํ ภาเวตีติ อยมตฺโถ เวทิตพฺโพ. ตถา หิ อยํ โพชฺฌงฺคภาวนานุยุตฺโต โยคี วิปสฺสนากฺขเณ กิจฺจโต ตทงฺควิเวกนิสฺสิตํ, อชฺฌาสยโต นิสฺสรณวิเวกนิสฺสิตํ, มคฺคกาเล ปน กิจฺจโต สมุจฺเฉทวิเวกนิสฺสิตํ, อารมฺมณโต นิสฺสรณวิเวกนิสฺสิตํ สติสมฺโพชฺฌงฺคํ ภาเวติ. ปญฺจวิธวิเวกนิสฺสิตนฺติปิ เอเก, เต หิ น เกวลํ พลววิปสฺสนามคฺคผลกฺขเณสุ เอว โพชฺฌงฺเค อุทฺธรนฺติ, วิปสฺสนาปาทกกสิณชฺฌานอานาปานาสุภพฺรหฺมวิหารชฺฌาเนสุปิ อุทฺธรนฺติ. น จ ปฏิสิทฺธา อฏฺฐกถาจริเยหิ. ตสฺมา เตสํ มเตน เอเตสํ ฌานานํ ปวตฺติกฺขเณ กิจฺจโต เอว วิกฺขมฺภนวิเวกนิสฺสิตํ. ยถา จ ‘‘วิปสฺสนากฺขเณ อชฺฌาสยโต นิสฺสรณวิเวกนิสฺสิต’’นฺติ วุตฺตํ, เอวํ ปฏิปฺปสฺสทฺธิวิเวกนิสฺสิตมฺปิ ภาเวตีติ วตฺตุํ วฏฺฏติ. เอส นโย วิราคนิสฺสิตาทีสุ. วิเวกฏฺฐา เอว หิ วิราคาทโย.
เกวลเญฺหตฺถ โวสฺสคฺโค ทุวิโธ ปริจฺจาคโวสฺสคฺโค จ ปกฺขนฺทนโวสฺสคฺโค จาติ. ตตฺถ ปริจฺจาคโวสฺสคฺโคติ วิปสฺสนากฺขเณ จ ตทงฺควเสน, มคฺคกฺขเณ จ สมุจฺเฉทวเสน กิเลสปฺปหานํ. ปกฺขนฺทนโวสฺสคฺโคติ วิปสฺสนากฺขเณ ตนฺนินฺนภาเวน, มคฺคกฺขเณ ปน อารมฺมณกรเณน นิพฺพานปกฺขนฺทนํ. ตทุภยมฺปิ อิมสฺมึ โลกิยโลกุตฺตรมิสฺสเก อตฺถวณฺณนานเย วฏฺฏติ. ตถา หิ อยํ สติสมฺโพชฺฌงฺโค ยถาวุตฺเตน ปกาเรน กิเลเส ปริจฺจชติ, นิพฺพานญฺจ ปกฺขนฺทติ. โวสฺสคฺคปริณามินฺติ อิมินา ปน สกเลน วจเนน โวสฺสคฺคตฺตํ ปริณมนฺตํ ปริณตญฺจ ปริปจฺจนฺตํ ปริปกฺกญฺจาติ. อิทํ วุตฺตํ โหติ ‘‘อยญฺหิ โพชฺฌงฺคภาวนานุยุตฺโต ภิกฺขุ ยถา สติสมฺโพชฺฌงฺโค กิเลสปริจฺจาคโวสฺสคฺคตฺตํ นิพฺพานปกฺขนฺทนโวสฺสคฺคตฺตญฺจ ปริปจฺจติ, ยถา จ ปริปกฺโก โหติ, ตถา นํ ภาเวตี’’ติ. เอส นโย เสสโพชฺฌงฺเคสุ.
อิธ ปน นิพฺพานํเยว สพฺพสงฺขเตหิ วิวิตฺตตฺตา วิเวโก, สพฺเพสํ วิราคภาวโต วิราโค, นิโรธภาวโต นิโรโธติ วุตฺตํ. มคฺโค เอว จ โวสฺสคฺคปริณามี, ตสฺมา สติสมฺโพชฺฌงฺคํ ภาเวติ วิเวกํ อารมฺมณํ กตฺวา ปวตฺติยา วิเวกนิสฺสิตํ. ตถา วิราคนิสฺสิตํ นิโรธนิสฺสิตํ. ตญฺจ โข อริยมคฺคกฺขณุปฺปตฺติยา กิเลสานํ สมุจฺเฉทโต ปริจฺจาคภาเวน จ นิพฺพานปกฺขนฺทนภาเวน จ ปริณตํ ปริปกฺกนฺติ อยเมว อตฺโถ ทฏฺฐพฺโพ. เอส นโย เสสโพชฺฌงฺเคสุ.
ยญฺหิสฺสาติ เอเตสุ โพชฺฌงฺเคสุ ยํกิญฺจิ อสฺส. เสสํ วุตฺตนยเมว. อาสวุปฺปตฺติยํ ปเนตฺถ อิเมสํ อุปริมคฺคตฺตยสมฺปยุตฺตานํ โพชฺฌงฺคานํ อภาวิตตฺตา เย อุปฺปชฺเชยฺยุํ กามาสโว ภวาสโว อวิชฺชาสโวติ ตโย อาสวา, ภาวยโต เอวํส เต อาสวา น โหนฺตีติ อยํ นโย เวทิตพฺโพ.
อิเม วุจฺจนฺติ…เป… ภาวนา ปหาตพฺพาติ อิเม ตโย อาสวา อิมาย มคฺคตฺตยสมฺปยุตฺตาย โพชฺฌงฺคภาวนาย ปหาตพฺพาติ วุจฺจนฺตีติ เวทิตพฺพา.
๒๘. อิทานิ อิเมหิ สตฺตหากาเรหิ ปหีนาสวํ ภิกฺขุํ โถเมนฺโต อาสวปฺปหาเน จสฺส อานิสํสํ ทสฺเสนฺโต เอเตเหว จ การเณหิ อาสวปฺปหาเน สตฺตานํ อุสฺสุกฺกํ ชเนนฺโต ยโต โข, ภิกฺขเว…เป… อนฺตมกาสิ ทุกฺขสฺสาติ อาห. ตตฺถ ยโต โขติ สามิวจเน โตกาโร, ยสฺส โขติ วุตฺตํ โหติ. โปราณา ปน ยสฺมึ กาเลติ วณฺณยนฺติ. เย อาสวา ทสฺสนา ปหาตพฺพาติ เย อาสวา ทสฺสเนน ปหาตพฺพา, เต ทสฺสเนเนว ปหีนา โหนฺติ, น อปฺปหีเนสุเยว ปหีนสญฺญี โหติ. เอวํ สพฺพตฺถ วิตฺถาโร.
สพฺพาสวสํวรสํวุโตติ สพฺเพหิ อาสวปิธาเนหิ ปิหิโต, สพฺเพสํ วา อาสวานํ ปิธาเนหิ ปิหิโต. อจฺเฉจฺฉิ ตณฺหนฺติ สพฺพมฺปิ ตณฺหํ ฉินฺทิ, สํฉินฺทิ สมุจฺฉินฺทิ. วิวตฺตยิ สํโยชนนฺติ ทสวิธมฺปิ สํโยชนํ ปริวตฺตยิ นิมฺมลมกาสิ. สมฺมาติ เหตุนา การเณน. มานาภิสมยาติ มานสฺส ทสฺสนาภิสมยา ปหานาภิสมยา จ. อรหตฺตมคฺโค หิ กิจฺจวเสน มานํ ปสฺสติ, อยมสฺส ทสฺสนาภิสมโย. เตน ทิฏฺโฐ ปน โส ตาวเทว ปหียติ ทิฏฺฐวิเสน ทิฏฺฐสตฺตานํ ชีวิตํ วิย. อยมสฺส ปหานาภิสมโย.
อนฺตมกาสิ ทุกฺขสฺสาติ เอวํ อรหตฺตมคฺเคน สมฺมา มานสฺส ทิฏฺฐตฺตา ปหีนตฺตา จ เย อิเม ‘‘กายพนฺธนสฺส อนฺโต ชีรติ (จูฬว. ๒๗๘). หริตนฺตํ วา’’ติ (ม. นิ. ๑.๓๐๔) เอวํ วุตฺตอนฺติมมริยาทนฺโต จ, ‘‘อนฺตมิทํ, ภิกฺขเว, ชีวิกาน’’นฺติ (อิติวุ. ๙๑; สํ. นิ. ๓.๘๐) เอวํ วุตฺตลามกนฺโต จ, ‘‘สกฺกาโย เอโก อนฺโต’’ติ (อ. นิ. ๖.๖๑) เอวํ วุตฺตโกฏฺฐาสนฺโต จ, ‘‘เอเสวนฺโต ทุกฺขสฺส สพฺพปจฺจยสงฺขยา’’ติ (สํ. นิ. ๒.๕๑) เอวํ วุตฺตโกฏนฺโต จาติ เอวํ จตฺตาโร อนฺตา, เตสุ สพฺพสฺเสว วฏฺฏทุกฺขสฺส อนฺตํ จตุตฺถโกฏิสงฺขาตํ อนฺติมโกฏิสงฺขาตํ อนฺตมกาสิ ปริจฺเฉทํ ปริวฏุมํ อกาสิ. อนฺติมสมุสฺสยมตฺตาวเสสํ ทุกฺขํ อกาสีติ วุตฺตํ โหติ.
อตฺตมนา เต ภิกฺขูติ สกมนา ตุฏฺฐมนา, ปีติโสมนสฺเสหิ วา สมฺปยุตฺตมนา หุตฺวา. ภควโต ภาสิตํ อภินนฺทุนฺติ อิทํ ทุกฺขสฺส อนฺตกิริยาปริโยสานํ ภควโต ภาสิตํ สุกถิตํ สุลปิตํ, เอวเมตํ ภควา เอวเมตํ สุคตาติ มตฺถเกน สมฺปฏิจฺฉนฺตา อพฺภนุโมทึสูติ.
เสสเมตฺถ ยํ น วุตฺตํ, ตํ ปุพฺเพ วุตฺตตฺตา จ สุวิญฺเญยฺยตฺตา จ น วุตฺตํ. ตสฺมา สพฺพํ วุตฺตานุสาเรน อนุปทโส ปจฺจเวกฺขิตพฺพํ.
ภาวนาปหาตพฺพอาสววณฺณนา นิฏฺฐิตา.
ปปญฺจสูทนิยา มชฺฌิมนิกายฏฺฐกถาย
สพฺพาสวสุตฺตวณฺณนา นิฏฺฐิตา.