๑. ปฐมอคาริยวิมานวณฺณนา
ยถา วนํ จิตฺตลตํ ปภาสตีติ อคาริยวิมานํ. ตสฺส กา อุปฺปตฺติ? ภควา ราชคเห วิหรติ เวฬุวเน. เตน สมเยน ราชคเห เอกํ กุลํ อุภโตปสนฺนํ โหติ สีลาจารสมฺปนฺนํ โอปานภูตํ ภิกฺขูนํ ภิกฺขุนีนํ. เต เทฺว ชยมฺปติกา รตนตฺตยํ อุทฺทิสฺส ยาวชีวํ ปุญฺญานิ กตฺวา ตโต จุตา ตาวตึเสสุ นิพฺพตฺตึสุ, เตสํ ทฺวาทสโยชนิกํ กนกวิมานํ นิพฺพตฺติ. เต ตตฺถ ทิพฺพสมฺปตฺตึ อนุภวนฺติ. อถายสฺมา มหาโมคฺคลฺลาโนติอาทิ เหฏฺฐา วุตฺตนเยเนว เวทิตพฺพํ.
๑๐๔๘. ‘‘ยถา วนํ จิตฺตลตํ ปภาสติ, อุยฺยานเสฏฺฐํ ติทสานมุตฺตมํ;
ตถูปมํ ตุยฺหมิทํ วิมานํ, โอภาสยํ ติฏฺฐติ อนฺตลิกฺเข.
๑๐๔๙. ‘‘เทวิทฺธิปตฺโตสิ มหานุภาโว, มนุสฺสภูโต กิมกาสิ ปุญฺญํ;
เกนาสิ เอวํ ชลิตานุภาโว, วณฺโณ จ เต สพฺพทิสา ปภาสตี’’ติ. –
เถโร ปุจฺฉิ.
๑๐๕๐. ‘‘โส เทวปุตฺโต อตฺตมโน, โมคฺคลฺลาเนน ปุจฺฉิโต;
ปญฺหํ ปุฏฺโฐ วิยากาสิ, ยสฺส กมฺมสฺสิทํ ผลํ’’.
๑๐๕๑. ‘‘อหญฺจ ภริยา จ มนุสฺสโลเก, โอปานภูตา ฆรมาวสิมฺห;
อนฺนญฺจ ปานญฺจ ปสนฺนจิตฺตา, สกฺกจฺจ ทานํ วิปุลํ อทมฺห.
๑๐๕๒. ‘‘เตน เมตาทิโส วณฺโณ…เป…
วณฺโณ จ เม สพฺพทิสา ปภาสตี’’ติ. –
อตฺตโน สมฺปตฺตึ พฺยากาสิ. คาถาสุปิ อปุพฺพํ นตฺถิ.
ปฐมอคาริยวิมานวณฺณนา นิฏฺฐิตา.