๑๑. ทุติยนาควิมานวณฺณนา

มหนฺตํ นาคํ อภิรุยฺหาติ ทุติยนาควิมานํ. ตสฺส กา อุปฺปตฺติ? ภควา ราชคเห วิหรติ เวฬุวเน. เตน สมเยน ราชคเห อญฺญตโร อุปาสโก สทฺโธ ปสนฺโน ปญฺจสุ สีเลสุ ปติฏฺฐิโต อุโปสถทิวเสสุ อุโปสถสีลํ สมาทิยิตฺวา ปุเรภตฺตํ อตฺตโน วิภวานุรูปํ ภิกฺขูนํ ทานานิ ทตฺวา สยํ ภุญฺชิตฺวา สุทฺธวตฺถนิวตฺโถ สุทฺธุตฺตราสงฺโค ปจฺฉาภตฺตํ เยภุยฺเยน อฏฺฐ ปานานิ คาหาเปตฺวา วิหารํ คนฺตฺวา ภิกฺขุสงฺฆสฺส นิยฺยาเทตฺวา ภควนฺตํ อุปสงฺกมิตฺวา ธมฺมํ สุณาติ. เอวํ โส สกฺกจฺจํ ทานมยํ สีลมยญฺจ พหุํ สุจริตํ อุปจินิตฺวา อิโต จุโต ตาวตึเสสุ อุปฺปชฺชิ. ตสฺส ปุญฺญานุภาเวน สพฺพเสโต มหนฺโต ทิพฺโพ หตฺถินาโค ปาตุรโหสิ. โส ตํ อภิรุยฺห มหนฺเตน ปริวาเรน มหนฺเตน ทิพฺพานุภาเวน กาเลน กาลํ อุยฺยานกีฬํ คจฺฉติ.

อเถกทิวสํ กตญฺญุตาย โจทิยมาโน อฑฺฒรตฺติสมเย ตํ ทิพฺพนาคํ อภิรุยฺห มหตา ปริวาเรน ‘‘ภควนฺตํ วนฺทิสฺสามี’’ติ เทวโลกโต อาคนฺตฺวา เกวลกปฺปํ เวฬุวนํ โอภาเสตฺวา หตฺถิกฺขนฺธโต โอรุยฺห ภควนฺตํ อุปสงฺกมิตฺวา อภิวาเทตฺวา อญฺชลึ ปคฺคยฺห เอกมนฺตํ อฏฺฐาสิ. ตํ ภควโต สมีเป ฐิโต อายสฺมา วงฺคีโส ภควโต อนุญฺญาย อิมาหิ คาถาหิ ปุจฺฉิ –

๙๖๘. ‘‘มหนฺตํ นาคํ อภิรุยฺห, สพฺพเสตํ คชุตฺตมํ;

วนา วนํ อนุปริยาสิ, นารีคณปุรกฺขโต;

โอภาเสนฺโต ทิสา สพฺพา, โอสธี วิย ตารกา.

๙๖๙. ‘‘เกน เตตาทิโส วณฺโณ…เป…

วณฺโณ จ เต สพฺพทิสา ปภาสตี’’ติ.

ตตฺถา ปุจฺฉิโต โสปิ ตสฺส คาถาหิ เอว พฺยากาสิ.

๙๗๑. ‘‘โส เทวปุตฺโต อตฺตมโน, วงฺคีเสเนว ปุจฺฉิโต;

ปญฺหํ ปุฏฺโฐ วิยากาสิ, ยสฺส กมฺมสฺสิทํ ผลํ’’.

๙๗๒. ‘‘อหํ มนุสฺเสสุ มนุสฺสภูโต, อุปาสโก จกฺขุมโต อโหสึ;

ปาณาติปาตา วิรโต อโหสึ, โลเก อทินฺนํ ปริวชฺชยิสฺสํ.

๙๗๓. ‘‘อมชฺชโป โน จ มุสา อภาณึ, สเกน ทาเรน จ ตุฏฺโฐ อโหสึ;

อนฺนญฺจ ปานญฺจ ปสนฺนจิตฺโต, สกฺกจฺจ ทานํ วิปุลํ อทาสึ.

๙๗๔. ‘‘เตน เมตาทิโส วณฺโณ…เป…

วณฺโณ จ เม สพฺพทิสา ปภาสตี’’ติ.

ตตฺถ อปุพฺพํ นตฺถิ, เสสํ เหฏฺฐา วุตฺตนยเมว.

ทุติยนาควิมานวณฺณนา นิฏฺฐิตา.