๙. ปีตวิมานวณฺณนา
ปีตวตฺเถ ปีตธเชติ ปีตวิมานํ. ตสฺส กา อุปฺปตฺติ? ภควติ ปรินิพฺพุเต รญฺญา อชาตสตฺตุนา อตฺตนา ปฏิลทฺธา ภควโต สรีรธาตุโย คเหตฺวา ถูเป จ มเห จ กเต ราชคหวาสินี อญฺญตรา อุปาสิกา ปาโตว กตสรีรปฏิชคฺคนา ‘‘สตฺถุ ถูปํ ปูเชสฺสามี’’ติ ยถาลทฺธานิ จตฺตาริ โกสาตกีปุปฺผานิ คเหตฺวา สทฺธาเวเคน สมุสฺสาหิตมานสา มคฺคปริสฺสยํ อนุปธาเรตฺวาว ถูปาภิมุขี คจฺฉติ. อถ นํ ตรุณวจฺฉา คาวี อภิธาวนฺตี เวเคน อาปติตฺวา สิงฺเคน ปหริตฺวา ชีวิตกฺขยํ ปาเปสิ. สา ตาวเทว ตาวตึสภวเน นิพฺพตฺตนฺตี สกฺกสฺส เทวรญฺโญ อุยฺยานกีฬาย คจฺฉนฺตสฺส ปริวารภูตานํ อฑฺฒติยานํ นาฏกโกฏีนํ มชฺเฌ อตฺตโน สรีรปภาย ตา สพฺพา อภิภวนฺตี สห รเถน ปาตุรโหสิ. ตํ ทิสฺวา สกฺโก เทวราชา วิมฺหิตจิตฺโต อจฺฉริยพฺภุตชาโต ‘‘กีทิเสน นุ โข โอฬาริเกน กมฺมุนา อยํ เอทิสึ สุมหตึ เทวิทฺธิมุปาคตา’’ติ ตํ อิมาหิ คาถาหิ ปุจฺฉิ –
๗๙๕. ‘‘ปีตวตฺเถ ปีตธเช, ปีตาลงฺการภูสิเต;
ปีตจนฺทนลิตฺตงฺเค, ปีตอุปฺปลมาลินี.
๗๙๖. ‘‘ปีตปาสาทสยเน, ปีตาสเน ปีตภาชเน;
ปีตฉตฺเต ปีตรเถ, ปีตสฺเส ปีตพีชเน.
๗๙๗. ‘‘กึ กมฺมมกรี ภทฺเท, ปุพฺเพ มานุสเก ภเว;
เทวเต ปุจฺฉิตาจิกฺข, กิสฺส กมฺมสฺสิทํ ผล’’นฺติ.
สาปิสฺส อิมาหิ คาถาหิ พฺยากาสิ –
๗๙๘. ‘‘โกสาตกี นาม ลตตฺถิ ภนฺเต, ติตฺติกา อนภิจฺฉิตา;
ตสฺสา จตฺตาริ ปุปฺผานิ, ถูปํ อภิหรึ อหํ.
๗๙๙. ‘‘สตฺถุ สรีรมุทฺทิสฺส, วิปฺปสนฺเนน เจตสา;
นาสฺส มคฺคํ อเวกฺขิสฺสํ, น ตคฺคมนสา สตี.
๘๐๐. ‘‘ตโต มํ อวธี คาวี, ถูปํ อปตฺตมานสํ;
ตญฺจาหํ อภิสญฺเจยฺยํ, ภิยฺโย นูน อิโต สิยา.
๘๐๑. ‘‘เตน กมฺเมน เทวินฺท, มฆวา เทวกุญฺชร;
ปหาย มานุสํ เทหํ, ตว สหพฺยมาคตา’’ติ.
๗๙๕-๖. ตตฺถ ปีตจนฺทนลิตฺตงฺเคติ สุวณฺณวณฺเณน จนฺทเนน อนุลิตฺตสรีเร. ปีตปาสาทสยเนติ สพฺพโสวณฺณมเยน ปาสาเทน สุวณฺณปริกฺขิตฺเตหิ สยเนหิ จ สมนฺนาคเต. เอวํ สพฺพตฺถ เหฏฺฐา อุปริ จ ปีตสทฺเทน สุวณฺณเมว คหิตนฺติ ทฏฺฐพฺพํ.
๗๙๘. ลตตฺถีติ ลตา อตฺถิ. ภนฺเตติ สกฺกํ เทวราชานํ คารเวน อาลปติ. อนภิจฺฉิตาติ น อภิกงฺขิตา.
๗๙๙. สรีรนฺติ สรีรภูตํ ธาตุํ. อวยเว จายํ สมุทายโวหาโร ยถา ‘‘ปโฏ ฑฑฺโฒ, สมุทฺโท ทิฏฺโฐ’’ติ จ. อสฺสาติ โครูปสฺส. มคฺคนฺติ อาคมนมคฺคํ. น อเวกฺขิสฺสนฺติ น โอโลกยึ. กสฺมา? น ตคฺคมนสา สตีติ, ตสฺสํ คาวิยํ คตมนา ฐปิตมนา น โหนฺตี, อญฺญทตฺถุ ภควโต ถูปคตมนา เอว สมานาติ อตฺโถ. ‘‘ตทงฺคมนสา สตี’’ติ จ ปาโฐ, ตทงฺเค ตสฺส ภควโต ธาตุยา องฺเค มโน เอติสฺสาติ ตทงฺคมนสา. เอวํภูตา อหํ ตทา ตสฺสา มคฺคํ นาเวกฺขิสฺสนฺติ ทสฺเสติ.
๘๐๐. ถูปํ อปตฺตมานสนฺติ ถูปํ เจติยํ อสมฺปตฺตอชฺฌาสยํ, มนสิ ภโวติ หิ มานโส, อชฺฌาสโย มโนรโถ. ‘‘ถูปํ อุปคนฺตฺวา ปุปฺเผหิ ปูเชสฺสามี’’ติ อุปฺปนฺนมโนรถสฺส อสมฺปุณฺณตาย เอวํ วุตฺตํ. ถูปํ เจติยํ ปน ปุปฺเผหิ ปูชนจิตฺตํ สิทฺธเมว, เยน สา เทวโลเก อุปฺปนฺน. ตญฺจาหํ อภิสญฺเจยฺยนฺติ ตญฺเจ อหํ อภิสญฺจิเนยฺยํ, ปุปฺผปูชเนน หิ ปุญฺญํ อหํ ถูปํ อภิคนฺตฺวา ยถาธิปฺปายํ ปูชเนน สมฺมเทว จิเนยฺยํ อุปจิเนยฺยนฺติ อตฺโถ. ภิยฺโย นูน อิโต สิยาติ อิโต ยถาลทฺธสมฺปตฺติโตปิ ภิยฺโย อุปริ อุตฺตริตรา สมฺปตฺติ สิยาติ มญฺเญติ อตฺโถ.
๘๐๑. มฆวา เทวกุญฺชราติ อาลปนํ. ตตฺถ เทวกุญฺชราติ สพฺพพลปรกฺกมาทิวิเสเสหิ เทเวสุ กุญฺชรสทิโส. สหพฺยนฺติ สหภาวํ.
๘๐๒. ‘‘อิทํ สุตฺวา ติทสาธิปติ, มฆวา เทวกุญฺชโร;
ตาวตึเส ปสาเทนฺโต, มาตลึ เอตทพฺรวี’’ติ. –
อิทํ ธมฺมสงฺคาหกวจนํ. ตโต สกฺโก มาตลิปมุขสฺส เทวคณสฺส อิมาหิ คาถาหิ ธมฺมํ เทเสสิ –
๘๐๓. ‘‘ปสฺส มาตลิ อจฺเฉรํ, จิตฺตํ กมฺมผลํ อิทํ;
อปฺปกมฺปิ กตํ เทยฺยํ, ปุญฺญํ โหติ มหปฺผลํ.
๘๐๔. ‘‘นตฺถิ จิตฺเต ปสนฺนมฺหิ, อปฺปกา นาม ทกฺขิณา;
ตถาคเต วา สมฺพุทฺเธ, อถ วา ตสฺส สาวเก.
๘๐๕. ‘‘เอหิ มาตลิ อเมฺหปิ, ภิยฺโย ภิยฺโย มเหมเส;
ตถาคตสฺส ธาตุโย, สุโข ปุญฺญานมุจฺจโย.
๘๐๖. ‘‘ติฏฺฐนฺเต นิพฺพุเต จาปิ, สเม จิตฺเต สมํ ผลํ;
เจโตปณิธิเหตุหิ, สตฺตา คจฺฉนฺติ สุคฺคตึ.
๘๐๗. ‘‘พหูนํ วต อตฺถาย, อุปฺปชฺชนฺติ ตถาคตา;
ยตฺถ การํ กริตฺวาน, สคฺคํ คจฺฉนฺติ ทายกา’’ติ.
๘๐๒. ตตฺถ ปสาเทนฺโตติ ปสนฺเน กโรนฺโต, รตนตฺตเย สทฺธํ อุปฺปาเทนฺโตติ อตฺโถ.
๘๐๓. จิตฺตนฺติ วิจิตฺตํ อจินฺเตยฺยํ. กมฺมผลนฺติ เทยฺยธมฺมสฺส อนุฬารตฺเตปิ เขตฺตสมฺปตฺติยา จ จิตฺตสมฺปตฺติยา จ อุฬารสฺส ปุญฺญกมฺมสฺส ผลํ ปสฺสาติ โยชนา. อปฺปกมฺปิ กตํ เทยฺยํ, ปุญฺญํ โหติ มหปฺผลนฺติ เอตฺถ กตนฺติ การวเสน สกฺการวเสน อายตเน วินิยุตฺตํ. เทยฺยนฺติ ทาตพฺพวตฺถุํ. ปุญฺญนฺติ ตถาปวตฺตํ ปุญฺญกมฺมํ.
๘๐๔. อิทานิ ยตฺถ อปฺปกมฺปิ กตํ ปุญฺญํ มหปฺผลํ โหติ, ตํ ปากฏํ กตฺวา ทสฺเสนฺโต ‘‘นตฺถิ จิตฺเต ปสนฺนมฺหี’’ติ คาถมาห. ตํ สุวิญฺเญยฺยเมว.
๘๐๕-๖. อเมฺหปีติ มยมฺปิ. มเหมเสติ มหามเส ปูชามเส. เจโตปณิธิเหตุ หีติ อตฺตโน จิตฺตสฺส สมฺมเทว ฐปนนิมิตฺตํ, อตฺตสมฺมาปณิธาเนนาติ อตฺโถ. เตนาห ภควา –
‘‘น ตํ มาตาปิตา กยิรา, อญฺเญ วาปิ จ ญาตกา;
สมฺมา ปณิหิตํ จิตฺตํ, เสยฺยโส นํ ตโต กเร’’ติ. (ธ. ป. ๔๓);
เอวญฺจ ปน วตฺวา สกฺโก เทวานมินฺโท อุยฺยานกีฬาย อุสฺสาหํ ปฏิปฺปสฺสมฺเภตฺวา ตโตว ปฏินิวตฺติตฺวา อตฺตนา อภิณฺหํ ปูชเนยฺยฏฺฐานภูเต จูฬามณิเจติเย สตฺตาหํ ปูชํ อกาสิ. อถ อปเรน สมเยน เทวจาริกํ คตสฺส อายสฺมโต นารทตฺเถรสฺส ตํ ปวตฺตึ คาถาเหว กเถสิ, เถโร ธมฺมสงฺคาหกานํ อาโรเจสิ, เต ตถา นํ สงฺคหํ อาโรเปสุนฺติ.
ปีตวิมานวณฺณนา นิฏฺฐิตา.