๘. มลฺลิกาวิมานวณฺณนา
ปีตวตฺเถ ปีตธเชติ มลฺลิกาวิมานํ. ตสฺส กา อุปฺปตฺติ? ธมฺมจกฺกปฺปวตฺตนมาทึ กตฺวา ยาว สุภทฺทปริพฺพาชกวินยนา กตพุทฺธกิจฺเจ กุสินารายํ อุปวตฺตเน มลฺลราชูนํ สาลวเน ยมกสาลานมนฺตเร วิสาขปุณฺณมายํ ปจฺจูสเวลายํ อนุปาทิเสสาย นิพฺพานธาตุยา ปรินิพฺพุเต ภควติ โลกนาเถ เทวมนุสฺเสหิ ตสฺส สรีรปูชาย กยิรมานาย ตทา กุสินารายํ วสมานา พนฺธุลมลฺลสฺส ภริยา มลฺลราชปุตฺตี มลฺลิกา นาม อุปาสิกา สทฺธา ปสนฺนา วิสาขาย มหาอุปาสิกาย ปสาธนสทิสํ อตฺตโน มหาลตาปสาธนํ คนฺโธทเกน โธวิตฺวา ทุกูลจุมฺพฏเกน มชฺชิตฺวา อญฺญญฺจ พหุํ คนฺธมาลาทึ คเหตฺวา ภควโต สรีรํ ปูเชสิ. อยเมตฺถ สงฺเขโป, วิตฺถารโต ปน มลฺลิกาวตฺถุ ธมฺมปทวณฺณนายํ อาคตเมว.
สา อปรภาเค กาลํ กตฺวา ตาวตึเสสุ นิพฺพตฺติ, เตน ปูชานุภาเวน อสฺสา อญฺเญหิ อสาธารณา อุฬารา ทิพฺพสมฺปตฺติ อโหสิ. วตฺถาลงฺการวิมานานิ สตฺตรตนสมุชฺชลานิ วิเสสโต สิงฺคีสุวณฺโณภาสานิ อติวิย ปภสฺสรานิ สพฺพา ทิสา อาสิญฺจมานาว สุวณฺณรสธาราปิญฺชรา กโรนฺติ. อถายสฺมา นารโท เทวจาริกํ จรนฺโต ตํ ทิสฺวา อุปคญฺฉิ. สา ตํ ทิสฺวา วนฺทิตฺวา อญฺชลึ ปคฺคยฺห อฏฺฐาสิ. โส ตํ –
๖๕๘. ‘‘ปีตวตฺเถ ปีตธเช, ปีตาลงฺการภูสิเต;
ปีตนฺตราหิ วคฺคูหิ, อปิฬนฺธาว โสภสิ.
๖๕๙. ‘‘กา กมฺพุกายูรธเร, กญฺจนาเวฬภูสิเต;
เหมชาลกสญฺฉนฺเน, นานารตนมาลินี.
๖๖๐. ‘‘โสวณฺณมยา โลหิตงฺคมยา จ, มุตฺตามยา เวฬุริยมยา จ;
มสารคลฺลา สหโลหิตงฺคา, ปาเรวตกฺขีหิ มณีหิ จิตฺตตา.
๖๖๑. ‘‘โกจิ โกจิ เอตฺถ มยูรสุสฺสโร, หํสสฺสรญฺโญ กรวีกสุสฺสโร;
เตสํ สโร สุยฺยติ วคฺคุรูโป, ปญฺจงฺคิกํ ตูริยมิวปฺปวาทิตํ.
๖๖๒. ‘‘รโถ จ เต สุโภ วคฺคุ, นานารตนจิตฺติโต;
นานาวณฺณาหิ ธาตูหิ, สุวิภตฺโตว โสภติ.
๖๖๓. ‘‘ตสฺมึ รเถ กญฺจนพิมฺพวณฺเณ, ยา ตฺวํ ฐิตา ภาสสิมํ ปเทสํ;
เทวเต ปุจฺฉิตาจิกฺข, กิสฺส กมฺมสฺสิทํ ผล’’นฺติ. – ปุจฺฉิ;
๖๕๘. ตตฺถ ปีตวตฺเถติ ปริสุทฺธจามีกรปภสฺสรตาย ปีโตภาสนิวาสเน. ปีตธเชติ วิมานทฺวาเร รเถ จ สมุสฺสิตเหมมยวิปุลเกตุภาวโต ปีโตภาสธเช. ปีตาลงฺการภูสิเตติ ปีโตภาเสหิ อาภรเณหิ อลงฺกเต. สติปิ อลงฺการานํ นานาวิธรํสิชาลสมุชฺชลวิวิธรตนวิจิตฺตภาเว ตาทิสสุจริตวิเสสนิพฺพตฺตตาย ปน สุปริสุทฺธจามีกรมรีจิชาลวิชฺโชติตตฺตา วิเสสโต ปีตนิภาสานิ ตสฺสา อาภรณานิ อเหสุํ. ปีตนฺตราหีติ ปีตวณฺเณหิ อุตฺตริเยหิ. ‘‘สนฺตรุตฺตรปรมํ เตน ภิกฺขุนา ตโต จีวรํ สาทิตพฺพ’’นฺติอาทีสุ (ปารา. ๕๒๓-๕๒๔) นิวาสเน อนฺตรสทฺโท อาคโต, อิธ ปน ‘‘อนฺตรสาฏกา’’ติอาทีสุ วิย อุตฺตริเย ทฏฺฐพฺโพ. อนฺตรา อุตฺตริยํ อุตฺตราสงฺโค อุปสํพฺยานนฺติ ปริยายสทฺทา เอเต. วคฺคูหีติ โสภเนหิ สณฺหมฏฺเฐหิ. อปิฬนฺธาว โสภสีติ ตฺวํ อิเมหิ อลงฺกาเรหิ อนลงฺกตาปิ อตฺตโน รูปสมฺปตฺติยาว โสภสิ. เต ปน อลงฺการา ตว สรีรํ ปตฺวา โสภนฺติ, ตสฺมา อนลงฺกตาปิ ตฺวํ อลงฺกตสทิสีติ อธิปฺปาโย.
๖๕๙. กา กมฺพุกายูรธเรติ กา ตฺวํ กตรเทวนิกายปริยาปนฺนา สุวณฺณมยปริหารกธเร, สุวณฺณมยเกยูรธเร วา. กมฺพุปริหารกนฺติ จ หตฺถาลงฺการวิเสโส วุจฺจติ, กายูรนฺติ ภุชาลงฺการวิเสโส. อถ วา กมฺพูติ สุวณฺณํ, ตสฺมา กมฺพุกายูรธเร สุวณฺณมยพาหาภรณธเรติ อตฺโถ. กญฺจนาเวฬภูสิเตติ กญฺจนมยาเวฬปิฬนฺธนภูสิเต. เหมชาลกสญฺฉนฺเนติ รตนปริสิพฺพิเตน เหมมเยน ชาลเกน ฉาทิตสรีเร. นานารตนมาลินีติ นกฺขตฺตมาลาย วิย กาฬปกฺขรตฺติยํ สีเส ปฏิมุกฺกาหิ วิวิธาหิ รตนาวลีหิ นานารตนมาลินี กา ตฺวนฺติ ปุจฺฉติ.
๖๖๐. โสวณฺณมยาติอาทิ ยาหิ รตนมาลาหิ สา เทวตา นานารตนมาลินีติ วุตฺตา, ตาสํ ทสฺสนํ. ตตฺถ โสวณฺณมยาติ สิงฺคีสุวณฺณมยา มาลา. โลหิตงฺคมยาติ ปทุมราคาทิรตฺตมณิมยา. มสารคลฺลาติ มสารคลฺลมณิมยา. สหโลหิตงฺคาติ โลหิตงฺคมณิมยาหิ สทฺธึ กพรมณิมยา เจว โลหิตงฺคสงฺขาตรตฺตมณิมยา จาติ อตฺโถ. ปาเรวตกฺขีหิ มณีหิ จิตฺตตาติ ปาเรวตกฺขิสทิเสหิ มณีหิ ยถาวุตฺตมณีหิ จ สงฺขตจิตฺตภาวา อิมา ตว เกสหตฺเถ รตนมาลาติ อธิปฺปาโย.
๖๖๑. โกจิ โกจีติ เอกจฺโจ เอกจฺโจ. เอตฺถาติ เอเตสุ มาลาทาเมสุ. มยูรสุสฺสโรติ มยูโร วิย สุนฺทรนาโท. หํสสฺสรญฺโญติ หํสสฺสโร อญฺโญ, หํสสทิสสฺสโร อปโร. กรวีกสุสฺสโรติ กรวีโก วิย โสภนสฺสโร. เตสํ มาลาทามานํ ยถา มยูรสฺสโร, หํสสฺสโร, กรวีกสฺสโร, เอวํ วคฺคุรูโป มธุรากาโร สโร สุยฺยติ. กิมิว? ปญฺจงฺคิกํ ตูริยมิวปฺปวาทิตํ. ยถา กุสเลน วาทิเต ปญฺจงฺคิเก ตูริเย, เอวํ เตสํ สโร สุยฺยติ, วคฺคุรูโปติ อตฺโถ. ภุมฺมตฺเถ หิ อิทํ อุปโยควจนํ.
๖๖๒. นานาวณฺณาหิ ธาตูหีติ อเนกรูปาหิ อกฺขจกฺกอีสาทิอวยวธาตูหิ. สุวิภตฺโตว โสภตีติ อวยวานํ อญฺญมญฺญํ ยุตฺตปฺปมาณตาย วิภตฺติวิภาคสมฺปตฺติยา จ สุวิภตฺโตว หุตฺวา วิราชติ. อถ วา สุวิภตฺโตวาติ เกวลํ กมฺมนิพฺพตฺโตปิ สุสิกฺขิเตน สิปฺปาจริเยน วิภตฺโตว วิรจิโต วิย โสภตีติ อตฺโถ.
๖๖๓. กญฺจนพิมฺพวณฺเณติ สาติสยํ ปีโตภาสตาย กญฺจนพิมฺพกสทิเส ตสฺมึ รเถ. กญฺจนพิมฺพวณฺเณติ วา ตสฺสา เทวตาย อาลปนํ, คนฺโธทเกน โธวิตฺวา ชาติหิงฺคุลกรเสน มชฺชิตฺวา ทุกูลจุมฺพฏเกน มชฺชิตกญฺจนปฏิมาสทิเสติ อตฺโถ. ภาสสิมํ ปเทสนฺติ อิมํ สกลมฺปิ ภูมิปเทสํ ภาสยสิ วิชฺโชตยสิ.
เอวํ เถเรน ปุจฺฉิตา สาปิ เทวตา อิมาหิ คาถาหิ พฺยากาสิ –
๖๖๔. ‘‘โสวณฺณชาลํ มณิโสณฺณจิตฺติตํ, มุตฺตาจิตํ เหมชาเลน ฉนฺนํ;
ปรินิพฺพุเต โคตเม อปฺปเมยฺเย, ปสนฺนจิตฺตา อหมาภิโรปยึ.
๖๖๕. ‘‘ตาหํ กมฺมํ กริตฺวาน, กุสลํ พุทฺธวณฺณิตํ;
อเปตโสกา สุขิตา, สมฺปโมทามนามยา’’ติ.
๖๖๔. ตตฺถ โสวณฺณชาลนฺติ สรีรปฺปมาเณน กตํ สุวณฺณมยํ ชาลํ. มณิโสณฺณจิตฺติตนฺติ สีสาทิฏฺฐาเนสุ สีสูปคคีวูปคาทิอาภรณวเสน นานาวิเธหิ มณีหิ จ สุวณฺเณน จ จิตฺติตํ. มุตฺตาจิตนฺติ อนฺตรนฺตรา อาพทฺธาหิ มุตฺตาวลีหิ อาจิตํ. เหมชาเลน ฉนฺนนฺติ เหมมเยน ปภาชาเลน ฉนฺนํ. ตญฺหิ นานาวิเธหิ มณีหิ เจว สุวณฺเณน จ จิตฺติตํ มุตฺตาวลีหิ อาจิตมฺปิ สุปริสุทฺธสฺส รตฺตสุวณฺณสฺเสว เยภุยฺยตาย ทิวากรกิรณสมฺผสฺสโต อติวิย ปภสฺสเรน เหมมเยน ปภาชาเลน สญฺฉาทิตํ เอโกภาสํ หุตฺวา กญฺจนาทาสํ วิย ติฏฺฐติ. ปรินิพฺพุเตติ อนุปาทิเสสาย นิพฺพานธาตุยา ปรินิพฺพุเต. โคตเมติ ภควนฺตํ โคตฺเตน นิทฺทิสติ. อปฺปเมยฺเยติ คุณานุภาวโต ปมินิตุํ อสกฺกุเณยฺเย. ปสนฺนจิตฺตาติ กมฺมผลวิสยาย พุทฺธารมฺมณาย จ สทฺธาย ปสนฺนมานสา. อภิโรปยินฺติ ปูชาวเสน สรีเร โรเปสึ ปฏิมุญฺจึ.
๖๖๕. ตาหนฺติ ตํ อหํ. กุสลนฺติ กุจฺฉิตสลนาทิอตฺเถน กุสลํ. พุทฺธวณฺณิตนฺติ ‘‘ยาวตา, ภิกฺขเว, สตฺตา อปทา วา ทฺวิปทา วา’’ติอาทินา (สํ. นิ. ๕.๑๓๙; อ. นิ. ๔.๓๔) สมฺมาสมฺพุทฺเธน ปสตฺถํ. อเปตโสกาติ โสกเหตูนํ โภคพฺยสนาทีนํ อภาเวน อปคตโสกา. เตน จิตฺตทุกฺขาภาวมาห. สุขิตาติ สญฺชาตสุขา สุขปฺปตฺตา. เอเตน สรีรทุกฺขาภาวํ วทติ. จิตฺตทุกฺขาภาเวน จสฺสา ปโมทาปตฺติ, สรีรทุกฺขาภาเวน อโรคตา. เตนาห ‘‘สมฺปโมทามนามยา’’ติ. เสสํ วุตฺตนยเมว. อยญฺจ อตฺโถ ตทา อตฺตนา เทวตาย จ กถิตนิยาเมเนว สงฺคีติกาเล อายสฺมตา นารเทน ธมฺมสงฺคาหกานํ อาโรจิโต, เต จ ตํ ตเถว สงฺคหํ อาโรปยึสูติ.
มลฺลิกาวิมานวณฺณนา นิฏฺฐิตา.