๓. ปาริจฺฉตฺตกวคฺโค

๑. อุฬารวิมานวณฺณนา

ปาริจฺฉตฺตกวคฺเค อุฬาโร เต ยโส วณฺโณติ อุฬารวิมานํ. ตสฺส กา อุปฺปตฺติ? ภควา ราชคเห วิหรติ เวฬุวเน กลนฺทกนิวาเป. เตน สมเยน ราชคเห อายสฺมโต มหาโมคฺคลฺลานสฺส อุปฏฺฐากกุเล เอกา ทาริกา ทานชฺฌาสยา ทานสํวิภาครตา อโหสิ. สา ยํ ตสฺมึ เคเห ปุเรภตฺตํ ขาทนียโภชนียํ อุปฺปชฺชติ, ตตฺถ อตฺตนา ลทฺธปฏิวีสโต อุปฑฺฒํ เทติ, อุปฑฺฒํ อตฺตนา ปริภุญฺชติ, อทตฺวา ปน น ภุญฺชติ, ทกฺขิเณยฺเย อปสฺสนฺตีปิ ฐเปตฺวา ทิฏฺฐกาเล เทติ, ยาจกานมฺปิ เทติเยว. อถสฺสา มาตา ‘‘มม ธีตา ทานชฺฌาสยา ทานสํวิภาครตา’’ติ หฏฺฐตุฏฺฐา ตสฺสา ทิคุณํ ภาคํ เทติ. เทนฺตี จ เอกสฺมึ ภาเค ตาย สํวิภาเค กเต ปุน อปรํ เทติ, สา ตโตปิ สํวิภาคํ กโรติเยว.

เอวํ คจฺฉนฺเต กาเล ตํ วยปฺปตฺตํ มาตาปิตโร ตสฺมึเยว นคเร อญฺญตรสฺมึ กุเล กุมารสฺส อทํสุ. ตํ ปน กุลํ มิจฺฉาทิฏฺฐิกํ โหติ อสฺสทฺธํ อปฺปสนฺนํ. อถายสฺมา มหาโมคฺคลฺลาโน ราชคเห สปทานํ ปิณฺฑาย จรมาโน ตสฺสา ทาริกาย สสุรสฺส เคหทฺวาเร อฏฺฐาสิ. ตํ ทิสฺวา สา ทาริกา ปสนฺนจิตฺตา ‘‘ปวิสถ ภนฺเต’’ติ ปเวเสตฺวา วนฺทิตฺวา สสฺสุยา ฐปิตํ ปูวํ ตํ อปสฺสนฺตี ‘‘ตสฺสา กเถตฺวา อนุโมทาเปสฺสามี’’ติ วิสฺสาเสน คเหตฺวา เถรสฺส อทาสิ, เถโร อนุโมทนํ กตฺวา ปกฺกามิ. ทาริกา ‘‘ตุเมฺหหิ ฐปิตํ ปูวํ มหาโมคฺคลฺลานตฺเถรสฺส อทาสิ’’นฺติ สสฺสุยา กเถสิ. สา ตํ สุตฺวา ‘‘กินฺนามิทํ ปาคพฺภิยํ, อยํ มม สนฺตกํ อนาปุจฺฉิตฺวาว สมณสฺส อทาสี’’ติ ตํ กฏตฏายมานา โกธาภิภูตา ยุตฺตายุตฺตํ อจินฺเตนฺตี ปุรโต ฐิตํ มุสลขณฺฑํ คเหตฺวา อํสกูเฏ ปหริ. สา สุขุมาลตาย ปริกฺขีณายุกตาย จ เตเนว ปหาเรน พลวทุกฺขาภิภูตา หุตฺวา กติปาเหเนว กาลํ กตฺวา ตาวตึเสสุ นิพฺพตฺติ. ตสฺสา สติปิ อญฺญสฺมึ สุจริตกมฺเม เถรสฺส กตทานเมว สาติสยํ หุตฺวา อุปฏฺฐาสิ. ตํ อายสฺมา มหาโมคฺคลฺลาโน เหฏฺฐา วุตฺตนเยเนว คนฺตฺวา –

๒๘๖. ‘‘อุฬาโร เต ยโส วณฺโณ, สพฺพา โอภาสเต ทิสา;

นาริโย นจฺจนฺติ คายนฺติ, เทวปุตฺตา อลงฺกตา.

๒๘๗. ‘‘โมเทนฺติ ปริวาเรนฺติ, ตว ปูชาย เทวเต;

โสวณฺณานิ วิมานานิ, ตวิมานิ สุทสฺสเน.

๒๘๘. ‘‘ตุวํสิ อิสฺสรา เตสํ, สพฺพกามสมิทฺธินี;

อภิชาตา มหนฺตาสิ, เทวกาเย ปโมทสิ;

เทวเต ปุจฺฉิตาจิกฺข, กิสฺส กมฺมสฺสิทํ ผล’’นฺติ. –

ตีหิ คาถาหิ ปุจฺฉิ.

๒๘๖. ตตฺถ ยโสติ ปริวาโร. วณฺโณติ วณฺณนิภา สรีโรภาโส. ‘‘อุฬาโร’’ติ ปน วิเสเสตฺวา วุตฺตตฺตา ตสฺสา เทวตาย ปริวารสมฺปตฺติ จ วณฺณสมฺปตฺติ จ วุตฺตา โหติ. ตาสุ ‘‘อุฬาโร เต วณฺโณ’’ติ สงฺเขปโต วุตฺตํ วณฺณสมฺปตฺตึ วิสยวเสน วิตฺถารโต ทสฺเสตุํ ‘‘สพฺพา โอภาสเต ทิสา’’ติ วตฺวา ‘‘อุฬาโร เต ยโส’’ติ วุตฺตํ ปริวารสมฺปตฺตึ วตฺถุวเสน วิตฺถารโต ทสฺเสตุํ ‘‘นาริโย นจฺจนฺตี’’ติอาทิ วุตฺตํ. ตตฺถ สพฺพา โอภาสเต ทิสาติ สพฺพาสุ ทิสาสุ วิชฺโชตเต, สพฺพา วา ทิสา โอภาสยเต, วิชฺโชตยตีติ อตฺโถ. ‘‘โอภาสเต’’ติ ปทสฺส ‘‘โอภาสนฺเต’’ติ เกจิ วจนวิปลฺลาเสน อตฺถํ วทนฺติ, เตหิ ‘‘วณฺเณนา’’ติ วิภตฺติ วิปริณาเมตพฺพา. วณฺเณนาติ จ เหตุมฺหิ กรณวจนํ, วณฺเณน เหตุภูเตนาติ อตฺโถ. ‘‘สพฺพา ทิสา’’ติ จ ชาติวเสน ทิสาสามญฺเญ อเปกฺขิเต วจนวิปลฺลาเสนปิ ปโยชนํ นตฺถิ. นาริโยติ เอตฺถาปิ ‘‘อลงฺกตา’’ติ ปทํ อาเนตฺวา สมฺพนฺธิตพฺพํ. เทวปุตฺตาติ เอตฺถ จ-สทฺโท ลุตฺตนิทฺทิฏฺโฐ. เตน นาริโย เทวปุตฺตา จาติ สมุจฺจโย เวทิตพฺโพ.

๒๘๗. โมเทนฺตีติ ปโมทยนฺติ. ปูชายาติ ปูชนตฺถํ ปูชานิมิตฺตํ วา, นจฺจนฺติ คายนฺตีติ โยชนา. ตวิมานีติ ตว อิมานิ.

๒๘๘. สพฺพกามสมิทฺธินีติ สพฺเพหิ ปญฺจหิ กามคุเณหิ, สพฺเพหิ วา ตยา กามิเตหิ อิจฺฉิเตหิ วตฺถูหิ สมิทฺธา. อภิชาตาติ สุชาตา. มหนฺตาสีติ มหตี มหานุภาวา อสิ. เทวกาเย ปโมทสีติ อิมสฺมึ เทวนิกาเย ทิพฺพสมฺปตฺติเหตุเกน ปรเมน ปโมทเนน ปโมทสิ.

เอวํ เถเรน ปุจฺฉิตา สา เทวตา ตมตฺถํ วิสฺสชฺเชสิ –

๒๘๙. ‘‘อหํ มนุสฺเสสุ มนุสฺสภูตา, ปุริมาย ชาติยา มนุสฺสโลเก;

ทุสฺสีลกุเล สุณิสา อโหสึ, อสฺสทฺเธสุ กทริเยสุ อหํ.

๒๙๐. ‘‘สทฺธา สีเลน สมฺปนฺนา, สํวิภาครตา สทา;

ปิณฺฑาย จรมานสฺส, อปูวํ เต อทาสหํ.

๒๙๑. ‘‘ตทาหํ สสฺสุยาจิกฺขึ, ‘สมโณ อาคโต อิธ;

ตสฺส อทาสหํ ปูวํ, ปสนฺนา เสหิ ปาณิภิ’.

๒๙๒. ‘‘อิติสฺสา สสฺสุ ปริภาสิ, อวินีตาสิ ตฺวํ วธุ;

น มํ สมฺปุจฺฉิตุํ อิจฺฉิ, ‘สมณสฺส ททามหํ’.

๒๙๓. ‘‘ตโต เม สสฺสุ กุปิตา, ปหาสิ มุสเลน มํ;

กูฏงฺคจฺฉิ อวธิ มํ, นาสกฺขึ ชีวิตุํ จิรํ.

๒๙๔. ‘‘อหํ กายสฺส เภทา, วิปฺปมุตฺตา ตโต จุตา;

เทวานํ ตาวตึสานํ, อุปปนฺนา สหพฺยตํ.

๒๙๕. ‘‘เตน เมตาทิโส วณฺโณ…เป…

วณฺโณ จ เม สพฺพทิสา ปภาสตี’’ติ.

๒๘๙. ตตฺถ อสฺสทฺเธสูติ รตนตฺตยสทฺธาย กมฺมผลสทฺธาย จ อภาเวน อสฺสทฺเธสุ, ถทฺธมจฺฉริยตาย กทริเยสุ สสฺสุอาทีสุ อหํ สทฺธา สีเลน สมฺปนฺนา อโหสินฺติ โยชนา.

๒๙๐-๑. อปูวนฺติ กปลฺลปูวํ. เตติ นิปาตมตฺตํ. สสฺสุยา อาจิกฺขึ คหิตภาวญาปนตฺถญฺจ อนุโมทนตฺถญฺจาติ อธิปฺปาโย.

๒๙๒. อิติสฺสาติ เอตฺถ อสฺสาติ นิปาตมตฺตํ. สมณสฺส ททามหนฺติ อหํ สมณสฺส อปูวํ ททามีติ. ยสฺมา น มํ สมฺปุจฺฉิตุํ อิจฺฉิ, ตสฺมา ตฺวํ วธุ อวินีตาสีติ สสฺสุ ปริภาสีติ โยชนา.

๒๙๓. ปหาสีติ ปหริ. กูฏงฺคจฺฉิ อวธิ มนฺติ เอตฺถ กูฏนฺติ อํสกูฏํ วุตฺตํ ปุริมปทโลเปน, กูฏเมว องฺคนฺติ กูฏงฺคํ, ตํ ฉินฺทตีติ กูฏงฺคจฺฉิ. เอวํ โกธาภิภูตา หุตฺวา มํ อวธิ, มม อํสกูฏํ ฉินฺทิ, เตเนว อุปกฺกเมน มตตฺตา มํ มาเรสีติ อตฺโถ. เตนาห ‘‘นาสกฺขึ ชีวิตุํ จิร’’นฺติ.

๒๙๔. วิปฺปมุตฺตาติ ตโต ทุกฺขโต สุฏฺฐุ มุตฺตา. เสสํ วุตฺตนยเมว.

อุฬารวิมานวณฺณนา นิฏฺฐิตา.

๒. อุจฺฉุทายิกาวิมานวณฺณนา

โอภาสยิตฺวา ปถวึ สเทวกนฺติ อุจฺฉุทายิกาวิมานํ. ตสฺส กา อุปฺปตฺติ? ภควา ราชคเห วิหรตีติอาทิ สพฺพํ อนนฺตรวิมาเน วุตฺตสทิสํ. อยํ ปน วิเสโส – อิธ อุจฺฉุ ทินฺนา, สสฺสุยา จ ปีฐเกน ปหฏา, ตงฺขณญฺเญว มตา ตาวตึเสสุ อุปฺปนฺนา, ตสฺสํเยว รตฺติยํ เถรสฺส อุปฏฺฐานํ อาคตา, เกวลกปฺปํ คิชฺฌกูฏํ จนฺโท วิย สูริโย วิย จ โอภาเสนฺตี เถรํ วนฺทิตฺวา ปญฺชลิกา นมสฺสมานา เอกมนฺตํ อฏฺฐาสิ. อถ นํ เถโร –

๒๙๖. ‘‘โอภาสยิตฺวา ปถวึ สเทวกํ, อติโรจสิ จนฺทิมสูริยา วิย;

สิริยา จ วณฺเณน ยเสน เตชสา, พฺรหฺมาว เทเว ติทเส สหินฺทเก.

๒๙๗. ‘‘ปุจฺฉามิ ตํ อุปฺปลมาลธารินี, อาเวฬินี กญฺจนสนฺนิภตฺตเจ;

อลงฺกเต อุตฺตมวตฺถธารินี, กา ตฺวํ สุเภ เทวเต วนฺทเส มมํ.

๒๙๘. ‘‘กึ ตฺวํ ปุเร กมฺมมกาสิ อตฺตนา, มนุสฺสภูตา ปุริมาย ชาติยา;

ทานํ สุจิณฺณํ อถ สีลสํยมํ, เกนูปปนฺนา สุคตึ ยสสฺสินี;

เทวเต ปุจฺฉิตาจิกฺข, กิสฺส กมฺมสฺสิทํ ผล’’นฺติ. –

อิมาหิ คาถาหิ ปุจฺฉิ.

๒๙๖-๗. ตตฺถ โอภาสยิตฺวา ปถวึ สเทวกนฺติ จนฺทิมสูริยรสฺมิสมฺมิสฺเสหิ สิเนรุปสฺสวินิคฺคเตหิ ปภาวิสเรหิ วิชฺโชตยมานตาย เทเวน อากาเสน สหาติ สเทวกํ อุปคตภูมิภาคภูตํ อิมํ ปถวึ วิชฺโชเตตฺวา, เอโกภาสํ เอกปชฺโชตํ กตฺวาติ อตฺโถ. โอภาสยิตฺวา ปถวึ จนฺทิมสูริยา วิยาติ โยชนา. อติโรจสีติ อติกฺกมิตฺวา โรจสิ. ตํ ปน อติโรจนํ เกน กึ วิย เกน วาติ อาห ‘‘สิริยา’’ติอาทิ. ตตฺถ สิริยาติ โสภคฺคาทิโสภาวิเสเสน. เตชสาติ อตฺตโน อานุภาเวน. อาเวฬินีติ รตนมยปุปฺผาเวฬวตี.

เอวํ เถเรน ปุจฺฉิตา เทวตา อิมาหิ คาถาหิ วิสฺสชฺเชสิ –

๒๙๙. ‘‘อิทานิ ภนฺเต อิมเมว คามํ, ปิณฺฑาย อมฺหากํ ฆรํ อุปาคมิ;

ตโต เต อุจฺฉุสฺส อทาสิ ขณฺฑิกํ, ปสนฺนจิตฺตา อตุลาย ปีติยา.

๓๐๐. ‘‘สสฺสุ จ ปจฺฉา อนุยุญฺชเต มมํ, กหํ นุ อุจฺฉุํ วธุเก อวากิริ;

น ฉฑฺฑิตํ โน ปน ขาทิตํ มยา, สนฺตสฺส ภิกฺขุสฺส สยํ อทาสหํ.

๓๐๑. ‘‘ตุยฺหํ นฺวิทํ อิสฺสริยํ อโถ มม, อิติสฺสา สสฺสุ ปริภาสเต มมํ;

ปีฐํ คเหตฺวา ปหารํ อทาสิ เม, ตโต จุตา กาลกตามฺหิ เทวตา.

๓๐๒. ‘‘ตเทว กมฺมํ กุสลํ กตํ มยา, สุขญฺจ กมฺมํ อนุโภมิ อตฺตนา;

เทเวหิ สทฺธึ ปริจารยามหํ, โมทามหํ กามคุเณหิ ปญฺจหิ.

๓๐๓. ‘‘ตเทว กมฺมํ กุสลํ กตํ มยา, สุขญฺจ กมฺมํ อนุโภมิ อตฺตนา;

เทวินฺทคุตฺตา ติทเสหิ รกฺขิตา, สมปฺปิตา กามคุเณหิ ปญฺจหิ.

๓๐๔. ‘‘เอตาทิสํ ปุญฺญผลํ อนปฺปกํ, มหาวิปากา มม อุจฺฉุทกฺขิณา;

เทเวหิ สทฺธึ ปริจารยามหํ, โมทามหํ กามคุเณหิ ปญฺจหิ.

๓๐๕. ‘‘เอตาทิสํ ปุญฺญผลํ อนปฺปกํ, มหาชุติกา มม อุจฺฉุทกฺขิณา;

เทวินฺทคุตฺตา ติทเสหิ รกฺขิตา, สหสฺสเนตฺโตริว นนฺทเน วเน.

๓๐๖. ‘‘ตุวญฺจ ภนฺเต อนุกมฺปกํ วิทุํ, อุเปจฺจ วนฺทึ กุสลญฺจ ปุจฺฉิสํ;

ตโต เต อุจฺฉุสฺส อทาสิ ขณฺฑิกํ, ปสนฺนจิตฺตา อตุลาย ปีติยา’’ติ.

๒๙๙. ตตฺถ อิทานีติ อนนฺตราตีตทิวสตฺตา อาห, อธุนาติ อตฺโถ. อิมเมว คามนฺติ อิมสฺมึเยว คาเม, ราชคหํ สนฺธาย วทติ. วุตฺตญฺหิ ‘‘คาโมปิ นิคโมปิ นครมฺปิ ‘คาโม’ อิจฺเจว วุจฺจตี’’ติ. ภุมฺมตฺเถ เจตํ อุปโยควจนํ. อุปาคมีติ อุปคโต อโหสิ. อตุลายาติ อนุปมาย, อปฺปมาณาย วา.

๓๐๐. อวากิรีติ อปเนสิ ฉฑฺเฑสิ, วินาเสสิ วา. สนฺตสฺสาติ สาธุรูปสฺส สนฺตกิเลสสฺส ปริสฺสมมปฺปตฺตสฺส วา.

๓๐๑. ตุยฺหํ นูติ นุ-สทฺโท อนตฺตมนตาสูจเน นิปาโต, โส ‘‘มมา’’ติ เอตฺถาปิ อาเนตฺวา โยเชตพฺโพ ‘‘มม นู’’ติ. อิทํ อิสฺสริยนฺติ เคเห อาธิปจฺจํ สนฺธายาห. ตโต จุตาติ ตโต มนุสฺสโลกโต จุตา. ยสฺมา ฐิตฏฺฐานโต อปคตาปิ ‘‘จุตา’’ติ วุจฺจติ, ตสฺมา จุตึ วิเสเสตุํ ‘‘กาลกตา’’ติ วุตฺตํ. กาลกตาปิ จ น ยตฺถ กตฺถจิ นิพฺพตฺตา, อปิจ โข เทวตฺตํ อุปคตาติ ทสฺเสนฺตี อาห ‘‘อมฺหิ เทวตา’’ติ.

๓๐๒. ตเทว กมฺมํ กุสลํ กตํ มยาติ ตเทว อุจฺฉุขณฺฑทานมตฺตํ กุสลํ กมฺมํ กตํ มยา, อญฺญํ น ชานามีติ อตฺโถ. สุขญฺจ กมฺมนฺติ สุขญฺจ กมฺมผลํ. กมฺมผลญฺหิ อิธ ‘‘กมฺม’’นฺติ วุตฺตํ อุตฺตรปทโลเปน, การโณปจาเรน วา ‘‘กุสลานํ, ภิกฺขเว, ธมฺมานํ สมาทานเหตุ เอวมิทํ ปุญฺญํ ปวฑฺฒติ (ที. นิ. ๓.๘๐). อนุโภมิ สกํ ปุญฺญ’’นฺติ (วิ. ว. ๑๓๓) จ อาทีสุ วิย. กมฺมนฺติ วา กรณตฺเถ อุปโยควจนํ, กมฺเมนาติ อตฺโถ. กมฺเม วา ภวํ กมฺมํ ยถา กมฺมนฺติ. อถ วา กาเมตพฺพตาย กมฺมํ. ตญฺหิ สุขรชนียภาวโต กามูปสํหิตํ กาเมตพฺพนฺติ กมนียํ. อตฺตนาติ อตฺตนา เอว, สยํวสิตาย เสริภาเวน สยเมวาติ อตฺโถ. ปริจารยามหํ อตฺตานนฺติ ปุริมคาถาย ‘‘อตฺตนา’’ติ วุตฺตํ ปทํ วิภตฺติวิปริณาเมน ‘‘อตฺตาน’’นฺติ โยเชตพฺพํ.

๓๐๓-๕. เทวินฺทคุตฺตาติ เทวินฺเทน สกฺเกน คุตฺตา, เทวินฺโท วิย วา คุตฺตา มหาปริวารตาย. สมปฺปิตาติ สุฏฺฐุ อปฺปิตา สมนฺนาคตา. มหาวิปากาติ วิปุลผลา. มหาชุติกาติ มหาเตชา, มหานุภาวาติ อตฺโถ.

๓๐๖. ตุวนฺติ ตํ. อนุกมฺปกนฺติ การุณิกํ. วิทุนฺติ สปฺปญฺญํ, สาวกปารมิยา มตฺถกํ ปตฺตนฺติ อตฺโถ. อุเปจฺจาติ อุปคนฺตฺวา. วนฺทินฺติ ปญฺจปติฏฺฐิเตน อภิวาทยึ. กุสลญฺจ อาโรคฺย ปุจฺฉิสํ อปุจฺฉึ, อตุลาย ปีติยา อิทญฺจ กุสลํ อนุสฺสรามีติ อธิปฺปาโย. เสสํ เหฏฺฐา วุตฺตนยเมว.

อุจฺฉุทายิกาวิมานวณฺณนา นิฏฺฐิตา.

๓. ปลฺลงฺกวิมานวณฺณนา

ปลฺลงฺกเสฏฺเฐ มณิโสณฺณจิตฺเตติ ปลฺลงฺกวิมานํ. ตสฺส กา อุปฺปตฺติ? ภควา สาวตฺถิยํ วิหรติ เชตวเน. เตน จ สมเยน สาวตฺถิยํ อญฺญตรสฺส อุปาสกสฺส ธีตา กุลปเทสาทินา สทิสสฺส ตตฺเถว อญฺญตรสฺส กุลปุตฺตสฺส ทินฺนา, สา จ โหติ อกฺโกธนา สีลาจารสมฺปนฺนา ปติเทวตา สมาทินฺนปญฺจสีลา, อุโปสเถ สกฺกจฺจํ อุโปสถสีลานิ จ รกฺขติ. สา อปรภาเค กาลํ กตฺวา ตาวตึเสสุ อุปฺปชฺชิ. ตํ อายสฺมา มหาโมคฺคลฺลานตฺเถโร เหฏฺฐา วุตฺตนเยเนว คนฺตฺวา –

๓๐๗. ‘‘ปลฺลงฺกเสฏฺเฐ มณิโสณฺณจิตฺเต, ปุปฺผาภิกิณฺเณ สยเน อุฬาเร;

ตตฺถจฺฉสิ เทวิ มหานุภาเว, อุจฺจาวจา อิทฺธิ วิกุพฺพมานา.

๓๐๘. ‘‘อิมา จ เต อจฺฉราโย สมนฺตโต, นจฺจนฺติ คายนฺติ ปโมทยนฺติ;

เทวิทฺธิปตฺตาสิ มหานุภาเว, มนุสฺสภูตา กิมกาสิ ปุญฺญํ;

เกนาสิ เอวํ ชลิตานุภาวา, วณฺโณ จ เต สพฺพทิสา ปภาสตี’’ติ. –

คาถาหิ ปุจฺฉิ.

สาปิสฺส อิมาหิ คาถาหิ พฺยากาสิ –

๓๐๙. ‘‘อหํ มนุสฺเสสุ มนุสฺสภูตา, อฑฺเฒ กุเล สุณิสา อโหสึ;

อกฺโกธนา ภตฺตุ วสานุวตฺตินี, อุโปสเถ อปฺปมตฺตา อโหสึ.

๓๑๐. ‘‘มนุสฺสภูตา ทหรา อปาปิกา, ปสนฺนจิตฺตา ปติมาภิราธยึ;

ทิวา จ รตฺโต จ มนาปจารินี, อหํ ปุเร สีลวตี อโหสึ.

๓๑๑. ‘‘ปาณาติปาตา วิรตา อโจริกา, สํสุทฺธกายา สุจิพฺรหฺมจารินี;

อมชฺชปา โน จ มุสา อภาณึ, สิกฺขาปเทสุ ปริปูรการินี.

๓๑๒. ‘‘จาตุทฺทสึ ปญฺจทสึ, ยา จ ปกฺขสฺส อฏฺฐมี;

ปาฏิหาริยปกฺขญฺจ, ปสนฺนมานสา อหํ.

๓๑๓. ‘‘อฏฺฐงฺคุเปตํ อนุธมฺมจารินี, อุโปสถํ ปีติมนา อุปาวสึ;

อิมญฺจ อริยํ อฏฺฐงฺควเรหุเปตํ, สมาทิยิตฺวา กุสลํ สุขุทฺรยํ;

ปติมฺหิ กลฺยาณี วสานุวตฺตินี, อโหสึ ปุพฺเพ สุคตสฺส สาวิกา.

๓๑๔. ‘‘เอตาทิสํ กุสลํ ชีวโลเก, กมฺมํ กริตฺวาน วิเสสภาคินี;

กายสฺส เภทา อภิสมฺปรายํ, เทวิทฺธิปตฺตา สุคติมฺหิ อาคตา.

๓๑๕. ‘‘วิมานปาสาทวเร มโนรเม, ปริวาริตา อจฺฉราสงฺคเณน;

สยํปภา เทวคณา รเมนฺติ มํ, ทีฆายุกึ เทววิมานมาคต’’นฺติ.

๓๐๗. ตตฺถ ปลฺลงฺกเสฏฺเฐติ ปลฺลงฺกวเร อุตฺตมปลฺลงฺเก. ตํเยวสฺส เสฏฺฐตํ ทสฺเสตุํ ‘‘มณิโสณฺณจิตฺเต’’ติ วุตฺตํ, วิวิธรตนรํสิชาลสมุชฺชเลหิ มณีหิ เจว สุวณฺเณน จ วิจิตฺเต ‘‘ตตฺถา’’ติ ‘‘สยเน’’ติ จ วุตฺเต สยิตพฺพฏฺฐานภูเต ปลฺลงฺกเสฏฺเฐ.

๓๐๘. เตติ ตุยฺหํ สมนฺตโต. ‘‘ปโมทยนฺตี’’ติ ปทํ ปน อเปกฺขิตฺวา ‘‘ต’’นฺติ วิภตฺติ วิปริณาเมตพฺพา. ปโมทยนฺตีติ วา ปโมทนํ กโรนฺติ, ปโมทนํ ตุยฺหํ อุปฺปาเทนฺตีติ อตฺโถ.

๓๑๐. ทหรา อปาปิกาติ ทหราปิ อปาปิกา. ‘‘ทหราสุ ปาปิกา’’ติ วา ปาโฐ, โสเยวตฺโถ. ‘‘ทหรสฺสาปาปิกา’’ติปิ ปฐนฺติ, ทหรสฺส สามิกสฺส อปาปิกา, สกฺกจฺจํ อุปฏฺฐาเนน อนติจริยาย จ ภทฺทิกาติ อตฺโถ. เตน วุตฺตํ ‘‘ปสนฺนจิตฺตา’’ติอาทิ. อภิราธยินฺติ อาราเธสึ. รตฺโตติ รตฺติยํ.

๓๑๑. อโจริกาติ โจริยรหิตา, อทินฺนาทานา ปฏิวิรตาติ อตฺโถ. ‘‘วิรตา จ โจริยา’’ติปิ ปาโฐ, เถยฺยโต จ วิรตาติ อตฺโถ. สํสุทฺธกายาติ ปริสุทฺธกายกมฺมนฺตตาย สมฺมเทว สุทฺธกายา, ตโต เอว สุจิพฺรหฺมจารินี สามิกโต อญฺญตฺถ อพฺรหฺมจริยาสมฺภวโต. ตถา หิ วุตฺตํ –

‘‘มยญฺจ ภริยา นาติกฺกมาม,

อเมฺหปิ ภริยา นาติกฺกมนฺติ;

อญฺญตฺร ตาหิ พฺรหฺมจริยํ จราม,

ตสฺมา หิ อมฺหํ ทหรา นิ มิยฺยเร’’ติ. (ชา. ๑.๑๐.๙๗);

อถ วา สุจิพฺรหฺมจารินีติ สุจิโน สุทฺธสฺส พฺรหฺมสฺส เสฏฺฐสฺส อุโปสถสีลสฺส, มคฺคพฺรหฺมจริยสฺส วา อนุรูปสฺส ปุพฺพภาคพฺรหฺมจริยสฺส วเสน สุจิพฺรหฺมจารินี.

๓๑๓. อนุธมฺมจารินีติ อริยานํ ธมฺมสฺส อนุธมฺมํ จรณสีลา. อิมญฺจ อนนฺตรํ วุตฺตํ นิทฺโทสตาย อริยํ, อฏฺฐงฺควเรหิ อฏฺฐหิ อุตฺตมงฺเคหิ อริยตฺตา เอว วา อริยฏฺฐงฺควเรหิ อุเปตํ อาโรคฺยฏฺเฐน อนวชฺชฏฺเฐน จ กุสลํ สุขวิปากตาย สุขานิสํสตาย จ สุขุทฺรยํ อุปาวสินฺติ โยชนา.

๓๑๔. วิเสสภาคินีติ วิเสสสฺส ทิพฺพสฺส สมฺปตฺติภวสฺส ภาคินี. สุคติมฺหิ อาคตาติ สุคตึ อาคตา อุปคตา, สุคติมฺหิ วา สุคติยํ ทิพฺพสมฺปตฺติยํ อาคตา. ‘‘สุคติญฺหิ อาคตา’’ติปิ ปาโฐ. ตตฺถ หีติ นิปาตมตฺตํ, เหตุอตฺโถ วา, ยสฺมา สุคตึ อาคตา, ตสฺมา วิเสสภาคินีติ โยชนา.

๓๑๕. วิมานปาสาทวเรติ วิมาเนสุ อุตฺตมปาสาเท, วิมานสงฺขาเต วา อคฺคปาสาเท, วิมาเน วา วิคตมาเน อปฺปมาเณ มหนฺเต วรปาสาเท ปริวาริตา อจฺฉราสงฺคเณน สยํปภา ปโมทามิ, ‘‘อมฺหี’’ติ วา ปทํ อาเนตฺวา โยเชตพฺพํ. ทีฆายุกินฺติ เหฏฺฐิเมหิ เทเวหิ ทีฆตรายุกตาย ตตฺรูปปนฺเนหิ อนปฺปายุกตาย จ ทีฆายุกึ มํ ยถาวุตฺตํ เทววิมานมาคตํ อุปคตํ เทวคณา รเมนฺตีติ โยชนา. เสสํ วุตฺตนยเมว.

ปลฺลงฺกวิมานวณฺณนา นิฏฺฐิตา.

๔. ลตาวิมานวณฺณนา

ลตา จ สชฺชา ปวรา จ เทวตาติ ลตาวิมานํ. ตสฺส กา อุปฺปตฺติ? ภควา สาวตฺถิยํ วิหรติ เชตวเน. เตน จ สมเยน สาวตฺถิวาสิโน อญฺญตรสฺส อุปาสกสฺส ธีตา ลตา นาม ปณฺฑิตา พฺยตฺตา เมธาวินี ปติกุลํ คตา ภตฺตุ สสฺสุสสุรานญฺจ มนาปจารินี ปิยวาทินี ปริชนสฺส สงฺคหกุสลา เคเห กุฏุมฺพภารสฺส นิตฺถรณสมตฺถา อกฺโกธนา สีลาจารสมฺปนฺนา ทานสํวิภาครตา อขณฺฑปญฺจสีลา อุโปสถรกฺขเณ จ อปฺปมตฺตา อโหสิ. สา อปรภาเค กาลํ กตฺวา เวสฺสวณสฺส มหาราชสฺส ธีตา หุตฺวา นิพฺพตฺติ ลตาเตฺวว นาเมน. อญฺญาปิ ตสฺสา สชฺชา, ปวรา, อจฺจิมตี, สุตาติ จตสฺโส ภคินิโย อเหสุํ. ตา ปญฺจปิ สกฺเกน เทวราเชน อาเนตฺวา นาฏกิตฺถิภาเวน ปริจาริกฏฺฐาเน ฐปิตา. ลตา ปนสฺส นจฺจคีตาทีสุ เฉกตาย อิฏฺฐตรา อโหสิ.

ตาสํ เอกโต สมาคนฺตฺวา สุขนิสชฺชาย นิสินฺนานํ สงฺคีตเนปุญฺญํ ปฏิจฺจ วิวาโท อุปฺปนฺโน. ตา สพฺพาปิ เวสฺสวณสฺส มหาราชสฺส สนฺติกํ คนฺตฺวา ปุจฺฉึสุ ‘‘ตาต, กตมา อมฺหากํ นจฺจาทีสุ กุสลา’’ติ? โส เอวมาห ‘‘คจฺฉถ ธีตโร อโนตตฺตทหตีเร เทวสมาคเม สงฺคีตํ ปวตฺเตถ, ตตฺถ โว วิเสโส ปากโฏ ภวิสฺสตี’’ติ. ตา ตถา อกํสุ. ตตฺถ เทวปุตฺตา ลตาย นจฺจมานาย อตฺตโน สภาเวน ฐาตุํ นาสกฺขึสุ, สญฺชาตปหาสา อจฺฉริยพฺภุตจิตฺตชาตา นิรนฺตรํ สาธุการํ เทนฺตา อุกฺกุฏฺฐิสทฺเท เจลุกฺเขเป จ ปวตฺเตนฺตา หิมวนฺตํ กมฺปยมานา วิย มหนฺตํ โกลาหลมกํสุ. อิตราสุ ปน นจฺจนฺตีสุ สิสิรกาเล โกกิลา วิย ตุณฺหีภูตา นิสีทึสุ. เอวํ ตตฺถ สงฺคีเต ลตาย วิเสโส ปากโฏ อโหสิ.

อถ ตาสํ เทวธีตานํ สุตาย เทวธีตาย เอตทโหสิ ‘‘กึ นุ โข กมฺมํ กตฺวา อยํ ลตา อเมฺห อภิภุยฺย ติฏฺฐติ วณฺเณน เจว ยสสา จ, ยํนูนาหํ ลตาย กตกมฺมํ ปุจฺเฉยฺย’’นฺติ. สา ตํ ปุจฺฉิ. อิตราปิ ตสฺสา เอตมตฺถํ วิสฺสชฺเชสิ. ตยิทํ สพฺพํ เวสฺสวณมหาราชา เทวจาริกวเสน อุปคตสฺส อายสฺมโต มหาโมคฺคลฺลานสฺส อาจิกฺขิ. เถโร ตมตฺถํ ปุจฺฉาย มูลการณโต ปฏฺฐาย ภควโต อาโรเจนฺโต –

๓๑๖. ‘‘ลตา จ สชฺชา ปวรา จ เทวตา, อจฺจิมตี ราชวรสฺส สิรีมโต;

สุตา จ รญฺโญ เวสฺสวณสฺส ธีตา, ราชีมตี ธมฺมคุเณหิ โสภถ.

๓๑๗. ‘‘ปญฺเจตฺถ นาริโย อาคมํสุ นฺหายิตุํ, สีโตทกํ อุปฺปลินึ สิวํ นทึ;

ตา ตตฺถ นฺหายิตฺวา รเมตฺวา เทวตา, นจฺจิตฺวา คายิตฺวา สุตา ลตํ พฺรวิ.

๓๑๘. ‘‘ปุจฺฉามิ ตํ อุปฺปลมาลธารินิ, อาเวฬินิ กญฺจนสนฺนิภตฺตเจ;

ติมิรตมฺพกฺขิ นเภว โสภเน, ทีฆายุกี เกน กโต ยโส ตว.

๓๑๙. ‘‘เกนาสิ ภทฺเท ปติโน ปิยตรา, วิสิฏฺฐกลฺยาณิตรสฺสุ รูปโต;

ปทกฺขิณา นจฺจนคีตวาทิเต, อาจิกฺข โน ตฺวํ นรนาริปุจฺฉิตา’’ติ. –

สุตาย ปุจฺฉา.

๓๒๐. ‘‘อหํ มนุสฺเสสุ มนุสฺสภูตา, อุฬารโภเค กุเล สุณิสา อโหสึ;

อกฺโกธนา ภตฺตุ วสานุวตฺตินี, อุโปสเถ อปฺปมตฺตา อโหสึ.

๓๒๑. ‘‘มนุสฺสภูตา ทหรา อปาปิกา, ปสนฺนจิตฺตา ปติมาภิราธยึ;

สเทวรํ สสฺสสุรํ สทาสกํ, อภิราธยึ ตมฺหิ กโต ยโส มม.

๓๒๒. ‘‘สาหํ เตน กุสเลน กมฺมุนา, จตุพฺภิ ฐาเนหิ วิเสสมชฺฌคา;

อายุญฺจ วณฺณญฺจ สุขํ พลญฺจ, ขิฑฺฑารตึ ปจฺจนุโภมนปฺปกํ.

๓๒๓. ‘‘สุตํ นุ ตํ ภาสติ ยํ อยํ ลตา, ยํ โน อปุจฺฉิมฺห อกิตฺตยี โน;

ปติโน กิรมฺหากํ วิสิฏฺฐ นารีนํ, คตี จ ตาสํ ปวรา จ เทวตา.

๓๒๔. ‘‘ปตีสุ ธมฺมํ ปจราม สพฺพา, ปติพฺพตา ยตฺถ ภวนฺติ อิตฺถิโย;

ปตีสุ ธมฺมํ ปจริตฺวา สพฺพา, ลจฺฉามเส ภาสติ ยํ อยํ ลตา.

๓๒๕. ‘‘สีโห ยถา ปพฺพตสานุโคจโร, มหินฺธรํ ปพฺพตมาวสิตฺวา;

ปสยฺห หนฺตฺวา อิตเร จตุปฺปเท, ขุทฺเท มิเค ขาทติ มํสโภชโน.

๓๒๖. ‘‘ตเถว สทฺธา อิธ อริยสาวิกา, ภตฺตารํ นิสฺสาย ปตึ อนุพฺพตา;

โกธํ วธิตฺวา อภิภุยฺย มจฺฉรํ, สคฺคมฺหิ สา โมทติ ธมฺมจารินี’’ติ. –

ลตาย วิสฺสชฺชนนฺติ อาห.

๓๑๖. ตตฺถ ลตา จ สชฺชา ปวรา อจฺจิมตี สุตาติ ตาสํ นามํ. จ-สทฺโท สมุจฺจยตฺโถ. ราชวรสฺสาติ จตุนฺนํ มหาราชานํ วรสฺส เสฏฺฐสฺส เทวราชสฺส. สกฺกสฺส ปริจาริกาติ อธิปฺปาโย. รญฺโญติ มหาราชสฺส. เตนาห ‘‘เวสฺสวณสฺส ธีตา’’ติ, อิทํ ปจฺเจกํ โยเชตพฺพํ, วจนวิปลฺลาโส วา, ธีตโรติ อตฺโถ. ราชติ วิชฺโชตตีติ ราชี, ราชีติ มตา ปญฺญาตา ราชีมตี, อิทํ ตาสํ สพฺพาสํ วิเสสนํ. นามเมว เอตํ เอกิสฺสา เทวตายาติ เกจิ, เตสํ มเตน ‘‘ปวรา’’ติ สพฺพาสํ วิเสสนเมว. ธมฺมคุเณหีติ ธมฺมิเยหิ ธมฺมโต อนเปเตหิ คุเณหิ, ยถาภุจฺจคุเณหีติ อตฺโถ. โสภถาติ วิโรจถ.

๓๑๗. ปญฺเจตฺถ นาริโยติ ปญฺจ ยถาวุตฺตนามา เทวธีตโร เอตฺถ อิมสฺมึ หิมวนฺตปเทเส. สีโตทกํ อุปฺปลินึ สิวํ นทินฺติ อโนตตฺตทหโต นิกฺขนฺตนทิมุขํ สนฺธาย วทติ. นจฺจิตฺวา คายิตฺวาติ ปิตุ เวสฺสวณสฺส อาณาย เทวสมาคเม ตาหิ กตสฺส นจฺจคีตสฺส วเสน วุตฺตํ. สุตา ลตํ พฺรวีติ สุตา เทวธีตา ลตํ อตฺตโน ภคินึ กเถสิ. ‘‘สุตา ลตํ พฺรวุ’’นฺติปิ ปฐนฺติ, สุตา ธีตโร เวสฺสวณสฺส มหาราชสฺส ลตํ กเถสุนฺติ อตฺโถ.

๓๑๘. ติมิรตมฺพกฺขีติ นิจุลเกสรภาสสทิเสหิ ตมฺพราชีหิ สมนฺนาคตกฺขิ. นเภว โสภเนติ นภํ วิย โสภมาเน, สรทสมเย อพฺภมหิกาทิอุปกฺกิเลสวิมุตฺตํ นภํ วิย สุวิสุทฺธงฺคปจฺจงฺคตาย วิราชมาเนติ อตฺโถ. อถ วา นเภวาติ นเภ เอว, สมุจฺจยตฺโถ เอว-สทฺโท, อากาสฏฺฐวิมาเนสุ หิมวนฺตยุคนฺธราทิภูมิปฏิพทฺธฏฺฐาเนสุ จาติ สพฺพตฺเถว โสภมาเนติ อตฺโถ. เกน กโตติ เกน กีทิเสน ปุญฺเญน นิพฺพตฺติโต. ยโสติ ปริวารสมฺปตฺติ กิตฺติสทฺโท จ. กิตฺติสทฺทคฺคหเณน จ กิตฺติสทฺทเหตุภูตา คุณา คยฺหนฺติ.

๓๑๙. ปติโน ปิยตราติ สามิโน ปิยตรา สามิวลฺลภา. เตนสฺสา สุภคตํ ทสฺเสติ. วิสิฏฺฐกลฺยาณิตรสฺสู รูปโตติ รูปสมฺปตฺติยา วิสิฏฺฐา อุตฺตมา กลฺยาณิตรา สุนฺทรตรา, อสฺสูติ นิปาตมตฺตํ. ‘‘วิสิฏฺฐกลฺยาณิตราสิ รูปโต’’ติ จ ปฐนฺติ. ปทกฺขิณาติ ปกาเรหิ, วิเสเสน วา ทกฺขิณา กุสลา. นจฺจนคีตวาทิเตติ เอตฺถ นจฺจนาติ วิภตฺติโลโป กโต, นจฺเจ จ คีเต จ วาทิเต จาติ อตฺโถ. นรนาริปุจฺฉิตาติ เทวปุตฺเตหิ เทวธีตาหิ จ ‘‘กหํ ลตา, กึ กโรติ ลตา’’ติ รูปทสฺสนตฺถญฺเจว สิปฺปทสฺสนตฺถญฺจ ปุจฺฉิตา.

๓๒๑. นิจฺจํ กาเยน อสํสฏฺฐตาย เทโว วิย รเมติ, ทุติโย วโรติ วา เทวโร, ภตฺตุ กนิฏฺฐภาตา, สห เทวเรนาติ สเทวรํ. สสฺสุ จ สสุโร จ สสุรา, สห สสุเรหีติ สสฺสสุรํ. สห ทาเสหิ ทาสีหิ จาติ สทาสกํ ปติมาภิราธยินฺติ สมฺพนฺโธ. ตมฺหิ กโตติ ตมฺหิ กุเล, กาเล วา สุณิสากาเล กโต ยโส ตนฺนิพฺพตฺตกปุญฺญสฺส นิพฺพตฺตเนนาติ อธิปฺปาโย. มมาติ อิทํ ‘‘กโต’’ติ ปทํ อเปกฺขิตฺวา ‘‘มยา’’ติ ปริณาเมตพฺพํ.

๓๒๒. จตุพฺภิ ฐาเนหีติ จตูหิ การเณหิ, จตูสุ วา ฐาเนสุ นิมิตฺตภูเตสุ. วิเสสมชฺฌคาติ อญฺญาหิ อติสยํ อธิคตา. อายุญฺจ วณฺณญฺจ สุขํ พลญฺจาติ ‘‘จตูหิ ฐาเนหี’’ติ วุตฺตานํ สรูปโต ทสฺสนํ. อายุอาทโย เอว หิสฺสา อญฺญาหิ วิสิฏฺฐสภาวตาย วิเสสา ตสฺสา ตถา สมฺภาวนาวเสน คเหตพฺพตาย เหตุภาวโต ‘‘ฐาน’’นฺติ จ วุตฺตํ. วิเสสมชฺฌคา. กีทิสํ? อายุญฺจ วณฺณญฺจ สุขญฺจ พลญฺจาติ โยชนา.

๓๒๓. สุตํ นุ ตํ ภาสติ ยํ อยํ ลตาติ อยํ ลตา อมฺหากํ เชฏฺฐภคินี ยํ ภาสติ, ตํ ตุเมฺหหิ สุตํ นุ กึ อสุต’’นฺติ อิตรา ติสฺโส ภคินิโย ปุจฺฉติ. ยํ โนติ ยํ อมฺหากํ สํสยิตํ. โนติ นิปาตมตฺตํ, ปุน โนติ อมฺหากํ, อวธารเณ วา ‘‘น โน สมํ อตฺถี’’ติอาทีสุ (ขุ. ปา. ๖.๓; สุ. นิ. ๒๒๖) วิย, เตน อกิตฺตยิเยว, อวิปรีตํ พฺยากาสิเยวาติ อตฺโถ. ปติโน กิรมฺหากํ วิสิฏฺฐ นารีนํ, คตี จ ตาสํ ปวรา จ เทวตาติ อนตฺถโต ปาลนโต ปติโน สามิกา นา อมฺหากํ นารีนํ อิตฺถีนํ วิสิฏฺฐา คติ จ ตาสํ ปฏิสรณญฺจ, ตาสํ มาตุคามานํ สรณโต ปวรา อุตฺตมา เทวตา จ สมฺมเทว อาราธิตา สมฺปติ อายติญฺจ หิตสุขาวหาติ อตฺโถ.

๓๒๔. ปตีสุ ธมฺมํ ปจราม สพฺพาติ สพฺพาว มยํ ปตีสุ อตฺตโน สามิเกสุ ปุพฺพุฏฺฐานาทิกํ จริตพฺพธมฺมํ ปจราม. ยตฺถาติ ยํ นิมิตฺตํ, ยสฺมึ วา ปตีสุ จริตพฺพธมฺเม จริยมาเน อิตฺถิโย ปติพฺพตา นาม ภวนฺติ. ลจฺฉามเส ภาสติ ยํ อยํ ลตาติ อยํ ลตา ยํ สมฺปตฺตึ เอตรหิ ลภตีติ ภาสติ, ตํ สมฺปตฺตึ ปตีสุ ธมฺมํ ปจริตฺวาติ ลภิสฺสาม.

๓๒๕. ปพฺพตสานุโคจโรติ ปพฺพตวนสณฺฑจารี. มหินฺธรํ ปพฺพตมาวสิตฺวาติ มหึ ธาเรตีติ มหินฺธรนามกํ ปพฺพตํ อจลํ อาวสิตฺวา อธิวสิตฺวา, ตตฺถ วสนฺโตติ อตฺโถ. ‘‘อาวสิตฺวา’’ติ หิ ปทํ อเปกฺขิตฺวา ภุมฺมตฺเถ เจตํ อุปโยควจนํ. ปสยฺหาติ อภิภวิตฺวา. ขุทฺเทติ พลวเสนนิหีเน ปมาณโต ปน มหนฺเต หตฺถิอาทิเกปิ มิเค โส หนฺติเยว.

๓๒๖. ตเถวาติ คาถาย อยํ อุปมาสํสนฺทเนน สทฺธึ อตฺถโยชนา – ยถา สีโห อตฺตโน นิวาสโคจรฏฺฐานภูตํ ปพฺพตํ นิสฺสาย วสนฺโต อตฺตโน ยถิจฺฉิตมตฺถํ สาเธติ, เอวเมว สา สทฺธา ปสนฺนา อริยสาวิกา ฆาสจฺฉาทนาทีหิ ภรณโต โปสนโต ภตฺตารํ ปตึ สามิกํ นิสฺสาย วสนฺตี สพฺพตฺถาปิ ปติอนุกูลตาสงฺขาเตน วเตน ตํ อนุพฺพตา ปริชนาทีสุ อุปฺปชฺชนกํ โกธํ วธิตฺวา ปชหิตฺวา ปริคฺคหวตฺถูสุ อุปฺปชฺชนกํ มจฺเฉรํ อภิภุยฺย อภิภวิตฺวา อนุปฺปาเทตฺวา ปติพฺพตาธมฺมสฺส จ อุปาสิกาธมฺมสฺส จ สมฺมเทว จรณโต ธมฺมจารินี สา สคฺคมฺหิ เทวโลเก โมทติ, ปโมทํ อาปชฺชตีติ. เสสํ วุตฺตนยเมว.

ลตาวิมานวณฺณนา นิฏฺฐิตา.

๕. คุตฺติลวิมานวณฺณนา

สตฺตตนฺตึ สุมธุรนฺติ คุตฺติลวิมานํ. ตสฺส กา อุปฺปตฺติ? ภควติ ราชคเห วิหรนฺเต อายสฺมา มหาโมคฺคลฺลาโน เหฏฺฐา วุตฺตนเยเนว เทวจาริกํ จรนฺโต ตาวตึสภวนํ คนฺตฺวา ตตฺถ ปฏิปาฏิยา ฐิเตสุ ฉตฺตึสาย วิมาเนสุ ฉตฺตึส เทวธีตโร ปจฺเจกํ อจฺฉราสหสฺสปริวารา มหตึ ทิพฺพสมฺปตฺตึ อนุภวนฺติโย ทิสฺวา ตาหิ ปุพฺเพ กตกมฺมํ ‘‘อภิกฺกนฺเตน วณฺเณนา’’ติอาทีหิ ตีหิ คาถาหิ ปฏิปาฏิยา ปุจฺฉิ. ตาปิ ตสฺส ปุจฺฉานนฺตรํ ‘‘วตฺถุตฺตมทายิกา นารี’’ติอาทินา พฺยากรึสุ. อถ เถโร ตโต มนุสฺสโลกํ อาคนฺตฺวา ภควโต เอตมตฺถํ อาโรเจสิ. ตํ สุตฺวา ภควา ‘‘โมคฺคลฺลาน, ตา เทวตา น เกวลํ ตยา เอว ปุจฺฉิตา เอวํ พฺยากรึสุ, อถ โข ปุพฺเพ มยาปิ ปุจฺฉิตา เอวเมว พฺยากรึสู’’ติ วตฺวา เถเรน ยาจิโต อตีตํ อตฺตโน คุตฺติลาจริยํ กเถสิ.

อตีเต พาราณสิยํ พฺรหฺมทตฺเต รชฺชํ กาเรนฺเต โพธิสตฺโต คนฺธพฺพกุเล นิพฺพตฺติตฺวา คนฺธพฺพสิปฺเป ปริโยทาตสิปฺปตาย ติมฺพรุนารทสทิโส สพฺพทิสาสุ ปากโฏ ปญฺญาตา อาจริโย อโหสิ นาเมน คุตฺติโล นาม. โส อนฺเธ ชิณฺเณ มาตาปิตโร โปเสสิ. ตสฺส สิปฺปนิปฺผตฺตึ สุตฺวา อุชฺเชนิวาสี มุสิโล นาม คนฺธพฺโพ อุปคนฺตฺวา ตํ วนฺทิตฺวา เอกมนฺตํ ฐิโต ‘‘กสฺมา อาคโตสี’’ติ จ วุตฺเต ‘‘ตุมฺหากํ สนฺติเก สิปฺปํ อุคฺคณฺหิตุ’’นฺติ อาห. คุตฺติลาจริโย ตํ โอโลเกตฺวา ลกฺขณกุสลตาย ‘‘อยํ ปุริโส วิสมชฺฌาสโย กกฺขโฬ ผรุโส อกตญฺญู ภวิสฺสติ, น สงฺคเหตพฺโพ’’ติ สิปฺปุคฺคหณตฺถํ โอกาสํ นากาสิ. โส ตสฺส มาตาปิตโร ปยิรุปาสิตฺวา เตหิ ยาจาเปสิ. คุตฺติลาจริโย มาตาปิตูหิ นิปฺปีฬิยมาโน ‘‘ครุวจนํ อลงฺฆนีย’’นฺติ ตสฺส สิปฺปํ ปฏฺฐเปตฺวา วิคตมจฺฉริยตาย การุณิกตาย จ อาจริยมุฏฺฐึ อกตฺวา อนวเสสโต สิปฺปํ สิกฺขาเปสิ.