๓. ปลฺลงฺกวิมานวณฺณนา

ปลฺลงฺกเสฏฺเฐ มณิโสณฺณจิตฺเตติ ปลฺลงฺกวิมานํ. ตสฺส กา อุปฺปตฺติ? ภควา สาวตฺถิยํ วิหรติ เชตวเน. เตน จ สมเยน สาวตฺถิยํ อญฺญตรสฺส อุปาสกสฺส ธีตา กุลปเทสาทินา สทิสสฺส ตตฺเถว อญฺญตรสฺส กุลปุตฺตสฺส ทินฺนา, สา จ โหติ อกฺโกธนา สีลาจารสมฺปนฺนา ปติเทวตา สมาทินฺนปญฺจสีลา, อุโปสเถ สกฺกจฺจํ อุโปสถสีลานิ จ รกฺขติ. สา อปรภาเค กาลํ กตฺวา ตาวตึเสสุ อุปฺปชฺชิ. ตํ อายสฺมา มหาโมคฺคลฺลานตฺเถโร เหฏฺฐา วุตฺตนเยเนว คนฺตฺวา –

๓๐๗. ‘‘ปลฺลงฺกเสฏฺเฐ มณิโสณฺณจิตฺเต, ปุปฺผาภิกิณฺเณ สยเน อุฬาเร;

ตตฺถจฺฉสิ เทวิ มหานุภาเว, อุจฺจาวจา อิทฺธิ วิกุพฺพมานา.

๓๐๘. ‘‘อิมา จ เต อจฺฉราโย สมนฺตโต, นจฺจนฺติ คายนฺติ ปโมทยนฺติ;

เทวิทฺธิปตฺตาสิ มหานุภาเว, มนุสฺสภูตา กิมกาสิ ปุญฺญํ;

เกนาสิ เอวํ ชลิตานุภาวา, วณฺโณ จ เต สพฺพทิสา ปภาสตี’’ติ. –

คาถาหิ ปุจฺฉิ.

สาปิสฺส อิมาหิ คาถาหิ พฺยากาสิ –

๓๐๙. ‘‘อหํ มนุสฺเสสุ มนุสฺสภูตา, อฑฺเฒ กุเล สุณิสา อโหสึ;

อกฺโกธนา ภตฺตุ วสานุวตฺตินี, อุโปสเถ อปฺปมตฺตา อโหสึ.

๓๑๐. ‘‘มนุสฺสภูตา ทหรา อปาปิกา, ปสนฺนจิตฺตา ปติมาภิราธยึ;

ทิวา จ รตฺโต จ มนาปจารินี, อหํ ปุเร สีลวตี อโหสึ.

๓๑๑. ‘‘ปาณาติปาตา วิรตา อโจริกา, สํสุทฺธกายา สุจิพฺรหฺมจารินี;

อมชฺชปา โน จ มุสา อภาณึ, สิกฺขาปเทสุ ปริปูรการินี.

๓๑๒. ‘‘จาตุทฺทสึ ปญฺจทสึ, ยา จ ปกฺขสฺส อฏฺฐมี;

ปาฏิหาริยปกฺขญฺจ, ปสนฺนมานสา อหํ.

๓๑๓. ‘‘อฏฺฐงฺคุเปตํ อนุธมฺมจารินี, อุโปสถํ ปีติมนา อุปาวสึ;

อิมญฺจ อริยํ อฏฺฐงฺควเรหุเปตํ, สมาทิยิตฺวา กุสลํ สุขุทฺรยํ;

ปติมฺหิ กลฺยาณี วสานุวตฺตินี, อโหสึ ปุพฺเพ สุคตสฺส สาวิกา.

๓๑๔. ‘‘เอตาทิสํ กุสลํ ชีวโลเก, กมฺมํ กริตฺวาน วิเสสภาคินี;

กายสฺส เภทา อภิสมฺปรายํ, เทวิทฺธิปตฺตา สุคติมฺหิ อาคตา.

๓๑๕. ‘‘วิมานปาสาทวเร มโนรเม, ปริวาริตา อจฺฉราสงฺคเณน;

สยํปภา เทวคณา รเมนฺติ มํ, ทีฆายุกึ เทววิมานมาคต’’นฺติ.

๓๐๗. ตตฺถ ปลฺลงฺกเสฏฺเฐติ ปลฺลงฺกวเร อุตฺตมปลฺลงฺเก. ตํเยวสฺส เสฏฺฐตํ ทสฺเสตุํ ‘‘มณิโสณฺณจิตฺเต’’ติ วุตฺตํ, วิวิธรตนรํสิชาลสมุชฺชเลหิ มณีหิ เจว สุวณฺเณน จ วิจิตฺเต ‘‘ตตฺถา’’ติ ‘‘สยเน’’ติ จ วุตฺเต สยิตพฺพฏฺฐานภูเต ปลฺลงฺกเสฏฺเฐ.

๓๐๘. เตติ ตุยฺหํ สมนฺตโต. ‘‘ปโมทยนฺตี’’ติ ปทํ ปน อเปกฺขิตฺวา ‘‘ต’’นฺติ วิภตฺติ วิปริณาเมตพฺพา. ปโมทยนฺตีติ วา ปโมทนํ กโรนฺติ, ปโมทนํ ตุยฺหํ อุปฺปาเทนฺตีติ อตฺโถ.

๓๑๐. ทหรา อปาปิกาติ ทหราปิ อปาปิกา. ‘‘ทหราสุ ปาปิกา’’ติ วา ปาโฐ, โสเยวตฺโถ. ‘‘ทหรสฺสาปาปิกา’’ติปิ ปฐนฺติ, ทหรสฺส สามิกสฺส อปาปิกา, สกฺกจฺจํ อุปฏฺฐาเนน อนติจริยาย จ ภทฺทิกาติ อตฺโถ. เตน วุตฺตํ ‘‘ปสนฺนจิตฺตา’’ติอาทิ. อภิราธยินฺติ อาราเธสึ. รตฺโตติ รตฺติยํ.

๓๑๑. อโจริกาติ โจริยรหิตา, อทินฺนาทานา ปฏิวิรตาติ อตฺโถ. ‘‘วิรตา จ โจริยา’’ติปิ ปาโฐ, เถยฺยโต จ วิรตาติ อตฺโถ. สํสุทฺธกายาติ ปริสุทฺธกายกมฺมนฺตตาย สมฺมเทว สุทฺธกายา, ตโต เอว สุจิพฺรหฺมจารินี สามิกโต อญฺญตฺถ อพฺรหฺมจริยาสมฺภวโต. ตถา หิ วุตฺตํ –

‘‘มยญฺจ ภริยา นาติกฺกมาม,

อเมฺหปิ ภริยา นาติกฺกมนฺติ;

อญฺญตฺร ตาหิ พฺรหฺมจริยํ จราม,

ตสฺมา หิ อมฺหํ ทหรา นิ มิยฺยเร’’ติ. (ชา. ๑.๑๐.๙๗);

อถ วา สุจิพฺรหฺมจารินีติ สุจิโน สุทฺธสฺส พฺรหฺมสฺส เสฏฺฐสฺส อุโปสถสีลสฺส, มคฺคพฺรหฺมจริยสฺส วา อนุรูปสฺส ปุพฺพภาคพฺรหฺมจริยสฺส วเสน สุจิพฺรหฺมจารินี.

๓๑๓. อนุธมฺมจารินีติ อริยานํ ธมฺมสฺส อนุธมฺมํ จรณสีลา. อิมญฺจ อนนฺตรํ วุตฺตํ นิทฺโทสตาย อริยํ, อฏฺฐงฺควเรหิ อฏฺฐหิ อุตฺตมงฺเคหิ อริยตฺตา เอว วา อริยฏฺฐงฺควเรหิ อุเปตํ อาโรคฺยฏฺเฐน อนวชฺชฏฺเฐน จ กุสลํ สุขวิปากตาย สุขานิสํสตาย จ สุขุทฺรยํ อุปาวสินฺติ โยชนา.

๓๑๔. วิเสสภาคินีติ วิเสสสฺส ทิพฺพสฺส สมฺปตฺติภวสฺส ภาคินี. สุคติมฺหิ อาคตาติ สุคตึ อาคตา อุปคตา, สุคติมฺหิ วา สุคติยํ ทิพฺพสมฺปตฺติยํ อาคตา. ‘‘สุคติญฺหิ อาคตา’’ติปิ ปาโฐ. ตตฺถ หีติ นิปาตมตฺตํ, เหตุอตฺโถ วา, ยสฺมา สุคตึ อาคตา, ตสฺมา วิเสสภาคินีติ โยชนา.

๓๑๕. วิมานปาสาทวเรติ วิมาเนสุ อุตฺตมปาสาเท, วิมานสงฺขาเต วา อคฺคปาสาเท, วิมาเน วา วิคตมาเน อปฺปมาเณ มหนฺเต วรปาสาเท ปริวาริตา อจฺฉราสงฺคเณน สยํปภา ปโมทามิ, ‘‘อมฺหี’’ติ วา ปทํ อาเนตฺวา โยเชตพฺพํ. ทีฆายุกินฺติ เหฏฺฐิเมหิ เทเวหิ ทีฆตรายุกตาย ตตฺรูปปนฺเนหิ อนปฺปายุกตาย จ ทีฆายุกึ มํ ยถาวุตฺตํ เทววิมานมาคตํ อุปคตํ เทวคณา รเมนฺตีติ โยชนา. เสสํ วุตฺตนยเมว.

ปลฺลงฺกวิมานวณฺณนา นิฏฺฐิตา.