๖. โสณทินฺนาวิมานวณฺณนา

อภิกฺกนฺเตน วณฺเณนาติ โสณทินฺนาวิมานํ. ตสฺส กา อุปฺปตฺติ? ภควา สาวตฺถิยํ วิหรติ เชตวเน. เตน จ สมเยน นาฬนฺทายํ โสณทินฺนา นาม เอกา อุปาสิกา สทฺธา ปสนฺนา ภิกฺขูนํ จตูหิ ปจฺจเยหิ สกฺกจฺจํ อุปฏฺฐหนฺตี สุวิสุทฺธนิจฺจสีลา อฏฺฐงฺคสมนฺนาคตํ อุโปสถมฺปิ อุปวสติ. สา ธมฺมสวนสปฺปายํ ปฏิลภิตฺวา อุปนิสฺสยสมฺปนฺนตาย จตุสจฺจกมฺมฏฺฐานํ ปริพฺรูหนฺตี โสตาปนฺนา อโหสิ. อถ อญฺญตเรน โรเคน ผุฏฺฐา กาลํ กตฺวา ตาวตึเสสุ อุปฺปชฺชิ. ตํ อายสฺมา มหาโมคฺคลฺลาโน –

๒๑๗. ‘‘อภิกฺกนฺเตน วณฺเณน, ยา ตฺวํ ติฏฺฐสิ เทวเต;

โอภาเสนฺตี ทิสา สพฺพา, โอสธี วิย ตารกา.

๒๑๘. ‘‘เกน เตตาทิโส วณฺโณ, เกน เต อิธ มิชฺฌติ;

อุปฺปชฺชนฺติ จ เต โภคา, เย เกจิ มนโส ปิยา.

๒๑๙. ‘‘ปุจฺฉามิ ตํ เทวิ มหานุภาเว, มนุสฺสภูตา กิมกาสิ ปุญฺญํ;

เกนาสิ เอวํ ชลิตานุภาวา, วณฺโณ จ เต สพฺพทิสา ปภาสตี’’ติ. –

อิมาหิ ตีหิ คาถาหิ ปฏิปุจฺฉิ.

๒๒๐. ‘‘สา เทวตา อตฺตมนา, โมคฺคลฺลาเนน ปุจฺฉิตา;

ปญฺหํ ปุฏฺฐา วิยากาสิ, ยสฺส กมฺมสฺสิทํ ผลํ’’.

๒๒๑-๒๒๖. ‘‘โสณทินฺนาติ มํ อญฺญํสุ…เป… โคตมสฺส ยสสฺสิโน.

๒๒๗. ‘‘เตน เมตาทิโส วณฺโณ…เป… วณฺโณ จ เม สพฺพทิสา ปภาสตี’’ติ. –

เทวตา พฺยากาสิ. ตํ สพฺพํ เหฏฺฐา วุตฺตนยเมว.

โสณทินฺนาวิมานวณฺณนา นิฏฺฐิตา.

๗.อุโปสถาวิมานวณฺณนา

อภิกฺกนฺเตน วณฺเณนาติ อุโปสถาวิมานํ. อิธ อฏฺฐุปฺปตฺติยํ สาเกเต อุโปสถา นาม เอกา อุปาสิกาติ อยเมว วิเสโส, เสสํ อนนฺตรวิมานสทิสํ. เตน วุตฺตํ –

๒๒๙-๒๓๑. ‘‘อภิกฺกนฺเตน วณฺเณน…เป…

วณฺโณ จ เต สพฺพทิสา ปภาสตี’’ติ.

๒๓๒. ‘‘สา เทวตา อตฺตมนา…เป… ยสฺส กมฺมสฺสิทํ ผลํ’’.

๒๓๓-๒๓๘. ‘‘อุโปสถาติ มํ อญฺญํสุ, สาเกตายํ อุปาสิกา…เป…

อุปาสิกา จกฺขุมโต, โคตมสฺส ยสสฺสิโน.

๒๓๙. ‘‘เตน เมตาทิโส วณฺโณ…เป…

วณฺโณ จ เม สพฺพทิสา ปภาสตี’’ติ. –

เทวตา พฺยากาสิ. ปุน อตฺตโน เอกํ โทสํ ทสฺเสนฺตี –

๒๔๑. ‘‘อภิกฺขณํ นนฺทนํ สุตฺวา, ฉนฺโท เม อุทปชฺชถ;

ตตฺถ จิตฺตํ ปณิธาย, อุปปนฺนามฺหิ นนฺทนํ.

๒๔๒. ‘‘นากาสึ สตฺถุ วจนํ, พุทฺธสฺสาทิจฺจพนฺธุโน;

หีเน จิตฺตํ ปณิธาย, สามฺหิ ปจฺฉานุตาปินี’’ติ. – เทฺว คาถา อภาสิ;

๒๓๓. ตตฺถ อุโปสถาติ มํ อญฺญํสูติ ‘‘อุโปสถา’’ติ อิมินา นาเมน มํ มนุสฺสา ชานึสุ. สาเกตายนฺติ สาเกตนคเร.

๒๔๑. อภิกฺขณนฺติ อภิณฺหํ. นนฺทนํ สุตฺวาติ ‘‘ตาวตึสภวเน นนฺทนวนํ นาม เอทิสญฺจ เอทิสญฺจา’’ติ ตตฺถ นานาวิธํ ทิพฺพสมฺปตฺตึ สุตฺวา. ฉนฺโทติ ตนฺนิพฺพตฺตกปุญฺญกมฺมสฺส การณภูโต กุสลจฺฉนฺโท, ตตฺรูปปตฺติยา ปตฺถนาภูโต ตณฺหาฉนฺโท วา. อุทปชฺชถาติ อุปฺปชฺชิตฺถ. ตตฺถาติ ตาวตึสภวเน, นนฺทนาปเทเสนปิ หิ ตํ เทวโลกํ วทติ. อุปปนฺนามฺหีติ อุปฺปนฺนา นิพฺพตฺตา อมฺหิ.

๒๔๒. นากาสึ สตฺถุ วจนนฺติ ‘‘นาหํ, ภิกฺขเว, อปฺปมตฺตกมฺปิ ภวํ วณฺเณมี’’ติอาทินา (อ. นิ. ๑.๓๒๐-๓๒๑) สตฺถารา วุตฺตวจนํ น กรึ, ภเวสุ ฉนฺทราคํ น ปชหินฺติ อตฺโถ. อาทิจฺโจ โคตมโคตฺโต, ภควาปิ โคตมโคตฺโตติ สโคตฺตตาย วุตฺตํ ‘‘พุทฺธสฺสาทิจฺจพนฺธุโน’’ติ. อถ วา อาทิจฺจสฺส พนฺธุ อาทิจฺจพนฺธุ, ภควา. ตํ ปฏิจฺจ ตสฺส อริยาย ชาติยา ชาตตฺตา อาทิจฺโจ วา พนฺธุ เอตสฺส โอรสปุตฺตภาวโตติ อาทิจฺจพนฺธุ, ภควา. ตถา หิ วุตฺตํ –

‘‘โย อนฺธกาเร ตมสี ปภงฺกโร, เวโรจโน มณฺฑลี อุคฺคเตโช;

มา ราหุ คิลี จรมนฺตลิกฺเข, ปชํ มมํ ราหุ ปมุญฺจ สูริย’’นฺติ. (สํ. นิ. ๑.๙๑);

หีเนติ ลามเก. อตฺตโน ภวาภิรตึ สนฺธาย วทติ. สามฺหีติ สา อมฺหิ.

เอวํ ตาย เทวตาย ภวาภิรตินิมิตฺเต อุปฺปนฺนวิปฺปฏิสาเร ปเวทิเต เถโร ภวสฺส ปริจฺฉินฺนายุภาววิภาวนมุเขน อายตึ มนุสฺสตฺตภาเว ฐตฺวา วฏฺฏทุกฺขสฺส สมติกฺกโม กาตุํ สุกโร, สพฺพโส ขีณาสวภาโว นาม มหานิสํโสติ จ สมสฺสาเสตุํ –

๒๔๓. ‘‘กีว จิรํ วิมานมฺหิ, อิธ วจฺฉสุโปสเถ;

เทวเต ปุจฺฉิตาจิกฺข, ยทิ ชานาสิ อายุโน’’ติ. –

คาถมาห. ปุน สา –

๒๔๔. ‘‘สฏฺฐิ วสฺสสหสฺสานิ, ติสฺโส จ วสฺสโกฏิโย;

อิธ ฐตฺวา มหามุนิ, อิโต จุตา คมิสฺสามิ;

มนุสฺสานํ สหพฺยต’’นฺติ. – อาห;

ปุน เถโร –

๒๔๕. ‘‘มา ตฺวํ อุโปสเถ ภายิ, สมฺพุทฺเธนาสิ พฺยากตา;

โสตาปนฺนา วิเสสยิ, ปหีนา ตว ทุคฺคตี’’ติ. –

อิมาย คาถาย สมุตฺเตเชสิ.

๒๔๓-๔. ตตฺถ กีว จิรนฺติ กิตฺตกํ อทฺธานํ. อิธาติ อิมสฺมึ เทวโลเก, อิธ วา วิมานสฺมึ. อายุ โนติ อายุ, โนติ นิปาตมตฺตํ. อายุโน วา จิราจิรภาวํ, อถ วา ยทิ ชานาสิ อายุโนติ อตฺโถ. มหามุนีติ เถรํ อาลปติ.

๒๔๕. มา ตฺวํ อุโปสเถ ภายีติ ภทฺเท อุโปสเถ ตฺวํ มา ภายิ. กสฺมา? ยสฺมา สมฺพุทฺเธนาสิ พฺยากตา. กินฺติ? โสตาปนฺนา วิเสสยีติ. มคฺคผลสญฺญิตํ วิเสสํ ยาตา อธิคตา, ตสฺมา ปหีนา ตว สพฺพาปิ ทุคฺคตีติ อิมมฺปิ วิเสสํ ยาตาติ วิเสสยิ. เสสํ วุตฺตนยเมว.

อุโปสถาวิมานวณฺณนา นิฏฺฐิตา.