๒. จิตฺตลตาวคฺโค

๑. ทาสิวิมานวณฺณนา

ทุติยวคฺเค อปิ สกฺโกว เทวินฺโทติ ทาสิวิมานํ. ตสฺส กา อุปฺปตฺติ? ภควติ เชตวเน วิหรนฺเต สาวตฺถิวาสี อญฺญตโร อุปาสโก สมฺพหุเลหิ อุปาสเกหิ สทฺธึ สายนฺหสมยํ วิหารํ คนฺตฺวา ธมฺมํ สุตฺวา ปริสาย วุฏฺฐิตาย ภควนฺตํ อุปสงฺกมิตฺวา ‘‘อิโต ปฏฺฐาย อหํ, ภนฺเต, สงฺฆสฺส จตฺตาริ นิจฺจภตฺตานิ ทสฺสามี’’ติ อาห. อถ นํ ภควา ตทนุจฺฉวิกํ ธมฺมกถํ กเถตฺวา วิสฺสชฺเชสิ. โส ‘‘มยา, ภนฺเต, สงฺฆสฺส จตฺตาริ นิจฺจภตฺตานิ ปญฺญตฺตานิ. เสฺว ปฏฺฐาย อยฺยา มม เคหํ อาคจฺฉนฺตู’’ติ ภตฺตุทฺเทสกสฺส อาโรเจตฺวา อตฺตโน เคหํ คนฺตฺวา ทาสิยา ตมตฺถํ อาจิกฺขิตฺวา ‘‘ตตฺถ ตยา นิจฺจกาลํ อปฺปมตฺตาย ภวิตพฺพ’’นฺติ อาห. สา ‘‘สาธู’’ติ สมฺปฏิจฺฉิ. ปกติยาว สา สทฺธาสมฺปนฺนา ปุญฺญกามา สีลวตี, ตสฺมา ทิวเส ทิวเส กาลสฺเสว อุฏฺฐาย ปณีตํ อนฺนปานํ ปฏิยาเทตฺวา ภิกฺขูนํ นิสีทนฏฺฐานํ สุสมฺมฏฺฐํ สุปริภณฺฑกํ กตฺวา อาสนานิ ปญฺญาเปตฺวา ภิกฺขู อุปคเต ตตฺถ นิสีทาเปตฺวา วนฺทิตฺวา คนฺธปุปฺผธูปทีเปหิ ปูเชตฺวา สกฺกจฺจํ ปริวิสติ.

อเถกทิวสํ ภิกฺขู กตภตฺตกิจฺเจ อุปสงฺกมิตฺวา วนฺทิตฺวา เอวมาห ‘‘กถํ นุ โข, ภนฺเต, อิโต ชาติอาทิทุกฺขโต ปริมุตฺติ โหตี’’ติ. ภิกฺขู ตสฺสา สรณานิ จ ปญฺจ สีลานิ จ ทตฺวา กายสภาวํ ปกาเสตฺวา ปฏิกูลมนสิกาเร นิโยเชสุํ, อปเร อนิจฺจตาปฏิสํยุตฺตํ ธมฺมกถํ กเถสุํ. สา โสฬส วสฺสานิ สีลํ รกฺขนฺตี อนฺตรนฺตรา โยนิโส มนสิกโรนฺตี เอกทิวสํ ธมฺมสฺสวนสปฺปายํ ลภิตฺวา ญาณสฺส จ ปริปกฺกตฺตา วิปสฺสนํ วฑฺเฒตฺวา โสตาปตฺติผลํ สจฺฉากาสิ. สา อปเรน สมเยน กาลํ กตฺวา สกฺกสฺส เทวรญฺโญ วลฺลภา ปริจาริกา หุตฺวา นิพฺพตฺติ. สา สฏฺฐิตูริยสหสฺเสหิ ปริจริยมานา อจฺฉราสตสหสฺสปริวุตา มหนฺตํ ทิพฺพสมฺปตฺตึ อนุภวนฺตี ปมุทา โมทมานา สปริวารา อุยฺยานาทีสุ วิจรติ. ตํ อายสฺมา มหาโมคฺคลฺลาโน เหฏฺฐา วุตฺตนเยเนว ทิสฺวา –

๑๕๗. ‘‘อปิ สกฺโกว เทวินฺโท, รมฺเม จิตฺตลตาวเน;

สมนฺตา อนุปริยาสิ, นารีคณปุรกฺขตา;

โอภาเสนฺตี ทิสา สพฺพา, โอสธี วิย ตารกา.

๑๕๘. ‘‘เกน เตตาทิโส วณฺโณ, เกน เต อิธ มิชฺฌติ;

อุปฺปชฺชนฺติ จ เต โภคา, เย เกจิ มนโส ปิยา.

๑๕๙. ‘‘ปุจฺฉามิ ตํ เทวิ มหานุภาเว,

มนุสฺสภูตา กิมกาสิ ปุญฺญํ;

เกนาสิ เอวํ ชลิตานุภาวา,

วณฺโณ จ เต สพฺพทิสา ปภาสตี’’ติ. – ปุจฺฉิ;

๑๖๐. ‘‘สา เทวตา อตฺตมนา, โมคฺคลฺลาเนน ปุจฺฉิตา;

ปญฺหํ ปุฏฺฐา วิยากาสิ, ยสฺส กมฺมสฺสิทํ ผลํ’’.

๑๖๑. ‘‘อหํ มนุสฺเสสุ มนุสฺสภูตา, ทาสี อโหสึ ปรเปสฺสิยา กุเล.

๑๖๒. ‘‘อุปาสิกา จกฺขุมโต, โคตมสฺส ยสสฺสิโน;

ตสฺสา เม นิกฺกโม อาสิ, สาสเน ตสฺส ตาทิโน.

๑๖๓. ‘‘กามํ ภิชฺชตุยํ กาโย, เนว อตฺเถตฺถ สณฺฐนํ;

สิกฺขาปทานํ ปญฺจนฺนํ, มคฺโค โสวตฺถิโก สิโว.

๑๖๔. ‘‘อกณฺฏโก อคหโน, อุชุ สพฺภิ ปเวทิโต;

นิกฺกมสฺส ผลํ ปสฺส, ยถิทํ ปาปุณิตฺถิกา.

๑๖๕. ‘‘อามนฺตนิกา รญฺโญมฺหิ, สกฺกสฺส วสวตฺติโน;

สฏฺฐิ ตูริยสหสฺสานิ, ปฏิโพธํ กโรนฺติ เม.

๑๖๖. ‘‘อาลมฺโพ คคฺคโร ภีโม, สาธุวาที จ สํสโย;

โปกฺขโร จ สุผสฺโส จ, วีณาโมกฺขา จ นาริโย.

๑๖๗. ‘‘นนฺทา เจว สุนนฺทา จ, โสณทินฺนา สุจิมฺหิตา;

อลมฺพุสา มิสฺสเกสี จ, ปุณฺฑรีกาติ ทารุณี.

๑๖๘. ‘‘เอณีผสฺสา สุผสฺสา จ, สุภทฺทา มุทุวาทินี;

เอตา จญฺญา จ เสยฺยาเส, อจฺฉรานํ ปโพธิกา.

๑๖๙. ‘‘ตา มํ กาเลนุปาคนฺตฺวา, อภิภาสนฺติ เทวตา;

หนฺท นจฺจาม คายาม, หนฺท ตํ รมยามเส.

๑๗๐. ‘‘นยิทํ อกตปุญฺญานํ, กตปุญฺญานเมวิทํ;

อโสกํ นนฺทนํ รมฺมํ, ติทสานํ มหาวนํ.

๑๗๑. ‘‘สุขํ อกตปุญฺญานํ, อิธ นตฺถิ ปรตฺถ จ;

สุขญฺจ กตปุญฺญานํ, อิธ เจว ปรตฺถ จ.

๑๗๒. ‘‘เตสํ สหพฺยกามานํ, กตฺตพฺพํ กุสลํ พหุํ;

กตปุญฺญา หิ โมทนฺติ, สคฺเค โภคสมงฺคิโน’’ติ. – เทวตา วิสฺสชฺเชสิ;

๑๕๗. ตตฺถ อปิ สกฺโกว เทวินฺโทติ อปิสทฺโท สมฺภาวนายํ, อิวสทฺโท อิการโลปํ กตฺวา วุตฺโต อุปมายํ, ตสฺมา ยถา นาม สกฺโก เทวานมินฺโทติ อตฺโถ. สกฺกสมภาโว ติสฺสา เทวตาย ปริวารสมฺปตฺติทสฺสนตฺถํ วุตฺโต. เกจิ ‘‘อปีติ นิปาตมตฺต’’นฺติ วทนฺติ. จิตฺตลตาวเนติ จิตฺตาย นาม เทวธีตาย ปุญฺญานุภาเวน นิพฺพตฺเต, จิตฺตานํ วา วิจิตฺตปุปฺผผลาทิวิเสสยุตฺตานํ สนฺตานกวลฺลิอาทีนํ ตตฺถ เยภุยฺยตาย จิตฺตลตาวนนฺติ ลทฺธนาเม เทวุยฺยาเน.

๑๖๑. ปรเปสฺสิยาติ ปเรสํ กุเล ตสฺมึ ตสฺมึ กิจฺเจ เปสนิยา, ปเรสํ เวยฺยาวจฺจการีติ อตฺโถ.

๑๖๒. ตสฺสา เม นิกฺกโม อาสิ, สาสเน ตสฺส ตาทิโนติ ตสฺสา ทาสิยาปิ สมานาย ปญฺจหิ จกฺขูหิ จกฺขุมโต พุทฺธสฺส ภควโต อุปาสิกา หุตฺวา โสฬส วสฺสานิ สีลํ รกฺขนฺติยา กมฺมฏฺฐานญฺจ มนสิ กโรนฺติยา มนสิการานุภาเวน เม มยฺหํ อุปฺปชฺชมาเน สตฺตตึสโพธิปกฺขิยธมฺมสงฺขาเต อิฏฺฐาทีสุ ตาทิลกฺขณสมฺปตฺติยา ตาทิโน สตฺถุ สาสเน ตปฺปริยาปนฺโนเยว สํกิเลสปกฺขโต นิกฺกมเนน ‘‘นิกฺกโม’’ติ ลทฺธนาโม สมฺมาวายาโม อาสิ อโหสิ อุปฺปชฺชิ.

๑๖๓-๔. ตสฺส ปน นิกฺกมสฺส ปุพฺพภาคสฺส ปวตฺตาการํ ทสฺเสตุํ ‘‘กามํ ภิชฺชตุยํ กาโย, เนว อตฺเถตฺถ สณฺฐนนฺติ วุตฺตํ. ตสฺสตฺโถ – ยทิปิ เม อยํ กาโย ภิชฺชตุ วินสฺสตุ, ตตฺถ กิญฺจิมตฺตมฺปิ อเปกฺขํ อกโรนฺตี เอตฺถ เอตสฺมึ กมฺมฏฺฐานานุโยเค เนว อตฺถิ, เม วีริยสฺส สณฺฐนํ สิถิลีกรณนฺติ วีริยํ สมุตฺเตเชนฺตี วิปสฺสนํ อุสฺสุกฺกาเปสินฺติ.

อิทานิ ตถา วิปสฺสนํ อุสฺสุกฺกาเปตฺวา ปฏิลทฺธคุณํ ทสฺเสนฺตี –

‘‘สิกฺขาปทานํ ปญฺจนฺนํ, มคฺโค โสวตฺถิโก สิโว;

อกณฺฏโก อคหโน, อุชุ สพฺภิ ปเวทิโต;

นิกฺกมสฺส ผลํ ปสฺส, ยถิทํ ปาปุณิตฺถิกา’’ติ. – อาห;

ตตฺรายํ สงฺเขปตฺโถ – โย นิจฺจสีลวเสน สมาทินฺนานํ ปญฺจนฺนํ สิกฺขาปทานํ สิกฺขาโกฏฺฐาสานํ อุปนิสฺสยภาเวน ลทฺธตฺตา เตสํ ปริปูริตตฺตา จ สิกฺขาปทานํ ปญฺจนฺนํ สมฺพนฺธีภูโต, ยสฺมึ สนฺตาเน อุปฺปนฺโน, ตสฺส สพฺพากาเรน โสตฺถิภาวสมฺปาทนโต สุนฺทรตฺถภาวโต จ โสวตฺถิโก โสตฺถิโก, สํกิเลสธมฺเมหิ อนุปทฺทุตตฺตา เขมปฺปตฺติเหตุตาย จ สิโว, ราคกณฺฏกาทีนํ อภาเวน อกณฺฏโก, กิเลสทิฏฺฐิทุจฺจริตคหนสมุจฺเฉทนโต อคหโน, สพฺพชิมฺหวงฺกกุฏิลภาวาปคมเหตุตาย อุชุ, พุทฺธาทีหิ สปฺปุริเสหิ ปกาสิตตฺตา สพฺภิ ปเวทิโต อริยมคฺโค, ตํ ยถา เยน อุปายภูเตน อิตฺถิกา ทฺวงฺคุลพหลพุทฺธิกาปิ สมานา ปาปุณึ, ตสฺส นิกฺกมสฺส ยถาวุตฺตวีริยสฺส อิทํ ผลํ ปสฺสาติ สกฺกํ อาลปติ.

๑๖๕. อามนฺตนิกา รญฺโญมฺหิ, สกฺกสฺส วสวตฺติโนติ สยํวสีภาเวน วตฺตนโต, ทฺวีสุ เทวโลเกสุ อตฺตโน วสํ อิสฺสริยํ วตฺเตตีติ วา วสวตฺตี, ตสฺส วสวตฺติโน สกฺกสฺส เทวรญฺโญ อามนฺตนิกา อาลาปสลฺลาปโยคฺคา, กีฬนกาเล วา เตน อามนฺเตตพฺพา อมฺหิ, นิกฺกมสฺส วีริยสฺส ผลํ ปสฺสาติ โยชนา. อาตตวิตตาทิเภเทน ปญฺจ ตูริยงฺคานิ ทฺวาทสหิ ปาณิภาเคหิ เอกโต ปวชฺชมานานิ สฏฺฐิ โหนฺติ, ตานิ ปน สหสฺสมตฺตานิ ปยิรุปาสนวเสน อุปฏฺฐิตานิ สนฺธายาห ‘‘สฏฺฐิ ตูริยสหสฺสานิ, ปฏิโพธํ กโรนฺติ เม’’ติ. ตตฺถ ปฏิโพธนฺติ ปีติโสมนสฺสานํ ปโพธนํ.

๑๖๖-๘. อาลมฺโพติอาทิ ตูริยวาทกานํ เทวปุตฺตานํ เอกเทสโต นามคฺคหณนฺติ วทนฺติ, ตูริยานํ ปเนตํ นามคฺคหณํ. วีณาโมกฺขาทิกา เทวธีตา. สุจิมฺหิตาติ สุทฺธมิหิตา, นามเมว วา เอตํ. มุทุวาทินีติ มุทุนาว วทตีติ มุทุวาทินี, มุทุกํ อติวิย วาทนสีลา, นามเมว วา. เสยฺยาเสติ เสยฺยตรา. อจฺฉรานนฺติ อจฺฉราสุ สงฺคีเต ปาสํสตรา. ปโพธิกาติ ปโพธนกรา.

๑๖๙. กาเลนาติ ยุตฺตปฺปตฺตกาเลน. อภิภาสนฺตีติ อภิมุขา, อภิรตา วา หุตฺวา ภาสนฺติ. ยถา จ ภาสนฺติ, ตํ ทสฺเสตุํ ‘‘หนฺท นจฺจาม คายาม, หนฺท ตํ รมยามเส’’ติ วุตฺตํ.

๑๗๐. อิทนฺติ อิทํ มยา ลทฺธฏฺฐานํ. อโสกนฺติ อิฏฺฐกนฺตปิยมนาปานํเยว รูปาทีนํ สมฺภวโต วิโสกํ. ตโต เอว สพฺพกาลํ ปโมทสํวทฺธนโต นนฺทนํ. ติทสานํ มหาวนนฺติ ตาวตึสเทวานํ มหนฺตํ มหนียญฺจ อุยฺยานํ.

๑๗๑. เอวรูปา ทิพฺพสมฺปตฺติ นาม ปุญฺญกมฺมวเสเนวาติ โอทิสฺสกนเยน วตฺวา ปนุ อโนทิสฺสกนเยน ทสฺเสนฺตี ‘‘สุขํ อกตปุญฺญาน’’นฺติ คาถมาห.

๑๗๒. ปุน อตฺตนา ลทฺธสฺส ทิพฺพฏฺฐานสฺส ปเรหิ สาธารณกามตาวเสน ธมฺมํ กเถนฺตี ‘‘เตสํ สหพฺยกามาน’’นฺติ โอสานคาถมาห. เตสนฺติ ตาวตึสเทวานํ. สหพฺยกามานนฺติ สหภาวํ อิจฺฉนฺเตหิ, กตฺตุอตฺเถ หิ อิทํ สามิวจนํ. สห วาติ ปวตฺตตีติ สหโว, ตสฺส ภาโว สหพฺยํ ยถา วีรสฺส ภาโว วีริยนฺติ.

เอวํ เถโร เทวตาย อตฺตโน ปุญฺญกมฺเม อาวิกเต ตสฺสา สปริวาราย ธมฺมํ เทเสตฺวา เทวโลกโต อาคนฺตฺวา ตํ ปวตฺตึ ภควโต อาโรเจสิ. ภควา ตมตฺถํ อฏฺฐุปฺปตฺตึ กตฺวา สมฺปตฺตปริสาย ธมฺมํ เทเสสิ. สา เทสนา สเทวกสฺส โลกสฺส สาตฺถิกา อโหสีติ.

ทาสิวิมานวณฺณนา นิฏฺฐิตา.

๒. ลขุมาวิมานวณฺณนา

อภิกฺกนฺเตน วณฺเณนาติ ลขุมาวิมานํ. ตสฺส กา อุปฺปตฺติ? ภควติ พาราณสิยํ วิหรนฺเต เกวฏฺฏทฺวารํ นาม พาราณสินครสฺส เอกํ ทฺวารํ, ตสฺส อวิทูเร นิวิฏฺฐคาโมปิ ‘‘เกวฏฺฏทฺวาร’’นฺเตฺวว ปญฺญายิตฺถ. ตตฺถ ลขุมา นาม เอกา อิตฺถี สทฺธา ปสนฺนา พุทฺธิสมฺปนฺนา เตน ทฺวาเรน ปวิสนฺเต ภิกฺขู ทิสฺวา วนฺทิตฺวา อตฺตโน เคหํ เนตฺวา กฏจฺฉุภิกฺขํ ทตฺวา เตเนว ปริจเยน สทฺธาย วฑฺฒมานาย อาสนสาลํ กาเรตฺวา ตตฺถ ปวิฏฺฐานํ ภิกฺขูนํ อาสนํ อุปเนติ, ปานียํ ปริโภชนียํ อุปฏฺฐเปติ. ยญฺจ โอทนกุมฺมาสฑากาทิ อตฺตโน เคเห วิชฺชติ, ตํ ภิกฺขูนํ เทติ. สา ภิกฺขูนํ สนฺติเก ธมฺมํ สุตฺวา สรเณสุ จ สีเลสุ จ ปติฏฺฐาย สมาหิตา หุตฺวา วิปสฺสนากมฺมฏฺฐานํ อุคฺคเหตฺวา วิปสฺสนํ อุสฺสุกฺกาเปนฺตี อุปนิสฺสยสมฺปนฺนตาย น จิรสฺเสว โสตาปตฺติผเล ปติฏฺฐหิ. สา อปรภาเค กาลํ กตฺวา ตาวตึสภวเน มหติ วิมาเน นิพฺพตฺติ, อจฺฉราสหสฺสญฺจสฺสา ปริวาโร อโหสิ. สา ตตฺถ ทิพฺพสมฺปตฺตึ อนุภวนฺตี ปโมทมานา วิจรติ. ตํ อายสฺมา มหาโมคฺคลฺลาโน เทวจาริกํ จรนฺโต ‘‘อภิกฺกนฺเตน วณฺเณนา’’ติอาทิคาถาหิ ปุจฺฉีติ สพฺพํ วุตฺตนยเมว. เตน วุตฺตํ –

๑๗๓. ‘‘อภิกฺกนฺเตน วณฺเณน, ยา ตฺวํ ติฏฺฐสิ เทวเต;

โอภาเสนฺตี ทิสา สพฺพา, โอสธี วิย ตารกา.

๑๗๔. ‘‘เกน เตตาทิโส วณฺโณ, เกน เต อิธ มิชฺฌติ;

อุปฺปชฺชนฺติ จ เต โภคา, เย เกจิ มนโส ปิยา.

๑๗๕. ‘‘ปุจฺฉามิ ตํ เทวิ มหานุภาเว, มนุสฺสภูตา กิมกาสิ ปุญฺญํ;

เกนาสิ เอวํ ชลิตานุภาวา, วณฺโณ จ เต สพฺพทิสา ปภาสตี’’ติ.

๑๗๖. ‘‘สา เทวตา อตฺตมนา, โมคฺคลฺลาเนน ปุจฺฉิตา;

ปญฺหํ ปุฏฺฐา วิยากาสิ, ยสฺส กมฺมสฺสิทํ ผลํ’’.

๑๗๗. ‘‘เกวฏฺฏทฺวารา นิกฺขมฺม, อหุ มยฺหํ นิเวสนํ;

ตตฺถ สญฺจรมานานํ, สาวกานํ มเหสินํ.

๑๗๘. ‘‘โอทนํ กุมฺมาสํ ฑากํ, โลณโสวีรกญฺจหํ;

อทาสึ อุชุภูเตสุ, วิปฺปสนฺเนน เจตสา.

๑๗๙. ‘‘จาตุทฺทสึ ปญฺจทสึ, ยา จ ปกฺขสฺส อฏฺฐมี;

ปาฏิหาริยปกฺขญฺจ, อฏฺฐงฺคสุสมาคตํ.

๑๘๐. ‘‘อุโปสถํ อุปวสิสฺสํ, สทา สีเลสุ สํวุตา;

สญฺญมา สํวิภาคา จ, วิมานํ อาวสามหํ.

๑๘๑. ‘‘ปาณาติปาตา วิรตา, มุสาวาทา จ สญฺญตา;

เถยฺยา จ อติจารา จ, มชฺชปานา จ อารกา.

๑๘๒. ‘‘ปญฺจสิกฺขาปเท รตา, อริยสจฺจาน โกวิทา;

อุปาสิกา จกฺขุมโต, โคตมสฺส ยสสฺสิโน.

๑๘๓. ‘‘เตน เมตาทิโส วณฺโณ…เป… วณฺโณ จ เม สพฺพทิสา ปภาสตี’’ติ.

มม จ, ภนฺเต, วจเนน ภควโต ปาเท สิรสา วนฺเทยฺยาสิ ‘‘ลขุมา นาม, ภนฺเต, อุปาสิกา ภควโต ปาเท สิรสา วนฺทตี’’ติ. อนจฺฉริยํ โข ปเนตํ, ภนฺเต, ยํ มํ ภควา อญฺญตรสฺมึ สามญฺญผเล พฺยากเรยฺย. ตํ ภควา สกทาคามิผเล พฺยากาสีติ.

๑๗๗. ตตฺถ เกวฏฺฏทฺวารา นิกฺขมฺมาติ เกวฏฺฏทฺวารโต นิกฺขมนฏฺฐาเน.

๑๗๘. ฑากนฺติ ตณฺฑุเลยฺยกาทิสากพฺยญฺชนํ. โลณโสวีรกนฺติ ธญฺญรสาทีหิ พหูหิ สมฺภาเรหิ สมฺปาเทตพฺพํ เอกํ ปานกํ. ‘‘อาจามกญฺชิกโลณูทก’’นฺติปิ วทนฺติ.

ปุจฺฉาวิสฺสชฺชนาวสาเน สา เถรสฺส ธมฺมเทสนาย สกทาคามิผลํ ปาปุณิ. เสสํ อุตฺตราวิธาเน วุตฺตนยานุสาเรน เอว เวทิตพฺพํ.

ลขุมาวิมานวณฺณนา นิฏฺฐิตา.

๓. อาจามทายิกาวิมานวณฺณนา

ปิณฺฑาย เต จรนฺตสฺสาติ อาจามทายิกาวิมานํ. ตสฺส กา อุปฺปตฺติ? ภควา ราชคเห วิหรติ เวฬุวเน กลนฺทกนิวาเป. เตน โข ปน สมเยน ราชคเห อญฺญตรํ กุลํ อหิวาตโรเคน อุปทฺทุตํ อโหสิ. ตตฺถ สพฺเพ ชนา มตา ฐเปตฺวา เอกํ อิตฺถึ. สา เคหํ เคหคตญฺจ สพฺพํ ธนธญฺญํ ฉฑฺเฑตฺวา มรณภยภีตา ภิตฺติฉิทฺเทน ปลาตา อนาถา หุตฺวา ปรเคหํ คนฺตฺวา ตสฺส ปิฏฺฐิปสฺเส วสติ. ตสฺมึ เคเห มนุสฺสา กรุณายนฺตา อุกฺขลิอาทีสุ อวสิฏฺฐํ ยาคุภตฺตอาจามาทึ ตสฺสา เทนฺติ. สา ตํ ภุญฺชิตฺวา ชีวิกํ กปฺเปติ.

เตน จ สมเยน อายสฺมา มหากสฺสโป สตฺตาหํ นิโรธสมาปตฺตึ สมาปชฺชิตฺวา ตโต วุฏฺฐิโต ‘‘กํ นุ โข อหํ อชฺช อาหารปฏิคฺคหเณน อนุคฺคเหสฺสามิ, ทุคฺคติโต จ ทุกฺขโต จ โมเจสฺสามี’’ติ จินฺเตนฺโต ตํ อิตฺถึ อาสนฺนมรณํ นิรยสํวตฺตนิกญฺจสฺสา กมฺมํ กโตกาสํ ทิสฺวา ‘‘อยํ มยิ คเต อตฺตนา ลทฺธํ อาจามํ ทสฺสติ, เตเนว นิมฺมานรติเทวโลเก อุปฺปชฺชิสฺสติ, เอวํ นิรยูปปตฺติโต โมเจตฺวา หนฺทาหํ อิมิสฺสา สคฺคสมฺปตฺตึ นิปฺผาเทสฺสามี’’ติ ปุพฺพณฺหสมยํ นิวาเสตฺวา ปตฺตจีวรํ อาทาย ตสฺสา นิเวสนฏฺฐานาภิมุโข คจฺฉติ. อถ สกฺโก เทวานมินฺโท อญฺญาตกเวเสน อเนกรสํ อเนกสูปพฺยญฺชนํ ทิพฺพาหารํ อุปเนสิ. ตํ ญตฺวา เถโร ‘‘โกสิย, ตฺวํ กตกุสโล, กสฺมา เอวํ กโรสิ, มา ทุคฺคตานํ กปณานํ สมฺปตฺตึ วิลุมฺปี’’ติ ปฏิกฺขิปิตฺวา ตสฺสา อิตฺถิยา ปุรโต อฏฺฐาสิ.

สา เถรํ ทิสฺวา ‘‘อยํ มหานุภาโว เถโร, อิมสฺส ทาตพฺพยุตฺตกํ ขาทนียํ วา โภชนียํ วา อิธ นตฺถิ, อิทญฺจ กิลิฏฺฐภาชนคตํ ติณจุณฺณรชานุกิณฺณํ อโลณํ สีตลํ อปฺปรสํ อาจามกญฺชิยมตฺตํ เอทิสสฺส ทาตุํ น อุสฺสหามี’’ติ จินฺเตตฺวา ‘‘อติจฺฉถา’’ติ อาห. เถโร เอกปทนิกฺเขปมตฺตํ อปสกฺกิตฺวา อฏฺฐาสิ. เคหวาสิโน มนุสฺสา ภิกฺขํ อุปเนสุํ, เถโร น สมฺปฏิจฺฉติ. สา ทุคฺคติตฺถี ‘‘มเมว อนุคฺคหตฺถาย อิธาคโต, มม สนฺตกเมว ปฏิคฺคเหตุกาโม’’ติ ญตฺวา ปสนฺนมานสา อาทรชาตา ตํ อาจามํ เถรสฺส ปตฺเต อากิริ. เถโร ตสฺสา ปสาทสํวทฺธนตฺถํ ภุญฺชนาการํ ทสฺเสสิ, มนุสฺสา อาสนํ ปญฺญาเปสุํ. เถโร ตตฺถ นิสีทิตฺวา ตํ อาจามํ ภุญฺชิตฺวา ปิวิตฺวา โอนีตปตฺตปาณี อนุโมทนํ กตฺวา ตํ ทุคฺคติตฺถึ ‘‘ตฺวํ อิโต ตติเย อตฺตภาเว มม มาตา อโหสี’’ติ วตฺวา คโต. สา เตน เถเร อติปสาทญฺจ อุปฺปาเทตฺวา ตสฺสา รตฺติยา ปฐมยาเม กาลํ กตฺวา นิมฺมานรตีนํ เทวานํ สหพฺยตํ อุปปชฺชิ. อถ สกฺโก เทวราชา ตสฺสา กาลกตภาวํ ญตฺวา ‘‘กตฺถ นุ โข อุปฺปนฺนา’’ติ อาวชฺเชนฺโต ตาวตึเสสุ อทิสฺวา รตฺติยา มชฺฌิมยาเม อายสฺมนฺตํ มหากสฺสปํ อุปสงฺกมิตฺวา ตสฺสา นิพฺพตฺตฏฺฐานํ ปุจฺฉนฺโต –

๑๘๕. ‘‘ปิณฺฑาย เต จรนฺตสฺส, ตุณฺหีภูตสฺส ติฏฺฐโต;

ทลิทฺทา กปณา นารี, ปราคารํ อปสฺสิตา.

๑๘๖. ‘‘ยา เต อทาสิ อาจามํ, ปสนฺนา เสหิ ปาณิภิ;

สา หิตฺวา มานุสํ เทหํ, กํ นุ สา ทิสตํ คตา’’ติ. –

เทฺว คาถา อภาสิ.

๑๘๕. ตตฺถ ปิณฺฑายาติ ปิณฺฑปาตตฺถาย. ตุณฺหีภูตสฺส ติฏฺฐโตติ อิทํ ปิณฺฑาย จรณาการทสฺสนํ, อุทฺทิสฺส ติฏฺฐโตติ อตฺโถ. ทลิทฺทาติ ทุคฺคตา. กปณาติ วรากี. ‘‘ทลิทฺทา’’ติ อิมินา ตสฺสา โภคปาริชุญฺญํ ทสฺเสติ, ‘‘กปณา’’ติ อิมินา ญาติปาริชุญฺญํ. ปราคารํ อปสฺสิตาติ ปรเคหํ นิสฺสิตา, ปเรสํ ฆเร พหิปิฏฺฐิฉทนํ นิสฺสาย วสนฺตี.

๑๘๖. กํ นุ สา ทิสตํ คตาติ ฉสุ กามเทวโลเกสุ อุปฺปชฺชนวเสน กํ นาม ทิสํ คตา. อิติ สกฺโก ‘‘เถเรน ตถา กตานุคฺคหา อุฬาราย ทิพฺพสมฺปตฺติยา ภาคินี, น จ ทิสฺสตี’’ติ เหฏฺฐา ทฺวีสุ เทวโลเกสุ อปสฺสนฺโต สํสยาปนฺโน ปุจฺฉติ.

อถสฺส เถโร –

๑๘๗. ‘‘ปิณฺฑาย เม จรนฺตสฺส, ตุณฺหีภูตสฺส ติฏฺฐโต;

ทลิทฺทา กปณา นารี, ปราคารํ อปสฺสิตา.

๑๘๘. ‘‘ยา เม อทาสิ อาจามํ, ปสนฺนา เสหิ ปาณิภิ;

สา หิตฺวา มานุสํ เทหํ, วิปฺปมุตฺตา อิโต จุตา.

๑๘๙. ‘‘นิมฺมานรติโน นาม, สนฺติ เทวา มหิทฺธิกา;

ตตฺถ สา สุขิตา นารี, โมทตาจามทายิกา’’ติ. –

ปุจฺฉิตนิยาเมเนว ปฏิวจนํ เทนฺโต ตสฺสา นิพฺพตฺตฏฺฐานํ กเถสิ.

๑๘๘. ตตฺถ วิปฺปมุตฺตาติ ตโต มนุสฺสโทภคฺคิยโต ปรมการุญฺญวุตฺติโต วิปฺปมุตฺตา อปคตา.

๑๘๙. โมทตาจามทายิกาติ อาจามมตฺตทายิกา, สาปิ นาม ปญฺจเม กามสคฺเค ทิพฺพสมฺปตฺติยา โมทติ, ปสฺส ตาว เขตฺตสมฺปตฺติผลนฺติ ทสฺเสติ.

ปุน สกฺโก ตสฺสา ทานสฺส มหปฺผลตํ มหานิสํสตญฺจ สุตฺวา ตํ โถเมนฺโต –

๑๙๐. ‘‘อโห ทานํ วรากิยา, กสฺสเป สุปฺปติฏฺฐิตํ;

ปราภเตน ทาเนน, อิชฺฌิตฺถ วต ทกฺขิณา.

๑๙๑. ‘‘ยา มเหสิตฺตํ กาเรยฺย, จกฺกวตฺติสฺส ราชิโน;

นารี สพฺพงฺคกลฺยาณี, ภตฺตุ จาโนมทสฺสิกา;

เอตสฺสาจามทานสฺส, กลํ นาคฺฆติ โสฬสึ.

๑๙๒. ‘‘สุตํ นิกฺขา สตํ อสฺสา, สตํ อสฺสตรีรถา;

สตํ กญฺญาสหสฺสานิ, อามุตฺตมณิกุณฺฑลา;

เอตสฺสาจามทานสฺส, กลํ นาคฺฆนฺติ โสฬสึ.

๑๙๓. ‘‘สตํ เหมวตา นาคา, อีสาทนฺตา อุรูฬฺหวา;

สุวณฺณกจฺฉา มิตงฺคา, เหมกปฺปนวาสสา;

เอตสฺสาจามทานสฺส, กลํ นาคจฺฉนฺติ โสฬสึ.

๑๙๔. ‘‘จตุนฺนมปิ ทีปานํ, อิสฺสรํ โยธ การเย;

เอตสฺสาจามทานสฺส, กลํ นาคฺฆติ โสฬสิ’’นฺติ. – อาห;

๑๙๐. ตตฺถ อโหติ อจฺฉริยตฺเถ นิปาโต. วรากิยาติ กปณิยา. ปราภเตนาติ ปรโต อานีเตน, ปเรสํ ฆรโต อุจฺฉาจริยาย ลทฺเธนาติ อตฺโถ. ทาเนนาติ ทาตพฺเพน อาจามมตฺเตน เทยฺยธมฺเมน. อิชฺฌิตฺถ วต ทกฺขิณาติ ทกฺขิณา ทานํ อโห นิปฺผชฺชิตฺถ, อโห มหปฺผลา มหาชุติกา มหาวิปฺผารา อหุวตฺถาติ อตฺโถ.

๑๙๑. อิทานิ ‘‘อิตฺถิรตนาทีนิปิ ตสฺส ทานสฺส สตภาคมฺปิ สหสฺสภาคมฺปิ น อุเปนฺตี’’ติ ทสฺเสตุํ ‘‘ยา มเหสิตฺตํ กาเรยฺยา’’ติอาทิ วุตฺตํ. ตตฺถ สพฺพงฺคกลฺยาณีติ ‘‘นาติทีฆา นาติรสฺสา นาติกิสา นาติถูลา นาติกาฬี นาจฺโจทาตา อติกฺกนฺตา มานุสวณฺณํ อปฺปตฺตา ทิพฺพวณฺณ’’นฺติ เอวํ วุตฺเตหิ สพฺเพหิ องฺเคหิ การเณหิ, สพฺเพหิ วา องฺคปจฺจงฺเคหิ กลฺยาณี โสภนา สุนฺทรา. ภตฺตุ จาโนมทสฺสิกาติ สามิกสฺส อลามกทสฺสนา สาติสยํ ทสฺสนียา ปาสาทิกา. เอตสฺสาจามทานสฺส, กลํ นาคฺฆติ โสฬสินฺติ เอตสฺส เอตาย ทินฺนสฺส อาจามทานสฺส ผลํ โสฬสภาคํ กตฺวา ตโต เอกํ ภาคํ ปุน โสฬสภาคํ กตฺวา คหิตภาคสงฺขาตํ โสฬสึ กลํ จกฺกวตฺติรญฺโญ อิตฺถิรตนภาโวปิ นาคฺฆติ นานุโภติ น ปาปุณาติ. ‘‘สุวณฺณสฺส ปญฺจทสธรณํ นิกฺข’’นฺติ วทนฺติ, ‘‘สตธรณ’’นฺติ อปเร.

๑๙๓. เหมวตาติ หิมวติ ชาตา, เหมวตชาติกา วา. เต หิ มหนฺตา ถามชวสมฺปนฺนา จ โหนฺติ. อีสาทนฺตาติ รถีสาสทิสทนฺตา, โถกํเยว อวนตทนฺตาติ อตฺโถ. เตน วิสาลกทาฐีภาวํ นิวาเรติ. อุรูฬฺหวาติ ถามชวปรกฺกเมหิ พฺรูหนฺโต, มหนฺตํ ยุทฺธกิจฺจํ วหิตุํ สมตฺถาติ อตฺโถ. สุวณฺณกจฺฉาติ เหมมยคีเวยฺยกปฏิมุกฺกา. กจฺฉสีเสน หิ สพฺพํ หตฺถิโยคฺคํ วทติ. เหมกปฺปนวาสสาติ สุวณฺณขจิตคชตฺถรณกงฺกนาทิหตฺถาลงฺการสมฺปนฺนา.

๑๙๔. จตุนฺนมปิ ทีปานํ อิสฺสรนฺติ ทฺวิสหสฺสปริตฺตทีปปริวารานํ ชมฺพุทีปาทีนํ จตุนฺนํ มหาทีปานํ อิสฺสริยํ. เตน สตฺตรตนสมุชฺชลํ สกลํ จกฺกวตฺติสิรึ วทติ. ยํ ปเนตฺถ, ตํ เหฏฺฐา วุตฺตนยเมว.

อิธ สกฺเกน เทวราเชน อตฺตนา จ วุตฺตํ สพฺพํ อายสฺมา มหากสฺสปตฺเถโร ภควโต อาโรเจสิ. ภควา ตํ อฏฺฐุปฺปตฺตึ กตฺวา สมฺปตฺตปริสาย วิตฺถาเรน ธมฺมํ เทเสสิ. สา เทสนา มหาชนสฺส สาตฺถิกา อโหสีติ.

อาจามทายิกาวิมานวณฺณนา นิฏฺฐิตา.

๔. จณฺฑาลิวิมานวณฺณนา

จณฺฑาลิ วนฺท ปาทานีติ จณฺฑาลิวิมานํ. ตสฺส กา อุปฺปตฺติ? ภควา ราชคเห วิหรนฺโต ปจฺจูสเวลายํ พุทฺธาจิณฺณํ มหากรุณาสมาปตฺตึ สมาปชฺชิตฺวา อุฏฺฐาย โลกํ โอโลเกนฺโต อทฺทส ตสฺมึเยว นคเร จณฺฑาลาวสเถ วสนฺตึ เอกํ มหลฺลิกํ จณฺฑาลึ ขีณายุกํ, นิรยสํวตฺตนิกญฺจสฺสา กมฺมํ อุปฏฺฐิตํ. โส มหากรุณาย สมุสฺสาหิตมานโส ‘‘สคฺคสํวตฺตนิกํ กมฺมํ กาเรตฺวา เตนสฺสา นิรยูปปตฺตึ นิเสเธตฺวา สคฺเค ปติฏฺฐาเปสฺสามี’’ติ จินฺเตตฺวา มหตา ภิกฺขุสงฺเฆน สทฺธึ ราชคหํ ปิณฺฑาย ปวิสติ. เตน จ สมเยน สา จณฺฑาลี ทณฺฑํ โอลุพฺภ นครโต นิกฺขมนฺตี ภควนฺตํ อาคจฺฉนฺตํ ทิสฺวา อภิมุขี หุตฺวา อฏฺฐาสิ. ภควาปิ ตสฺสา คมนํ นิวาเรนฺโต วิย ปุรโต อฏฺฐาสิ. อถายสฺมา มหาโมคฺคลฺลาโน สตฺถุ จิตฺตํ ญตฺวา ตสฺสา จ อายุปริกฺขยํ ภควโต วนฺทนาย ตํ นิโยเชนฺโต –

๑๙๕. ‘‘จณฺฑาลิ วนฺท ปาทานิ, โคตมสฺส ยสสฺสิโน;

ตเมว อนุกมฺปาย, อฏฺฐาสิ อิสิสตฺตโม.

๑๙๖. ‘‘อภิปฺปสาเทหิ มนํ, อรหนฺตมฺหิ ตาทินิ;

ขิปฺปํ ปญฺชลิกา วนฺท, ปริตฺตํ ตว ชีวิต’’นฺติ. – คาถาทฺวยมาห;

๑๙๕. ตตฺถ จณฺฑาลีติ ชาติอาคเตน นาเมน ตํ อาลปติ. วนฺทาติ อภิวาทย. ปาทานีติ สเทวกสฺส โลกสฺส สรณานิ จรณานิ. ตเมว อนุกมฺปายาติ ตเมว อนุคฺคณฺหนตฺถํ, อปายูปปตฺติโต นิเสเธตฺวา สคฺเค นิพฺพตฺตาปนตฺถนฺติ อธิปฺปาโย. อฏฺฐาสีติ นครมฺปิ อปวิสิตฺวา ฐิโต. อิสิสตฺตโมติ โลกิยเสกฺขาเสกฺขปจฺเจกพุทฺธอิสีหิ อุตฺตโม อุกฺกฏฺฐตโม, อถ วา พุทฺธอิสีนํ วิปสฺสิอาทีนํ สตฺตโมติ อิสิสตฺตโม.

๑๙๖. อภิปฺปสาเทหิ มนนฺติ ‘‘สมฺมาสมฺพุทฺโธ ภควา’’ติ ตว จิตฺตํ ปสาเทหิ. อรหนฺตมฺหิ ตาทินีติ อารกตฺตา กิเลสานํ, เตสํเยว อรีนํ หตตฺตา, สํสารจกฺกสฺส อรานํ หตตฺตา, ปจฺจยานํ อรหตฺตา, ปาปกรเณ รหาภาวา จ อรหนฺเต, อิฏฺฐาทีสุ ตาทิภาวปฺปตฺติยา ตาทิมฺหิ. ขิปฺปํ ปญฺชลิกา วนฺทาติ สีฆํเยว ปคฺคหิตอญฺชลิกา หุตฺวา วนฺทสฺสุ. กสฺมาติ เจ? ปริตฺตํ ตว ชีวิตนฺติ, อิทาเนว ภิชฺชนสภาวตฺตา ปริตฺตํ อติอิตฺตรํ.

อิติ เถโร คาถาทฺวเยน ภควโต คุเณ ปกิตฺเตนฺโต อตฺตโน อานุภาเว ฐตฺวา ตสฺสา จ ขีณายุกตาวิภาวเนน สํเวเชนฺโต สตฺถุ วนฺทนาย นิโยเชสิ. สา จ ตํ สุตฺวา สํเวคชาตา สตฺถริ ปสนฺนมานสาว หุตฺวา ปญฺจปติฏฺฐิเตน วนฺทิตฺวา อญฺชลึ กตฺวา นมสฺสมานา พุทฺธคตาย ปีติยา เอกคฺคจิตฺตา หุตฺวา อฏฺฐาสิ. ภควา ‘‘อลเมตฺตกเมติสฺสา สคฺคูปปตฺติยา’’ติ นครํ ปาวิสิ สทฺธึ ภิกฺขุสงฺเฆน. อถ นํ เอกา ภนฺตา คาวี ตรุณวจฺฉา ตโต เอว อภิธาวนฺตี สิงฺเคน ปหริตฺวา ชีวิตา โวโรเปสิ. ตํ สพฺพํ ทสฺเสตุํ สงฺคีติการา –

๑๙๗. ‘‘โจทิตา ภาวิตตฺเตน, สรีรนฺติมธารินา;

จณฺฑาลี วนฺทิ ปาทานิ, โคตมสฺส ยสสฺสิโน.

๑๙๘. ‘‘ตเมนํ อวธี คาวี, จณฺฑาลึ ปญฺชลึ ฐิตํ;

นมสฺสมานํ สมฺพุทฺธํ, อนฺธกาเร ปภงฺกร’’นฺติ. – คาถาทฺวยมาหํสุ;

๑๙๘. ตตฺถ ปญฺชลึ ฐิตํ นมสฺสมานํ สมฺพุทฺธนฺติ คเตปิ ภควติ พุทฺธารมฺมณาย ปีติยา สมาหิตา หุตฺวา สมฺมุขา วิย อญฺชลึ ปคฺคยฺห นมสฺสมานํ ฐิตํ. อนฺธกาเรติ อวิชฺชนฺธกาเรน สกเลน กิเลสนฺธกาเรน จ อนฺธกาเร โลเก. ปภงฺกรนฺติ ญาโณภาสกรํ.

สา จ ตโต จุตา ตาวตึเสสุ นิพฺพตฺติ, อจฺฉรานํ สตสหสฺสํ จสฺสา ปริวาโร อโหสิ. ตทเหว จ สา สห วิมาเนน อาคนฺตฺวา วิมานโต โอตริตฺวา อายสฺมนฺตํ มหาโมคฺคลฺลานํ อุปสงฺกมิตฺวา วนฺทิ. ตมตฺถํ ทสฺเสตุํ –

๑๙๙. ‘‘ขีณาสวํ วิคตรชํ อเนชํ, เอกํ อรญฺญมฺหิ รโห นิสินฺนํ;

เทวิทฺธิปตฺตา อุปสงฺกมิตฺวา, วนฺทามิ ตํ วีร มหานุภาว’’นฺติ. –

เทวตา อาห. ตํ เถโร ปุจฺฉิ –

๒๐๐. ‘‘สุวณฺณวณฺณา ชลิตา มหายสา, วิมานโมรุยฺห อเนกจิตฺตา;

ปริวาริตา อจฺฉราสงฺคเณน, กา ตฺวํ สุเภ เทวเต วนฺทเส มม’’นฺติ.

๒๐๐. ตตฺถ ชลิตาติ อตฺตโน สรีรปฺปภาย วตฺถาภรณาทีนํ โอภาเสน จ ชลนฺตี โชเตนฺตี. มหายสาติ มหาปริวารา. วิมานโมรุยฺหาติ วิมานโต โอรุยฺห. อเนกจิตฺตาติ อเนกวิธจิตฺตตายุตฺตา. สุเภติ สุภคุเณ. มมนฺติ มํ.

เอวํ เถเรน ปุจฺฉิตา ปุน สา –

๒๐๑. ‘‘อหํ ภทฺทนฺเต จณฺฑาลี, ตยา วีเรน เปสิตา;

วนฺทึ อรหโต ปาเท, โคตมสฺส ยสสฺสิโน.

๒๐๒. ‘‘สาหํ วนฺทิตฺวา ปาทานิ, จุตา จณฺฑาลโยนิยา;

วิมานํ สพฺพโต ภทฺทํ, อุปปนฺนมฺหิ นนฺทเน.