๒. ทุติยปีฐวิมานวณฺณนา

ปีฐํ เต เวฬุริยมยนฺติ ทุติยปีฐวิมานํ. ตสฺส อฏฺฐุปฺปตฺติ จ อตฺถวณฺณนา จ ปฐเม วุตฺตนเยเนว เวทิตพฺพา. อยํ ปน วิเสโส – สาวตฺถิวาสินี กิร เอกา อิตฺถี อตฺตโน เคหํ ปิณฺฑาย ปวิฏฺฐํ เอกํ เถรํ ปสฺสิตฺวา ปสนฺนจิตฺตา ตสฺส อาสนํ เทนฺตี อตฺตโน ปีฐํ อุปริ นีลวตฺเถน อตฺถริตฺวา อทาสิ. เตน ตสฺสา เทวโลเก นิพฺพตฺตาย เวฬุริยมยํ ปลฺลงฺกวิมานํ นิพฺพตฺตํ. เตน วุตฺตํ –

๘. ‘‘ปีฐํ เต เวฬุริยมยํ อุฬารํ, มโนชวํ คจฺฉติ เยนกามํ;

อลงฺกเต มลฺยธเร สุวตฺเถ, โอภาสสิ วิชฺชุริวพฺภ กูฏํ.

๙. ‘‘เกน เตตาทิโส วณฺโณ, เกน เต อิธ มิชฺฌติ;

อุปฺปชฺชนฺติ จ เต โภคา, เย เกจิ มนโส ปิยา.

๑๐. ‘‘ปุจฺฉามิ ตํ เทวิ มหานุภาเว, มนุสฺสภูตา กิมกาสิ ปุญฺญํ;

เกนาสิ เอวํ ชลิตานุภาวา, วณฺโณ จ เต สพฺพทิสา ปภาสตี’’ติ.

๑๑. ‘‘สา เทวตา อตฺตมนา, โมคฺคลฺลาเนน ปุจฺฉิตา;

ปญฺหํ ปุฏฺฐา วิยากาสิ, ยสฺส กมฺมสฺสิทํ ผลํ’’.

๑๒. ‘‘อหํ มนุสฺเสสุ มนุสฺสภูตา, อพฺภาคตานาสนกํ อทาสึ;

อภิวาทยึ อญฺชลิกํ อกาสึ, ยถานุภาวญฺจ อทาสิ ทานํ.

๑๓. ‘‘เตน เมตาทิโส วณฺโณ, เตน เม อิธ มิชฺฌติ;

อุปฺปชฺชนฺติ จ เม โภคา, เย เกจิ มนโส ปิยา.

๑๔. ‘‘อกฺขามิ เต ภิกฺขุ มหานุภาว, มนุสฺสภูตา ยมกาสิ ปุญฺญํ;

เตนมฺหิ เอวํ ชลิตานุภาวา, วณฺโณ จ เม สพฺพทิสา ปภาสตี’’ติ.

๘. ตตฺถ เวฬุริยมยนฺติ เวฬุริยมณิมยํ. เวฬุริยมณิ นาม วิฬูรปพฺพตสฺส วิฬูรคามสฺส จ อวิทูเร อุปฺปชฺชนกมณิ. ตสฺส กิร วิฬูรคามฏฺฐาเน อากโร, วิฬูรสฺส ปน อวิทูเร ภวตฺตา เวฬุริยนฺเตว ปญฺญายิตฺถ. ตํสทิสวณฺณนิภตาย เทวโลเกปิสฺส ตเถว นามํ ชาตํ ยถา ตํ มนุสฺสโลเก ลทฺธนามวเสเนว เทวโลเก เทวปุตฺตานํ. ตํ ปน มยูรคีววณฺณํ วา โหติ, วายสปตฺตวณฺณํ วา, สินิทฺธเวณุปตฺตวณฺณํ วา. อิธ ปน มยูรคีววณฺณํ เวทิตพฺพํ. เสสํ สพฺพํ ปฐมปีฐวิมาเน วุตฺตสทิสเมวาติ.

ทุติยปีฐวิมานวณฺณนา นิฏฺฐิตา.