๓. ตติยปีฐวิมานวณฺณนา
ปีฐํ เต โสวณฺณมยนฺติ ตติยปีฐวิมานํ. ตสฺส วตฺถุ ราชคเห สมุฏฺฐิตํ. อญฺญตโร กิร ขีณาสวตฺเถโร ราชคเห ปิณฺฑาย จริตฺวา ภตฺตํ คเหตฺวา อุปกฏฺเฐ กาเล ภตฺตกิจฺจํ กาตุกาโม เอกํ วิวฏทฺวารเคหํ อุปสงฺกมิ. ตสฺมึ ปน เคเห เคหสามินี อิตฺถี สทฺธา ปสนฺนา เถรสฺส อาการํ สลฺลกฺเขตฺวา ‘‘เอถ, ภนฺเต, อิธ นิสีทิตฺวา ภตฺตกิจฺจํ กโรถา’’ติ อตฺตโน ภทฺทปีฐํ ปญฺญาเปตฺวา อุปริ ปีตวตฺถํ อตฺถริตฺวา นิรเปกฺขปริจฺจาควเสน อทาสิ, ‘‘อิทํ เม ปุญฺญํ อายตึ โสวณฺณปีฐปฏิลาภาย โหตู’’ติ ปตฺถนญฺจ ปฏฺฐเปสิ. อถ เถเร ตตฺถ นิสีทิตฺวา ภตฺตกิจฺจํ กตฺวา ปตฺตํ โธวิตฺวา อุฏฺฐาย คจฺฉนฺเต ‘‘ภนฺเต, อิทมาสนํ ตุมฺหากํเยว ปริจฺจตฺตํ, มยฺหํ อนุคฺคหตฺถํ ปริภุญฺชถา’’ติ อาห. เถโร ตสฺสา อนุกมฺปาย ตํ ปีฐํ สมฺปฏิจฺฉิตฺวา สงฺฆสฺส ทาเปสิ. สา อปเรน สมเยน อญฺญตเรน โรเคน ผุฏฺฐา กาลํ กตฺวา ตาวตึสภวเน นิพฺพตฺตีติอาทิ สพฺพํ ปฐมวิมานวณฺณนายํ วุตฺตนเยเนว เวทิตพฺพํ. เตน วุตฺตํ –
๑๕. ‘‘ปีฐํ เต โสวณฺณมยํ อุฬารํ, มโนชวํ คจฺฉติ เยนกามํ;
อลงฺกเต มลฺยธเร สุวตฺเถ,โอภาสสิ วิชฺชุริวพฺภกูฏํ.
๑๖. ‘‘เกน เตตาทิโส วณฺโณ, เกน เต อิธ มิชฺฌติ;
อุปฺปชฺชนฺติ จ เต โภคา, เย เกจิ มนโส ปิยา.
๑๗. ‘‘ปุจฺฉามิ ตํ เทวิ มหานุภาเว, มนุสฺสภูตา กิมกาสิ ปุญฺญํ;
เกนาสิ เอวํ ชลิตานุภาวา, วณฺโณ จ เต สพฺพทิสา ปภาสตี’’ติ.
๑๘. ‘‘สา เทวตา อตฺตมนา, โมคฺคลฺลาเนน ปุจฺฉิตา;
ปญฺหํ ปุฏฺฐา วิยากาสิ, ยสฺส กมฺมสฺสิทํ ผลํ’’.
๑๙. ‘‘อปฺปสฺส กมฺมสฺส ผลํ มเมทํ, เยนมฺหิ เอวํ ชลิตานุภาวา;
อหํ มนุสฺเสสุ มนุสฺสภูตา, ปุริมาย ชาติยา มนุสฺสโลเก.
๒๐. ‘‘อทฺทสํ วิรชํ ภิกฺขุํ, วิปฺปสนฺนมนาวิลํ;
ตสฺส อทาสหํ ปีฐํ, ปสนฺนา เสหิ ปาณิภิ.
๒๑. ‘‘เตน เมตาทิโส วณฺโณ, เตน เม อิธ มิชฺฌติ;
อุปฺปชฺชนฺตี จ เม โภคา, เย เกจิ มนโส ปิยา.
๒๒. ‘‘อกฺขามิ เต ภิกฺขุ มหานุภาว, มนุสฺสภูตา ยมกาสิ ปุญฺญํ;
เตนมฺหิ เอวํ ชลิตานุภาวา, วณฺโณ จ เม สพฺพทิสา ปภาสตี’’ติ.
๑๙. ยญฺจ ปน ปญฺจมคาถายํ ปุริมาย ชาติยา มนุสฺสโลเกติอาทิ, เอตฺถ ชาติ-สทฺโท อตฺเถว สงฺขตลกฺขเณ ‘‘ชาติ ทฺวีหิ ขนฺเธหิ สงฺคหิตา’’ติอาทีสุ (ธาตุ. ๗๑). อตฺถิ นิกาเย ‘‘นิคณฺฐา นาม สมณชาตี’’ติอาทีสุ (อ. นิ. ๓.๗๑). อตฺถิ ปฏิสนฺธิยํ ‘‘ยํ มาตุกุจฺฉิสฺมึ ปฐมํ จิตฺตํ อุปฺปนฺนํ, ปฐมํ วิญฺญาณํ ปาตุภูตํ, ตทุปาทาย สาวสฺส ชาตี’’ติอาทีสุ (มหาว. ๑๒๔). อตฺถิ กุเล ‘‘อกฺขิตฺโต อนุปกุฏฺโฐ ชาติวาเทนา’’ติอาทีสุ (ที. นิ. ๑.๓๐๓). อตฺถิ ปสุติยํ ‘‘สมฺปติชาโต, อานนฺท, โพธิสตฺโต’’ติอาทีสุ (ที. นิ. ๒.๓๑; ม. นิ. ๓.๒๐๗). อตฺถิ ภเว ‘‘เอกมฺปิ ชาตึ เทฺวปิ ชาติโย’’ติอาทีสุ (ที. นิ. ๑.๒๔๔; ม. นิ. ๑.๕๓). อิธาปิ ภเว เอว ทฏฺฐพฺโพ. ตสฺมา ปุริมาย ชาติยา ปุริมสฺมึ ภเว อนนฺตราตีเต ปุริเม อตฺตภาเวติ อตฺโถ. ภุมฺมตฺเถ หิทํ กรณวจนํ. มนุสฺสโลเกติ มนุสฺสโลกภเว, ราชคหํ สนฺธาย วทติ. โอกาสโลโก หิ อิธ อธิปฺเปโต, สตฺตโลโก ปน ‘‘มนุสฺเสสู’’ติ อิมินา วุตฺโตเยว.
๒๐. อทฺทสนฺติ อทฺทกฺขึ. วิรชนฺติ วิคตราคาทิรชตฺตา วิรชํ. ภิกฺขุนฺติ ภินฺนกิเลสตฺตา ภิกฺขุํ, สพฺพโส กิเลสกาลุสฺสิยาภาเวน วิปฺปสนฺนจิตฺตตาย วิปฺปสนฺนํ, อนาวิลสงฺกปฺปตาย อนาวิลํ. ปุริมํ ปุริมญฺเจตฺถ ปทํ ปจฺฉิมสฺส ปจฺฉิมสฺส การณวจนํ, วิคตราคาทิรชตฺตา ภินฺนกิเลสตาย ภิกฺขุํ, ภินฺนกิเลสตฺตา กิเลสกาลุสฺสิยาภาเวน วิปฺปสนฺนํ, วิปฺปสนฺนมนตฺตา อนาวิลนฺติ. ปจฺฉิมํ ปจฺฉิมํ วา ปทํ ปุริมสฺส ปุริมสฺส การณวจนํ, วิรชํ ภิกฺขุคุณโยคโต. ภินฺนกิเลโส หิ ภิกฺขุ. ภิกฺขุํ วิปฺปสนฺนภาวโต. กิเลสกาลุสฺสิยาภาเวน วิปฺปสนฺนมานโส หิ ภิกฺขุ. วิปฺปสนฺนํ อนาวิลสงฺกปฺปภาวโตติ. ราครชาภาเวน วา ‘‘วิรช’’นฺติ วุตฺตํ, โทสกาลุสฺสิยาภาเวน ‘‘วิปฺปสนฺน’’นฺติ, โมหพฺยากุลาภาเวน ‘‘อนาวิล’’นฺติ. เอวํภูโต ปรมตฺถโต ภิกฺขุ นาม โหตีติ ‘‘ภิกฺขุ’’นฺติ วุตฺตํ. อทาสหนฺติ อทาสึ อหํ. ปีฐนฺติ ตทา มม สนฺติเก วิชฺชมานํ ภทฺทปีฐํ. ปสนฺนาติ กมฺมผลสทฺธาย รตนตฺตยสทฺธาย จ ปสนฺนจิตฺตา. เสหิ ปาณิภีติ อญฺญํ อนาณาเปตฺวา อตฺตโน หตฺเถหิ อุปนีย ปีฐํ ปญฺญาเปตฺวา อทาสินฺติ อตฺโถ.
เอตฺถ จ ‘‘วิรชํ ภิกฺขุํ วิปฺปสนฺนมนาวิล’’นฺติ อิมินา เขตฺตสมฺปตฺตึ ทสฺเสติ, ‘‘ปสนฺนา’’ติ อิมินา จิตฺตสมฺปตฺตึ, ‘‘เสหิ ปาณิภี’’ติ อิมินา ปโยคสมฺปตฺตึ. ตถา ‘‘ปสนฺนา’’ติ อิมินา สกฺกจฺจทานํ อนุปหจฺจทานนฺติ จ อิเม เทฺว ทานคุณา ทสฺสิตา, ‘‘เสหิ ปาณิภี’’ติ อิมินา สหตฺเถน ทานํ อนุปวิทฺธทานนฺติ อิเม เทฺว ทานคุณา ทสฺสิตา, ปีตวตฺถสฺส อตฺถรเณน นิสีทนกาลญฺญุตาย จิตฺตึ กตฺวา ทานํ กาเลน ทานนฺติ อิเม เทฺว ทานคุณา ทสฺสิตาติ เวทิตพฺพา. เสสํ เหฏฺฐา วุตฺตนยเมว.
ตติยปีฐวิมานวณฺณนา นิฏฺฐิตา.