๑๗. เกสการีวิมานวณฺณนา

อิทํ วิมานํ รุจิรํ ปภสฺสรนฺติ เกสการีวิมานํ. ตสฺส กา อุปฺปตฺติ? ภควา พาราณสิยํ วิหรติ อิสิปตเน มิคทาเย. เตน โข ปน สมเยน สมฺพหุลา ภิกฺขู ปุพฺพณฺหสมยํ นิวาเสตฺวา ปตฺตจีวรมาทาย พาราณสึ ปิณฺฑาย ปวิสึสุ. เต อญฺญตรสฺส พฺราหฺมณสฺส เคหทฺวารสมีเปน คจฺฉนฺติ. ตสฺมิญฺจ เคเห พฺราหฺมณสฺส ธีตา เกสการี นาม เคหทฺวารสมีเป มาตุ สีสโต อูกา คณฺหนฺตี เต ภิกฺขู คจฺฉนฺเต ทิสฺวา มาตรํ อาห ‘‘อมฺม, อิเม ปพฺพชิตา ปฐเมน โยพฺพเนน สมนฺนาคตา อภิรูปา ทสฺสนียา ปาสาทิกา สุขุมาลา เกนจิ ปาริชุญฺเญน อนภิภูตา มญฺเญ, กสฺมา นุ โข อิเม อิมสฺมึเยว วเย ปพฺพชนฺตี’’ติ? ตํ มาตา อาห ‘‘อตฺถิ, อมฺม, สกฺยปุตฺโต สกฺยกุลา ปพฺพชิโต พุทฺโธ โลเก อุปฺปนฺโน, โส ธมฺมํ เทเสติ อาทิกลฺยาณํ มชฺเฌกลฺยาณํ ปริโยสานกลฺยาณํ สาตฺถํ สพฺยญฺชนํ เกวลปริปุณฺณํ, ปริสุทฺธํ พฺรหฺมจริยํ ปกาเสติ, ตสฺส อิเม ธมฺมํ สุตฺวา ปพฺพชนฺตี’’ติ.

เตน จ สมเยน อาคตผโล วิญฺญาตสาสโน อญฺญตโร อุปาสโก ตาย วีถิยา คจฺฉนฺโต ตํ กถํ สุตฺวา ตาสํ สนฺติกํ อุปสงฺกมิ. อถ นํ พฺราหฺมณี อาห ‘‘เอตรหิ โข อุปาสก พหู กุลปุตฺตา มหนฺตํ โภคกฺขนฺธํ มหนฺตํ ญาติปริวฏฺฏํ ปหาย สกฺยสมเย ปพฺพชนฺติ, เต กึ นุ โข อตฺถวสํ สมฺปสฺสนฺตา ปพฺพชนฺตี’’ติ? ตํ สุตฺวา อุปาสโก ‘‘กาเมสุ อาทีนวํ, เนกฺขมฺเม จ อานิสํสํ สมฺปสฺสนฺตา’’ติ วตฺวา อตฺตโน ญาณพลานุรูปํ ตมตฺถํ วิตฺถารโต กเถสิ, ติณฺณญฺจ รตนานํ คุเณ ปกาเสสิ, ปญฺจนฺนํ สีลานํ ทิฏฺฐธมฺมิกํ สมฺปรายิกญฺจ คุณานิสํสํ ปเวเทสิ. อถ พฺราหฺมณธีตา ตํ ‘‘กึ อเมฺหหิปิ สรเณสุ จ สีเลสุ จ ปติฏฺฐาย ตยา วุตฺเต คุณานิสํเส อธิคนฺตุํ สกฺกา’’ติ ปุจฺฉิ. โส ‘‘สพฺพสาธารณา อิเม ธมฺมา ภควตา ภาสิตา, กสฺมา น สกฺกา’’ติ วตฺวา ตสฺสา สรณานิ จ สีลานิ จ อทาสิ. สา คหิตสรณา สมาทินฺนสีลา จ หุตฺวา ปุน อาห ‘‘กึ อิโต อุตฺตริ อญฺญมฺปิ กรณียํ อตฺถี’’ติ. โส ตสฺสา วิญฺญุภาวํ สลฺลกฺเขนฺโต ‘‘อุปนิสฺสยสมฺปนฺนา ภวิสฺสตี’’ติ ญตฺวา สรีรสภาวํ วิภาเวนฺโต ทฺวตฺตึสาการกมฺมฏฺฐานํ กเถตฺวา กาเย วิราคํ อุปฺปาเทตฺวา อุปริ อนิจฺจตาทิปฏิสํยุตฺตาย ธมฺมิยา กถาย สํเวเชตฺวา วิปสฺสนามคฺคํ อาจิกฺขิตฺวา คโต. สา เตน วุตฺตนยํ สพฺพํ มนสิ กตฺวา ปฏิกูลมนสิกาเร สมาหิตจิตฺตา วิปสฺสนํ ปฏฺฐเปตฺวา อุปนิสฺสยสมฺปตฺติยา น จิรสฺเสว โสตาปตฺติผเล ปติฏฺฐหิ. อถาปเรน สมเยน กาลํ กตฺวา สกฺกสฺส เทวรญฺโญ ปริจาริกา หุตฺวา นิพฺพตฺติ, สตสหสฺสญฺจสฺสา อจฺฉราปริวาโร อโหสิ. ตํ สกฺโก เทวราชา ทิสฺวา อจฺฉริยพฺภุตจิตฺตชาโต ปมุทิตหทโย –

๑๕๐. ‘‘อิทํ วิมานํ รุจิรํ ปภสฺสรํ, เวฬุริยถมฺภํ สตตํ สุนิมฺมิตํ;

สุวณฺณรุกฺเขหิ สมนฺตโมตฺถตํ, ฐานํ มมํ กมฺมวิปากสมฺภวํ.

๑๕๑. ‘‘ตตฺรูปปนฺนา ปุริมจฺฉรา อิมา, สตํ สหสฺสานิ สเกน กมฺมุนา;

ตุวํสิ อชฺฌุปคตา ยสสฺสินี, โอภาสยํ ติฏฺฐสิ ปุพฺพเทวตา.

๑๕๒. ‘‘สสี อธิคฺคยฺห ยถา วิโรจติ, นกฺขตฺตราชาริว ตารกาคณํ;

ตเถว ตฺวํ อจฺฉราสงฺคณํ อิมํ, ททฺทลฺลมานา ยสสา วิโรจสิ.

๑๕๓. ‘‘กุโต นุ อาคมฺม อโนมทสฺสเน, อุปปนฺนา ตฺวํ ภวนํ มมํ อิทํ;

พฺรหฺมํว เทวา ติทสา สหินฺทกา, สพฺเพ น ตปฺปามเส ทสฺสเนน ต’’นฺติ. –

จตูหิ คาถาหิ ตาย กตกมฺมํ ปุจฺฉิ.

๑๕๐. ตตฺถ อิทํ วิมานนฺติ ยสฺมึ วิมาเน สา เทวตา อุปฺปนฺนา, ตํ อตฺตโน วิมานํ สนฺธายาห. สตตนฺติ สพฺพกาลํ รุจิรํ ปภสฺสรนฺติ โยชนา. สตตนฺติ วา สมฺมาตตํ, อติวิย วิตฺถิณฺณนฺติ อตฺโถ. สมนฺตโมตฺถตนฺติ สมนฺตโต อวตฺถตํ ฉาทิตํ. ฐานนฺติ วิมานเมว สนฺธาย วทติ. ตญฺหิ ติฏฺฐนฺติ เอตฺถ กตปุญฺญาติ ฐานนฺติ วุจฺจติ. กมฺมวิปากสมฺภวนฺติ กมฺมวิปากภาเวน สมฺภูตํ, กมฺมวิปาเกน วา สห สมฺภูตํ. มมนฺติ อิทํ มม ฐานํ มม กมฺมวิปากสมฺภวนฺติ ทฺวีหิปิ ปเทหิ โยเชตพฺพํ.

๑๕๑. ตตฺรูปปนฺนาติ คาถาย อยํ สงฺเขปตฺโถ – ตตฺร ตสฺมึ ยถาวุตฺเต วิมาเน อุปปนฺนาติ นิพฺพตฺตา ปเคว อุปฺปนฺนตฺตา ปุพฺพเทวตา อิมา ปุริมา อจฺฉราโย ปริมาณโต สตํ สหสฺสานิ. ตุวํสีติ ตฺวํ อสิ สเกน กมฺมุนา อชฺฌุปคตา อุปปนฺนา. ยสสฺสินีติ ปริวารสมฺปนฺนา, เตเนว สเกน กมฺมุนา กมฺมานุภาเวน โอภาสยนฺตี วิโรจมานา ติฏฺฐสีติ.

๑๕๒. อิทานิ ตเมว โอภาสนํ อุปมาย วิภาเวนฺโต ‘‘สสี’’ติ คาถมาห. ตสฺสตฺโถ – ยถา สสลญฺฉนโยเคน ‘‘สสี’’ติ, นกฺขตฺเตหิ อธิกคุณตาย ‘‘นกฺขตฺตราชา’’ติ จ ลทฺธนาโม จนฺโท สพฺพํ ตารกาคณํ อธิคฺคยฺห อภิภวิตฺวา วิโรจติ วิราชติ, ตเถว ตฺวํ อิมํ อจฺฉรานํ เทวกญฺญานํ คณํ สมูหํ อตฺตโน ยสสา ททฺทลฺลมานา อติวิย วิชฺโชตมานา วิโรจสีติ. เอตฺถ จ ‘‘อิมา’’ติ ‘‘อิม’’นฺติ จ นิปาตมตฺตํ. เกจิ ปน ‘‘นกฺขตฺตราชาริว ตาราคณํ ตเถว ตฺว’’นฺติ ปฐนฺติ.

๑๕๓. อิทานิ ตสฺสา เทวตาย ปุริมภวํ ตตฺถ กตปุญฺญญฺจ ปุจฺฉนฺโต ‘‘กุโต นุ อาคมฺมา’’ติ คาถมาห. ตตฺถ กุโต นุ อาคมฺมาติ กุโต นุ ภวโต กุโต นุ ปุญฺญกมฺมโต การณภูตโต อิทํ มม ภวนํ อาคมฺม ภทฺเท อโนมทสฺสเน สพฺพงฺคโสภเน ตฺวํ อุปปนฺนา อุปฺปตฺติคหณวเสน อุปคตา. ‘‘อโนมทสฺสเน’’ติ วุตฺตเมวตฺถํ อุปมาย ปกาเสนฺโต ‘‘พฺรหฺมํว เทวา ติทสา สหินฺทกา, สพฺเพ น ตปฺปามเส ทสฺสเนน ต’’นฺติ อาห. ตตฺถ ยถา พฺรหฺมานํ สหมฺปตึ สนงฺกุมารํ วา อุปคตํ สห อินฺเทนาติ สหินฺทกา ตาวตึสา เทวา ปสฺสนฺตา ทสฺสเนน น ตปฺปนฺติ, เอวํ ตว ทสฺสเนน มยํ สพฺเพ เทวา น ตปฺปามเสติ อตฺโถ.

เอวํ ปน สกฺเกน เทวานมินฺเทน ปุจฺฉิตา สา เทวตา ตมตฺถํ ปกาเสนฺตี –

๑๕๔. ‘‘ยเมตํ สกฺก อนุปุจฺฉเส มมํ, กุโต จุตา ตฺวํ อิธ อาคตาติ;

พาราณสี นาม ปุรตฺถิ กาสินํ, ตตฺถ อโหสึ ปุเร เกสการิกา.

๑๕๕. ‘‘พุทฺเธ จ ธมฺเม จ ปสนฺนมานสา, สงฺเฆ จ เอกนฺตคตา อสํสยา;

อขณฺฑสิกฺขาปทา อาคตปฺผลา, สมฺโพธิธมฺเม นิยตา อนามยา’’ติ. –

คาถทฺวยมาห.

๑๕๔-๕. ตตฺถ ยเมตนฺติ ยํ เอตํ ปญฺหนฺติ อตฺโถ. อนุปุจฺฉเสติ อนุกูลภาเวน ปุจฺฉสิ. มมนฺติ มํ. ปุรตฺถีติ ปุรํ อตฺถิ. กาสินนฺติ กาสิรฏฺฐสฺส. เกสการิกาติ ปุริมตฺตภาเว อตฺตโน นามํ วทติ. พุทฺเธ จ ธมฺเม จาติอาทินา อตฺตโน ปุญฺญํ วิภาเวติ.

ปุน สกฺโก ตสฺสา ตํ ปุญฺญสมฺปตฺติญฺจ ทิพฺพสมฺปตฺติญฺจ อนุโมทมาโน –

๑๕๖. ‘‘ตนฺตฺยาภินนฺทามเส สฺวาคตญฺจ เต,

ธมฺเมน จ ตฺวํ ยสสา วิโรจสิ;

พุทฺเธ จ ธมฺเม จ ปสนฺนมานเส,

สงฺเฆ จ เอกนฺตคเต อสํสเย;

อขณฺฑสิกฺขาปเท อาคตปฺผเล,

สมฺโพธิธมฺเม นิยเต อนามเย’’ติ. – อาห;

๑๕๖. ตตฺถ ตนฺตฺยาภินนฺทามเสติ ตํ เต ทุวิธมฺปิ สมฺปตฺตึ อภินนฺทาม อนุโมทาม. สฺวาคตญฺจ เตติ ตุยฺหญฺจ อิธาคมนํ สฺวาคตํ, อมฺหากํ ปีติโสมนสฺสสํวทฺธนเมว. เสสํ วุตฺตนยเมวาติ.

ตํ ปน ปวตฺตึ สกฺโก เทวราชา อายสฺมโต มหาโมคฺคลฺลานตฺเถรสฺส กเถสิ, เถโร ภควโต นิเวเทสิ. ภควา ตมตฺถํ อฏฺฐุปฺปตฺตึ กตฺวา สมฺปตฺตปริสาย ธมฺมํ เทเสสิ. สา เทสนา สเทวกสฺส โลกสฺส สาตฺถิกา ชาตาติ.

เกสการีวิมานวณฺณนา นิฏฺฐิตา.

อิติ ปรมตฺถทีปนิยา ขุทฺทก-อฏฺฐกถาย วิมานวตฺถุสฺมึ

สตฺตรสวตฺถุปฏิมณฺฑิตสฺส ปฐมสฺส ปีฐวคฺคสฺส

อตฺถวณฺณนา นิฏฺฐิตา.