๑๖. สิริมาวิมานวณฺณนา
ยุตฺตา จ เต ปรมอลงฺกตา หยาติ สิริมาวิมานํ. ตสฺส กา อุปฺปตฺติ? ภควา ราชคเห วิหรติ เวฬุวเน กลนฺทกนิวาเป. เตน จ สมเยน เหฏฺฐา อนนฺตรวตฺถุมฺหิ วุตฺตา สิริมา คณิกา โสตาปตฺติผลสฺส อธิคตตฺตา วิสฺสชฺชิตกิลิฏฺฐกมฺมนฺตา หุตฺวา สงฺฆสฺส อฏฺฐ สลากภตฺตานิ ปฏฺฐเปสิ. อาทิโต ปฏฺฐาย นิพทฺธํ อฏฺฐ ภิกฺขู เคหํ อาคจฺฉนฺติ. สา ‘‘สปฺปึ คณฺหถ ขีรํ คณฺหถา’’ติอาทีนิ วตฺวา เตสํ ปตฺเต ปูเรติ, เอเกน ลทฺธํ ติณฺณมฺปิ จตุนฺนมฺปิ ปโหติ, เทวสิกํ โสฬสกหาปณปริพฺพเยน ปิณฺฑปาโต ทียติ. อเถกทิวสํ เอโก ภิกฺขุ ตสฺสา เคเห อฏฺฐกภตฺตํ ภุญฺชิตฺวา ติโยชนมตฺถเก เอกํ วิหารํ อคมาสิ. อถ นํ สายํ เถรุปฏฺฐาเน นิสินฺนํ ปุจฺฉึสุ, ‘‘อาวุโส, กหํ ภิกฺขํ คเหตฺวา อิธาคโตสี’’ติ? ‘‘สิริมาย อฏฺฐกภตฺตํ เม ภุตฺต’’นฺติ. ‘‘ตํ มนาปํ กตฺวา เทติ, อาวุโส’’ติ. ‘‘น สกฺกา ตสฺสา ภตฺตํ วณฺเณตุํ, อติปณีตํ กตฺวา เทติ, เอเกน ลทฺธํ ติณฺณมฺปิ จตุนฺนมฺปิ ปโหติ, ตสฺสา ปน เทยฺยธมฺมโตปิ ทสฺสนเมว อุตฺตริตรํ’’. สา หิ อิตฺถี เอวรูปา จ เอวรูปา จาติ ตสฺสา คุเณ กเถสิ.
อเถโก ภิกฺขุ ตสฺสา คุณกถํ สุตฺวา อทิสฺวาปิ สวเนเนว สิเนหํ อุปฺปาเทตฺวา ‘‘มยา ตตฺถ คนฺตฺวา ตํ ทฏฺฐุํ วฏฺฏตี’’ติ อตฺตโน วสฺสคฺคํ กเถตฺวา ตํ ภิกฺขุํ ฐิติกํ ปุจฺฉิตฺวา ‘‘เสฺว, อาวุโส, ตสฺมึ เคเห ตฺวํ สงฺฆตฺเถโร หุตฺวา อฏฺฐกภตฺตํ ลภิสฺสสี’’ติ สุตฺวา ตงฺขณญฺเญว ปตฺตจีวรมาทาย ปกฺกนฺโต ปาโตว อรุเณ อุคฺคจฺฉนฺเต สลากคฺคํ ปวิสิตฺวา ฐิโต สงฺฆตฺเถโร หุตฺวา ตสฺสา เคเห อฏฺฐกภตฺตํ ลภิ. โย ปน โส ภิกฺขุ หิยฺโย ภุญฺชิตฺวา ปกฺกามิ, ตสฺส คตเวลายเมวสฺสา สรีเร โรโค อุปฺปชฺชิ. ตสฺมา อาภรณานิ โอมุญฺจิตฺวา นิปชฺชิ. อถสฺสา ทาสิโย อฏฺฐกภตฺตํ ลภิตุํ อาคเต ภิกฺขู ทิสฺวา อาโรเจสุํ. สา คนฺตฺวา สหตฺถา ปตฺเต คเหตุํ วา นิสีทาเปตุํ วา อสกฺโกนฺตี ทาสิโย อาณาเปสิ ‘‘อมฺมา ปตฺเต คเหตฺวา อยฺเย นิสีทาเปตฺวา ยาคุํ ปาเยตฺวา ขชฺชกํ ทตฺวา ภตฺตเวลาย ปตฺเต ปูเรตฺวา เทถา’’ติ. ตา ‘‘สาธุ, อยฺเย’’ติ ภิกฺขู ปเวเสตฺวา ยาคุํ ปาเยตฺวา ขชฺชกํ ทตฺวา ภตฺตเวลาย ภตฺตสฺส ปตฺเต ปูเรตฺวา ตสฺสา อาโรจยึสุ. สา ‘‘มํ ปริคฺคเหตฺวา เนถ, อยฺเย วนฺทิสฺสามี’’ติ วตฺวา ตาหิ ปริคฺคเหตฺวา ภิกฺขูนํ สนฺติกํ นีตา เวธมาเนน สรีเรน ภิกฺขู วนฺทิ. โส ภิกฺขุ ตํ โอโลเกตฺวา จินฺเตสิ ‘‘คิลานาย ตาว อยํ เอติสฺสา รูปโสภา, อโรคกาเล ปน สพฺพาภรณปฏิมณฺฑิตาย อิมิสฺสา กีทิสี รูปสมฺปตฺตี’’ติ. อถสฺส อเนกวสฺสโกฏิสนฺนิจิโต กิเลโส สมุทาจริ. โส อญฺญาณี หุตฺวา ภตฺตํ ภุญฺชิตุํ อสกฺโกนฺโต ปตฺตํ อาทาย วิหารํ คนฺตฺวา ปตฺตํ ปิธาย เอกมนฺเต ฐเปตฺวา จีวรกณฺณํ ปตฺถริตฺวา นิปชฺชิ. อถ นํ เอโก สหายโก ภิกฺขุ ยาจนฺโตปิ โภเชตุํ นาสกฺขิ, โส ฉินฺนภตฺโต อโหสิ.
ตํ ทิวสเมว สายนฺหสมเย สิริมา กาลมกาสิ. ราชา สตฺถุ สาสนํ เปเสสิ ‘‘ภนฺเต, ชีวกสฺส กนิฏฺฐภคินี สิริมา กาลมกาสี’’ติ. สตฺถา ตํ สุตฺวา รญฺโญ สาสนํ ปหิณิ ‘‘สิริมาย สรีรฌาปนกิจฺจํ นตฺถิ, อามกสุสาเน ตํ ยถา กากาทโย น ขาทนฺติ, ตถา นิปชฺชาเปตฺวา รกฺขาเปถา’’ติ. ราชา ตถา อกาสิ. ปฏิปาฏิยา ตโย ทิวสา อติกฺกนฺตา, จตุตฺเถ ทิวเส สรีรํ อุทฺธุมายิ, นวหิ วณมุเขหิ ปุฬวกา ปคฺฆรึสุ, สกลสรีรํ ภินฺนสาลิภตฺตจาฏิ วิย อโหสิ. ราชา นคเร เภรึ จราเปสิ ‘‘ฐเปตฺวา เคหรกฺขณกทารเก สิริมาย ทสฺสนตฺถํ อนาคจฺฉนฺตานํ อฏฺฐ กหาปณา ทณฺโฑ’’ติ. สตฺถุ สนฺติกญฺจ เปเสสิ ‘‘พุทฺธปฺปมุโข กิร สงฺโฆ สิริมาย ทสฺสนตฺถํ อาคจฺฉตู’’ติ. สตฺถา ภิกฺขูนํ อาโรจาเปสิ ‘‘สิริมาย ทสฺสนตฺถํ คมิสฺสามา’’ติ.
โสปิ ทหรภิกฺขุ จตฺตาโร ทิวเส กสฺสจิ วจนํ อคฺคเหตฺวา ฉินฺนภตฺโตว นิปชฺชิ. ปตฺเต ภตฺตํ ปูติกํ ชาตํ, ปตฺเต มลมฺปิ อุฏฺฐหิ. อถ โส สหายกภิกฺขุนา อุปสงฺกมิตฺวา ‘‘อาวุโส สตฺถา สิริมาย ทสฺสนตฺถํ คจฺฉตี’’ติ วุจฺจมาโน ตถา ฉาตชฺฌตฺโตปิ ‘‘สิริมา’’ติ วุตฺตปเทเยว สหสา อุฏฺฐหิตฺวา ‘‘สตฺถา สิริมํ ทฏฺฐุํ คจฺฉติ, ตฺวมฺปิ คมิสฺสสี’’ติ? ‘‘อาม คมิสฺสามี’’ติ ภตฺตํ ฉฑฺเฑตฺวา ปตฺตํ โธวิตฺวา ถวิกาย ปกฺขิปิตฺวา ภิกฺขุสงฺเฆน สทฺธึ อคมาสิ. สตฺถา ภิกฺขุสงฺฆปริวุโต เอกปสฺเส อฏฺฐาสิ, ภิกฺขุนิสงฺโฆปิ ราชปริสาปิ อุปาสกปริสาปิ อุปาสิกาปริสาปิ เอเกกปสฺเส อฏฺฐํสุ.
สตฺถา ราชานํ ปุจฺฉิ ‘‘กา เอสา, มหาราชา’’ติ? ‘‘ภนฺเต, ชีวกสฺส กนิฏฺฐภคินี สิริมา นามา’’ติ. ‘‘สิริมา เอสา’’ติ? ‘‘อาม, ภนฺเต’’ติ. เตน หิ นคเร เภรึ จราเปหิ ‘‘สหสฺสํ ทตฺวา สิริมํ คณฺหนฺตู’’ติ. ราชา ตถา กาเรสิ, เอโกปิ ‘‘ห’’นฺติ วา ‘‘หุ’’นฺติ วา วทนฺโต นาม นาโหสิ. ราชา สตฺถุ อาโรเจสิ ‘‘น คณฺหนฺติ ภนฺเต’’ติ, เตน หิ มหาราช อคฺฆํ โอหาเปหีติ. ราชา ‘‘ปญฺจสตานิ ทตฺวา คณฺหนฺตู’’ติ เภรึ จราเปตฺวา กญฺจิ คณฺหนกํ อทิสฺวา ‘‘อฑฺฒเตยฺยสตานิ, เทฺวสตานิ, สตํ, ปญฺญาสํ, ปญฺจวีสติ, วีสติ กหาปเณ, ทส กหาปเณ, ปญฺจ กหาปเณ, เอกํ กหาปณํ, อฑฺฒํ, ปาทํ, มาสกํ, กากณิกํ ทตฺวา สิริมํ คณฺหนฺตู’’ติ เภรึ จราเปตฺวา ‘‘มุธาปิ คณฺหนฺตู’’ติ เภรึ จราเปสิ, ตถาปิ ‘‘ห’’นฺติ วา ‘‘หุ’’นฺติ วา วทนฺโต นาม นาโหสิ. ราชา ‘‘มุธาปิ, ภนฺเต, คณฺหนฺโต นตฺถี’’ติ อาห. สตฺถา ‘‘ปสฺสถ, ภิกฺขเว, มหาชนสฺส ปิยมาตุคามํ, อิมสฺมึเยว นคเร สหสฺสํ ทตฺวา ปุพฺเพ เอกทิวสํ ลภึสุ, อิทานิ มุธาปิ คณฺหนฺโต นตฺถิ เอวรูปํ นาม รูปํ ขยวยปฺปตฺตํ อาหริเมหิ อลงฺกาเรหิ วิจิตฺตกตํ นวนฺนํ วณฺณมุขานํ วเสน อรุภูตํ ตีหิ อฏฺฐิสเตหิ สมุสฺสิตํ นิจฺจาตุรํ เกวลํ พาลมหาชเนน พหุธา สงฺกปฺปิตตาย พหุสงฺกปฺปํ อทฺธุวํ อตฺตภาว’’นฺติ ทสฺเสนฺโต –
‘‘ปสฺส จิตฺตกตํ พิมฺพํ, อรุกายํ สมุสฺสิตํ;
อาตุรํ พหุสงฺกปฺปํ, ยสฺส นตฺถิ ธุวํ ฐิตี’’ติ. (เถรคา. ๑๑๖๐) –
คาถมาห. เทสนาปริโยสาเน สิริมาย ปฏิพทฺธจิตฺโต ภิกฺขุ วิคตฉนฺทราโค หุตฺวา วิปสฺสนํ วฑฺเฒตฺวา อรหตฺตํ ปาปุณิ, จตุราสีติยา ปาณสหสฺสานํ ธมฺมาภิสมโย อโหสิ.
เตน จ สมเยน สิริมา เทวกญฺญา อตฺตโน วิภวสมิทฺธึ โอโลเกตฺวา อาคตฏฺฐานํ โอโลเกนฺตี ปุริมตฺตภาเว อตฺตโน สรีรสมีเป ภิกฺขุสงฺฆปริวุตํ ภควนฺตํ ฐิตํ มหาชนกายญฺจ สนฺนิปติตํ ทิสฺวา ปญฺจหิ เทวกญฺญาสเตหิ ปริวุตา ปญฺจหิ รถสเตหิ ทิสฺสมานกายา อาคนฺตฺวา รถโต โอตริตฺวา สปริวารา ภควนฺตํ วนฺทิตฺวา กตญฺชลี อฏฺฐาสิ. เตน จ สมเยน อายสฺมา วงฺคีโส ภควโต อวิทูเร ฐิโต โหติ. โส ภควนฺตํ เอตทโวจ ‘‘ปฏิภาติ มํ ภควา เอกํ ปญฺหํ ปุจฺฉิตุ’’นฺติ. ‘‘ปฏิภาตุ ตํ วงฺคีสา’’ติ ภควา อโวจ. อายสฺมา วงฺคีโส ตํ สิริมํ เทวธีตรํ –
๑๓๗. ‘‘ยุตฺตา จ เต ปรมอลงฺกตา หยา, อโธมุขา อฆสิคมา พลี ชวา;
อภินิมฺมิตา ปญฺจรถาสตา จ เต, อเนฺวนฺติ ตํ สารถิโจทิตา หยา.
๑๓๘. ‘‘สา ติฏฺฐสิ รถวเร อลงฺกตา,
โอภาสยํ ชลมิว โชติ โปวโก;
ปุจฺฉามิ ตํ วรตนุ อโนมทสฺสเน,
กสฺมา นุ กายา อนธิวรํ อุปาคมี’’ติ. – ปฏิปุจฺฉิ;
๑๓๗. ตตฺถ ยุตฺตา จ เต ปรมอลงฺกตา หยาติ ปรมํ อติวิย วิเสสโต อลงฺกตา, ปรเมหิ วา อุตฺตเมหิ ทิพฺเพหิ อสฺสาลงฺกาเรหิ อลงฺกตา, ปรมา วา อคฺคา เสฏฺฐา อาชานียา สพฺพาลงฺกาเรหิ อลงฺกตา หยา อสฺสา เต ตว รเถ โยชิตา, ยุตฺตา วา เต รถสฺส จ อนุจฺฉวิกา, อญฺญมญฺญํ วา สทิสตาย ยุตฺตา สํสฏฺฐาติ อตฺโถ. เอตฺถ จ ‘‘ปรมอลงฺกตา’’ติ ปุริมสฺมึ ปกฺเข สนฺธึ อกตฺวา ทุติยสฺมึ ปกฺเข อวิภตฺติกนิทฺเทโส ทฏฺฐพฺโพ. อโธมุขาติ เหฏฺฐามุขา. ยทิปิ เต ตทา ปกติยาว ฐิตา, เทวโลกโต โอโรหณวเสน ‘‘อโธมุขา’’ติ วุตฺตา. อฆสิคมาติ เวหาสํคมา. พลีติ พลวนฺโต. ชวาติ ชวนกา, พลวนฺโต เจว เวควนฺโต จาติ อตฺโถ. อภินิมฺมิตาติ ตว ปุญฺญกมฺเมน นิมฺมิตา นิพฺพตฺตา. สยํ นิมฺมิตเมว วา สนฺธาย ‘‘อภินิมฺมิตา’’ติ วุตฺตํ นิมฺมานรติภาวโต สิริมาย เทวธีตาย. ปญฺจรถาสตาติ คาถาสุขตฺถํ ถการสฺส ทีฆํ ลิงฺควิปลฺลาสญฺจ กตฺวา วุตฺตํ, วิภตฺติอโลโป วา ทฏฺฐพฺโพ, ปญฺจ รถสตานีติ อตฺโถ. อเนฺวนฺติ ตํ สารถิโจทิตา หยาติ สารถีหิ โจทิตา วิย รเถสุ ยุตฺตา อิเม หยา ภทฺเท, เทวเต, ตํ อนุคจฺฉนฺติ. ‘‘สารถิอโจทิตา’’ติ เกจิ ปฐนฺติ, สารถีหิ อโจทิตา เอว อนุคจฺฉนฺตีติ อตฺโถ. ‘‘สารถิโจทิตา หยา’’ติ เอกํเยว วา ปทํ คาถาสุขตฺถํ ทีฆํ กตฺวา วุตฺตํ, สารถิโจทิตหยา ปญฺจ รถสตาติ โยชนา.
๑๓๘. สา ติฏฺฐสีติ สา ตฺวํ ติฏฺฐสิ. รถวเรติ รถุตฺตเม. อลงฺกตาติ สฏฺฐิสกฏภาเรหิ ทิพฺพาลงฺกาเรหิ อลงฺกตสรีรา. โอภาสยํ ชลมิว โชติ ปาวโกติ โอภาเสนฺตี โชติริว ชลนฺตี ปาวโก วิย จ ติฏฺฐสิ, สมนฺตโต โอภาเสนฺตี ชลนฺตี ติฏฺฐสีติ วุตฺตํ โหติ. ‘‘โชตี’’ติ จ จนฺทิมสูริยนกฺขตฺตตารกรูปานํ สาธารณนามํ. วรตนูติ อุตฺตมรูปธเร สพฺพงฺคโสภเน. ตโต เอว อโนมทสฺสเน อลามกทสฺสเน, ทสฺสนีเย ปาสาทิเกติ อตฺโถ. กสฺมา นุ กายา อนธิวรํ อุปาคมีติ กุโต นาม เทวกายโต อนุตฺตรํ สมฺมาสมฺพุทฺธํ ปยิรุปาสนาย อุปคญฺฉิ อุปคตาสิ.
เอวํ เถเรน ปุจฺฉิตา สา เทวตา อตฺตานํ อาวิกโรนฺตี –
๑๓๙. ‘‘กามคฺคปตฺตานํ ยมาหุนุตฺตรํ, นิมฺมาย นิมฺมาย รมนฺติ เทวตา;
ตสฺมา กายา อจฺฉรา กามวณฺณินี, อิธาคตา อนธิวรํ นมสฺสิตุ’’นฺติ. –
คาถมาห.
๑๓๙. ตตฺถ กามคฺคปตฺตานํ ยมาหุนุตฺตรนฺติ กามูปโภเคหิ อคฺคภาวํ ปตฺตานํ ปรนิมฺมิตวสวตฺตีนํ เทวานํ ยํ เทวกายํ ยเสน โภคาทิวเสน จ อนุตฺตรนฺติ วทนฺติ, ตโต กายา. นิมฺมาย นิมฺมาย รมนฺติ เทวตาติ นิมฺมานรติเทวตา อตฺตนา ยถารุจิเต กาเม สยํ นิมฺมินิตฺวา นิมฺมินิตฺวา รมนฺติ กีฬนฺติ ลฬนฺตา อภิรมนฺติ. ตสฺมา กายาติ ตสฺมา นิมฺมานรติเทวนิกายา. กามวณฺณินีติ กามรูปธรา ยถิจฺฉิตรูปธารินี. อิธาคตาติ อิธ อิมสฺมึ มนุสฺสโลเก, อิมํ วา มนุสฺสโลกํ อาคตา.
เอวํ เทวตาย อตฺตโน นิมฺมานรติเทวตาภาเว กถิเต ปุน เถโร ตสฺสา ปุริมภวํ ตตฺถ กตปุญฺญกมฺมํ ลทฺธิญฺจ กถาเปตุกาโม –
๑๔๐. ‘‘กึ ตฺวํ ปุเร สุจริตมาจรีธ, เกนจฺฉสิ ตฺวํ อมิตยสา สุเขธิตา;
อิทฺธี จ เต อนธิวรา วิหงฺคมา, วณฺโณ จ เต ทส ทิสา วิโรจติ.
๑๔๑. ‘‘เทเวหิ ตฺวํ ปริวุตา สกฺกตา จสิ,
กุโต จุตา สุคติคตาสิ เทวเต;
กสฺส วา ตฺวํ วจนกรานุสาสนึ,
อาจิกฺข เม ตฺวํ ยทิ พุทฺธสาวิกา’’ติ. – เทฺว คาถา อภาสิ;
๑๔๐. ตตฺถ อาจรีติ ทีฆํ กตฺวา วุตฺตํ, อุปจินีติ อตฺโถ. อิธาติ นิปาตมตฺตํ, อิธ วา อิมสฺมึ เทวตฺตภาเว. เกนจฺฉสีติ เกน ปุญฺญกมฺเมน อสฺสตฺถา อจฺฉสิ. ‘‘เกนาสิ ตฺว’’นฺติ เกจิ ปฐนฺติ. อมิตยสาติ น มิตยสา อนปฺปกปริวารา. สุเขธิตาติ สุเขน วฑฺฒิตา, สุปริพฺรูหิตทิพฺพสุขาติ อตฺโถ. อิทฺธีติ ทิพฺพานุภาโว. อนธิวราติ อธิกา วิสิฏฺฐา อญฺญา เอติสฺสา นตฺถีติ อนธิวรา, อติอุตฺตมาติ อตฺโถ. วิหงฺคมาติ เวหาสคามินี. ทส ทิสาติ ทสปิ ทิสา. วิโรจตีติ โอภาเสติ.
๑๔๑. ปริวุตา สกฺกตา จสีติ สมนฺตโต ปริวาริตา สมฺภาวิตา จ อสิ. กุโต จุตา สุคติคตาสีติ ปญฺจสุ คตีสุ กตรคติโต จุตา หุตฺวา สุคตึ อิมํ เทวคตึ ปฏิสนฺธิวเสน อุปคตา อสิ. กสฺส วา ตฺวํ วจนกรานุสาสนินฺติ กสฺส นุ วา สตฺถุ สาสเน ปาวจเน โอวาทานุสาสนิสมฺปฏิจฺฉเนน ตฺวํ วจนกรา อสีติ โยชนา. กสฺส วา ตฺวํ สตฺถุ วจนกรา อนุสาสกสฺส อนุสิฏฺฐิยํ ปติฏฺฐาเนนาติ เอวํ วา เอตฺถ อตฺโถ ทฏฺฐพฺโพ. เอวํ อนุทฺเทสิกวเสน ตสฺสา ลทฺธึ ปุจฺฉิตฺวา ปุน อุทฺเทสิกวเสน ‘‘อาจิกฺข เม ตฺวํ ยทิ พุทฺธสาวิกา’’ติ ปุจฺฉติ. ตตฺถ พุทฺธสาวิกาติ สพฺพมฺปิ เญยฺยธมฺมํ สยมฺภุญาเณน หตฺถตเล อามลกํ วิย ปจฺจกฺขโต พุทฺธตฺตา พุทฺธสฺส ภควโต ธมฺมสฺสวนนฺเต ชาตาติ พุทฺธสาวิกา.
เอวํ เถเรน ปุจฺฉิตมตฺถํ กเถนฺตี เทวตา อิมา คาถา อภาสิ –
๑๔๒. ‘‘นคนฺตเร นครวเร สุมาปิเต, ปริจาริกา ราชวรสฺส สิริมโต;
นจฺเจ คีเต ปรมสุสิกฺขิตา อหุํ, สิริมาติ มํ ราชคเห อเวทึสุ.
๑๔๓. ‘‘พุทฺโธ จ เม อิสินิสโภ วินายโก, อเทสยี สมุทยทุกฺขนิจฺจตํ;
อสงฺขตํ ทุกฺขนิโรธ สสฺสตํ, มคฺคญฺจิมํ อกุฏิลมญฺชสํ สิวํ.
๑๔๔. ‘‘สุตฺวานหํ อมตปทํ อสงฺขตํ, ตถาคตสฺสนธิวรสฺส สาสนํ;
สีเลสฺวหํ ปรมสุสํวุตา อหุํ, ธมฺเม ฐิตา นรวรพุทฺธเทสิเต.
๑๔๕. ‘‘ญตฺวานหํ วิรชปทํ อสงฺขตํ, ตถาคเตนนธิวเรน เทสิตํ;
ตตฺเถวหํ สมถสมาธิมาผุสึ, สาเยว เม ปรมนิยามตา อหุ.
๑๔๖. ‘‘ลทฺธานหํ อมตวรํ วิเสสนํ, เอกํสิกา อภิสมเย วิเสสิย;
อสํสยา พหุชนปูชิตา อหํ, ขิฑฺฑารตึ ปจฺจนุโภมนปฺปกํ.
๑๔๗. ‘‘เอวํ อหํ อมตทสมฺหิ เทวตา, ตถาคตสฺสนธิวรสฺส สาวิกา;
ธมฺมทฺทสา ปฐมผเล ปติฏฺฐิตา, โสตาปนฺนา น จ ปน มตฺถิ ทุคฺคติ.
๑๔๘. ‘‘สา วนฺทิตุํ อนธิวรํ อุปาคมึ, ปาสาทิเก กุสลรเต จ ภิกฺขโว;
นมสฺสิตุํ สมณสมาคมํ สิวํ, สคารวา สิริมโต ธมฺมราชิโน.
๑๔๙. ‘‘ทิสฺวา มุนึ มุทิตมนมฺหิ ปีณิตา, ตถาคตํ นรวรทมฺมสารถึ;
ตณฺหจฺฉิทํ กุสลรตํ วินายกํ, วนฺทามหํ ปรมหิตานุกมฺปก’’นฺติ.
๑๔๒. ตตฺถ นคนฺตเรติ อิสิคิลิเวปุลฺลเวภารปณฺฑวคิชฺฌกูฏสงฺขาตานํ ปญฺจนฺนํ ปพฺพตานํ อนฺตเร เวมชฺเฌ, ยโต ตํ นครํ ‘‘คิริพฺพช’’นฺติ วุจฺจติ. นครวเรติ อุตฺตมนคเร, ราชคหํ สนฺธายาห. สุมาปิเตติ มหาโควินฺทปณฺฑิเตน วตฺถุวิชฺชาวิธินา สมฺมเทว นิเวสิเต. ปริจาริกาติ สํคีตปริจริยาย อุปฏฺฐายิกา. ราชวรสฺสาติ พิมฺพิสารมหาราชสฺส. สิริมโตติ เอตฺถ ‘‘สิรีติ พุทฺธิปุญฺญานํ อธิวจน’’นฺติ วทนฺติ. อถ วา ปุญฺญนิพฺพตฺตา สรีรโสภคฺคาทิสมฺปตฺติ กตปุญฺญํ นิสฺสยติ, กตปุญฺเญหิ วา นิสฺสียตีติ ‘‘สิรี’’ติ วุจฺจติ, สา เอตสฺส อตฺถีติ สิริมา, ตสฺส สิริมโต. ปรมสุสิกฺขิตาติ อติวิย สมฺมเทว จ สิกฺขิตา. อหุนฺติ อโหสึ. อเวทึสูติ อญฺญาสุํ.
๑๔๓. อิสินิสโภติ ควสตเชฏฺฐโก อุสโภ, ควสหสฺสเชฏฺฐโก วสโภ, วชสตเชฏฺฐโก วา อุสโภ, วชสหสฺสเชฏฺฐโก วสโภ, สพฺพควเสฏฺโฐ สพฺพปริสฺสยสโห เสโต ปาสาทิโก มหาภารวโห อสนิสตสทฺเทหิปิ อสมฺปกมฺปิโย นิสโภ. รถา โส อตฺตโน นิสภพเลน สมนฺนาคโต จตูหิ ปาเทหิ ปถวึ อุปฺปีเฬตฺวา เกนจิ ปริสฺสเยน อกมฺปิโย อจลฏฺฐาเนน ติฏฺฐติ, เอวํ ภควา ทสหิ ตถาคตพเลหิ สมนฺนาคโต จตูหิ เวสารชฺชปาเทหิ อฏฺฐปริสปถวึ อุปฺปีเฬตฺวา สเทวเก โลเก เกนจิ ปจฺจตฺถิเกน ปจฺจามิตฺเตน อกมฺปิโย อจลฏฺฐาเนน ติฏฺฐติ, ตสฺมา นิสโภ วิยาติ นิสโภ. สีลาทีนํ ธมฺมกฺขนฺธานํ เอสนฏฺเฐน ‘‘อิสี’’ติ ลทฺธโวหาเรสุ เสกฺขาเสกฺขอิสีสุ นิสโภ, อิสีนํ วา นิสโภ, อิสิ จ โส นิสโภ จาติ วา อิสินิสโภ. เวเนยฺยสตฺเต วิเนตีติ วินายโก, นายกวิรหิโตติ วา วินายโก, สยมฺภูติ อตฺโถ.
อเทสยี สมุทยทุกฺขนิจฺจตนฺติ สมุทยสจฺจสฺส จ ทุกฺขสจฺจสฺส จ อนิจฺจตํ วยธมฺมตํ อภาสิ. เตน ‘‘ยํกิญฺจิ สมุทยธมฺมํ, สพฺพํ ตํ นิโรธธมฺม’’นฺติ อตฺตโน อภิสมยญาณสฺส ปวตฺติอาการํ ทสฺเสติ. สมุทยทุกฺขนิจฺจตนฺติ วา สมุทยสจฺจญฺจ ทุกฺขสจฺจญฺจ อนิจฺจตญฺจ. ตตฺถ สมุทยสจฺจทุกฺขสจฺจคฺคหเณน วิปสฺสนาย ภูมึ ทสฺเสติ, อนิจฺจตาคหเณน ตสฺสา ปวตฺติอาการํ ทสฺเสติ. สงฺขารานญฺหิ อนิจฺจากาเร วิภาวิเต ทุกฺขากาโร อนตฺตากาโรปิ วิภาวิโตเยว โหติ ตํนิพนฺธนตฺตา เตสํ. เตนาห ‘‘ยทนิจฺจํ, ตํ ทุกฺขํ, ยํ ทุกฺขํ, ตทนตฺตา’’ติ (สํ. นิ. ๓.๑๕). อสงฺขตํ ทุกฺขนิโรธสสฺสตนฺติ เกนจิ ปจฺจเยน น สงฺขตนฺติ อสงฺขตํ, สพฺพกาลํ ตถภาเวน สสฺสตํ, สกลวฏฺฏทุกฺขนิโรธภาวโต ทุกฺขนิโรธํ อริยสจฺจญฺจ เม อเทสยีติ โยชนา. มคฺคญฺจิมํ อกุฏิลมญฺชสํ สิวนฺติ อนฺตทฺวยปริวชฺชเนน กุฏิลภาวกรานํ มายาทีนํ กายวงฺกาทีนญฺจ ปหาเนน อกุฏิลํ, ตโต เอว อญฺชสํ, อสิวภาวกรานํ กามราคาทีนํ สมุจฺฉินฺทเนน สิวํ นิพฺพานํ. มคฺคนฺติ นิพฺพานตฺถิเกหิ มคฺคียติ, กิเลเส วา มาเรนฺโต คจฺฉตีติ ‘‘มคฺโค’’ติ ลทฺธนามํ อิทํ ตุมฺหากญฺจ มมญฺจ ปจฺจกฺขภูตํ ทุกฺขนิโรธคามินิปฏิปทาสงฺขาตํ อริยสจฺจญฺจ เม อเทสยีติ โยชนา.
๑๔๔. สุตฺวานหํ อมตปทํ อสงฺขตํ, ตถาคตสฺสนธิวรสฺส สาสนนฺติ เอตฺถ อยํ สงฺเขปตฺโถ – ตถา อาคมนาทิอตฺเถน ตถาคตสฺส, สเทวเก โลเก อคฺคภาวโต อนธิวรสฺส, สมฺมาสมฺพุทฺธสฺส อมตปทํ อสงฺขตํ นิพฺพานํ อุทฺทิสฺส เทสิตตฺตา, อมตสฺส วา นิพฺพานสฺส ปฏิปชฺชนุปายตฺตา เกนจิปิ อสงฺขรณียตฺตา จ อมตปทํ อสงฺขตํ สาสนํ สทฺธมฺมํ อหํ สุตฺวานาติ. สีเลสฺวหนฺติ สีเลสุ นิปฺผาเทตพฺเพสุ อหํ. ปรมสุสํวุตาติ อติวิย สมฺมเทว สํวุตา. อหุนฺติ อโหสึ. ธมฺเม ฐิตาติ ปฏิปตฺติธมฺเม ปติฏฺฐิตา.
๑๔๕. ญตฺวานาติ สจฺฉิกิริยาภิสมยวเสน ชานิตฺวา. ตตฺเถวาติ ตสฺมึเยว ขเณ, ตสฺมึเยว วา อตฺตภาเว. สมถสมาธิมาผุสินฺติ ปจฺจนีกธมฺมานํ สมุจฺเฉทวเสน สมนโต วูปสมนโต ปรมตฺถสมถภูตํ โลกุตฺตรสมาธึ อาผุสึ อธิคจฺฉึ. ยทิปิ ยสฺมึ ขเณ นิโรธสฺส สจฺฉิกิริยาภิสมโย, ตสฺมึเยว ขเณ มคฺคสฺส ภาวนาภิสมโย, อารมฺมณปฏิเวธํ ปน ภาวนาปฏิเวธสฺเสว ปุริมสิทฺธิการณํ วิย กตฺวา ทสฺเสตุํ –
‘‘ญตฺวานหํ วิรชปทํ อสงฺขตํ, ตถาคเตนนธิวเรน เทสิตํ’’.
ตตฺเถวหํ ‘สมถสมาธิมาผุสิ’นฺติ วุตฺตํ ยถา ‘‘จกฺขุญฺจ ปฏิจฺจ รูเป จ อุปฺปชฺชติ จกฺขุวิญฺญาณ’’นฺติ (ม. นิ. ๑.๔๐๐; ๓.๔๒๑; สํ. นิ. ๔.๖๐). ญตฺวานาติ วา สมานกาลวเสน วุตฺตนฺติ เวทิตพฺพํ ยถา ‘‘นิหนฺตฺวาน ตมํ สพฺพํ, อาทิจฺโจ นภมุคฺคโต’’ติ. สาเยวาติ ยา โลกุตฺตรสมาธิผุสนา ลทฺธา, สาเยว. ปรมนิยามตาติ ปรมา อุตฺตมา มคฺคนิยามตา.
๑๔๖. วิเสสนนฺติ ปุถุชฺชเนหิ วิเสสกํ วิสิฏฺฐภาวสาธกํ. เอกํสิกาติ ‘‘สมฺมาสมฺพุทฺโธ ภควา, สฺวากฺขาโต ธมฺโม, สุปฺปฏิปนฺโน สงฺโฆ’’ติ เอกํสคาหวตี รตนตฺตเย นิพฺพิจิกิจฺฉา. อภิสมเย วิเสสิยาติ สจฺจปฏิเวธวเสน วิเสสํ ปตฺวา. ‘‘วิเสสินี’’ติปิ ปฐนฺติ, อภิสมยเหตุ วิเสสวตีติ อตฺโถ. อสํสยาติ โสฬสวตฺถุกาย อฏฺฐวตฺถุกาย จ วิจิกิจฺฉาย ปหีนตฺตา อปคตสํสยา. ‘‘อสํสิยา’’ติ เกจิ ปฐนฺติ. พหุชนปูชิตาติ สุคตีหิ ปเรหิ ปตฺถนียคุณาติ อตฺโถ. ขิฑฺฑารตินฺติ ขิฑฺฑาภูตํ รตึ, อถ วา ขิฑฺฑญฺจ รติญฺจ ขิฑฺฑาวิหารญฺจ รติสุขญฺจ.
๑๔๗. อมตทสมฺหีติ อมตทสา นิพฺพานทสฺสาวินี อมฺหิ. ธมฺมทฺทสาติ จตุสจฺจธมฺมํ ทิฏฺฐวตี. โสตาปนฺนาติ อริยมคฺคโสตํ อาทิโต ปตฺตา. น จ ปน มตฺถิ ทุคฺคตีติ น จ ปน เม อตฺถิ ทุคฺคติ อวินิปาตธมฺมตฺตา.
๑๔๘. ปาสาทิเกติ ปสาทาวเห. กุสลรเตติ กุสเล อนวชฺชธมฺเม นิพฺพาเน รเต. ภิกฺขโวติ ภิกฺขู นมสฺสิตุํ อุปาคมินฺติ โยชนา. สมณสมาคมํ สิวนฺติ สมณานํ สมิตปาปานํ พุทฺธพุทฺธสาวกานํ สิวญฺจ ธมฺมํ เขมํ สมาคมํ สงฺคมํ ปยิรุปาสิตุํ อุปาคมินฺติ สมฺพนฺโธ. สิริมโต ธมฺมราชิโนติ ภุมฺมตฺเถ สามิวจนํ. สิริมติ ธมฺมราชินีติ อตฺโถ. เอวเมว จ เกจิ ปฐนฺติ.
๑๔๙. มุทิตมนมฺหีติ โมทิตมนา อมฺหิ. ปีณิตาติ ตุฏฺฐา, ปีติรสวเสน วา ติตฺตา. นรวรทมฺมสารถินฺติ นรวโร จ โส อคฺคปุคฺคลตฺตา, ทมฺมานํ ทเมตพฺพานํ เวเนยฺยานํ นิพฺพานาภิมุขํ สารณโต ทมฺมสารถิ จาติ นรวรทมฺมสารถิ, ตํ. ปรมหิตานุกมฺปกนฺติ ปรเมน อุตฺตเมน หิเตน สพฺพสตฺตานํ อนุกมฺปกํ.
เอวํ สิริมา เทวธีตา อตฺตโน ลทฺธิปเวทนมุเขน รตนตฺตเย ปสาทํ ปเวเทตฺวา ภควนฺตํ ภิกฺขุสงฺฆญฺจ วนฺทิตฺวา ปทกฺขิณํ กตฺวา เทวโลกเมว คตา. ภควา ตเมว โอติณฺณวตฺถุํ อฏฺฐุปฺปตฺตึ กตฺวา ธมฺมํ เทเสสิ, เทสนาปริโยสาเน อุกฺกณฺฐิตภิกฺขุ อรหตฺตํ ปาปุณิ, สมฺปตฺตปริสายปิ สา ธมฺมเทสนา สาตฺถิกา ชาตาติ.
สิริมาวิมานวณฺณนา นิฏฺฐิตา.