๑๕. อุตฺตราวิมานวณฺณนา
อภิกฺกนฺเตน วณฺเณนาติ อุตฺตราวิมานํ. ตสฺส กา อุปฺปตฺติ? ภควา ราชคเห วิหรติ เวฬุวเน กลนฺทกนิวาเป. เตน จ สมเยน ปุณฺโณ นาม ทุคฺคตปุริโส ราชคหเสฏฺฐึ อุปนิสฺสาย ชีวติ, ตสฺส ภริยา อุตฺตรา, อุตฺตรา จ นาม ธีตาติ เทฺว เอว เคหมานุสกา. อเถกทิวสํ ราชคเห ‘‘มหาชเนน สตฺตาหํ นกฺขตฺตํ กีฬิตพฺพ’’นฺติ โฆสนํ กรึสุ. ตํ สุตฺวา เสฏฺฐิ ปาโตว อาคตํ ปุณฺณํ ‘‘ตาต, อมฺหากํ ปริชโน นกฺขตฺตํ กีฬิตุกาโม, ตฺวํ กึ นกฺขตฺตํ กีฬิสฺสสิ, อุทาหุ ภตึ กริสฺสสี’’ติ อาห. ‘‘สามิ, นกฺขตฺตํ นาม สธนานํ โหติ, มม ปน เคเห สฺวาตนาย ยาคุตณฺฑุลานิปิ นตฺถิ, กึ เม นกฺขตฺเตน? โคเณ ลภนฺโต กสิตุํ คมิสฺสามี’ติ. ‘‘เตน หิ โคเณ คณฺหสฺสู’’ติ. โส พลวโคเณ จ ภทฺทนงฺคลญฺจ คเหตฺวา ‘‘ภทฺเท, นาครา นกฺขตฺตํ กีฬนฺติ, อหํ ทลิทฺทตาย ภตึ กาตุํ คมิสฺสามิ, มยฺหมฺปิ ตาว อชฺช ทิคุณํ นิวาปํ ปจิตฺวา ภตฺตํ อาหเรยฺยาสี’’ติ ภริยํ วตฺวา เขตฺตํ อคมาสิ.
สาริปุตฺตตฺเถโรปิ สตฺตาหํ นิโรธสมาปนฺโน ตโต วุฏฺฐาย ‘‘กสฺส นุ โข อชฺช มยา สงฺคหํ กาตุํ วฏฺฏตี’’ติ โอโลเกนฺโต ปุณฺณํ อตฺตโน ญาณชาลสฺส อนฺโต ปวิฏฺฐํ ทิสฺวา ‘‘สทฺโธ นุ โข เอส, สกฺขิสฺสติ วา เม สงฺคหํ กาตุ’’นฺติ โอโลเกนฺโต ตสฺส สทฺธภาวญฺจ สงฺคหํ กาตุํ สมตฺถภาวญฺจ ตปฺปจฺจยา จ ตสฺส มหาสมฺปตฺติปฏิลาภํ ญตฺวา ปตฺตจีวรํ อาทาย ตสฺส กสนฏฺฐานํ คนฺตฺวา อาวาฏตีเร เอกํ คุมฺพํ โอโลเกนฺโต อฏฺฐาสิ. ปุณฺโณ เถรํ ทิสฺวาว กสึ ฐเปตฺวา ปญฺจปติฏฺฐิเตน เถรํ วนฺทิตฺวา ‘‘ทนฺตกฏฺเฐน อตฺโถ ภวิสฺสตี’’ติ ทนฺตกฏฺฐํ กปฺปิยํ กตฺวา อทาสิ. อถสฺส เถโร ปตฺตญฺจ ปริสฺสาวนญฺจ นีหริตฺวา อทาสิ. โส ‘‘ปานีเยน อตฺโถ ภวิสฺสตี’’ติ ตํ อาทาย ปานียํ ปริสฺสาเวตฺวา อทาสิ.
เถโร จินฺเตสิ ‘‘อยํ ปเรสํ ปจฺฉิมเคเห วสติ, สจสฺส เคหทฺวารํ คมิสฺสามิ, อิมสฺส ภริยา มํ ทฏฺฐุํ น สกฺขิสฺสติ, ยาวสฺส ภริยา ภตฺตํ อาทาย มคฺคํ ปฏิปชฺชติ, ตาว อิเธว ภวิสฺสามี’’ติ. โส ตตฺเถว โถกํ วีตินาเมตฺวา ตสฺสา มคฺคารุฬฺหภาวํ ญตฺวา อนฺโตนคราภิมุโข ปายาสิ. สา อนฺตรามคฺเค เถรํ ทิสฺวา จินฺเตสิ ‘‘อปฺเปกทาหํ เทยฺยธมฺเม สติ อยฺยํ น ปสฺสามิ, อปฺเปกทา เม อยฺยํ ปสฺสนฺติยา เทยฺยธมฺโม น โหติ, อชฺช ปน เม อยฺโย จ ทิฏฺโฐ, เทยฺยธมฺโม จายํ อตฺถิ, กริสฺสติ นุ โข เม สงฺคห’’นฺติ. สา ภตฺตภาชนํ โอตาเรตฺวา เถรํ ปญฺจปติฏฺฐิเตน วนฺทิตฺวา ‘‘ภนฺเต, อิทํ ลูขํ วา ปณีตํ วาติ อจินฺเตตฺวา ทาสสฺส โว สงฺคหํ กโรถา’’ติ อาห. อถ เถโร ปตฺตํ อุปนาเมตฺวา ตาย เอเกน หตฺเถน ภาชนํ ธาเรตฺวา เอเกน หตฺเถน ตโต ภตฺตํ ททมานาย อุปฑฺฒภตฺเต ทินฺเน ‘‘อล’’นฺติ หตฺเถน ปตฺตํ ปิทหิ. สา ‘‘ภนฺเต, เอโกว ปฏิวีโส, น สกฺกา ทฺวิธา กาตุํ, ตุมฺหากํ ทาสสฺส อิธโลกสงฺคหํ อกตฺวา ปรโลกสงฺคหํ กโรถ, นิรวเสสเมว ทาตุกามามฺหี’’ติ วตฺวา สพฺพเมวสฺส ปตฺเต ปติฏฺฐาเปตฺวา ‘‘ตุเมฺหหิ ทิฏฺฐธมฺมสฺส ภาคินี อสฺส’’นฺติ ปตฺถนํ อกาสิ. เถโร ‘‘เอวํ โหตู’’ติ วตฺวา ฐิตโกว อนุโมทนํ กตฺวา เอกสฺมึ อุทกผาสุกฏฺฐาเน นิสีทิตฺวา ภตฺตกิจฺจํ อกาสิ. สาปิ ปฏินิวตฺติตฺวา ตณฺฑุเล ปริเยสิตฺวา ภตฺตํ ปจิ.
ปุณฺโณปิ อฑฺฒกรีสมตฺตํ ฐานํ กสิตฺวา ชิฆจฺฉํ สหิตุํ อสกฺโกนฺโต โคเณ วิสฺสชฺเชตฺวา เอกํ รุกฺขฉายํ ปวิสิตฺวา มคฺคํ โอโลเกนฺโต นิสีทิ. อถสฺส ภริยา ภตฺตมาทาย คจฺฉมานา ตํ ทิสฺวาว ‘‘เอส ชิฆจฺฉาปีฬิโต มํ โอโลเกนฺโต นิสินฺโน, สเจ มํ ‘อติวิย จิรายี’ติ ตชฺเชตฺวา ปโตทลฏฺฐิยา ปหริสฺสติ, มยา กตกมฺมํ นิรตฺถกํ ภวิสฺสติ, ปฏิกจฺเจวสฺส อาโรเจสฺสามี’’ติ จินฺเตตฺวา เอวมาห ‘‘สามิ, อชฺเชกทิวสํ จิตฺตํ ปสาเทหิ, มา มยา กตกมฺมํ นิรตฺถกํ กริ, อหํ ปาโตว เต ภตฺตํ อาหรนฺตี อนฺตรามคฺเค ธมฺมเสนาปตึ ทิสฺวา ตว ภตฺตํ ตสฺส ทตฺวา ปุน เคหํ คนฺตฺวา ภตฺตํ ปจิตฺวา อาคตา, ปสาเทหิ, สามิ, จิตฺต’’นฺติ. โส ‘‘กึ วเทสิ, ภทฺเท’’ติ ปุจฺฉิตฺวา ปุน ตมตฺถํ สุตฺวา ‘‘ภทฺเท, สาธุ วต เต กตํ มม ภตฺตํ อยฺยสฺส ททมานาย, มยาปิสฺส อชฺช ปาโตว ทนฺตกฏฺฐญฺจ มุโขทกญฺจ ทินฺน’’นฺติ ปสนฺนมานโส ตํ วจนํ อภินนฺทิตฺวา อุสฺสูเร ลทฺธภตฺตตาย กิลนฺตกาโย ตสฺสา องฺเก สีสํ กตฺวา นิทฺทํ โอกฺกมิ.
อถสฺส ปาโตว กสิตฏฺฐานํ ปํสุจุณฺณํ อุปาทาย สพฺพํ รตฺตสุวณฺณํ หุตฺวา กณิการปุปฺผราสิ วิย โสภมานํ อฏฺฐาสิ. โส ปพุทฺโธ โอโลเกตฺวา ภริยํ อาห ‘‘ภทฺเท, เอตํ มยา กสิตฏฺฐานํ สพฺพํ มม สุวณฺณํ หุตฺวา ปญฺญายติ, กึ นุ โข เม อติอุสฺสูเร ลทฺธภตฺตตาย อกฺขีนิ ภมนฺตี’’ติ. ‘‘สามิ, มยฺหมฺปิ เอวเมว ปญฺญายตี’’ติ. โส อุฏฺฐาย ตตฺถ คนฺตฺวา เอกํ ปิณฺฑํ คเหตฺวา นงฺคลสีเส ปหริตฺวา สุวณฺณภาวํ ญตฺวา ‘‘อโห อยฺยสฺส ธมฺมเสนาปติสฺส ทินฺนทาเน อชฺเชว วิปาโก ทสฺสิโต, น โข ปน สกฺกา เอตฺตกํ ธนํ ปฏิจฺฉาเทตฺวา ปริภุญฺชิตุ’’นฺติ ภริยาย อาภตํ ภตฺตปาตึ สุวณฺณสฺส ปูเรตฺวา ราชกุลํ คนฺตฺวา รญฺญา กโตกาโส ปวิสิตฺวา ราชานํ อภิวาเทตฺวา ‘‘กึ ตาตา’’ติ วุตฺเต ‘‘เทว, อชฺช มยา กสิตฏฺฐานํ สพฺพํ สุวณฺณราสิเมว หุตฺวา ฐิตํ, สุวณฺณํ อาหราเปตุํ วฏฺฏตี’’ติ อาห. ‘‘โกสิ ตฺว’’นฺติ? ‘‘ปุณฺโณ นามาห’’นฺติ. ‘‘กึ ปน เต อชฺช กต’’นฺติ? ‘‘ธมฺมเสนาปติสฺส เม ปาโตว ทนฺตกฏฺฐญฺจ มุโขทกญฺจ ทินฺนํ, ภริยายปิ เม มยฺหํ อาหฏภตฺตํ ตสฺเสว ทินฺน’’นฺติ.
ตํ สุตฺวา ราชา ‘‘อชฺเชว กิร โภ ธมฺมเสนาปติสฺส ทินฺนทาเน วิปาโก ทสฺสิโต’’ติ วตฺวา ‘‘ตาต, กึ กโรมี’’ติ ปุจฺฉิ. ‘‘พหูนิ สกฏสหสฺสานิ ปหิณิตฺวา สุวณฺณํ อาหราเปถา’’ติ. ราชา สกฏานิ ปหิณิ. ราชปุริเสสุ ‘‘รญฺโญ สนฺตก’’นฺติ คณฺหนฺเตสุ คหิตํ คหิตํ มตฺติกาว โหติ. เตหิ คนฺตฺวา รญฺโญ อาโรจิเต ‘‘ตาตา, ตุเมฺหหิ กินฺติ วตฺวา คหิต’’นฺติ ปุฏฺฐา ‘‘ตุมฺหากํ สนฺตก’’นฺติ อาหํสุ. เตน หิ, ตาตา, ปุน คจฺฉถ, ‘‘ปุณฺณสฺส สนฺตก’’นฺติ วตฺวา คณฺหถาติ. เต ตถา กรึสุ คหิตํ คหิตํ สุวณฺณเมว อโหสิ. ตํ สพฺพํ อาหริตฺวา ราชงฺคเณ ราสึ อกํสุ, อสีติหตฺถุพฺเพโธ ราสิ อโหสิ. ราชา นาคเร สนฺนิปาตาเปตฺวา อาห ‘‘อิมสฺมึ นคเร อตฺถิ กสฺสจิ เอตฺตกํ สุวณฺณ’’นฺติ? ‘‘นตฺถิ, เทวา’’ติ. ‘‘กึ ปนสฺส ทาตุํ วฏฺฏตี’’ติ? ‘‘เสฏฺฐิจฺฉตฺตํ, เทวา’’ติ. ราชา ‘‘พหุธนเสฏฺฐิ นาม โหตู’’ติ มหนฺเตน โภเคน สทฺธึ ตสฺส เสฏฺฐิจฺฉตฺตํ อทาสิ.
อถ นํ โส อาห ‘‘มยํ, เทว, เอตฺตกํ กาลํ ปรกุเล วสิมฺหา, วสนฏฺฐานํ โน เทถา’’ติ. เตน หิ ปสฺส, เอส คุมฺโพ ปญฺญายติ, เอตํ หราเปตฺวา เคหํ กาเรหีติ ปุราณเสฏฺฐิสฺส เคหฏฺฐานํ อาจิกฺขิ. โส ตสฺมึ ฐาเน กติปาเหเนว เคหํ การาเปตฺวา เคหปเวสนมงฺคลญฺจ ฉตฺตมงฺคลญฺจ เอกโตว กโรนฺโต สตฺตาหํ พุทฺธปฺปมุขสฺส ภิกฺขุสงฺฆสฺส ทานํ อทาสิ. อถสฺส สตฺถา ทานานุโมทนํ กโรนฺโต อนุปุพฺพึ กถํ กเถสิ. ธมฺมกถาวสาเน ปุณฺณเสฏฺฐิ จ ภริยา จสฺส ธีตา จ อุตฺตราติ ตโยปิ ชนา โสตาปนฺนา อเหสุํ.
อปรภาเค ราชคหเสฏฺฐิ ปุณฺณเสฏฺฐิโน ธีตรํ อตฺตโน ปุตฺตสฺส วาเรสิ. โส ‘‘นาหํ ทสฺสามี’’ติ วุตฺโต ‘‘มา เอวํ กโรตุ, เอตฺตกํ กาลํ อเมฺห นิสฺสาย วสนฺเตเนว เต สมฺปตฺติ ลทฺธา, เทตุ เม ปุตฺตสฺส เต ธีตร’’นฺติ อาห. โส ‘‘มิจฺฉาทิฏฺฐิกา ตุเมฺห, มม ธีตา ตีหิ รตเนหิ วินา วสิตุํ น สกฺโกติ, เนวสฺส ธีตรํ ทสฺสามี’’ติ อาห. อถ นํ พหู เสฏฺฐิคหปติกาทโย กุลปุตฺตา ‘‘มา เตน สทฺธึ วิสฺสาสํ ภินฺทิ, เทหิสฺส ธีตร’’นฺติ ยาจึสุ. โส เตสํ วจนํ สมฺปฏิจฺฉิตฺวา อาสาฬฺหิปุณฺณมาย ธีตรํ อทาสิ. สา ปติกุลํ คตกาลโต ปฏฺฐาย ภิกฺขุํ วา ภิกฺขุนึ วา อุปสงฺกมิตุํ ทานํ วา ทาตุํ ธมฺมํ วา โสตุํ นาลตฺถ, เอวํ อฑฺฒติเยสุ มาเสสุ วีติวตฺเตสุ อตฺตโน สนฺติเก ฐิเต ปริจาริเก ปุจฺฉิ ‘‘อิทานิ กิตฺตกํ อนฺโตวสฺสํ อวสิฏฺฐ’’นฺติ? ‘‘อฑฺฒมาโส, อยฺเย’’ติ. สา มาตาปิตูนํ สาสนํ ปหิณิ ‘‘กสฺมา มํ เอวรูเป พนฺธนาคาเร ปกฺขิปึสุ, วรํ ตุเมฺหหิ มํ ลกฺขณาหตํ กตฺวา ปเรสํ ทาสึ สาเวตุํ, น เอวรูปสฺส มิจฺฉาทิฏฺฐิกสฺส กุลสฺส ทาตุํ, อาคตกาลโต ปฏฺฐาย ภิกฺขุทสฺสนาทีสุ เอกมฺปิ ปุญฺญํ กาตุํ น ลภามี’’ติ. อถสฺสา ปิตา ‘‘ทุกฺขิตา วต เม ธีตา’’ติ อนตฺตมนตํ ปเวเทตฺวา ปญฺจทส กหาปณสหสฺสานิ เปเสสิ, ‘‘อิมสฺมึ นคเร สิริมา นาม คณิกา อตฺถิ, เทวสิกํ สหสฺสํ คณฺหาติ, อิเมหิ กหาปเณหิ ตํ อาเนตฺวา สามิกสฺส นิยฺยาเทตฺวา สยํ ยถารุจิ ปุญฺญานิ กโรตู’’ติ สาสนญฺจ ปหิณิ. อุตฺตรา ตถา กตฺวา สามิเกน สิริมํ ทิสฺวา ‘‘กิมิท’’นฺติ วุตฺเต ‘‘สามิ, อิมํ อฑฺฒมาสํ มม สหายิกา ตุเมฺห ปริจรตุ, อหํ ปน อิมํ อฑฺฒมาสํ ทานญฺเจว ทาตุกามา ธมฺมญฺจ โสตุกามา’’ติ อาห. โส ตํ อภิรูปํ อิตฺถึ ทิสฺวา อุปฺปนฺนสิเนโห ‘‘สาธู’’ติ สมฺปฏิจฺฉิ.
อุตฺตราปิ โข พุทฺธปฺปมุขํ ภิกฺขุสงฺฆํ นิมนฺเตตฺวา ‘‘ภนฺเต, อิมํ อฑฺฒมาสํ อญฺญตฺถ อคนฺตฺวา อิเธว ภิกฺขา คเหตพฺพา’’ติ สตฺถุ ปฏิญฺญํ คเหตฺวา ‘‘อิโต ทานิ ปฏฺฐาย ยาว มหาปวารณา, ตาว สตฺถารํ อุปฏฺฐาตุํ ธมฺมญฺจ โสตุํ ลภิสฺสามี’’ติ ตุฏฺฐมานสา ‘‘เอวํ ยาคุํ ปจถ, เอวํ ภตฺตํ ปจถ, เอวํ ปูวํ ปจถา’’ติ มหานเส สพฺพกิจฺจานิ สํวิทหนฺตี วิจรติ. อถสฺสา สามิโก ‘‘เสฺว มหาปวารณา ภวิสฺสตี’’ติ มหานสาภิมุโข วาตปาเน ฐตฺวา ‘‘กึ นุ โข กโรนฺตี สา อนฺธพาลา วิจรตี’’ติ โอโลเกตฺวา ตํ เสทกิลินฺนํ ฉาริกาย โอกิณฺณํ องฺคารมสิมกฺขิตํ ตถา สํวิทหิตฺวา วิจรมานํ ทิสฺวา ‘‘อโห อนฺธพาลา เอวรูเป ฐาเน อิมํ สิริสมฺปตฺตึ นานุภวติ, ‘‘มุณฺฑกสมเณ อุปฏฺฐหิสฺสามี’ติ ตุฏฺฐจิตฺตา วิจรตี’’ติ หสิตฺวา อปคญฺฉิ.
ตสฺมึ อปคเต ตสฺส สนฺติเก ฐิตา สิริมา ‘‘กึ นุ โข โอโลเกตฺวา เอส หสตี’’ติ เตเนว วาตปาเนน โอโลเกนฺตี อุตฺตรํ ทิสฺวา ‘‘อิมํ โอโลเกตฺวา อิมินา หสิตํ, อทฺธา อิมสฺส เอตาย สทฺธึ สนฺถโว อตฺถี’’ติ จินฺเตสิ. สา กิร อฑฺฒมาสํ ตสฺมึ เคเห พาหิรกอิตฺถี หุตฺวา วสมานาปิ ตํ สมฺปตฺตึ อนุภวมานา อตฺตโน พาหิรกอิตฺถิภาวํ อชานิตฺวา ‘‘อหํ ฆรสามินี’’ติ สญฺญมกาสิ. สา อุตฺตราย อาฆาตํ พนฺธิตฺวา ‘‘ทุกฺขมสฺสา อุปฺปาเทสฺสามี’’ติ ปาสาทา โอรุยฺห มหานสํ ปวิสิตฺวา ปูวปจนฏฺฐาเน ปกฺกุถิตํ สปฺปึ กฏจฺฉุนา อาทาย อุตฺตราภิมุขํ ปายาสิ. อุตฺตรา ตํ อาคจฺฉนฺตึ ทิสฺวา ‘‘มม สหายิกาย มยฺหํ อุปกาโร กโต, จกฺกวาฬํ อติสมฺพาธํ, พฺรหฺมโลโก อตินีจโก, มม ปน สหายิกาย คุโณว มหนฺโต, อหมฺปิ เอตํ นิสฺสาย ทานญฺจ ทาตุํ ธมฺมญฺจ โสตุํ ลภึ, สเจ มม เอติสฺสาย อุปริ โกโธ อตฺถิ, อิทํ สปฺปิ มํ ทหตุ, สเจ นตฺถิ, มา มํ ทหตู’’ติ ตํ เมตฺตาย ผริ. ตาย ตสฺสา มตฺถเก อาสิญฺจิตมฺปิ ปกฺกุถิตสปฺปิ สีโตทกํ วิย อโหสิ. อถ นํ ‘‘อิทํ สีตลํ ภวิสฺสตี’’ติ ปุน กฏจฺฉุกํ ปูเรตฺวา อาทาย อาคจฺฉนฺตึ อุตฺตราย ทาสิโย ทิสฺวา ‘‘อเร ทุพฺพินีเต น ตฺวํ อมฺหากํ อยฺยาย อุปริ ปกฺกสปฺปึ อาสิญฺจิตุํ อนุจฺฉวิกา’’ติ สนฺตชฺเชนฺติโย อิโต จิโต จ อุฏฺฐาย หตฺเถหิ จ ปาเทหิ จ โปเถตฺวา ภูมิยํ ปาเตสุํ, อุตฺตรา วาเรนฺตีปิ วาเรตุํ นาสกฺขิ. อถ สา อุปริ ฐตฺวา สพฺพา ทาสิโย ปฏิพาหิตฺวา ‘‘กิสฺส เต เอวรูปํ ภาริยํ กมฺมํ กต’’นฺติ สิริมํ โอวทิตฺวา อุโณฺหทเกน นฺหาเปตฺวา สตปากเตเลน อพฺภญฺชิ.
ตสฺมึ ขเณ สา อตฺตโน พาหิรกิตฺถิภาวํ ญตฺวา จินฺเตสิ ‘‘มยา ภาริยํ กมฺมํ กตํ สามิกสฺส หสิตมตฺตการณา อิมิสฺสา อุปริ ปกฺกสปฺปึ อาสิญฺจนฺติยา, อยํ ‘คณฺหถ น’นฺติ ทาสิโย น อาณาเปตฺวา มํ วิเหฐนกาเลปิ สพฺพา ทาสิโย ปฏิพาหิตฺวา มยฺหํ กตฺตพฺพเมว อกาสิ. สจาหํ อิมํ น ขมาเปสฺสามิ, มุทฺธา เม สตฺตธา ผเลยฺยา’’ติ ตสฺสา ปาทมูเล นิปชฺชิตฺวา ‘‘อยฺเย, ขมาหิ เม โทส’’นฺติ อาห. ‘‘อหํ สปฺปิติกา ธีตา, ปิตริ เม ขมาปิเต ขมิสฺสามี’’ติ. ‘‘โหตุ, อยฺเย, ปิตรมฺปิ เต ปุณฺณเสฏฺฐึ ขมาเปสฺสามี’’ติ. ‘‘ปุณฺโณ มม วฏฺเฏ ชนกปิตา, วิวฏฺเฏ ชนกปิตริ ขมาปิเต ปน อหํ ขมิสฺสามี’’ติ. ‘‘โก ปน เต วิวฏฺเฏ ชนกปิตา’’ติ? ‘‘สมฺมาสมฺพุทฺโธ’’ติ. ‘‘มยฺหํ เตน สทฺธึ วิสฺสาโส นตฺถิ, อหํ กึ กริสฺสามี’’ติ? ‘‘สตฺถา เสฺว ภิกฺขุสงฺฆํ อาทาย อิธาคมิสฺสติ, ตฺวํ ยถาลทฺธํ สกฺการํ คเหตฺวา อิเธว อาคนฺตฺวา ตํ ขมาเปหี’’ติ. สา ‘‘สาธุ, อยฺเย’’ติ อุฏฺฐาย อตฺตโน เคหํ คนฺตฺวา ปญฺจสตปริจาริกิตฺถิโย อาณาเปตฺวา นานาวิธานิ ขาทนียโภชนียานิ เจว สูเปยฺยานิ จ สมฺปาเทตฺวา ปุนทิวเส ตํ สกฺการํ อาทาย อุตฺตราย เคหํ อาคนฺตฺวา พุทฺธปฺปมุขสฺส ภิกฺขุสงฺฆสฺส ปตฺเต ปติฏฺฐาเปตุํ อวิสหนฺตี อฏฺฐาสิ, ตํ สพฺพํ คเหตฺวา อุตฺตราว สํวิทหิ.
สิริมาปิ สตฺถุ ภตฺตกิจฺจาวสาเน สทฺธึ ปริวาเรน สตฺถุ ปาทมูเล นิปชฺชิ. อถ นํ สตฺถา ปุจฺฉิ ‘‘โก เต อปราโธ’’ติ. ‘‘ภนฺเต มยา หิยฺโย อิทํ นาม กตํ, อถ เม สหายิกา มํ วิเหฐยมานา ทาสิโย นิวาเรตฺวา มยฺหํ อุปการเมว อกาสิ. สาหํ อิมิสฺสา คุณํ ชานิตฺวา อิมํ ขมาเปสึ, อถ มํ เอสา ‘ตุเมฺหสุ ขมาปิเตสุ ขมิสฺสามี’ติ อาหา’’ติ. ‘‘เอวํ กิร อุตฺตเร’’ติ. ‘‘อาม, ภนฺเต, สีเส เม สหายิกาย ปกฺกสปฺปิ อาสิตฺต’’นฺติ. ‘‘อถ ตยา กึ จินฺติต’’นฺติ? ‘‘จกฺกวาฬํ อติสมฺพาธํ, พฺรหฺมโลโก อตินีจโก, มม สหายิกาย คุโณว มหนฺโต, อหญฺหิ เอตํ นิสฺสาย ทานญฺจ ทาตุํ ธมฺมญฺจ โสตุํ อลตฺถํ, สเจ เม อิมิสฺสา อุปริ โกโธ อตฺถิ, อิทํ มํ ทหตุ, โน เจ, มา ทหตู’’ติ เอวํ จินฺเตตฺวา อิมํ เมตฺตาย ผรึ, ภนฺเตติ. สตฺถา ‘‘สาธุ สาธุ, อุตฺตเร, เอวํ โกธํ ชินิตุํ วฏฺฏติ. โกธโน หิ นาม อกฺโกเธน, อกฺโกสโก อนกฺโกสนฺเตน, ปริภาสโก อปริภาสนฺเตน, ถทฺธมจฺฉรี อตฺตโน สนฺตกสฺส ทาเนน, มุสาวาที สจฺจวจเนน ชินิตพฺโพ’’ติ อิมมตฺถํ ทสฺเสนฺโต –
‘‘อกฺโกเธน ชิเน โกธํ, อสาธุํ สาธุนา ชิเน;
ชิเน กทริยํ ทาเนน, สจฺเจนาลิกวาทิน’’นฺติ. (ธ. ป. ๒๒๓) –
อิมํ คาถํ วตฺวา คาถาปริโยสาเน จตุสจฺจกถํ อภาสิ. สจฺจปริโยสาเน อุตฺตรา สกทาคามิผเล ปติฏฺฐหิ, สามิโก จ สสุโร จ สสฺสุ จ โสตาปตฺติผลํ สจฺฉิกรึสุ, สิริมาปิ ปญฺจสตปริวารา โสตาปนฺนา อโหสิ. อปรภาเค อุตฺตรา กาลํ กตฺวา ตาวตึสภวเน อุปฺปชฺชิ. อถายสฺมา มหาโมคฺคลฺลาโน เหฏฺฐา วุตฺตนเยเนว เทวจาริกํ จรนฺโต อุตฺตรํ เทวธีตรํ ทิสฺวา –
๑๒๔. ‘‘อภิกฺกนฺเตน วณฺเณน, ยา ตฺวํ ติฏฺฐสิ เทวเต;
โอภาเสนฺตี ทิสา สพฺพา, โอสธี วิย ตารกา.
๑๒๕. ‘‘เกน เตตาทิโส วณฺโณ, เกน เต อิธ มิชฺฌติ;
อุปฺปชฺชนฺติ จ เต โภคา, เย เกจิ มนโส ปิยา.
๑๒๖. ‘‘ปุจฺฉามิ ตํ เทวิ มหานุภาเว,
มนุสฺสภูตา กิมกาสิ ปุญฺญํ;
เกนาสิ เอวํ ชลิตานุภาวา,
วณฺโณ จ เต สพฺพทิสา ปภาสตี’’ติ. – ปฏิปุจฺฉิ;
๑๒๗. ‘‘สา เทวตา อตฺตมนา, โมคฺคลฺลาเนน ปุจฺฉิตา;
ปญฺหํ ปุฏฺฐา วิยากาสิ, ยสฺส กมฺมสฺสิทํ ผลํ’’.
๑๒๘. ‘‘อิสฺสา จ มจฺเฉรมโถ ปฬาโส, นาโหสิ มยฺหํ ฆรมาวสนฺติยา;
อกฺโกธนา ภตฺตุ วสานุวตฺตินี, อุโปสเถ นิจฺจหมปฺปมตฺตา.
๑๒๙. ‘‘จาตุทฺทสึ ปญฺจทสึ, ยา จ ปกฺขสฺส อฏฺฐมี;
ปาฏิหาริยปกฺขญฺจ, อฏฺฐงฺคสุสมาคตํ.
๑๓๐. ‘‘อุโปสถํ อุปวสิสฺสํ, สทา สีเลสุ สํวุตา;
สญฺญมา สํวิภาคา จ, วิมานํ อาวสามหํ.
๑๓๑. ‘‘ปาณาติปาตา วิรตา, มุสาวาทา จ สญฺญตา;
เถยฺยา จ อติจารา จ, มชฺชปานา จ อารกา.
๑๓๒. ‘‘ปญฺจสิกฺขาปเท รตา, อริยสจฺจาน โกวิทา;
อุปาสิกา จกฺขุมโต, โคตมสฺส ยสสฺสิโน.
๑๓๓. ‘‘สาหํ สเกน สีเลน, ยสสา จ ยสสฺสินี;
อนุโภมิ สกํ ปุญฺญํ, สุขิตา จมฺหินามยา.
๑๓๔. ‘‘เตน เมตาทิโส วณฺโณ, เตน เม อิธ มิชฺฌติ;
อุปฺปชฺชนฺติ จ เม โภคา, เย เกจิ มนโส ปิยา.
๑๓๕. ‘‘อกฺขามิ เต ภิกฺขุ มหานุภาว, มนุสฺสภูตา ยมหํ อกาสึ;
เตนมฺหิ เอวํ ชลิตานุภาวา, วณฺโณ จ เม สพฺพทิสา ปภาสตี’’ติ. –
เทวตาปิสฺส วิสฺสชฺเชสิ.
๑๒๖. มม จ, ภนฺเต, วจเนน ภควโต ปาเท สิรสา วนฺเทยฺยาสิ ‘‘อุตฺตรา นาม ภนฺเต, อุปาสิกา ภควโต ปาเท สิรสา วนฺทตี’’ติ. อนจฺฉริยํ โข ปเนตํ, ภนฺเต, ยํ มํ ภควา อญฺญตรสฺมึ สามญฺญผเล พฺยากเรยฺย, ตํ ภควา สกทาคามิผเล พฺยากาสีติ.
๑๒๘. ตตฺถ อิสฺสา จ มจฺเฉรมโถ ปฬาโส, นาโหสิ มยฺหํ ฆรมาวสนฺติยาติ ยา จ อคารมชฺเฌ วสนฺตีนํ อญฺญาสํ อิตฺถีนํ สมฺปตฺติอาทิวิสยา ปรสมฺปตฺติอุสูยนลกฺขณา อิสฺสา, ยญฺจ ตาวกาลิกาทิวเสนาปิ กิญฺจิ ยาจนฺตานํ อทาตุกามตาย อตฺตสมฺปตฺตินิคูหนลกฺขณํ มจฺฉริยํ, โย จ กุลปเทสาทินา ปเรหิ ยุคคฺคาหลกฺขโณ ปฬาโส อุปฺปชฺชติ, โส ติวิโธปิ ปาปธมฺโม เคเห ฐิตาย มยฺหํ สติปิ ปจฺจยสมวาเย นาโหสิ น อุปฺปชฺชิ. อกฺโกธนาติ ขนฺติเมตฺตานุทฺทยสมฺปนฺนตาย อกุชฺฌนสภาวา. ภตฺตุ วสานุวตฺตินีติ ปุพฺพุฏฺฐานปจฺฉานิปาตนาทินา สามิกสฺส อนุกูลภาเวน วเส วตฺตนสีลา, มนาปจารินีติ อตฺโถ. อุโปสเถ นิจฺจหมปฺปมตฺตาติ อหํ อุโปสถสีลรกฺขเณ นิจฺจํ อปฺปมตฺตา อปฺปมาทวิหารินี.
๑๒๙. ตเมว อุโปสเถ อปฺปมาทํ ทสฺเสนฺตี เยสุ ทิวเสสุ ตํ รกฺขิตพฺพํ, ยาทิสํ ยถา จ รกฺขิตพฺพํ, ตํ ทสฺเสตุํ ‘‘จาตุทฺทสิ’’นฺติอาทิมาห. ตตฺถ จาตุทฺทสึ ปญฺจทสินฺติ ปกฺขสฺสาติ สมฺพนฺโธ, อจฺจนฺตสํโยเค เจตํ อุปโยควจนํ. ยา จ ปกฺขสฺส อฏฺฐมีติ เอตฺถ จาติ วจนเสโส. ปาฏิหาริยปกฺขญฺจาติ ปฏิหรณกปกฺขญฺจ, จาตุทฺทสีปญฺจทสีอฏฺฐมีนํ ยถากฺกมํ อาทิโต อนฺตโต จาติ ปเวสนนิกฺขมนวเสน อุโปสถสีลสฺส ปฏิหริตพฺพํ ปกฺขญฺจ, เตรสี ปาฏิปทา สตฺตมี นวมี จาติ อตฺโถ. อฏฺฐงฺคสุสมาคตนฺติ ปาณาติปาตาเวรมณีอาทีหิ อฏฺฐหงฺเคหิ เอว สุฏฺฐุ สมาคตํ สมนฺนาคตํ.
๑๓๐. อุปวสิสฺสนฺติ อุปวสึ. อตีตตฺเถ หิ อิทํ อนาคตวจนํ. เกจิ ปน ‘‘อุปวสึ’’อิจฺเจว ปฐนฺติ. สทาติ สปฺปฏิหาริเกสุ สพฺเพสุ อุโปสถทิวเสสุ. สีเลสูติ อุโปสถสีเลสุ สาเธตพฺเพสุ. นิปฺผาเทตพฺเพ หิ อิทํ ภุมฺมํ. สํวุตาติ กายวาจาจิตฺเตหิ สํวุตา. สทาติ วา สพฺพกาลํ. สีเลสูติ นิจฺจสีเลสุ. สํวุตาติ กายวาจาหิ สํวุตา.
๑๓๑. อิทานิ ตํ นิจฺจสีลํ ทสฺเสตุํ ‘‘ปาณาติปาตา วิรตา’’ติอาทิ วุตฺตํ. ตตฺถ ปาโณติ โวหารโต สตฺโต, ปรมตฺถโต ชีวิตินฺทฺริยํ. ปาณสฺส อติปาโต ปาณวโธ ปาณฆาโต ปาณาติปาโต, อตฺถโต ปาเณ ปาณสญฺญิโน ชีวิตินฺทฺริยุปจฺเฉทกอุปกฺกมสมุฏฺฐาปิกา กายวจีทฺวารานํ อญฺญตรทฺวารปวตฺตา วธกเจตนา. ตโต ปาณาติปาตา. วิรตาติ โอรตา, นิวตฺตาติ อตฺโถ.
มุสาวาทาติ มุสา นาม วิสํวาทนปุเรกฺขารสฺส อตฺถภญฺชนโก วจีปโยโค วา กายปโยโค วา, วิสํวาทนาธิปฺปาเยน ปรสฺส วิสํวาทกกายวจีปโยคสมุฏฺฐาปิกา เจตนา มุสาวาโท. อถ วา มุสาติ อภูตํ อตจฺฉํ วตฺถุ, วาโทติ ตสฺส ภูตโต ตจฺฉโต วิญฺญาเปตุกามสฺส ตถา วิญฺญตฺติสมุฏฺฐาปิกา เจตนา. ตโต มุสาวาทา สญฺญตา โอรตา, วิรตาติ อตฺโถ. จ-สทฺโท สมฺปิณฺฑนตฺโถ.
เถยฺยาติ เถยฺยํ วุจฺจติ เถนภาโว, โจริกาย ปรสฺสหรณนฺติ อตฺโถ. อตฺถโต ปรปริคฺคหิเต ปรปริคฺคหิตสญฺญิโน ตทาทายกอุปกฺกมสมุฏฺฐาปิกา เถยฺยเจตนา เถยฺยํ. ตโต เถยฺยา สญฺญตา, อารกาติ วา สมฺพนฺโธ.
อติจาราติ อติจฺจ จาโร อติจาโร, โลกมริยาทํ อติกฺกมิตฺวา อคมนียฏฺฐาเน กามวเสน จาโร มิจฺฉาจาโรติ อตฺโถ. อคมนียฏฺฐานํ นาม – ปุริสานํ มาตุรกฺขิตา ปิตุรกฺขิตา มาตาปิตุรกฺขิตา ภาตุรกฺขิตา ภคินิรกฺขิตา ญาติรกฺขิตา โคตฺตรกฺขิตา ธมฺมรกฺขิตา สารกฺขา สปริทณฺฑาติ ทส, ธนกฺกีตา ฉนฺทวาสินี โภควาสินี ปฏวาสินี โอทปตฺตกินี โอภฏจุมฺพฏา ทาสี จ ภริยา กมฺมการี จ ภริยา ธชาหฏา มุหุตฺติกาติ ทสาติ วีสติ อิตฺถิโย. อิตฺถีสุ ปน ทฺวินฺนํ สารกฺขสปริทณฺฑานํ ทสนฺนญฺจ ธนกฺกีตาทีนนฺติ ทฺวาทสนฺนํ อญฺญปุริสา อคมนียฏฺฐานํ, อิทเมว อิธ อธิปฺเปตํ. ลกฺขณโต ปน อสทฺธมฺมาธิปฺปาเยน กายทฺวารปวตฺตา อคมนียฏฺฐานวีติกฺกมเจตนา อติจาโร. ตสฺมา อติจารา.
มชฺชปานาติ มชฺชํ วุจฺจติมทนียฏฺเฐน สุรา จ เมรยญฺจ, ปิวนฺติ เตนาติ ปานํ, มชฺชสฺส ปานํ มชฺชปานํ. ยาย ทุสฺสีลฺยเจตนาย มชฺชสงฺขาตํ ปิฏฺฐสุรา, ปูวสุรา, โอทนิยสุรา, กิณฺณปกฺขิตฺตา, สมฺภารสํยุตฺตาติ ปญฺจเภทํ สุรํ วา, ปุปฺผาสโว, ผลาสโว, มธฺวาสโว, คุฬาสโว, สมฺภารสํยุตฺโตติ ปญฺจเภทํ เมรยํ วา พีชโต ปฏฺฐาย กุสคฺเคนาปิ ปิวติ, สา เจตนา มชฺชปานํ. ตสฺมา มชฺชปานา อารกา วิรตา.
๑๓๒. เอวํ ‘‘ปาณาติปาตา วิรตา’’ติอาทินา ปหาตพฺพธมฺมวเสน วิภชิตฺวา ทสฺสิตํ นิจฺจสีลํ ปุน สมาทาตพฺพตาวเสน เอกโต กตฺวา ทสฺเสนฺตี ‘‘ปญฺจสิกฺขาปเท รตา’’ติ อาห. ตตฺถ สิกฺขาปทนฺติ สิกฺขิตพฺพปทํ, สิกฺขาโกฏฺฐาเสติ อตฺโถ. อถ วา ฌานาทโย สพฺเพปิ กุสลา ธมฺมา สิกฺขิตพฺพโต สิกฺขา, ปญฺจสุ ปน สีลงฺเคสุ ยํกิญฺจิ องฺคํ ตาสํ สิกฺขานํ ปติฏฺฐานฏฺเฐน ปทนฺติ สิกฺขานํ ปทตฺตา สิกฺขาปทํ, ปญฺจ สีลงฺคานิ. ตสฺมึ ปญฺจวิเธ สิกฺขาปเท รตา อภิรตาติ ปญฺจสิกฺขาปเท รตา. อริยสจฺจาน โกวิทาติ ปริญฺญาปหานสจฺฉิกิริยาภาวนาภิสมยวเสน ทุกฺขสมุทยนิโรธมคฺคสงฺขาเตสุ จตูสุ อริยสจฺเจสุ กุสลา นิปุณา, ปฏิวิทฺธจตุสจฺจาติ อตฺโถ. โคตมสฺสาติ ภควนฺตํ โคตฺเตน กิตฺเตติ. ยสสฺสิโนติ กิตฺติมโต, ปริวารวโต วา.
๑๓๓. สาหนฺติ สา ยถาวุตฺตคุณา อหํ. สเกน สีเลนาติ อนุสฺสุกิตาทินา อตฺตโน สภาวสีเลน จ อุโปสถสีลาทิสมาทานสีเลน จ การณภูเตน. ตญฺหิ สตฺตานํ กมฺมสฺสกตาย หิตสุขาวหตาย จ วิเสสโต ‘‘สก’’นฺติ วุจฺจติ. เตเนวาห –
‘‘ตญฺหิ ตสฺส สกํ โหติ, ตญฺจ อาทาย คจฺฉติ;
ตญฺจสฺส อนุคํ โหติ, ฉายาว อนปายินี’’ติ. (สํ. นิ. ๑.๑๑๕);
ยสสา จ ยสสฺสินีติ ‘‘อุตฺตรา อุปาสิกา สีลาจารสมฺปนฺนา อนุสฺสุกี อมจฺฉรี อกฺโกธนา’’ติอาทินา ‘‘อาคตผลา วิญฺญาตสาสนา’’ติอาทินา จ ยถาภูตคุณาธิคเตน ชลตเล เตเลน วิย สมนฺตโต ปตฺถเฏน กิตฺติสทฺเทน ยสสฺสินี กิตฺติมตี, เตน วา สีลคุเณน อิธ อธิคเตน ยสปริวาเรน ยสสฺสินี สมฺปนฺนปริวารา. อนุโภมิ สกํ ปุญฺญนฺติ ยถูปจิตํ อตฺตโน ปุญฺญํ ปจฺจนุโภมิ. ยสฺส หิ ปุญฺญผลํ อนุภูยติ, ผลูปจาเรน ตํ ปุญฺญมฺปิ อนุภูยตีติ วุจฺจติ. อถ วา ปุถุชฺชนภาวโต สุจริตผลมฺปิ ‘‘ปุญฺญ’’นฺติ วุจฺจติ. ยถาห ‘‘กุสลานํ, ภิกฺขเว, ธมฺมานํ สมาทานเหตุ เอวมิทํ ปุญฺญํ ปวฑฺฒตี’’ติ. สุขิตา จมฺหินามยาติ ทิพฺพสุเขน จ ผลสุเขน จ สุขิตา จมฺหิ ภวามิ, กายิกเจตสิกทุกฺขาภาวโต อนามยา อโรคา.
๑๓๖. มม จาติ จ-สทฺโท สมุจฺจยตฺโถ. เตน ‘‘มม วจเนน จ วนฺเทยฺยาสิ, น ตว สภาเวเนวา’’ติ วนฺทนํ สมุจฺจิโนติ. อนจฺฉริยนฺติอาทินา อตฺตโน อริยสาวิกาภาวสฺส ปากฏภาวํ ทสฺเสติ. ตํ ภควาติอาทิ สงฺคีติการวจนํ. เสสํ วุตฺตนยเมวาติ.
อุตฺตราวิมานวณฺณนา นิฏฺฐิตา.