๙. ปฐมทพฺพสุตฺตวณฺณนา

๗๙. นวเม อายสฺมาติ ปิยวจนํ. ทพฺโพติ ตสฺส เถรสฺส นามํ. มลฺลปุตฺโตติ มลฺลราชสฺส ปุตฺโต. โส หิ อายสฺมา ปทุมุตฺตรสฺส ภควโต ปาทมูเล กตาภินีหาโร กปฺปสตสหสฺสํ อุปจิตปุญฺญสญฺจโย อมฺหากํ ภควโต กาเล มลฺลราชสฺส เทวิกา กุจฺฉิยํ นิพฺพตฺโต กตาธิการตฺตา ชาติยา สตฺตวสฺสิกกาเลเยว มาตาปิตโร อุปสงฺกมิตฺวา ปพฺพชฺชํ ยาจิ. เต จ ‘‘ปพฺพชิตฺวาปิ อาจารํ ตาว สิกฺขตุ, สเจ ตํ นาภิรมิสฺสติ, อิเธว อาคมิสฺสตี’’ติ อนุชานึสุ. โส สตฺถารํ อุปสงฺกมิตฺวา ปพฺพชฺชํ ยาจิ. สตฺถาปิสฺส อุปนิสฺสยสมฺปตฺตึ โอโลเกตฺวา ปพฺพชฺชํ อนุชานิ. ตสฺส ปพฺพชฺชาสมเย ทินฺนโอวาเทน ภวตฺตยํ อาทิตฺตํ วิย อุปฏฺฐาสิ. โส วิปสฺสนํ ปฏฺฐเปตฺวา ขุรคฺเคเยว อรหตฺตํ ปาปุณิ. ยํกิญฺจิ สาวเกน ปตฺตพฺพํ, ‘‘ติสฺโส วิชฺชา จตสฺโส ปฏิสมฺภิทา ฉฬภิญฺญา นว โลกุตฺตรธมฺมา’’ติ เอวมาทิกํ สพฺพํ อธิคนฺตฺวา อสีติยา มหาสาวเกสุ อพฺภนฺตโร อโหสิ. วุตฺตเญฺหตํ เตน อายสฺมตา –

‘‘มยา โข ชาติยา สตฺตวสฺเสน อรหตฺตํ สจฺฉิกตํ, ยํกิญฺจิ สาวเกน ปตฺตพฺพํ, สพฺพํ ตํ อนุปฺปตฺตํ มยา’’ติอาทิ (ปารา. ๓๘๐).

เยน ภควา เตนุปสงฺกมีติ โส กิรายสฺมา เอกทิวสํ ราชคเห ปิณฺฑาย จริตฺวา ปจฺฉาภตฺตํ ปิณฺฑปาตปฺปฏิกฺกนฺโต ภควโต วตฺตํ ทสฺเสตฺวา ทิวาฏฺฐานํ คนฺตฺวา อุทกกุมฺภโต อุทกํ คเหตฺวา ปาเท ปกฺขาเลตฺวา คตฺตานิ สีตึ กตฺวา จมฺมกฺขณฺฑํ ปญฺญาเปตฺวา นิสินฺโน กาลปริจฺเฉทํ กตฺวา สมาปตฺตึ สมาปชฺชิ. อถายสฺมา ยถากาลปริจฺเฉทํ สมาปตฺติโต วุฏฺฐหิตฺวา อตฺตโน อายุสงฺขาเร โอโลเกสิ. ตสฺส เต ปริกฺขีณา กติปยมุหุตฺติกา อุปฏฺฐหึสุ. โส จินฺเตสิ – ‘‘น โข เมตํ ปติรูปํ, ยมหํ สตฺถุ อนาโรเจตฺวา สพฺรหฺมจารีหิ จ อวิทิโต อิธ ยถานิสินฺโนว ปรินิพฺพายิสฺสามิ. ยํนูนาหํ สตฺถารํ อุปสงฺกมิตฺวา ปรินิพฺพานํ อนุชานาเปตฺวา สตฺถุ วตฺตํ ทสฺเสตฺวา สาสนสฺส นิยฺยานิกภาวทสฺสนตฺถํ มยฺหํ อิทฺธานุภาวํ วิภาเวนฺโต อากาเส นิสีทิตฺวา เตโชธาตุํ สมาปชฺชิตฺวา ปรินิพฺพาเยยฺยํ. เอวํ สนฺเต เย มยิ อสฺสทฺธา อปฺปสนฺนา, เตสมฺปิ ปสาโท อุปฺปชฺชิสฺสติ, ตทสฺส เตสํ ทีฆรตฺตํ หิตาย สุขายา’’ติ. เอวญฺจ โส อายสฺมา จินฺเตตฺวา ภควนฺตํ อุปสงฺกมิตฺวา สพฺพํ ตํ ตเถว อกาสิ. เตน วุตฺตํ – ‘‘อถ โข อายสฺมา ทพฺโพ มลฺลปุตฺโต เยน ภควา เตนุปสงฺกมี’’ติอาทิ.

ตตฺถ ปรินิพฺพานกาโล เมติ ‘‘ภควา มยฺหํ อนุปาทิเสสาย นิพฺพานธาตุยา ปรินิพฺพานกาโล อุปฏฺฐิโต, ตมหํ ภควโต อาโรเจตฺวา ปรินิพฺพายิตุกาโมมฺหี’’ติ ทสฺเสติ. เกจิ ปนาหุ ‘‘น ตาว เถโร ชิณฺโณ, น จ คิลาโน, ปรินิพฺพานาย จ สตฺถารํ อาปุจฺฉติ, กึ ตตฺถ การณํ? ‘เมตฺติยภูมชกา ภิกฺขู ปุพฺเพ มํ อมูลเกน ปาราชิเกน อนุทฺธํเสสุํ, ตสฺมึ อธิกรเณ วูปสนฺเตปิ อกฺโกสนฺติเยว. เตสํ สทฺทหิตฺวา อญฺเญปิ ปุถุชฺชนา มยิ อคารวํ ปริภวญฺจ กโรนฺติ. อิมญฺจ ทุกฺขภารํ นิรตฺถกํ วหิตฺวา กึ ปโยชนํ, ตสฺมาหํ อิทาเนว ปรินิพฺพายิสฺสามี’ติ สนฺนิฏฺฐานํ กตฺวา สตฺถารํ อาปุจฺฉี’’ติ. ตํ อการณํ. น หิ ขีณาสวา อปริกฺขีเณ อายุสงฺขาเร ปเรสํ อุปวาทาทิภเยน ปรินิพฺพานาย เจเตนฺติ ฆฏยนฺติ วายมนฺติ, น จ ปเรสํ ปสํสาทิเหตุ จิรํ ติฏฺฐนฺติ, อถ โข สรเสเนว อตฺตโน อายุสงฺขารสฺส ปริกฺขยํ อาคเมนฺติ. ยถาห –

‘‘นาภิกงฺขามิ มรณํ, นาภิกงฺขามิ ชีวิตํ;

กาลญฺจ ปฏิกงฺขามิ, นิพฺพิสํ ภตโก ยถา’’ติ. (เถรคา. ๑๙๖, ๖๐๖; มิ. ป. ๒.๒.๔) –

ภควาปิสฺส อายุสงฺขารํ โอโลเกตฺวา ปริกฺขีณภาวํ ญตฺวา ‘‘ยสฺสทานิ ตฺวํ, ทพฺพ, กาลํ มญฺญสี’’ติ อาห.

เวหาสํ อพฺภุคฺคนฺตฺวาติ อากาสํ อภิอุคฺคนฺตฺวา, เวหาสํ คนฺตฺวาติ อตฺโถ. อภิสทฺทโยเคน หิ อิทํ อุปโยควจนํ, อตฺโถ ปน ภุมฺมวเสน เวทิตพฺโพ. เวหาสํ อพฺภุคฺคนฺตฺวา กึ อกาสีติ อาห – ‘‘อากาเส อนฺตลิกฺเข ปลฺลงฺเกน นิสีทิตฺวา’’ติอาทิ. ตตฺถ เตโชธาตุํ สมาปชฺชิตฺวาติ เตโชกสิณจตุตฺถชฺฌานสมาปตฺตึ สมาปชฺชิตฺวา. เถโร หิ ตทา ภควนฺตํ วนฺทิตฺวา ติกฺขตฺตุํ ปทกฺขิณํ กตฺวา เอกมนฺตํ ฐิโต ‘‘ภควา กปฺปสตสหสฺสํ ตุเมฺหหิ สทฺธึ ตตฺถ ตตฺถ วสนฺโต ปุญฺญานิ กโรนฺโต อิมเมวตฺถํ สนฺธาย อกาสึ, สฺวายมตฺโถ อชฺช มตฺถกํ ปตฺโต, อิทํ ปจฺฉิมทสฺสน’’นฺติ อาห. เย ตตฺถ ปุถุชฺชนภิกฺขู โสตาปนฺนสกทาคามิโน จ, เตสุ เอกจฺจานํ มหนฺตํ การุญฺญํ อโหสิ, เอกจฺเจ อาโรทนปฺปตฺตา อเหสุํ. อถสฺส ภควา จิตฺตาจารํ ญตฺวา ‘‘เตน หิ, ทพฺพ, มยฺหํ ภิกฺขุสงฺฆสฺส จ อิทฺธิปาฏิหาริยํ ทสฺเสหี’’ติ อาห. ตาวเทว สพฺโพ ภิกฺขุสงฺโฆ สนฺนิปติ. อถายสฺมา ทพฺโพ ‘‘เอโกปิ หุตฺวา พหุธา โหตี’’ติอาทินา (ปฏิ. ม. ๑.๑๐๒; ที. นิ. ๑.๔๘๔) นเยน อาคตานิ สาวกสาธารณานิ สพฺพานิ ปาฏิหาริยานิ ทสฺเสตฺวา ปุน จ ภควนฺตํ วนฺทิตฺวา อากาสํ อพฺภุคฺคนฺตฺวา อากาเส ปถวึ นิมฺมินิตฺวา ตตฺถ ปลฺลงฺเกน นิสินฺโน เตโชกสิณสมาปตฺติยา ปริกมฺมํ กตฺวา สมาปตฺตึ สมาปชฺชิตฺวา วุฏฺฐาย สรีรํ อาวชฺชิตฺวา ปุน สมาปตฺตึ สมาปชฺชิตฺวา สรีรฌาปนเตโชธาตุํ อธิฏฺฐหิตฺวา ปรินิพฺพายิ. สห อธิฏฺฐาเนน สพฺโพ กาโย อคฺคินา อาทิตฺโต อโหสิ. ขเณเนว จ โส อคฺคิ กปฺปวุฏฺฐานคฺคิ วิย อณุมตฺตมฺปิ สงฺขารคตํ มสิมตฺตมฺปิ ตตฺถ กิญฺจิ อนวเสเสนฺโต อธิฏฺฐานพเลน ฌาเปตฺวา นิพฺพายิ. เตน วุตฺตํ – ‘‘อถ โข อายสฺมา ทพฺโพ มลฺลปุตฺโต’’ติอาทิ. ตตฺถ วุฏฺฐหิตฺวา ปรินิพฺพายีติ อิทฺธิจิตฺตโต วุฏฺฐหิตฺวา ภวงฺคจิตฺเตน ปรินิพฺพายิ.

ฌายมานสฺสาติ ชาลิยมานสฺส. ฑยฺหมานสฺสาติ ตสฺเสว เววจนํ. อถ วา ฌายมานสฺสาติ ชาลาปวตฺติกฺขณํ สนฺธาย วุตฺตํ, ฑยฺหมานสฺสาติ วีตจฺจิตงฺคารกฺขณํ. ฉาริกาติ ภสฺมํ. มสีติ กชฺชลํ. น ปญฺญายิตฺถาติ น ปสฺสิตฺถ, อธิฏฺฐานพเลน สพฺพํ ขเณเนว อนฺตรธายิตฺถาติ อตฺโถ. กสฺมา ปน เถโร อุตฺตริมนุสฺสธมฺมํ อิทฺธิปาฏิหาริยํ ทสฺเสสิ, นนุ ภควตา อิทฺธิปาฏิหาริยกรณํ ปฏิกฺขิตฺตนฺติ? น โจเทตพฺพเมตํ คิหีนํ สมฺมุขา ปาฏิหาริยกรณสฺส ปฏิกฺขิตฺตตฺตา. ตญฺจ โข วิกุพฺพนวเสน, น ปเนวํ อธิฏฺฐานวเสน. อยํ ปนายสฺมา ธมฺมสามินา อาณตฺโตว ปาฏิหาริยํ ทสฺเสสิ.

เอตมตฺถํ วิทิตฺวาติ เอตํ อายสฺมโต ทพฺพสฺส มลฺลปุตฺตสฺส อนุปาทาปรินิพฺพานํ สพฺพาการโต วิทิตฺวา ตทตฺถปริทีปนํ อิมํ อุทานํ อุทาเนสิ.

ตตฺถ อเภทิ กาโยติ สพฺโพ ภูตุปาทายปเภโท จตุสนฺตติรูปกาโย ภิชฺชิ, อนวเสสโต ฑยฺหิ, อนฺตรธายิ, อนุปฺปตฺติธมฺมตํ อาปชฺชิ. นิโรธิ สญฺญาติ รูปายตนาทิโคจรตาย รูปสญฺญาทิเภทา สพฺพาปิ สญฺญา อปฺปฏิสนฺธิเกน นิโรเธน นิรุชฺฌิ. เวทนา สีติภวึสุ สพฺพาติ วิปากเวทนา กิริยเวทนาติ สพฺพาปิ เวทนา อปฺปฏิสนฺธิกนิโรเธน นิรุทฺธตฺตา อณุมตฺตมฺปิ เวทนาทรถสฺส อภาวโต สีติภูตา อเหสุํ, กุสลากุสลเวทนา ปน อรหตฺตผลกฺขเณเยว นิโรธํ คตา. ‘‘สีติรหึสู’’ติปิ ปฐนฺติ, สนฺตา นิรุทฺธา อเหสุนฺติ อตฺโถ. วูปสมึสุ สงฺขาราติ วิปากกิริยปฺปเภทา สพฺเพปิ ผสฺสาทโย สงฺขารกฺขนฺธธมฺมา อปฺปฏิสนฺธิกนิโรเธเนว นิรุทฺธตฺตา วิเสเสน อุปสมึสุ. วิญฺญาณํ อตฺถมาคมาติ วิญฺญาณมฺปิ วิปากกิริยปฺปเภทํ สพฺพํ อปฺปฏิสนฺธิกนิโรเธเนว อตฺถํ วินาสํ อุปจฺเฉทํ อคมา อคจฺฉิ.

อิติ ภควา อายสฺมโต ทพฺพสฺส มลฺลปุตฺตสฺส ปญฺจนฺนมฺปิ ขนฺธานํ ปุพฺเพเยว กิเลสาภิสงฺขารุปาทานสฺส อนวเสสโต นิรุทฺธตฺตา อนุปาทาโน วิย ชาตเวโท อปฺปฏิสนฺธิกนิโรเธน นิรุทฺธภาวํ นิสฺสาย ปีติเวควิสฺสฏฺฐํ อุทานํ อุทาเนสีติ.

นวมสุตฺตวณฺณนา นิฏฺฐิตา.