๘. ปาฏลิคามิยวคฺโค

๑. ปฐมนิพฺพานปฏิสํยุตฺตสุตฺตวณฺณนา

๗๑. ปาฏลิคามิยวคฺคสฺส ปฐเม นิพฺพานปฏิสํยุตฺตายาติ อมตธาตุสนฺนิสฺสิตาย อสงฺขตธาตุยา ปเวทนวเสน ปวตฺตาย. ธมฺมิยา กถายาติ ธมฺมเทสนาย. สนฺทสฺเสตีติ สภาวสรสลกฺขณโต นิพฺพานํ ทสฺเสติ. สมาทเปตีติ ตเมว อตฺถํ เต ภิกฺขู คณฺหาเปติ. สมุตฺเตเชตีติ ตทตฺถคหเณ อุสฺสาหํ ชเนนฺโต เตเชติ โชเตติ. สมฺปหํเสตีติ นิพฺพานคุเณหิ สมฺมเทว สพฺพปฺปกาเรหิ โตเสติ.

อถ วา สนฺทสฺเสตีติ ‘‘โส สพฺพสงฺขารสมโถ สพฺพูปธิปฏินิสฺสคฺคา ตณฺหกฺขโย วิราโค นิโรโธ’’ติอาทินา (ม. นิ. ๑.๒๘๑; ๒.๓๓๗; มหาว. ๘) นเยเนว สพฺพถา เตน เตน ปริยาเยน เตสํ เตสํ อชฺฌาสยานุรูปํ สมฺมา ทสฺเสติ. สมาทเปตีติ ‘‘อิมินา อริยมคฺเคน ตํ อธิคนฺตพฺพ’’นฺติ อธิคมปฏิปทาย สทฺธึ ตตฺถ ภิกฺขู นินฺนโปณปพฺภาเร กโรนฺโต สมฺมา อาทเปติ คณฺหาเปติ. สมุตฺเตเชตีติ เอตํ ทุกฺกรํ ทุรภิสมฺภวนฺติ ‘‘มา สมฺมาปฏิปตฺติยํ ปมาทํ อนฺตราโวสานํ อาปชฺชถ, อุปนิสฺสยสมฺปนฺนสฺส วีริยวโต นยิทํ ทุกฺกรํ, ตสฺมา สีลวิสุทฺธิอาทิวิสุทฺธิปฏิปทาย อุฏฺฐหถ ฆฏยถ วายเมยฺยาถา’’ติ นิพฺพานาธิคมาย อุสฺสาเหติ, ตตฺถ วา จิตฺตํ โวทเปติ. สมฺปหํเสตีติ ‘‘มทนิมฺมทโน ปิปาสวินโย อาลยสมุคฺฆาโต’’ติ (อ. นิ. ๔.๓๔; อิติวุ. ๙๐), ราคกฺขโย โทสกฺขโย โมหกฺขโยติ (สํ. นิ. ๔.๓๖๗; อิติวุ. ๔๔), อสงฺขตนฺติ (สํ. นิ. ๔.๓๖๗), อมตญฺจ สนฺตนฺติอาทินา จ อเนกปริยาเยน (สํ. นิ. ๔.๔๐๙) นิพฺพานานิสํสปฺปกาสเนน เตสํ ภิกฺขูนํ จิตฺตํ โตเสนฺโต หาเสนฺโต สมฺปหํเสติ สมสฺสาเสติ.

เตธาติ เต อิธ. อฏฺฐึ กตฺวาติ ‘‘อตฺถิ กิญฺจิ อยํ โน อตฺโถ อธิคนฺตพฺโพ’’ติ เอวํ สลฺลกฺเขตฺวา ตาย เทสนาย อตฺถิกา หุตฺวา. มนสิ กตฺวาติ จิตฺเต ฐเปตฺวา อนญฺญวิหิตา ตํ เทสนํ อตฺตโน จิตฺตคตเมว กตฺวา. สพฺพํ เจตโส สมนฺนาหริตฺวาติ สพฺเพน การกจิตฺเตน อาทิโต ปฏฺฐาย ยาว ปริโยสานา เทสนํ อาวชฺเชตฺวา, ตคฺคตเมว อาโภคํ กตฺวาติ อตฺโถ. อถ วา สพฺพํ เจตโส สมนฺนาหริตฺวาติ สพฺพสฺมา จิตฺตโต เทสนํ สมฺมา อนุ อนุ อาหริตฺวา. อิทํ วุตฺตํ โหติ – เทเสนฺตสฺส เยหิ จิตฺเตหิ เทสนา กตา, สพฺพสฺมา จิตฺตโต ปวตฺตํ เทสนํ พหิ คนฺตุํ อเทนฺโต สมฺมา อวิปรีตํ อนุ อนุ อาหริตฺวา อตฺตโน จิตฺตสนฺตานํ อาหริตฺวา ยถาเทสิตเทสิตํ เทสนํ สุฏฺฐุ อุปธาเรตฺวา. โอหิตโสตาติ อวหิตโสตา, สุฏฺฐุ อุปิตโสตา. โอหิตโสตาติ วา อวิกฺขิตฺตโสตา. ตเมว อุปลพฺภมาโนปิ หิ สวเน อวิกฺเขโป สติสํวโร วิย จกฺขุนฺทฺริยาทีสุ โสตินฺทฺริเยปิ วตฺตุมรหตีติ. เอตฺถ จ ‘‘อฏฺฐึ กตฺวา’’ติอาทีหิ จตูหิปิ ปเทหิ เตสํ ภิกฺขูนํ ตปฺปรภาวโต สวเน อาทรทีปเนน สกฺกจฺจสวนํ ทสฺเสติ.

เอตมตฺถํ วิทิตฺวาติ เอตํ เตสํ ภิกฺขูนํ ตสฺสา นิพฺพานปฏิสํยุตฺตาย ธมฺมกถาย สวเน อาทรการิตํ สพฺพาการโต วิทิตฺวา. อิมํ อุทานนฺติ อิมํ นิพฺพานสฺส ตพฺพิธุรธมฺมเทสนามุเขน ปรมตฺถโต วิชฺชมานภาววิภาวนํ อุทานํ อุทาเนสิ.

ตตฺถ อตฺถีติ วิชฺชติ, ปรมตฺถโต อุปลพฺภตีติ อตฺโถ. ภิกฺขเวติ เตสํ ภิกฺขูนํ อาลปนํ. นนุ จ อุทานํ นาม ปีติโสมนสฺสสมุฏฺฐาปิโต วา ธมฺมสํเวคสมุฏฺฐาปิโต วา ธมฺมปฏิคฺคาหกนิรเปกฺโข อุทาหาโร, ตถา เจว เอตฺตเกสุ สุตฺเตสุ อาคตํ, อิธ กสฺมา ภควา อุทาเนนฺโต เต ภิกฺขู อามนฺเตสีติ? เตสํ ภิกฺขูนํ สญฺญาปนตฺถํ. นิพฺพานปฏิสํยุตฺตญฺหิ ภควา เตสํ ภิกฺขูนํ ธมฺมํ เทเสตฺวา นิพฺพานคุณานุสฺสรเณน อุปฺปนฺนปีติโสมนสฺสา อุทานํ อุทาเนสิ. อิธ นิพฺพานวชฺโช สพฺโพ สภาวธมฺโม ปจฺจยายตฺตวุตฺติโกว อุปลพฺภติ, น ปจฺจยนิรเปกฺโข. อยํ ปน นิพฺพานธมฺโม กตมปจฺจเย อุปลพฺภตีติ เตสํ ภิกฺขูนํ เจโตปริวิตกฺกมญฺญาย เต จ สญฺญาเปตุกาโม ‘‘อตฺถิ, ภิกฺขเว, ตทายตน’’นฺติอาทิมาห, น เอกนฺตโตว เต ปฏิคฺคาหเก กตฺวาติ เวทิตพฺพํ. ตทายตนนฺติ ตํ การณํ. ทกาโร ปทสนฺธิกโร. นิพฺพานญฺหิ มคฺคผลญาณาทีนํ อารมฺมณปจฺจยภาวโต รูปาทีนิ วิย จกฺขุวิญฺญาณาทีนํ อารมฺมณปจฺจยภูตานีติ การณฏฺเฐน ‘‘อายตน’’นฺติ วุจฺจติ. เอตฺตาวตา จ ภควา เตสํ ภิกฺขูนํ อสงฺขตาย ธาตุยา ปรมตฺถโต อตฺถิภาวํ ปเวเทสิ.

ตตฺรายํ ธมฺมนฺวโย – อิธ สงฺขตธมฺมานํ วิชฺชมานตฺตา อสงฺขตายปิ ธาตุยา ภวิตพฺพํ ตปฺปฏิปกฺขตฺตา สภาวธมฺมานํ. ยถา หิ ทุกฺเข วิชฺชมาเน ตปฺปฏิปกฺขภูตํ สุขมฺปิ วิชฺชติเยว, ตถา อุเณฺห วิชฺชมาเน สีตมฺปิ วิชฺชติ, ปาปธมฺเมสุ วิชฺชมาเนสุ กลฺยาณธมฺมาปิ วิชฺชนฺติ เอว. วุตฺตญฺเจตํ –

‘‘ยถาปิ ทุกฺเข วิชฺชนฺเต, สุขํ นามปิ วิชฺชติ;

เอวํ ภเว วิชฺชมาเน, วิภโวปิ อิจฺฉิตพฺพโก.

‘‘ยถาปิ อุเณฺห วิชฺชนฺเต, อปรํ วิชฺชติ สีตลํ;

เอวํ ติวิธคฺคิ วิชฺชนฺเต, นิพฺพานํ อิจฺฉิตพฺพกํ.

‘‘ยถาปิ ปาเป วิชฺชนฺเต, กลฺยาณมปิ วิชฺชติ;

เอวเมว ชาติ วิชฺชนฺเต, อชาติมปิ อิจฺฉิตพฺพก’’นฺติอาทิ. (พุ. วํ. ๒.๑๐-๑๒) –

อปิจ นิพฺพานสฺส ปรมตฺถโต อตฺถิภาววิจารณํ ปรโต อาวิภวิสฺสติ.

เอวํ ภควา อสงฺขตาย ธาตุยา ปรมตฺถโต อตฺถิภาวํ สมฺมุเขน ทสฺเสตฺวา อิทานิ ตพฺพิธุรธมฺมาโปหนมุเขนสฺส สภาวํ ทสฺเสตุํ, ‘‘ยตฺถ เนว ปถวี น อาโป’’ติอาทิมาห. ตตฺถ ยสฺมา นิพฺพานํ สพฺพสงฺขารวิธุรสภาวํ ยถา สงฺขตธมฺเมสุ กตฺถจิ นตฺถิ, ตถา ตตฺถปิ สพฺเพ สงฺขตธมฺมา. น หิ สงฺขตาสงฺขตธมฺมานํ สโมธานํ สมฺภวติ. ตตฺรายํ อตฺถวิภาวนา – ยตฺถ ยสฺมึ นิพฺพาเน ยสฺสํ อสงฺขตธาตุยํ เนว กกฺขฬลกฺขณา ปถวีธาตุ อตฺถิ, น ปคฺฆรณลกฺขณา อาโปธาตุ, น อุณฺหลกฺขณา เตโชธาตุ, น วิตฺถมฺภนลกฺขณา วาโยธาตุ อตฺถิ. อิติ จตุมหาภูตาภาววจเนน ยถา สพฺพสฺสปิ อุปาทารูปสฺส อภาโว วุตฺโต โหติ ตนฺนิสฺสิตตฺตา. เอวํ อนวเสสโต กามรูปภวสฺส ตตฺถ อภาโว วุตฺโต โหติ ตทายตฺตวุตฺติภาวโต. น หิ มหาภูตนิสฺสเยน วินา ปญฺจโวการภโว เอกโวการภโว วา สมฺภวตีติ.

อิทานิ อรูปสภาวตฺเตปิ นิพฺพานสฺส อรูปภวปริยาปนฺนานํ ธมฺมานํ ตตฺถ อภาวํ ทสฺเสตุํ, ‘‘น อากาสานญฺจายตนํ…เป… น เนวสญฺญานาสญฺญายตน’’นฺติ วุตฺตํ. ตตฺถ น อากาสานญฺจายตนนฺติ สทฺธึ อารมฺมเณน กุสลวิปากกิริยเภโท ติวิโธปิ อากาสานญฺจายตนจิตฺตุปฺปาโท นตฺถีติ อตฺโถ. เสเสสุปิ เอเสว นโย. ยทคฺเคน จ นิพฺพาเน กามโลกาทีนํ อภาโว โหติ, ตทคฺเคน ตตฺถ อิธโลกปรโลกานมฺปิ อภาโวติ อาห – ‘‘นายํ โลโก น ปรโลโก’’ติ. ตสฺสตฺโถ – ยฺวายํ ‘‘อิตฺถตฺตํ ทิฏฺฐธมฺโม อิธโลโก’’ติ จ ลทฺธโวหาโร ขนฺธาทิโลโก, โย จ ‘‘ตโต อญฺญถา ปโร อภิสมฺปราโย’’ติ จ ลทฺธโวหาโร ขนฺธาทิโลโก, ตทุภยมฺปิ ตตฺถ นตฺถีติ. น อุโภ จนฺทิมสูริยาติ ยสฺมา รูปคเต สติ ตโม นาม สิยา, ตมสฺส จ วิธมนตฺถํ จนฺทิมสูริเยหิ วตฺติตพฺพํ. สพฺเพน สพฺพํ ปน ยตฺถ รูปคตเมว นตฺถิ, กุโต ตตฺถ ตโม. ตมสฺส วา วิธมนา จนฺทิมสูริยา, ตสฺมา จนฺทิมา สูริโย จาติ อุโภปิ ตตฺถ นิพฺพาเน นตฺถีติ อตฺโถ. อิมินา อาโลกสภาวตํเยว นิพฺพานสฺส ทสฺเสติ.

เอตฺตาวตา จ อนภิสเมตาวีนํ ภิกฺขูนํ อนาทิมติสํสาเร สุปินนฺเตปิ อนนุภูตปุพฺพํ ปรมคมฺภีรํ อติทุทฺทสํ สณฺหสุขุมํ อตกฺกาวจรํ อจฺจนฺตสนฺตํ ปณฺฑิตเวทนียํ อติปณีตํ อมตํ นิพฺพานํ วิภาเวนฺโต ปฐมํ ตาว ‘‘อตฺถิ, ภิกฺขเว, ตทายตน’’นฺติ ตสฺส อตฺถิภาวา เตสํ อญฺญาณาทีนิ อปเนตฺวา ‘‘ยตฺถ เนว ปถวี …เป… น อุโภ จนฺทิมสูริยา’’ติ ตทญฺญธมฺมาโปหนมุเขน ตํ วิภาเวติ ธมฺมราชา. เตน ปถวีอาทิสพฺพสงฺขตธมฺมวิธุรสภาวา ยา อสงฺขตา ธาตุ, ตํ นิพฺพานนฺติ ทีปิตํ โหติ. เตเนวาห, ‘‘ตตฺราปาหํ, ภิกฺขเว, เนว อาคตึ วทามี’’ติ.

ตตฺถ ตตฺราติ ตสฺมึ. อปิสทฺโท สมุจฺจเย. อหํ, ภิกฺขเว, ยตฺถ สงฺขารปวตฺเต กุโตจิ กสฺสจิ อาคตึ น วทามิ ยถาปจฺจยํ ตตฺถ ธมฺมมตฺตสฺส อุปฺปชฺชนโต. เอวํ ตสฺมิมฺปิ อายตเน นิพฺพาเน กุโตจิ อาคตึ อาคมนํ เนว วทามิ อาคนฺตพฺพฏฺฐานตาย อภาวโต. น คตินฺติ กตฺถจิ คมนํ น วทามิ คนฺตพฺพฏฺฐานตาย อภาวโต. น หิ ตตฺถ สตฺตานํ ฐเปตฺวา ญาเณน อารมฺมณกรณํ อาคติคติโย สมฺภวนฺติ, นาปิ ฐิติจุตูปปตฺติโย วทามิ. ‘‘ตทาปห’’นฺติปิ ปาฬิ. ตสฺสตฺโถ – ตมฺปิ อายตนํ คามนฺตรโต คามนฺตรํ วิย น อาคนฺตพฺพตาย น อาคติ, น คนฺตพฺพตาย น คติ, ปถวีปพฺพตาทิ วิย อปติฏฺฐานตาย น ฐิติ, อปจฺจยตฺตา วา อุปฺปาทาภาโว, ตโต อมตสภาวตฺตา จวนาภาโว, อุปฺปาทนิโรธาภาวโต เจว ตทุภยปริจฺฉินฺนาย ฐิติยา จ อภาวโต น ฐิตึ น จุตึ น อุปปตฺตึ วทามิ. เกวลํ ปน ตํ อรูปสภาวตฺตา อปจฺจยตฺตา จ น กตฺถจิ ปติฏฺฐิตนฺติ อปฺปติฏฺฐํ. ตตฺถ ปวตฺตาภาวโต ปวตฺตปฺปฏิปกฺขโต จ อปฺปวตฺตํ. อรูปสภาวตฺเตปิ เวทนาทโย วิย กสฺสจิปิ อารมฺมณสฺส อนาลมฺพนโต อุปตฺถมฺภนิรเปกฺขโต จ อนารมฺมณเมว ตํ ‘‘อายตน’’นฺติ วุตฺตํ นิพฺพานํ. อยญฺจ เอวสทฺโท อปฺปติฏฺฐเมว อปฺปวตฺตเมวาติ ปททฺวเยนปิ โยเชตพฺโพ. เอเสวนฺโต ทุกฺขสฺสาติ ยทิทํ ‘‘อปฺปติฏฺฐ’’นฺติอาทีหิ วจเนหิ วณฺณิตํ โถมิตํ ยถาวุตฺตลกฺขณํ นิพฺพานํ, เอโส เอว สกลสฺส วฏฺฏทุกฺขสฺส อนฺโต ปริโยสานํ ตทธิคเม สติ สพฺพทุกฺขาภาวโต. ตสฺมา ‘‘ทุกฺขสฺส อนฺโต’’ติ อยเมว ตสฺส สภาโวติ ทสฺเสติ.

ปฐมสุตฺตวณฺณนา นิฏฺฐิตา.

๒. ทุติยนิพฺพานปฏิสํยุตฺตสุตฺตวณฺณนา

๗๒. ทุติเย อิมํ อุทานนฺติ อิมํ นิพฺพานสฺส ปกติยา คมฺภีรภาวโต ทุทฺทสภาวทีปนํ อุทานํ อุทาเนสิ. ตตฺถ ทุทฺทสนฺติ สภาวคมฺภีรตฺตา อติสุขุมสณฺหสภาวตฺตา จ อนุปจิตญาณสมฺภาเรหิ ปสฺสิตุํ น สกฺกาติ ทุทฺทสํ. วุตฺตเญฺหตํ – ‘‘ตญฺหิ เต, มาคณฺฑิย, อริยํ ปญฺญาจกฺขุ นตฺถิ, เยน ตฺวํ อาโรคฺยํ ชาเนยฺยาสิ, นิพฺพานมฺปิ ปสฺเสยฺยาสี’’ติ (ม. นิ. ๒.๒๑๘). อปรมฺปิ วุตฺตํ – ‘‘อิทมฺปิ โข ฐานํ ทุทฺทสํ, ยทิทํ สพฺพสงฺขารสมโถ’’ติอาทิ (มหาว. ๘; ม. นิ. ๑.๒๘๑; ๒.๓๓๗). อนตนฺติ รูปาทิอารมฺมเณสุ, กามาทีสุ จ ภเวสุ นมนโต ตนฺนินฺนภาเวน ปวตฺติโต สตฺตานญฺจ ตตฺถ นมนโต ตณฺหา นตา นาม, นตฺถิ เอตฺถ นตาติ อนตํ, นิพฺพานนฺติ อตฺโถ. ‘‘อนนฺต’’นฺติปิ ปฐนฺติ, นิจฺจสภาวตฺตา อนฺตวิรหิตํ, อจวนธมฺมํ นิโรธํ อมตนฺติ อตฺโถ. เกจิ ปน ‘‘อนนฺต’’นฺติ ปทสฺส ‘‘อปฺปมาณ’’นฺติ อตฺถํ วทนฺติ. เอตฺถ จ ‘‘ทุทฺทส’’นฺติ อิมินา ปญฺญาย ทุพฺพลีกรเณหิ ราคาทิกิเลเสหิ จิรกาลภาวิตตฺตา สตฺตานํ อปจฺจยภาวนา น สุกราติ นิพฺพานสฺส กิจฺเฉน อธิคมนียตํ ทสฺเสติ. น หิ สจฺจํ สุทสฺสนนฺติ อิมินาปิ ตเมวตฺถํ ปากฏํ กโรติ. ตตฺถ สจฺจนฺติ นิพฺพานํ. ตญฺหิ เกนจิ ปริยาเยน อสนฺตสภาวาภาวโต เอกนฺเตเนว สนฺตตฺตา อวิปรีตฏฺเฐน สจฺจํ. น หิ ตํ สุทสฺสนํ น สุเขน ปสฺสิตพฺพํ, สุจิรมฺปิ กาลํ ปุญฺญญาณสมฺภาเร สมาเนนฺเตหิปิ กสิเรเนว สมธิคนฺตพฺพโต. ตถา หิ วุตฺตํ ภควตา – ‘‘กิจฺเฉน เม อธิคต’’นฺติ (มหาว. ๘; ม. นิ. ๑.๒๘๑; ๒.๓๓๗).

ปฏิวิทฺธา ตณฺหา ชานโต ปสฺสโต นตฺถิ กิญฺจนนฺติ ตญฺจ นิโรธสจฺจํ สจฺฉิกิริยาภิสมยวเสน อภิสเมนฺเตน วิสยโต กิจฺจโต จ อารมฺมณโต จ อารมฺมณปฺปฏิเวเธน อสมฺโมหปฺปฏิเวเธน จ ปฏิวิทฺธํ, ยถาปริญฺญาภิสมยวเสน ทุกฺขสจฺจํ, ภาวนาภิสมยวเสน มคฺคสจฺจญฺจ อสมฺโมหโต ปฏิวิทฺธํ โหติ, เอวํ ปหานาภิสมยวเสน อสมฺโมหโต จ ปฏิวิทฺธา ตณฺหา โหติ. เอวญฺจ จตฺตาริ สจฺจานิ ยถาภูตํ อริยมคฺคปญฺญาย ชานโต ปสฺสโต ภวาทีสุ นตภูตา ตณฺหา นตฺถิ, ตทภาเว สพฺพสฺสปิ กิเลสวฏฺฏสฺส อภาโว, ตโตว กมฺมวิปากวฏฺฏานํ อสมฺภโวเยวาติ เอวํ ภควา เตสํ ภิกฺขูนํ อนวเสสวฏฺฏทุกฺขวูปสมเหตุภูตํ อมตมหานิพฺพานสฺส อานุภาวํ ปกาเสสิ. เสสํ วุตฺตนยเมว.

ทุติยสุตฺตวณฺณนา นิฏฺฐิตา.

๓. ตติยนิพฺพานปฏิสํยุตฺตสุตฺตวณฺณนา

๗๓. ตติเย อถ โข ภควา เอตมตฺถํ วิทิตฺวาติ ตทา กิร ภควตา อเนกปริยาเยน สํสารสฺส อาทีนวํ ปกาเสตฺวา สนฺทสฺสนาทิวเสน นิพฺพานปฏิสํยุตฺตาย ธมฺมเทสนาย กตาย เตสํ ภิกฺขูนํ เอตทโหสิ – ‘‘อยํ สํสาโร ภควตา อวิชฺชาทีหิ การเณหิ สเหตุโก ปกาสิโต, นิพฺพานสฺส ปน ตทุปสมสฺส น กิญฺจิ การณํ วุตฺตํ, ตยิทํ อเหตุกํ, กถํ สจฺจิกฏฺฐปรมตฺเถน อุปลพฺภตี’’ติ. อถ ภควา เตสํ ภิกฺขูนํ เอตํ ยถาวุตฺตํ ปริวิตกฺกสงฺขาตํ อตฺถํ วิทิตฺวา. อิมํ อุทานนฺติ เตสํ ภิกฺขูนํ วิมติวิธมนตฺถญฺเจว อิธ สมณพฺราหฺมณานํ ‘‘นิพฺพานํ นิพฺพานนฺติ วาจาวตฺถุมตฺตเมว, นตฺถิ หิ ปรมตฺถโต นิพฺพานํ นาม อนุปลพฺภมานสภาวตฺตา’’ติ โลกายติกาทโย วิย วิปฺปฏิปนฺนานํ พหิทฺธา จ ปุถุทิฏฺฐิคติกานํ มิจฺฉาวาทภญฺชนตฺถญฺจ อิมํ อมตมหานิพฺพานสฺส ปรมตฺถโต อตฺถิภาวทีปนํ อุทานํ อุทาเนสิ.

ตตฺถ อชาตํ อภูตํ อกตํ อสงฺขตนฺติ สพฺพานิปิ ปทานิ อญฺญมญฺญเววจนานิ. อถ วา เวทนาทโย วิย เหตุปจฺจยสมวายสงฺขาตาย การณสามคฺคิยา น ชาตํ น นิพฺพตฺตนฺติ อชาตํ, การเณน วินา, สยเมว วา น ภูตํ น ปาตุภูตํ น อุปฺปนฺนนฺติ อภูตํ, เอวํ อชาตตฺตา อภูตตฺตา จ เยน เกนจิ การเณน น กตนฺติ อกตํ, ชาตภูตกตสภาโว จ นามรูปานํ สงฺขตธมฺมานํ โหติ, น อสงฺขตสภาวสฺส นิพฺพานสฺสาติ ทสฺสนตฺถํ อสงฺขตนฺติ วุตฺตํ. ปฏิโลมโต วา สเมจฺจ สมฺภูย ปจฺจเยหิ กตนฺติ สงฺขตํ, ตถา น สงฺขตํ สงฺขตลกฺขณรหิตนฺติ อสงฺขตนฺติ. เอวํ อเนเกหิ การเณหิ นิพฺพตฺติตภาเว ปฏิสิทฺเธ ‘‘สิยา นุ โข เอเกเนว การเณน กต’’นฺติ อาสงฺกาย ‘‘น เยน เกนจิ กต’’นฺติ ทสฺสนตฺถํ ‘‘อกต’’นฺติ วุตฺตํ. เอวํ อปจฺจยมฺปิ สมานํ ‘‘สยเมว นุ โข อิทํ ภูตํ ปาตุภูต’’นฺติ อาสงฺกาย ตนฺนิวตฺตนตฺถํ ‘‘อภูต’’นฺติ วุตฺตํ. ‘‘อยญฺเจตสฺส อสงฺขตากตาภูตภาโว สพฺเพน สพฺพํ อชาติธมฺมตฺตา’’ติ ทสฺเสตุํ ‘‘อชาต’’นฺติ วุตฺตํ. เอวเมเตสํ จตุนฺนมฺปิ ปทานํ สาตฺถกภาวํ วิทิตฺวา ‘‘ตยิทํ นิพฺพานํ อตฺถิ, ภิกฺขเว’’ติ ปรมตฺถโต นิพฺพานสฺส อตฺถิภาโว ปกาสิโตติ เวทิตพฺโพ. เอตฺถ อุทาเนนฺเตน ภควตา, ‘‘ภิกฺขเว’’ติ อาลปเน การณํ เหฏฺฐา วุตฺตนเยเนว เวทิตพฺพํ.

อิติ สตฺถา ‘‘อตฺถิ, ภิกฺขเว, อชาตํ อภูตํ อกตํ อสงฺขต’’นฺติ วตฺวา ตตฺถ เหตุํ ทสฺเสนฺโต ‘‘โน เจตํ, ภิกฺขเว’’ติอาทิมาห. ตสฺสายํ สงฺเขปตฺโถ – ภิกฺขเว, ยทิ อชาตาทิสภาวา อสงฺขตา ธาตุ น อภวิสฺส น สิยา, อิธ โลเก ชาตาทิสภาวสฺส รูปาทิกฺขนฺธปญฺจกสงฺขาตสฺส สงฺขตสฺส นิสฺสรณํ อนวเสสวูปสโม น ปญฺญาเยยฺย น อุปลพฺเภยฺย น สมฺภเวยฺย. นิพฺพานญฺหิ อารมฺมณํ กตฺวา ปวตฺตมานา สมฺมาทิฏฺฐิอาทโย อริยมคฺคธมฺมา อนวเสสกิเลเส สมุจฺฉินฺทนฺติ. เตเนตฺถ สพฺพสฺสปิ วฏฺฏทุกฺขสฺส อปฺปวตฺติ อปคโม นิสฺสรณํ ปญฺญายติ.

เอวํ พฺยติเรกวเสน นิพฺพานสฺส อตฺถิภาวํ ทสฺเสตฺวา อิทานิ อนฺวยวเสนปิ ตํ ทสฺเสตุํ, ‘‘ยสฺมา จ โข’’ติอาทิ วุตฺตํ. ตํ วุตฺตตฺถเมว. เอตฺถ จ ยสฺมา ‘‘อปจฺจยา ธมฺมา, อสงฺขตา ธมฺมา (ธ. ส. ทุกมาติกา ๗, ๘), อตฺถิ, ภิกฺขเว, ตทายตนํ, ยตฺถ เนว ปถวี (อุทา. ๗๑), อิทมฺปิ โข ฐานํ ทุทฺทสํ, ยทิทํ สพฺพสงฺขารสมโถ สพฺพูปธิปฏินิสฺสคฺโค (มหาว. ๘; ม. นิ. ๑.๒๘๑; ๒.๓๓๗), อสงฺขตญฺจ โว, ภิกฺขเว, ธมฺมํ เทเสสฺสามิ อสงฺขตคามินิญฺจ ปฏิปท’’นฺติอาทีหิ (สํ. นิ. ๔.๓๖๖-๓๖๗) อเนเกหิ สุตฺตปเทหิ, ‘‘อตฺถิ, ภิกฺขเว, อชาต’’นฺติ อิมินาปิ จ สุตฺเตน นิพฺพานธาตุยา ปรมตฺถโต สมฺภโว สพฺพโลกํ อนุกมฺปมาเนน สมฺมาสมฺพุทฺเธน เทสิโต, ตสฺมา ยทิปิ ตตฺถ อปจฺจกฺขการีนมฺปิ วิญฺญูนํ กงฺขา วา วิมติ วา นตฺถิเยว. เย ปน ปรเนยฺยพุทฺธิโน ปุคฺคลา, เตสํ วิมติวิโนทนตฺถํ อยเมตฺถ อธิปฺปายนิทฺธารณมุเขน ยุตฺติวิจารณา – ยถา ปริญฺเญยฺยตาย สอุตฺตรานํ กามานํ รูปาทีนญฺจ ปฏิปกฺขภูตํ ตพฺพิธุรสภาวํ นิสฺสรณํ ปญฺญายติ, เอวํ ตํสภาวานํ สพฺเพสมฺปิ สงฺขตธมฺมานํ ปฏิปกฺขภูเตน ตพฺพิธุรสภาเวน นิสฺสรเณน ภวิตพฺพํ. ยญฺเจตํ นิสฺสรณํ, สา อสงฺขตา ธาตุ. กิญฺจ ภิยฺโย สงฺขตธมฺมารมฺมณํ วิปสฺสนาญาณํ อปิ อนุโลมญาณํ กิเลเส สมุจฺเฉทวเสน ปชหิตุํ น สกฺโกติ. ตถา สมฺมุติสจฺจารมฺมณํ ปฐมชฺฌานาทีสุ ญาณํ วิกฺขมฺภนวเสเนว กิเลเส ปชหติ, น สมุจฺเฉทวเสน. อิติ สงฺขตธมฺมารมฺมณสฺส สมฺมุติสจฺจารมฺมณสฺส จ ญาณสฺส กิเลสานํ สมุจฺเฉทปฺปหาเน อสมตฺถภาวโต เตสํ สมุจฺเฉทปฺปหานกรสฺส อริยมคฺคญาณสฺส ตทุภยวิปรีตสภาเวน อารมฺมเณน ภวิตพฺพํ, สา อสงฺขตา ธาตุ. ตถา ‘‘อตฺถิ, ภิกฺขเว, อชาตํ อภูตํ อกตํ อสงฺขต’’นฺติ อิทํ นิพฺพานปทสฺส ปรมตฺถโต อตฺถิภาวโชตกํ วจนํ อวิปรีตตฺถํ ภควตา ภาสิตตฺตา. ยญฺหิ ภควตา ภาสิตํ, ตํ อวิปรีตตฺถํ ปรมตฺถํ ยถา ตํ ‘‘สพฺเพ สงฺขารา อนิจฺจา, สพฺเพ สงฺขารา ทุกฺขา, สพฺเพ ธมฺมา อนตฺตา’’ติ (อ. นิ. ๓.๑๓๗; มหานิ. ๒๗), ตถา นิพฺพานสทฺโท กตฺถจิ วิสเย ยถาภูตปรมตฺถวิสโย อุปจารมตฺตวุตฺติสพฺภาวโต เสยฺยถาปิ สีหสทฺโท. อถ วา อตฺเถว ปรมตฺถโต อสงฺขตา ธาตุ, อิตรตพฺพิปรีตวินิมุตฺตสภาวตฺตา เสยฺยถาปิ ปถวีธาตุ เวทนาติ. เอวมาทีหิ นเยหิ ยุตฺติโตปิ อสงฺขตาย ธาตุยา ปรมตฺถโต อตฺถิภาโว เวทิตพฺโพ.

ตติยสุตฺตวณฺณนา นิฏฺฐิตา.

๔. จตุตฺถนิพฺพานปฏิสํยุตฺตสุตฺตวณฺณนา

๗๔. จตุตฺเถ อถ โข ภควา เอตมตฺถํ วิทิตฺวาติ ตทา กิร ภควตา อเนกปริยาเยน สนฺทสฺสนาทิวเสน นิพฺพานปฏิสํยุตฺตาย ธมฺมเทสนาย กตาย เตสํ ภิกฺขูนํ เอตทโหสิ – ‘‘อยํ ตาว ภควตา อมตมหานิพฺพานธาตุยา อเนกาการโวการํ อานิสํสํ ทสฺเสนฺเตน อนญฺญสาธารโณ อานุภาโว ปกาสิโต, อธิคมูปาโย ปนสฺสา น ภาสิโต, กถํ นุ โข ปฏิปชฺชนฺเตหิ อเมฺหหิ อยํ อธิคนฺตพฺพา’’ติ. อถ ภควา เตสํ ภิกฺขูนํ เอตํ ยถาวุตฺตปริวิตกฺกสงฺขาตํ อตฺถํ สพฺพาการโต วิทิตฺวา. อิมํ อุทานนฺติ ตณฺหาวเสน กตฺถจิ อนิสฺสิตสฺส ปสฺสทฺธกายจิตฺตสฺส วีถิปฏิปนฺนวิปสฺสนสฺส อริยมคฺเคน อนวเสสโต ตณฺหาปหาเนน นิพฺพานาธิคมวิภาวนํ อิมํ อุทานํ อุทาเนสิ.

ตตฺถ นิสฺสิตสฺส จลิตนฺติ รูปาทิสงฺขาเร ตณฺหาทิฏฺฐีหิ นิสฺสิตสฺส จลิตํ ‘‘เอตํ มม, เอโส เม อตฺตา’’ติ ตณฺหาทิฏฺฐิวิปฺผนฺทิตํ โหติ. อปฺปหีนตณฺหาทิฏฺฐิกสฺส หิ ปุคฺคลสฺส สุขาทีสุ อุปฺปนฺเนสุ ตานิ อภิภุยฺย วิหริตุํ อสกฺโกนฺตสฺส ‘‘มม เวทนา, อหํ เวทิยามี’’ติอาทินา ตณฺหาทิฏฺฐิคาหวเสน กุสลปฺปวตฺติโต จิตฺตสนฺตานสฺส จลนํ กมฺปนํ, อวกฺขลิตํ วา โหตีติ อตฺโถ. อนิสฺสิตสฺส จลิตํ นตฺถีติ โย ปน วิสุทฺธิปฏิปทํ ปฏิปชฺชนฺโต สมถวิปสฺสนาหิ ตณฺหาทิฏฺฐิโย วิกฺขมฺเภตฺวา อนิจฺจาทิวเสน สงฺขาเร สมฺมสนฺโต วิหรติ, ตสฺส ตํ อนิสฺสิตสฺส ยถาวุตฺตํ จลิตํ อวกฺขลิตํ, วิปฺผนฺทิตํ วา นตฺถิ การณสฺส สุวิกฺขมฺภิตตฺตา.

จลิเต อสตีติ ยถาวุตฺเต จลิเต อสติ ยถา ตณฺหาทิฏฺฐิคาหา นปฺปวตฺตนฺติ, ตถา วีถิปฏิปนฺนาย วิปสฺสนาย ตํ อุสฺสุกฺกนฺตสฺส. ปสฺสทฺธีติ วิปสฺสนาจิตฺตสหชาตานํ กายจิตฺตานํ สารมฺภกรกิเลสวูปสมินี ทุวิธาปิ ปสฺสทฺธิ โหติ. ปสฺสทฺธิยา สติ นติ น โหตีติ ปุพฺเพนาปรํ วิเสสยุตฺตาย ปสฺสทฺธิยา สติ อนวชฺชสุขาธิฏฺฐานํ สมาธึ วฑฺเฒตฺวา ตํ ปญฺญาย สมวายกรเณน สมถวิปสฺสนํ ยุคนทฺธํ โยเชตฺวา มคฺคปรมฺปราย กิเลเส เขเปนฺตสฺส กามภวาทีสุ นมนโต ‘‘นตี’’ติ ลทฺธนามา ตณฺหา อรหตฺตมคฺคกฺขเณ อนวเสสโต น โหติ, อนุปฺปตฺติธมฺมตํ อาปาทิตตฺตา น อุปฺปชฺชตีติ อตฺโถ.

นติยา อสตีติ อรหตฺตมคฺเคน ตณฺหาย สุปฺปหีนตฺตา ภวาทิอตฺถาย อาลยนิกนฺติ ปริยุฏฺฐาเน อสติ. อาคติคติ น โหตีติ ปฏิสนฺธิวเสน อิธ อาคติ อาคมนํ จุติวเสน คติ อิโต ปรโลกคมนํ เปจฺจภาโว น โหติ น ปวตฺตติ. อาคติคติยา อสตีติ วุตฺตนเยน อาคติยา จ คติยา จ อสติ. จุตูปปาโต น โหตีติ อปราปรํ จวนุปปชฺชนํ น โหติ น ปวตฺตติ. อสติ หิ กิเลสวฏฺเฏ กมฺมวฏฺฏํ ปจฺฉินฺนเมว, ปจฺฉินฺเน จ ตสฺมึ กุโต วิปากวฏฺฏสฺส สมฺภโว. เตนาห – ‘‘จุตูปปาเต อสติ เนวิธ น หุร’’นฺติอาทิ. ตตฺถ ยํ วตฺตพฺพํ, ตํ เหฏฺฐา พาหิยสุตฺเต วิตฺถารโต วุตฺตเมว. ตสฺมา ตตฺถ วุตฺตนเยเนว อตฺโถ เวทิตพฺโพ.

อิติ ภควา อิธาปิ เตสํ ภิกฺขูนํ อนวเสสโต วฏฺฏทุกฺขวูปสมเหตุภูตํ อมตมหานิพฺพานสฺส อานุภาวํ สมฺมาปฏิปตฺติยา ปกาเสติ.

จตุตฺถสุตฺตวณฺณนา นิฏฺฐิตา.

๕. จุนฺทสุตฺตวณฺณนา

๗๕. ปญฺจเม มลฺเลสูติ เอวํนามเก ชนปเท. มหตา ภิกฺขุสงฺเฆนาติ คุณมหตฺตสงฺขฺยามหตฺเตหิ มหตา. โส หิ ภิกฺขุสงฺโฆ สีลาทิคุณวิเสสโยเคนปิ มหา ตตฺถ สพฺพปจฺฉิมกสฺส โสตาปนฺนภาวโต, สงฺขฺยามหตฺเตนปิ มหา อปริจฺฉินฺนคณนตฺตา. อายุสงฺขาโรสฺสชฺชนโต ปฏฺฐาย หิ อาคตาคตา ภิกฺขู น ปกฺกมึสุ. จุนฺทสฺสาติ เอวํนามกสฺส. กมฺมารปุตฺตสฺสาติ สุวณฺณการปุตฺตสฺส. โส กิร อฑฺโฒ มหากุฏุมฺพิโก ภควโต ปฐมทสฺสเนเนว โสตาปนฺโน หุตฺวา อตฺตโน อมฺพวเน สตฺถุวสนานุจฺฉวิกํ คนฺธกุฏึ, ภิกฺขุสงฺฆสฺส จ รตฺติฏฺฐานทิวาฏฺฐานอุปฏฺฐานสาลากุฏิมณฺฑปจงฺกมนาทิเก จ สมฺปาเทตฺวา ปาการปริกฺขิตฺตํ ทฺวารโกฏฺฐกยุตฺตํ วิหารํ กตฺวา พุทฺธปฺปมุขสฺส สงฺฆสฺส นิยฺยาเทสิ. ตํ สนฺธาย วุตฺตํ – ‘‘ตตฺร สุทํ ภควา ปาวายํ วิหรติ จุนฺทสฺส กมฺมารปุตฺตสฺส อมฺพวเน’’ติ.

ปฏิยาทาเปตฺวาติ สมฺปาเทตฺวา. ‘‘สูกรมทฺทวนฺติ สูกรสฺส มุทุสินิทฺธํ ปวตฺตมํส’’นฺติ มหาอฏฺฐกถายํ วุตฺตํ. เกจิ ปน ‘‘สูกรมทฺทวนฺติ น สูกรมํสํ, สูกเรหิ มทฺทิตวํสกฬีโร’’ติ วทนฺติ. อญฺเญ ‘‘สูกเรหิ มทฺทิตปฺปเทเส ชาตํ อหิฉตฺตก’’นฺติ. อปเร ปน ‘‘สูกรมทฺทวํ นาม เอกํ รสายน’’นฺติ ภณึสุ. ตญฺหิ จุนฺโท กมฺมารปุตฺโต ‘‘อชฺช ภควา ปรินิพฺพายิสฺสตี’’ติ สุตฺวา ‘‘อปฺเปว นาม นํ ปริภุญฺชิตฺวา จิรตรํ ติฏฺเฐยฺยา’’ติ สตฺถุ จิรชีวิตุกมฺยตาย อทาสีติ วทนฺติ.

เตน มํ ปริวิสาติ เตน มมํ โภเชหิ. กสฺมา ภควา เอวมาห? ปรานุทฺทยตาย. ตญฺจ การณํ ปาฬิยํ วุตฺตเมว. เตน อภิหฏภิกฺขาย ปเรสํ อปริโภคารหโต จ ตถา วตฺตุํ วฏฺฏตีติ ทสฺสิตํ โหติ. ตสฺมึ กิร สูกรมทฺทเว ทฺวิสหสฺสทีปปริวาเรสุ จตูสุ มหาทีเปสุ เทวตา โอชํ ปกฺขิปึสุ. ตสฺมา ตํ อญฺโญ โกจิ สมฺมา ชีราเปตุํ น สกฺโกติ, ตมตฺถํ ปกาเสนฺโต สตฺถา ปรูปวาทโมจนตฺถํ ‘‘นาหํ ตํ, จุนฺท, ปสฺสามี’’ติอาทินา สีหนาทํ นทิ. เย หิ ปเร อุปวเทยฺยุํ ‘‘อตฺตนา ปริภุตฺตาวเสสํ เนว ภิกฺขูนํ, น อญฺเญสํ มนุสฺสานํ อทาสิ, อาวาเฏ นิขณาเปตฺวา วินาเสสี’’ติ, ‘‘เตสํ วจโนกาโส มา โหตู’’ติ ปรูปวาทโมจนตฺถํ สีหนาทํ นทิ.

ตตฺถ สเทวเกติอาทีสุ สห เทเวหีติ สเทวโก, สห มาเรนาติ สมารโก, สห พฺรหฺมุนาติ สพฺรหฺมโก, สห สมณพฺราหฺมเณหีติ สสฺสมณพฺราหฺมณี, ปชาตตฺตา ปชา, สห เทวมนุสฺเสหีติ สเทวมนุสฺสา. ตสฺมึ สเทวเก โลเก…เป… สเทวมนุสฺสาย. ตตฺถ สเทวกวจเนน ปญฺจกามาวจรเทวคฺคหณํ, สมารกวจเนน ฉฏฺฐกามาวจรเทวคฺคหณํ, สพฺรหฺมกวจเนน พฺรหฺมกายิกาทิพฺรหฺมคฺคหณํ, สสฺสมณพฺราหฺมณีวจเนน สาสนสฺส ปจฺจตฺถิกปจฺจามิตฺตสมณพฺราหฺมณคฺคหณํ สมิตปาปพาหิตปาปสมณพฺราหฺมณคฺคหณญฺจ, ปชาวจเนน สตฺตโลกคฺคหณํ, สเทวมนุสฺสวจเนน สมฺมุติเทวอวเสสมนุสฺสคฺคหณํ. เอวเมตฺถ ตีหิ ปเทหิ โอกาสโลกวเสน, ทฺวีหิ ปชาวเสน สตฺตโลโก คหิโตติ เวทิตพฺโพ. อปโร นโย – สเทวกวจเนน อรูปาวจรโลโก คหิโต, สมารกวจเนน ฉกามาวจรเทวโลโก, สพฺรหฺมกวจเนน รูปี พฺรหฺมโลโก, สสฺสมณพฺราหฺมณวจเนน จตุปริสวเสน สมฺมุติเทเวหิ สห มนุสฺสโลโก, อวเสสสตฺตโลโก วา คหิโตติ เวทิตพฺโพ.

ภุตฺตาวิสฺสาติ ภุตฺตวโต. ขโรติ ผรุโส. อาพาโธติ วิสภาคโรโค. ปพาฬฺหาติ พลวติโย. มารณนฺติกาติ มรณนฺตา มรณสมีปปาปนสมตฺถา. สโต สมฺปชาโน อธิวาเสสีติ สตึ อุปฏฺฐิตํ กตฺวา ญาเณน ปริจฺฉินฺทิตฺวา อธิวาเสสิ. อวิหญฺญมาโนติ เวทนานุวตฺตนวเสน อสลฺลกฺขิตธมฺโม วิย อปราปรํ ปริวตฺตนํ อกโรนฺโต อปีฬิยมาโน อทุกฺขิยมาโน วิย อธิวาเสสิ. ภควโต หิ เวฬุวคามเกเยว ตา เวทนา อุปฺปนฺนา, สมาปตฺติพเลน ปน วิกฺขมฺภิตา ยาว ปรินิพฺพานทิวสา น อุปฺปชฺชึสุ ทิวเส ทิวเส สมาปตฺตีหิ ปฏิปณามนโต. ตํ ทิวสํ ปน ปรินิพฺพายิตุกาโม ‘‘โกฏิสหสฺสหตฺถีนํ พลํ ธาเรนฺตานํ วชิรสงฺฆาตสมานกายานํ อปริมิตกาลํ อุปจิตปุญฺญสมฺภารานมฺปิ ภเว สติ เอวรูปา เวทนา ปวตฺตนฺติ, กิมงฺคํ ปน อญฺเญส’’นฺติ สตฺตานํ สํเวคชนนตฺถํ สมาปตฺตึ น สมาปชฺชิ, เตน เวทนา ขรา วตฺตึสุ. อายามาติ เอหิ ยาม.

จุนฺทสฺส ภตฺตํ ภุญฺชิตฺวาติอาทิกา อปรภาเค ธมฺมสงฺคาหเกหิ ฐปิตา คาถา. ตตฺถ ภุตฺตสฺส จ สูกรมทฺทเวนาติ ภุตฺตสฺส อุทปาทิ, น ปน ภุตฺตปจฺจยา. ยทิ หิ อภุตฺตสฺส อุปฺปชฺชิสฺสา, อติขโร อภวิสฺสา, สินิทฺธโภชนํ ปน ภุตฺตตฺตา ตนุกา เวทนา อโหสิ, เตเนว ปทสา คนฺตุํ อสกฺขิ. เอเตน ยฺวายํ ‘‘ยสฺส ตํ ปริภุตฺตํ สมฺมา ปริณามํ คจฺเฉยฺย อญฺญตฺร ตถาคตสฺสา’’ติ สีหนาโท นทิโต, ตสฺส สาตฺถกตา ทสฺสิตา. พุทฺธานญฺหิ อฏฺฐาเน คชฺชิตํ นาม นตฺถิ. ยสฺมา ตํ ปริภุตฺตํ ภควโต น กิญฺจิ วิการํ อุปฺปาเทสิ, กมฺเมน ปน ลทฺโธกาเสน อุปฺปาทิยมานํ วิการํ อปฺปมตฺตตาย อุปสเมนฺโต สรีเร พลํ อุปฺปาเทสิ, เยน ยถา วกฺขมานํ ติวิธํ ปโยชนํ สมฺปาเทสิ, ตสฺมา สมฺมเทว ตํ ปริณามํ คตํ, มารณนฺติกตฺตา ปน เวทนานํ อวิญฺญาตํ อปากฏํ อโหสีติ. วิริจฺจมาโนติ อภิณฺหํ ปวตฺตโลหิตวิเรจโนว สมาโน. อโวจาติ อตฺตนา อิจฺฉิตฏฺฐาเน ปรินิพฺพานตฺถาย เอวมาห.

กสฺมา ปน ภควา เอวํ โรเค อุปฺปนฺเน กุสินารํ อคมาสิ, กึ อญฺญตฺถ น สกฺกา ปรินิพฺพายิตุนฺติ? ปรินิพฺพายิตุํ นาม น กตฺถจิ น สกฺกา, เอวํ ปน จินฺเตสิ – มยิ กุสินารํ คเต มหาสุทสฺสนสุตฺตเทสนาย (ที. นิ. ๒.๒๔๑) อฏฺฐุปฺปตฺติ ภวิสฺสติ, ตาย ยา เทวโลเก อนุภวิตพฺพสทิสา สมฺปตฺติ มนุสฺสโลเก มยา อนุภูตา, ตํ ทฺวีหิ ภาณวาเรหิ ปฏิมณฺเฑตฺวา เทเสสฺสามิ, ตํ สุตฺวา พหู ชนา กุสลํ กตฺตพฺพํ มญฺญิสฺสนฺติ. สุภทฺโทปิ กตฺถ มํ อุปสงฺกมิตฺวา ปญฺหํ ปุจฺฉิตฺวา วิสฺสชฺชนปริโยสาเน สรเณสุ ปติฏฺฐาย ปพฺพชิตฺวา ลทฺธูปสมฺปโท กมฺมฏฺฐานํ ภาเวตฺวา มยิ ธรนฺเตเยว อรหตฺตํ ปตฺวา ปจฺฉิมสาวโก นาม ภวิสฺสติ. อญฺญตฺถ มยิ ปรินิพฺพุเต ธาตุนิมิตฺตํ มหากลโห ภวิสฺสติ, โลหิตํ นที วิย สนฺทิสฺสติ. กุสินารายํ ปน ปรินิพฺพุเต โทณพฺราหฺมโณ ตํ วิวาทํ วูปสเมตฺวา ธาตุโย วิภชิตฺวา ทสฺสตีติ อิมานิ ตีณิ การณานิ ปสฺสนฺโต ภควา มหตา อุสฺสาเหน กุสินารํ อคมาสิ.

อิงฺฆาติ โจทนตฺเถ นิปาโต. กิลนฺโตสฺมีติ ปริสฺสนฺโต อสฺมิ. เตน ยถาวุตฺตเวทนานํ พลวภาวํ เอว ทสฺเสติ. ภควา หิ อตฺตโน อานุภาเวน ตทา ปทสา อคมาสิ, อญฺเญสํ ปน ยถา ปทุทฺธารมฺปิ กาตุํ น สกฺกา, ตถา เวทนา ติขิณา ขรา กฏุกา วตฺตึสุ. เตเนวาห ‘‘นิสีทิสฺสามี’’ติ.

อิทานีติ อธุนา. ลุฬิตนฺติ มทฺทิตํ วิย อากุลํ. อาวิลนฺติ อาลุลํ. อจฺโฉทกาติ ตนุปสนฺนสลิลา. สาโตทกาติ มธุรโตยา. สีโตทกาติ สีตลชลา. เสโตทกาติ นิกฺกทฺทมา. อุทกญฺหิ สภาวโต เสตวณฺณํ, ภูมิวเสน กทฺทมาวิลตาย จ อญฺญาทิสํ โหติ, กกุธาปิ นที วิมลวาลิกา สโมกิณฺณา เสตวณฺณา สนฺทติ. เตน วุตฺตํ ‘‘เสโตทกา’’ติ. สุปติตฺถาติ สุนฺทรติตฺถา. รมณียาติ มโนหรภูมิภาคตาย รมิตพฺพา ยถาวุตฺตอุทกสมฺปตฺติยา จ มโนรมา.

กิลนฺโตสฺมิ จุนฺทก, นิปชฺชิสฺสามีติ ตถาคตสฺส หิ –

‘‘กาฬาวกญฺจ คงฺเคยฺยํ, ปณฺฑรํ ตมฺพปิงฺคลํ;

คนฺธมงฺคลเหมญฺจ, อุโปสถฉทฺทนฺติเม ทสา’’ติ. –

เอวํ วุตฺเตสุ ทสสุ หตฺถิกุเลสุ กาฬาวกสงฺขาตานํ ยํ ทสนฺนํ ปกติหตฺถีนํ พลํ, ตํ เอกสฺส คงฺเคยฺยสฺสาติ เอวํ ทสคุณิตาย คณนาย ปกติหตฺถีนํ โกฏิสหสฺสพลปฺปมาณํ สรีรพลํ. ตํ สพฺพมฺปิ ตสฺมึ ทิวเส ปจฺฉาภตฺตโต ปฏฺฐาย จงฺควาเร ปกฺขิตฺตอุทกํ วิย ปริกฺขยํ คตํ. ปาวาย ติคาวุเต กุสินารา. เอตสฺมึ อนฺตเร ปญฺจวีสติยา ฐาเนสุ นิสีทิตฺวา มหนฺตํ อุสฺสาหํ กตฺวา อาคจฺฉนฺโต สูริยตฺถงฺคมนเวลาย ภควา กุสินารํ ปาปุณีติ เอวํ ‘‘โรโค นาม สพฺพํ อาโรคฺยํ มทฺทนฺโต อาคจฺฉตี’’ติ อิมมตฺถํ ทสฺเสนฺโต สเทวกสฺส โลกสฺส สํเวคกรํ วาจํ ภาสนฺโต ‘‘กิลนฺโตสฺมิ, จุนฺทก, นิปชฺชิสฺสามี’’ติ อาห.

สีหเสยฺยนฺติ เอตฺถ กามโภคีเสยฺยา เปตเสยฺยา ตถาคตเสยฺยา สีหเสยฺยาติ จตสฺโส เสยฺยา. ตตฺถ ‘‘เยภุยฺเยน, ภิกฺขเว, กามโภคี วาเมน ปสฺเสน เสยฺยํ กปฺเปนฺตี’’ติ (อ. นิ. ๔.๒๔๖) อยํ กามโภคีเสยฺยา. ‘‘เยภุยฺเยน, ภิกฺขเว, เปตา อุตฺตานา เสนฺตี’’ติ (อ. นิ. ๔.๒๔๖) อยํ เปตเสยฺยา. จตุตฺถชฺฌานํ ตถาคตเสยฺยา. ‘‘สีโห, ภิกฺขเว, มิคราชา ทกฺขิเณน ปสฺเสน เสยฺยํ กปฺเปตี’’ติ (อ. นิ. ๔.๒๔๖) อยํ สีหเสยฺยา. อยญฺหิ เตชุสฺสทอิริยาปถตฺตา อุตฺตมเสยฺยา นาม. เตน วุตฺตํ – ‘‘ทกฺขิเณน ปสฺเสน สีหเสยฺยํ กปฺเปสี’’ติ. ปาเท ปาทนฺติ ทกฺขิณปาเท วามปาทํ. อจฺจาธายาติ อติอาธาย, โคปฺผกํ อติกฺกมฺม ฐเปตฺวา. โคปฺผเกน หิ โคปฺผเก, ชาณุนา ชาณุมฺหิ สงฺฆฏฺฏิยมาเน อภิณฺหํ เวทนา อุปฺปชฺชนฺติ, เสยฺยา ผาสุกา น โหติ. ยถา ปน น สงฺฆฏฺเฏติ, เอวํ อติกฺกมฺม ฐปิเต เวทนา นุปฺปชฺชนฺติ, เสยฺยา ผาสุกา โหติ. ตสฺมา เอวํ นิปชฺชิ.

คนฺตฺวาน พุทฺโธติ อิมา คาถา อปรภาเค ธมฺมสงฺคาหเกหิ ฐปิตา. ตตฺถ นทิกนฺติ นทึ. อปฺปฏิโมธ โลเกติ อปฺปฏิโม อิธ อิมสฺมึ สเทวเก โลเก. นฺหตฺวา จ ปิวิตฺวา จุทตารีติ คตฺตานํ สีติกรณวเสน นฺหตฺวา จ ปานียํ ปิวิตฺวา จ นทิโต อุตฺตริ. ตทา กิร ภควติ นฺหายนฺเต อนฺโตนทิยํ มจฺฉกจฺฉปา, อุทกํ, อุโภสุ ตีเรสุ วนสณฺโฑ, สพฺโพ จ โส ภูมิภาโคติ สพฺพํ สุวณฺณวณฺณเมว อโหสิ. ปุรกฺขโตติ คุณวิสิฏฺฐสตฺตุตฺตมครุภาวโต สเทวเกน โลเกน ปูชาสมฺมานวเสน ปุรกฺขโต. ภิกฺขุคณสฺส มชฺเฌติ ภิกฺขุสงฺฆสฺส มชฺเฌ. ตทา ภิกฺขู ภควโต เวทนานํ อธิมตฺตภาวํ วิทิตฺวา อาสนฺนา หุตฺวา สมนฺตโต ปริวาเรตฺวาว คจฺฉนฺติ. สตฺถาติ ทิฏฺฐธมฺมิกสมฺปรายิกปรมตฺเถหิ สตฺตานํ อนุสาสนโต สตฺถา. ปวตฺตา ภควา อิธ ธมฺเมติ ภาคฺยวนฺตตาทีหิ ภควา อิธ สีลาทิสาสนธมฺเม ปวตฺตา, ธมฺเม วา จตุราสีติธมฺมกฺขนฺธสหสฺสานิ ปวตฺตา ปวตฺเตตา. อมฺพวนนฺติ ตสฺสา เอว นทิยา ตีเร อมฺพวนํ. อามนฺตยิ จุนฺทกนฺติ ตสฺมึ กิร ขเณ อายสฺมา อานนฺโท อุทกสาฏิกํ ปีเฬนฺโต โอหียิ, จุนฺทกตฺเถโร สมีเป อโหสิ. ตสฺมา ตํ ภควา อามนฺตยิ. ปมุเข นิสีทีติ วตฺตสีเสน สตฺถุ ปุรโต นิสีทิ ‘‘กึ นุ โข สตฺถา อาณาเปตี’’ติ. เอตฺตาวตา ธมฺมภณฺฑาคาริโก อนุปฺปตฺโต. เอวํ อนุปฺปตฺตํ อถ โข ภควา อายสฺมนฺตํ อานนฺทํ อามนฺเตสิ.

อุปทเหยฺยาติ อุปฺปาเทยฺย, วิปฺปฏิสารสฺส อุปฺปาทโก โกจิ ปุริโส สิยา อปิ ภเวยฺย. อลาภาติ เย อญฺเญสํ ทานํ ททนฺตานํ ทานานิสํสสงฺขาตา ลาภา โหนฺติ, เต อลาภา. ทุลฺลทฺธนฺติ ปุญฺญวิเสเสน ลทฺธมฺปิ มนุสฺสตฺตํ ทุลฺลทฺธํ. ยสฺส เตติ ยสฺส ตว. อุตฺตณฺฑุลํ วา อติกิลินฺนํ วา โก ตํ ชานาติ, กีทิสมฺปิ ปจฺฉิมํ ปิณฺฑปาตํ ภุญฺชิตฺวา ตถาคโต ปรินิพฺพุโต, อทฺธา เตน ยํ วา ตํ วา ทินฺนํ ภวิสฺสตีติ. ลาภาติ ทิฏฺฐธมฺมิกสมฺปรายิกา ทานานิสํสสงฺขาตา ลาภา. สุลทฺธนฺติ ตุยฺหํ มนุสฺสตฺตํ สุลทฺธํ. สมฺมุขาติ สมฺมุขโต, น อนุสฺสเวน น ปรมฺปรายาติ อตฺโถ. เมตนฺติ เม เอตํ มยา เอตํ. เทฺวเมติ เทฺว อิเม. สมสมผลาติ สพฺพากาเรน สมานผลา.

นนุ จ ยํ สุชาตาย ทินฺนํ ปิณฺฑปาตํ ภุญฺชิตฺวา ตถาคโต อภิสมฺพุทฺโธ, ตํ กิเลสานํ อปฺปหีนกาเล ทานํ, อิทํ ปน จุนฺทสฺส ทานํ ขีณาสวกาเล, กสฺมา เอตานิ สมผลานีติ? ปรินิพฺพานสมตาย สมาปตฺติสมตาย อนุสฺสรณสมตาย จ. ภควา หิ สุชาตาย ทินฺนํ ปิณฺฑปาตํ ภุญฺชิตฺวา สอุปาทิเสสาย นิพฺพานธาตุยา ปรินิพฺพุโต, จุนฺเทน ทินฺนํ ภุญฺชิตฺวา อนุปาทิเสสาย นิพฺพานธาตุยา ปรินิพฺพุโตติ เอวํ ปรินิพฺพานสมตายปิ สมผลานิ. อภิสมฺพุชฺฌนทิวเส จ อคฺคมคฺคสฺส เหตุภูตา จตุวีสติโกฏิสตสหสฺสสงฺขา สมาปตฺติโย สมาปชฺชิ, ปรินิพฺพานทิวเสปิ สพฺพา ตา สมาปชฺชิ. เอวํ สมาปตฺติสมตายปิ สมผลานิ. วุตฺตเญฺหตํ ภควตา –

‘‘ยสฺส เจตํ ปิณฺฑปาตํ ปริภุญฺชิตฺวา อนุตฺตรํ อปฺปมาณํ เจโตสมาธึ อุปสมฺปชฺช วิหรติ, อปฺปมาโณ ตสฺส ปุญฺญาภิสนฺโท กุสลาภิสนฺโท’’ติอาทิ. –

สุชาตา จ อปรภาเค อสฺโสสิ ‘‘น กิร สา รุกฺขเทวตา, โพธิสตฺโต กิเรส, ตํ กิร ปิณฺฑปาตํ ปริภุญฺชิตฺวา อนุตฺตรํ สมฺมาสมฺโพธึ อภิสมฺพุทฺโธ, สตฺตสตฺตาหํ กิรสฺส เตน ยาปนา อโหสี’’ติ. ตสฺสา อิทํ สุตฺวา ‘‘ลาภา วต เม’’ติ อนุสฺสรนฺติยา พลวปีติโสมนสฺสํ อุทปาทิ. จุนฺทสฺสปิ อปรภาเค ‘‘อวสานปิณฺฑปาโต กิร มยา ทินฺโน, ธมฺมสีสํ กิร มยา คหิตํ, มยฺหํ กิร ปิณฺฑปาตํ ปริภุญฺชิตฺวา สตฺถา อตฺตนา จิรกาลาภิปตฺถิตาย อนุปาทิเสสาย นิพฺพานธาตุยา ปรินิพฺพุโต’’ติ สุตฺวา ‘‘ลาภา วต เม’’ติ อนุสฺสรโต พลวปีติโสมนสฺสํ อุทปาทิ. เอวํ อนุสฺสรณสมตายปิ สมผลานิ เทฺวปิ ปิณฺฑปาตทานานีติ เวทิตพฺพานิ.

อายุสํวตฺตนิกนฺติ ทีฆายุกสํวตฺตนิกํ. อุปจิตนฺติ ปสุตํ อุปฺปาทิตํ. ยสสํวตฺตนิกนฺติ ปริวารสํวตฺตนิกํ. อาธิปเตยฺยสํวตฺตนิกนฺติ เสฏฺฐภาวสํวตฺตนิกํ.

เอตมตฺถํ วิทิตฺวาติ เอตํ ทานสฺส มหปฺผลตญฺเจว สีลาทิคุเณหิ อตฺตโน จ อนุตฺตรทกฺขิเณยฺยภาวํ อนุปาทาปรินิพฺพานญฺจาติ ติวิธมฺปิ อตฺถํ สพฺพาการโต วิทิตฺวา ตทตฺถทีปนํ อิมํ อุทานํ อุทาเนสิ.

ตตฺถ ททโต ปุญฺญํ ปวฑฺฒตีติ ทานํ เทนฺตสฺส จิตฺตสมฺปตฺติยา จ ทกฺขิเณยฺยสมฺปตฺติยา จ ทานมยํ ปุญฺญํ อุปจียติ, มหปฺผลตรญฺจ มหานิสํสตรญฺจ โหตีติ อตฺโถ. อถ วา ททโต ปุญฺญํ ปวฑฺฒตีติ เทยฺยธมฺมํ ปริจฺจชนฺโต ปริจฺจาคเจตนาย พหุลีกตาย อนุกฺกเมน สพฺพตฺถ อนาปตฺติพหุโล สุวิสุทฺธสีลํ รกฺขิตฺวา สมถวิปสฺสนญฺจ ภาเวตุํ สกฺโกตีติ ตสฺส ทานาทิวเสน ติวิธมฺปิ ปุญฺญํ อภิวฑฺฒตีติ เอวเมตฺถ อตฺโถ เวทิตพฺโพ. สํยมโตติ สีลสํยเมน สํยมนฺตสฺส, สํวเร ฐิตสฺสาติ อตฺโถ. เวรํ น จียตีติ ปญฺจวิธเวรํ น ปวฑฺฒติ, อโทสปธานตฺตา วา อธิสีลสฺส กายวาจาจิตฺเตหิ สยํมนฺโต สุวิสุทฺธสีโล ขนฺติพหุลตาย เกนจิ เวรํ น กโรติ, กุโต ตสฺส อุปจโย. ตสฺมา ตสฺส สํยมโต สํยมนฺตสฺส, สํยมเหตุ วา เวรํ น จียติ. กุสโล จ ชหาติ ปาปกนฺติ กุสโล ปน ญาณสมฺปนฺโน สุวิสุทฺธสีเล ปติฏฺฐิโต อฏฺฐตึสาย อารมฺมเณสุ อตฺตโน อนุรูปํ กมฺมฏฺฐานํ คเหตฺวา อุปจารปฺปนาเภทํ ฌานํ สมฺปาเทนฺโต ปาปกํ ลามกํ กามจฺฉนฺทาทิอกุสลํ วิกฺขมฺภนวเสน ชหาติ ปริจฺจชติ. โส ตเมว ฌานํ ปาทกํ กตฺวา สงฺขาเรสุ ขยวยํ ปฏฺฐเปตฺวา วิปสฺสนาย กมฺมํ กโรนฺโต วิปสฺสนํ อุสฺสุกฺกาเปตฺวา อริยมคฺเคน อนวเสสํ ปาปกํ ลามกํ อกุสลํ สมุจฺเฉทวเสน ชหาติ. ราคโทสโมหกฺขยา ส นิพฺพุโตติ โส เอวํ ปาปกํ ปชหิตฺวา ราคาทีนํ ขยา อนวเสสกิเลสนิพฺพาเนน, ตโต ปรํ ขนฺธนิพฺพาเนน จ นิพฺพุโต โหตีติ เอวํ ภควา จุนฺทสฺส จ ทกฺขิณสมฺปตฺตึ, อตฺตโน จ ทกฺขิเณยฺยสมฺปตฺตึ นิสฺสาย ปีติเวควิสฺสฏฺฐํ อุทานํ อุทาเนสิ.

ปญฺจมสุตฺตวณฺณนา นิฏฺฐิตา.

๖. ปาฏลิคามิยสุตฺตวณฺณนา

๗๖. ฉฏฺเฐ มคเธสูติ มคธรฏฺเฐ. มหตาติ อิธาปิ คุณมหตฺเตนปิ อปริจฺฉินฺนสงฺขฺยตฺตา คณนมหตฺเตนปิ มหตา ภิกฺขุสงฺเฆน. ปาฏลิคาโมติ เอวํนามโก มคธรฏฺเฐ เอโก คาโม. ตสฺส กิร คามสฺส มาปนทิวเส คามคฺคหณฏฺฐาเน เทฺว ตโย ปาฏลงฺกุรา ปถวิโต อุพฺภิชฺชิตฺวา นิกฺขมึสุ. เตน ตํ ‘‘ปาฏลิคาโม’’เตฺวว โวหรึสุ. ตทวสรีติ ตํ ปาฏลิคามํ อวสริ อนุปาปุณิ. กทา ปน ภควา ปาฏลิคามํ อนุปาปุณิ? เหฏฺฐา วุตฺตนเยน สาวตฺถิยํ ธมฺมเสนาปติโน เจติยํ การาเปตฺวา ตโต นิกฺขมิตฺวา ราชคเห วสนฺโต ตตฺถ อายสฺมโต มหาโมคฺคลฺลานสฺส จ เจติยํ การาเปตฺวา ตโต นิกฺขมิตฺวา อมฺพลฏฺฐิกายํ วสิตฺวา อตุริตจาริกาวเสน ชนปทจาริกํ จรนฺโต ตตฺถ ตตฺถ เอกรตฺติวาเสน วสิตฺวา โลกํ อนุคฺคณฺหนฺโต อนุกฺกเมน ปาฏลิคามํ อนุปาปุณิ.

ปาฏลิคามิยาติ ปาฏลิคามวาสิโน อุปาสกา. เต กิร ภควโต ปฐมทสฺสเนน เกจิ สรเณสุ, เกจิ สีเลสุ, เกจิ สรเณสุ จ สีเลสุ จ ปติฏฺฐิตา. เตน วุตฺตํ ‘‘อุปาสกา’’ติ. เยน ภควา เตนุปสงฺกมึสูติ ปาฏลิคาเม กิร อชาตสตฺตุโน ลิจฺฉวิราชูนญฺจ มนุสฺสา กาเลน กาลํ คนฺตฺวา เคหสามิเก เคหโต นีหริตฺวา มาสมฺปิ อฑฺฒมาสมฺปิ วสนฺติ. เตน ปาฏลิคามวาสิโน มนุสฺสา นิจฺจุปทฺทุตา ‘‘เอเตสญฺเจว อาคตกาเล วสนฏฺฐานํ ภวิสฺสตี’’ติ เอกปสฺเส อิสฺสรานํ ภณฺฑปฺปฏิสามนฏฺฐานํ, เอกปสฺเส วสนฏฺฐานํ, เอกปสฺเส อาคนฺตุกานํ อทฺธิกมนุสฺสานํ, เอกปสฺเส ทลิทฺทานํ กปณมนุสฺสานํ, เอกปสฺเส คิลานานํ วสนฏฺฐานํ ภวิสฺสตีติ สพฺเพสํ อญฺญมญฺญํ อฆฏฺเฏตฺวา วสนปฺปโหนกํ นครมชฺเฌ มหาสาลํ กาเรสุํ, ตสฺสา นามํ อาวสถาคารนฺติ. ตํ ทิวสญฺจ นิฏฺฐานํ อคมาสิ. เต ตตฺถ คนฺตฺวา หตฺถกมฺมสุธากมฺมจิตฺตกมฺมาทิวเสน สุปรินิฏฺฐิตํ สุสชฺชิตํ เทววิมานสทิสํ ตํ ทฺวารโกฏฺฐกโต ปฏฺฐาย โอโลเกตฺวา ‘‘อิทํ อาวสถาคารํ อติวิย มโนรมํ สสฺสิริกํ, เกน นุ โข ปฐมํ ปริภุตฺตํ อมฺหากํ ทีฆรตฺตํ หิตาย สุขาย อสฺสา’’ติ จินฺเตสุํ, ตสฺมึเยว จ ขเณ ‘‘ภควา ตํ คามํ อนุปฺปตฺโต’’ติ อสฺโสสุํ. เตน เต อุปฺปนฺนปีติโสมนสฺสา ‘‘อเมฺหหิ ภควา คนฺตฺวาปิ อาเนตพฺโพ สิยา, โส ปน สยเมว อมฺหากํ วสนฏฺฐานํ สมฺปตฺโต, อชฺช มยํ ภควนฺตํ อิธ วสาเปตฺวา ปฐมํ ปริภุญฺชาเปสฺสาม ตถา ภิกฺขุสงฺฆํ, ภิกฺขุสงฺเฆ อาคเต เตปิฏกํ พุทฺธวจนํ อาคตเมว ภวิสฺสติ, สตฺถารํ มงฺคลํ วทาเปสฺสาม, ธมฺมํ กถาเปสฺสาม. อิติ ตีหิ รตเนหิ ปริภุตฺเต ปจฺฉา อมฺหากญฺจ ปเรสญฺจ ปริโภโค ภวิสฺสติ, เอวํ โน ทีฆรตฺตํ หิตาย สุขาย ภวิสฺสตี’’ติ สนฺนิฏฺฐานํ กตฺวา เอตทตฺถเมว ภควนฺตํ อุปสงฺกมึสุ. ตสฺมา เอวมาหํสุ – ‘‘อธิวาเสตุ โน, ภนฺเต ภควา, อาวสถาคาร’’นฺติ.

เยน อาวสถาคารํ เตนุปสงฺกมึสูติ กิญฺจาปิ ตํ ตํ ทิวสเมว ปรินิฏฺฐิตตฺตา เทววิมานํ วิย สุสชฺชิตํ สุปฏิชคฺคิตํ, พุทฺธารหํ ปน กตฺวา น ปญฺญตฺตํ, ‘‘พุทฺธา นาม อรญฺญชฺฌาสยา อรญฺญารามา, อนฺโตคาเม วเสยฺยุํ วา โน วา, ตสฺมา ภควโต รุจึ ชานิตฺวาว ปญฺญาเปสฺสามา’’ติ จินฺเตตฺวา เต ภควนฺตํ อุปสงฺกมึสุ, อิทานิ ภควโต รุจึ ชานิตฺวา ตถา ปญฺญาเปตุกามา เยน อาวสถาคารํ เตนุปสงฺกมึสุ. สพฺพสนฺถรึ อาวสถาคารํ สนฺถริตฺวาติ ยถา สพฺพเมว สนฺถตํ โหติ, เอวํ ตํ สนฺถริตฺวา สพฺพปฐมํ ตาว ‘‘โคมยํ นาม สพฺพมงฺคเลสุ วตฺตตี’’ติ สุธาปริกมฺมกตมฺปิ ภูมึ อลฺลโคมเยน โอปุญฺชาเปตฺวา ปริสุกฺขภาวํ ญตฺวา ยถา อกฺกนฺตฏฺฐาเน ปทํ น ปญฺญายติ, เอวํ จตุชฺชาติยคนฺเธหิ ลิมฺเปตฺวา อุปริ นานาวณฺณกฏสารเก สนฺถริตฺวา เตสํ อุปริ มหาปิฏฺฐิกโกชวาทึ กตฺวา หตฺถตฺถรณาทีหิ นานาวณฺเณหิ อตฺถรเณหิ สนฺถริตพฺพยุตฺตกํ สพฺโพกาสํ สนฺถราเปสุํ. เตน วุตฺตํ – ‘‘สพฺพสนฺถรึ อาวสถาคารํ สนฺถริตฺวา’’ติ.

อาสนานญฺหิ มชฺฌฏฺฐาเน ตาว มงฺคลถมฺภํ นิสฺสาย มหารหํ พุทฺธาสนํ ปญฺญาเปตฺวา ตตฺถ ยํ ยํ มุทุกญฺจ มโนรมญฺจ ปจฺจตฺถรณํ, ตํ ตํ ปจฺจตฺถริตฺวา อุภโตโลหิตกํ มนุญฺญทสฺสนํ อุปธานํ อุปทหิตฺวา อุปริ สุวณฺณรชตตารกาวิจิตฺตํ วิตานํ พนฺธิตฺวา คนฺธทามปุปฺผทามาทีหิ อลงฺกริตฺวา สมนฺตา ทฺวาทสหตฺเถ ฐาเน ปุปฺผชาลํ กาเรตฺวา ตึสหตฺถมตฺตฏฺฐานํ ปฏสาณิยา ปริกฺขิปาเปตฺวา ปจฺฉิมภิตฺตึ นิสฺสาย ภิกฺขุสงฺฆสฺส ปลฺลงฺกอปสฺสยมญฺจปีฐาทีนิ ปญฺญาเปตฺวา อุปริ เสตปจฺจตฺถรเณหิ ปจฺจตฺถราเปตฺวา สาลาย ปาจีนปสฺสํ อตฺตโน นิสชฺชาโยคฺคํ กาเรสุํ. ตํ สนฺธาย วุตฺตํ ‘‘อาสนานิ ปญฺญาเปตฺวา’’ติ.

อุทกมณิกนฺติ มหากุจฺฉิกํ อุทกจาฏึ. เอวํ ภควา ภิกฺขุสงฺโฆ จ ยถารุจิยา หตฺถปาเท โธวิสฺสนฺติ, มุขํ วิกฺขาเลสฺสนฺตีติ เตสุ เตสุ ฐาเนสุ มณิวณฺณสฺส อุทกสฺส ปูเรตฺวา วาสตฺถาย นานาปุปฺผานิ เจว อุทกวาสจุณฺณานิ จ ปกฺขิปิตฺวา กทลิปณฺเณหิ ปิทหิตฺวา ปติฏฺฐเปสุํ. เตน วุตฺตํ ‘‘อุทกมณิกํ ปติฏฺฐาเปตฺวา’’ติ.

เตลปฺปทีปํ อาโรเปตฺวาติ รชตสุวณฺณาทิมยทณฺฑทีปิกาสุ โยธกรูปวิลาสขจิตรูปกาทีนํ หตฺเถ ฐปิตสุวณฺณรชตาทิมยกปลฺลิกาสุ เตลปฺปทีปํ ชาลยิตฺวา. เยน ภควา เตนุปสงฺกมึสูติ เอตฺถ ปน เต ปาฏลิคามิยา อุปาสกา น เกวลํ อาวสถาคารเมว, อถ โข สกลสฺมิมฺปิ คาเม วีถิโย สชฺชาเปตฺวา ธเช อุสฺสาเปตฺวา เคหทฺวาเรสุ ปุณฺณฆเฏ กทลิโย จ ฐปาเปตฺวา สกลคามํ ทีปมาลาหิ วิปฺปกิณฺณตารกํ วิย กตฺวา ‘‘ขีรปเก ทารเก ขีรํ ปาเยถ, ทหรกุมาเร ลหุํ ลหุํ โภเชตฺวา สยาเปถ, อุจฺจาสทฺทํ มา กริตฺถ, อชฺช เอกรตฺตึ สตฺถา อนฺโตคาเม วสิสฺสติ, พุทฺธา นาม อปฺปสทฺทกามา โหนฺตี’’ติ เภรึ จราเปตฺวา สยํ ทณฺฑทีปิกา อาทาย เยน ภควา เตนุปสงฺกมึสุ.

อถ โข ภควา นิวาเสตฺวา ปตฺตจีวรมาทาย สทฺธึ ภิกฺขุสงฺเฆน เยน อาวสถาคารํ เตนุปสงฺกมีติ ‘‘ยสฺส ทานิ, ภนฺเต, ภควา กาลํ มญฺญตี’’ติ เอวํ กิร เตหิ กาเล อาโรจิเต ภควา ลาขารเสน ตินฺตรตฺตโกวิฬารปุปฺผวณฺณํ รตฺตทุปฏฺฏํ กตฺตริยา ปทุมํ กนฺเตนฺโต วิย, สํวิธาย ติมณฺฑลํ ปฏิจฺฉาเทนฺโต นิวาเสตฺวา สุวณฺณปามงฺเคน ปทุมกลาปํ ปริกฺขิปนฺโต วิย, วิชฺชุลตาสสฺสิริกํ กายพนฺธนํ พนฺธิตฺวา รตฺตกมฺพเลน คชกุมฺภํ ปริโยนนฺธนฺโต วิย, รตนสตุพฺเพเธ สุวณฺณคฺฆิเก ปวาฬชาลํ ขิปมาโน วิย, มหติ สุวณฺณเจติเย รตฺตกมฺพลกญฺจุกํ ปฏิมุญฺจนฺโต วิย, คจฺฉนฺตํ ปุณฺณจนฺทํ รตฺตวลาหเกน ปฏิจฺฉาเทนฺโต วิย, กญฺจนคิริมตฺถเก สุปกฺกลาขารสํ ปริสิญฺจนฺโต วิย, จิตฺตกูฏปพฺพตมตฺถกํ วิชฺชุลตาชาเลน ปริกฺขิปนฺโต วิย, สกลจกฺกวาฬสิเนรุยุคนฺธรมหาปถวึ จาเลตฺวา คหิตนิโคฺรธปลฺลวสมานวณฺณํ สุรตฺตวรปํสุกูลํ ปารุปิตฺวา วนคหนโต นิกฺขนฺตเกสรสีโห วิย, สมนฺตโต อุทยปพฺพตกูฏโต ปุณฺณจนฺโท วิย, พาลสูริโย วิย จ อตฺตนา นิสินฺนจารุมณฺฑปโต นิกฺขมิ.

อถสฺส กายโต เมฆมุขโต วิชฺชุกลาปา วิย รสฺมิโย นิกฺขมิตฺวา สุวณฺณรสธาราปริเสกปิญฺชรปตฺตปุปฺผผลสาขาวิฏเป วิย สมนฺตโต รุกฺเข กรึสุ. ตาวเทว อตฺตโน อตฺตโน ปตฺตจีวรมาทาย มหาภิกฺขุสงฺโฆ ภควนฺตํ ปริวาเรสิ. เต จ นํ ปริวาเรตฺวา ฐิตา ภิกฺขู เอวรูปา อเหสุํ อปฺปิจฺฉา สนฺตุฏฺฐา ปวิวิตฺตา อสํสฏฺฐา อารทฺธวีริยา วตฺตาโร วจนกฺขมา โจทกา ปาปครหิโน สีลสมฺปนฺนา สมาธิสมฺปนฺนา ปญฺญาสมฺปนฺนา วิมุตฺติสมฺปนฺนา วิมุตฺติญาณทสฺสนสมฺปนฺนา. เตหิ ปริวุโต ภควา รตฺตกมฺพลปริกฺขิตฺโต วิย สุวณฺณกฺขนฺโธ, นกฺขตฺตปริวาริโต วิย ปุณฺณจนฺโท, รตฺตปทุมวนสณฺฑมชฺฌคตา วิย สุวณฺณนาวา, ปวาฬเวทิกปริกฺขิตฺโต วิย สุวณฺณปาสาโท วิโรจิตฺถ. มหากสฺสปปฺปมุขา ปน มหาเถรา เมฆวณฺณํ ปํสุกูลจีวรํ ปารุปิตฺวา มณิวมฺมวมฺมิตา วิย มหานาคา ปริวารยึสุ วนฺตราคา ภินฺนกิเลสา วิชฏิตชฏา ฉินฺนพนฺธนา กุเล วา คเณ วา อลคฺคา.

อิติ ภควา สยํ วีตราโค วีตราเคหิ, วีตโทโส วีตโทเสหิ, วีตโมโห วีตโมเหหิ, นิตฺตโณฺห นิตฺตเณฺหหิ, นิกฺกิเลโส นิกฺกิเลเสหิ, สยํ พุทฺโธ อนุพุทฺเธหิ ปริวาริโต ปตฺตปริวาริตํ วิย เกสรํ, เกสรปริวาริตา วิย กณฺณิกา, อฏฺฐนาคสหสฺสปริวาริโต วิย ฉทฺทนฺโต นาคราชา, นวุติหํสสหสฺสปริวาริโต วิย ธตรฏฺโฐ หํสราชา, เสนงฺคปริวาริโต วิย จกฺกวตฺติราชา, มรุคณปริวาริโต วิย สกฺโก เทวราชา, พฺรหฺมคณปริวาริโต วิย หาริตมหาพฺรหฺมา, ตาราคณปริวาริโต วิย ปุณฺณจนฺโท, อนุปเมน พุทฺธเวเสน อปริมาเณน พุทฺธวิลาเสน ปาฏลิคามินํ มคฺคํ ปฏิปชฺชิ.

อถสฺส ปุรตฺถิมกายโต สุวณฺณวณฺณา ฆนพุทฺธรสฺมิโย อุฏฺฐหิตฺวา อสีติหตฺถฏฺฐานํ อคฺคเหสุํ, ตถา ปจฺฉิมกายโต ทกฺขิณปสฺสโต วามปสฺสโต สุวณฺณวณฺณา ฆนพุทฺธรสฺมิโย อุฏฺฐหิตฺวา อสีติหตฺถฏฺฐานํ อคฺคเหสุํ, อุปริเกสนฺตโต ปฏฺฐาย สพฺพเกสาวฏฺเฏหิ โมรคีวราชวณฺณา อสิตา ฆนพุทฺธรสฺมิโย อุฏฺฐหิตฺวา คคนตเล อสีติหตฺถฏฺฐานํ อคฺคเหสุํ, เหฏฺฐาปาทตเลหิ ปวาฬวณฺณา รสฺมิโย อุฏฺฐหิตฺวา ฆนปถวิยํ อสีติหตฺถฏฺฐานํ อคฺคเหสุํ, ทนฺตโต อกฺขีนํ เสตฏฺฐานโต, นขานํ มํสวิมุตฺตฏฺฐานโต โอทาตา ฆนพุทฺธรสฺมิโย อุฏฺฐหิตฺวา อสีติหตฺถฏฺฐานํ อคฺคเหสุํ, รตฺตปีตวณฺณานํ สมฺภินฺนฏฺฐานโต มญฺเชฏฺฐวณฺณา รสฺมิโย อุฏฺฐหิตฺวา อสีติหตฺถฏฺฐานํ อคฺคเหสุํ, สพฺพตฺถกเมว ปภสฺสรา รสฺมิโย อุฏฺฐหึสุ. เอวํ สมนฺตา อสีติหตฺถฏฺฐานํ ฉพฺพณฺณา พุทฺธรสฺมิโย วิชฺโชตมานา วิปฺผนฺทมานา วิธาวมานา กญฺจนทณฺฑทีปิกาทีหิ นิจฺฉริตฺวา อากาสํ ปกฺขนฺทมานา มหาปทีปชาลา วิย, จาตุทฺทีปิกมหาเมฆโต นิกฺขนฺตวิชฺชุลตา วิย จ ทิโสทิสํ ปกฺขนฺทึสุ. ยาหิ สพฺเพ ทิสาภาคา สุวณฺณจมฺปกปุปฺเผหิ วิกิริยมานา วิย, สุวณฺณฆฏโต สุวณฺณรสธาราหิ อาสิญฺจิยมานา วิย, ปสาริตสุวณฺณปฏปริกฺขิตฺตา วิย, เวรมฺภวาเตน สมุทฺธตกึสุกกณิการโกวิฬารปุปฺผจุณฺณสโมกิณฺณา วิย, จีนปิฏฺฐจุณฺณสมฺปริรญฺชิตา วิย จ วิโรจึสุ.

ภควโตปิ อสีติอนุพฺยญฺชนพฺยามปฺปภาปริกฺเขปสมุชฺชลํ ทฺวตฺตึสมหาปุริสลกฺขณปฺปฏิมณฺฑิตํ สรีรํ อพฺภมหิกาทิอุปกฺกิเลสวิมุตฺตํ สมุชฺชลนฺตตารกาวภาสิตํ วิย, คคนตลํ วิกสิตํ วิย ปทุมวนํ, สพฺพปาลิผุลฺโล วิย โยชนสติโก ปาริจฺฉตฺตโก, ปฏิปาฏิยา ฐปิตานํ ทฺวตฺตึสสูริยานํ ทฺวตฺตึสจนฺทิมานํ ทฺวตฺตึสจกฺกวตฺตีนํ ทฺวตฺตึสเทวราชานํ ทฺวตฺตึสมหาพฺรหฺมานํ สิริยา สิรึ อภิภวมานํ วิย วิโรจิตฺถ, ยถา ตํ ทสหิ ปารมีหิ ทสหิ อุปปารมีหิ ทสหิ ปรมตฺถปารมีหีติ สมฺมเทว ปริปูริตาหิ สมตึสปารมิตาหิ อลงฺกตํ กปฺปสตสหสฺสาธิกานิ จตฺตาริ อสงฺเขฺยยฺยานิ ทินฺเนน ทาเนน รกฺขิเตน สีเลน กเตน กลฺยาณกมฺเมน เอกสฺมึ อตฺตภาเว สโมสริตฺวา วิปากํ ทาตุํ โอกาสํ อลภมาเนน สมฺพาธปฺปตฺตํ วิย นิพฺพตฺติตํ นาวาสหสฺสภณฺฑํ เอกํ นาวํ อาโรปนกาโล วิย, สกฏสหสฺสภณฺฑํ เอกํ สกฏํ อาโรปนกาโล วิย, ปญฺจวีสติยา คงฺคานํ สมฺภินฺนมุขทฺวาเร เอกโต ราสิภูตกาโล วิย อโหสิ.

อิมาย พุทฺธสิริยา โอภาสมานสฺสปิ ภควโต ปุรโต อเนกานิ ทณฺฑทีปิกาสหสฺสานิ อุกฺขิปึสุ. ตถา ปจฺฉโต วามปสฺเส ทกฺขิณปสฺเส ชาติกุสุมจมฺปกวนมาลิการตฺตุปฺปลนีลุปฺปลพกุลสินฺทุวาราทิปุปฺผานิ เจว นีลปีตาทิวณฺณสุคนฺธจุณฺณานิ จ จาตุทฺทีปิกมหาเมฆวิสฺสฏฺฐา สลิลวุฏฺฐิโย วิย วิปฺปกิรึสุ. ปญฺจงฺคิกตูริยนิคฺโฆสา จ พุทฺธธมฺมสงฺฆคุณาสํยุตฺตา ถุติโฆสา จ สพฺพา ทิสา ปูรยมานา มุขสมฺภาสา วิย อเหสุํ. เทวสุปณฺณนาคยกฺขคนฺธพฺพมนุสฺสานํ อกฺขีนิ อมตปานํ วิย ลภึสุ. อิมสฺมึ ปน ฐาเน ฐตฺวา ปทสหสฺเสหิ คมนวณฺณนํ วตฺตุํ วฏฺฏติ. ตตฺริยํ มุขมตฺตํ –

‘‘เอวํ สพฺพงฺคสมฺปนฺโน, กมฺปยนฺโต วสุนฺธรํ;

อเหฐยนฺโต ปาณานิ, ยาติ โลกวินายโก.

‘‘ทกฺขิณํ ปฐมํ ปาทํ, อุทฺธรนฺโต นราสโภ;

คจฺฉนฺโต สิริสมฺปนฺโน, โสภเต ทฺวิปทุตฺตโม.

‘‘คจฺฉโต พุทฺธเสฏฺฐสฺส, เหฏฺฐา ปาทตลํ มุทุ;

สมํ สมฺผุสเต ภูมึ, รชสานุปลิมฺปติ.

‘‘นินฺนํ ฐานํ อุนฺนมติ, คจฺฉนฺเต โลกนายเก;

อุนฺนตญฺจ สมํ โหติ, ปถวี จ อเจตนา.

‘‘ปาสาณา สกฺขรา เจว, กถลา ขาณุกณฺฏกา;

สพฺเพ มคฺคา วิวชฺชนฺติ, คจฺฉนฺเต โลกนายเก.

‘‘นาติทูเร อุทฺธรติ, นจฺจาสนฺเน จ นิกฺขิปํ;

อฆฏฺฏยนฺโต นิยฺยาติ, อุโภ ชาณู จ โคปฺผเก.

‘‘นาติสีฆํ ปกฺกมติ, สมฺปนฺนจรโณ มุนิ;

น จาปิ สณิกํ ยาติ, คจฺฉมาโน สมาหิโต.

‘‘อุทฺธํ อโธ จ ติริยํ, ทิสญฺจ วิทิสํ ตถา;

น เปกฺขมาโน โส ยาติ, ยุคมตฺตํวเปกฺขติ.

‘‘นาควิกฺกนฺตจาโร โส, คมเน โสภเต ชิโน;

จารุํ คจฺฉติ โลกคฺโค, หาสยนฺโต สเทวเก.

‘‘อุสภราชาว โสภนฺโต, จารุจารีว เกสรี;

โตสยนฺโต พหู สตฺเต, คามํ เสฏฺโฐ อุปาคมี’’ติ. –

วณฺณกาโล นาม กิเรส. เอวํวิเธสุ กาเลสุ ภควโต สรีรวณฺเณ วา คุณวณฺเณ วา ธมฺมกถิกสฺส ถาโมเยว ปมาณํ, จุณฺณิยปเทหิ คาถาพนฺเธหิ ยตฺตกํ สกฺโกติ, ตตฺตกํ วตฺตพฺพํ. ‘‘ทุกฺกถิต’’นฺติ วา ‘‘อติตฺเถน ปกฺขนฺโท’’ติ วา น วตฺตพฺโพ. อปริมาณวณฺณา หิ พุทฺธา ภควนฺโต, เตสํ พุทฺธาปิ อนวเสสโต วณฺณํ วตฺตุํ อสมตฺถา. สกลมฺปิ หิ กปฺปํ วณฺเณนฺตา ปริโยสาเปตุํ น สกฺโกนฺติ, ปเคว อิตรา ปชาติ. อิมินา สิริวิลาเสน อลงฺกตปฺปฏิยตฺตํ ปาฏลิคามํ ปาวิสิ, ปวิสิตฺวา ภควา ปสนฺนจิตฺเตน ชเนน ปุปฺผคนฺธธูมวาสจุณฺณาทีหิ ปูชิยมาโน อาวสถาคารํ ปาวิสิ. เตน วุตฺตํ – ‘‘อถ โข ภควา นิวาเสตฺวา ปตฺตจีวรมาทาย สทฺธึ ภิกฺขุสงฺเฆน เยน อาวสถาคารํ เตนุปสงฺกมี’’ติ.

ปาเท ปกฺขาเลตฺวาติ ยทิปิ ภควโต ปาเท รโชชลฺลํ น อุปลิมฺปติ, เตสํ ปน อุปาสกานํ กุสลาภิวุทฺธึ อากงฺขนฺโต ปเรสํ ทิฏฺฐานุคตึ อาปชฺชนตฺถญฺจ ภควา ปาเท ปกฺขาเลติ. อปิจ อุปาทินฺนกสรีรํ นาม สีตํ กาตพฺพมฺปิ โหตีติ เอตทตฺถมฺปิ ภควา นฺหานปาทโธวนาทีนิ กโรติเยว. ภควนฺตํเยว ปุรกฺขตฺวาติ ภควนฺตํ ปุรโต กตฺวา. ตตฺถ ภควา ภิกฺขูนญฺเจว อุปาสกานญฺจ มชฺเฌ นิสินฺโน คนฺโธทเกน นฺหาเปตฺวา ทุกูลจุมฺพฏเกน โวทกํ กตฺวา ชาติหิงฺคุลเกน มชฺชิตฺวา รตฺตกมฺพเลน ปลิเวเฐตฺวา ปีเฐ ฐปิตา รตฺตสุวณฺณฆนปฏิมา วิย อติวิโรจิตฺถ.

อยํ ปเนตฺถ โปราณานํ วณฺณภณนมคฺโค –

‘‘คนฺตฺวาน มณฺฑลมาฬํ, นาควิกฺกนฺตจารโณ;

โอภาสยนฺโต โลกคฺโค, นิสีทิ วรมาสเน.

‘‘ตหึ นิสินฺโน นรทมฺมสารถิ,

เทวาติเทโว สตปุญฺญลกฺขโณ;

พุทฺธาสเน มชฺฌคโต วิโรจติ,

สุวณฺณนิกฺขํ วิย ปณฺฑุกมฺพเล.

‘‘เนกฺขํ ชมฺโพนทสฺเสว, นิกฺขิตฺตํ ปณฺฑุกมฺพเล;

วิโรจติ วีตมโล, มณิเวโรจโน ยถา.

‘‘มหาสาโลว สมฺผุลฺโล, เมรุราชาวลงฺกโต;

สุวณฺณยูปสงฺกาโส, ปทุโม โกกนโท ยถา.

‘‘ชลนฺโต ทีปรุกฺโขว, ปพฺพตคฺเค ยถา สิขี;

เทวานํ ปาริฉตฺโตว, สพฺพผุลฺโล วิโรจตี’’ติ.

ปาฏลิคามิเย อุปาสเก อามนฺเตสีติ ยสฺมา เตสุ อุปาสเกสุ พหู ชนา สีเลสุ ปติฏฺฐิตา, ตสฺมา ปฐมํ ตาว สีลวิปตฺติยา อาทีนวํ ปกาเสตฺวา ปจฺฉา สีลสมฺปทาย อานิสํสํ ทสฺเสตุํ, ‘‘ปญฺจิเม คหปตโย’’ติอาทินา ธมฺมเทสนตฺถํ อามนฺเตสิ.

ตตฺถ ทุสฺสีโลติ นิสฺสีโล. สีลวิปนฺโนติ วิปนฺนสีโล ภินฺนสํวโร. เอตฺถ จ ‘‘ทุสฺสีโล’’ติ ปเทน ปุคฺคลสฺส สีลาภาโว วุตฺโต. โส ปนสฺส สีลาภาโว ทุวิโธ อสมาทาเนน วา สมาทินฺนสฺส เภเทน วาติ. เตสุ ปุริโม น ตถา สาวชฺโช, ยถา ทุติโย สาวชฺชตโร. ยถาธิปฺเปตาทีนวนิมิตฺตํ สีลาภาวํ ปุคฺคลาธิฏฺฐานาย เทสนาย ทสฺเสตุํ, ‘‘สีลวิปนฺโน’’ติ วุตฺตํ. เตน ‘‘ทุสฺสีโล’’ติ ปทสฺส อตฺถํ ทสฺเสติ. ปมาทาธิกรณนฺติ ปมาทการณา. อิทญฺจ สุตฺตํ คหฏฺฐานํ วเสน อาคตํ, ปพฺพชิตานมฺปิ ปน ลพฺภเตว. คหฏฺโฐ หิ เยน สิปฺปฏฺฐาเนน ชีวิกํ กปฺเปติ ยทิ กสิยา ยทิ วาณิชฺชาย ยทิ โครกฺเขน, ปาณาติปาตาทิวเสน ปมตฺโต ตํ ตํ ยถากาลํ สมฺปาเทตุํ น สกฺโกติ, อถสฺส กมฺมํ วินสฺสติ. มาฆาตกาเล ปน ปาณาติปาตาทีนิ กโรนฺโต ทณฺฑวเสน มหตึ โภคชานึ นิคจฺฉติ. ปพฺพชิโต ทุสฺสีโล ปมาทการณา สีลโต พุทฺธวจนโต ฌานโต สตฺตอริยธนโต จ ชานึ นิคจฺฉติ.

ปาปโก กิตฺติสทฺโทติ คหฏฺฐสฺส ‘‘อสุโก อมุกกุเล ชาโต ทุสฺสีโล ปาปธมฺโม ปริจฺจตฺตอิธโลกปรโลโก สลากภตฺตมตฺตมฺปิ น เทตี’’ติ ปริสมชฺเฌ ปาปโก กิตฺติสทฺโท อพฺภุคฺคจฺฉติ. ปพฺพชิตสฺส ‘‘อสุโก นาม เถโร สตฺถุ สาสเน ปพฺพชิตฺวา นาสกฺขิ สีลานิ รกฺขิตุํ, น พุทฺธวจนํ คเหตุํ, เวชฺชกมฺมาทีหิ ชีวติ, ฉหิ อคารเวหิ สมนฺนาคโต’’ติ เอวํ ปาปโก กิตฺติสทฺโท อพฺภุคฺคจฺฉติ.

อวิสารโทติ คหฏฺโฐ ตาว อวสฺสํ พหูนํ สนฺนิปาตฏฺฐาเน ‘‘โกจิ มม กมฺมํ ชานิสฺสติ, อถ มํ นินฺทิสฺสติ, ราชกุลสฺส วา ทสฺเสสฺสตี’’ติ สภโย อุปสงฺกมติ, มงฺกุภูโต ปตฺตกฺขนฺโธ อโธมุโข นิสีทติ, วิสารโท หุตฺวา กเถตุํ น สกฺโกติ. ปพฺพชิโตปิ พหุภิกฺขุสงฺเฆ สนฺนิปติเต ‘‘อวสฺสํ โกจิ มม กมฺมํ ชานิสฺสติ, อถ เม อุโปสถมฺปิ ปวารณมฺปิ ฐเปตฺวา สามญฺญโต จาเวตฺวา นิกฺกฑฺฒิสฺสตี’’ติ สภโย อุปสงฺกมติ, วิสารโท หุตฺวา กเถตุํ น สกฺโกติ. เอกจฺโจ ปน ทุสฺสีโลปิ สมาโน สุสีโล วิย จรติ, โสปิ อชฺฌาสเยน มงฺกุ โหติเยว.

สมฺมูโฬฺห กาลํ กโรตีติ ทุสฺสีลสฺส หิ มรณมญฺเจ นิปนฺนสฺส ทุสฺสีลกมฺมานิ สมาทาย ปวตฺติตฏฺฐานานิ อาปาถํ อาคจฺฉนฺติ. โส อุมฺมีเลตฺวา อิธโลกํ, นิมีเลตฺวา ปรโลกํ ปสฺสติ. ตสฺส จตฺตาโร อปายา กมฺมานุรูปํ อุปฏฺฐหนฺติ, สตฺติสเตน ปหริยมาโน วิย อคฺคิชาลาภิฆาเตน ฌายมาโน วิย จ โหติ. โส ‘‘วาเรถ, วาเรถา’’ติ วิรวนฺโตว มรติ. เตน วุตฺตํ – ‘‘สมฺมูโฬฺห กาลํ กโรตี’’ติ.

กายสฺส เภทาติ อุปาทินฺนกฺขนฺธปริจฺจาคา. ปรํ มรณาติ ตทนนฺตรํ อภินิพฺพตฺตกฺขนฺธคฺคหณา. อถ วา กายสฺส เภทาติ ชีวิตินฺทฺริยสฺส อุปจฺเฉทา. ปรํ มรณาติ จุติโต อุทฺธํ. อปายนฺติอาทิ สพฺพํ นิรยเววจนํ. นิรโย หิ สคฺคโมกฺขเหตุภูตา ปุญฺญสงฺขาตา อยา อเปตตฺตา, สุขานํ วา อยสฺส, อาคมนสฺส วา อภาวา อปาโย. ทุกฺขสฺส คติ ปฏิสรณนฺติ ทุคฺคติ, โทสพหุลตาย วา ทุฏฺเฐน กมฺมุนา นิพฺพตฺตา คตีติ ทุคฺคติ. วิวสา นิปตนฺติ เอตฺถ ทุกฺกตการิโนติ วินิปาโต, วินสฺสนฺตา วา เอตฺถ นิปตนฺติ สมฺภิชฺชมานงฺคปจฺจงฺคาติ วินิปาโต. นตฺถิ เอตฺถ อสฺสาทสญฺญิโต อโยติ นิรโย.

อถ วา อปายคฺคหเณน ติรจฺฉานโยนึ ทีเปติ. ติรจฺฉานโยนิ หิ อปาโย สุคติโต อเปตตฺตา, น ทุคฺคติ มเหสกฺขานํ นาคราชาทีนํ สมฺภวโต. ทุคฺคติคฺคหเณน เปตฺติวิสยํ ทีเปติ. โส หิ อปาโย เจว ทุคฺคติ จ สุคติโต อเปตตฺตา, ทุกฺขสฺส จ คติภูตตฺตา, น ตุ วินิปาโต อสุรสทิสํ อวินิปติตตฺตา เปตมหิทฺธิกานมฺปิ วิชฺชมานตฺตา. วินิปาตคฺคหเณน อสุรกายํ ทีเปติ. โส หิ ยถาวุตฺเตนฏฺเฐน ‘‘อปาโย’’ เจว ‘‘ทุคฺคติ’’ จ สพฺพสมฺปตฺติสมุสฺสเยหิ วินิปติตตฺตา ‘‘วินิปาโต’’ติ จ วุจฺจติ. นิรยคฺคหเณน อวีจิอาทิกํ อเนกปฺปการํ นิรยเมว ทีเปติ. อุปปชฺชตีติ นิพฺพตฺตติ.

อานิสํสกถา วุตฺตวิปริยาเยน เวทิตพฺพา. อยํ ปน วิเสโส – สีลวาติ สมาทานวเสน สีลวา. สีลสมฺปนฺโนติ ปริสุทฺธํ ปริปุณฺณญฺจ กตฺวา สีลสฺส สมาทาเนน สีลสมฺปนฺโน. โภคกฺขนฺธนฺติ โภคราสึ. สุคตึ สคฺคํ โลกนฺติ เอตฺถ สุคติคฺคหเณน มนุสฺสคติปิ สงฺคยฺหติ, สคฺคคฺคหเณน เทวคติ เอว. ตตฺถ สุนฺทรา คติ สุคติ, รูปาทีหิ วิสเยหิ สุฏฺฐุ อคฺโคติ สคฺโค, โส สพฺโพปิ ลุชฺชนปลุชฺชนฏฺเฐน โลโกติ.

ปาฏลิคามิเย อุปาสเก พหุเทว รตฺตึ ธมฺมิยา กถายาติ อญฺญายปิ ปาฬิมุตฺตาย ธมฺมกถาย เจว อาวสถานุโมทนกถาย จ. ตทา หิ ภควา ยสฺมา อชาตสตฺตุนา ตตฺถ ปาฏลิปุตฺตนครํ มาเปนฺเตน อญฺเญสุ คามนิคมชนปทราชธานีสุ เย สีลาจารสมฺปนฺนา กุฏุมฺพิกา, เต อาเนตฺวา ธนธญฺญฆรวตฺถุเขตฺตวตฺถาทีนิ เจว ปริหารญฺจ ทาเปตฺวา นิเวสิยนฺติ. ตสฺมา ปาฏลิคามิยา อุปาสกา อานิสํสทสฺสาวิตาย วิเสสโต สีลครุกา สพฺพคุณานญฺจ สีลสฺส อธิฏฺฐานภาวโต เตสํ ปฐมํ สีลานิสํเส ปกาเสตฺวา ตโต ปรํ อากาสคงฺคํ โอตาเรนฺโต วิย, ปถโวชํ อากฑฺฒนฺโต วิย, มหาชมฺพุํ มตฺถเก คเหตฺวา จาเลนฺโต วิย, โยชนิกมธุกณฺฑํ จกฺกยนฺเตน ปีเฬตฺวา มธุรสํ ปายมาโน วิย ปาฏลิคามิกานํ อุปาสกานํ หิตสุขาวหํ ปกิณฺณกกถํ กเถนฺโต ‘‘อาวาสทานํ นาเมตํ คหปตโย มหนฺตํ ปุญฺญํ, ตุมฺหากํ อาวาโส มยา ปริภุตฺโต, ภิกฺขุสงฺเฆน จ ปริภุตฺโต, มยา จ ภิกฺขุสงฺเฆน จ ปริภุตฺเต ปน ธมฺมรตเนนปิ ปริภุตฺโตเยว โหติ. เอวํ ตีหิ รตเนหิ ปริภุตฺเต อปริเมยฺโย จ วิปาโก, อปิจ อาวาสทานสฺมึ ทินฺเน สพฺพทานํ ทินฺนเมว โหติ, ภูมฏฺฐกปณฺณสาลาย วา สาขามณฺฑปสฺส วา สงฺฆํ อุทฺทิสฺส กตสฺส อานิสํโส ปริจฺฉินฺทิตุํ น สกฺกา. อาวาสทานานุภาเวน หิ ภเว นิพฺพตฺตมานสฺสปิ สมฺปีฬิตคพฺภวาโส นาม น โหติ, ทฺวาทสหตฺโถ โอวรโก วิยสฺส มาตุกุจฺฉิ อสมฺพาโธว โหตี’’ติ เอวํ นานานเยหิ วิจิตฺตํ พหุํ ธมฺมกถํ กเถตฺวา –

‘‘สีตํ อุณฺหํ ปฏิหนฺติ, ตโต วาฬมิคานิ จ;

สรีสเป จ มกเส, สิสิเร จาปิ วุฏฺฐิโย.

‘‘ตโต วาตาตโป โฆโร, สญฺชาโต ปฏิหญฺญติ;

เลณตฺถญฺจ สุขตฺถญฺจ, ฌายิตุญฺจ วิปสฺสิตุํ.

‘‘วิหารทานํ สงฺฆสฺส, อคฺคํ พุทฺเธน วณฺณิตํ;

ตสฺมา หิ ปณฺฑิโต โปโส, สมฺปสฺสํ อตฺถมตฺตโน.

‘‘วิหาเร การเย รมฺเม, วาสเยตฺถ พหุสฺสุเต;

เตสํ อนฺนญฺจ ปานญฺจ, วตฺถเสนาสนานิ จ.

‘‘ทเทยฺย อุชุภูเตสุ, วิปฺปสนฺเนน เจตสา;

เต ตสฺส ธมฺมํ เทเสนฺติ, สพฺพทุกฺขาปนูทนํ;

ยํ โส ธมฺมํ อิธญฺญาย, ปรินิพฺพาติ อนาสโว’’ติ. (จูฬว. ๒๙๕) –

เอวํ อยมฺปิ อาวาสทาเน อานิสํโสติ พหุเทว รตฺตึ อติเรกตรํ ทิยฑฺฒยามํ อาวาสทานานิสํสกถํ กเถสิ. ตตฺถ อิมา คาถา ตาว สงฺคหํ อารุฬฺหา, ปกิณฺณกธมฺมเทสนา ปน สงฺคหํ นาโรหติ. สนฺทสฺเสตฺวาติอาทีนิ วุตฺตตฺถาเนว.

อภิกฺกนฺตาติ อติกฺกนฺตา เทฺว ยามา คตา. ยสฺส ทานิ กาลํ มญฺญถาติ ยสฺส คมนสฺส ตุเมฺห กาลํ มญฺญถ, คมนกาโล ตุมฺหากํ, คจฺฉถาติ วุตฺตํ โหติ. กสฺมา ปน ภควา เต อุยฺโยเชสีติ? อนุกมฺปาย. ติยามรตฺติญฺหิ ตตฺถ นิสีทิตฺวา วีตินาเมนฺตานํ เตสํ สรีเร อาพาโธ อุปฺปชฺเชยฺยาติ, ภิกฺขุสงฺเฆปิ จ วิปฺปภาตสยนนิสชฺชาย โอกาโส ลทฺธุํ วฏฺฏติ, อิติ อุภยานุกมฺปาย อุยฺโยเชสีติ. สุญฺญาคารนฺติ ปาฏิเยกฺกํ สุญฺญาคารํ นาม ตตฺถ นตฺถิ. เตน กิร คหปตโย ตสฺเสว อาวสถาคารสฺส เอกปสฺเส ปฏสาณิยา ปริกฺขิปาเปตฺวา กปฺปิยมญฺจํ ปญฺญาเปตฺวา ตตฺถ กปฺปิยปจฺจตฺถรณํ อตฺถริตฺวา อุปริ สุวณฺณรชตตารกาคนฺธมาลาทิปฏิมณฺฑิตํ วิตานํ พนฺธิตฺวา เตลปฺปทีปํ อาโรเปสุํ ‘‘อปฺเปว นาม สตฺถา ธมฺมาสนโต วุฏฺฐาย โถกํ วิสฺสมิตุกาโม อิธ นิปชฺเชยฺย, เอวํ โน อิทํ อาวสถาคารํ ภควตา จตูหิ อิริยาปเถหิ ปริภุตฺตํ ทีฆรตฺตํ หิตาย สุขาย ภวิสฺสตี’’ติ. สตฺถาปิ ตเทว สนฺธาย ตตฺถ สงฺฆาฏึ ปญฺญาเปตฺวา สีหเสยฺยํ กปฺเปสิ. ตํ สนฺธาย วุตฺตํ ‘‘สุญฺญาคารํ ปาวิสี’’ติ. ตตฺถ ปาทโธวนฏฺฐานโต ปฏฺฐาย ยาว ธมฺมาสนา อคมาสิ, เอตฺตเก ฐาเน คมนํ นิปฺผนฺนํ. ธมฺมาสนํ ปตฺวา โถกํ อฏฺฐาสิ, อิทํ ตตฺถ ฐานํ. ภควา เทฺว ยาเม ธมฺมาสเน นิสีทิ, เอตฺตเก ฐาเน นิสชฺชา นิปฺผนฺนา. อุปาสเก อุยฺโยเชตฺวา ธมฺมาสนโต โอรุยฺห ยถาวุตฺเต ฐาเน สีหเสยฺยํ กปฺเปสิ. เอวํ ตํ ฐานํ ภควตา จตูหิ อิริยาปเถหิ ปริภุตฺตํ อโหสีติ.

สุนิธวสฺสการาติ สุนิโธ จ วสฺสกาโร จ เทฺว พฺราหฺมณา. มคธมหามตฺตาติ มคธรญฺโญ มหาอมจฺจา, มคธรฏฺเฐ วา มหามตฺตา มหติยา อิสฺสริยมตฺตาย สมนฺนาคตาติ มหามตฺตา. ปาฏลิคาเม นครํ มาเปนฺตีติ ปาฏลิคามสงฺขาเต ภูมิปเทเส นครํ มาเปนฺติ. วชฺชีนํ ปฏิพาหายาติ ลิจฺฉวิราชูนํ อายมุขปฺปจฺฉินฺทนตฺถํ. สหสฺสสหสฺเสวาติ เอเกกวคฺควเสน สหสฺสํ สหสฺสํ หุตฺวา. วตฺถูนีติ ฆรวตฺถูนิ. จิตฺตานิ นมนฺติ นิเวสนานิ มาเปตุนฺติ รญฺโญ ราชมหามตฺตานญฺจ นิเวสนานิ มาเปตุํ วตฺถุวิชฺชาปาฐกานํ จิตฺตานิ นมนฺติ. เต กิร อตฺตโน สิปฺปานุภาเวน เหฏฺฐาปถวิยํ ตึสหตฺถมตฺเต ฐาเน ‘‘อิธ นาคคฺคาโห, อิธ ยกฺขคฺคาโห, อิธ ภูตคฺคาโห, อิธ ปาสาโณ วา ขาณุโก วา อตฺถี’’ติ ชานนฺติ. เต ตทา สิปฺปํ ชปฺเปตฺวา เทวตาหิ สทฺธึ สมฺมนฺตยมานา วิย มาเปนฺติ.

อถ วา เนสํ สรีเร เทวตา อธิมุจฺจิตฺวา ตตฺถ ตตฺถ นิเวสนานิ มาเปตุํ จิตฺตํ นาเมนฺติ. ตา จตูสุ โกเณสุ ขาณุเก โกฏฺเฏตฺวา วตฺถุมฺหิ คหิตมตฺเต ปฏิวิคจฺฉนฺติ. สทฺธกุลานํ สทฺธา เทวตา ตถา กโรนฺติ, อสฺสทฺธกุลานํ อสฺสทฺธา เทวตา. กึการณา? สทฺธานญฺหิ เอวํ โหติ ‘‘อิธ มนุสฺสา นิเวสนํ มาเปนฺตา ปฐมํ ภิกฺขุสงฺฆํ นิสีทาเปตฺวา มงฺคลํ วทาเปสฺสนฺติ, อถ มยํ สีลวนฺตานํ ทสฺสนํ ธมฺมกถํ ปญฺหวิสฺสชฺชนํ อนุโมทนํ โสตุํ ลภิสฺสาม, มนุสฺสา จ ทานํ ทตฺวา อมฺหากํ ปตฺตึ ทสฺสนฺตี’’ติ. อสฺสทฺธา เทวตาปิ ‘‘อตฺตโน อิจฺฉานุรูปํ เตสํ ปฏิปตฺตึ ปสฺสิตุํ, กถญฺจ โสตุํ ลภิสฺสามา’’ติ ตถา กโรนฺติ.

ตาวตึเสหีติ ยถา หิ เอกสฺมึ กุเล เอกํ ปณฺฑิตมนุสฺสํ, เอกสฺมิญฺจ วิหาเร เอกํ พหุสฺสุตํ ภิกฺขุํ อุปาทาย ‘‘อสุกกุเล มนุสฺสา ปณฺฑิตา, อสุกวิหาเร ภิกฺขู พหุสฺสุตา’’ติ สทฺโท อพฺภุคฺคจฺฉติ, เอวเมว สกฺกํ เทวราชานํ, วิสฺสกมฺมญฺจ เทวปุตฺตํ อุปาทาย ‘‘ตาวตึสา ปณฺฑิตา’’ติ สทฺโท อพฺภุคฺคโต. เตนาห ‘‘ตาวตึเสหี’’ติ. เสยฺยถาปีติอาทินา เทเวหิ ตาวตึเสหิ สทฺธึ มนฺเตตฺวา วิย สุนิธวสฺสการา นครํ มาเปนฺตีติ ทสฺเสติ.

ยาวตา, อานนฺท, อริยํ อายตนนฺติ ยตฺตกํ อริยมนุสฺสานํ โอสรณฏฺฐานํ นาม อตฺถิ. ยาวตา วณิปฺปโถติ ยตฺตกํ วาณิชานํ อาหฏภณฺฑสฺส ราสิวเสน กยวิกฺกยฏฺฐานํ นาม, วาณิชานํ วสนฏฺฐานํ วา อตฺถิ. อิทํ อคฺคนครนฺติ เตสํ อริยายตนวณิปฺปถานํ อิทํ นครํ อคฺคํ ภวิสฺสติ เชฏฺฐกํ ปาโมกฺขํ. ปุฏเภทนนฺติ ภณฺฑปุฏเภทนฏฺฐานํ, ภณฺฑภณฺฑิกานํ โมจนฏฺฐานนฺติ วุตฺตํ โหติ. สกลชมฺพุทีเป อลทฺธภณฺฑมฺปิ หิ อิเธว ลภิสฺสนฺติ, อญฺญตฺถ วิกฺกยํ อคจฺฉนฺตาปิ อิเธว วิกฺกยํ คจฺฉิสฺสนฺติ, ตสฺมา อิเธว ปุฏํ ภินฺทิสฺสนฺตีติ อตฺโถ. อายานมฺปิ หิ จตูสุ ทฺวาเรสุ จตฺตาริ, สภายํ เอกนฺติ เอวํ ทิวเส ทิวเส ปญฺจสตสหสฺสานิ ตตฺถ อุฏฺฐหิสฺสนฺติ. ตานิ สภาวานิ อายานีติ ทสฺเสติ.

อคฺคิโต วาติอาทีสุ สมุจฺจยตฺโถ วาสทฺโท, อคฺคินา จ อุทเกน จ มิถุเภเทน จ นสฺสิสฺสตีติ อตฺโถ. ตสฺส หิ เอโก โกฏฺฐาโส อคฺคินา นสฺสิสฺสติ, นิพฺพาเปตุํ น สกฺขิสฺสนฺติ, เอกํ โกฏฺฐาสํ คงฺคา คเหตฺวา คมิสฺสติ, เอโก อิมินา อกถิตํ อมุสฺส, อมุนา อกถิตํ อิมสฺส วทนฺตานํ ปิสุณวาจานํ วเสน ภินฺนานํ มนุสฺสานํ อญฺญมญฺญเภเทน วินสฺสิสฺสติ. เอวํ วตฺวา ภควา ปจฺจูสกาเล คงฺคาตีรํ คนฺตฺวา กตมุขโธวโน ภิกฺขาจารเวลํ อาคมยมาโน นิสีทิ.

สุนิธวสฺสการาปิ ‘‘อมฺหากํ ราชา สมณสฺส โคตมสฺส อุปฏฺฐาโก, โส อเมฺห อุปคเต ปุจฺฉิสฺสติ ‘สตฺถา กิร ปาฏลิคามํ อคมาสิ, กึ ตสฺส สนฺติกํ อุปสงฺกมิตฺถ, น อุปสงฺกมิตฺถา’ติ. ‘อุปสงฺกมิมฺหา’ติ จ วุตฺเต ‘นิมนฺตยิตฺถ, น นิมนฺตยิตฺถา’ติ ปุจฺฉิสฺสติ. ‘น นิมนฺตยิมฺหา’ติ จ วุตฺเต อมฺหากํ โทสํ อาโรเปตฺวา นิคฺคณฺหิสฺสติ, อิทญฺจาปิ มยํ อกตฏฺฐาเน นครํ มาเปม, สมณสฺส โข ปน โคตมสฺส คตคตฏฺฐาเน กาฬกณฺณิสตฺตา ปฏิกฺกมนฺติ, ตํ มยํ นครมงฺคลํ วาจาเปสฺสามา’’ติ จินฺเตตฺวา สตฺถารํ อุปสงฺกมิตฺวา นิมนฺตยึสุ. เตน วุตฺตํ – ‘‘อถ โข สุนิธวสฺสการา’’ติอาทิ.

ปุพฺพณฺหสมยนฺติ ปุพฺพเณฺห กาเล. นิวาเสตฺวาติ คามปเวสนนีหาเรน นิวาสนํ นิวาเสตฺวา กายพนฺธนํ พนฺธิตฺวา. ปตฺตจีวรมาทายาติ จีวรํ ปารุปิตฺวา ปตฺตํ หตฺเถน คเหตฺวา.

สีลวนฺเตตฺถาติ สีลวนฺโต เอตฺถ อตฺตโน วสนฏฺฐาเน. สญฺญเตติ กายวาจาจิตฺเตหิ สญฺญเต. ตาสํ ทกฺขิณมาทิเสติ สงฺฆสฺส ทินฺเน จตฺตาโร ปจฺจเย ตาสํ ฆรเทวตานํ อาทิเสยฺย ปตฺตึ ทเทยฺย. ปูชิตา ปูชยนฺตีติ ‘‘อิเม มนุสฺสา อมฺหากํ ญาตกาปิ น โหนฺติ, เอวมฺปิ โน ปตฺตึ เทนฺตี’’ติ อารกฺขํ สุสํวิหิตํ กโรนฺติ สุฏฺฐุ อารกฺขํ กโรนฺติ. มานิตา มานยนฺตีติ กาลานุกาลํ พลิกมฺมกรเณน มานิตา ‘‘เอเต มนุสฺสา อมฺหากํ ญาตกาปิ น โหนฺติ, ตถาปิ จตุปญฺจฉมาสนฺตรํ โน พลิกมฺมํ กโรนฺตี’’ติ มาเนนฺติ อุปฺปนฺนปริสฺสยํ หรนฺติ. ตโต นนฺติ ตโต ตํ ปณฺฑิตชาติกํ ปุริสํ. โอรสนฺติ อุเร ฐเปตฺวา วฑฺฒิตํ, ยถา มาตา โอรสํ ปุตฺตํ อนุกมฺปติ, อุปฺปนฺนปริสฺสยหรณตฺถเมวสฺส ยถา วายมติ, เอวํ อนุกมฺปนฺตีติ อตฺโถ. ภทฺรานิ ปสฺสตีติ สุนฺทรานิ ปสฺสติ.

อนุโมทิตฺวาติ เตหิ ตทา ปสุตปุญฺญสฺส อนุโมทนวเสน เตสํ ธมฺมกถํ กตฺวา. สุนิธวสฺสการาปิ ‘‘ยา ตตฺถ เทวตา อาสุํ, ตาสํ ทกฺขิณมาทิเส’’ติ ภควโต วจนํ สุตฺวา เทวตานํ ปตฺตึ อทํสุ. ตํ โคตมทฺวารํ นาม อโหสีติ ตสฺส นครสฺส เยน ทฺวาเรน ภควา นิกฺขมิ, ตํ โคตมทฺวารํ นาม อโหสิ. คงฺคาย ปน อุตฺตรณตฺถํ อโนติณฺณตฺตา โคตมติตฺถํ นาม นาโหสิ. ปูราติ ปุณฺณา. สมติตฺติกาติ ตฏสมํ อุทกสฺส ติตฺตา ภริตา. กากเปยฺยาติ ตีเร ฐิตกาเกหิ ปาตุํ สกฺกุเณยฺยอุทกา. ทฺวีหิปิ ปเทหิ อุภโตกูลสมํ ปริปุณฺณภาวเมว ทสฺเสติ. อุฬุมฺปนฺติ ปารคมนตฺถาย ทารูนิ สงฺฆาเฏตฺวา อาณิโย โกฏฺเฏตฺวา กตํ. กุลฺลนฺติ เวฬุทณฺฑาทิเก วลฺลิอาทีหิ พนฺธิตฺวา กตํ.

เอตมตฺถํ วิทิตฺวาติ เอตํ มหาชนสฺส คงฺโคทกมตฺตสฺสปิ เกวลํ ตริตุํ อสมตฺถตํ, อตฺตโน ปน ภิกฺขุสงฺฆสฺส จ อติคมฺภีรวิตฺถตํ สํสารมหณฺณวํ ตริตฺวา ฐิตภาวญฺจ สพฺพาการโต วิทิตฺวา ตทตฺถปริทีปนํ อิมํ อุทานํ อุทาเนสิ.

ตตฺถ อณฺณวนฺติ สพฺพนฺติเมน ปริจฺเฉเทน โยชนมตฺตํ คมฺภีรสฺส จ วิตฺถตสฺส จ อุทกฏฺฐานสฺเสตํ อธิวจนํ. สรนฺติ สริตฺวา คมนโต อิธ นที อธิปฺเปตา. อิทํ วุตฺตํ โหติ – เย คมฺภีรวิตฺถตํ สํสารณฺณวํ ตณฺหาสริตญฺจ ตรนฺติ, เต อริยมคฺคสงฺขาตํ เสตุํ กตฺวาน วิสชฺช ปลฺลลานิ อนามสิตฺวาว อุทกภริตานิ นินฺนฏฺฐานานิ, อยํ ปน อิทํ อปฺปมตฺตกํ อุทกํ ตริตุกาโม กุลฺลญฺหิ ชโน ปพนฺธติ กุลฺลํ พนฺธิตุํ อายาสํ อาปชฺชติ. ติณฺณา เมธาวิโน ชนาติ อริยมคฺคญาณสงฺขาตาย เมธาย สมนฺนาคตตฺตา เมธาวิโน พุทฺธา จ พุทฺธสาวกา จ วินา เอว กุลฺเลน ติณฺณา ปรตีเร ปติฏฺฐิตาติ.

ฉฏฺฐสุตฺตวณฺณนา นิฏฺฐิตา.

๗. ทฺวิธาปถสุตฺตวณฺณนา

๗๗. สตฺตเม อทฺธานมคฺคปฏิปนฺโนติ อทฺธานสงฺขาตํ ทีฆมคฺคํ ปฏิปนฺโน คจฺฉนฺโต โหติ. นาคสมาเลนาติ เอวํนามเกน เถเรน. ปจฺฉาสมเณนาติ อยํ ตทา ภควโต อุปฏฺฐาโก อโหสิ. เตน นํ ปจฺฉาสมณํ กตฺวา มคฺคํ ปฏิปชฺชิ. ภควโต หิ ปฐมโพธิยํ วีสติวสฺสานิ อนิพทฺธา อุปฏฺฐากา อเหสุํ, ตโต ปรํ ยาว ปรินิพฺพานา ปญฺจวีสติวสฺสานิ อายสฺมา อานนฺโท ฉายาว อุปฏฺฐาสิ. อยํ ปน อนิพทฺธุปฏฺฐากกาโล. เตน วุตฺตํ – ‘‘อายสฺมตา นาคสมาเลน ปจฺฉาสมเณนา’’ติ. ทฺวิธาปถนฺติ ทฺวิธาภูตํ มคฺคํ. ‘‘เทฺวธาปถ’’นฺติปิ ปฐนฺติ อายสฺมา นาคสมาโล อตฺตนา ปุพฺเพ ตตฺถ กตปริจยตฺตา อุชุภาวญฺจสฺส สนฺธาย วทติ ‘‘อยํ, ภนฺเต ภควา, ปนฺโถ’’ติ.

ภควา ปน ตทา ตสฺส สปริสฺสยภาวํ ญตฺวา ตโต อญฺญํ มคฺคํ คนฺตุกาโม ‘‘อยํ, นาคสมาล, ปนฺโถ’’ติ อาห. ‘‘สปริสฺสโย’’ติ จ วุตฺเต อสทฺทหิตฺวา ‘‘ภควา น ตตฺถ ปริสฺสโย’’ติ วเทยฺย, ตทสฺส ทีฆรตฺตํ อหิตาย ทุกฺขายาติ ‘‘สปริสฺสโย’’ติ น กเถสิ. ติกฺขตฺตุํ ‘‘อยํ ปนฺโถ, อิมินา คจฺฉามา’’ติ วตฺวา จตุตฺถวาเร ‘‘น ภควา อิมินา มคฺเคน คนฺตุํ อิจฺฉติ, อยเมว จ อุชุมคฺโค, หนฺทาหํ ภควโต ปตฺตจีวรํ ทตฺวา อิมินา มคฺเคน คมิสฺสามี’’ติ จินฺเตตฺวา สตฺถุ ปตฺตจีวรํ ทาตุํ อสกฺโกนฺโต ภูมิยํ ฐเปตฺวา ปจฺจุปฏฺฐิเตน ทุกฺขสํวตฺตนิเกน กมฺมุนา โจทิยมาโน ภควโต วจนํ อนาทิยิตฺวาว ปกฺกามิ. เตน วุตฺตํ – ‘‘อถ โข อายสฺมา นาคสมาโล ภควโต ปตฺตจีวรํ ตตฺเถว ฉมายํ นิกฺขิปิตฺวา ปกฺกามี’’ติ. ตตฺถ ภควโต ปตฺตจีวรนฺติ อตฺตโน หตฺถคตํ ภควโต ปตฺตจีวรํ. ตตฺเถวาติ ตสฺมึเยว มคฺเค ฉมายํ ปถวิยํ นิกฺขิปิตฺวา ปกฺกามิ. อิทํ โว ภควา ปตฺตจีวรํ, สเจ อิจฺฉถ, คณฺหถ, ยทิ อตฺตนา อิจฺฉิตมคฺคํเยว คนฺตุกามตฺถาติ อธิปฺปาโย. ภควาปิ อตฺตโน ปตฺตจีวรํ สยเมว คเหตฺวา ยถาธิปฺเปตํ มคฺคํ ปฏิปชฺชิ.

อนฺตรามคฺเค โจรา นิกฺขมิตฺวาติ ตทา กิร ปญฺจสตา ปุริสา ลุทฺทา โลหิตปาณิโน ราชาปราธิโน หุตฺวา อรญฺญํ ปวิสิตฺวา โจริกาย ชีวิกํ กปฺเปนฺตา ‘‘ปาริปนฺถิกภาเวน รญฺโญ อายปถํ ปจฺฉินฺทิสฺสามา’’ติ มคฺคสมีเป อรญฺเญ ติฏฺฐนฺติ. เต เถรํ เตน มคฺเคน คจฺฉนฺตํ ทิสฺวา ‘‘อยํ สมโณ อิมินา มคฺเคน อาคจฺฉติ, อวฬญฺชิตพฺพํ มคฺคํ วฬญฺเชติ, อมฺหากํ อตฺถิภาวํ น ชานาติ, หนฺท นํ ชานาเปสฺสามา’’ติ กุชฺฌิตฺวา คหนฏฺฐานโต เวเคน นิกฺขมิตฺวา สหสา เถรํ ภูมิยํ ปาเตตฺวา หตฺถปาเทหิ โกฏฺเฏตฺวา มตฺติกาปตฺตญฺจสฺส ภินฺทิตฺวา จีวรํ ขณฺฑาขณฺฑิกํ ฉินฺทิตฺวา ปพฺพชิตตฺตา ‘‘ตํ น หนาม, อิโต ปฏฺฐาย อิมสฺส มคฺคสฺส ปริสฺสยภาวํ ชานาหี’’ติ วิสฺสชฺเชสุํ. เตน วุตฺตํ – ‘‘อถ โข อายสฺมโต…เป… วิปฺผาเลสุ’’นฺติ.

ภควาปิ ‘‘อยํ เตน มคฺเคน คโต โจเรหิ พาธิโต มํ ปริเยสิตฺวา อิทาเนว อาคมิสฺสตี’’ติ ญตฺวา โถกํ คนฺตฺวา มคฺคา โอกฺกมฺม อญฺญตรสฺมึ รุกฺขมูเล นิสีทิ. อายสฺมาปิ โข นาคสมาโล ปจฺจาคนฺตฺวา สตฺถารา คตมคฺคเมว คเหตฺวา คจฺฉนฺโต ตสฺมึ รุกฺขมูเล ภควนฺตํ ปสฺสิตฺวา อุปสงฺกมิตฺวา วนฺทิตฺวา ตํ ปวตฺตึ สพฺพํ อาโรเจสิ. เตน วุตฺตํ – ‘‘อถ โข อายสฺมา นาคสมาโล…เป… สงฺฆาฏิญฺจ วิปฺผาเลสุ’’นฺติ.

เอตมตฺถํ วิทิตฺวาติ เอตํ อายสฺมโต นาคสมาลสฺส อตฺตโน วจนํ อนาทิยิตฺวา อเขมนฺตมคฺคคมนํ, อตฺตโน จ เขมนฺตมคฺคคมนํ วิทิตฺวา ตทตฺถทีปนํ อิมํ อุทานํ อุทาเนสิ.

ตตฺถ สทฺธึ จรนฺติ สห จรนฺโต. เอกโต วสนฺติ อิทํ ตสฺเสว เววจนํ, สห วสนฺโตติ อตฺโถ. มิสฺโส อญฺญชเนน เวทคูติ เวทิตพฺพฏฺเฐน เวทสงฺขาเตน จตุสจฺจอริยมคฺคญาเณน คตตฺตา อธิคตตฺตา, เวทสฺส วา สกลสฺส เญยฺยสฺส ปารํ คตตฺตา เวทคู. อตฺตโน หิตาหิตํ น ชานาตีติ อญฺโญ, อวิทฺวา พาโลติ อตฺโถ. เตน อญฺเญน ชเนน มิสฺโส สหจรณมตฺเตน มิสฺโส. วิทฺวา ปชหาติ ปาปกนฺติ เตน เวทคูภาเวน วิทฺวา ชานนฺโต ปาปกํ อภทฺทกํ อตฺตโน ทุกฺขาวหํ ปชหาติ, ปาปกํ วา อกลฺยาณปุคฺคลํ ปชหาติ. ยถา กึ? โกญฺโจ ขีรปโกว นินฺนคนฺติ ยถา โกญฺจสกุโณ อุทกมิสฺสิเต ขีเร อุปนีเต วินา โตยํ ขีรมตฺตสฺเสว ปิวนโต ขีรปโก นินฺนฏฺฐานคมเนน นินฺนคสงฺขาตํ อุทกํ ปชหาติ วชฺเชติ, เอวํ ปณฺฑิโต กิร ทุปฺปญฺญปุคฺคเลหิ ฐานนิสชฺชาทีสุ สหภูโตปิ อาจาเรน เต ปชหาติ, น กทาจิปิ สมฺมิสฺโส โหติ.