๑๐. ทุติยทพฺพสุตฺตวณฺณนา

๘๐. ทสเม ตตฺร โข ภควา ภิกฺขู อามนฺเตสีติ ภควา ราชคเห ยถาภิรนฺตํ วิหริตฺวา ชนปทจาริกํ จรนฺโต อนุกฺกเมน สาวตฺถึ ปตฺวา เชตวเน วิหรนฺโตเยว เยสํ ภิกฺขูนํ อายสฺมโต ทพฺพสฺส มลฺลปุตฺตสฺส ปรินิพฺพานํ อปจฺจกฺขํ, เตสํ ตํ ปจฺจกฺขํ กตฺวา ทสฺเสตุํ, เยปิ จ เมตฺติยภูมชเกหิ กเตน อภูเตน อพฺภาจิกฺขเณน เถเร คารวรหิตา ปุถุชฺชนา, เตสํ เถเร พหุมานุปฺปาทนตฺถญฺจ อามนฺเตสิ. ตตฺถ ตตฺราติ วจนสญฺญาปเน นิปาตมตฺตํ. โขติ อวธารเณ. เตสุ ‘‘ตตฺรา’’ติ อิมินา ‘‘ภควา ภิกฺขู อามนฺเตสี’’ติ เอเตสํ ปทานํ วุจฺจมานตํเยว โชเตติ. ‘‘โข’’ติ ปน อิมินา อามนฺเตสิเยว, นาสฺส อามนฺตเน โกจิ อนฺตราโย อโหสีติ อิมมตฺถํ ทสฺเสติ. อถ วา ตตฺราติ ตสฺมึ อาราเม. โขติ วจนาลงฺกาเร นิปาโต. อามนฺเตสีติ อภาสิ. กสฺมา ปน ภควา ภิกฺขูเยว อามนฺเตสีติ? เชฏฺฐตฺตา เสฏฺฐตฺตา อาสนฺนตฺตา สพฺพกาลํ สนฺนิหิตตฺตา ธมฺมเทสนาย วิเสสโต ภาชนภูตตฺตา จ.

ภิกฺขโวติ เตสํ อามนฺตนาการทสฺสนํ. ภทนฺเตติ อามนฺติตานํ ภิกฺขูนํ คารเวน สตฺถุ ปฏิวจนทานํ. ตตฺถ ‘‘ภิกฺขโว’’ติ วทนฺโต ภควา เต ภิกฺขู อาลปติ. ‘‘ภทนฺเต’’ติ วทนฺตา เต ปจฺจาลปนฺติ. อปิจ ‘‘ภิกฺขโว’’ติ อิมินา กรุณาวิปฺผารโสมฺมหทยนิสฺสิตปุพฺพงฺคเมน วจเนน เต ภิกฺขู กมฺมฏฺฐานมนสิการธมฺมปจฺจเวกฺขณาทิโต นิวตฺเตตฺวา อตฺตโน มุขาภิมุเข กโรติ. ‘‘ภทนฺเต’’ติ อิมินา สตฺถริ อาทรพหุมานคารวทีปนวจเนน เต ภิกฺขู อตฺตโน สุสฺสูสตํ โอวาทปฺปฏิคฺคหคารวภาวญฺจ ปฏิเวเทนฺติ. ภควโต ปจฺจสฺโสสุนฺติ เต ภิกฺขู ภควโต วจนํ ปติอสฺโสสุํ โสตุกามตํ ชเนสุํ. เอตทโวจาติ ภควา เอตํ อิทานิ วกฺขมานํ สกลํ สุตฺตํ อภาสิ. ทพฺพสฺส, ภิกฺขเว, มลฺลปุตฺตสฺสาติอาทิ อนนฺตรสุตฺเต วุตฺตตฺถเมว. เอตมตฺถนฺติอาทีสุปิ อปุพฺพํ นตฺถิ, อนนฺตรสุตฺเต วุตฺตนเยเนว เวทิตพฺพํ.

คาถาสุ ปน อโยฆนหตสฺสาติ อโย หญฺญติ เอเตนาติ อโยฆนํ, กมฺมารานํ อโยกูฏํ อโยมุฏฺฐิ จ. เตน อโยฆเนน หตสฺส ปหตสฺส. เกจิ ปน ‘‘อโยฆนหตสฺสาติ ฆนอโยปิณฺฑํ หตสฺสา’’ติ อตฺถํ วทนฺติ. เอว-สทฺโท เจตฺถ นิปาตมตฺตํ. ชลโต ชาตเวทโสติ ฌายมานสฺส อคฺคิสฺส. อนาทเร เอตํ สามิวจนํ. อนุปุพฺพูปสนฺตสฺสาติ อนุกฺกเมน อุปสนฺตสฺส วิชฺฌาตสฺส นิรุทฺธสฺส. ยถา น ญายเต คตีติ ยถา ตสฺส คติ น ญายติ. อิทํ วุตฺตํ โหติ – อโยมุฏฺฐิกูฏาทินา มหตา อโยฆเนน หตสฺส สํหตสฺส, กํสภาชนาทิคตสฺส วา ชลมานสฺส อคฺคิสฺส, ตถา อุปฺปนฺนสฺส วา สทฺทสฺส อนุกฺกเมน อุปสนฺตสฺส สุวูปสนฺตสฺส ทสสุ ทิสาสุ น กตฺถจิ คติ ปญฺญายติ ปจฺจยนิโรเธน อปฺปฏิสนฺธิกนิรุทฺธตฺตา.

เอวํ สมฺมาวิมุตฺตานนฺติ เอวํ สมฺมา เหตุนา ญาเยน ตทงฺควิกฺขมฺภนวิมุตฺติปุพฺพงฺคเมน อริยมคฺเคน จตูหิปิ อุปาทาเนหิ อาสเวหิ จ วิมุตฺตตฺตา สมฺมา วิมุตฺตานํ, ตโต เอว กามปพนฺธสงฺขาตํ กาโมฆํ ภโวฆาทิเภทํ อวสิฏฺฐํ โอฆญฺจ ตริตฺวา ฐิตตฺตา กามพนฺโธฆตารินํ สุฏฺฐุ ปฏิปสฺสมฺภิตสพฺพกิเลสวิปฺผนฺทิตตฺตา กิเลสาภิสงฺขารวาเตหิ จ อกมฺปนียตาย อจลํ อนุปาทิเสสนิพฺพานสงฺขาตํ สพฺพสงฺขารูปสมํ สุขํ ปตฺตานํ อธิคตานํ ขีณาสวานํ คติ เทวมนุสฺสาทิเภทาสุ คตีสุ อยํ นามาติ ปญฺญเปตพฺพตาย อภาวตฺตา ปญฺญาเปตุํ นตฺถิ น อุปลพฺภติ, ยถาวุตฺตชาตเวโท วิย อปญฺญตฺติกภาวเมว หิ โส คโตติ อตฺโถ.

ทสมสุตฺตวณฺณนา นิฏฺฐิตา.

นิฏฺฐิตา จ ปาฏลิคามิยวคฺควณฺณนา.

นิคมนกถา

เอตฺตาวตา จ –

สุวิมุตฺตภวาทาโน, เทวทานวมานิโต;

ปจฺฉินฺนตณฺหาสนฺตาโน, ปีติสํเวคทีปโน.

สทฺธมฺมทานนิรโต, อุปาทานกฺขยาวโห;

ตตฺถ ตตฺถ อุทาเน เย, อุทาเนสิ วินายโก.

เต สพฺเพ เอกโต กตฺวา, อาโรเปนฺเตหิ สงฺคหํ;

อุทานมิติ สงฺคีตํ, ธมฺมสงฺคาหเกหิ ยํ.

ตสฺส อตฺถํ ปกาเสตุํ, โปราณฏฺฐกถานยํ;

นิสฺสาย ยา สมารทฺธา, อตฺถสํวณฺณนา มยา.

สา ตตฺถ ปรมตฺถานํ, สุตฺตนฺเตสุ ยถารหํ;

ปกาสนา ปรมตฺถทีปนี นาม นามโต.

สมฺปตฺตา ปรินิฏฺฐานํ, อนากุลวินิจฺฉยา;

จตุตฺตึสปฺปมาณาย, ปาฬิยา ภาณวารโต.

อิติ ตํ สงฺขโรนฺเตน, ยํ ตํ อธิคตํ มยา;

ปุญฺญํ ตสฺสานุภาเวน, โลกนาถสฺส สาสนํ.

โอคาหิตฺวา วิสุทฺธาย, สีลาทิปฏิปตฺติยา;

สพฺเพปิ เทหิโน โหนฺตุ, วิมุตฺติรสภาคิโน.

จิรํ ติฏฺฐตุ โลกสฺมึ, สมฺมาสมฺพุทฺธสาสนํ;

ตสฺมึ สคารวา นิจฺจํ, โหนฺตุ สพฺเพปิ ปาณิโน.

สมฺมา วสฺสตุ กาเลน, เทโวปิ ชคตีปติ;

สทฺธมฺมนิรโต โลกํ, ธมฺเมเนว ปสาสตูติ.

พทรติตฺถวิหารวาสินา อาจริยธมฺมปาลตฺเถเรน

กตาอุทานสฺส อฏฺฐกถา สมตฺตา.