๑. ปฐมนิพฺพานปฏิสํยุตฺตสุตฺตวณฺณนา
๗๑. ปาฏลิคามิยวคฺคสฺส ปฐเม นิพฺพานปฏิสํยุตฺตายาติ อมตธาตุสนฺนิสฺสิตาย อสงฺขตธาตุยา ปเวทนวเสน ปวตฺตาย. ธมฺมิยา กถายาติ ธมฺมเทสนาย. สนฺทสฺเสตีติ สภาวสรสลกฺขณโต นิพฺพานํ ทสฺเสติ. สมาทเปตีติ ตเมว อตฺถํ เต ภิกฺขู คณฺหาเปติ. สมุตฺเตเชตีติ ตทตฺถคหเณ อุสฺสาหํ ชเนนฺโต เตเชติ โชเตติ. สมฺปหํเสตีติ นิพฺพานคุเณหิ สมฺมเทว สพฺพปฺปกาเรหิ โตเสติ.
อถ วา สนฺทสฺเสตีติ ‘‘โส สพฺพสงฺขารสมโถ สพฺพูปธิปฏินิสฺสคฺคา ตณฺหกฺขโย วิราโค นิโรโธ’’ติอาทินา (ม. นิ. ๑.๒๘๑; ๒.๓๓๗; มหาว. ๘) นเยเนว สพฺพถา เตน เตน ปริยาเยน เตสํ เตสํ อชฺฌาสยานุรูปํ สมฺมา ทสฺเสติ. สมาทเปตีติ ‘‘อิมินา อริยมคฺเคน ตํ อธิคนฺตพฺพ’’นฺติ อธิคมปฏิปทาย สทฺธึ ตตฺถ ภิกฺขู นินฺนโปณปพฺภาเร กโรนฺโต สมฺมา อาทเปติ คณฺหาเปติ. สมุตฺเตเชตีติ เอตํ ทุกฺกรํ ทุรภิสมฺภวนฺติ ‘‘มา สมฺมาปฏิปตฺติยํ ปมาทํ อนฺตราโวสานํ อาปชฺชถ, อุปนิสฺสยสมฺปนฺนสฺส วีริยวโต นยิทํ ทุกฺกรํ, ตสฺมา สีลวิสุทฺธิอาทิวิสุทฺธิปฏิปทาย อุฏฺฐหถ ฆฏยถ วายเมยฺยาถา’’ติ นิพฺพานาธิคมาย อุสฺสาเหติ, ตตฺถ วา จิตฺตํ โวทเปติ. สมฺปหํเสตีติ ‘‘มทนิมฺมทโน ปิปาสวินโย อาลยสมุคฺฆาโต’’ติ (อ. นิ. ๔.๓๔; อิติวุ. ๙๐), ราคกฺขโย โทสกฺขโย โมหกฺขโยติ (สํ. นิ. ๔.๓๖๗; อิติวุ. ๔๔), อสงฺขตนฺติ (สํ. นิ. ๔.๓๖๗), อมตญฺจ สนฺตนฺติอาทินา จ อเนกปริยาเยน (สํ. นิ. ๔.๔๐๙) นิพฺพานานิสํสปฺปกาสเนน เตสํ ภิกฺขูนํ จิตฺตํ โตเสนฺโต หาเสนฺโต สมฺปหํเสติ สมสฺสาเสติ.
เตธาติ เต อิธ. อฏฺฐึ กตฺวาติ ‘‘อตฺถิ กิญฺจิ อยํ โน อตฺโถ อธิคนฺตพฺโพ’’ติ เอวํ สลฺลกฺเขตฺวา ตาย เทสนาย อตฺถิกา หุตฺวา. มนสิ กตฺวาติ จิตฺเต ฐเปตฺวา อนญฺญวิหิตา ตํ เทสนํ อตฺตโน จิตฺตคตเมว กตฺวา. สพฺพํ เจตโส สมนฺนาหริตฺวาติ สพฺเพน การกจิตฺเตน อาทิโต ปฏฺฐาย ยาว ปริโยสานา เทสนํ อาวชฺเชตฺวา, ตคฺคตเมว อาโภคํ กตฺวาติ อตฺโถ. อถ วา สพฺพํ เจตโส สมนฺนาหริตฺวาติ สพฺพสฺมา จิตฺตโต เทสนํ สมฺมา อนุ อนุ อาหริตฺวา. อิทํ วุตฺตํ โหติ – เทเสนฺตสฺส เยหิ จิตฺเตหิ เทสนา กตา, สพฺพสฺมา จิตฺตโต ปวตฺตํ เทสนํ พหิ คนฺตุํ อเทนฺโต สมฺมา อวิปรีตํ อนุ อนุ อาหริตฺวา อตฺตโน จิตฺตสนฺตานํ อาหริตฺวา ยถาเทสิตเทสิตํ เทสนํ สุฏฺฐุ อุปธาเรตฺวา. โอหิตโสตาติ อวหิตโสตา, สุฏฺฐุ อุปิตโสตา. โอหิตโสตาติ วา อวิกฺขิตฺตโสตา. ตเมว อุปลพฺภมาโนปิ หิ สวเน อวิกฺเขโป สติสํวโร วิย จกฺขุนฺทฺริยาทีสุ โสตินฺทฺริเยปิ วตฺตุมรหตีติ. เอตฺถ จ ‘‘อฏฺฐึ กตฺวา’’ติอาทีหิ จตูหิปิ ปเทหิ เตสํ ภิกฺขูนํ ตปฺปรภาวโต สวเน อาทรทีปเนน สกฺกจฺจสวนํ ทสฺเสติ.
เอตมตฺถํ วิทิตฺวาติ เอตํ เตสํ ภิกฺขูนํ ตสฺสา นิพฺพานปฏิสํยุตฺตาย ธมฺมกถาย สวเน อาทรการิตํ สพฺพาการโต วิทิตฺวา. อิมํ อุทานนฺติ อิมํ นิพฺพานสฺส ตพฺพิธุรธมฺมเทสนามุเขน ปรมตฺถโต วิชฺชมานภาววิภาวนํ อุทานํ อุทาเนสิ.
ตตฺถ อตฺถีติ วิชฺชติ, ปรมตฺถโต อุปลพฺภตีติ อตฺโถ. ภิกฺขเวติ เตสํ ภิกฺขูนํ อาลปนํ. นนุ จ อุทานํ นาม ปีติโสมนสฺสสมุฏฺฐาปิโต วา ธมฺมสํเวคสมุฏฺฐาปิโต วา ธมฺมปฏิคฺคาหกนิรเปกฺโข อุทาหาโร, ตถา เจว เอตฺตเกสุ สุตฺเตสุ อาคตํ, อิธ กสฺมา ภควา อุทาเนนฺโต เต ภิกฺขู อามนฺเตสีติ? เตสํ ภิกฺขูนํ สญฺญาปนตฺถํ. นิพฺพานปฏิสํยุตฺตญฺหิ ภควา เตสํ ภิกฺขูนํ ธมฺมํ เทเสตฺวา นิพฺพานคุณานุสฺสรเณน อุปฺปนฺนปีติโสมนสฺสา อุทานํ อุทาเนสิ. อิธ นิพฺพานวชฺโช สพฺโพ สภาวธมฺโม ปจฺจยายตฺตวุตฺติโกว อุปลพฺภติ, น ปจฺจยนิรเปกฺโข. อยํ ปน นิพฺพานธมฺโม กตมปจฺจเย อุปลพฺภตีติ เตสํ ภิกฺขูนํ เจโตปริวิตกฺกมญฺญาย เต จ สญฺญาเปตุกาโม ‘‘อตฺถิ, ภิกฺขเว, ตทายตน’’นฺติอาทิมาห, น เอกนฺตโตว เต ปฏิคฺคาหเก กตฺวาติ เวทิตพฺพํ. ตทายตนนฺติ ตํ การณํ. ทกาโร ปทสนฺธิกโร. นิพฺพานญฺหิ มคฺคผลญาณาทีนํ อารมฺมณปจฺจยภาวโต รูปาทีนิ วิย จกฺขุวิญฺญาณาทีนํ อารมฺมณปจฺจยภูตานีติ การณฏฺเฐน ‘‘อายตน’’นฺติ วุจฺจติ. เอตฺตาวตา จ ภควา เตสํ ภิกฺขูนํ อสงฺขตาย ธาตุยา ปรมตฺถโต อตฺถิภาวํ ปเวเทสิ.
ตตฺรายํ ธมฺมนฺวโย – อิธ สงฺขตธมฺมานํ วิชฺชมานตฺตา อสงฺขตายปิ ธาตุยา ภวิตพฺพํ ตปฺปฏิปกฺขตฺตา สภาวธมฺมานํ. ยถา หิ ทุกฺเข วิชฺชมาเน ตปฺปฏิปกฺขภูตํ สุขมฺปิ วิชฺชติเยว, ตถา อุเณฺห วิชฺชมาเน สีตมฺปิ วิชฺชติ, ปาปธมฺเมสุ วิชฺชมาเนสุ กลฺยาณธมฺมาปิ วิชฺชนฺติ เอว. วุตฺตญฺเจตํ –
‘‘ยถาปิ ทุกฺเข วิชฺชนฺเต, สุขํ นามปิ วิชฺชติ;
เอวํ ภเว วิชฺชมาเน, วิภโวปิ อิจฺฉิตพฺพโก.
‘‘ยถาปิ อุเณฺห วิชฺชนฺเต, อปรํ วิชฺชติ สีตลํ;
เอวํ ติวิธคฺคิ วิชฺชนฺเต, นิพฺพานํ อิจฺฉิตพฺพกํ.
‘‘ยถาปิ ปาเป วิชฺชนฺเต, กลฺยาณมปิ วิชฺชติ;
เอวเมว ชาติ วิชฺชนฺเต, อชาติมปิ อิจฺฉิตพฺพก’’นฺติอาทิ. (พุ. วํ. ๒.๑๐-๑๒) –
อปิจ นิพฺพานสฺส ปรมตฺถโต อตฺถิภาววิจารณํ ปรโต อาวิภวิสฺสติ.
เอวํ ภควา อสงฺขตาย ธาตุยา ปรมตฺถโต อตฺถิภาวํ สมฺมุเขน ทสฺเสตฺวา อิทานิ ตพฺพิธุรธมฺมาโปหนมุเขนสฺส สภาวํ ทสฺเสตุํ, ‘‘ยตฺถ เนว ปถวี น อาโป’’ติอาทิมาห. ตตฺถ ยสฺมา นิพฺพานํ สพฺพสงฺขารวิธุรสภาวํ ยถา สงฺขตธมฺเมสุ กตฺถจิ นตฺถิ, ตถา ตตฺถปิ สพฺเพ สงฺขตธมฺมา. น หิ สงฺขตาสงฺขตธมฺมานํ สโมธานํ สมฺภวติ. ตตฺรายํ อตฺถวิภาวนา – ยตฺถ ยสฺมึ นิพฺพาเน ยสฺสํ อสงฺขตธาตุยํ เนว กกฺขฬลกฺขณา ปถวีธาตุ อตฺถิ, น ปคฺฆรณลกฺขณา อาโปธาตุ, น อุณฺหลกฺขณา เตโชธาตุ, น วิตฺถมฺภนลกฺขณา วาโยธาตุ อตฺถิ. อิติ จตุมหาภูตาภาววจเนน ยถา สพฺพสฺสปิ อุปาทารูปสฺส อภาโว วุตฺโต โหติ ตนฺนิสฺสิตตฺตา. เอวํ อนวเสสโต กามรูปภวสฺส ตตฺถ อภาโว วุตฺโต โหติ ตทายตฺตวุตฺติภาวโต. น หิ มหาภูตนิสฺสเยน วินา ปญฺจโวการภโว เอกโวการภโว วา สมฺภวตีติ.
อิทานิ อรูปสภาวตฺเตปิ นิพฺพานสฺส อรูปภวปริยาปนฺนานํ ธมฺมานํ ตตฺถ อภาวํ ทสฺเสตุํ, ‘‘น อากาสานญฺจายตนํ…เป… น เนวสญฺญานาสญฺญายตน’’นฺติ วุตฺตํ. ตตฺถ น อากาสานญฺจายตนนฺติ สทฺธึ อารมฺมเณน กุสลวิปากกิริยเภโท ติวิโธปิ อากาสานญฺจายตนจิตฺตุปฺปาโท นตฺถีติ อตฺโถ. เสเสสุปิ เอเสว นโย. ยทคฺเคน จ นิพฺพาเน กามโลกาทีนํ อภาโว โหติ, ตทคฺเคน ตตฺถ อิธโลกปรโลกานมฺปิ อภาโวติ อาห – ‘‘นายํ โลโก น ปรโลโก’’ติ. ตสฺสตฺโถ – ยฺวายํ ‘‘อิตฺถตฺตํ ทิฏฺฐธมฺโม อิธโลโก’’ติ จ ลทฺธโวหาโร ขนฺธาทิโลโก, โย จ ‘‘ตโต อญฺญถา ปโร อภิสมฺปราโย’’ติ จ ลทฺธโวหาโร ขนฺธาทิโลโก, ตทุภยมฺปิ ตตฺถ นตฺถีติ. น อุโภ จนฺทิมสูริยาติ ยสฺมา รูปคเต สติ ตโม นาม สิยา, ตมสฺส จ วิธมนตฺถํ จนฺทิมสูริเยหิ วตฺติตพฺพํ. สพฺเพน สพฺพํ ปน ยตฺถ รูปคตเมว นตฺถิ, กุโต ตตฺถ ตโม. ตมสฺส วา วิธมนา จนฺทิมสูริยา, ตสฺมา จนฺทิมา สูริโย จาติ อุโภปิ ตตฺถ นิพฺพาเน นตฺถีติ อตฺโถ. อิมินา อาโลกสภาวตํเยว นิพฺพานสฺส ทสฺเสติ.
เอตฺตาวตา จ อนภิสเมตาวีนํ ภิกฺขูนํ อนาทิมติสํสาเร สุปินนฺเตปิ อนนุภูตปุพฺพํ ปรมคมฺภีรํ อติทุทฺทสํ สณฺหสุขุมํ อตกฺกาวจรํ อจฺจนฺตสนฺตํ ปณฺฑิตเวทนียํ อติปณีตํ อมตํ นิพฺพานํ วิภาเวนฺโต ปฐมํ ตาว ‘‘อตฺถิ, ภิกฺขเว, ตทายตน’’นฺติ ตสฺส อตฺถิภาวา เตสํ อญฺญาณาทีนิ อปเนตฺวา ‘‘ยตฺถ เนว ปถวี …เป… น อุโภ จนฺทิมสูริยา’’ติ ตทญฺญธมฺมาโปหนมุเขน ตํ วิภาเวติ ธมฺมราชา. เตน ปถวีอาทิสพฺพสงฺขตธมฺมวิธุรสภาวา ยา อสงฺขตา ธาตุ, ตํ นิพฺพานนฺติ ทีปิตํ โหติ. เตเนวาห, ‘‘ตตฺราปาหํ, ภิกฺขเว, เนว อาคตึ วทามี’’ติ.
ตตฺถ ตตฺราติ ตสฺมึ. อปิสทฺโท สมุจฺจเย. อหํ, ภิกฺขเว, ยตฺถ สงฺขารปวตฺเต กุโตจิ กสฺสจิ อาคตึ น วทามิ ยถาปจฺจยํ ตตฺถ ธมฺมมตฺตสฺส อุปฺปชฺชนโต. เอวํ ตสฺมิมฺปิ อายตเน นิพฺพาเน กุโตจิ อาคตึ อาคมนํ เนว วทามิ อาคนฺตพฺพฏฺฐานตาย อภาวโต. น คตินฺติ กตฺถจิ คมนํ น วทามิ คนฺตพฺพฏฺฐานตาย อภาวโต. น หิ ตตฺถ สตฺตานํ ฐเปตฺวา ญาเณน อารมฺมณกรณํ อาคติคติโย สมฺภวนฺติ, นาปิ ฐิติจุตูปปตฺติโย วทามิ. ‘‘ตทาปห’’นฺติปิ ปาฬิ. ตสฺสตฺโถ – ตมฺปิ อายตนํ คามนฺตรโต คามนฺตรํ วิย น อาคนฺตพฺพตาย น อาคติ, น คนฺตพฺพตาย น คติ, ปถวีปพฺพตาทิ วิย อปติฏฺฐานตาย น ฐิติ, อปจฺจยตฺตา วา อุปฺปาทาภาโว, ตโต อมตสภาวตฺตา จวนาภาโว, อุปฺปาทนิโรธาภาวโต เจว ตทุภยปริจฺฉินฺนาย ฐิติยา จ อภาวโต น ฐิตึ น จุตึ น อุปปตฺตึ วทามิ. เกวลํ ปน ตํ อรูปสภาวตฺตา อปจฺจยตฺตา จ น กตฺถจิ ปติฏฺฐิตนฺติ อปฺปติฏฺฐํ. ตตฺถ ปวตฺตาภาวโต ปวตฺตปฺปฏิปกฺขโต จ อปฺปวตฺตํ. อรูปสภาวตฺเตปิ เวทนาทโย วิย กสฺสจิปิ อารมฺมณสฺส อนาลมฺพนโต อุปตฺถมฺภนิรเปกฺขโต จ อนารมฺมณเมว ตํ ‘‘อายตน’’นฺติ วุตฺตํ นิพฺพานํ. อยญฺจ เอวสทฺโท อปฺปติฏฺฐเมว อปฺปวตฺตเมวาติ ปททฺวเยนปิ โยเชตพฺโพ. เอเสวนฺโต ทุกฺขสฺสาติ ยทิทํ ‘‘อปฺปติฏฺฐ’’นฺติอาทีหิ วจเนหิ วณฺณิตํ โถมิตํ ยถาวุตฺตลกฺขณํ นิพฺพานํ, เอโส เอว สกลสฺส วฏฺฏทุกฺขสฺส อนฺโต ปริโยสานํ ตทธิคเม สติ สพฺพทุกฺขาภาวโต. ตสฺมา ‘‘ทุกฺขสฺส อนฺโต’’ติ อยเมว ตสฺส สภาโวติ ทสฺเสติ.
ปฐมสุตฺตวณฺณนา นิฏฺฐิตา.