๒. ทุติยนิพฺพานปฏิสํยุตฺตสุตฺตวณฺณนา

๗๒. ทุติเย อิมํ อุทานนฺติ อิมํ นิพฺพานสฺส ปกติยา คมฺภีรภาวโต ทุทฺทสภาวทีปนํ อุทานํ อุทาเนสิ. ตตฺถ ทุทฺทสนฺติ สภาวคมฺภีรตฺตา อติสุขุมสณฺหสภาวตฺตา จ อนุปจิตญาณสมฺภาเรหิ ปสฺสิตุํ น สกฺกาติ ทุทฺทสํ. วุตฺตเญฺหตํ – ‘‘ตญฺหิ เต, มาคณฺฑิย, อริยํ ปญฺญาจกฺขุ นตฺถิ, เยน ตฺวํ อาโรคฺยํ ชาเนยฺยาสิ, นิพฺพานมฺปิ ปสฺเสยฺยาสี’’ติ (ม. นิ. ๒.๒๑๘). อปรมฺปิ วุตฺตํ – ‘‘อิทมฺปิ โข ฐานํ ทุทฺทสํ, ยทิทํ สพฺพสงฺขารสมโถ’’ติอาทิ (มหาว. ๘; ม. นิ. ๑.๒๘๑; ๒.๓๓๗). อนตนฺติ รูปาทิอารมฺมเณสุ, กามาทีสุ จ ภเวสุ นมนโต ตนฺนินฺนภาเวน ปวตฺติโต สตฺตานญฺจ ตตฺถ นมนโต ตณฺหา นตา นาม, นตฺถิ เอตฺถ นตาติ อนตํ, นิพฺพานนฺติ อตฺโถ. ‘‘อนนฺต’’นฺติปิ ปฐนฺติ, นิจฺจสภาวตฺตา อนฺตวิรหิตํ, อจวนธมฺมํ นิโรธํ อมตนฺติ อตฺโถ. เกจิ ปน ‘‘อนนฺต’’นฺติ ปทสฺส ‘‘อปฺปมาณ’’นฺติ อตฺถํ วทนฺติ. เอตฺถ จ ‘‘ทุทฺทส’’นฺติ อิมินา ปญฺญาย ทุพฺพลีกรเณหิ ราคาทิกิเลเสหิ จิรกาลภาวิตตฺตา สตฺตานํ อปจฺจยภาวนา น สุกราติ นิพฺพานสฺส กิจฺเฉน อธิคมนียตํ ทสฺเสติ. น หิ สจฺจํ สุทสฺสนนฺติ อิมินาปิ ตเมวตฺถํ ปากฏํ กโรติ. ตตฺถ สจฺจนฺติ นิพฺพานํ. ตญฺหิ เกนจิ ปริยาเยน อสนฺตสภาวาภาวโต เอกนฺเตเนว สนฺตตฺตา อวิปรีตฏฺเฐน สจฺจํ. น หิ ตํ สุทสฺสนํ น สุเขน ปสฺสิตพฺพํ, สุจิรมฺปิ กาลํ ปุญฺญญาณสมฺภาเร สมาเนนฺเตหิปิ กสิเรเนว สมธิคนฺตพฺพโต. ตถา หิ วุตฺตํ ภควตา – ‘‘กิจฺเฉน เม อธิคต’’นฺติ (มหาว. ๘; ม. นิ. ๑.๒๘๑; ๒.๓๓๗).

ปฏิวิทฺธา ตณฺหา ชานโต ปสฺสโต นตฺถิ กิญฺจนนฺติ ตญฺจ นิโรธสจฺจํ สจฺฉิกิริยาภิสมยวเสน อภิสเมนฺเตน วิสยโต กิจฺจโต จ อารมฺมณโต จ อารมฺมณปฺปฏิเวเธน อสมฺโมหปฺปฏิเวเธน จ ปฏิวิทฺธํ, ยถาปริญฺญาภิสมยวเสน ทุกฺขสจฺจํ, ภาวนาภิสมยวเสน มคฺคสจฺจญฺจ อสมฺโมหโต ปฏิวิทฺธํ โหติ, เอวํ ปหานาภิสมยวเสน อสมฺโมหโต จ ปฏิวิทฺธา ตณฺหา โหติ. เอวญฺจ จตฺตาริ สจฺจานิ ยถาภูตํ อริยมคฺคปญฺญาย ชานโต ปสฺสโต ภวาทีสุ นตภูตา ตณฺหา นตฺถิ, ตทภาเว สพฺพสฺสปิ กิเลสวฏฺฏสฺส อภาโว, ตโตว กมฺมวิปากวฏฺฏานํ อสมฺภโวเยวาติ เอวํ ภควา เตสํ ภิกฺขูนํ อนวเสสวฏฺฏทุกฺขวูปสมเหตุภูตํ อมตมหานิพฺพานสฺส อานุภาวํ ปกาเสสิ. เสสํ วุตฺตนยเมว.

ทุติยสุตฺตวณฺณนา นิฏฺฐิตา.