๑. มุจลินฺทสุตฺตวณฺณนา

๑๑. มุจลินฺทวคฺคสฺส ปฐเม มุจลินฺทมูเลติ เอตฺถ มุจลินฺโท วุจฺจติ นีปรุกฺโข. โส ‘‘นิจุโล’’ติปิ วุจฺจติ, ตสฺส สมีเป. เกจิ ปน ‘‘มุจโลติ ตสฺส รุกฺขสฺส นามํ, ตํ วนเชฏฺฐกตาย ปน มุจลินฺโทติ วุตฺต’’นฺติ วทนฺติ. มหา อกาลเมโฆติ อสมฺปตฺเต วสฺสกาเล อุปฺปนฺนมหาเมโฆ. โส หิ คิมฺหานํ ปจฺฉิเม มาเส สกลจกฺกวาฬคพฺภํ ปูเรนฺโต อุทปาทิ. สตฺตาหวทฺทลิกาติ ตสฺมึ อุปฺปนฺเน สตฺตาหํ อวิจฺฉินฺนวุฏฺฐิกา อโหสิ. สีตวาตทุทฺทินีติ สา จ สตฺตาหวทฺทลิกา อุทกผุสิตสมฺมิสฺเสน สีตวาเตน สมนฺตโต ปริพฺภมนฺเตน ทุสิตทิวสตฺตา ทุทฺทินี นาม อโหสิ. มุจลินฺโท นาม นาคราชาติ ตสฺเสว มุจลินฺทรุกฺขสฺส สมีเป โปกฺขรณิยา เหฏฺฐา นาคภวนํ อตฺถิ, ตตฺถ นิพฺพตฺโต มหานุภาโว นาคราชา. สกภวนาติ อตฺตโน นาคภวนโต. สตฺตกฺขตฺตุํ โภเคหิ ปริกฺขิปิตฺวาติ สตฺตวาเร อตฺตโน สรีรโภเคหิ ภควโต กายํ ปริวาเรตฺวา. อุปริมุทฺธนิ มหนฺตํ ผณํ วิหจฺจาติ ภควโต มุทฺธปฺปเทสสฺส อุปริ อตฺตโน มหนฺตํ ผณํ ปสาเรตฺวา. ‘‘ผณํ กริตฺวา’’ติปิ ปาโฐ, โส เอวตฺโถ.

ตสฺส กิร นาคราชสฺส เอตทโหสิ ‘‘ภควา จ มยฺหํ ภวนสมีเป รุกฺขมูเล นิสินฺโน, อยญฺจ สตฺตาหวทฺทลิกา วตฺตติ, วาสาคารมสฺส ลทฺธุํ วฏฺฏตี’’ติ. โส สตฺตรตนมยํ ปาสาทํ นิมฺมินิตุํ สกฺโกนฺโตปิ ‘‘เอวํ กเต กายสาโร คหิโต น ภวิสฺสติ, ทสพลสฺส กายเวยฺยาวจฺจํ กริสฺสามี’’ติ มหนฺตํ อตฺตภาวํ กตฺวา สตฺถารํ สตฺตกฺขตฺตุํ โภเคหิ ปริกฺขิปิตฺวา อุปริ ผณํ กตฺวา ธาเรสิ. ‘‘ปริกฺเขปพฺภนฺตรํ โลหปาสาเท ภณฺฑาคารคพฺภปฺปมาณํ อโหสี’’ติ ขนฺธกฏฺฐกถายํ (มหาว. อฏฺฐ. ๕) วุตฺตํ. มชฺฌิมฏฺฐกถายํ ปน ‘‘เหฏฺฐาโลหปาสาทปฺปมาณ’’นฺติ (ม. นิ. อฏฺฐ. ๑.๒๘๔). ‘‘อิจฺฉิติจฺฉิเตน อิริยาปเถน สตฺถา วิหริสฺสตี’’ติ กิร นาคราชสฺส อชฺฌาสโย. ภควา ปน ยถานิสินฺโนว สตฺตาหํ วีตินาเมสิ. ตญฺจ ฐานํ สุปิหิตวาตปานํ สุผุสิตอคฺคฬทฺวารํ กูฏาคารํ วิย อโหสิ. มา ภควนฺตํ สีตนฺติอาทิ ตสฺส ตถา กริตฺวา ฐานการณปริทีปนํ. โส หิ ‘‘มา ภควนฺตํ สีตํ พาธยิตฺถ, มา อุณฺหํ, มา ฑํสาทิสมฺผสฺโส พาธยิตฺถา’’ติ ตถา กริตฺวา อฏฺฐาสิ.

ตตฺถ กิญฺจาปิ สตฺตาหวทฺทลิกาย อุณฺหเมว นตฺถิ, สเจ ปน อนฺตรนฺตรา เมโฆ วิคจฺเฉยฺย, อุณฺหํ ภเวยฺย, ตมฺปิ มา พาธยิตฺถาติ เอวํ ตสฺส จินฺเตตุํ ยุตฺตํ. เกจิ ปเนตฺถ วทนฺติ ‘‘อุณฺหคฺคหณํ โภคปริกฺเขปสฺส วิปุลภาวกรเณ การณกิตฺตนํ. ขุทฺทเก หิ ตสฺมึ ภควนฺตํ นาคสฺส สรีรสมฺภูตา อุสฺมา พาเธยฺย, วิปุลภาวกรเณน ปน ตาทิสํ ‘มา อุณฺหํ พาธยิตฺถา’ติ ตถา กริตฺวา อฏฺฐาสี’’ติ.

วิทฺธนฺติ อุพฺพิทฺธํ, เมฆวิคเมน ทูรีภูตนฺติ อตฺโถ. วิคตวลาหกนฺติ อปคตเมฆํ. เทวนฺติ อากาสํ. วิทิตฺวาติ ‘‘อิทานิ วิคตวลาหโก อากาโส, นตฺถิ ภควโต สีตาทิอุปทฺทโว’’ติ ญตฺวา. วินิเวเฐตฺวาติ อปเนตฺวา. สกวณฺณนฺติ อตฺตโน นาครูปํ. ปฏิสํหริตฺวาติ อนฺตรธาเปตฺวา. มาณวกวณฺณนฺติ กุมารกรูปํ.

เอตมตฺถนฺติ วิเวกสุขปฺปฏิสํเวทิโน ยตฺถ กตฺถจิ สุขเมว โหตีติ เอตมตฺถํ สพฺพากาเรน ชานิตฺวา. อิมํ อุทานนฺติ อิมํ วิเวกสุขานุภาวทีปกํ อุทานํ อุทาเนสิ.

ตตฺถ สุโข วิเวโกติ นิพฺพานสงฺขาโต อุปธิวิเวโก สุโข. ตุฏฺฐสฺสาติ จตุมคฺคญาณสนฺโตเสน ตุฏฺฐสฺส. สุตธมฺมสฺสาติ ปกาสิตธมฺมสฺส วิสฺสุตธมฺมสฺส. ปสฺสโตติ ตํ วิเวกํ, ยํ วา กิญฺจิ ปสฺสิตพฺพํ นาม, ตํ สพฺพํ อตฺตโน วีริยพลาธิคเตน ญาณจกฺขุนา ปสฺสนฺตสฺส. อพฺยาปชฺชนฺติ อกุปฺปนภาโว, เอเตน เมตฺตาปุพฺพภาโค ทสฺสิโต. ปาณภูเตสุ สํยโมติ สตฺเตสุ จ สํยโม อวิหึสนภาโว สุโขติ อตฺโถ. เอเตน กรุณาปุพฺพภาโค ทสฺสิโต.

สุขา วิราคตา โลเกติ วิคตราคตาปิ โลเก สุขา. กีทิสี? กามานํ สมติกฺกโมติ, ยา กามานํ สมติกฺกโมติ วุจฺจติ, สา วิคตราคตาปิ สุขาติ อตฺโถ, เอเตน อนาคามิมคฺโค กถิโต. อสฺมิมานสฺส โย วินโยติ อิมินา ปน อรหตฺตํ กถิตํ. อรหตฺตญฺหิ อสฺมิมานสฺส ปฏิปฺปสฺสทฺธิวินโยติ วุจฺจติ, อิโต ปรญฺจ สุขํ นาม นตฺถิ, เตนาห ‘‘เอตํ เว ปรมํ สุข’’นฺติ. เอวํ อรหตฺเตน เทสนาย กูฏํ คณฺหีติ.

ปฐมสุตฺตวณฺณนา นิฏฺฐิตา.