๒. มุจลินฺทวคฺโค
๑. มุจลินฺทสุตฺตวณฺณนา
๑๑. มุจลินฺทวคฺคสฺส ปฐเม มุจลินฺทมูเลติ เอตฺถ มุจลินฺโท วุจฺจติ นีปรุกฺโข. โส ‘‘นิจุโล’’ติปิ วุจฺจติ, ตสฺส สมีเป. เกจิ ปน ‘‘มุจโลติ ตสฺส รุกฺขสฺส นามํ, ตํ วนเชฏฺฐกตาย ปน มุจลินฺโทติ วุตฺต’’นฺติ วทนฺติ. มหา อกาลเมโฆติ อสมฺปตฺเต วสฺสกาเล อุปฺปนฺนมหาเมโฆ. โส หิ คิมฺหานํ ปจฺฉิเม มาเส สกลจกฺกวาฬคพฺภํ ปูเรนฺโต อุทปาทิ. สตฺตาหวทฺทลิกาติ ตสฺมึ อุปฺปนฺเน สตฺตาหํ อวิจฺฉินฺนวุฏฺฐิกา อโหสิ. สีตวาตทุทฺทินีติ สา จ สตฺตาหวทฺทลิกา อุทกผุสิตสมฺมิสฺเสน สีตวาเตน สมนฺตโต ปริพฺภมนฺเตน ทุสิตทิวสตฺตา ทุทฺทินี นาม อโหสิ. มุจลินฺโท นาม นาคราชาติ ตสฺเสว มุจลินฺทรุกฺขสฺส สมีเป โปกฺขรณิยา เหฏฺฐา นาคภวนํ อตฺถิ, ตตฺถ นิพฺพตฺโต มหานุภาโว นาคราชา. สกภวนาติ อตฺตโน นาคภวนโต. สตฺตกฺขตฺตุํ โภเคหิ ปริกฺขิปิตฺวาติ สตฺตวาเร อตฺตโน สรีรโภเคหิ ภควโต กายํ ปริวาเรตฺวา. อุปริมุทฺธนิ มหนฺตํ ผณํ วิหจฺจาติ ภควโต มุทฺธปฺปเทสสฺส อุปริ อตฺตโน มหนฺตํ ผณํ ปสาเรตฺวา. ‘‘ผณํ กริตฺวา’’ติปิ ปาโฐ, โส เอวตฺโถ.
ตสฺส กิร นาคราชสฺส เอตทโหสิ ‘‘ภควา จ มยฺหํ ภวนสมีเป รุกฺขมูเล นิสินฺโน, อยญฺจ สตฺตาหวทฺทลิกา วตฺตติ, วาสาคารมสฺส ลทฺธุํ วฏฺฏตี’’ติ. โส สตฺตรตนมยํ ปาสาทํ นิมฺมินิตุํ สกฺโกนฺโตปิ ‘‘เอวํ กเต กายสาโร คหิโต น ภวิสฺสติ, ทสพลสฺส กายเวยฺยาวจฺจํ กริสฺสามี’’ติ มหนฺตํ อตฺตภาวํ กตฺวา สตฺถารํ สตฺตกฺขตฺตุํ โภเคหิ ปริกฺขิปิตฺวา อุปริ ผณํ กตฺวา ธาเรสิ. ‘‘ปริกฺเขปพฺภนฺตรํ โลหปาสาเท ภณฺฑาคารคพฺภปฺปมาณํ อโหสี’’ติ ขนฺธกฏฺฐกถายํ (มหาว. อฏฺฐ. ๕) วุตฺตํ. มชฺฌิมฏฺฐกถายํ ปน ‘‘เหฏฺฐาโลหปาสาทปฺปมาณ’’นฺติ (ม. นิ. อฏฺฐ. ๑.๒๘๔). ‘‘อิจฺฉิติจฺฉิเตน อิริยาปเถน สตฺถา วิหริสฺสตี’’ติ กิร นาคราชสฺส อชฺฌาสโย. ภควา ปน ยถานิสินฺโนว สตฺตาหํ วีตินาเมสิ. ตญฺจ ฐานํ สุปิหิตวาตปานํ สุผุสิตอคฺคฬทฺวารํ กูฏาคารํ วิย อโหสิ. มา ภควนฺตํ สีตนฺติอาทิ ตสฺส ตถา กริตฺวา ฐานการณปริทีปนํ. โส หิ ‘‘มา ภควนฺตํ สีตํ พาธยิตฺถ, มา อุณฺหํ, มา ฑํสาทิสมฺผสฺโส พาธยิตฺถา’’ติ ตถา กริตฺวา อฏฺฐาสิ.
ตตฺถ กิญฺจาปิ สตฺตาหวทฺทลิกาย อุณฺหเมว นตฺถิ, สเจ ปน อนฺตรนฺตรา เมโฆ วิคจฺเฉยฺย, อุณฺหํ ภเวยฺย, ตมฺปิ มา พาธยิตฺถาติ เอวํ ตสฺส จินฺเตตุํ ยุตฺตํ. เกจิ ปเนตฺถ วทนฺติ ‘‘อุณฺหคฺคหณํ โภคปริกฺเขปสฺส วิปุลภาวกรเณ การณกิตฺตนํ. ขุทฺทเก หิ ตสฺมึ ภควนฺตํ นาคสฺส สรีรสมฺภูตา อุสฺมา พาเธยฺย, วิปุลภาวกรเณน ปน ตาทิสํ ‘มา อุณฺหํ พาธยิตฺถา’ติ ตถา กริตฺวา อฏฺฐาสี’’ติ.
วิทฺธนฺติ อุพฺพิทฺธํ, เมฆวิคเมน ทูรีภูตนฺติ อตฺโถ. วิคตวลาหกนฺติ อปคตเมฆํ. เทวนฺติ อากาสํ. วิทิตฺวาติ ‘‘อิทานิ วิคตวลาหโก อากาโส, นตฺถิ ภควโต สีตาทิอุปทฺทโว’’ติ ญตฺวา. วินิเวเฐตฺวาติ อปเนตฺวา. สกวณฺณนฺติ อตฺตโน นาครูปํ. ปฏิสํหริตฺวาติ อนฺตรธาเปตฺวา. มาณวกวณฺณนฺติ กุมารกรูปํ.
เอตมตฺถนฺติ วิเวกสุขปฺปฏิสํเวทิโน ยตฺถ กตฺถจิ สุขเมว โหตีติ เอตมตฺถํ สพฺพากาเรน ชานิตฺวา. อิมํ อุทานนฺติ อิมํ วิเวกสุขานุภาวทีปกํ อุทานํ อุทาเนสิ.
ตตฺถ สุโข วิเวโกติ นิพฺพานสงฺขาโต อุปธิวิเวโก สุโข. ตุฏฺฐสฺสาติ จตุมคฺคญาณสนฺโตเสน ตุฏฺฐสฺส. สุตธมฺมสฺสาติ ปกาสิตธมฺมสฺส วิสฺสุตธมฺมสฺส. ปสฺสโตติ ตํ วิเวกํ, ยํ วา กิญฺจิ ปสฺสิตพฺพํ นาม, ตํ สพฺพํ อตฺตโน วีริยพลาธิคเตน ญาณจกฺขุนา ปสฺสนฺตสฺส. อพฺยาปชฺชนฺติ อกุปฺปนภาโว, เอเตน เมตฺตาปุพฺพภาโค ทสฺสิโต. ปาณภูเตสุ สํยโมติ สตฺเตสุ จ สํยโม อวิหึสนภาโว สุโขติ อตฺโถ. เอเตน กรุณาปุพฺพภาโค ทสฺสิโต.
สุขา วิราคตา โลเกติ วิคตราคตาปิ โลเก สุขา. กีทิสี? กามานํ สมติกฺกโมติ, ยา กามานํ สมติกฺกโมติ วุจฺจติ, สา วิคตราคตาปิ สุขาติ อตฺโถ, เอเตน อนาคามิมคฺโค กถิโต. อสฺมิมานสฺส โย วินโยติ อิมินา ปน อรหตฺตํ กถิตํ. อรหตฺตญฺหิ อสฺมิมานสฺส ปฏิปฺปสฺสทฺธิวินโยติ วุจฺจติ, อิโต ปรญฺจ สุขํ นาม นตฺถิ, เตนาห ‘‘เอตํ เว ปรมํ สุข’’นฺติ. เอวํ อรหตฺเตน เทสนาย กูฏํ คณฺหีติ.
ปฐมสุตฺตวณฺณนา นิฏฺฐิตา.
๒. ราชสุตฺตวณฺณนา
๑๒. ทุติเย สมฺพหุลานนฺติ วินยปริยาเยน ตโย ชนา ‘‘สมฺพหุลา’’ติ วุจฺจนฺติ, ตโต ปรํ สงฺโฆ. สุตฺตนฺตปริยาเยน ปน ตโย ตโย เอว, ตโต อุทฺธํ สมฺพหุลา. ตสฺมา อิธาปิ สุตฺตนฺตปริยาเยน สมฺพหุลาติ เวทิตพฺพา. อุปฏฺฐานสาลายนฺติ ธมฺมสภามณฺฑเป. สา หิ ธมฺมํ เทเสตุํ อาคตสฺส ตถาคตสฺส ภิกฺขูนํ อุปฏฺฐานกรณฏฺฐานนฺติ ‘‘อุปฏฺฐานสาลา’’ติ วุจฺจติ. อถ วา ยตฺถ ภิกฺขู วินยํ วินิจฺฉินนฺติ, ธมฺมํ กเถนฺติ, สากจฺฉํ สมาปชฺชนฺติ, สนฺนิปตนวเสน ปกติยา อุปติฏฺฐนฺติ, สา สาลาปิ มณฺฑโปปิ ‘‘อุปฏฺฐานสาลา’’เตฺวว วุจฺจติ. ตตฺถาปิ หิ พุทฺธาสนํ นิจฺจํ ปญฺญตฺตเมว โหติ. อิทญฺหิ พุทฺธานํ ธรมานกาเล ภิกฺขูนํ จาริตฺตํ. สนฺนิสินฺนานนฺติ นิสชฺชนวเสน สงฺคมฺม นิสินฺนานํ. สนฺนิปติตานนฺติ ตโต ตโต อาคนฺตฺวา สนฺนิปตนวเสน สนฺนิปติตานํ. อถ วา พุทฺธาสนํ ปุรโต กตฺวา สตฺถุ สมฺมุเข วิย อาทรุปฺปตฺติยา สกฺกจฺจํ นิสีทนวเสน สนฺนิสินฺนานํ, สมานชฺฌาสยตฺตา อญฺญมญฺญสฺมึ อชฺฌาสเยน สุฏฺฐุ สมฺมา จ นิปตนวเสน สนฺนิปติตานํ. อยนฺติ อิทานิ วุจฺจมานํ นิทฺทิสติ. อนฺตรากถาติ กมฺมฏฺฐานมนสิการอุทฺเทสปริปุจฺฉาทีนํ อนฺตรา อญฺญา เอกา กถา, อถ วา มชฺฌนฺหิเก ลทฺธสฺส สุคโตวาทสฺส, สายํ ลภิตพฺพสฺส ธมฺมสฺสวนสฺส จ อนฺตรา ปวตฺตตฺตา อนฺตรากถา, สมณสมาจารสฺเสว วา อนฺตรา ปวตฺตา อญฺญา เอกา กถาติ อนฺตรากถา. อุทปาทีติ อุปฺปนฺนา.
อิเมสํ ทฺวินฺนํ ราชูนนฺติ นิทฺธารเณ สามิวจนํ. มหทฺธนตโร วาติอาทีสุ ปถวิยํ นิขณิตฺวา ฐปิตํ สตฺตรตนนิจยสงฺขาตํ มหนฺตํ ธนํ เอตสฺสาติ มหทฺธโน, ทฺวีสุ อยํ อติสเยน มหทฺธโนติ มหทฺธนตโร. วาสทฺโท วิกปฺปตฺโถ. เสสปเทสุปิ เอเสว นโย. อยํ ปน วิเสโส – นิจฺจปริพฺพยวเสน มหนฺโต โภโค เอตสฺสาติ มหาโภโค. เทวสิกํ ปวิสนอายภูโต มหนฺโต โกโส เอตสฺสาติ มหาโกโส. อปเร ปน ‘‘เทวสิกํ ปวิสนอายภูตํ มณิสารเผคฺคุคุมฺพาทิเภทภินฺนํ ปริคฺคหวตฺถุ ธนํ, ตเทว สารคพฺภาทีสุ นิหิตํ โกโส’’ติ วทนฺติ. วชิโร, มหานีโล, อินฺทนีโล, มรกโต, เวฬุริโย, ปทุมราโค, ผุสฺสราโค, กกฺเกตโน, ปุลาโก, วิมโล, โลหิตงฺโก, ผลิโก, ปวาโฬ, โชติรโส, โคมุตฺตโก, โคเมทโก, โสคนฺธิโก, มุตฺตา, สงฺโข, อญฺชนมูโล, ราชปฏฺโฏ, อมตํสโก, ปิยโก, พฺราหฺมณี จาติ จตุพฺพีสติ มณิ นาม. สตฺต โลหานิ กหาปโณ จ สาโร นาม. สยนจฺฉาทนปาวุรณคชทนฺตสิลาทีนิ เผคฺคุ นาม. จนฺทนาครุกุงฺกุมตครกปฺปูราทิ คุมฺพา นาม. ตตฺถ ปุริเมน อาทิสทฺเทน สาลิวีหิอาทิมุคฺคมาสาทิปุพฺพณฺณาปรณฺณเภทํ ธญฺญวิกตึ อาทึ กตฺวา ยํ สตฺตานํ อุปโภคปริโภคภูตํ วตฺถุ, ตํ สพฺพํ สงฺคยฺหติ. มหนฺตํ วิชิตํ รฏฺฐํ เอตสฺสาติ มหาวิชิโต. มหนฺโต หตฺถิอสฺสาทิวาหโน เอตสฺสาติ มหาวาหโน. มหนฺตํ เสนาพลญฺเจว ถามพลญฺจ เอตสฺสาติ มหพฺพโล. อิจฺฉิตนิพฺพตฺติสงฺขาตา ปุญฺญกมฺมนิปฺผนฺนา มหตี อิทฺธิ เอตสฺสาติ มหิทฺธิโก. เตชสงฺขาโต อุสฺสาหมนฺตปภุสตฺติสงฺขาโต วา มหนฺโต อานุภาโว เอตสฺสาติ มหานุภาโว.
เอตฺถ จ ปฐเมน อายสมฺปทา, ทุติเยน วิตฺตูปกรณสมฺปทา, ตติเยน วิภวสมฺปทา, จตุตฺเถน ชนปทสมฺปทา, ปญฺจเมน ยานสมฺปทา, ฉฏฺเฐน ปริวารสมฺปทาย สทฺธึ อตฺตสมฺปทา, สตฺตเมน ปุญฺญกมฺมสมฺปทา, อฏฺฐเมน ปภาวสมฺปทา เตสํ ราชูนํ ปกาสิตา โหติ. เตน ยา สา สามิสมฺปตฺติ, อมจฺจสมฺปตฺติ, เสนาสมฺปตฺติ, รฏฺฐสมฺปตฺติ, วิภวสมฺปตฺติ, มิตฺตสมฺปตฺติ, ทุคฺคสมฺปตฺตีติ สตฺต ปกติสมฺปทา ราชูนํ อิจฺฉิตพฺพา. ตา สพฺพา ยถารหํ ปริทีปิตาติ เวทิตพฺพา.
ทานาทีหิ จตูหิ สงฺคหวตฺถูหิ ปริสํ รญฺเชตีติ ราชา. มคธานํ อิสฺสโรติ มาคโธ. มหติยา เสนาย สมนฺนาคตตฺตา เสนิยโคตฺตตฺตา วา เสนิโย. พิมฺพิ วุจฺจติ สุวณฺณํ, ตสฺมา สารพิมฺพิวณฺณตาย พิมฺพิสาโร. เกจิ ปน ‘‘นามเมเวตํ ตสฺส รญฺโญ’’ติ วทนฺติ. ปจฺจามิตฺตํ ปรเสนํ ชินาตีติ ปเสนทิ. โกสลรฏฺฐสฺส อธิปตีติ โกสโล. อยญฺจรหีติ เอตฺถ จรหีติ นิปาตมตฺตํ. วิปฺปกตาติ อปริโยสิตา. อยํ เตสํ ภิกฺขูนํ อนฺตรากถา อนิฏฺฐิตาติ อตฺโถ.
สายนฺหสมยนฺติ สายเนฺห เอกํ สมยํ. ปฏิสลฺลานา วุฏฺฐิโตติ ตโต ตโต รูปาทิอารมฺมณโต จิตฺตสฺส ปฏิสํหรณโต ปฏิสลฺลานสงฺขาตาย ผลสมาปตฺติโต ยถากาลปริจฺเฉทํ วุฏฺฐิโต. ภควา หิ ปุพฺพณฺหสมยํ ภิกฺขุสงฺฆปริวุโต สาวตฺถึ ปวิสิตฺวา ภิกฺขูนํ สุลภปิณฺฑปาตํ กตฺวา กตภตฺตกิจฺโจ ภิกฺขูหิ สทฺธึ สาวตฺถิโต นิกฺขมิตฺวา วิหารํ ปวิสิตฺวา คนฺธกุฏิปฺปมุเข ฐตฺวา วตฺตํ ทสฺเสตฺวา ฐิตานํ ภิกฺขูนํ ยถาสมุฏฺฐิตํ สุคโตวาทํ ทตฺวา เตสุ อรญฺญรุกฺขมูลาทิทิวาฏฺฐานํ อุทฺทิสฺส คเตสุ คนฺธกุฏึ ปวิสิตฺวา ผลสมาปตฺติสุเขน ทิวสภาคํ วีตินาเมตฺวา ยถากาลปริจฺเฉเท สมาปตฺติโต วุฏฺฐาย, ‘‘มยฺหํ อุปคมนํ อาคมยมานา จตสฺโส ปริสา สกลวิหารํ ปริปูเรนฺติโย นิสินฺนา, อิทานิ เม ธมฺมเทสนตฺถํ ธมฺมสภามณฺฑลํ อุปคนฺตุํ กาโล’’ติ อาสนโต วุฏฺฐาย, เกสรสีโห วิย กญฺจนคุหาย สุรภิคนฺธกุฏิโต นิกฺขมิตฺวา ยูถํ อุปสงฺกมนฺโต มตฺตวรวารโณ วิย อกายจาปลฺเลน จารุวิกฺกนฺตคมโน อสีติอนุพฺยญฺชนปฺปฏิมณฺฑิตพาตฺตึสมหาปุริสลกฺขณสมุชฺชลาย พฺยามปฺปภาย ปริกฺเขปวิลาสสมฺปนฺนาย ปภสฺสรเกตุมาลาลงฺกตาย นีลปีตโลหิโตทาตมญฺชิฏฺฐปภสฺสรานํ วเสน ฉพฺพณฺณพุทฺธรํสิโย วิสฺสชฺเชนฺติยา อจินฺเตยฺยานุภาวาย อนุปมาย พุทฺธลีลาย สมนฺนาคตาย รูปกายสมฺปตฺติยา สกลวิหารํ เอกาโลกํ กุรุมาโน อุปฏฺฐานสาลํ อุปสงฺกมิ. เตน วุตฺตํ – ‘‘อถ โข ภควา…เป… เตนุปสงฺกมี’’ติ.
เอวํ อุปสงฺกมิตฺวา วตฺตํ ทสฺเสตฺวา นิสินฺเน เต ภิกฺขู ตุณฺหีภูเต ทิสฺวา ‘‘มยิ อกเถนฺเต อิเม ภิกฺขู พุทฺธคารเวน กปฺปมฺปิ น กเถสฺสนฺตี’’ติ กถาสมุฏฺฐาปนตฺถํ ‘‘กาย นุตฺถ, ภิกฺขเว’’ติอาทิมาห. ตตฺถ กาย นุตฺถาติ กตมาย นุ ภวถ. ‘‘กาย โนตฺถา’’ติปิ ปาฬิ, โส เอวตฺโถ, ‘‘กาย เนฺวตฺถา’’ติปิ ปฐนฺติ, ตสฺส กตมาย นุ เอตฺถาติ อตฺโถ. ตตฺรายํ สงฺเขปตฺโถ – ภิกฺขเว, กตมาย นาม กถาย อิธ สนฺนิสินฺนา ภวถ, กตมา จ ตุมฺหากํ กถา มมาคมนปจฺจยา อนิฏฺฐิตา, ตํ นิฏฺฐาเปสฺสามีติ เอวํ สพฺพญฺญุปวารณาย ปวาเรสิ.
น เขฺวตนฺติ น โข เอตํ, อยเมว วา ปาโฐ. ‘‘น โขต’’นฺติปิ ปฐนฺติ, น โข เอตํ อิจฺเจว ปทวิภาโค. กุลปุตฺตานนฺติ ชาติอาจารกุลปุตฺตานํ. สทฺธาติ สทฺธาย, กมฺมผลสทฺธาย รตนตฺตยสทฺธาย จ. อคารสฺมาติ ฆรโต, คหฏฺฐภาวาติ อตฺโถ. อนคาริยนฺติ ปพฺพชฺชํ. ปพฺพชิตานนฺติ อุปคตานํ. ยนฺติ กิริยาปรามสนํ. ตตฺถายํ ปทโยชนา – ‘‘ภิกฺขเว, ตุเมฺห เนว ราชาภินีตา น โจราภินีตา น อิณฏฺฏา น ชีวิตปกตา ปพฺพชิตา, อถ โข สทฺธาย อคารโต นิกฺขมิตฺวา มม สาสเน ปพฺพชิตา, ตุเมฺห เอตรหิ เอวรูปึ ราชปฺปฏิสํยุตฺตํ ติรจฺฉานกถํ กเถยฺยาถ, ยํ เอวรูปาย กถาย กถนํ, เอตํ ตุมฺหากํ น โข ปติรูปํ น ยุตฺตเมวา’’ติ.
เอวํ สนฺนิปติตานํ ปพฺพชิตานํ อปฺปติรูปํ ปฏิกฺขิปิตฺวา อิทานิ เนสํ ปติรูปํ ปฏิปตฺตึ อนุชานนฺโต ‘‘สนฺนิปติตานํ โว, ภิกฺขเว, ทฺวยํ กรณียํ ธมฺมี วา กถา อริโย วา ตุณฺหีภาโว’’ติ อาห. ตตฺถ โวติ ตุมฺหากํ. กรณียนฺติ หิ ปทํ อเปกฺขิตฺวา กตฺตริ สามิวจนเมตํ, ตสฺมา ตุเมฺหหีติ อตฺโถ. ทฺวยํ กรณียนฺติ เทฺว กาตพฺพา. ธมฺมี กถาติ จตุสจฺจธมฺมโต อนเปตา กถา, ปวตฺตินิวตฺติปริทีปินี ธมฺมเทสนาติ อตฺโถ. ทสกถาวตฺถุสงฺขาตาปิ หิ ธมฺมกถา ตเทกเทสา เอวาติ. อริโยติ เอกนฺตหิตาวหตฺตา อริโย, วิสุทฺโธ อุตฺตโมติ วา อริโย. ตุณฺหีภาโวติ สมถวิปสฺสนาภาวนาภูตํ อกถนํ. เกจิ ปน ‘‘วจีสงฺขารปฏิปกฺขภาวโต ทุติยชฺฌานํ อริโย ตุณฺหีภาโว’’ติ วทนฺติ. อปเร ‘‘จตุตฺถชฺฌานํ อริโย ตุณฺหีภาโว’’ติ วทนฺติ. อยํ ปเนตฺถ อตฺโถ – ‘‘ภิกฺขเว, จิตฺตวิเวกสฺส ปริพฺรูหนตฺถํ วิเวกฏฺฐกายา สุญฺญาคาเร วิหรนฺตา สเจ กทาจิ สนฺนิปตถ, เอวํ สนฺนิปติเตหิ ตุเมฺหหิ ‘อสฺสุตํ สาเวติ สุตํ วา ปริโยทเปตี’ติ วุตฺตนเยน อญฺญมญฺญสฺสูปการาย ขนฺธาทีนํ อนิจฺจตาทิปฏิสํยุตฺตา ธมฺมกถา วา ปวตฺเตตพฺพา, อญฺญมญฺญํ อพฺยาพาธนตฺถํ ฌานสมาปตฺติยา วา วิหริตพฺพ’’นฺติ.
ตตฺถ ปุริเมน กรณียวจเนน อโนติณฺณานํ สาสเน โอตรณูปายํ ทสฺเสติ, ปจฺฉิเมน โอติณฺณานํ สํสารโต นิสฺสรณูปายํ. ปุริเมน วา อาคมเวยฺยตฺติเย นิโยเชติ, ปจฺฉิเมน อธิคมเวยฺยตฺติเย. อถ วา ปุริเมน สมฺมาทิฏฺฐิยา ปฐมํ อุปฺปตฺติเหตุํ ทีเปติ, ทุติเยน ทุติยํ. วุตฺตเญฺหตํ –
‘‘เทฺวเม, ภิกฺขเว, เหตู เทฺว ปจฺจยา สมฺมาทิฏฺฐิยา อุปฺปาทาย ปรโต จ โฆโส, ปจฺจตฺตญฺจ โยนิโส มนสิกาโร’’ติ (อ. นิ. ๒.๑๒๗).
ปุริเมน วา โลกิยสมฺมาทิฏฺฐิยา มูลการณํ วิภาเวติ, ปจฺฉิเมน โลกุตฺตรสมฺมาทิฏฺฐิยา มูลการณนฺติ เอวมาทินา เอตฺถ โยชนา เวทิตพฺพา.
เอตมตฺถํ วิทิตฺวาติ เตหิ ภิกฺขูหิ กิตฺติตกามสมฺปตฺติโต ฌานาทิสมฺปตฺติ สนฺตตรา เจว ปณีตตรา จาติ เอตมตฺถํ สพฺพาการโต วิทิตฺวา. อิมํ อุทานนฺติ อิมํ อริยวิหารสุขานุภาวทีปกํ อุทานํ อุทาเนสิ.
ตตฺถ ยญฺจ กามสุขํ โลเกติ โลกสทฺโท ‘‘ขนฺธโลโก อายตนโลโก ธาตุโลโก’’ติอาทีสุ (มหานิ. ๓, ๗; จูฬนิ. อชิตมาณวปุจฺฉานิทฺเทส ๒) สงฺขาเรสุ อาคโต.
‘‘ยาวตา จนฺทิมสูริยา ปริหรนฺติ,
ทิสา ภนฺติ วิโรจนา;
ตาว สหสฺสธา โลโก,
เอตฺถ เต วตฺตตี วโส’’ติ. –
อาทีสุ (ม. นิ. ๑.๕๐๓) โอกาเส อาคโต. ‘‘อทฺทสา โข ภควา พุทฺธจกฺขุนา โลกํ โวโลเกนฺโต’’ติอาทีสุ (มหาว. ๙; ม. นิ. ๑.๒๘๓) สตฺเตสุ. อิธ ปน สตฺตโลเก โอกาสโลเก จ เวทิตพฺโพ. ตสฺมา อวีจิโต ปฏฺฐาย อุปริ พฺรหฺมโลกโต เหฏฺฐา เอตสฺมึ โลเก ยํ วตฺถุกาเม ปฏิจฺจ กิเลสกามวเสน อุปฺปชฺชนโต กามสหคตํ สุขํ. ยญฺจิทํ ทิวิยํ สุขนฺติ ยญฺจ อิทํ ทิวิ ภวํ ทิพฺพวิหารวเสน จ ลทฺธพฺพํ พฺรหฺมานํ มนุสฺสานญฺจ รูปสมาปตฺติสุขํ. ตณฺหกฺขยสุขสฺสาติ ยํ อาคมฺม ตณฺหา ขียติ, ตํ นิพฺพานํ อารมฺมณํ กตฺวา ตณฺหาย จ ปฏิปสฺสมฺภนวเสน ปวตฺตผลสมาปตฺติสุขํ ตณฺหกฺขยสุขํ นาม, ตสฺส ตณฺหกฺขยสุขสฺส. เอเตติ ลิงฺควิปลฺลาเสน นิทฺเทโส, เอตานิ สุขานีติ อตฺโถ. เกจิ อุภยมฺปิ สุขสามญฺเญน คเหตฺวา ‘‘เอต’’นฺติ ปฐนฺติ, เตสํ ‘‘กลํ นาคฺฆตี’’ติ ปาเฐน ภวิตพฺพํ.
โสฬสินฺติ โสฬสนฺนํ ปูรณึ. อยเญฺหตฺถ สงฺเขปตฺโถ – จกฺกวตฺติสุขํ อาทึ กตฺวา สพฺพสฺมึ มนุสฺสโลเก มนุสฺสสุขํ, นาคสุปณฺณาทิโลเก นาคาทีหิ อนุภวิตพฺพํ สุขํ, จาตุมหาราชิกาทิเทวโลเก ฉพฺพิธํ กามสุขนฺติ ยํ เอกาทสวิเธ กามโลเก อุปฺปชฺชนฺตํ กามสุขํ, ยญฺจ อิทํ รูปารูปเทเวสุ ทิพฺพวิหารภูเตสุ รูปารูปชฺฌาเนสุ จ อุปฺปนฺนตฺตา ‘‘ทิวิย’’นฺติ ลทฺธนามํ โลกิยชฺฌานสุขํ, สกลมฺปิ ตทุภยํ ตณฺหกฺขยสุขสงฺขาตํ ผลสมาปตฺติสุขํ โสฬส ภาเค กตฺวา ตโต เอกภาคํ โสฬสภาคคุเณ ลทฺธํ เอกภาคสงฺขาตํ กลํ น อคฺฆตีติ.
อยญฺจ อตฺถวณฺณนา ผลสมาปตฺติสามญฺเญน วุตฺตา. ปาฬิยํ อวิเสเสน ตณฺหกฺขยสฺส อาคตตฺตา ปฐมผลสมาปตฺติสุขสฺสาปิ กลํ โลกิยํ น อคฺฆติ เอว. ตถา หิ วุตฺตํ –
‘‘ปถพฺยา เอกรชฺเชน, สคฺคสฺส คมเนน วา;
สพฺพโลกาธิปจฺเจน, โสตาปตฺติผลํ วร’’นฺติ. (ธ. ป. ๑๗๘);
โสตาปตฺติสํยุตฺเตปิ วุตฺตํ –
‘‘กิญฺจาปิ, ภิกฺขเว, ราชา จกฺกวตฺตี จตุนฺนํ ทีปานํ อิสฺสริยาธิปจฺจํ รชฺชํ กาเรตฺวา กายสฺส เภทา ปรํ มรณา สุคตึ สคฺคํ โลกํ อุปปชฺชติ เทวานํ ตาวตึสานํ สหพฺยตํ, โส ตตฺถ นนฺทเน วเน อจฺฉราสงฺฆปริวุโต ทิพฺเพหิ จ ปญฺจหิ กามคุเณหิ สมปฺปิโต สมงฺคีภูโต ปริจาเรติ, โส จตูหิ ธมฺเมหิ อสมนฺนาคโต. อถ โข โส อปริมุตฺโตว นิรยา, อปริมุตฺโต ติรจฺฉานโยนิยา, อปริมุตฺโต เปตฺติวิสยา, อปริมุตฺโต อปายทุคฺคติวินิปาตา. กิญฺจาปิ, ภิกฺขเว, อริยสาวโก ปิณฺฑิยาโลเปน ยาเปติ, นนฺตกานิ จ ธาเรติ, โส จตูหิ ธมฺเมหิ สมนฺนาคโต, อถ โข โส ปริมุตฺโต นิรยา, ปริมุตฺโต ติรจฺฉานโยนิยา, ปริมุตฺโต เปตฺติวิสยา, ปริมุตฺโต อปายทุคฺคติวินิปาตา.
‘‘กตเมหิ จตูหิ? อิธ, ภิกฺขเว, อริยสาวโก พุทฺเธ อเวจฺจปฺปสาเทน สมนฺนาคโต โหติ ‘อิติปิ โส ภควา อรหํ…เป... พุทฺโธ ภควา’ติ. ธมฺเม อเวจฺจปฺปสาเทน…เป… วิญฺญูหี’ติ. สงฺเฆ อเวจฺจปฺปสาเทน…เป… ปุญฺญกฺเขตฺตํ โลกสฺสา’ติ. อริยกนฺเตหิ สีเลหิ สมนฺนาคโต โหติ อขณฺเฑหิ…เป… สมาธิสํวตฺตนิเกหิ. อิเมหิ จตูหิ ธมฺเมหิ สมนฺนาคโต โหติ. โย จ, ภิกฺขเว, จตุนฺนํ ทีปานํ ปฏิลาโภ, โย จตุนฺนํ ธมฺมานํ ปฏิลาโภ, จตุนฺนํ ทีปานํ ปฏิลาโภ จตุนฺนํ ธมฺมานํ ปฏิลาภสฺส กลํ นาคฺฆติ โสฬสิ’’นฺติ (สํ. นิ. ๕.๙๙๗).
เอวํ ภควา สพฺพตฺถ โลกิยสุขํ สอุตฺตรํ สาติสยํ, โลกุตฺตรสุขเมว อนุตฺตรนฺติ อติสยนฺติ ภาเชสีติ.
ทุติยสุตฺตวณฺณนา นิฏฺฐิตา.
๓. ทณฺฑสุตฺตวณฺณนา
๑๓. ตติเย กุมารกาติ ทารกา. อนฺตรา จ สาวตฺถึ อนฺตรา จ เชตวนนฺติ อนฺตราสทฺโท ‘‘ตทนฺตรํ โก ชาเนยฺย, อญฺญตฺร ตถาคตา’’ติ (อ. นิ. ๖.๔๔; ๑๐.๗๕), ‘‘ชนา สงฺคมฺม มนฺเตนฺติ, มญฺจ ตฺวญฺจ กิมนฺตร’’นฺติอาทีสุ (สํ. นิ. ๑.๒๒๘) การเณ อาคโต. ‘‘อทฺทสา มํ, ภนฺเต, อญฺญตรา อิตฺถี วิชฺชนฺตริกาย ภาชนํ โธวนฺตี’’ติอาทีสุ (ม. นิ. ๒.๑๔๙) ขเณ. ‘‘ยสฺสนฺตรโต น สนฺติ โกปา’’ติอาทีสุ (อุทา. ๒๐) จิตฺเต. ‘‘อนฺตรา โวสานมาปาที’’ติอาทีสุ เวมชฺเฌ. ‘‘อปิจายํ, ภิกฺขเว, ตโปทา ทฺวินฺนํ มหานิรยานํ อนฺตริกาย อาคจฺฉตี’’ติอาทีสุ (ปารา. ๒๓๑) วิวเร. สฺวายมิธาปิ วิวเร เวทิตพฺโพ. ตสฺมา สาวตฺถิยา จ เชตวนสฺส จ วิวเรติ, เอวเมตฺถ อตฺโถ เวทิตพฺโพ. อนฺตราสทฺทโยคโต เจตฺถ อุปโยควจนํ ‘‘อนฺตรา จ สาวตฺถึ อนฺตรา จ เชตวน’’นฺติ. อีทิเสสุ ฐาเนสุ อกฺขรจินฺตกา ‘‘อนฺตรา คามญฺจ นทิญฺจ คจฺฉตี’’ติ เอกเมว อนฺตราสทฺทํ ปยุชฺชนฺติ, โส ทุติยปเทนปิ โยเชตพฺโพ โหติ. อิธ ปน โยเชตฺวา วุตฺโต.
อหึ ทณฺเฑน หนนฺตีติ พิลโต นิกฺขมิตฺวา โคจราย คจฺฉนฺตํ กณฺหสปฺปํ ฉาตชฺฌตฺตํ อนุพนฺธิตฺวา ยฏฺฐีหิ โปเถนฺติ. เตน จ สมเยน ภควา สาวตฺถึ ปิณฺฑาย คจฺฉนฺโต อนฺตรามคฺเค เต ทารเก อหึ ทณฺเฑน หนนฺเต ทิสฺวา ‘‘กสฺมา กุมารกา อิมํ อหึ ทณฺเฑน หนถา’’ติ ปุจฺฉิตฺวา ‘‘ฑํสนภเยน, ภนฺเต’’ติ จ วุตฺเต ‘‘อิเม อตฺตโน สุขํ กริสฺสามาติ อิมํ ปหรนฺตา นิพฺพตฺตฏฺฐาเน ทุกฺขํ อนุภวิสฺสนฺติ, อโห อวิชฺชาย นิกติโกสลฺล’’นฺติ ธมฺมสํเวคํ อุปฺปาเทสิ. เตเนว จ ธมฺมสํเวเคน อุทานํ อุทาเนสิ. เตน วุตฺตํ ‘‘อถ โข ภควา’’ติอาทิ.
ตตฺถ เอตมตฺถํ วิทิตฺวาติ ‘‘อิเม ทารกา อตฺตสุขาย ปรทุกฺขํ กโรนฺตา สยํ ปรตฺถ สุขํ น ลภิสฺสนฺตี’’ติ เอตมตฺถํ ชานิตฺวาติ เอวเมเก วณฺเณนฺติ. อญฺเญสํ ทุปฺปฏิปนฺนานํ สุขปริเยสนํ อายตึ ทุกฺขาย สํวตฺตติ, สุปฺปฏิปนฺนานํ เอกนฺเตน สุขาย สํวตฺตติ. ตสฺมา ‘‘ปรวิเหสาวินิมุตฺตา อจฺจนฺตเมว สุขภาคิโน วต มยฺหํ โอวาทปฺปฏิกรา’’ติ โสมนสฺสวเสเนเวตมฺปิ สตฺถา อุทานํ อุทาเนสีติ วทนฺติ. อปเร ปน ภณนฺติ ‘‘เอวํ เตหิ กุมารเกหิ ปวตฺติตํ ปรวิเหฐนํ สพฺพากาเรน อาทีนวโต วิทิตฺวา ปรวิเหสาย ปรานุกมฺปาย จ ยถากฺกมํ อาทีนวานิสํสวิภาวนํ อิมํ อุทานํ อุทาเนสี’’ติ.
ตตฺถ สุขกามานีติ เอกนฺเตเนว อตฺตโน สุขสฺส อิจฺฉนโต สุขานุคิทฺธานิ. ภูตานีติ ปาณิโน. โย ทณฺเฑน วิหึสตีติ เอตฺถ ทณฺเฑนาติ เทสนามตฺตํ, ทณฺเฑน วา เลฑฺฑุสตฺถปาณิปฺปหาราทีหิ วาติ อตฺโถ. อถ วา ทณฺเฑนาติ ทณฺฑเนน. อิทํ วุตฺตํ โหติ – โย สุขกามานิ สพฺพภูตานิ ชาติอาทินา ฆฏฺฏนวเสน วจีทณฺเฑน วา ปาณิมุคฺครสตฺถาทีหิ โปถนตาฬนจฺเฉทนาทิวเสน สรีรทณฺเฑน วา สตํ วา สหสฺสํ วา ฐาปนวเสน ธนทณฺเฑน วาติ อิเมสุ ทณฺเฑสุ เยน เกนจิ ทณฺเฑน วิหึสติ วิเหเฐติ ทุกฺขํ ปาเปติ, อตฺตโน สุขเมสาโน, เปจฺจ โส น ลภเต สุขนฺติ โส ปุคฺคโล อตฺตโน สุขํ เอสนฺโต คเวสนฺโต ปตฺเถนฺโต เปจฺจ ปรโลเก มนุสฺสสุขํ ทิพฺพสุขํ นิพฺพานสุขนฺติ ติวิธมฺปิ สุขํ น ลภติ, อญฺญทตฺถุ เตน ทณฺเฑน ทุกฺขเมว ลภตีติ อตฺโถ.
เปจฺจ โส ลภเต สุขนฺติ โย ขนฺติเมตฺตานุทฺทยสมฺปนฺโน ‘‘ยถาหํ สุขกาโม ทุกฺขปฺปฏิกูโล, เอวํ สพฺเพปี’’ติ จินฺเตตฺวา สมฺปตฺตวิรติอาทีสุ ฐิโต วุตฺตนเยน เกนจิ ทณฺเฑน สพฺพานิปิ ภูตานิ น หึสติ น พาธติ, โส ปุคฺคโล ปรโลเก มนุสฺสภูโต มนุสฺสสุขํ, เทวภูโต ทิพฺพสุขํ, อุภยํ อติกฺกมนฺโต นิพฺพานสุขํ ลภตีติ. เอตฺถ จ ตาทิสสฺส ปุคฺคลสฺส อวสฺสํภาวิตาย ตํ สุขํ ปจฺจุปฺปนฺนํ วิย โหตีติ ทสฺสนตฺถํ ‘‘ลภเต’’ติ วุตฺตํ. ปุริมคาถายปิ เอเสว นโย.
ตติยสุตฺตวณฺณนา นิฏฺฐิตา.
๔. สกฺการสุตฺตวณฺณนา
๑๔. จตุตฺเถ เตน โข ปน สมเยน ภควา สกฺกโต โหตีติ กปฺปานํ สตสหสฺสาธิเกสุ จตูสุ อสงฺเขฺยยฺเยสุ ปริปูริตสฺส ปุญฺญสมฺภารวิเสสสฺส ผลภูเตน ‘‘อิโต ปรํ มยฺหํ โอกาโส นตฺถี’’ติ อุสฺสหชาเตน วิย อุปรูปริ วฑฺฒมาเนน สกฺการาทินา ภควา สกฺกโต โหติ. สพฺพทิสาสุ หิ ยมกมหาเมโฆ วุฏฺฐหิตฺวา มโหฆํ วิย สพฺพปารมิโย ‘‘เอกสฺมึ อตฺตภาเว วิปากํ ทสฺสามา’’ติ สมฺปิณฺฑิตา วิย ภควโต ลาภสกฺการมโหฆํ นิพฺพตฺตยึสุ. ตโต อนฺนปานวตฺถยานมาลาคนฺธวิเลปนาทิหตฺถา ขตฺติยพฺราหฺมณาทโย อาคนฺตฺวา ‘‘กหํ พุทฺโธ, กหํ ภควา, กหํ เทวเทโว, กหํ นราสโภ, กหํ ปุริสสีโห’’ติ ภควนฺตํ ปริเยสนฺติ. สกฏสเตหิ ปจฺจเย อาหริตฺวา โอกาสํ อลภมานา สมนฺตา คาวุตปฺปมาเณปิ สกฏธุเรน สกฏธุรํ อาหจฺจ ติฏฺฐนฺติ เจว อนุพนฺธนฺติ จ อนฺธกวินฺทพฺราหฺมณาทโย วิย. สพฺพํ ตํ ขนฺธเก (มหาว. ๒๘๒) เตสุ เตสุ จ สุตฺเตสุ อาคตนเยน เวทิตพฺพํ. ยถา จ ภควโต, เอวํ ภิกฺขุสงฺฆสฺสาติ. วุตฺตเญฺหตํ –
‘‘ยาวตา โข, จุนฺท, เอตรหิ สงฺฆา วา คณา วา โลเก อุปฺปนฺนา, นาหํ, จุนฺท, อญฺญํ เอกสงฺฆมฺปิ สมนุปสฺสามิ เอวํ ลาภคฺคยสคฺคปฺปตฺตํ, ยถริวายํ, จุนฺท, ภิกฺขุสงฺโฆ’’ติ (ที. นิ. ๓.๑๗๖).
สฺวายํ ภควโต จ ภิกฺขุสงฺฆสฺส จ อุปฺปนฺโน ลาภสกฺกาโร เอกโต หุตฺวา ทฺวินฺนํ มหานทีนํ อุทโกโฆ วิย อปฺปเมยฺโย อโหสิ. เตน วุตฺตํ – ‘‘เตน โข ปน สมเยน ภควา สกฺกโต โหติ…เป… ปริกฺขารานํ, ภิกฺขุสงฺโฆปิ สกฺกโต…เป… ปริกฺขาราน’’นฺติ.
ติตฺถิยา ปน ปุพฺเพ อกตปุญฺญตาย จ ทุปฺปฏิปนฺนตาย จ อสกฺกตา อครุกตา, พุทฺธุปฺปาเทน ปน วิเสสโต วิปนฺนโสภา สูริยุคฺคมเน ขชฺโชปนกา วิย นิปฺปภา นิตฺเตชา หตลาภสกฺการา อเหสุํ. เต ตาทิสํ ภควโต สงฺฆสฺส จ ลาภสกฺการํ อสหมานา อิสฺสาปกตา ‘‘เอวํ อิเม ผรุสาหิ วาจาหิ ฆฏฺเฏตฺวาว ปลาเปสฺสามา’’ติ อุสูยา วิสุคฺคารํ อุคฺคิรนฺตา ตตฺถ ตตฺถ ภิกฺขู อกฺโกสนฺตา ปริภาสนฺตา วิจรึสุ. เตน วุตฺตํ – ‘‘อญฺญติตฺถิยา ปน ปริพฺพาชกา อสกฺกตา โหนฺติ…เป… ปริกฺขารานํ. อถ โข เต อญฺญติตฺถิยา ปริพฺพาชกา ภควโต สกฺการํ อสหมานา ภิกฺขุสงฺฆสฺส จ คาเม จ อรญฺเญ จ ภิกฺขู ทิสฺวา อสพฺภาหิ ผรุสาหิ วาจาหิ อกฺโกสนฺติ ปริภาสนฺติ โรเสนฺติ วิเหเสนฺตี’’ติ.
ตตฺถ อสพฺภาหีติ อสภาโยคฺคาหิ สภายํ สาธุชนสมูเห วตฺตุํ อยุตฺตาหิ, ทุฏฺฐุลฺลาหีติ อตฺโถ. ผรุสาหีติ กกฺขฬาหิ มมฺมจฺเฉทิกาหิ. อกฺโกสนฺตีติ ชาติอาทีหิ อกฺโกสวตฺถูหิ ขุํเสนฺติ. ปริภาสนฺตีติ ภณฺฑนวเสน ภยํ อุปฺปาเทนฺตา ตชฺเชนฺติ. โรเสนฺตีติ ยถา ปรสฺส โรโส โหติ, เอวํ อนุทฺธํสนวเสน โรสํ อุปฺปาเทนฺติ. วิเหเสนฺตีติ วิเหเฐนฺติ, วิวิเธหิ อากาเรหิ อผาสุํ กโรนฺติ.
กถํ ปเนเต สมนฺตปาสาทิเก ภควติ ภิกฺขุสงฺเฆ จ อกฺโกสาทีนิ ปวตฺเตสุนฺติ? ภควโต อุปฺปาทโต ปหีนลาภสกฺการตาย อุปหตจิตฺตา ปถวึ ขณิตฺวา ปกฺขลนฺตา วิย อวเณ เวฬุริยมณิมฺหิ วณํ อุปฺปาเทนฺตา วิย จ สุนฺทริกํ นาม ปริพฺพาชิกํ สญฺญาเปตฺวา ตาย สตฺถุ ภิกฺขูนญฺจ อวณฺณํ วุฏฺฐาเปตฺวา อกฺโกสาทีนิ ปวตฺเตสุํ. ตํ ปเนตํ สุนฺทรีวตฺถุ ปรโต สุนฺทรีสุตฺเต (อุทา. ๓๘) ปาฬิยํเยว อาคมิสฺสติ, ตสฺมา ยเมตฺถ วตฺตพฺพํ, ตํ ตตฺเถว วณฺณยิสฺสาม.
ภิกฺขู ภควโต สนฺติกํ อุปสงฺกมิตฺวา ตํ ปวตฺติมาโรเจสุํ. เตน วุตฺตํ – ‘‘อถ โข สมฺพหุลา ภิกฺขู เยน ภควา เตนุปสงฺกมึสุ…เป… วิเหเสนฺตี’’ติ. ตํ วุตฺตตฺถเมว.
เอตมตฺถํ วิทิตฺวาติ เอตํ อิสฺสาปกตานํ ติตฺถิยานํ วิปฺปฏิปตฺตึ สพฺพาการโต วิทิตฺวา. อิมํ อุทานนฺติ อิมํ เตหิ กเต วิปฺปกาเร ปสนฺนจิตฺเตหิ จ ปเรหิ กเต อุปกาเร ตาทิภาวานุภาวทีปกํ อุทานํ อุทาเนสิ.
ตตฺถ คาเม อรญฺเญ สุขทุกฺขผุฏฺโฐติ คาเม วา อรญฺเญ วา ยตฺถ กตฺถจิ สุเขน ทุกฺเขน จ ผุฏฺโฐ สุขทุกฺขานิ อนุภวนฺโต, เตสํ วา ปจฺจเยหิ สมงฺคีภูโต. เนวตฺตโต โน ปรโต ทเหถาติ ‘‘อหํ สุขิโต, อหํ ทุกฺขิโต, มม สุขํ, มม ทุกฺขํ, ปเรนิทํ มยฺหํ สุขทุกฺขํ อุปฺปาทิต’’นฺติ จ เนว อตฺตโต น ปรโต ตํ สุขทุกฺขํ ฐเปถ. กสฺมา? น เหตฺถ ขนฺธปญฺจเก อหนฺติ วา มมนฺติ วา ปโรติ วา ปรสฺสาติ วา ปสฺสิตพฺพยุตฺตกํ กิญฺจิ อตฺถิ, เกวลํ สงฺขารา เอว ปน ยถาปจฺจยํ อุปฺปชฺชิตฺวา ขเณ ขเณ ภิชฺชนฺตีติ. สุขทุกฺขคฺคหณญฺเจตฺถ เทสนาสีสํ, สพฺพสฺสาปิ โลกธมฺมสฺส วเสน อตฺโถ เวทิตพฺโพ. อิติ ภควา ‘‘นาหํ กฺวจนิ, กสฺสจิ กิญฺจนตสฺมึ, น จ มม กฺวจนิ, กตฺถจิ กิญฺจนตตฺถี’’ติ จตุโกฏิกํ สุญฺญตํ วิภาเวสิ.
อิทานิ ตสฺส อตฺตโต ปรโต จ อทหนสฺส การณํ ทสฺเสติ ‘‘ผุสนฺติ ผสฺสา อุปธึ ปฏิจฺจา’’ติ. เอเต สุขเวทนียา ทุกฺขเวทนียา จ ผสฺสา นาม ขนฺธปญฺจกสงฺขาตํ อุปธึ ปฏิจฺจ ตสฺมึ สติ ยถาสกํ วิสยํ ผุสนฺติ, ตตฺถ ปวตฺตนฺติเยว. อทุกฺขมสุขา หิ เวทนา สนฺตสภาวตาย สุเข เอว สงฺคหํ คจฺฉตีติ ทุวิธสมฺผสฺสวเสเนวายํ อตฺถวณฺณนา กตา.
ยถา ปน เต ผสฺสา น ผุสนฺติ, ตํ ทสฺเสตุํ ‘‘นิรุปธึ เกน ผุเสยฺยุํ ผสฺสา’’ติ วุตฺตํ. สพฺพโส หิ ขนฺธูปธิยา อสติ เกน การเณน เต ผสฺสา ผุเสยฺยุํ, น ตํ การณํ อตฺถิ. ยทิ หิ ตุเมฺห อกฺโกสาทิวเสน อุปฺปชฺชนสุขทุกฺขํ น อิจฺฉถ, สพฺพโส นิรุปธิภาเวเยว โยคํ กเรยฺยาถาติ อนุปาทิเสสนิพฺพานธาตุยา คาถํ นิฏฺฐเปสิ. เอวํ อิมินา อุทาเนน วฏฺฏวิวฏฺฏํ กถิตํ.
จตุตฺถสุตฺตวณฺณนา นิฏฺฐิตา.
๕. อุปาสกสุตฺตวณฺณนา
๑๕. ปญฺจเม อิจฺฉานงฺคลโกติ อิจฺฉานงฺคลนามโก โกสเลสุ เอโก พฺราหฺมณคาโม, ตํนิวาสิตาย ตตฺถ วา ชาโต ภโวติ วา อิจฺฉานงฺคลโก. อุปาสโกติ ตีหิ สรณคมเนหิ ภควโต สนฺติเก อุปาสกภาวสฺส ปเวทิตตฺตา อุปาสโก ปญฺจสิกฺขาปทิโก พุทฺธมามโก, ธมฺมมามโก, สงฺฆมามโก. เกนจิเทว กรณีเยนาติ อุทฺธารโสธาปนาทินา เกนจิเทว กตฺตพฺเพน. ตีเรตฺวาติ นิฏฺฐาเปตฺวา. อยํ กิร อุปาสโก ปุพฺเพ อภิณฺหํ ภควนฺตํ อุปสงฺกมิตฺวา ปยิรุปาสติ, โส กติปยํ กาลํ พหุกรณียตาย สตฺถุ ทสฺสนํ นาภิสมฺโภสิ. เตนาห ภควา – ‘‘จิรสฺสํ โข ตฺวํ, อุปาสก, อิมํ ปริยายมกาสิ, ยทิทํ อิธาคมนายา’’ติ.
ตตฺถ จิรสฺสนฺติ จิเรน. ปริยายนฺติ วารํ. ยทิทนฺติ นิปาโต, โย อยนฺติ อตฺโถ. อิทํ วุตฺตํ โหติ – อิธ มม สนฺติเก อาคมนาย โย อยํ อชฺช กโต วาโร, ตํ อิมํ จิเรน ปปญฺจํ กตฺวา อกาสีติ. จิรปฏิกาหนฺติ จิรปฏิโก อหํ, จิรกาลโต ปฏฺฐาย อหํ อุปสงฺกมิตุกาโมติ สมฺพนฺโธ. เกหิจิ เกหิจีติ เอกจฺเจหิ เอกจฺเจหิ. อถ วา เกหิจิ เกหิจีติ เยหิ วา เตหิ วา. ตตฺถ คารวํ ทสฺเสติ. สตฺถริ อภิปฺปสนฺนสฺส หิ สตฺถุทสฺสนธมฺมสฺสวเนสุ วิย น อญฺญตฺถ อาทโร โหติ. กิจฺจกรณีเยหีติ เอตฺถ อวสฺสํ กาตพฺพํ กิจฺจํ, อิตรํ กรณียํ. ปฐมํ วา กาตพฺพํ กิจฺจํ, ปจฺฉา กาตพฺพํ กรณียํ. ขุทฺทกํ วา กิจฺจํ, มหนฺตํ กรณียํ. พฺยาวโฏติ อุสฺสุกฺโก. เอวาหนฺติ เอวํ อิมินา ปกาเรน อหํ นาสกฺขึ อุปสงฺกมิตุํ, น อคารวาทินาติ อธิปฺปาโย.
เอตมตฺถํ วิทิตฺวาติ ทุลฺลเภ พุทฺธุปฺปาเท มนุสฺสตฺตลาเภ จ สตฺตานํ สกิญฺจนภาเวน กิจฺจปสุตตาย กุสลนฺตราโย โหติ, น อกิญฺจนสฺสาติ เอตมตฺถํ สพฺพาการโต วิทิตฺวา. อิมํ อุทานนฺติ ตทตฺถปริทีปนเมว อิมํ อุทานํ อุทาเนสิ.
ตตฺถ สุขํ วต ตสฺส น โหติ กิญฺจีติ ยสฺส ปุคฺคลสฺส กิญฺจิ รูปาทีสุ เอกวตฺถุมฺปิ ‘‘มเมต’’นฺติ ตณฺหาย ปริคฺคหิตภาเวน น โหติ นตฺถิ น วิชฺชติ, สุขํ วต ตสฺส ปุคฺคลสฺส, อโห สุขเมวาติ อตฺโถ. ‘‘น โหสี’’ติปิ ปาโฐ, ตสฺส อตีตกาลวเสน อตฺโถ เวทิตพฺโพ. เกจิ ปน น โหติ กิญฺจีติ ปทสฺส ‘‘ราคาทิกิญฺจนํ ยสฺส น โหตี’’ติ อตฺถํ วณฺเณนฺติ, ตํ น สุนฺทรํ ปริคฺคหธมฺมวเสน เทสนาย อาคตตฺตา. ราคาทิกิญฺจนนฺติ ปริคฺคเหตพฺพสฺสาปิ สงฺคเห สติ ยุตฺตเมว วุตฺตํ สิยา อถ วา ยสฺส ปุคฺคลสฺส กิญฺจิ อปฺปมฺปิ กิญฺจนํ ปลิโพธชาตํ ราคาทิกิญฺจนาภาวโต เอว น โหติ, ตํ ตสฺส อกิญฺจนตฺตํ สุขสฺส ปจฺจยภาวโต สุขํ วตํ, อโห สุขนฺติ อตฺโถ. กสฺส ปน น โหติ กิญฺจนนฺติ เจ, อาห ‘‘สงฺขาตธมฺมสฺส พหุสฺสุตสฺสา’’ติ. โย จตูหิปิ มคฺคสงฺขาหิ โสฬสกิจฺจนิปฺผตฺติยา สงฺขาตธมฺโม กตกิจฺโจ, ตโต เอว ปฏิเวธพาหุสจฺเจน พหุสฺสุโต, ตสฺส.
อิติ ภควา อกิญฺจนภาเว อานิสํสํ ทสฺเสตฺวา สกิญฺจนภาเว อาทีนวํ ทสฺเสตุํ ‘‘สกิญฺจนํ ปสฺสา’’ติอาทิมาห. ตสฺสตฺโถ – ราคาทิกิญฺจนานํ อามิสกิญฺจนานญฺจ อตฺถิตาย สกิญฺจนํ, สกิญฺจนตฺตา เอว อลทฺธานญฺจ ลทฺธานญฺจ กามานํ ปริเยสนารกฺขณเหตุ กิจฺจกรณียวเสน ‘‘อหํ มมา’’ติ คหณวเสน จ วิหญฺญมานํ วิฆาตํ อาปชฺชมานํ ปสฺสาติ ธมฺมสํเวคปฺปตฺโต สตฺถา อตฺตโน จิตฺตํ วทติ. ชโน ชนสฺมึ ปฏิพนฺธรูโปติ สยํ อญฺโญ ชโน สมาโน อญฺญสฺมึ ชเน ‘‘อหํ อิมสฺส, มม อย’’นฺติ ตณฺหาวเสน ปฏิพนฺธสภาโว หุตฺวา วิหญฺญติ วิฆาตํ อาปชฺชติ. ‘‘ปฏิพทฺธจิตฺโต’’ติปิ ปาโฐ. อยญฺจ อตฺโถ –
‘‘ปุตฺตา มตฺถิ ธนมฺมตฺถิ, อิติ พาโล วิหญฺญติ;
อตฺตา หิ อตฺตโน นตฺถิ, กุโต ปุตฺตา กุโต ธน’’นฺติ. (ธ. ป. ๖๒) –
อาทีหิ สุตฺตปเทหิ ทีเปตพฺโพติ.
ปญฺจมสุตฺตวณฺณนา นิฏฺฐิตา.
๖. คพฺภินีสุตฺตวณฺณนา
๑๖. ฉฏฺเฐ อญฺญตรสฺส ปริพฺพาชกสฺสาติ เอกสฺส กุฏุมฺพิกสฺส ปริพฺพาชกสฺส. ทหราติ ตรุณี. มาณวิกาติ พฺราหฺมณธีตาย โวหาโร. ปชาปตีติ ภริยา. คพฺภินีติ อาปนฺนสตฺตา. อุปวิชญฺญาติ อชฺช สุเวติ ปจฺจุปฏฺฐิตวิชายนกาลา โหตีติ สมฺพนฺโธ. โส กิร พฺราหฺมณชาติโก สภริโย วาทปตฺถสฺสเม ฐิโต, เตน นํ สปชาปติกํ ปริพฺพาชกโวหาเรน สมุทาจรนฺติ. ภริยา ปนสฺส พฺราหฺมณชาติกตฺตา พฺราหฺมณาติ อาลปติ. เตลนฺติ ติลเตลํ. เตลสีเสน เจตฺถ ยํ ยํ วิชาตาย ปสวทุกฺขปฺปฏิการตฺถํ อิจฺฉิตพฺพํ, ตํ สพฺพํ สปฺปิโลณาทึ อาหราติ อาณาเปติ. ยํ เม วิชาตาย ภวิสฺสตีติ ยํ เตลาทิ มยฺหํ วิชาตาย พหินิกฺขนฺตคพฺภาย อุปการาย ภวิสฺสติ. ‘‘ปริพฺพาชิกายา’’ติปิ ปาโฐ. กุโตติ กสฺมา ฐานา, ยโต ญาติกุลา วา มิตฺตกุลา วา เตลาทึ อาหเรยฺยํ, ตํ ฐานํ เม นตฺถีติ อธิปฺปาโย. เตลํ อาหรามีติ วตฺตมานสมีปตาย วตฺตมานํ กตฺวา วุตฺตํ, เตลํ อาหริสฺสามีติ อตฺโถ. สมณสฺส วา พฺราหฺมณสฺส วา สปฺปิสฺส วา เตลสฺส วาติ จ สมุจฺจยตฺโถ วา-สทฺโท ‘‘อคฺคิโต วา อุทกโต วา มิถุเภทา วา’’ติอาทีสุ (มหาว. ๒๘๖; ที. นิ. ๒.๑๕๒; อุทา. ๗๖) วิย. สปฺปิสฺส วา เตลสฺส วาติ ปจฺจตฺเต สามิวจนํ, สปฺปิ จ เตลญฺจ ยาวทตฺถํ ปาตุํ ปิวิตุํ ทียตีติ อตฺโถ. อปเร ปน ‘‘สปฺปิสฺส วา เตลสฺส วาติ อวยวสมฺพนฺเธ สามิวจนํ. สปฺปิเตลสมุทายสฺส หิ อวยโว อิธ ยาวทตฺถสทฺเทน วุจฺจตี’’ติ วทนฺติ. โน นีหริตุนฺติ ภาชเนน วา หตฺเถน วา พหิ เนตุํ โน ทียติ, อุจฺฉทฺทิตฺวานาติ วมิตฺวา, ยํนูน ทเทยฺยนฺติ สมฺพนฺโธ. เอวํ กิรสฺส อโหสิ ‘‘อหํ รญฺโญ โกฏฺฐาคารํ คนฺตฺวา เตลํ กณฺฐมตฺตํ ปิวิตฺวา ตาวเทว ฆรํ อาคนฺตฺวา เอกสฺมึ ภาชเน ยถาปีตํ วมิตฺวา อุทฺธนํ อาโรเปตฺวา ปจิสฺสามิ, ยํ ปิตฺตเสมฺหาทิมิสฺสิตํ, ตํ อคฺคินา ฌายิสฺสติ, เตลํ ปน คเหตฺวา อิมิสฺสา ปริพฺพาชิกาย กมฺเม อุปเนสฺสามี’’ติ.
อุทฺธํ กาตุนฺติ วมนวเสน อุทฺธํ นีหริตุํ. น ปน อโธติ วิริญฺจนวเสน เหฏฺฐา นีหริตุํ น ปน สกฺโกติ. โส หิ ‘‘อธิกํ ปีตํ สยเมว มุขโต นิคฺคมิสฺสตี’’ติ ปิวิตฺวา อาสยสฺส อริตฺตตาย อนิคฺคเต วมนวิเรจนโยคํ อชานนฺโต อลภนฺโต วา เกวลํ ทุกฺขาหิ เวทนาหิ ผุฏฺโฐ อาวฏฺฏติ จ ปริวฏฺฏติ จ. ทุกฺขาหีติ ทุกฺขมาหิ. ติพฺพาหีติ พหลาหิ ติขิณาหิ วา. ขราหีติ กกฺขฬาหิ. กฏุกาหีติ อติวิย อนิฏฺฐภาเวน ทารุณาหิ. อาวฏฺฏตีติ เอกสฺมึเยว ฐาเน อนิปชฺชิตฺวา อตฺตโน สรีรํ อิโต จิโต อากฑฺฒนฺโต อาวฏฺฏติ. ปริวฏฺฏตีติ เอกสฺมึ ปเทเส นิปนฺโนปิ องฺคปจฺจงฺคานิ ปริโต ขิปนฺโต วฏฺฏติ, อภิมุขํ วา วฏฺฏนฺโต อาวฏฺฏติ, สมนฺตโต วฏฺฏนฺโต ปริวฏฺฏติ.
เอตมตฺถํ วิทิตฺวาติ ‘‘สกิญฺจนสฺส อปฺปฏิสงฺขาปริโภคเหตุกา อยํ ทุกฺขุปฺปตฺติ, อกิญฺจนสฺส ปน สพฺพโส อยํ นตฺถี’’ติ เอตมตฺถํ สพฺพาการโต ชานิตฺวา ตทตฺถปฺปกาสนํ อิมํ อุทานํ อุทาเนสิ.
ตตฺถ สุขิโน วตาติ สุขิโน วต สปฺปุริสา. เก ปน เตติ? เย อกิญฺจนา, เย ราคาทิกิญฺจนสฺส ปริคฺคหกิญฺจนสฺส จ อภาเวน อกิญฺจนา, เกสํ ปนิทํ กิญฺจนํ นตฺถีติ อาห – ‘‘เวทคุโน หิ ชนา อกิญฺจนา’’ติ, เย อริยมคฺคญาณสงฺขาตํ เวทํ คตา อธิคตา, เตน วา เวเทน นิพฺพานํ คตาติ เวทคุโน, เต อริยชนา ขีณาสวปุคฺคลา อนวเสสราคาทิกิญฺจนานํ อคฺคมคฺเคน สมุจฺฉินฺนตฺตา อกิญฺจนา นาม. อสติ หิ ราคาทิกิญฺจเน กุโต ปริคฺคหกิญฺจนสฺส สมฺภโว. เอวํ คาถาย ปุริมภาเคน อรหนฺเต ปสํสิตฺวา อปรภาเคน อนฺธปุถุชฺชเน ครหนฺโต ‘‘สกิญฺจนํ ปสฺสา’’ติอาทิมาห. ตํ ปุริมสุตฺเต วุตฺตตฺถเมว. เอวํ อิมายปิ คาถาย วฏฺฏวิวฏฺฏํ กถิตํ.
ฉฏฺฐสุตฺตวณฺณนา นิฏฺฐิตา.
๗. เอกปุตฺตกสุตฺตวณฺณนา
๑๗. สตฺตเม เอกปุตฺตโกติ เอโก ปุตฺโต, โส จ อนุกมฺปิตพฺพฏฺเฐน เอกปุตฺตโก, ปิยายิตพฺพฏฺเฐน ปิโย, มนสฺส วฑฺฒนฏฺเฐน มนาโป. สรีรโสภาสมฺปตฺติยา วา ทสฺสนียฏฺเฐน ปิโย, สีลาจารสมฺปตฺติยา กลฺยาณธมฺมตาย มนาโป. กเลติ สตฺเต เขเปตีติ กาโล, มรณํ. ตํ กโต ปตฺโตติ กาลงฺกโต, กาเลน วา มจฺจุนา กโต นฏฺโฐ อทสฺสนํ คโตติ กาลงฺกโต, มโตติ อตฺโถ.
สมฺพหุลา อุปาสกาติ สาวตฺถิวาสิโน พหู อุปาสกา มตปุตฺตอุปาสกสฺส สหโสกีภาเวน ยาว อาฬาหนา ปจฺฉโต คนฺตฺวา มตสรีรสฺส กตฺตพฺพํ กาเรตฺวา ปฏินิวตฺตา ยถานิวตฺถาว อุทกํ โอตริตฺวา สีสํนฺหาตา วตฺถานิ ปีเฬตฺวา อโนตาเปตฺวาว เอกํ นิวาเสตฺวา เอกํ อุตฺตราสงฺคํ กตฺวา อุปาสกํ ปุรโต กตฺวา ‘‘โสกวิโนทนํ ธมฺมํ สตฺถุ สนฺติเก โสสฺสามา’’ติ ภควนฺตํ อุปสงฺกมึสุ. เตน วุตฺตํ ‘‘อลฺลเกสา’’ติอาทิ.
ตตฺถ อลฺลวตฺถาติ อุทเกน ตินฺตวตฺถา. ทิวา ทิวสฺสาติ ทิวสสฺสปิ ทิวา, มชฺฌนฺหิเก กาเลติ อตฺโถ. ยสฺมา ชานนฺตาปิ ตถาคตา ปุจฺฉนฺติ, ชานนฺตาปิ น ปุจฺฉนฺติ. กาลํ วิทิตฺวา ปุจฺฉนฺติ, กาลํ วิทิตฺวา น ปุจฺฉนฺติ, ตสฺมา ชานนฺโตเยว ภควา กถาสมุฏฺฐาปนตฺถํ ปุจฺฉนฺโต ‘‘กึ นุ โข ตุเมฺห อุปาสกา’’ติอาทิมาห. ตสฺสตฺโถ – ตุเมฺห อุปาสกา อญฺเญสุ ทิวเสสุ มม สนฺติกํ อาคจฺฉนฺตา โอตาปิตสุทฺธวตฺถา สายเนฺห อาคจฺฉถ, อชฺช ปน อลฺลวตฺถา อลฺลเกสา ฐิตมชฺฌนฺหิเก กาเล อิธาคตา, ตํ กึ การณนฺติ. เตน มยนฺติ เตน ปุตฺตวิโยคชนิตจิตฺตสนฺตาเปน พลวโสกาภิภูตตาย เอวํภูตา มยํ อิธูปสงฺกมนฺตาติ.
เอตมตฺถํ วิทิตฺวาติ ปิยวตฺถุสมฺภวา โสกทุกฺขโทมนสฺสาทโย, อสติ ปิยวตฺถุสฺมึ สพฺพโส เอเต น สนฺตีติ เอตมตฺถํ สพฺพาการโต ชานิตฺวา ตทตฺถปฺปกาสนํ อิมํ อุทานํ อุทาเนสิ.
ตตฺถ ปิยรูปสฺสาทคธิตาเสติ ปิยสภาเวสุ รูปกฺขนฺธาทีสุ สุขเวทนสฺสาเทน คธิตา ปฏิพทฺธจิตฺตา. คธิตาเสติ หิ คธิตาอิจฺเจวตฺโถ. เสติ วา นิปาตมตฺตํ. ปิยรูปา นาม จกฺขาทโย ปุตฺตทาราทโย จ. วุตฺตเญฺหตํ – ‘‘กิญฺจ โลเก ปิยรูปํ สาตรูปํ จกฺขุ โลเก …เป… ธมฺมตณฺหา โลเก ปิยรูปํ สาตรูป’’นฺติ (จูฬนิ. เหมกมาณวปุจฺฉานิทฺเทส ๕๕).
‘‘เขตฺตํ วตฺถุํ หิรญฺญํ วา, ควสฺสํ ทาสโปริสํ;
ถิโย พนฺธู ปุถุ กาเม, โย นโร อนุคิชฺฌตี’’ติ จ. (สุ. นิ. ๗๗๕);
ตสฺมา เตสุ ปิยรูเปสุ อสฺสาเทน คิทฺธา มุจฺฉิตา อชฺฌาปนฺนาติ อตฺโถ. เก ปน เต ปิยรูปสฺสาทคธิตาติ เต ทสฺเสติ ‘‘เทวกายา ปุถุมนุสฺสา จา’’ติ, จาตุมหาราชิกาทโย พหุเทวสมูหา เจว ชมฺพุทีปกาทิกา พหุมนุสฺสา จ. อฆาวิโนติ กายิกเจตสิกทุกฺเขน ทุกฺขิตา. ปริชุนฺนาติ ชราโรคาทิวิปตฺติยา โยพฺพนาโรคฺยาทิสมฺปตฺติโต ปริหีนา. ยถาลาภวเสน วายมตฺโถ เทวมนุสฺเสสุ เวทิตพฺโพ. อถ วา กามญฺเจกนฺตสุขสมปฺปิตานํ เทวานํ ทุกฺขชราโรคา น สมฺภวนฺติ, ตทนติวตฺตสภาวตาย ปน เตปิ ‘‘อฆาวิโน’’ติ ‘‘ปริชุนฺนา’’ติ จ วุตฺตา. เตสมฺปิ วา ปุพฺพนิมิตฺตุปฺปตฺติยา ปฏิจฺฉนฺนชราย เจตสิกโรคสฺส จ วเสน ทุกฺขาทีนํ สมฺภโว เวทิตพฺโพ. มจฺจุราชสฺส วสํ คจฺฉนฺตีติ ปิยวตฺถุวิสยาย ตณฺหาย อปฺปหีนตฺตา ปุนปฺปุนํ คพฺภูปคมนโต ธาตุตฺตยิสฺสรตาย มจฺจุราชสงฺขาตสฺส มรณสฺส วสํ หตฺถเมว คจฺฉนฺติ.
เอตฺตาวตา วฏฺฏํ ทสฺเสตฺวา อิทานิ ‘‘เย เว ทิวา’’ติอาทินา วิวฏฺฏํ ทสฺเสติ. ตตฺถ เย เว ทิวา จ รตฺโต จ อปฺปมตฺตาติ ‘‘ทิวสํ จงฺกเมน นิสชฺชาย อาวรณีเยหิ ธมฺเมหิ จิตฺตํ ปริโสเธตี’’ติอาทินา วุตฺตนเยน ทิวสภาเค รตฺติภาเค จ ทฬฺหํ อปฺปมตฺตา อปฺปมาทปฺปฏิปทํ ปูเรนฺติ. ชหนฺติ ปิยรูปนฺติ จตุสจฺจกมฺมฏฺฐานภาวนํ อุสฺสุกฺกาเปตฺวา อริยมคฺคาธิคเมน ปิยรูปํ ปิยชาติกํ จกฺขาทิปิยวตฺถุํ ตปฺปฏิพทฺธฉนฺทราคชหเนน ชหนฺติ. เต เว ขณนฺติ อฆมูลํ, มจฺจุโน อามิสํ ทุรติวตฺตนฺติ เต อริยปุคฺคลา อฆสฺส วฏฺฏทุกฺขสฺส มูลภูตํ, มจฺจุนา มรเณน อามสิตพฺพโต อามิสํ, อิโต พหิทฺธา เกหิจิปิ สมณพฺราหฺมเณหิ นิวตฺติตุํ อสกฺกุเณยฺยตาย ทุรติวตฺตํ, สห อวิชฺชาย ตณฺหํ อริยมคฺคญาณกุทาเลน ขณนฺติ, เลสมตฺตมฺปิ อนวเสสนฺตา อุมฺมูลยนฺตีติ. สฺวายมตฺโถ –
‘‘อปฺปมาโท อมตปทํ, ปมาโท มจฺจุโน ปทํ;
อปฺปมตฺตา น มียนฺติ, เย ปมตฺตา ยถา มตา’’ติ. (ธ. ป. ๒๑) –
อาทีหิ สุตฺตปเทหิ วิตฺถาเรตพฺโพติ.
สตฺตมสุตฺตวณฺณนา นิฏฺฐิตา.
๘. สุปฺปวาสาสุตฺตวณฺณนา
๑๘. อฏฺฐเม กุณฺฑิกายนฺติ เอวํนามเก โกลิยานํ นคเร. กุณฺฑธานวเนติ ตสฺส นครสฺส อวิทูเร กุณฺฑธานสงฺขาเต วเน.
ปุพฺเพ กิร กุณฺโฑ นาม เอโก ยกฺโข ตสฺมึ วนสณฺเฑ วาสํ กปฺเปสิ, กุณฺฑธานมิสฺสเกน จ พลิกมฺเมน ตุสฺสตีติ ตสฺส ตถา ตตฺถ พลึ อุปหรนฺติ, เตเนตํ วนสณฺฑํ กุณฺฑธานวนนฺเตฺวว ปญฺญายิตฺถ. ตสฺส อวิทูเร เอกา คามปติกา อโหสิ, สาปิ ตสฺส ยกฺขสฺส อาณาปวตฺติฏฺฐาเน นิวิฏฺฐตฺตา เตเนว ปริปาลิตตฺตา กุณฺฑิกาติ โวหรียิตฺถ. อปรภาเค ตตฺถ โกลิยราชาโน นครํ กาเรสุํ, ตมฺปิ ปุริมโวหาเรน กุณฺฑิกาเตฺวว วุจฺจติ. ตสฺมิญฺจ วนสณฺเฑ โกลิยราชาโน ภควโต ภิกฺขุสงฺฆสฺส จ วสนตฺถาย วิหารํ ปติฏฺฐาเปสุํ, ตมฺปิ กุณฺฑธานวนนฺเตฺวว ปญฺญายิตฺถ. อถ ภควา ชนปทจาริกํ จรนฺโต อนุกฺกเมน ตํ วิหารํ ปตฺวา ตตฺถ วิหาสิ. เตน วุตฺตํ – ‘‘เอกํ สมยํ ภควา กุณฺฑิกายํ วิหรติ กุณฺฑธานวเน’’ติ.
สุปฺปวาสาติ ตสฺสา อุปาสิกาย นามํ. โกลิยธีตาติ โกลิยราชปุตฺตี. สา หิ ภควโต อคฺคุปฏฺฐายิกา ปณีตทายิกานํ สาวิกานํ เอตทคฺเค ฐปิตา โสตาปนฺนา อริยสาวิกา. ยญฺหิ กิญฺจิ ภควโต ยุตฺตรูปํ ขาทนียํ โภชนียํ เภสชฺชํ วา น ตตฺถ อญฺญาหิ สํวิธาตพฺพํ อตฺถิ, สพฺพํ ตํ สยเมว อตฺตโน ปญฺญาย วิจาเรตฺวา สกฺกจฺจํ สมฺปาเทตฺวา อุปเนติ. เทวสิกญฺจ อฏฺฐสตํ สงฺฆภตฺตปาฏิปุคฺคลิกภตฺตานิ เทติ. โย โกจิ ภิกฺขุ วา ภิกฺขุนี วา ตํ กุลํ ปิณฺฑาย ปวิฏฺโฐ ริตฺตหตฺโถ น คจฺฉติ. เอวํ มุตฺตจาคา ปยตปาณี โวสฺสคฺครตา ยาจโยคา ทานสํวิภาครตา. อสฺสา กุจฺฉิยํ ปุริมพุทฺเธสุ กตาธิกาโร ปจฺฉิมภวิโก สาวกโพธิสตฺโต ปฏิสนฺธึ คณฺหิ. สา ตํ คพฺภํ เกนจิเทว ปาปกมฺเมน สตฺต วสฺสานิ กุจฺฉินา ปริหริ, สตฺตาหญฺจ มูฬฺหคพฺภา อโหสิ. เตน วุตฺตํ – ‘‘สตฺต วสฺสานิ คพฺภํ ธาเรติ สตฺตาหํ มูฬฺหคพฺภา’’ติ.
ตตฺถ สตฺต วสฺสานีติ สตฺต สํวจฺฉรานิ, อจฺจนฺตสํโยเค จ อิทํ อุปโยควจนํ. คพฺภํ ธาเรตีติ คพฺภํ วหติ, คพฺภินี โหตีติ อตฺโถ. สตฺตาหํ มูฬฺหคพฺภาติ สตฺต อหานิ พฺยากุลคพฺภา. คพฺโภ หิ ปริปกฺโก สมฺปชฺชมาโน วิชายนกาเล กมฺมชวาเตหิ สญฺจาเลตฺวา ปริวตฺติโต อุทฺธํปาโท อโธสิโร หุตฺวา โยนิมุขาภิมุโข โหติ, เอวํ โส กตฺถจิ อลคฺโค พหิ นิกฺขมติ. วิปชฺชมาโน ปน วิปริวตฺตนวเสน โยนิมคฺคํ ปิทหิตฺวา ติริยํ นิปชฺชติ, สยเมว วา โยนิมคฺโค ปิทหติ, โส ตตฺถ กมฺมชวาเตหิ อปราปรํ ปริวตฺตมาโน พฺยากุโล มูฬฺหคพฺโภติ วุจฺจติ. ตสฺสาปิ สตฺต ทิวเส เอวํ อโหสิ, เตน วุตฺตํ ‘‘สตฺตาหํ มูฬฺหคพฺภา’’ติ.
อยญฺจ คพฺโภ สีวลิตฺเถโร. ตสฺส กถํ สตฺต วสฺสานิ คพฺภวาสทุกฺขํ, สตฺตาหํ มูฬฺหคพฺภภาวปฺปตฺติ, มาตุ จสฺสาปิ โสตาปนฺนาย อริยสาวิกาย ตถา ทุกฺขานุภวนํ ชาตนฺติ? วุจฺจเต – อตีเต กาสิกราเช พาราณสิยํ รชฺชํ กาเรนฺเต เอโก โกสลราชา มหนฺเตน พเลนาคนฺตฺวา พาราณสึ คเหตฺวา ตํ ราชานํ มาเรตฺวา ตสฺส อคฺคมเหสึ อตฺตโน อคฺคมเหสึ อกาสิ. พาราณสิรญฺโญ ปน ปุตฺโต ปิตุ มรณกาเล นิทฺธมนทฺวาเรน ปลายิตฺวา อตฺตโน ญาติมิตฺตพนฺธเว เอกชฺฌํ กตฺวา อนุกฺกเมน พลํ สํหริตฺวา พาราณสึ อาคนฺตฺวา อวิทูเร มหนฺตํ ขนฺธาวารํ พนฺธิตฺวา ตสฺส รญฺโญ ปณฺณํ เปเสสิ ‘‘รชฺชํ วา เทตุ, ยุทฺธํ วา’’ติ. ราชกุมารสฺส มาตา สาสนํ สุตฺวา ‘‘ยุทฺเธน กมฺมํ นตฺถิ, สพฺพทิสาสุ สญฺจารํ ปจฺฉินฺทิตฺวา พาราณสินครํ ปริวาเรตุ, ตโต ทารูทกภตฺตปริกฺขเยน กิลนฺตา นคเร มนุสฺสา วินาว ยุทฺเธน ราชานํ คเหตฺวา ทสฺสนฺตี’’ติ ปณฺณํ เปเสสิ. โส มาตุ สาสนํ สุตฺวา จตฺตาริ มหาทฺวารานิ รกฺขนฺโต สตฺต วสฺสานิ นครํ อุปรุนฺธิ, นคเร มนุสฺสา จูฬทฺวาเรน นิกฺขมิตฺวา ทารูทกานิ อาหรนฺติ, สพฺพกิจฺจานิ กโรนฺติ.
อถ ราชกุมารสฺส มาตา ตํ ปวตฺตึ สุตฺวา ‘‘พาโล มม ปุตฺโต อุปายํ น ชานาติ, คจฺฉถ, อสฺส จูฬทฺวารานิ ปิธาย นครํ อุปรุนฺธตูติ วเทถา’’ติ ปุตฺตสฺส คูฬฺหสาสนํ ปหิณิ. โส มาตุ สาสนํ สุตฺวา สตฺต ทิวเส ตถา อกาสิ. นาครา พหิ นิกฺขมิตุํ อลภนฺตา สตฺตเม ทิวเส ตสฺส รญฺโญ สีสํ คเหตฺวา กุมารสฺส อทํสุ. กุมาโร นครํ ปวิสิตฺวา รชฺชํ อคฺคเหสิ. โส ตทา สตฺต วสฺสานิ นครรุนฺธนกมฺมนิสฺสนฺเทน เอตรหิ สตฺต วสฺสานิ มาตุกุจฺฉิสงฺขาตาย โลหิตกุมฺภิยา วสิ, อวเสสโต ปน สตฺตาหํ นครูปรุนฺธเนน สตฺตาหํ มูฬฺหคพฺภภาวํ อาปชฺชิ. ชาตกฏฺฐกถายํ ปน ‘‘สตฺต ทิวสานิ นครํ รุนฺธิตฺวา คหิตกมฺมนิสฺสนฺเทน สตฺตวสฺสานิ โลหิตกุมฺภิยํ วสิตฺวา สตฺตาหํ มูฬฺหคพฺภภาวํ อาปชฺชี’’ติ วุตฺตํ. ยํ ปน โส ปทุมุตฺตรสมฺมาสมฺพุทฺธปาทมูเล ‘‘ลาภีนํ อคฺโค ภเวยฺย’’นฺติ มหาทานํ ทตฺวา ปตฺถนํ อกาสิ, ยญฺจ วิปสฺสิสฺส ภควโต กาเล นาคเรหิ สทฺธึ สหสฺสคฺฆนิกํ คุฬทธึ ทตฺวา ปตฺถนํ อกาสิ, ตสฺสานุภาเวน ลาภีนํ อคฺโค ชาโต. สุปฺปวาสาปิ ‘‘นครํ รุนฺธิตฺวา คณฺห, ตาตา’’ติ เปสิตภาเวน สตฺต วสฺสานิ กุจฺฉินา คพฺภํ ปริหริตฺวา สตฺตาหํ มูฬฺหคพฺภาชาตา. เอวํ เต มาตาปุตฺตา อตฺตโน กมฺมสฺส อนุรูปํ อีทิสํ ทุกฺขํ ปฏิสํเวทึสุ.
ตีหิ วิตกฺเกหีติ รตนตฺตยคุณานุสฺสติปฏิสํยุตฺเตหิ ตีหิ สมฺมาวิตกฺเกหิ. อธิวาเสตีติ มูฬฺหคพฺภตาย อุปฺปนฺนทุกฺขํ สหติ. สา หิ ภควโต สมฺพุทฺธภาวํ, อริยสงฺฆสฺส สุปฺปฏิปตฺตึ, นิพฺพานสฺส จ ทุกฺขนิสฺสรณภาวํ อนุสฺสรนฺตี อตฺตโน อุปฺปชฺชมานทุกฺขํ อมนสิกรเณเนว อภิภวิตฺวา ขมติ. เตน วุตฺตํ ‘‘ตีหิ วิตกฺเกหิ อธิวาเสตี’’ติ.
สมฺมาสมฺพุทฺโธ วตาติอาทิ เตสํ วิตกฺกานํ ปวตฺติอาการทสฺสนํ. ตสฺสตฺโถ – โย ภคฺยวนฺตตาทีหิ การเณหิ ภควา โลกนาโถ สมฺมา อวิปรีตํ สามํ สยเมว สพฺพธมฺเม อโห วต พุทฺโธ, โส ภควา เอวรูปสฺส เอตรหิ มยา อนุภวิยมานสฺส อญฺญสฺส จ เอวํชาติกสฺส สกลสฺส วฏฺฏทุกฺขสฺส ปหานาย อจฺจนฺตํ อนุปฺปาทนิโรธาย ธมฺมํ กเถติ, อวิปรีตธมฺมํ กเถติ. อวิปรีตธมฺมเทสนตาย หิ สตฺถุ สมฺมาสมฺโพธิสิทฺธิ. ตสฺส ยถาวุตฺตคุณสฺส ภควโต ธมฺมสฺสวนนฺเต ชาตตฺตา สีลทิฏฺฐิสามญฺเญน สํหตตฺตา จ สาวกสงฺโฆติ ลทฺธนาโม อฏฺฐอริยปุคฺคลสมูโห สุปฺปฏิปนฺโน วต อโห วต สมฺมา ปฏิปนฺโน, โย อริยสงฺโฆ เอวรูปสฺส อีทิสสฺส วฏฺฏทุกฺขสฺส ปหานาย อนุปฺปาทนิโรธาย อนิวตฺติปฏิปทํ ปฏิปนฺโน. สุสุขํ วต อโห วต สุฏฺฐุ สุขํ สพฺพสงฺขตนิสฺสฏํ นิพฺพานํ, ยสฺมึ นิพฺพาเน อีทิสํ วฏฺฏทุกฺขํ น อุปลพฺภตีติ. เอตฺถ จ ปฏิปชฺชมานาปิ ปฏิปนฺนา อิจฺเจว วุตฺตา ปฏิปตฺติยา อนิวตฺติภาวโต. อถ วา อุปฺปนฺนสทฺโท วิย ปฏิปนฺนสทฺโท วตฺตมานตฺโถปิ เวทิตพฺโพ. เตเนวาห ‘‘โสตาปตฺติผลสจฺฉิกิริยาย ปฏิปนฺโน’’ติ.
สามิกนฺติ อตฺตโน ปตึ โกลิยราชปุตฺตํ. อามนฺเตสีติ อภาสิ. มม วจเนน ภควโต ปาเท สิรสา วนฺทาหีติ มยฺหํ วจเนน จกฺกลกฺขณปฺปฏิมณฺฑิตานิ วิกสิตปทุมสสฺสิรีกานิ ภควโต จรณานิ ตว สิรสา วนฺทาหิ, อุตฺตมงฺเคน อภิวาทนํ กโรหีติ อตฺโถ. อปฺปาพาธนฺติอาทีสุ อาพาโธติ วิสภาคเวทนา วุจฺจติ, ยา เอกเทเส อุปฺปชฺชิตฺวาปิ สกลสรีรํ อยปฏฺเฏน อาพนฺธิตฺวา วิย คณฺหติ. อาตงฺโกติ กิจฺฉชีวิตกโร โรโค. อถ วา ยาเปตพฺพโรโค อาตงฺโก, อิตโร อาพาโธ. ขุทฺทโก วา โรโค อาตงฺโก, พลวา อาพาโธ. เกจิ ปน ‘‘อชฺฌตฺตสมุฏฺฐาโน อาพาโธ, พหิทฺธาสมุฏฺฐาโน อาตงฺโก’’ติ วทนฺติ. ตทุภยสฺสาปิ อภาวํ ปุจฺฉาติ วทติ. คิลานสฺเสว จ อุฏฺฐานํ นาม ครุกํ โหติ, กาเย พลํ น โหติ, ตสฺมา นิคฺเคลญฺญตาย ลหุปริวตฺติสงฺขาตํ กายสฺส ลหุฏฺฐานํ สรีรพลญฺจ ปุจฺฉาติ วทติ. ผาสุวิหารนฺติ ฐานนิสินฺนคมนสยนสงฺขาเตสุ จตูสุ อิริยาปเถสุ สุขวิหารญฺจ ปุจฺฉาติ วทติ. อถสฺส ปุจฺฉิตพฺพาการํ ทสฺเสนฺตี ‘‘สุปฺปวาสา, ภนฺเต’’ติอาทิมาห. เอวญฺจ วเทหีติ อิทานิ วตฺตพฺพาการํ นิทสฺเสติ.
ปรมนฺติ วจนสมฺปฏิจฺฉนํ. เตน สาธุ, ภทฺเท, ยถา วุตฺตํ, ตถา ปฏิปชฺชามีติ ทสฺเสติ. โกลิยปุตฺโตติ สุปฺปวาสาย สามิโก โกลิยราชปุตฺโต. สุขินี โหตูติ สเทวเก โลเก อคฺคทกฺขิเณยฺโย สตฺถา สุปฺปวาสาย เปสิตวนฺทนํ สมฺปฏิจฺฉิตฺวา ตทนนฺตรํ อตฺตโน เมตฺตาวิหารสํสูจกํ พุทฺธาจิณฺณํ สุขูปสํหารํ ตสฺสา สามญฺญโต ปกาเสตฺวา ปุน ตสฺสา ปุตฺตสฺส จ คพฺภวิปตฺติมูลกทุกฺขุปฺปตฺติปฏิกฺเขปมุเขน สุขูปสํหารํ นิทสฺเสนฺโต ‘‘สุขินี…เป… อโรคา, อโรคํ ปุตฺตํ วิชายตู’’ติ อาห.
สห วจนาติ ภควโต วจเนน สเหว. ยสฺมึ กาเล ภควา ตถา อโวจ, ตสฺมึเยว กาเล ตมฺปิ กมฺมํ ปริกฺขยํ อคมาสิ. ตสฺส ปริกฺขีณภาวํ โอโลเกตฺวา สตฺถา ตถา อภาสิ. อปเร ปน วทนฺติ – สเจ ตถา สตฺถา นาจิกฺขิสฺสา, ตโต ปรมฺปิ กิญฺจิ กาลํ ตสฺสา ตํ ทุกฺขํ อนุพนฺธิสฺสา. ยสฺมา ปน ภควตา ‘‘สุขินี อโรคา อโรคญฺจ ปุตฺตํ วิชายตู’’ติ วุตฺตํ, ตสฺมา ตสฺส วจนสมกาลเมว โส คพฺโภ พฺยากุลภาวํ วิชหิตฺวา สุเขเนว พหิ นิกฺขมิ, เอวํ เตสํ มาตาปุตฺตานํ โสตฺถิ อโหสิ. อจินฺเตยฺโย หิ พุทฺธานํ พุทฺธานุภาโว. ยถา หิ ปฏาจาราย ปิยวิปฺปโยคสมฺภูเตน โสเกน อุมฺมาทํ ปตฺวา –
‘‘อุโภ ปุตฺตา กาลกตา, ปนฺเถ มยฺหํ ปตี มโต;
มาตา ปิตา จ ภาตา จ, เอกจิตกมฺหิ ฌายเร’’ติ. (อป. เถรี ๒.๒.๔๙๘) –
วตฺวา ชาตรูเปเนว จรนฺติยา ‘‘สตึ ปฏิลภาหิ ภคินี’’ติ ภควโต วจนสมนนฺตรเมว อุมฺมาโท วูปสมิ, ตถา สุปฺปิยาปิ อุปาสิกา อตฺตนาว อตฺตโน อูรุยํ กเตน มหาวเณน วุฏฺฐาตุํ อสกฺโกนฺตี สยนปิฏฺเฐ นิปนฺนา ‘‘อาคนฺตฺวา มํ วนฺทตู’’ติ วจนสมนนฺตรเมว วเณ ปากติเก ชาเต สยเมว คนฺตฺวา ภควนฺตํ วนฺทีติ เอวมาทีนิ วตฺถูนิ อิธ อุทาหริตพฺพานีติ.
เอวํ, ภนฺเตติ, ภนฺเต, ยถา ภควา สปุตฺตาย มาตุยา อโรคภาวํ อาสีสนฺโต อาห – ‘‘สุขินี อโรคา อโรคํ ปุตฺตํ วิชายตู’’ติ, ตํ เอวเมว. น หิ กทาจิ พุทฺธานํ ภควนฺตานํ วจนสฺส อญฺญถาภาโวติ อธิปฺปาโย. เกจิ ปน ‘‘เอวมตฺถู’’ติ วทนฺติ, อปเร ‘‘โหตู’’ติ ปทสฺส อตฺถํ อาเนตฺวา วณฺณยนฺติ. อภินนฺทิตฺวาติ กรวีกรุตมญฺชุนา พฺรหฺมสฺสเรน ภควตา วุจฺจมาเน ตสฺมึ วจเน ปีติโสมนสฺสปฏิลาภโต อภิมุขภาเวน นนฺทิตฺวา. อนุโมทิตฺวาติ ตโต ปจฺฉาปิ สมฺโมทนํ อุปฺปาเทตฺวา, จิตฺเตน วา อภินนฺทิตฺวา วาจาย อนุโมทิตฺวา, วจนสมฺปตฺติยา วา อภินนฺทิตฺวา อตฺถสมฺปตฺติยา อนุโมทิตฺวา. สกํ ฆรํ ปจฺจายาสีติ อตฺตโน ฆรํ ปฏิคจฺฉิ. เย ปน ‘‘เยน สกํ ฆร’’นฺติ ปฐนฺติ, เตสํ ยทิปิ ย-ต-สทฺทานํ สมฺพนฺธภาวโต ‘‘เตนา’’ติ ปทํ วุตฺตเมว โหติ, ตถาปิ ‘‘ปฏิยายิตฺวา’’ติ ปาฐเสโส โยเชตพฺโพ โหติ.
วิชาตนฺติ ปชาตํ, ปสุตนฺติ อตฺโถ. อจฺฉริยนฺติ อนฺธสฺส ปพฺพตาโรหนํ วิย นิจฺจํ น โหตีติ อจฺฉริยํ, อยํ ตาว สทฺทนโย. อฏฺฐกถาสุ ปน ‘‘อจฺฉราโยคฺคํ อจฺฉริย’’นฺติ วุตฺตํ, อจฺฉรํ ปหริตุํ ยุตฺตนฺติ อตฺโถ. วตาติ สมฺภาวเน, อโห อจฺฉริยนฺติ อตฺโถ. โภติ ธมฺมาลปนํ. อภูตปุพฺพํ ภูตนฺติ อพฺภุตํ.
ตถาคตสฺสาติ อฏฺฐหิ การเณหิ ภควา ตถาคโต – ตถา อาคโตติ ตถาคโต, ตถา คโตติ ตถาคโต, ตถลกฺขณํ อาคโตติ ตถาคโต, ตถธมฺเม ยาถาวโต อภิสมฺพุทฺโธติ ตถาคโต, ตถทสฺสิตาย ตถาคโต, ตถวาทิตาย ตถาคโต, ตถาการิตาย ตถาคโต, อภิภวนฏฺเฐน ตถาคโต.
กถํ ภควา ตถา อาคโตติ ตถาคโต? ยถา สพฺพโลกหิตาย อุสฺสุกฺกมาปนฺนา ปุริมกา สมฺมาสมฺพุทฺธา อาคตาติ. กึ วุตฺตํ โหติ? เยน อภินีหาเรน เต ภควนฺโต อาคตา, เตน อฏฺฐคุณสมนฺนาคเตน อยมฺปิ ภควา อาคโต. ยถา จ เต ภควนฺโต ทานปารมึ ปูเรตฺวา สีลเนกฺขมฺมปญฺญาวีริยขนฺติสจฺจอธิฏฺฐานเมตฺตาอุเปกฺขาปารมีติ อิมา ทส ปารมิโย, ทส อุปปารมิโย, ทส ปรมตฺถปารมิโยติ สมตึส ปารมิโย ปูเรตฺวา ปญฺจ มหาปริจฺจาเค ปริจฺจชิตฺวา ปุพฺพโยคปุพฺพจริยธมฺมกฺขานญาตตฺถจริยาทโย ปูเรตฺวา พุทฺธิจริยาย โกฏึ ปตฺวา อาคตา, ตถา อยมฺปิ ภควา อาคโต. ยถา จ เต ภควนฺโต จตฺตาโร สติปฏฺฐาเน…เป… อริยํ อฏฺฐงฺคิกํ มคฺคํ ภาเวตฺวา พฺรูเหตฺวา อาคตา, ตถา อยมฺปิ ภควา อาคโต. เอวํ ตถา อาคโตติ ตถาคโต.
กถํ ตถา คโตติ ตถาคโต? ยถา สมฺปติชาตา เต ภควนฺโต สเมหิ ปาเทหิ ปถวิยํ ปติฏฺฐาย อุตฺตราภิมุขา สตฺตปทวีติหาเรน คตา, เสตจฺฉตฺเต ธาริยมาเน สพฺพาว ทิสา อนุวิโลเกสุํ, อาสภิญฺจ วาจํ ภาสึสุ โลเก อตฺตโน เชฏฺฐเสฏฺฐภาวํ ปกาเสนฺตา, ตญฺจ เนสํ คมนํ ตถํ อโหสิ อวิตถํ อเนเกสํ วิเสสาธิคมานํ ปุพฺพนิมิตฺตภาเวน, ตถา อยมฺปิ ภควา คโต, ตญฺจสฺส คมนํ กถํ อโหสิ อวิตถํ เตสญฺเญว วิเสสาธิคมานํ ปุพฺพนิมิตฺตภาเวน. เอวํ ตถา คโตติ ตถาคโต.
ยถา วา เต ภควนฺโต เนกฺขมฺเมน กามจฺฉนฺทํ ปหาย คตา, อพฺยาปาเทน พฺยาปาทํ, อาโลกสญฺญาย ถินมิทฺธํ, อวิกฺเขเปน อุทฺธจฺจกุกฺกุจฺจํ, ธมฺมววตฺถาเนน วิจิกิจฺฉํ ปหาย คตา, ญาเณน อวิชฺชํ ปทาเลตฺวา, ปาโมชฺเชน อรตึ วิโนเทตฺวา, อฏฺฐสมาปตฺตีหิ อฏฺฐารสหิ มหาวิปสฺสนาหิ จตูหิ จ อริยมคฺเคหิ ตํ ตํ ปฏิปกฺขํ ปหาย คตา, เอวํ อยมฺปิ ภควา คโต. เอวมฺปิ ตถา คโตติ ตถาคโต.
กถํ ตถลกฺขณํ อาคโตติ ตถาคโต? ปถวีธาตุยา กกฺขฬลกฺขณํ, อาโปธาตุยา ปคฺฆรณลกฺขณํ, เตโชธาตุยา อุณฺหตฺตลกฺขณํ, วาโยธาตุยา วิตฺถมฺภนลกฺขณํ, อากาสธาตุยา อสมฺผุฏฺฐลกฺขณํ, รูปสฺส รุปฺปนลกฺขณํ, เวทนาย เวทยิตลกฺขณํ, สญฺญาย สญฺชานนลกฺขณํ, สงฺขารานํ อภิสงฺขรณลกฺขณํ, วิญฺญาณสฺส วิชานนลกฺขณนฺติ เอวํ ปญฺจนฺนํ ขนฺธานํ, ทฺวาทสนฺนํ อายตนานํ, อฏฺฐารสนฺนํ ธาตูนํ, พาวีสติยา อินฺทฺริยานํ, จตุนฺนํ สจฺจานํ, ทฺวาทสปทิกสฺส ปจฺจยาการสฺส, จตุนฺนํ สติปฏฺฐานานํ, จตุนฺนํ สมฺมปฺปธานานํ, จตุนฺนํ อิทฺธิปาทานํ, ปญฺจนฺนํ อินฺทฺริยานํ, ปญฺจนฺนํ พลานํ, สตฺตนฺนํ โพชฺฌงฺคานํ, อริยสฺส อฏฺฐงฺคิกสฺส มคฺคสฺส, สตฺตนฺนํ วิสุทฺธีนํ, อมโตคธสฺส นิพฺพานสฺสาติ เอวํ ตสฺส ตสฺส ธมฺมสฺส ยํ สภาวสรสลกฺขณํ, ตํ ตถํ อวิตถํ อนญฺญถํ ลกฺขณํ ญาณคติยา อาคโต อวิรชฺฌิตฺวา ปตฺโต อธิคโตติ ตถาคโต. เอวํ ตถลกฺขณํ อาคโตติ ตถาคโต.
กถํ ตถธมฺเม ยาถาวโต อภิสมฺพุทฺโธติ ตถาคโต? ตถธมฺมา นาม จตฺตาริ อริยสจฺจานิ. ยถาห – ‘‘จตฺตาริมานิ, ภิกฺขเว, ตถานิ อวิตถานิ อนญฺญถานิ. กตมานิ จตฺตาริ? อิทํ ทุกฺขนฺติ, ภิกฺขเว, ตถเมตํ อวิตถเมตํ อนญฺญถเมต’’นฺติ (สํ. นิ. ๕.๑๐๙๐) วิตฺถาโร. ตานิ จ ภควา อภิสมฺพุทฺโธ, ตสฺมา ตถานํ อภิสมฺพุทฺธตฺตา ตถาคโต.
อปิจ ชรามรณสฺส ชาติปจฺจยสมฺภูตสมุทาคตฏฺโฐ ตโถ อวิตโถ อนญฺญโถ…เป… สงฺขารานํ อวิชฺชาปจฺจยสมฺภูตสมุทาคตฏฺโฐ ตโถ อวิตโถ อนญฺญโถ, ตถา อวิชฺชาย สงฺขารานํ ปจฺจยฏฺโฐ…เป... ชาติยา ชรามรณสฺส ปจฺจยฏฺโฐ ตโถ อวิตโถ อนญฺญโถ, ตํ สพฺพํ ภควา อภิสมฺพุทฺโธ, ตสฺมาปิ ตถานํ อภิสมฺพุทฺธตฺตา ตถาคโต. อภิสมฺพุทฺธตฺโถ หิ เอตฺถ คตสทฺโทติ. เอวํ ตถธมฺเม ยาถาวโต อภิสมฺพุทฺโธติ ตถาคโต.
กถํ ตถทสฺสิตาย ตถาคโต? ยํ สเทวเก…เป… สเทวมนุสฺสาย ปชาย อปริมาณาสุ โลกธาตูสุ อปริมาณานํ สตฺตานํ จกฺขุทฺวาเร อาปาถมาคจฺฉนฺตํ รูปารมฺมณํ นาม อตฺถิ, ตํ ภควา สพฺพาการโต ชานาติ ปสฺสติ. เอวํ ชานตา ปสฺสตา จ เตน ตํ อิฏฺฐานิฏฺฐาทิวเสน วา ทิฏฺฐสุตมุตวิญฺญาเตสุ ลพฺภมานกปทวเสน วา ‘‘กตมํ ตํ รูปํ รูปายตนํ, ยํ รูปํ จตุนฺนํ มหาภูตานํ อุปาทาย วณฺณนิภา สนิทสฺสนํ สปฺปฏิฆํ นีลํ ปีตก’’นฺติอาทินา (ธ. ส. ๖๑๖) นเยน อเนเกหิ นาเมหิ เตรสหิ วาเรหิ ทฺวิปญฺญาสาย นเยหิ วิภชฺชมานํ ตถเมว โหติ, วิตถํ นตฺถิ. เอส นโย โสตทฺวาราทีสุ อาปาถมาคจฺฉนฺเตสุ สทฺทาทีสุ. วุตฺตเญฺหตํ ภควตา –
‘‘ยํ, ภิกฺขเว, สเทวกสฺส โลกสฺส…เป… สเทวมนุสฺสาย ทิฏฺฐํ สุตํ มุตํ วิญฺญาตํ ปตฺตํ ปริเยสิตํ อนุวิจริตํ มนสา, ตมหํ ชานามิ, ตมหํ อพฺภญฺญาสึ, ตํ ตถาคตสฺส วิทิตํ, ตํ ตถาคโต น อุปฏฺฐาสี’’ติ (อ. นิ. ๔.๒๔).
เอวํ ตถทสฺสิตาย ตถาคโต. ตตฺถ ตถทสฺสีอตฺเถ ตถาคโตติ ปทสมฺภโว เวทิตพฺโพ.
กถํ ตถวาทิตาย ตถาคโต? ยํ รตฺตึ ภควา อนุตฺตรํ สมฺมาสมฺโพธึ อภิสมฺพุทฺโธ, ยญฺจ รตฺตึ อนุปาทิเสสาย นิพฺพานธาตุยา ปรินิพฺพายิ, เอตฺถนฺตเร ปญฺจจตฺตาลีสวสฺสปริมาณกาลํ ยํ ภควตา ภาสิตํ ลปิตํ สุตฺตเคยฺยาทิ, สพฺพํ ตํ ปริสุทฺธํ ปริปุณฺณํ ราคมทาทินิมฺมถนํ เอกสทิสํ ตถํ อวิตถํ. เตนาห –
‘‘ยญฺจ, จุนฺท, รตฺตึ ตถาคโต อนุตฺตรํ สมฺมาสมฺโพธึ อภิสมฺพุชฺฌติ, ยญฺจ รตฺตึ อนุปาทิเสสาย นิพฺพานธาตุยา ปรินิพฺพายติ, ยํ เอตสฺมึ อนฺตเร ภาสติ ลปติ นิทฺทิสติ, สพฺพํ ตํ ตเถว โหติ, โน อญฺญถา, ตสฺมา ‘ตถาคโต’ติ วุจฺจตี’’ติ (ที. นิ. ๓.๑๘๘).
คทอตฺโถ เอตฺถ คตสทฺโท. เอวํ ตถวาทิตาย ตถาคโต.
อปิจ อาคทนํ อาคโท, วจนนฺติ อตฺโถ. ตโถ อวิตโถ อวิปรีโต อาคโท อสฺสาติ ทการสฺส ตการํ กตฺวา ตถาคโตติ เอวเมตฺถ ปทสิทฺธิ เวทิตพฺพา.
กถํ ตถาการิตาย ตถาคโต? ภควโต หิ วาจาย กาโย อนุโลเมติ, กายสฺสปิ วาจา, ตสฺมา ยถาวาที ตถาการี, ยถาการี ตถาวาที จ โหติ. เอวํภูตสฺส จสฺส ยถาวาจา, กาโยปิ ตถา คโต ปวตฺโตติ อตฺโถ. ยถา จ กาโย, วาจาปิ ตถา คตา ปวตฺตาติ ตถาคโต. เตนาห –
‘‘ยถาวาที, ภิกฺขเว, ตถาคโต ตถาการี, ยถาการี ตถาวาที. อิติ ยถาวาที ตถาการี, ยถาการี ตถาวาที. ตสฺมา ‘ตถาคโต’ติ วุจฺจตี’’ติ (อ. นิ. ๔.๒๓).
เอวํ ตถาการิตาย ตถาคโต.
กถํ อภิภวนฏฺเฐน ตถาคโต? ยสฺมา อุปริ ภวคฺคํ เหฏฺฐา อวีจึ ปริยนฺตํ กริตฺวา ติริยํ อปริมาณาสุ โลกธาตูสุ สพฺพสตฺเต อภิภวติ สีเลนปิ สมาธินาปิ ปญฺญายปิ วิมุตฺติยาปิ วิมุตฺติญาณทสฺสเนนปิ, น ตสฺส ตุลา วา ปมาณํ วา อตฺถิ, อถ โข อตุโล อปฺปเมยฺโย อนุตฺตโร เทวเทโว สกฺกานํ อติสกฺโก, พฺรหฺมานํ อติพฺรหฺมา สพฺพสตฺตุตฺตโม, ตสฺมา ตถาคโต. เตนาห –
‘‘สเทวเก, ภิกฺขเว, โลเก…เป… สเทวมนุสฺสาย ตถาคโต อภิภู อนภิภูโต อญฺญทตฺถุทโส วสวตฺติ, ตสฺมา ‘ตถาคโต’ติ วุจฺจตี’’ติ (อ. นิ. ๔.๒๓).
ตตฺรายํ ปทสิทฺธิ – อคโท วิย อคโท, เทสนาวิลาโส เจว ปุญฺญุสฺสโย จ. เตน โส มหานุภาโว ภิสกฺโก วิย ทิพฺพาคเทน สปฺเป สพฺพปรปฺปวาทิโน สเทวกญฺจ โลกํ อภิภวติ. อิติ สพฺพโลกาภิภวเน ตโถ อวิตโถ อวิปรีโต ยถาวุตฺโตว อคโท เอตสฺสาติ ทการสฺส ตการํ กตฺวา ตถาคโตติ เวทิตพฺโพ. เอวํ อภิภวนฏฺเฐน ตถาคโต.
อปิจ ตถาย คโตติ ตถาคโต, ตถํ คโตติ ตถาคโต. ตตฺถ สกลโลกํ ตีรณปริญฺญาย ตถาย คโต อวคโตติ ตถาคโต. โลกสมุทยํ ปหานปริญฺญาย ตถาย คโต อตีโตติ ตถาคโต. โลกนิโรธํ สจฺฉิกิริยาย ตถาย คโต อธิคโตติ ตถาคโต. โลกนิโรธคามินึ ปฏิปทํ ตถํ คโต ปฏิปนฺโนติ ตถาคโต. วุตฺตเญฺหตํ ภควตา –
‘‘โลโก, ภิกฺขเว, ตถาคเตน อภิสมฺพุทฺโธ, โลกสฺมา ตถาคโต วิสํยุตฺโต. โลกสมุทโย, ภิกฺขเว, ตถาคเตน อภิสมฺพุทฺโธ, โลกสมุทโย ตถาคตสฺส ปหีโน, โลกนิโรโธ, ภิกฺขเว, ตถาคเตน อภิสมฺพุทฺโธ, โลกนิโรโธ ตถาคตสฺส สจฺฉิกโต. โลกนิโรธคามินี ปฏิปทา, ภิกฺขเว, ตถาคเตน อภิสมฺพุทฺธา, โลกนิโรธคามินี ปฏิปทา ตถาคตสฺส ภาวิตา. ยํ, ภิกฺขเว, สเทวกสฺส โลกสฺส…เป… สพฺพํ ตํ ตถาคเตน อภิสมฺพุทฺธํ. ตสฺมา ‘ตถาคโต’ติ วุจฺจตี’’ติ (อ. นิ. ๔.๒๓).
อปเรหิปิ อฏฺฐหิ การเณหิ ภควา ตถาคโต – ตถาย อาคโตติ ตถาคโต, ตถาย คโตติ ตถาคโต, ตถานิ อาคโตติ ตถาคโต, ตถา คโตติ ตถาคโต, ตถาวิโธติ ตถาคโต, ตถา ปวตฺติโตติ ตถาคโต, ตเถหิ อคโตติ ตถาคโต, ตถา คตภาเวน ตถาคโต.
กถํ ตถาย อาคโตติ ตถาคโต? ยา สา ภควตา สุเมธภูเตน ทีปงฺกรทสพลสฺส ปาทมูเล –
‘‘มนุสฺสตฺตํ ลิงฺคสมฺปตฺติ, เหตุ สตฺถารทสฺสนํ,
ปพฺพชฺชา คุณสมฺปตฺติ, อธิกาโร จ ฉนฺทตา;
อฏฺฐธมฺมสโมธานา, อภินีหาโร สมิชฺฌตี’’ติ. (พุ. วํ. ๒.๕๙) –
เอวํ วุตฺตํ อฏฺฐงฺคสมนฺนาคตํ อภินีหารํ สมฺปาเทนฺเตน ‘‘อหํ สเทวกํ โลกํ ติณฺโณ ตาเรสฺสามิ, มุตฺโต โมเจสฺสามิ, ทนฺโต ทเมสฺสามิ, สนฺโต สเมสฺสามิ, อสฺสตฺโถ อสฺสาเสสฺสามิ, ปรินิพฺพุโต ปรินิพฺพาเปสฺสามิ, พุทฺโธ โพเธสฺสามี’’ติ มหาปฏิญฺญา ปวตฺติตา. วุตฺตเญฺหตํ –
‘‘กึ เม เอเกน ติณฺเณน, ปุริเสน ถามทสฺสินา;
สพฺพญฺญุตํ ปาปุณิตฺวา, สนฺตาเรสฺสํ สเทวกํ.
‘‘อิมินา เม อธิกาเรน, กเตน ปุริสุตฺตเม;
สพฺพญฺญุตํ ปาปุณิตฺวา, ตาเรมิ ชนตํ พหุํ.
‘‘สํสารโสตํ ฉินฺทิตฺวา, วิทฺธํเสตฺวา ตโย ภเว;
ธมฺมนาวํ สมารุยฺห, สนฺตาเรสฺสํ สเทวกํ.
‘‘กึ เม อญฺญาตเวเสน, ธมฺมํ สจฺฉิกเตนิธ;
สพฺพญฺญุตํ ปาปุณิตฺวา, พุทฺโธ เหสฺสํ สเทวเก’’ติ. (พุ. วํ. ๒.๕๕-๕๘);
ตํ ปเนตํ มหาปฏิญฺญํ สกลสฺสาปิ พุทฺธกรธมฺมสมุทายสฺส ปวิจย ปจฺจเวกฺขณสมาทานานํ การณภูตํ อวิสํวาเทตฺวา โลกนายโก ยสฺมา มหากปฺปานํ สตสหสฺสาธิกานิ จตฺตาริ อสงฺเขฺยยฺยานิ สกฺกจฺจํ นิรนฺตรํ นิรวเสสโต ทานปารมิอาทโย สมตึสปารมิโย ปูเรตฺวา, องฺคปริจฺจาคาทโย ปญฺจ มหาปริจฺจาเค ปริจฺจชิตฺวา, สจฺจาธิฏฺฐานาทีนิ จตฺตาริ อธิฏฺฐานานิ ปริพฺรูเหตฺวา, ปุญฺญญาณสมฺภาเร สมฺภริตฺวา, ปุพฺพโยคปุพฺพจริยธมฺมกฺขานญาตตฺถจริยาทโย อุกฺกํสาเปตฺวา, พุทฺธิจริยํ ปรมโกฏึ ปาเปตฺวา, อนุตฺตรํ สมฺมาสมฺโพธึ อภิสมฺพุชฺฌิ, ตสฺมา ตสฺเสว สา มหาปฏิญฺญา ตถา อวิตถา อนญฺญถา, น ตสฺส วาลคฺคมตฺตมฺปิ วิตถํ อตฺถิ. ตถา หิ ทีปงฺกรทสพโล โกณฺฑญฺโญ มงฺคโล…เป… กสฺสโป ภควาติ อิเม จตุวีสติ สมฺมาสมฺพุทฺธา ปฏิปาฏิยา อุปฺปนฺนา ‘‘พุทฺโธ ภวิสฺสตี’’ติ พฺยากรึสุ. เอวํ จตุวีสติยา พุทฺธานํ สนฺติเก ลทฺธพฺยากรโณ เย เต กตาภินีหาเรหิ โพธิสตฺเตหิ ลทฺธพฺพา อานิสํสา, เต ลภิตฺวาว อาคโตติ ตาย ยถาวุตฺตาย มหาปฏิญฺญาย ตถาย อภิสมฺพุทฺธภาวํ อาคโต อธิคโตติ ตถาคโต. เอวํ ตถาย อาคโตติ ตถาคโต.
กถํ ตถาย คโตติ ตถาคโต? ยาย มหากรุณาย โลกนาโถ มหาทุกฺขสมฺพาธปฺปฏิปนฺนํ สตฺตนิกายํ ทิสฺวา ‘‘ตสฺส นตฺถญฺโญ โกจิ ปฏิสฺสรณํ, อหเมว นมิโต สํสารทุกฺขโต มุตฺโต โมเจสฺสามี’’ติ สมุสฺสาหิตมานโส มหาภินีหารมกาสิ. กตฺวา จ ยถาปณิธานํ สกลโลกหิตสมฺปาทนาย อุสฺสุกฺกมาปนฺโน อตฺตโน กายชีวิตนิรเปกฺโข ปเรสํ โสตปถาคมนมตฺเตนปิ จิตฺตุตฺราสสมุปฺปาทิกา อติทุกฺกรา ทุกฺกรจริยา สมาจรนฺโต ยถา มหาโพธิยา ปฏิปตฺติ หานภาคิยา สํกิเลสภาคิยา ฐิติภาคิยา วา น โหติ, อถ โข อุตฺตรุตฺตริ วิเสสภาคิยาว โหติ, ตถา ปฏิปชฺชมาโน อนุปุพฺเพน นิรวเสเส โพธิสมฺภาเร สมฺปาเทตฺวา อภิสมฺโพธึ ปาปุณิ. ตโต ปรญฺจ ตาเยว มหากรุณาย สญฺโจทิตมานโส ปวิเวกรตึ ปรมญฺจ สนฺตํ วิโมกฺขสุขํ ปหาย พาลชนพหุเล โลเก เตหิ สมุปฺปาทิตํ สมฺมานาวมานวิปฺปการํ อคเณตฺวา วิเนยฺยชนสฺส วินยเนน นิรวเสสํ พุทฺธกิจฺจํ นิฏฺฐเปสิ. ตตฺถ โย ภควโต สตฺเตสุ มหากรุณาย สโมกฺกมนากาโร, โส ปรโต อาวิภวิสฺสติ. ยถา จ พุทฺธภูตสฺส โลกนาถสฺส สตฺเตสุ มหากรุณา, เอวํ โพธิสตฺตภูตสฺสปิ มหาภินีหารกาลาทีสูติ สพฺพตฺถ สพฺพทา จ เอกสทิสตาย ตถา อวิตถา อนญฺญถา, ตสฺมา ตีสุปิ อวตฺถาสุ สพฺพสตฺเตสุ สมานรสาย ตถาย มหากรุณาย สกลโลกหิตาย คโต ปฏิปนฺโนติ ตถาคโต. เอวํ ตถาย คโตติ ตถาคโต.
กถํ ตถานิ อาคโตติ ตถาคโต? ตถานิ นาม จตฺตาริ อริยมคฺคญาณานิ. ตานิ หิ อิทํ ทุกฺขํ, อยํ ทุกฺขสมุทโย, อยํ ทุกฺขนิโรโธ, อยํ ทุกฺขนิโรธคามินี ปฏิปทาติ เอวํ สพฺพเญยฺยธมฺมสงฺคาหกานํ ปวตฺตินิวตฺติตทุภยเหตุภูตานํ จตุนฺนํ อริยสจฺจานํ ทุกฺขสฺส ปีฬนฏฺโฐ สงฺขตฏฺโฐ สนฺตาปฏฺโฐ วิปริณามฏฺโฐ, สมุทยสฺส อายูหนฏฺโฐ นิทานฏฺโฐ สํโยคฏฺโฐ ปลิโพธฏฺโฐ, นิโรธสฺส นิสฺสรณฏฺโฐ วิเวกฏฺโฐ อสงฺขตฏฺโฐ อมตฏฺโฐ, มคฺคสฺส นิยฺยานฏฺโฐ เหตฺวฏฺโฐ ทสฺสนฏฺโฐ อาธิปเตยฺยฏฺโฐติอาทีนํ ตพฺพิภาคานญฺจ ยถาภูตสภาวาวโพธวิพนฺธกสฺส สํกิเลสปกฺขสฺส สมุจฺฉินฺทเนน ปฏิลทฺธาย ตตฺถ อสมฺโมหาภิสมยสงฺขาตาย อวิปรีตาการปฺปวตฺติยา ธมฺมานํ สภาวสรสลกฺขณสฺส อวิสํวาทนโต ตถานิ อวิตถานิ อนญฺญถานิ, ตานิ ภควา อนญฺญเนยฺโย สยเมว อาคโต อธิคโต, ตสฺมา ตถานิ อาคโตติ ตถาคโต.
ยถา จ มคฺคญาณานิ, เอวํ ภควโต ตีสุ กาเลสุ อปฺปฏิหตญาณานิ จตุปฏิสมฺภิทาญาณานิ จตุเวสารชฺชญาณานิ ปญฺจคติปริจฺเฉทญาณานิ ฉอสาธารณญาณานิ สตฺตโพชฺฌงฺควิภาวนญาณานิ อฏฺฐมคฺคงฺควิภาวนญาณานิ นวานุปุพฺพวิหารสมาปตฺติญาณานิ ทสพลญาณานิ จ ตถภาเว เวทิตพฺพานิ.
ตตฺรายํ วิภาวนา – ยญฺหิ กิญฺจิ อปริมาณาสุ โลกธาตูสุ อปริมาณานํ สตฺตานํ หีนาทิเภทภินฺนาสุ อตีตาสุ ขนฺธายตนธาตูสุ สภาวกิจฺจาทิ อวตฺถาวิเสสาทิ ขนฺธปฺปฏิพทฺธนามโคตฺตาทิ จ ชานิตพฺพํ. อนินฺทฺริยพทฺเธสุ จ อติสุขุมติโรหิตวิทูรเทเสสุปิ รูปธมฺเมสุ โย ตํตํปจฺจยวิเสเสหิ สทฺธึ ปจฺจยุปฺปนฺนานํ วณฺณสณฺฐานคนฺธรสผสฺสาทิวิเสโส, ตตฺถ สพฺพตฺเถว หตฺถตเล ฐปิตอามลเก วิย ปจฺจกฺขโต อปฺปฏิหตํ ภควโต ญาณํ ปวตฺตติ, ตถา อนาคตาสุ ปจฺจุปฺปนฺนาสุ จาติ อิมานิ ตีสุ กาเลสุ อปฺปฏิหตญาณานิ นาม. ยถาห –
‘‘อตีตํเส พุทฺธสฺส ภควโต อปฺปฏิหตํ ญาณํ, อนาคตํเส พุทฺธสฺส ภควโต อปฺปฏิหตํ ญาณํ, ปจฺจุปฺปนฺนํเส พุทฺธสฺส ภควโต อปฺปฏิหตํ ญาณ’’นฺติ (ปฏิ. ม. ๓.๕).
ตานิ ปเนตานิ ตตฺถ ตตฺถ ธมฺมานํ สภาวสรสลกฺขณสฺส อวิสํวาทนโต ตถานิ อวิตถานิ อนญฺญถานิ, ตานิ ภควา สยมฺภูญาเณน อธิคญฺฉีติ. เอวมฺปิ ตถานิ อาคโตติ ตถาคโต.
ตถา อตฺถปฺปฏิสมฺภิทา ธมฺมปฺปฏิสมฺภิทา นิรุตฺติปฺปฏิสมฺภิทา ปฏิภานปฺปฏิสมฺภิทาติ จตสฺโส ปฏิสมฺภิทา. ตตฺถ อตฺถปฺปเภทสฺส สลฺลกฺขณวิภาวนววตฺถานกรณสมตฺถํ อตฺถปฺปเภทคตํ ญาณํ อตฺถปฺปฏิสมฺภิทา. ธมฺมปฺปเภทสฺส สลฺลกฺขณวิภาวนววตฺถานกรณสมตฺถํ ธมฺมปฺปเภทคตํ ญาณํ ธมฺมปฺปฏิสมฺภิทา. นิรุตฺติปฺปเภทสฺส สลฺลกฺขณวิภาวนววตฺถานกรณสมตฺถํ นิรุตฺตาภิลาเป ปเภทคตํ ญาณํ นิรุตฺติปฺปฏิสมฺภิทา. ปฏิภานปฺปเภทสฺส สลฺลกฺขณวิภาวนววตฺถานกรณสมตฺถํ ปฏิภานปฺปเภทคตํ ญาณํ ปฏิภานปฺปฏิสมฺภิทา. วุตฺตเญฺหตํ –
‘‘อตฺเถ ญาณํ อตฺถปฺปฏิสมฺภิทา, ธมฺเม ญาณํ ธมฺมปฺปฏิสมฺภิทา, ตตฺร ธมฺมนิรุตฺตาภิลาเป ญาณํ นิรุตฺติปฺปฏิสมฺภิทา, ญาเณสุ ญาณํ ปฏิภานปฺปฏิสมฺภิทา’’ติ (วิภ. ๗๑๘-๗๒๑).