๓. นนฺทวคฺโค
๑. กมฺมวิปากชสุตฺตวณฺณนา
๒๑. นนฺทวคฺคสฺส ปฐเม อญฺญตโร ภิกฺขูติ นามโคตฺเตน อปากโฏ เอโก ขีณาสวภิกฺขุ. โส กิร ราชคหวาสี กุลปุตฺโต โมคฺคลฺลานตฺเถเรน สํเวชิโต สํสารโทสํ ทิสฺวา สตฺถุ สนฺติเก ปพฺพชิตฺวา สีลานิ โสเธตฺวา จตุสจฺจกมฺมฏฺฐานํ คเหตฺวา น จิรสฺเสว วิปสฺสนํ อุสฺสุกฺกาเปตฺวา อรหตฺตํ ปาปุณิ. ตสฺส อปรภาเค ขโร อาพาโธ อุปฺปชฺชิ, โส ปจฺจเวกฺขณาย อธิวาเสนฺโต วิหรติ. ขีณาสวานญฺหิ เจตสิกทุกฺขํ นาม นตฺถิ, กายิกทุกฺขํ ปน โหติเยว. โส เอกทิวสํ ภควโต ธมฺมํ เทเสนฺตสฺส นาติทูเร ฐาเน ทุกฺขํ อธิวาเสนฺโต ปลฺลงฺเกน นิสีทิ. เตน วุตฺตํ ‘‘ภควโต อวิทูเร นิสินฺโน โหตี’’ติอาทิ.
ตตฺถ ปลฺลงฺกนฺติ สมนฺตโต อูรุพทฺธาสนํ. อาภุชิตฺวาติ พนฺธิตฺวา. อุชุํ กายํ ปณิธายาติ อุปริมํ สรีรํ อุชุกํ ฐเปตฺวา อฏฺฐารส ปิฏฺฐิกณฺฏเก โกฏิยา โกฏึ ปฏิปาเทตฺวา. เอวญฺหิ นิสินฺนสฺส จมฺมมํสนฺหารูนิ น นมนฺติ, ตสฺมา โส ตถา นิสินฺโน โหติ. ปุราณกมฺมวิปากชนฺติ ปุพฺเพ กตสฺส กมฺมสฺส วิปากภาเวน ชาตํ, ปุราณกมฺมวิปาเก วา สุขทุกฺขปฺปกาเร วิปากวฏฺฏสมุทาเย ตเทกเทสภาเวน ชาตํ. กึ ตํ? ทุกฺขํ. ปุราณกมฺมวิปากชนฺติ จ อิมินา ตสฺส อาพาธสฺส กมฺมสมุฏฺฐานตํ ทสฺเสนฺโต โอปกฺกมิกอุตุวิปริณามชาทิภาวํ ปฏิกฺขิปติ. ทุกฺขนฺติ ปจุรชเนหิ ขมิตุํ อสกฺกุเณยฺยํ. ติพฺพนฺติ ติขิณํ, อภิภวิตฺวา ปวตฺติยา พหลํ วา. ขรนฺติ กกฺขฬํ. กฏุกนฺติ อสาตํ. อธิวาเสนฺโตติ อุปริ วาเสนฺโต สหนฺโต ขมนฺโต.
สโต สมฺปชาโนติ เวทนาปริคฺคาหกานํ สติสมฺปชญฺญานํ วเสน สติมา สมฺปชานนฺโต จ. อิทํ วุตฺตํ โหติ – ‘‘อยํ เวทนา นาม หุตฺวา อภาวฏฺเฐน อนิจฺจา, อนิฏฺฐารมฺมณาทิปจฺจเย ปฏิจฺจ อุปฺปนฺนตฺตา ปฏิจฺจสมุปฺปนฺนา, อุปฺปชฺชิตฺวา เอกนฺเตน ภิชฺชนสภาวตฺตา ขยธมฺมา วยธมฺมา วิราคธมฺมา นิโรธธมฺมา’’ติ เวทนาย อนิจฺจตาสลฺลกฺขณวเสน สโตการิตาย สโต, อวิปรีตสภาวปฏิวิชฺฌนวเสน สมฺปชาโน จ หุตฺวา. อถ วา สติเวปุลฺลปตฺติยา สพฺพตฺเถว กายเวทนาจิตฺตธมฺเมสุ สุฏฺฐุ อุปฏฺฐิตสติตาย สโต, ตถา ปญฺญาเวปุลฺลปฺปตฺติยา ปริคฺคหิตสงฺขารตาย สมฺปชาโน. อวิหญฺญมาโนติ ‘‘อสฺสุตวา, ภิกฺขเว, ปุถุชฺชโน อญฺญตรญฺญตเรน ทุกฺขธมฺเมน ผุฏฺโฐ สมาโน โสจติ กิลมติ ปริเทวติ อุรตฺตาฬึ กนฺทติ สมฺโมหํ อาปชฺชตี’’ติ วุตฺตนเยน อนฺธปุถุชฺชโน วิย น วิหญฺญมาโน มคฺเคเนว สมุคฺฆาติตตฺตา เจโตทุกฺขํ อนุปฺปาเทนฺโต เกวลํ กมฺมวิปากชํ สรีรทุกฺขํ อธิวาเสนฺโต สมาปตฺตึ สมาปนฺโน วิย นิสินฺโน โหติ. อทฺทสาติ ตํ อายสฺมนฺตํ อธิวาสนขนฺติยา ตถา นิสินฺนํ อทฺทกฺขิ.
เอตมตฺถนฺติ เอตํ ตาทิสสฺสปิ โรคสฺส เวชฺชาทีหิ ติกิจฺฉนตฺถํ อนุสฺสุกฺกาปชฺชนการณํ ขีณาสวานํ โลกธมฺเมหิ อนุปเลปิตสงฺขาตํ อตฺถํ สพฺพาการโต วิทิตฺวา. อิมํ อุทานนฺติ อิมํ สงฺขตธมฺมานํ เยหิ เกหิจิ ทุกฺขธมฺเมหิ อวิฆาตปตฺติวิภาวนํ อุทานํ อุทาเนสิ.
ตตฺถ สพฺพกมฺมชหสฺสาติ ปหีนสพฺพกมฺมสฺส. อคฺคมคฺคสฺส หิ อุปฺปนฺนกาลโต ปฏฺฐาย อรหโต สพฺพานิ กุสลากุสลกมฺมานิ ปหีนานิ นาม โหนฺติ ปฏิสนฺธึ ทาตุํ อสมตฺถภาวโต, ยโต อริยมคฺคญาณํ กมฺมกฺขยกรนฺติ วุจฺจติ. ภิกฺขุโนติ ภินฺนกิเลสตาย ภิกฺขุโน. ธุนมานสฺส ปุเร กตํ รชนฺติ อรหตฺตปฺปตฺติโต ปุพฺเพ กตํ ราครชาทิมิสฺสตาย รชนฺติ ลทฺธนามํ ทุกฺขเวทนียํ กมฺมํ วิปากปฏิสํเวทเนน ตํ ธุนนฺตสฺส วิทฺธํเสนฺตสฺส, อรหตฺตปฺปตฺติยา ปรโต ปน สาวชฺชกิริยาย สมฺภโวเยว นตฺถิ, อนวชฺชกิริยา จ ภวมูลสฺส สมุจฺฉินฺนตฺตา สมุจฺฉินฺนมูลตาย ปุปฺผํ วิย ผลทานสมตฺถตาย อภาวโต กิริยมตฺตาว โหติ.
อมมสฺสาติ รูปาทีสุ กตฺถจิ มมนฺติ คหณาภาวโต อมมสฺส มมงฺการรหิตสฺส. ยสฺส หิ มมงฺกาโร อตฺถิ, โส อตฺตสิเนเหน เวชฺชาทีหิ สรีรํ ปฏิชคฺคาเปติ. อรหา ปน อมโม, ตสฺมา โส สรีรชคฺคเนปิ อุทาสีนธาตุโกว. ฐิตสฺสาติ จตุพฺพิธมฺปิ โอฆํ ตริตฺวา นิพฺพานถเล ฐิตสฺส, ปฏิสนฺธิคฺคหณวเสน วา สนฺธาวนสฺส อภาเวน ฐิตสฺส. เสกฺขปุถุชฺชนา หิ กิเลสาภิสงฺขารานํ อปฺปหีนตฺตา จุติปฏิสนฺธิวเสน สํสาเร ธาวนฺติ นาม, อรหา ปน ตทภาวโต ฐิโตติ วุจฺจติ. อถ วา ทสวิเธ ขีณาสวสงฺขาเต อริยธมฺเม ฐิตสฺส. ตาทิโนติ ‘‘ปฏิกูเล อปฺปฏิกูลสญฺญี วิหรตี’’ติอาทินา (ปฏิ. ม. ๓.๑๗) นเยน วุตฺตาย ปญฺจวิธาย อริยิทฺธิยา อฏฺฐหิ โลกธมฺเมหิ อกมฺปนิยาย ฉฬงฺคุเปกฺขาย จ สมนฺนาคเตน อิฏฺฐาทีสุ เอกสทิสตาสงฺขาเตน ตาทีภาเวน ตาทิโน. อตฺโถ นตฺถิ ชนํ ลเปตเวติ ‘‘มม เภสชฺชาทีนิ กโรถา’’ติ ชนํ ลปิตุํ กเถตุํ ปโยชนํ นตฺถิ สรีเร นิรเปกฺขภาวโต. ปณฺฑุปลาโส วิย หิ พนฺธนา ปวุตฺโต สยเมวายํ กาโย ภิชฺชิตฺวา ปตตูติ ขีณาสวานํ อชฺฌาสโย. วุตฺตเญฺหตํ –
‘‘นาภิกงฺขามิ มรณํ, นาภิกงฺขามิ ชีวิตํ;
กาลญฺจ ปฏิกงฺขามิ, นิพฺพิสํ ภตโก ยถา’’ติ. (เถรคา. ๖๐๖);
อถ วา ยํกิญฺจิ นิมิตฺตํ ทสฺเสตฺวา ‘‘กึ อยฺยสฺส อิจฺฉิตพฺพ’’นฺติ ชนํ ลเปตเว ปจฺจเยหิ นิมนฺตนวเสน ลปาเปตุํ ขีณาสวสฺส อตฺโถ นตฺถิ ตาทิสสฺส มิจฺฉาชีวสฺส มคฺเคเนว สมุคฺฆาติตตฺตาติ อตฺโถ. อิติ ภควา ‘‘กิสฺสายํ เถโร อตฺตโน โรคํ เวชฺเชหิ อติกิจฺฉาเปตฺวา ภควโต อวิทูเร นิสีทตี’’ติ จินฺเตนฺตานํ ตสฺส อติกิจฺฉาปเน การณํ ปกาเสสิ.
ปฐมสุตฺตวณฺณนา นิฏฺฐิตา.
๒. นนฺทสุตฺตวณฺณนา
๒๒. ทุติเย นนฺโทติ ตสฺส นามํ. โส หิ จกฺกวตฺติลกฺขณูเปตตฺตา มาตาปิตโร สปริชนํ สกลญฺจ ญาติปริวฏฺฏํ นนฺทยนฺโต ชาโตติ ‘‘นนฺโท’’ติ นามํ ลภิ. ภควโต ภาตาติ ภควโต เอกปิตุปุตฺตตาย ภาตา. น หิ ภควโต สโหทรา อุปฺปชฺชนฺติ, เตน วุตฺตํ ‘‘มาตุจฺฉาปุตฺโต’’ติ, จูฬมาตุปุตฺโตติ อตฺโถ. มหาปชาปติโคตมิยา หิ โส ปุตฺโต. อนภิรโตติ น อภิรโต. พฺรหฺมจริยนฺติ พฺรหฺมํ เสฏฺฐํ อุตฺตมํ จริยํ เอกาสนํ เอกเสยฺยํ เมถุนวิรตึ. สนฺธาเรตุนฺติ ปฐมจิตฺตโต ยาวจริมกจิตฺตํ สมฺมา ปริปุณฺณํ ปริสุทฺธํ ธาเรตุํ ปวตฺเตตุํ. ทุติเยน เจตฺถ พฺรหฺมจริยปเทน มคฺคพฺรหฺมจริยสฺสาปิ สงฺคโห เวทิตพฺโพ. สิกฺขํ ปจฺจกฺขายาติ อุปสมฺปทกาเล ภิกฺขุภาเวน สทฺธึ สมาทินฺนํ นิพฺพตฺเตตพฺพภาเวน อนุฏฺฐิตํ ติวิธมฺปิ สิกฺขํ ปฏิกฺขิปิตฺวา, วิสฺสชฺเชตฺวาติ อตฺโถ. หีนายาติ คิหิภาวาย. อาวตฺติสฺสามีติ นิวตฺติสฺสามิ.
กสฺมา ปนายํ เอวมาโรเจสีติ? เอตฺถายํ อนุปุพฺพิกถา – ภควา ปวตฺตวรธมฺมจกฺโก ราชคหํ คนฺตฺวา เวฬุวเน วิหรนฺโต ‘‘ปุตฺตํ เม อาเนตฺวา ทสฺเสถา’’ติ สุทฺโธทนมหาราเชน เปสิเตสุ สหสฺสสหสฺสปริวาเรสุ ทสสุ ทูเตสุ สห ปริวาเรน อรหตฺตํ ปตฺเตสุ สพฺพปจฺฉา คนฺตฺวา อรหตฺตปฺปตฺเตน กาฬุทายิตฺเถเรน คมนกาลํ ญตฺวา มคฺควณฺณนํ วณฺเณตฺวา ชาติภูมิคมนาย ยาจิโต วีสติสหสฺสขีณาสวปริวุตฺโต กปิลวตฺถุนครํ คนฺตฺวา ญาติสมาคเม โปกฺขรวสฺสํ อฏฺฐุปฺปตฺตึ กตฺวา เวสฺสนฺตรชาตกํ (ชา. ๒.๒๒.๑๖๕๕ อาทโย) กเถตฺวา ปุนทิวเส ปิณฺฑาย ปวิฏฺโฐ ‘‘อุตฺติฏฺเฐ นปฺปมชฺเชยฺยา’’ติ (ธ. ป. ๑๖๘) คาถาย ปิตรํ โสตาปตฺติผเล ปติฏฺฐาเปตฺวา นิเวสนํ คนฺตฺวา ‘‘ธมฺมญฺจเร’’ติ (ธ. ป. ๑๖๙) คาถาย มหาปชาปตึ โสตาปตฺติผเล, ราชานํ สกทาคามิผเล ปติฏฺฐาเปสิ.
ภตฺตกิจฺจาวสาเน ปน ราหุลมาตุคุณกถํ นิสฺสาย จนฺทกินฺนรีชาตกํ (ชา. ๑.๑๔.๑๘ อาทโย) กเถตฺวา ตติยทิวเส นนฺทกุมารสฺส อภิเสกเคหปฺปเวสนวิวาหมงฺคเลสุ วตฺตมาเนสุ ปิณฺฑาย ปวิสิตฺวา นนฺทกุมารสฺส หตฺเถ ปตฺตํ ทตฺวา มงฺคลํ วตฺวา อุฏฺฐายาสนา ปกฺกมนฺโต กุมารสฺส หตฺถโต ปตฺตํ น คณฺหิ. โสปิ ตถาคเต คารเวน ‘‘ปตฺตํ เต, ภนฺเต, คณฺหถา’’ติ วตฺตุํ นาสกฺขิ. เอวํ ปน จินฺเตสิ, ‘‘โสปานสีเส ปตฺตํ คณฺหิสฺสตี’’ติ, สตฺถา ตสฺมึ ฐาเน น คณฺหิ. อิตโร ‘‘โสปานมูเล คณฺหิสฺสตี’’ติ จินฺเตสิ, สตฺถา ตตฺถปิ น คณฺหิ. อิตโร ‘‘ราชงฺคเณ คณฺหิสฺสตี’’ติ จินฺเตสิ, สตฺถา ตตฺถปิ น คณฺหิ. กุมาโร นิวตฺติตุกาโม อนิจฺฉาย คจฺฉนฺโต คารเวน ‘‘ปตฺตํ คณฺหถา’’ติ วตฺตุํ น สกฺโกติ, ‘‘อิธ คณฺหิสฺสติ, เอตฺถ คณฺหิสฺสตี’’ติ จินฺเตนฺโต คจฺฉติ.
ตสฺมึ ขเณ ชนปทกลฺยาณิยา อาจิกฺขึสุ, ‘‘อยฺเย ภควา, นนฺทราชานํ คเหตฺวา คจฺฉติ, ตุเมฺหหิ วินา กริสฺสตี’’ติ. สา อุทกพินฺทูหิ ปคฺฆรนฺเตหิ อฑฺฒุลฺลิขิเตหิ เกเสหิ เวเคน ปาสาทํ อารุยฺห สีหปญฺชรทฺวาเร ฐตฺวา ‘‘ตุวฏํ โข, อยฺยปุตฺต, อาคจฺเฉยฺยาสี’’ติ อาห. ตํ ตสฺสา วจนํ ตสฺส หทเย ติริยํ ปติตฺวา วิย ฐิตํ. สตฺถาปิสฺส หตฺถโต ปตฺตํ อคฺคเหตฺวาว ตํ วิหารํ เนตฺวา ‘‘ปพฺพชิสฺสสิ นนฺทา’’ติ อาห. โส พุทฺธคารเวน ‘‘น ปพฺพชิสฺสามี’’ติ อวตฺวา, ‘‘อาม, ปพฺพชิสฺสามี’’ติ อาห. สตฺถา เตน หิ นนฺทํ ปพฺพาเชถาติ กปิลวตฺถุปุรํ คนฺตฺวา ตติยทิวเส ตํ ปพฺพาเชสิ. สตฺตเม ทิวเส มาตรา อลงฺกริตฺวา เปสิตํ ‘‘ทายชฺชํ เม, สมณ, เทหี’’ติ วตฺวา อตฺตนา สทฺธึ อารามาคตํ ราหุลกุมารํ ปพฺพาเชสิ. ปุเนกทิวสํ มหาธมฺมปาลชาตกํ (ชา. ๑.๑๐.๙๒ อาทโย) กเถตฺวา ราชานํ อนาคามิผเล ปติฏฺฐาเปสิ.
อิติ ภควา มหาปชาปตึ โสตาปตฺติผเล, ปิตรํ ตีสุ ผเลสุ ปติฏฺฐาเปตฺวา ภิกฺขุสงฺฆปริวุโต ปุนเทว ราชคหํ คนฺตฺวา ตโต อนาถปิณฺฑิเกน สาวตฺถึ อาคมนตฺถาย คหิตปฏิญฺโญ นิฏฺฐิเต เชตวนมหาวิหาเร ตตฺถ คนฺตฺวา วาสํ กปฺเปสิ. เอวํ สตฺถริ เชตวเน วิหรนฺเต อายสฺมา นนฺโท อตฺตโน อนิจฺฉาย ปพฺพชิโต กาเมสุ อนาทีนวทสฺสาวี ชนปทกลฺยาณิยา วุตฺตวจนมนุสฺสรนฺโต อุกฺกณฺฐิโต หุตฺวา ภิกฺขูนํ อตฺตโน อนภิรตึ อาโรเจสิ. เตน วุตฺตํ ‘‘เตน โข ปน สมเยน อายสฺมา นนฺโท…เป… หีนายาวตฺติสฺสามี’’ติ.
กสฺมา ปน นํ ภควา เอวํ ปพฺพาเชสีติ? ‘‘ปุเรตรเมว อาทีนวํ ทสฺเสตฺวา กาเมหิ นํ วิเวเจตุํ น สกฺกา, ปพฺพาเชตฺวา ปน อุปาเยน ตโต วิเวเจตฺวา อุปริวิเสสํ นิพฺพตฺเตสฺสามี’’ติ เวเนยฺยทมนกุสโล สตฺถา เอวํ นํ ปฐมํ ปพฺพาเชสิ.
สากิยานีติ สกฺยราชธีตา. ชนปทกลฺยาณีติ ชนปทมฺหิ กลฺยาณี รูเปน อุตฺตมา ฉสรีรโทสรหิตา, ปญฺจกลฺยาณสมนฺนาคตา. สา หิ ยสฺมา นาติทีฆา นาติรสฺสา นาติกิสา นาติถูลา นาติกาฬิกา นจฺโจทาตา อติกฺกนฺตา มานุสกวณฺณํ อปฺปตฺตา ทิพฺพวณฺณํ, ตสฺมา ฉสรีรโทสรหิตา. ฉวิกลฺยาณํ มํสกลฺยาณํ นขกลฺยาณํ อฏฺฐิกลฺยาณํ วยกลฺยาณนฺติ อิเมหิ ปญฺจหิ กลฺยาเณหิ สมนฺนาคตา.
ตตฺถ อตฺตโน สรีโรภาเสน ทสทฺวาทสหตฺเถ ฐาเน อาโลกํ กโรติ, ปิยงฺคุสมา วา สุวณฺณสมา วา โหติ, อยมสฺสา ฉวิกลฺยาณตา. จตฺตาโร ปนสฺสา หตฺถปาทา มุขปริโยสานญฺจ ลาขารสปริกมฺมกตํ วิย รตฺตปวาฬรตฺตกมฺพเลน สทิสํ โหติ, อยมสฺสา มํสกลฺยาณตา. วีสติ นขปตฺตานิ มํสโต อมุตฺตฏฺฐาเน ลาขารสปริกิตานิ วิย มุตฺตฏฺฐาเน ขีรธาราสทิสานิ โหนฺติ, อยมสฺสา นขกลฺยาณตา. ทฺวตฺตึสทนฺตา สุผุสิตา ปริสุทฺธปวาฬปนฺติสทิสา วชิรปนฺตี วิย ขายนฺติ, อยมสฺสา อฏฺฐิกลฺยาณตา. วีสติวสฺสสติกาปิ สมานา โสฬสวสฺสุทฺเทสิกา วิย โหติ นิปฺปลิตา, อยมสฺสา วยกลฺยาณตา. สุนฺทรี จ โหติ เอวรูปคุณสมนฺนาคตา, เตน วุตฺตํ ‘‘ชนปทกลฺยาณี’’ติ.
ฆรา นิกฺขมนฺตสฺสาติ อนาทเร สามิวจนํ, ฆรโต นิกฺขมโตติ อตฺโถ. ‘‘ฆรา นิกฺขมนฺต’’นฺติปิ ปฐนฺติ. อุปฑฺฒุลฺลิขิเตหิ เกเสหีติ อิตฺถมฺภูตลกฺขเณ กรณวจนํ, วิปฺปกตุลฺลิขิเตหิ เกเสหิ อุปลกฺขิตาติ อตฺโถ. ‘‘อฑฺฒุลฺลิขิเตหี’’ติปิ ปฐนฺติ. อุลฺลิขนนฺติ จ ผณกาทีหิ เกสสณฺฐาปนํ, ‘‘อฑฺฒการวิธาน’’นฺติปิ วทนฺติ. อปโลเกตฺวาติ สิเนหรสวิปฺผารสํสูจเกน อฑฺฒกฺขินา อาพนฺธนฺตี วิย โอโลเกตฺวา. มํ, ภนฺเตติ ปุพฺเพปิ ‘‘ม’’นฺติ วตฺวา อุกฺกณฺฐากุลจิตฺตตาย ปุน ‘‘มํ เอตทโวจา’’ติ อาห. ตุวฏนฺติ สีฆํ. ตมนุสฺสรมาโนติ ตํ ตสฺสา วจนํ, ตํ วา ตสฺสา อาการสหิตํ วจนํ อนุสฺสรนฺโต.
ภควา ตสฺส วจนํ สุตฺวา ‘‘อุปาเยนสฺส ราคํ วูปสเมสฺสามี’’ติ อิทฺธิพเลน นํ ตาวตึสภวนํ เนนฺโต อนฺตรามคฺเค เอกสฺมึ ฌามเขตฺเต ฌามขาณุมตฺถเก นิสินฺนํ ฉินฺนกณฺณนาสานงฺคุฏฺฐํ เอกํ ปลุฏฺฐมกฺกฏึ ทสฺเสตฺวา ตาวตึสภวนํ เนสิ. ปาฬิยํ ปน เอกกฺขเณเนว สตฺถารา ตาวตึสภวนํ คตํ วิย วุตฺตํ, ตํ คมนํ อวตฺวา ตาวตึสภวนํ สนฺธาย วุตฺตํ. คจฺฉนฺโตเยว หิ ภควา อายสฺมโต นนฺทสฺส อนฺตรามคฺเค ตํ ปลุฏฺฐมกฺกฏึ ทสฺเสติ. ยทิ เอวํ กถํ สมิญฺชนาทินิทสฺสนํ? ตํ อนฺตรธานนิทสฺสนนฺติ คเหตพฺพํ. เอวํ สตฺถา ตํ ตาวตึสภวนํ เนตฺวา สกฺกสฺส เทวรญฺโญ อุปฏฺฐานํ อาคตานิ กกุฏปาทานิ ปญฺจ อจฺฉราสตานิ อตฺตานํ วนฺทิตฺวา ฐิตานิ ทสฺเสตฺวา ชนปทกลฺยาณิยา ตาสํ ปญฺจนฺนํ อจฺฉราสตานํ รูปสมฺปตฺตึ ปฏิจฺจ วิเสสํ ปุจฺฉิ. เตน วุตฺตํ – ‘‘อถ โข ภควา อายสฺมนฺตํ นนฺทํ พาหายํ คเหตฺวา…เป… กกุฏปาทานี’’ติ.
ตตฺถ พาหายํ คเหตฺวาติ พาหุมฺหิ คเหตฺวา วิย. ภควา หิ ตทา ตาทิสํ อิทฺธาภิสงฺขารํ อภิสงฺขาเรสิ, ยถา อายสฺมา นนฺโท ภุเช คเหตฺวา ภควตา นียมาโน วิย อโหสิ. ตตฺถ จ ภควตา สเจ ตสฺส อายสฺมโต ตาวตึสเทวโลกสฺส ทสฺสนํ ปเวสนเมว วา อิจฺฉิตํ สิยา, ยถานิสินฺนสฺเสว ตสฺส ตํ เทวโลกํ ทสฺเสยฺย โลกวิวรณิทฺธิกาเล วิย, ตเมว วา อิทฺธิยา ตตฺถ เปเสยฺย. ยสฺมา ปนสฺส ทิพฺพตฺตภาวโต มนุสฺสตฺตภาวสฺส โย นิหีนชิคุจฺฉนียภาโว, ตสฺส สุขคฺคหณตฺถํ อนฺตรามคฺเค ตํ มกฺกฏึ ทสฺเสตุกาโม, เทวโลกสิริวิภวสมฺปตฺติโย จ โอคาเหตฺวา ทสฺเสตุกาโม อโหสิ, ตสฺมา ตํ คเหตฺวา ตตฺถ เนสิ. เอวญฺหิสฺส ตทตฺถํ พฺรหฺมจริยวาเส วิเสสโต อภิรติ ภวิสฺสตีติ.
กกุฏปาทานีติ รตฺตวณฺณตาย ปาราวตสทิสปาทานิ. ตา กิร สพฺพาปิ กสฺสปสฺส ภควโต สาวกานํ ปาทมกฺขนเตลทาเนน ตาทิสา สุกุมารปาทา อเหสุํ. ปสฺสสิ โนติ ปสฺสสิ นุ. อภิรูปตราติ วิสิฏฺฐรูปตรา. ทสฺสนียตราติ ทิวสมฺปิ ปสฺสนฺตานํ อติตฺติกรณฏฺเฐน ปสฺสิตพฺพตรา. ปาสาทิกตราติ สพฺพาวยวโสภาย สมนฺตโต ปสาทาวหตรา.
กสฺมา ปน ภควา อวสฺสุตจิตฺตํ อายสฺมนฺตํ นนฺทํ อจฺฉราโย โอโลกาเปสิ? สุเขเนวสฺส กิเลเส นีหริตุํ. ยถา หิ กุสโล เวชฺโช อุสฺสนฺนโทสํ ปุคฺคลํ ติกิจฺฉนฺโต สิเนหปานาทินา ปฐมํ โทเส อุกฺกิเลเทตฺวา ปจฺฉา วมนวิเรจเนหิ สมฺมเทว นีหราเปติ, เอวํ วิเนยฺยทมนกุสโล ภควา อุสฺสนฺนราคํ อายสฺมนฺตํ นนฺทํ เทวจฺฉราโย ทสฺเสตฺวา อุกฺกิเลเทสิ อริยมคฺคเภสชฺเชน อนวเสสโต นีหริตุกาโมติ เวทิตพฺพํ.
ปลุฏฺฐมกฺกฏีติ ฌามงฺคปจฺจงฺคมกฺกฏี. เอวเมว โขติ ยถา สา, ภนฺเต, ตุเมฺหหิ มยฺหํ ทสฺสิตา ฉินฺนกณฺณนาสา ปลุฏฺฐมกฺกฏี ชนปทกลฺยาณึ อุปาทาย, เอวเมว ชนปทกลฺยาณี อิมานิ ปญฺจ อจฺฉราสตานิ อุปาทายาติ อตฺโถ. ปญฺจนฺนํ อจฺฉราสตานนฺติ อุปโยเค สามิวจนํ, ปญฺจ อจฺฉราสตานีติ อตฺโถ. อวยวสมฺพนฺเธ วา เอตํ สามิวจนํ, เตน ปญฺจนฺนํ อจฺฉราสตานํ รูปสมฺปตฺตึ อุปนิธายาติ อธิปฺปาโย. อุปนิธายาติ จ สมีเป ฐเปตฺวา, อุปาทายาติ อตฺโถ. สงฺขฺยนฺติ อิตฺถีติ คณนํ. กลภาคนฺติ กลายปิ ภาคํ, เอกํ โสฬสโกฏฺฐาเส กตฺวา ตโต เอกโกฏฺฐาสํ คเหตฺวา โสฬสธา คณิเต ตตฺถ โย เอเกโก โกฏฺฐาโส, โส กลภาโคติ อธิปฺเปโต, ตมฺปิ กลภาคํ น อุเปตีติ วทติ. อุปนิธินฺติ ‘‘อิมาย อยํ สทิสี’’ติ อุปมาภาเวน คเหตฺวา สมีเป ฐปนมฺปิ.
ยตฺถายํ อนภิรโต, ตํ พฺรหฺมจริยํ ปุพฺเพ วุตฺตํ ปากฏญฺจาติ ตํ อนามสิตฺวา ตตฺถ อภิรติยํ อาทรชนนตฺถํ อภิรม, นนฺท, อภิรม, นนฺทา’’ติ อาเมฑิตวเสน วุตฺตํ. อหํ เต ปาฏิโภโคติ กสฺมา ภควา ตสฺส พฺรหฺมจริยวาสํ อิจฺฉนฺโต อพฺรหฺมจริยวาสสฺส ปาฏิโภคํ อุปคญฺฉิ? ยตฺถสฺส อารมฺมเณ ราโค ทฬฺหํ นิปติ, ตํ อาคนฺตุการมฺมเณ สงฺกาเมตฺวา สุเขน สกฺกา ชหาเปตุนฺติ ปาฏิโภคํ อุปคญฺฉิ. อนุปุพฺพิกถายํ สคฺคกถา อิมสฺส อตฺถสฺส นิทสฺสนํ.
อสฺโสสุนฺติ กถมสฺโสสุํ? ภควา หิ ตทา อายสฺมนฺเต นนฺเท วตฺตํ ทสฺเสตฺวา อตฺตโน ทิวาฏฺฐานํ คเต อุปฏฺฐานํ อาคตานํ ภิกฺขูนํ ตํ ปวตฺตึ กเถตฺวา ยถา นาม กุสโล ปุริโส อนิกฺขนฺตํ อาณึ อญฺญาย อาณิยา นีหริตฺวา ปุน ตํ หตฺถาทีหิ สญฺจาเลตฺวา อปเนติ, เอวเมว อาจิณฺณวิสเย ตสฺส ราคํ อาคนฺตุกวิสเยน นีหริตฺวา ปุน ตทปิ พฺรหฺมจริยมคฺคเหตุํ กตฺวา อปเนตุกาโม ‘‘เอถ ตุเมฺห, ภิกฺขเว, นนฺทํ ภิกฺขุํ ภตกวาเทน จ อุปกฺกิตกวาเทน จ สมุทาจรถา’’ติ อาณาเปสิ, เอวํ ภิกฺขู อสฺโสสุํ. เกจิ ปน ‘‘ภควา ตถารูปํ อิทฺธาภิสงฺขารํ อภิสงฺขาเรสิ, ยถา เต ภิกฺขู ตมตฺถํ ชานึสู’’ติ วทนฺติ.
ภตกวาเทนาติ ภตโกติ วาเทน. โย หิ ภติยา กมฺมํ กโรติ, โส ภตโกติ วุจฺจติ, อยมฺปิ อายสฺมา อจฺฉราสมฺโภคนิมิตฺตํ พฺรหฺมจริยํ จรนฺโต ภตโก วิย โหตีติ วุตฺตํ ‘‘ภตกวาเทนา’’ติ. อุปกฺกิตกวาเทนาติ โย กหาปณาทีหิ กิญฺจิ กิณาติ, โส อุปกฺกิตโกติ วุจฺจติ, อยมฺปิ อายสฺมา อจฺฉรานํ เหตุ อตฺตโน พฺรหฺมจริยํ กิณาติ, ตสฺมา ‘‘อุปกฺกิตโก’’ติ เอวํ วจเนน. อถ วา ภควโต อาณาย อจฺฉราสมฺโภคสงฺขาตาย ภติยา พฺรหฺมจริยวาสสงฺขาตํ ชีวิตํ ปวตฺเตนฺโต ตาย ภติยา ยาปเน ภควตา ภริยมาโน วิย โหตีติ ‘‘ภตโก’’ติ วุตฺโต, ตถา อจฺฉราสมฺโภคสงฺขาตํ วิกฺกยํ อาทาตพฺพํ กตฺวา ภควโต อาณตฺติยํ ติฏฺฐนฺโต เตน วิกฺกเยน ภควตา อุปกฺกิโต วิย โหตีติ วุตฺตํ ‘‘อุปกฺกิตโก’’ติ.
อฏฺฏียมาโนติ ปีฬิยมาโน ทุกฺขาปิยมาโน. หรายมาโนติ ลชฺชมาโน. ชิคุจฺฉมาโนติ ปาฏิกุลฺยโต ทหนฺโต. เอโกติ อสหาโย. วูปกฏฺโฐติ วตฺถุกาเมหิ กิเลสกาเมหิ จ กาเยน เจว จิตฺเตน จ วูปกฏฺโฐ. อปฺปมตฺโตติ กมฺมฏฺฐาเน สตึ อวิชหนฺโต. อาตาปีติ กายิกเจตสิกวีริยาตาเปน อาตาปวา, อาตาเปติ กิเลเสติ อาตาโป, วีริยํ. ปหิตตฺโตติ กาเย จ ชีวิเต จ อนเปกฺขตาย เปสิตตฺโต วิสฺสฏฺฐอตฺตภาโว, นิพฺพาเน วา เปสิตจิตฺโต. น จิรสฺเสวาติ กมฺมฏฺฐานารมฺภโต น จิเรเนว. ยสฺสตฺถายาติ ยสฺส อตฺถาย. กุลปุตฺตาติ ทุวิธา กุลปุตฺตา ชาติกุลปุตฺตา จ อาจารกุลปุตฺตา จ, อยํ ปน อุภยถาปิ กุลปุตฺโต. สมฺมเทวาติ เหตุนา จ การเณน จ. อคารสฺมาติ ฆรโต. อนคาริยนฺติ ปพฺพชฺชํ. กสิวณิชฺชาทิกมฺมญฺหิ อคารสฺส หิตนฺติ อคาริยํ นาม, ตํ เอตฺถ นตฺถีติ ปพฺพชฺชา อนคาริยาติ วุจฺจติ. ปพฺพชนฺตีติ อุปคจฺฉนฺติ. ตทนุตฺตรนฺติ ตํ อนุตฺตรํ. พฺรหฺมจริยปริโยสานนฺติ มคฺคพฺรหฺมจริยสฺส ปริโยสานภูตํ อรหตฺตผลํ. ตสฺส หิ อตฺถาย กุลปุตฺตา อิธ ปพฺพชนฺติ. ทิฏฺเฐว ธมฺเมติ ตสฺมึเยว อตฺตภาเว. สยํ อภิญฺญา สจฺฉิกตฺวาติ อตฺตนาเยว ปญฺญาย ปจฺจกฺขํ กตฺวา, อปรปฺปจฺจเยน ญตฺวาติ อตฺโถ. อุปสมฺปชฺช วิหาสีติ ปาปุณิตฺวา สมฺปาเทตฺวา วา วิหาสิ. เอวํ วิหรนฺโตว ขีณา ชาติ…เป… อพฺภญฺญาสีติ. อิมินา อสฺส ปจฺจเวกฺขณภูมิ ทสฺสิตา.
ตตฺถ ขีณา ชาตีติ น ตาวสฺส อตีตา ชาติ ขีณา ปุพฺเพว ขีณตฺตา, น อนาคตา อนาคตตฺตา เอว, น ปจฺจุปฺปนฺนา วิชฺชมานตฺตา. มคฺคสฺส ปน อภาวิตตฺตา ยา เอกจตุปญฺจโวการภเวสุ เอกจตุปญฺจกฺขนฺธปฺปเภทา ชาติ อุปฺปชฺเชยฺย, สา มคฺคสฺส ภาวิตตฺตา อนุปฺปาทธมฺมตํ อาปชฺชเนน ขีณา. ตํ โส มคฺคภาวนาย ปหีนกิเลเส ปจฺจเวกฺขิตฺวา กิเลสาภาเวน วิชฺชมานมฺปิ กมฺมํ อายตึ อปฺปฏิสนฺธิกํ โหตีติ ชานเนน อพฺภญฺญาสิ. วุสิตนฺติ วุตฺถํ ปริวุตฺถํ กตํ จริตํ, นิฏฺฐาปิตนฺติ อตฺโถ. พฺรหฺมจริยนฺติ มคฺคพฺรหฺมจริยํ. ปุถุชฺชนกลฺยาณเกน หิ สทฺธึ สตฺต เสกฺขา พฺรหฺมจริยวาสํ วสนฺติ นาม, ขีณาสโว วุตฺถวาโส, ตสฺมา โส อตฺตโน พฺรหฺมจริยวาสํ ปจฺจเวกฺขนฺโต ‘‘วุสิตํ พฺรหฺมจริย’’นฺติ อพฺภญฺญาสิ. กตํ กรณียนฺติ จตูสุ สจฺเจสุ จตูหิ มคฺเคหิ ปริญฺญาปหานสจฺฉิกิริยาภาวนาวเสน โสฬสวิธมฺปิ กิจฺจํ นิฏฺฐาปิตํ. ปุถุชฺชนกลฺยาณกาทโย หิ ตํ กิจฺจํ กโรนฺติ นาม, ขีณาสโว กตกรณีโย, ตสฺมา โส อตฺตโน กรณียํ ปจฺจเวกฺขนฺโต ‘‘กตํ กรณีย’’นฺติ อพฺภญฺญาสิ. นาปรํ อิตฺถตฺตายาติ ‘‘อิทานิ ปุน อิตฺถภาวาย เอวํ โสฬสกิจฺจภาวาย กิเลสกฺขยาย วา มคฺคภาวนาย กิจฺจํ เม นตฺถี’’ติ อพฺภญฺญาสิ. นาปรํ อิตฺถตฺตายาติ วา ‘‘อิตฺถภาวโต อิมสฺมา เอวํปการา วตฺตมานกฺขนฺธสนฺตานา อปรํ ขนฺธสนฺตานํ มยฺหํ นตฺถิ, อิเม ปน ปญฺจกฺขนฺธา ปริญฺญาตา ติฏฺฐนฺติ ฉินฺนมูลกา วิย รุกฺขา, เต จริมกจิตฺตนิโรเธน อนุปาทาโน วิย ชาตเวโท นิพฺพายิสฺสนฺติ, อปณฺณตฺติกภาวํ คมิสฺสนฺตี’’ติ อพฺภญฺญาสิ. อญฺญตโรติ เอโก. อรหตนฺติ ภควโต สาวกานํ อรหนฺตานํ อพฺภนฺตโร เอโก มหาสาวโก อโหสีติ อตฺโถ.
อญฺญตรา เทวตาติ อธิคตมคฺคา เอกา พฺรหฺมเทวตา. สา หิ สยํ อเสกฺขตฺตา อเสกฺขวิสยํ อพฺภญฺญาสิ. เสกฺขา หิ ตํ ตํ เสกฺขวิสยํ, ปุถุชฺชนา จ อตฺตโน ปุถุชฺชนวิสยเมว ชานนฺติ. อภิกฺกนฺตาย รตฺติยาติ ปริกฺขีณาย รตฺติยา, มชฺฌิมยาเมติ อตฺโถ. อภิกฺกนฺตวณฺณาติ อติอุตฺตมวณฺณา. เกวลกปฺปนฺติ อนวเสเสน สมนฺตโต. โอภาเสตฺวาติ อตฺตโน ปภาย จนฺโท วิย สูริโย วิย จ เชตวนํ เอโกภาสํ กตฺวา. เตนุปสงฺกมีติ อายสฺมโต นนฺทสฺส อรหตฺตปฺปตฺตึ วิทิตฺวา ปีติโสมนสฺสชาตา ‘‘ตํ ภควโต ปฏิเวเทสฺสามี’’ติ อุปสงฺกมิ.
อาสวานํ ขยาติ เอตฺถ อาสวนฺตีติ อาสวา, จกฺขุทฺวาราทีหิ ปวตฺตนฺตีติ อตฺโถ. อถ วา อาโคตฺรภุํ อาภวคฺคํ วา สวนฺตีติ อาสวา, เอเต ธมฺเม เอตญฺจ โอกาสํ อนฺโต กริตฺวา ปวตฺตนฺตีติ อตฺโถ. จิรปาริวาสิยฏฺเฐน มทิราทิอาสวา วิยาติ อาสวา. ‘‘ปุริมา, ภิกฺขเว, โกฏิ น ปญฺญายติ อวิชฺชายา’’ติอาทิวจเนหิ (อ. นิ. ๑๐.๖๑) เนสํ จิรปาริวาสิยตา เวทิตพฺพา. อถ วา อายตํ สํสารทุกฺขํ สวนฺติ ปสวนฺตีติปิ, อาสวา. ปุริโม เจตฺถ อตฺโถ กิเลเสสุ ยุชฺชติ, ปจฺฉิโม กมฺเมปิ. น เกวลญฺจ กมฺมกิเลสา เอว อาสวา, อถ โข นานปฺปการา อุปทฺทวาปิ. ตถา หิ ‘‘นาหํ, จุนฺท, ทิฏฺฐธมฺมิกานํเยว อาสวานํ สํวราย ธมฺมํ เทเสมี’’ติ เอตฺถ (ที. นิ. ๓.๑๘๒) วิวาทมูลภูตา กิเลสา อาสวาติ อาคตา.
‘‘เยน เทวูปปตฺยสฺส, คนฺธพฺโพ วา วิหงฺคโม;
ยกฺขตฺตํ เยน คจฺเฉยฺย, มนุสฺสตฺตญฺจ อพฺพเช;
เต มยฺหํ อาสวา ขีณา, วิทฺธสฺตา วินลีกตา’’ติ. (อ. นิ. ๔.๓๖) –
เอตฺถ เตภูมิกํ กมฺมํ อวเสสา จ อกุสลา ธมฺมา อาสวาติ อาคตา. ‘‘ทิฏฺฐธมฺมิกานํ อาสวานํ สํวราย, สมฺปรายิกานํ อาสวานํ ปฏิฆาตายา’’ติ (ปารา. ๓๙) ปรูปฆาตวิปฺปฏิสารวธพนฺธาทโย เจว อปายทุกฺขภูตา จ นานปฺปการา อุปทฺทวา.
เต ปเนเต อาสวา วินเย – ‘‘ทิฏฺฐธมฺมิกานํ อาสวานํ สํวราย สมฺปรายิกานํ อาสวานํ ปฏิฆาตายา’’ติ (ปารา. ๓๙) ทฺวิธา อาคตา. สฬายตเน ‘‘ตโยเม, อาวุโส, อาสวา – กามาสโว, ภวาสโว, อวิชฺชาสโว’’ติ (ที. นิ. ๓.๓๐๕) ติธา อาคตา, ตถา อญฺเญสุ จ สุตฺตนฺเตสุ. อภิธมฺเม เตเยว ทิฏฺฐาสเวน สทฺธึ จตุธา อาคตา. นิพฺเพธิกปริยาเย ‘‘อตฺถิ, ภิกฺขเว, อาสวา นิรยคามินิยา’’ติอาทินา (อ. นิ. ๖.๖๓) ปญฺจธา อาคตา. ฉกฺกนิปาเต ‘‘อตฺถิ, ภิกฺขเว, อาสวา สํวราย ปหาตพฺพา’’ติอาทินา (อ. นิ. ๖.๕๘) นเยน ฉธา อาคตา. สพฺพาสวปริยาเย (ม. นิ. ๑.๒๒) เตเยว ทสฺสนปหาตพฺเพหิ สทฺธึ สตฺตธา อาคตา. อิธ ปน อภิธมฺมนเยน จตฺตาโร อาสวา เวทิตพฺพา.
ขยาติ เอตฺถ ปน ‘‘โย อาสวานํ ขโย เภโท ปริเภโท’’ติอาทีสุ อาสวานํ สรสเภโท อาสวกฺขโยติ วุตฺโต. ‘‘ชานโต อหํ, ภิกฺขเว, ปสฺสโต อาสวานํ ขยํ วทามี’’ติอาทีสุ (ม. นิ. ๑.๑๕) อาสวานํ อายตึ อนุปฺปาโท อาสวกฺขโยติ วุตฺโต.
‘‘เสกฺขสฺส สิกฺขมานสฺส, อุชุมคฺคานุสาริโน;
ขยสฺมึ ปฐมํ ญาณํ, ตโต อญฺญา อนนฺตรา’’ติ. (อิติวุ. ๖๒) –
อาทีสุ มคฺโค อาสวกฺขโยติ วุตฺโต. ‘‘อาสวานํ ขยา สมโณ โหตี’’ติอาทีสุ (ม. นิ. ๑.๔๓๘) ผลํ.
‘‘ปรวชฺชานุปสฺสิสฺส, นิจฺจํ อุชฺฌานสญฺญิโน;
อาสวา ตสฺส วฑฺฒนฺติ, อารา โส อาสวกฺขยา’’ติ. –
อาทีสุ (ธ. ป. ๒๕๓) นิพฺพานํ. อิธ ปน อาสวานํ อจฺจนฺตขโย อนุปฺปาโท วา มคฺโค วา ‘‘อาสวานํ ขโย’’ติ วุตฺโต.
อนาสวนฺติ ปฏิปสฺสทฺธิวเสน สพฺพโส ปหีนาสวํ. เจโตวิมุตฺตินฺติ อรหตฺตผลสมาธึ. ปญฺญาวิมุตฺตินฺติ อรหตฺตผลปญฺญํ. อุภยวจนํ มคฺเค วิย ผเลปิ สมถวิปสฺสนานํ ยุคนนฺธภาวทสฺสนตฺถํ. ญาณนฺติ สพฺพญฺญุตญฺญาณํ. เทวตาย วจนสมนนฺตรเมว ‘‘กถํ นุ โข’’ติ อาวชฺเชนฺตสฺส ภควโต ญาณํ อุปฺปชฺชิ ‘‘นนฺเทน อรหตฺตํ สจฺฉิกต’’นฺติ. โส หิ อายสฺมา สหายภิกฺขูหิ ตถา อุปฺปณฺฑิยมาโน ‘‘ภาริยํ วต มยา กตํ, โยหํ เอวํ สฺวากฺขาเต ธมฺมวินเย ปพฺพชิตฺวา อจฺฉรานํ ปฏิลาภาย สตฺถารํ ปาฏิโภคํ อกาสิ’’นฺติ อุปฺปนฺนสํเวโค หิโรตฺตปฺปํ ปจฺจุปฏฺฐเปตฺวา ฆเฏนฺโต วายมนฺโต อรหตฺตํ ปตฺวา จินฺเตสิ – ‘‘ยํนูนาหํ ภควนฺตํ เอตสฺมา ปฏิสฺสวา โมเจยฺย’’นฺติ. โส ภควนฺตํ อุปสงฺกมิตฺวา อตฺตโน อธิปฺปายํ สตฺถุ อาโรเจสิ. เตน วุตฺตํ – ‘‘อถ โข อายสฺมา นนฺโท…เป… เอตสฺมา ปฏิสฺสวา’’ติ. ตตฺถ ปฏิสฺสวาติ ปาฏิโภคปฺปฏิสฺสวา, ‘‘อจฺฉรานํ ปฏิลาภาย อหํ ปฏิภูโต’’ติ ปฏิญฺญาย.
อถสฺส ภควา ‘‘ยสฺมา ตยา อญฺญา อาราธิตาติ ญาตเมตํ มยา, เทวตาปิ เม อาโรเจสิ, ตสฺมา นาหํ ปฏิสฺสวา อิทานิ โมเจตพฺโพ อรหตฺตปฺปตฺติยาว โมจิตตฺตา’’ติ อาห. เตน วุตฺตํ ‘‘ยเทว โข เต นนฺทา’’ติอาทิ. ตตฺถ ยเทวาติ ยทา เอว. เตติ ตว. มุตฺโตติ ปมุตฺโต. อิทํ วุตฺตํ โหติ – ยสฺมึเยว กาเล อาสเวหิ ตว จิตฺตํ วิมุตฺตํ, อถ อนนฺตรเมวาหํ ตโต ปาฏิโภคโต มุตฺโตติ.
โสปิ อายสฺมา วิปสฺสนากาเลเยว ‘‘ยเทวาหํ อินฺทฺริยาสํวรํ นิสฺสาย อิมํ วิปฺปการํ ปตฺโต, ตเมว สุฏฺฐุ นิคฺคเหสฺสามี’’ติ อุสฺสาหชาโต พลวหิโรตฺตปฺโป ตตฺถ จ กตาธิการตฺตา อินฺทฺริยสํวเร อุกฺกฏฺฐปฏิปทมฺปิ อคมาสิ. วุตฺตเญฺหตํ –
‘‘สเจ, ภิกฺขเว, นนฺทสฺส ปุรตฺถิมา ทิสา อาโลเกตพฺพา โหติ, สพฺพํ เจตโส สมนฺนาหริตฺวา นนฺโท ปุรตฺถิมํ ทิสํ อาโลเกติ ‘เอวํ เม ปุรตฺถิมํ ทิสํ อาโลกยโต น อภิชฺฌาโทมนสฺสา ปาปกา อกุสลา ธมฺมา อนฺวาสฺสเวยฺยุ’นฺติ, อิติห ตตฺถ สมฺปชาโน โหติ.
‘‘สเจ, ภิกฺขเว, นนฺทสฺส ปจฺฉิมา…เป… อุตฺตรา… ทกฺขิณา… อุทฺธํ… อโธ… อนุทิสา อาโลเกตพฺพา โหติ, สพฺพํ เจตโส สมนฺนาหริตฺวา นนฺโท อนุทิสํ อาโลเกติ ‘เอวํ เม…เป… สมฺปชาโน โหตี’’’ติ (อ. นิ. ๘.๙).
เตเนว ตํ อายสฺมนฺตํ สตฺถา ‘‘เอตทคฺคํ, ภิกฺขเว, มม สาวกานํ ภิกฺขูนํ อินฺทฺริเยสุ คุตฺตทฺวารานํ ยทิทํ นนฺโท’’ติ (อ. นิ. ๑.๒๓๐) เอตทคฺเค ฐเปสิ.
เอตมตฺถํ วิทิตฺวาติ เอตํ อายสฺมโต นนฺทสฺส สพฺพาสเว เขเปตฺวา สุขาทีสุ ตาทิภาวปฺปตฺติสงฺขาตํ อตฺถํ สพฺพาการโต วิทิตฺวา. อิมํ อุทานนฺติ ตทตฺถวิภาวนํ อิมํ อุทานํ อุทาเนสิ.
ตตฺถ ยสฺส นิตฺติณฺโณ ปงฺโกติ เยน อริยปุคฺคเลน อริยมคฺคเสตุนา สพฺโพ ทิฏฺฐิปงฺโก สํสารปงฺโก เอว วา นิพฺพานปารคมเนน ติณฺโณ. มทฺทิโต กามกณฺฑโกติ เยน สตฺตานํ วิชฺฌนโต. ‘‘กามกณฺฑโก’’ติ ลทฺธนาโม สพฺโพ กิเลสกาโม สพฺโพ กามวิสูโก อคฺคญาณทณฺเฑน มทฺทิโต ภคฺโค อนวเสสโต มถิโต. โมหกฺขยํ อนุปฺปตฺโตติ เอวํภูโต จ ทุกฺขาทิวิสยสฺส สพฺพสฺส สมฺโมหสฺส เขปเนน โมหกฺขยํ ปตฺโต, อรหตฺตผลํ นิพฺพานญฺจ อนุปฺปตฺโต. สุขทุกฺเขสุ น เวธตี ส ภิกฺขูติ โส ภินฺนกิเลโส ภิกฺขุ อิฏฺฐารมฺมณสมาโยคโต อุปฺปนฺเนสุ สุเขสุ อนิฏฺฐารมฺมณสมาโยคโต อุปฺปนฺเนสุ ทุกฺเขสุ จ น เวธติ น กมฺปติ, ตํ นิมิตฺตํ จิตฺตวิการํ นาปชฺชติ. ‘‘สุขทุกฺเขสู’’ติ จ เทสนามตฺตํ, สพฺเพสุปิ โลกธมฺเมสุ น เวธตีติ เวทิตพฺพํ.
ทุติยสุตฺตวณฺณนา นิฏฺฐิตา.
๓. ยโสชสุตฺตวณฺณนา
๒๓. ตติเย ยโสชปฺปมุขานีติ เอตฺถ ยโสโชติ ตสฺส เถรสฺส นามํ, ตํ ปุพฺพงฺคมํ กตฺวา ปพฺพชิตตฺตา วิจรณโต จ ตานิ ปญฺจ ภิกฺขุสตานิ ‘‘ยโสชปฺปมุขานี’’ติ วุตฺตานิ.
เตสํ อยํ ปุพฺพโยโค – อตีเต กิร กสฺสปทสพลสฺส สาสเน อญฺญตโร ภิกฺขุ อารญฺญโก อรญฺเญ ปิฏฺฐิปาสาเณ กตปณฺณกุฏิยํ วิหรติ. ตสฺมิญฺจ สมเย ปญฺจสตา โจรา คามฆาตกาทีนิ กตฺวา โจริกาย ชีวนฺตา โจรกมฺมํ กตฺวา ชนปทมนุสฺเสหิ อนุพทฺธา ปลายมานา อรญฺญํ ปวิสิตฺวา ตตฺถ กิญฺจิ คหณํ วา ปฏิสรณํ วา อปสฺสนฺตา อวิทูเร ตํ ภิกฺขุํ ปาสาเณ นิสินฺนํ ทิสฺวา วนฺทิตฺวา ตํ ปวตฺตึ อาจิกฺขิตฺวา ‘‘อมฺหากํ, ภนฺเต, ปฏิสรณํ โหถา’’ติ ยาจึสุ. เถโร ‘‘ตุมฺหากํ สีลสทิสํ ปฏิสรณํ นตฺถิ, สพฺเพ ปญฺจ สีลานิ สมาทิยถา’’ติ อาห. เต ‘‘สาธู’’ติ สมฺปฏิจฺฉิตฺวา สีลานิ สมาทิยึสุ. เถโร ‘‘ตุเมฺห อิทานิ สีเลสุ ปติฏฺฐิตา, อตฺตโน ชีวิตํ วินาสยนฺเตสุปิ มา มนํ ปโทสยิตฺถา’’ติ กกจูปมวิธึ (ม. นิ. ๑.๒๒๒ อาทโย) อาจิกฺขิ. เต ‘‘สาธู’’ติ สมฺปฏิจฺฉึสุ. อถ เต ชานปทา ตํ สมฺปตฺตา อิโต จิโต จ คเวสนฺตา เต โจเร ทิสฺวา สพฺเพว ชีวิตา โวโรเปสุํ. เต เตสุ มโนปโทสมตฺตมฺปิ อกตฺวา อกฺขณฺฑสีลา กาลํ กตฺวา กามาวจรเทเวสุ นิพฺพตฺตึสุ. เตสุ เชฏฺฐโจโร เชฏฺฐเทวปุตฺโต อโหสิ, อิตเร ตสฺเสว ปริวารา.
เต อปราปรํ สํสรนฺตา เอกํ พุทฺธนฺตรํ เทวโลเก เขเปตฺวา อมฺหากํ ภควโต กาเล เทวโลกโต จวิตฺวา เชฏฺฐเทวปุตฺโต สาวตฺถินครทฺวาเร เกวฏฺฏคาเม ปญฺจสตกุลคามเชฏฺฐกสฺส เกวฏฺฏสฺส ปุตฺโต หุตฺวา นิพฺพตฺติ, ยโสโชติสฺส นามํ อกํสุ. อิตเรปิ อวเสสเกวฏฺฏานํ ปุตฺตา หุตฺวา นิพฺพตฺตึสุ. เต ปุพฺพสนฺนิวาเสน สพฺเพปิ สหายกา หุตฺวา สหปํสุกีฬิตํ กีฬนฺตา อนุปุพฺเพน วยปฺปตฺตา อเหสุํ, ยโสโช เตสํ อคฺโค อโหสิ. เต สพฺเพว เอกโต หุตฺวา ชาลานิ คเหตฺวา นทิตฬากาทีสุ มจฺเฉ พนฺธนฺตา วิจรนฺติ.
อเถกทิวสํ อจิรวติยา นทิยา ชาเล ขิตฺเต สุวณฺณวณฺโณ มจฺโฉ อนฺโตชาเล ปาวิสิ. ตํ ทิสฺวา สพฺเพปิ เกวฏฺฏา ‘‘อมฺหากํ ปุตฺตา มจฺเฉ พนฺธนฺตา สุวณฺณวณฺณํ มจฺฉํ พนฺธึสู’’ติ หฏฺฐตุฏฺฐา อเหสุํ. อถ เต ปญฺจสตาปิ สหายกา มจฺฉํ นาวาย ปกฺขิปิตฺวา นาวํ อุกฺขิปิตฺวา รญฺโญ ทสฺเสสุํ. ราชา ตํ ทิสฺวา ‘‘ภควา เอตสฺส สุวณฺณวณฺณการณํ ชานิสฺสตี’’ติ มจฺฉํ คาหาเปตฺวา ภควโต ทสฺเสสิ. สตฺถา ‘‘อยํ กสฺสปสมฺมาสมฺพุทฺธสฺส สาสเน โอสกฺกมาเน ปพฺพชิตฺวา มิจฺฉา ปฏิปชฺชนฺโต สาสนํ โอสกฺกาเปตฺวา นิรเย นิพฺพตฺโต เอกํ พุทฺธนฺตรํ นิรเย ปจฺจิตฺวา ตโต จุโต อจิรวติยํ มจฺโฉ หุตฺวา นิพฺพตฺโต’’ติ วตฺวา ตสฺส มาตุภคินีนญฺจ นิรเย นิพฺพตฺตภาวํ, ตสฺส ภาติกตฺเถรสฺส ปรินิพฺพุตภาวญฺจ เตเนว กถาเปตฺวา อิมิสฺสา อฏฺฐุปฺปตฺติยา กปิลสุตฺตํ เทเสสิ.
สตฺถุ เทสนํ สุตฺวา เต ปญฺจสตา เกวฏฺฏปุตฺตา สํเวคชาตา หุตฺวา ภควโต สนฺติเก ปพฺพชิตฺวา, อุปสมฺปนฺนา หุตฺวา วิเวกวาสํ วสนฺตา ภควนฺตํ ทสฺสนาย อาคมํสุ. เตน วุตฺตํ – ‘‘เตน โข ปน สมเยน ยโสชปฺปมุขานิ ปญฺจมตฺตานิ ภิกฺขุสตานี’’ติอาทิ.
ตตฺถ เตธาติ เต อิธ. เนวาสิเกหีติ นิพทฺธวาสํ วสมาเนหิ. ปฏิสมฺโมทมานาติ เนวาสิกภิกฺขูหิ ‘‘กจฺจาวุโส, ขมนีย’’นฺติอาทินา ปฏิสนฺถารวเสน สมฺโมทนาย กตาย ‘‘อามาวุโส, ขมนีย’’นฺติอาทินา, ปุน สมฺโมทมานา เตหิ สทฺธึ สมปฺปวตฺตโมทา. เสนาสนานิ ปญฺญาปยมานาติ อาจริยุปชฺฌายานํ อตฺตโน จ ปาปุณกานิ เสนาสนานิ ปุจฺฉิตฺวา เตหิ เนวาสิเกหิ เตสํ ‘‘อิทํ ตุมฺหากํ อาจริยานํ, อิทํ ตุมฺหากํ อุปชฺฌายานํ, อิทํ ตุมฺหากํ ปาปุณาตี’’ติ เสนาสนานิ สํวิธาเปตฺวา อตฺตนา จ ตตฺถ คนฺตฺวา, ทฺวารกวาฏานิ วิวริตฺวา, มญฺจปีฐกฏสารกาทีนิ นีหริตฺวา ปปฺโผเฏตฺวา ยถาฐานํ ฐปนาทิวเสน ปญฺญาเปนฺตา จ.
ปตฺตจีวรานิ ปฏิสามยมานาติ, ‘‘ภนฺเต, อิมํ เม ปตฺตํ ฐเปถ, อิทํ จีวรํ, อิทํ ถาลกํ, อิทํ อุทกตุมฺพํ, อิทํ เม กตฺตรยฏฺฐิ’’นฺติ เอวํ สมณปริกฺขารํ สํโคปยมานา. อุจฺจาสทฺทา มหาสทฺทาติ อุทฺธํ คตฏฺเฐน อุจฺโจ สทฺโท เยสนฺเต อุจฺจาสทฺทา อการสฺส อาการํ กตฺวา. สมนฺตโต ปตฺถฏฏฺเฐน มหนฺโต สทฺโท เยสนฺเต มหาสทฺทา. เกวฏฺฏา มญฺเญ มจฺฉวิโลเปติ เกวฏฺฏา วิย มจฺฉวิลุมฺปเน. ยถา นาม เกวฏฺฏา อุทเก วฏฺฏนโต มจฺฉคฺคหณตฺถํ ปวตฺตนโต ‘‘เกวฏฺฏา’’ติ ลทฺธนามา มจฺฉพนฺธา มจฺฉคฺคหณตฺถํ ชเล ชาลํ ปกฺขิปิตฺวา ‘‘ปวิฏฺโฐ น ปวิฏฺโฐ, คหิโต น คหิโต’’ติอาทินา อุจฺจาสทฺทมหาสทฺทา โหนฺติ. ยถา จ เต มจฺฉปจฺฉิอาทีนิ ฐปิตฏฺฐาเน มหาชเน คนฺตฺวา ‘‘มยฺหํ เอกํ มจฺฉํ เทถ, มยฺหํ เอกํ มจฺฉผาลํ เทถ, อมุกสฺส ทินฺโน มหนฺโต, มยฺหํ ขุทฺทโก’’ติอาทีนิ วตฺวา วิลุมฺปมาเน เตสํ ปฏิเสธนาทิวเสน อุจฺจาสทฺทมหาสทฺทา จ โหนฺติ, เอวเมเต ภิกฺขูติ ทสฺเสติ. เตเตติ เต เอเต. กึนูติ กิสฺส นุ, กิมตฺถํ นูติ อตฺโถ. เตเมติ เต อิเม. ปณาเมมีติ นีหรามิ. โวติ ตุเมฺห. น โว มม สนฺติเก วตฺถพฺพนฺติ ตุเมฺหหิ มยฺหํ สนฺติเก น วสิตพฺพํ. เย ตุเมฺห มาทิสสฺส พุทฺธสฺส วสนฏฺฐานํ อาคนฺตฺวา เอวํ มหาสทฺทํ กโรถ, อตฺตโน ธมฺมตาย วสนฺตา กึ นาม สารุปฺปํ กริสฺสถ, ตุมฺหาทิสานํ มม สนฺติเก วสนกิจฺจํ นตฺถีติ ทีเปติ. เอวํ ปณามิเตสุ จ ภควตา เตสุ เอกภิกฺขุปิ ‘‘ภควา ตุเมฺห มหาสทฺทมตฺตเกน อเมฺห ปณาเมถา’’ติ วา อญฺญํ วา กิญฺจิ ปฏิวจนํ อวตฺวา พุทฺธคารเวน สพฺเพ ภควโต วจนํ สมฺปฏิจฺฉนฺตา ‘‘เอวํ, ภนฺเต’’ติ วตฺวา นิกฺขมึสุ. เอวํ ปน เตสํ อโหสิ ‘‘มยํ สตฺถารํ ปสฺสิสฺสาม, ธมฺมํ โสสฺสาม, สตฺถุ สนฺติเก วสิสฺสามาติ อาคตา, เอวรูปสฺส ปน ครุโน สตฺถุ สนฺติกํ อาคนฺตฺวา มหาสทฺทํ กริมฺหา, อมฺหากเมว โทโสยํ, ปณามิตมฺหา ตโต, น ลทฺธํ สตฺถุ สนฺติเก วตฺถุํ, สมนฺตปาสาทิกํ สุวณฺณวณฺณํ สรีรํ โอโลเกตุํ, มธุรสฺสเรน เทสิตํ ธมฺมํ โสตุ’’นฺติ. เต พลวโทมนสฺสชาตา หุตฺวา ปกฺกมึสุ.
สํสาเมตฺวาติ สุคุตฺตํ กตฺวา. วชฺชีติ เอวํนามโก ชนปโท, วชฺชี นาม ชานปทิโน ราชกุมารา, เตสํ นิวาโส เอโกปิ ชนปโท รุฬฺหีวเสน ‘‘วชฺชี’’เตฺวว วุจฺจติ. เตน วุตฺตํ ‘‘วชฺชีสู’’ติ. วคฺคุมุทาติ เอวํนาม โลกสฺส ปุญฺญสมฺมตา เอกา นที. ‘‘วคฺคมุทา’’ติปิ ปาโฐ. อตฺถกาเมนาติ กิญฺจิ ปโยชนํ อนเปกฺขิตฺวา อตฺถเมว อิจฺฉนฺเตน. หิเตสินาติ อตฺถํ อิจฺฉนฺเตน, ‘‘กินฺติ เม สาวกา วฏฺฏทุกฺขา ปริมุจฺเจยฺยุ’’นฺติ ตสฺส อตฺถสงฺขาตสฺส อตฺถสฺส วา เหตุภูตสฺส หิตสฺส เอสนสีเลน. ตโต เอว อตฺตโน สรีรเขทํ อคเณตฺวา ทูเรปิ เวเนยฺยสนฺติกํ คนฺตฺวา อนุกมฺปนโต อนุกมฺปเกน. ตเมว อนุกมฺปํ อุปาทาย มยํ ปณามิตา, น อตฺตโน เวยฺยาวจฺจาทิปจฺจาสีสาย. ยสฺมา ธมฺมครุโน พุทฺธา ภควนฺโต สมฺมาปฏิปตฺติยาว ปูเชตพฺพา, เย อุจฺจาสทฺทกรณมตฺเตปิ ปณาเมนฺติ, ตสฺมา หนฺท มยํ, อาวุโส, ตถา วิหารํ กปฺเปม สพฺพตฺถ สติสมฺปชญฺญโยเคน อปณฺณกปฺปฏิปทํ ปูเรนฺตา ยถาคหิตกมฺมฏฺฐานํ มตฺถกํ ปาเปนฺตา จตุอิริยาปถวิหารํ กปฺเปม วิหราม. ยถา โน วิหรตนฺติ ยถา อเมฺหสุ วิหรนฺเตสุ, ภควา อตฺตมโน อสฺส, สมฺมาปฏิปตฺติยา ปูชาย อาราธิโต ภเวยฺยาติ อตฺโถ.
เตเนวนฺตรวสฺเสนาติ ตสฺมึเยว อนฺตรวสฺเส มหาปวารณํ อนติกฺกมิตฺวาว. สพฺเพว ติสฺโส วิชฺชา สจฺฉากํสูติ สพฺเพเยว เต ปญฺจสตา ภิกฺขู ปุพฺเพนิวาสานุสฺสติญาณํ ทิพฺพจกฺขุญาณํ อาสวกฺขยญาณนฺติ อิมา ติสฺโส ปุพฺเพนิวุตฺถกฺขนฺธปฺปฏิจฺฉาทกโมหกฺขนฺธาทีนํ วินิวิชฺฌนฏฺเฐน วิชฺชา อตฺตปจฺจกฺขา อกํสุ. โลกิยาภิญฺญาสุ อิมาเยว เทฺว อภิญฺญา อาสวกฺขยญาณสฺส พหูปการา, น ตถา ทิพฺพโสตเจโตปริยอิทฺธิวิธญาณานีติ ทสฺสนตฺถํ วิชฺชตฺตยเมเวตฺถ เตสํ ภิกฺขูนํ อธิคมทสฺสนวเสน อุทฺธฏํ. ตถา หิ เวรญฺชสุตฺเต (อ. นิ. ๘.๑๑) ภควา เวรญฺชพฺราหฺมณสฺส อตฺตโน อธิคมํ ทสฺเสนฺโต วิชฺชตฺตยเมว เทเสสิ, น ทิพฺพโสตญาณาทีนํ อภาวโต. เอวํ เตสมฺปิ ภิกฺขูนํ วิชฺชมานานิปิ ทิพฺพโสตญาณาทีนิ น อุทฺธฏานิ. ฉฬภิญฺญา หิ เต ภิกฺขู. เอวญฺจ กตฺวา ‘‘วคฺคุมุทาย นทิยา ตีเร อนฺตรหิตา มหาวเน กูฏาคารสาลายํ ภควโต สมฺมุเข ปาตุรเหสุ’’นฺติ เตสํ ภิกฺขูนํ อิทฺธิวฬญฺชนํ วกฺขติ.
ยถาภิรนฺตนฺติ ยถาภิรตึ ยถาชฺฌาสยํ. พุทฺธานญฺหิ เอกสฺมึ ฐาเน วสนฺตานํ ฉายูทกวิปตฺตึ วา อผาสุกเสนาสนํ วา มนุสฺสานํ อสฺสทฺธาทิภาวํ วา อาคมฺม อนภิรติ นาม นตฺถิ, เตสํ สมฺปตฺติยา ‘‘ผาสุํ วิหรามา’’ติ จิรวิหาโรปิ นตฺถิ. ยตฺถ ปน ภควติ วิหรนฺเต มนุสฺสา สรเณสุ วา ปติฏฺฐหนฺติ, สีลานิ วา สมาทิยนฺติ ปพฺพชนฺติ, โสตาปตฺติมคฺคาทีนิ วา ปาปุณนฺติ, สตฺถา ตาสุ สมฺปตฺตีสุ เตสํ ปติฏฺฐาปนตฺถํ วสติ, ตทภาเว ปกฺกมติ. ตทา หิ สาวตฺถิยํ กตฺตพฺพพุทฺธกิจฺจํ นาโหสิ. เตน วุตฺตํ – ‘‘อถ โข ภควา สาวตฺถิยํ ยถาภิรนฺตํ วิหริตฺวา เยน เวสาลี เตน จาริกํ ปกฺกามี’’ติ.
จาริกํ จรมาโนติ อทฺธานคมนํ คจฺฉนฺโต. จาริกา จ นาเมสา ภควโต ทุวิธา ตุริตจาริกา อตุริตจาริกาติ. ตตฺถ ทูเรปิ โพธเนยฺยปุคฺคลํ ทิสฺวา ตสฺส โพธนตฺถํ สหสา คมนํ ตุริตจาริกา นาม, สา มหากสฺสปปจฺจุคฺคมนาทีสุ ทฏฺฐพฺพา. ยา ปน คามนิคมราชธานีปฏิปาฏิยา เทวสิกํ โยชนทฺธโยชนวเสน ปิณฺฑปาตจริยาทีหิ โลกํ อนุคฺคณฺหนฺโต คจฺฉติ, อยํ อตุริตจาริกา นาม, อยเมว อิธาธิปฺเปตา. ตทวสรีติ เตน อวสริ, ตํ วา อวสริ, ตตฺถ อวสริ, ปาวิสีติ อตฺโถ.
ตตฺราติ ตสฺสํ. สุทนฺติ นิปาตมตฺตํ. เวสาลิยนฺติ ติกฺขตฺตุํ วิสาลีภูตตฺตา ‘‘เวสาลี’’ติ ลทฺธนาเม ลิจฺฉวิราชูนํ นคเร. มหาวเนติ มหาวนํ นาม สยํชาตํ อโรปิมํ สปริจฺเฉทํ มหนฺตํ วนํ. กปิลวตฺถุสามนฺตา ปน มหาวนํ หิมวนฺเตน สห เอกาพทฺธํ อปริจฺเฉทํ หุตฺวา มหาสมุทฺทํ อาหจฺจ ฐิตํ. อิทํ ตาทิสํ น โหติ, สปริจฺเฉทํ มหนฺตํ วนนฺติ มหาวนํ. กูฏาคารสาลายนฺติ ตสฺมึ มหาวเน ภควนฺตํ อุทฺทิสฺส กเต อาราเม กูฏาคารํ อนฺโต กตฺวา หํสวฏฺฏกจฺฉนฺเนน กตา สพฺพาการสมฺปนฺนา พุทฺธสฺส ภควโต คนฺธกุฏิ กูฏาคารสาลา นาม, ตสฺสํ กูฏาคารสาลายํ. วคฺคุมุทาตีริยานนฺติ วคฺคุมุทาตีรวาสีนํ. เจตสา เจโต ปริจฺจ มนสิ กริตฺวาติ อตฺตโน จิตฺเตน เตสํ จิตฺตํ ปริจฺฉิชฺช มนสิ กริตฺวา, เจโตปริยญาเณน วา สพฺพญฺญุตญฺญาเณน วา เตหิ อธิคตวิเสสํ ชานิตฺวาติ อตฺโถ.
อาโลกชาตา วิยาติ สญฺชาตาโลกา วิย. อิตรํ ตสฺเสว เววจนํ, จนฺทสหสฺสสูริยสหสฺเสหิ โอภาสิตา วิยาติ อตฺโถ. ยสฺมา เต ยโสชปฺปมุขา ปญฺจสตา ภิกฺขู สพฺพโส อวิชฺชนฺธการวิธมเนน อาโลกภูตา โอภาสภูตา หุตฺวา วิหรนฺติ, ตสฺมา ภควา เตหิ ฐิตทิสาย ‘‘อาโลกชาตา วิย เม, อานนฺท, เอสา ทิสา’’ติอาทินา วณฺณภณนาปเทเสน เต ภิกฺขู ปสํสติ. เตน วุตฺตํ – ‘‘ยสฺสํ ทิสายํ วคฺคุมุทาตีริยา ภิกฺขู วิหรนฺตี’’ติ. อปฺปฏิกูลาติ น ปฏิกูลา, มนาปา มโนหราติ อตฺโถ. ยสฺมิญฺหิ ปเทเส สีลาทิคุณสมฺปนฺนา มเหสิโน วิหรนฺติ, ตํ กิญฺจาปิ อุกฺกูลวิกูลวิสมทุคฺคาการํ, อถ โข มนุญฺญํ รมณียเมว. วุตฺตเญฺหตํ –
‘‘คาเม วา ยทิ วารญฺเญ, นินฺเน วา ยทิ วา ถเล;
ยตฺถ อรหนฺโต วิหรนฺติ, ตํ ภูมิรามเณยฺยก’’นฺติ. (ธ. ป. ๙๘);
ปหิเณยฺยาสีติ เปเสยฺยาสิ. สตฺถา อายสฺมนฺตานํ ทสฺสนกาโมติ เตสํ ภิกฺขูนํ สนฺติเก ปเหณาการทสฺสนํ. อิติ ภควา ยทตฺถํ เต ภิกฺขู ปณาเมสิ, ตมตฺถํ มตฺถกปฺปตฺตํ ทิสฺวา อารทฺธจิตฺโต เตสํ ทสฺสนกามตํ เถรสฺส อาโรเจสิ. เอวํ กิรสฺส อโหสิ ‘‘อหํ อิเม อุจฺจาสทฺทมหาสทฺทกรเณ ปณาเมสฺสามิ, อถ เต ภโทฺร อสฺสาชานีโย วิย กสาภิฆาเตน, เตน โจทิตา สํเวคปฺปตฺตา มมาราธนตฺถํ อรญฺญํ ปวิสิตฺวา ฆเฏนฺตา วายมนฺตา ขิปฺปเมว อรหตฺตํ สจฺฉิกริสฺสนฺตี’’ติ. อิทานิ เต อคฺคผลปฺปตฺเต ทิสฺวา ตาย อรหตฺตปฺปตฺติยา อาราธิตจิตฺโต เตสํ ทสฺสนกาโม หุตฺวา เอวํ ธมฺมภณฺฑาคาริกํ อาณาเปสิ.
โส ภิกฺขูติ อานนฺทตฺเถเรน ตถา อาณตฺโต ฉฬภิญฺโญ เอโก ภิกฺขุ. ปมุเขติ สมฺมุเข. อาเนญฺชสมาธินาติ จตุตฺถชฺฌานปาทเกน อคฺคผลสมาธินา, ‘‘อรูปชฺฌานปาทเกนา’’ติปิ วทนฺติ. ‘‘อาเนญฺเชน สมาธินา’’ติปิ ปาโฐ. กสฺมา ปน ภควา เตสํ ภิกฺขูนํ อาคมนํ ชานนฺโต ปฏิสนฺถารํ อกตฺวา สมาปตฺตึเยว สมาปชฺชิ? เตสํ อตฺตนา สมาปนฺนสมาปตฺตึ ชานิตฺวา สมาปชฺชนตฺถํ, เตสํ ปุพฺเพ ปณามิตานํ อิทานิ อตฺตนา สมานสมฺโภคทสฺสนตฺถํ, อานุภาวทีปนตฺถํ, วินา วจีเภเทน อญฺญพฺยากรณทีปนตฺถญฺจ. อปเร ปนาหุ ‘‘ปุพฺเพ ปณามิตานํ อิทานิ อตฺตโน สนฺติกํ อาคตานํ อนุตฺตรสุขุปฺปาทเนน อนญฺญสาธารณปฏิสนฺถารกรณตฺถ’’นฺติ. เตปิ อายสฺมนฺโต ภควโต อชฺฌาสยํ ญตฺวา ตํเยว สมาปตฺตึ สมาปชฺชึสุ. เตน วุตฺตํ – ‘‘กตเมน นุ โข ภควา วิหาเรน เอตรหิ วิหรตี’’ติอาทิ.
เอตฺถ จ รูปาวจรจตุตฺถชฺฌานํ โกสชฺชาทีนํ ปาริปนฺติกธมฺมานํ สุวิทูรภาวโต อิทฺธิยา มูลภูเตหิ อโนณมนาทีหิ โสฬสหิ โวทานธมฺเมหิ สมนฺนาคมนโต อาเนญฺชปฺปตฺตํ สยํ อนิญฺชนฏฺเฐน อาเนญฺชนฺติ วุจฺจติ. วุตฺตเญฺหตํ –
‘‘อโนณตํ จิตฺตํ โกสชฺเช น อิญฺชตีติ อาเนญฺชํ. อนุณฺณตํ จิตฺตํ อุทฺธจฺเจ น อิญฺชตีติ อาเนญฺชํ. อนภิรตํ จิตฺตํ ราเค น อิญฺชตีติ อาเนญฺชํ. อนปนตํ จิตฺตํ พฺยาปาเท น อิญฺชตีติ อาเนญฺชํ. อนิสฺสิตํ จิตฺตํ ทิฏฺฐิยา น อิญฺชตีติ อาเนญฺชํ. อปฺปฏิพทฺธํ จิตฺตํ ฉนฺทราเค น อิญฺชตีติ อาเนญฺชํ. วิปฺปมุตฺตํ จิตฺตํ กามราเค น อิญฺชตีติ อาเนญฺชํ. วิสํยุตฺตํ จิตฺตํ กิเลเส น อิญฺชตีติ อาเนญฺชํ. วิมริยาทิกตํ จิตฺตํ กิเลสมริยาทาย น อิญฺชตีติ อาเนญฺชํ. เอกตฺตคตํ จิตฺตํ นานตฺตกิเลเส น อิญฺชตีติ อาเนญฺชํ. สทฺธาย ปริคฺคหิตํ จิตฺตํ อสฺสทฺธิเย น อิญฺชตีติ อาเนญฺชํ. วีริเยน ปริคฺคหิตํ จิตฺตํ โกสชฺเช น อิญฺชตีติ อาเนญฺชํ. สติยา ปริคฺคหิตํ จิตฺตํ ปมาเท น อิญฺชตีติ อาเนญฺชํ. สมาธินา ปริคฺคหิตํ จิตฺตํ อุทฺธจฺเจ น อิญฺชตีติ อาเนญฺชํ. ปญฺญาย ปริคฺคหิตํ จิตฺตํ อวิชฺชาย น อิญฺชตีติ อาเนญฺชํ. โอภาสคตํ จิตฺตํ อวิชฺชนฺธกาเร น อิญฺชตีติ อาเนญฺช’’นฺติ.
รูปาวจรจตุตฺถชฺฌานเมว จ รูปวิราคภาวนาวเสน ปวตฺติตํ, อารมฺมณวิภาเคน จตุพฺพิธํ อรูปาวจรชฺฌานนฺติ เอเตสํ ปญฺจนฺนํ ฌานานํ อาเนญฺชโวหาโร. เตสํ ยํ กิญฺจิ ปาทกํ กตฺวา สมาปนฺนา อรหตฺตผลสมาปตฺติ อาเนญฺชสมาธีติ โปราณา.
อภิกฺกนฺตายาติ อตีตาย. นิกฺขนฺเตติ นิคฺคเต, อปคเตติ อตฺโถ. ตุณฺหี อโหสีติ ภควา อริเยน ตุณฺหีภาเวน ตุณฺหี อโหสิ. อุทฺธสฺเต อรุเณติ อุคฺคเต อรุเณ, อรุโณ นาม ปุรตฺถิมทิสาย สูริโยทยโต ปุเรตรเมว อุฏฺฐิโตภาโส. นนฺทิมุขิยาติ รตฺติยา อรุณสฺส อุคฺคตตฺตา เอว อรุณปฺปภาย สูริยาโลกูปชีวิโน สตฺเต นนฺทาปนมุขิยา วิย รตฺติยา ชาตาย, วิภายมานายาติ อตฺโถ.
ตมฺหา สมาธิมฺหา วุฏฺฐหิตฺวาติ ยถาปริจฺเฉทํ ตโต อาเนญฺชสมาธิโต อรหตฺตผลสมาปตฺติโต อุฏฺฐาย. สเจ โข ตฺวํ, อานนฺท, ชาเนยฺยาสีติ ภควา ‘‘อิเม จ ภิกฺขู เอตฺตกํ กาลํ อิมินา นาม สมาปตฺติสุเขน วีตินาเมนฺตี’’ติ, อานนฺท, ยทิ ตฺวํ ชาเนยฺยาสิ. เอตฺตกมฺปิ เต นปฺปฏิภาเสยฺยาติ โลกิยปฏิสมฺโมทนํ สนฺธาย ยทิทํ เต ‘‘อภิกฺกนฺตา, ภนฺเต, รตฺตี’’ติอาทินา ติกฺขตฺตุํ ปฏิภานํ อุปฏฺฐิตํ, ตยิทํ เอตฺตกมฺปิ เต น อุปฏฺฐเหยฺย. ยสฺมา จ โข ตฺวํ, อานนฺท, เสกฺโข อเสกฺขํ สมาปตฺติวิหารํ น ชานาสิ, ตสฺมา มํ อิเมสํ ภิกฺขูนํ โลกิยปฏิสมฺโมทนํ กาเรตุํ อุสฺสุกฺกํ อาปชฺชิ. อหํ ปน อิเมหิ ภิกฺขูหิ สทฺธึ โลกุตฺตรปฏิสมฺโมทเนเนว ติยามรตฺตึ วีตินาเมสินฺติ ทสฺเสนฺโต ภควา อาห – ‘‘อหญฺจ, อานนฺท, อิมานิ จ ปญฺจ ภิกฺขุสตานิ สพฺเพว อาเนญฺชสมาธินา นิสีทิมฺหา’’ติ.
เอตมตฺถํ วิทิตฺวาติ เอตํ เตสํ ภิกฺขูนํ อตฺตนา สมํ อาเนญฺชสมาธิสมาปชฺชนสมตฺถตาสงฺขาตํ วสีภาวตฺถํ สพฺพาการโต วิทิตฺวา. อิมํ อุทานนฺติ อิมํ เตสํ ภิกฺขูนํ อนวเสสราคาทิปฺปหานสํสิทฺธิตาทิสภาวทีปนํ อุทานํ อุทาเนสิ.
ตตฺถ ยสฺส ชิโต กามกณฺฑโกติ กุสลปกฺขวิชฺฌนฏฺเฐน กณฺฑกภูโต กิเลสกาโม เยน อริยปุคฺคเลน อนวเสสํ ชิโต ปหีโน, เอเตนสฺส อนุนยาภาวํ ทสฺเสติ. ‘‘คามกณฺฏโก’’ติปิ ปาโฐ. ตสฺสตฺโถ – คาเม กณฺฏโก กณฺฏกฏฺฐานิโย สกโล วตฺถุกาโม ยสฺส ชิโตติ. ชโย จสฺส ตปฺปฏิพทฺธฉนฺทราคปฺปหาเนเนว เวทิตพฺโพ, เตน เตสํ อนาคามิมคฺโค วุตฺโต โหติ. อกฺโกโส จ ชิโตติ สมฺพนฺโธ. วโธ จ พนฺธนญฺจาติ เอตฺถาปิ เอเสว นโย. เตสุ อกฺโกสชเยน วจีทุจฺจริตาภาโว, อิตเรน กายทุจฺจริตาภาโว ทสฺสิโต. เตน ตํนิมิตฺตกสฺส พฺยาปาทสฺส อนวเสสปฺปหาเนน ตติยมคฺโค วุตฺโต โหติ. อถ วา อกฺโกสาทิชยวจเนน ตติยมคฺโค วุตฺโต โหติ, อกฺโกสาทีนํ อจฺจนฺตขมนํ ตตฺถ ปกาสิตํ โหติ, อุภยถาปิ เนสํ วิโรธาภาวํ ทสฺเสติ. ปพฺพโต วิย โส ฐิโต อเนโชติ เอชา วุจฺจติ จลนกิเลสปริปนฺโถ, เอชาเหตูนํ อวเสสกิเลสานํ อภาเวน อเนโช, อเนชตฺตาเยว สพฺพกิเลเสหิ ปรวาทวาเตหิ จ อกมฺปนียตฺตา ฐิโต เอกคฺฆนปพฺพตสทิโส. สุขทุกฺเขสุ น เวธติ ส ภิกฺขูติ โส ภินฺนกิเลโส ภิกฺขุ สุขทุกฺขนิมิตฺตํ น กมฺปตีติ เหฏฺฐา วุตฺตนเยเนว อตฺโถ เวทิตพฺโพ. อิติ ภควา เตสํ ปญฺจสตานํ ภิกฺขูนํ อรหตฺตาธิคเมน ตาทิภาวปฺปตฺตึ เอกชฺฌํ กตฺวา เอกปุคฺคลาธิฏฺฐานํ อุทานํ อุทาเนสีติ.
ตติยสุตฺตวณฺณนา นิฏฺฐิตา.
๔. สาริปุตฺตสุตฺตวณฺณนา
๒๔. จตุตฺเถ ปริมุขํ สตึ อุปฏฺฐเปตฺวาติ อารมฺมณาภิมุขํ สตึ ฐปยิตฺวา มุขสมีเป กตฺวา. ตถา หิ วิภงฺเค วุตฺตํ –
‘‘อยํ สติ อุปฏฺฐิตา โหติ สุปฏฺฐิตา นาสิกคฺเค วา มุขนิมิตฺเต วา, เตน วุจฺจติ ปริมุขํ สตึ อุปฏฺฐเปตฺวา’’ติ (วิภ. ๕๓๗).
อถ วา ‘‘ปรีติ ปริคฺคหฏฺโฐ, มุขนฺติ นิยฺยานฏฺโฐ, สตีติ อุปฏฺฐานฏฺโฐ, เตน วุจฺจติ ‘ปริมุขํ สติ’’’นฺติ. เอวํ ปฏิสมฺภิทายํ (ปฏิ. ม. ๑.๑๖๔) วุตฺตนเยนเปตฺถ อตฺโถ เวทิตพฺโพ. ตตฺรายํ สงฺเขปตฺโถ – ปริคฺคหิตนิยฺยานสตึ กตฺวาติ. นิยฺยานนฺติ จ สติยา โอคาหิตพฺพํ อารมฺมณํ ทฏฺฐพฺพํ. เอตฺถ จ ปุริโม ปจฺฉิโม จ อตฺโถ สพฺพสงฺคาหกวเสน, อิตโร สมาปตฺติยา ปุพฺพภาคสมนฺนาหารวเสน ทฏฺฐพฺโพ. สตีติ วา สติสีเสน ฌานํ วุตฺตํ ‘‘เย กายคตาสตึ ปริภุญฺชนฺตี’’ติอาทีสุ (อ. นิ. ๑.๖๐๐) วิย. กตมํ ปน ตํ ฌานนฺติ? รูปาวจรจตุตฺถชฺฌานํ ปาทกํ กตฺวา สมาปนฺนํ อรหตฺตผลชฺฌานํ. กถํ ปเนตํ ชานิตพฺพนฺติ? อาเนญฺชสมาธิโยเคน เถรสฺส สวิเสสํ นิจฺจลภาวํ เกนจิ อกมฺปนียตญฺจ ปพฺพโตปมาย ปกาเสนฺโต ภควา อิมํ อุทานํ อภาสีติ คาถาย เอว อยมตฺโถ วิญฺญายติ. น จายํ นิสชฺชา เถรสฺส สจฺจปฺปฏิเวธาย, อถ โข ทิฏฺฐธมฺมสุขวิหาราย. ปุพฺเพเยว หิ สูกรขตเลเณ (ม. นิ. ๒.๒๐๑) อตฺตโน ภาคิเนยฺยสฺส ทีฆนขปริพฺพาชกสฺส ภควติ ธมฺมํ เทเสนฺเต อยํ มหาเถโร สจฺจปฺปฏิเวธกิจฺจํ มตฺถกํ ปาเปสีติ.
เอตมตฺถนฺติ เอตํ เถรสฺส อาเนญฺชสมาธิโยเคน ตาทิภาวปฺปตฺติยา จ เกนจิ อกมฺปนียตาสงฺขาตํ อตฺถํ สพฺพาการโต วิทิตฺวา ตทตฺถวิภาวนํ อิมํ อุทานํ อุทาเนสิ.
ตตฺถ ยถาปิ ปพฺพโต เสโลติ ยถา สิลามโย เอกคฺฆนสิลาปพฺพโต, น ปํสุปพฺพโต น มิสฺสกปพฺพโตติ อตฺโถ. อจโล สุปฺปติฏฺฐิโตติ สุปฺปติฏฺฐิตมูโล ปกติวาเตหิ อจโล อกมฺปนีโย โหติ. เอวํ โมหกฺขยา ภิกฺขุ, ปพฺพโตว น เวธตีติ โมหสฺส อนวเสสปฺปหานา โมหมูลกตฺตา จ สพฺพากุสลานํ ปหีนสพฺพากุสโล ภิกฺขุ, ยถา โส ปพฺพโต ปกติวาเตหิ, เอวํ โลกธมฺเมหิ น เวธติ น กมฺปติ. โมหกฺขโยติ วา ยสฺมา นิพฺพานํ อรหตฺตญฺจ วุจฺจติ, ตสฺมา โมหกฺขยสฺส เหตุ นิพฺพานสฺส อรหตฺตสฺส วา อธิคตตฺตา จตูสุ อริยสจฺเจสุ สุปฺปติฏฺฐิโต อสมาปนฺนกาเลปิ ยถาวุตฺตปพฺพโต วิย น เกนจิ เวธติ, ปเคว สมาปนฺนกาเลติ อธิปฺปาโย.
จตุตฺถสุตฺตวณฺณนา นิฏฺฐิตา.
๕. มหาโมคฺคลฺลานสุตฺตวณฺณนา
๒๕. ปญฺจเม กายคตาย สติยาติ กายานุปสฺสนาวเสน กาเย คตาย กายารมฺมณาย สติยา, อิตฺถมฺภูตลกฺขเณ อิทํ กรณวจนํ. อชฺฌตฺตนฺติ อิธ อชฺฌตฺตํ นาม นิยกชฺฌตฺตํ, ตสฺมา อตฺตนิ อตฺตสนฺตาเนติ อตฺโถ. อถ วา ยสฺมา กมฺมฏฺฐานภูโต เกสาทิโก ทฺวตฺตึสโกฏฺฐาสสมุทาโย อิธ กาโยติ อธิปฺเปโต, ตสฺมา อชฺฌตฺตนฺติ ปทสฺส โคจรชฺฌตฺตนฺติ อตฺโถ เวทิตพฺโพ. สูปฏฺฐิตายาติ นิยกชฺฌตฺตภูเต โคจรชฺฌตฺตภูเต วา กาเย สุฏฺฐุ อุปฏฺฐิตาย. กา ปนายํ สติ, ยา ‘‘อชฺฌตฺตํ สูปฏฺฐิตา’’ติ วุตฺตา? ยฺวายํ ภควตา ‘‘อตฺถิ อิมสฺมึ กาเย เกสา โลมา’’ติอาทินา (ที. นิ. ๒.๓๗๗; ม. นิ. ๑.๑๑๐; ขุ. ปา. ๓.ทฺวตฺตึสาการ) อชฺฌตฺตเกสาทิโก ทฺวตฺตึสากาโร กาโย วุตฺโต, ตตฺถ ยา ปฏิกูลมนสิการํ ปวตฺเตนฺตสฺส อุปจารปฺปนาวเสน กาเย อุปฏฺฐิตา สติ, สา ‘‘กายคตา สตี’’ติ วุจฺจติ. ยถา จายํ, เอวํ อานาปานจตุอิริยาปถสติสมฺปชญฺญานํ วเสน อุทฺธุมาตกวินีลกาทิวเสน จ มนสิการํ ปวตฺเตนฺตสฺส ยถารหํ อุปจารปฺปนาวเสน กาเย อุปฏฺฐิตา สติ ‘‘กายคตา สตี’’ติ วุจฺจติ. อิธ ปน อชฺฌตฺตํ กายคตา สติ ปถวีอาทิกา จตสฺโส ธาตุโย สสมฺภารสงฺเขปาทีสุ จตูสุ เยน เกนจิ เอเกนากาเรน ววตฺถเปตฺวา เตสํ อนิจฺจาทิลกฺขณสลฺลกฺขณวเสน อุปฏฺฐิตา วิปสฺสนาสมฺปยุตฺตา สติ ‘‘กายคตา สตี’’ติ อธิปฺเปตา. เถโร ปน ตถา วิปสฺสิตฺวา อตฺตโน ผลสมาปตฺติเมว สมาปชฺชิตฺวา นิสีทิ. อิธาปิ คาถาย เอวํ อิมสฺส อตฺถสฺส วิญฺญาตพฺพตา ‘‘น จายํ นิสชฺชา’’ติอาทินา วุตฺตนยานุสาเรน โยเชตพฺพา.
เอตมตฺถนฺติ เอตํ เถรสฺส จตุธาตุววตฺถานมุเขน กายานุปสฺสนาสติปฏฺฐาเนน วิปสฺสนํ โอคาเหตฺวา ผลสมาปตฺติสมาปชฺชนสงฺขาตํ อตฺถํ วิทิตฺวา. อิมํ อุทานนฺติ อิมํ สติปฏฺฐานภาวนาย นิพฺพานาธิคมทีปกํ อุทานํ อุทาเนสิ.
ตตฺถ สติ กายคตา อุปฏฺฐิตาติ ปุพฺเพ วุตฺตลกฺขณา สติ สทฺธาปุพฺพงฺคมานํ สมาธิวีริยปญฺญานํ ยถาสกํ กิจฺจนิปฺผาทเนน สหายภาวํ อาปนฺนตฺตา ปหีนปฺปฏิปกฺขา ตโต เอว ติกฺขวิสทภูตา จ ยถาวุตฺตกายสํวรณวเสน เอกตฺถสโมสรณวเสน จ อวิปรีตสภาวํ สลฺลกฺเขนฺตี อุปคนฺตฺวา ฐิตา โหติ, เอเตน กายสงฺขาตานํ จตุนฺนํ ธาตูนํ ตนฺนิสฺสิตานญฺจ อุปาทารูปานํ สลฺลกฺขณวเสน, ปจฺจเย ววตฺถเปตฺวา ตโต ปรํ เตสํ อนิจฺจาทิลกฺขณสลฺลกฺขณวเสน จ ปวตฺตํ ญาณปรมฺปราคตํ สตึ ทสฺเสติ, สติสีเสน วา ตํสมฺปยุตฺตํ ปริญฺญาตฺตยปริยาปนฺนญาณปรมฺปรเมว ทสฺเสติ. ฉสุ ผสฺสายตเนสุ สํวุโตติ ยถาวุตฺตาย กาเย อุปฏฺฐิตาย สติยา สมนฺนาคโต จกฺขาทีสุ ผสฺสสฺส การณภูเตสุ ฉสุ ทฺวาเรสุ กายานุปสฺสนาย อภาวิตาย อุปฺปชฺชนารหานํ อภิชฺฌาทีนํ ตสฺสา ภาวิตตฺตา ญาณปฺปวตฺตึ ปฏิเวเธนฺโต เต ปิทหนฺโต ‘‘ตตฺถ สํวุโต’’ติ วุจฺจติ, เอเตน ญาณสํวรํ ทสฺเสติ.
สตตํ ภิกฺขุ สมาหิโตติ โส ภิกฺขุ เอวํ อุปฏฺฐิตสฺสติ สพฺพตฺถ จ สํวุโต ปุถุตฺตารมฺมเณ จิตฺตํ อวิสฺสชฺเชตฺวา อนิจฺจาทิวเสน สมฺมสนฺโต วิปสฺสนํ อุสฺสุกฺกาเปตฺวา ญาเณ ติกฺเข สูเร วหนฺเต วิปสฺสนาสมาธินา ตาว สตตํ นิรนฺตรํ สมาหิโต อนุโลมญาณานนฺตรํ โคตฺรภุญาโณทยโต ปฏฺฐาย. ชญฺญา นิพฺพานมตฺตโนติ อญฺเญสํ ปุถุชฺชนานํ สุปินนฺเตปิ อโคจรภาวโต, อริยานํ ปน ตสฺส ตสฺเสว อาเวณิกตฺตา อตฺตสทิสตฺตา จ ‘‘อตฺตา’’ติ ลทฺธโวหารสฺส มคฺคผลญาณสฺส สาติสยวิสยภาวโต เอกนฺตสุขาวหํ นิพฺพานํ อสงฺขตธาตุ ‘‘อตฺตโน’’ติ วุตฺตํ, ตํ นิพฺพานํ ชญฺญา ชาเนยฺย, มคฺคผลญาเณหิ ปฏิวิชฺเฌยฺย, สจฺฉิกเรยฺยาติ อตฺโถ. เอเตน อริยานํ นิพฺพาเน อธิมุตฺตตํ ทสฺเสติ. อริยา หิ อธิจิตฺตปฺปวตฺติกาเลปิ เอกนฺเตเนว นิพฺพาเน นินฺนโปณปพฺภารภาเวน วิหรนฺติ. เอตฺถ จ ยสฺส สติ กายคตา อุปฏฺฐิตา, โส ภิกฺขุ ฉสุ ผสฺสายตเนสุ สํวุโต, ตโต เอว สตตํ สมาหิโต อตฺตปจฺจกฺขกรเณน นิพฺพานํ อตฺตโน ชาเนยฺยาติ เอวํ คาถาปทานํ สมฺพนฺโธ เวทิตพฺโพ. เอวํ กายานุปสฺสนาสติปฏฺฐานมุเขน ยาว อรหตฺตา เอกสฺส ภิกฺขุโน นิยฺยานมคฺคํ ทสฺเสติ ธมฺมราชา.
อปโร นโย – สติ กายคตา อุปฏฺฐิตาติ เอเตน กายานุปสฺสนาสติปฏฺฐานํ ทสฺเสติ. ฉสุ ผสฺสายตเนสุ สํวุโตติ ผสฺโส อายตนํ การณํ เอเตสนฺติ ผสฺสายตนานิ, เตสุ ผสฺสายตเนสุ. ผสฺสเหตุเกสุ ผสฺสปจฺจยา นิพฺพตฺเตสุ ฉสุ จกฺขุสมฺผสฺสชาทิเวทยิเตสุ ตณฺหาทีนํ อปฺปวตฺติยา สํวุโต, เอเตน เวทนานุปสฺสนาสติปฏฺฐานํ ทสฺเสติ. สตตํ ภิกฺขุ สมาหิโตติ สตตํ นิจฺจกาลํ นิรนฺตรํ วิกฺเขปาภาวโต สมาหิโต ภิกฺขุ. โส จายํ อวิกฺเขโป สพฺพโส สติปฏฺฐานภาวนาย มตฺถกปฺปตฺตาย โหติ. สมฺมสนฺโต หิ อตีตาทิเภทภินฺเนสุ ปญฺจุปาทานกฺขนฺเธสุ อนวเสสโตว ปริคฺคเหตฺวา สมฺมสตีติ. เอเตน เสสสติปฏฺฐาเน ทสฺเสติ. ชญฺญา นิพฺพานมตฺตโนติ เอวํ จตุสติปฏฺฐานภาวนํ มตฺถกํ ปาเปตฺวา ฐิโต ภินฺนกิเลโส ภิกฺขุ อตฺตโน กิเลสนิพฺพานํ ปจฺจเวกฺขณญาเณน สยเมว ชาเนยฺยาติ อตฺโถ.
อถ วา สติ กายคตา อุปฏฺฐิตาติ อตฺตโน ปเรสญฺจ กายสฺส ยถาสภาวปริญฺญาทีปเนน เถรสฺส สติเวปุลฺลปฺปตฺติ ทีปิตา. ฉสุ ผสฺสายตเนสุ สํวุโตติ จกฺขาทีสุ ฉสุ ทฺวาเรสุ อจฺจนฺตสํวรทีปเนน สตตวิหาริวเสน เถรสฺส สมฺปชญฺญปฺปกาสินี ปญฺญาเวปุลฺลปฺปตฺติ ทีปิตา. สตตํ ภิกฺขุ สมาหิโตติ สมาปตฺติพหุลตาทสฺสเนน นวานุปุพฺพวิหารสมาปตฺติโย ทสฺสิตา. เอวํภูโต ปน ภิกฺขุ ชญฺญา นิพฺพานมตฺตโนติ กตกิจฺจตฺตา อุตฺตริ กรณียาภาวโต เกวลํ อตฺตโน อนุปาทิเสสนิพฺพานเมว ชาเนยฺย จินฺเตยฺย, อญฺญมฺปิ ตสฺส จินฺเตตพฺพํ นตฺถีติ อธิปฺปาโย.
ปญฺจมสุตฺตวณฺณนา นิฏฺฐิตา.
๖. ปิลินฺทวจฺฉสุตฺตวณฺณนา
๒๖. ฉฏฺเฐ ปิลินฺทวจฺโฉติ ปิลินฺทาติสฺส นามํ, วจฺโฉติ โคตฺตวเสน เถรํ สญฺชานนฺติ. วสลวาเทน สมุทาจรตีติ ‘‘เอหิ, วสล, อเปหิ, วสลา’’ติอาทินา ภิกฺขู วสลวาเทน โวหรติ อาลปติ. สมฺพหุลา ภิกฺขูติ พหู ภิกฺขู. เต เถรํ ตถา สมุทาจรนฺตํ ทิสฺวา ‘‘อรหาว สมาโน อปฺปหีนวาสนตฺตา เอวํ ภณตี’’ติ อชานนฺตา ‘‘โทสนฺตโร มญฺเญ อยํ เถโร เอวํ สมุทาจรตี’’ติ จินฺเตตฺวา อุลฺลปนาธิปฺปายา ตํ ตโต วุฏฺฐาเปตุํ ภควโต อาโรเจสุํ. เตน วุตฺตํ – ‘‘อายสฺมา, ภนฺเต, ปิลินฺทวจฺโฉ ภิกฺขู วสลวาเทน สมุทาจรตี’’ติ. เกจิ ปนาหุ – ‘‘อิมํ เถรํ ภิกฺขู ‘อรหา’ติ สญฺชานนฺติ, อยญฺจ ภิกฺขู ผรุสวจเนน เอวํ สมุทาจรติ, ‘อภูโต เอว นุ โข อิมสฺมึ อุตฺตริมนุสฺสธมฺโม’ติ วาสนาวเสน ตสฺส ตถา สมุทาจารํ อชานนฺตา อริยภาวญฺจสฺส อสทฺทหนฺตา อุชฺฌานสญฺญิโน ภควโต ตมตฺถํ อาโรเจสุ’’นฺติ. ภควา เถรสฺส โทสนฺตราภาวํ ปกาเสตุกาโม เอเกน ภิกฺขุนา ตํ ปกฺโกสาเปตฺวา สมฺมุขา ตสฺส ‘‘ปุพฺพาจิณฺณวเสนายํ ตถา สมุทาจรติ, น ผรุสวจนาธิปฺปาโย’’ติ อาห. เตน วุตฺตํ – ‘‘อถ โข ภควา อญฺญตรํ ภิกฺขุํ อามนฺเตสี’’ติอาทิ.
ตตฺถ ปุพฺเพนิวาสํ มนสิ กริตฺวาติ สตฺถา ‘‘สจฺจํ กิร ตฺวํ, วจฺฉ, ภิกฺขู วสลวาเทน สมุทาจรสี’’ติ เถรํ ปุจฺฉิตฺวา เตน ‘‘เอวํ, ภนฺเต’’ติ วุตฺเต ‘‘อยํ วจฺโฉ กิเลสวาสนาย วสลวาทํ น ปริจฺจชติ, กึ นุ โข อตีเตสุปิ อตฺตภาเวสุ พฺราหฺมณชาติโก อโหสี’’ติ อาวชฺเชนฺโต ปุพฺเพนิวาสญาเณน สพฺพญฺญุตญฺญาเณน วา ตสฺส ปุพฺเพนิวาสํ อตีตาสุ ชาตีสุ นิวุตฺถกฺขนฺธสนฺตานํ มนสิ กริตฺวา หตฺถตเล ฐปิตํ อามลกํ วิย ปจฺจกฺขกรณวเสน อตฺตโน มนสิ กตฺวา. ภิกฺขู อามนฺเตสีติ เต ภิกฺขู สญฺญาเปตุํ อาลปิ, อภาสิ. เตน วุตฺตํ ‘‘มา โข ตุเมฺห, ภิกฺขเว’’ติอาทิ.
ตตฺถ มาติ ปฏิเสเธ นิปาโต, ตสฺส ‘‘อุชฺฌายิตฺถา’’ติ อิมินา สมฺพนฺโธ. มา อุชฺฌายิตฺถาติ มา เหฏฺฐา กตฺวา จินฺตยิตฺถ, โอโลกยิตฺถาติ อตฺโถ. วจฺฉสฺส ภิกฺขุโนติ จ อุชฺฌายนสฺส อุสูยนตฺถตฺตา สมฺปทานวจนํ. อิทานิสฺส อนุชฺฌายิตพฺเพ การณํ ทสฺเสนฺโต ‘‘น, ภิกฺขเว, วจฺโฉ โทสนฺตโร ภิกฺขู วสลวาเทน สมุทาจรตี’’ติ อาห. ตสฺสตฺโถ – ภิกฺขเว, อยํ วจฺโฉ โทสนฺตโร โทสจิตฺโต โทเสน พฺยาปาเทน ทูสิตจิตฺโต หุตฺวา ภิกฺขู วสลวาเทน น สมุทาจรติ, มคฺเคเนว จสฺส พฺยาปาโท สมุคฺฆาติโต. เอวํ อโทสนฺตรตฺเตปิ ตสฺส ตถา สมุทาจารสฺส ปุริมชาติสิทฺธํ การณํ ทสฺเสนฺโต ‘‘วจฺฉสฺส, ภิกฺขเว’’ติอาทิมาห.
ตตฺถ อพฺโพกิณฺณานีติ ขตฺติยาทิชาติอนฺตเรหิ อโวมิสฺสานิ อนนฺตริตานิ. ปญฺจ ชาติสตานิ พฺราหฺมณกุเล ปจฺจาชาตานีติ สพฺพานิ ตานิ วจฺฉสฺส ปญฺจ ชาติสตานิ ปฏิปาฏิยา พฺราหฺมณกุเล เอว ชาตานิ, อเหสุนฺติ อตฺโถ. โส ตสฺส วสลวาโท ทีฆรตฺตํ สมุทาจิณฺโณติ โย เอตรหิ ขีณาสเวนปิ สตา ปวตฺติยติ, โส ตสฺส วจฺฉสฺส ภิกฺขุโน วสลวาโท ทีฆรตฺตํ อิโต ชาติโต ปฏฺฐาย อุทฺธํ อาโรหนวเสน ปญฺจชาติสตมตฺตํ กาลํ พฺราหฺมณชาติกตฺตา สมุทาจิณฺโณ สมุทาจริโต อโหสิ. พฺราหฺมณา หิ ชาติสิทฺเธน มาเนน ถทฺธา อญฺญํ วสลวาเทน สมุทาจรนฺติ. ‘‘อชฺฌาจิณฺโณ’’ติปิ ปฐนฺติ, โส เอว อตฺโถ. เตนาติ เตน ทีฆรตฺตํ ตถา สมุทาจิณฺณภาเวน, เอเตนสฺส ตถา สมุทาจารสฺส การณํ วาสนาติ ทสฺเสติ. กา ปนายํ วาสนา นาม? ยํ กิเลสรหิตสฺสาปิ สนฺตาเน อปฺปหีนกิเลสานํ สมาจารสทิสสมาจารเหตุภูตํ, อนาทิกาลภาวิเตหิ กิเลเสหิ อาหิตํ สามตฺถิยมตฺตํ, ตถารูปา อธิมุตฺตีติ วทนฺติ. ตํ ปเนตํ อภินีหารสมฺปตฺติยา เญยฺยาวรณปฺปหานวเสน ยตฺถ กิเลสา ปหีนา, ตตฺถ ภควโต สนฺตาเน นตฺถิ. ยตฺถ ปน ตถา กิเลสา น ปหีนา, ตตฺถ สาวกานํ ปจฺเจกพุทฺธานญฺจ สนฺตาเน อตฺถิ, ตโต ตถาคโตว อนาวรณญาณทสฺสโน.
เอตมตฺถํ วิทิตฺวาติ เอตํ อายสฺมโต ปิลินฺทวจฺฉสฺส สติปิ วสลสมุทาจาเร โทสนฺตราภาวสงฺขาตํ อตฺถํ วิทิตฺวา. อิมํ อุทานนฺติ ตสฺส อคฺคผลาธิคมวิภาวนํ อิมํ อุทานํ อุทาเนสิ.
ตตฺถ ยมฺหิ น มายา วสติ น มาโนติ ยสฺมึ อริยปุคฺคเล สนฺตโทสปฺปฏิจฺฉาทนลกฺขณา มายา, ‘‘เสยฺโยหมสฺมี’’ติอาทินา สมฺปคฺคหวเสน ปวตฺโต อุณฺณติลกฺขโณ มาโน จ น วสติ, มคฺเคน สมุคฺฆาติตตฺตา น ปวตฺตติ น อุปฺปชฺชติ. โย วีตโลโภ อมโม นิราโสติ โย จ ราคาทิปริยายวเสน ปวตฺตสฺส อารมฺมณคฺคหณลกฺขณสฺส โลภสฺส สพฺพถา วิคตตฺตา วีตโลโภ, ตโต เอว รูปาทีสุ กตฺถจิ มมายนาภาวโต อมโม อปริคฺคโห, อนาคตานมฺปิ ภวาทีนํ อนาสีสนโต นิราโส. ปนุณฺณโกโธติ กุชฺฌนลกฺขณสฺส โกธสฺส อนาคามิมคฺเคน สพฺพโส ปหีนตฺตา ปนุณฺณโกโธ สมุจฺฉินฺนาฆาโต. อภินิพฺพุตตฺโตติ โย เอวํ มายามานโลภโกธานํ สมุคฺฆาเตน ตเทกฏฺฐตาย สพฺพสฺส สํกิเลสปกฺขสฺส สุปฺปหีนตฺตา สพฺพโส กิเลสปรินิพฺพาเนน อภินิพฺพุตจิตฺโต สีติภูโต. โส พฺราหฺมโณ โส สมโณ ส ภิกฺขูติ โส เอวรูโป ขีณาสโว สพฺพโส พาหิตปาปตฺตา พฺราหฺมโณ, โส เอว สมิตปาปตฺตา สมจริยาย จ สมโณ, โส เอว จ สพฺพโส ภินฺนกิเลสตฺตา ภิกฺขุ นาม. เอวํภูโต จ, ภิกฺขเว, วจฺโฉ โส กถํ โทสนฺตโร กิญฺจิ กายกมฺมาทึ ปวตฺเตยฺย, เกวลํ ปน วาสนาย อปฺปหีนตฺตา วสลวาเทน สมุทาจรตีติ.
ฉฏฺฐสุตฺตวณฺณนา นิฏฺฐิตา.
๗. สกฺกุทานสุตฺตวณฺณนา
๒๗. สตฺตเม สตฺตาหํ เอกปลฺลงฺเกน นิสินฺโน โหติ อญฺญตรํ สมาธึ สมาปชฺชิตฺวาติ เอตฺถ เกจิ ตาว อาหุ ‘‘อรหตฺตผลสมาธิ อิธ ‘อญฺญตโร สมาธี’ติ อธิปฺเปโต’’ติ. ตญฺหิ โส อายสฺมา พหุลํ สมาปชฺชติ ทิฏฺฐธมฺมสุขวิหารตฺถํ, ปโหติ จ สตฺตาหมฺปิ ผลสมาปตฺติยา วีตินาเมตุํ. ตถา หิ ภควตา –
‘‘อหํ, ภิกฺขเว, ยาวเท อากงฺขามิ วิวิจฺเจว กาเมหิ, วิวิจฺจ อกุสเลหิ ธมฺเมหิ…เป… วิหรามิ. กสฺสโปปิ, ภิกฺขเว, ยาวเท อากงฺขติ วิวิจฺเจว กาเมหิ…เป… วิหรตี’’ติ (สํ. นิ. ๒.๑๕๒) –
อาทินา นวานุปุพฺพวิหารฉฬภิญฺญาทิเภเท อุตฺตริมนุสฺสธมฺเม อตฺตนา สมสมฏฺฐาเน ฐปิโต, น เจตฺถ ‘‘ยทิ เอวํ เถโร ยมกปาฏิหาริยมฺปิ กเรยฺยา’’ติ วตฺตพฺพํ สาวกสาธารณานํเยว ฌานาทีนํ อธิปฺเปตตฺตาติ.
โปราณา ปนาหุ – อญฺญตรํ สมาธึ สมาปชฺชิตฺวาติ นิโรธสมาปตฺตึ สมาปชฺชิตฺวา. กถํ ปน นิโรธสมาปตฺติ สมาธีติ วุตฺตา? สมาธานฏฺเฐน. โก ปนายํ สมาธานฏฺโฐ? สมฺมเทว อาธาตพฺพตา. ยา หิ เอสา ปจฺจนีกธมฺเมหิ อกมฺปนียา พลปฺปตฺติยา สมถพลํ วิปสฺสนาพลนฺติ อิเมหิ ทฺวีหิ พเลหิ, อนิจฺจทุกฺขานตฺตนิพฺพิทาวิราคนิโรธปฏินิสฺสคฺควิวฏฺฏานุปสฺสนา จตฺตาริ มคฺคญาณานิ จตฺตาริ จ ผลญาณานีติ อิเมสํ โสฬสนฺนํ ญาณานํ วเสน โสฬสหิ ญาณจริยาหิ, ปฐมชฺฌานสมาธิอาทโย อฏฺฐ สมาธี เอกชฺฌํ กตฺวา คหิโต เตสํ อุปจารสมาธิ จาติ อิเมสํ นวนฺนํ สมาธีนํ วเสน นวหิ สมาธิจริยาหิ กายสงฺขาโร วจีสงฺขาโร จิตฺตสงฺขาโรติ อิเมสํ ติณฺณํ สงฺขารานํ ตตฺถ ตตฺถ ปฏิปฺปสฺสทฺธิยา ตถา วิหริตุกาเมน ยถาวุตฺเตสุ ฐาเนสุ วสีภาวปฺปตฺเตน อรหตา อนาคามินา วา ยถาธิปฺเปตํ กาลํ จิตฺตเจตสิกสนฺตานสฺส สมฺมเทว อปฺปวตฺติ อาธาตพฺพา, ตสฺสา ตถา สมาธาตพฺพตา อิธ สมาธานฏฺโฐ, เตนายํ วิหาโร สมาธีติ วุตฺโต, น อวิกฺเขปฏฺเฐน. เอเตนสฺส สมาปตฺติอตฺโถปิ วุตฺโตติ เวทิตพฺโพ. อิมญฺหิ นิโรธสมาปตฺตึ สนฺธาย ปฏิสมฺภิทามคฺเค –
‘‘กถํ ทฺวีหิ พเลหิ สมนฺนาคตตฺตา ติณฺณํ สงฺขารานํ ปฏิปฺปสฺสทฺธิยา โสฬสหิ ญาณจริยาหิ นวหิ สมาธิจริยาหิ วสีภาวตาย สญฺญานิโรธสมาปตฺติยา ญาณ’’นฺติ (ปฏิ. ม. ๑.๘๓) –
ปุจฺฉิตฺวา ‘‘ทฺวีหิ พเลหี’’ติ เทฺว พลานิ สมถพลํ วิปสฺสนาพลนฺติ วิตฺถาโร. สายํ นิโรธสมาปตฺติกถา วิสุทฺธิมคฺเค (วิสุทฺธิ. ๒.๘๖๗ อาทโย) สํวณฺณิตาว. กสฺมา ปนายํ เถโร ผลสมาปตฺตึ อสมาปชฺชิตฺวา นิโรธํ สมาปชฺชิ? สตฺเตสุ อนุกมฺปาย. อยญฺหิ มหาเถโร สพฺพาปิ สมาปตฺติโย วฬญฺเชติ, สตฺตานุคฺคเหน ปน เยภุยฺเยน นิโรธํ สมาปชฺชติ. ตญฺหิ สมาปชฺชิตฺวา วุฏฺฐิตสฺส กโต อปฺปโกปิ สกฺกาโร วิเสสโต มหปฺผโล มหานิสํโส โหตีติ.
วุฏฺฐาสีติ อรหตฺตผลจิตฺตุปฺปตฺติยา วุฏฺฐาสิ. นิโรธํ สมาปนฺโน หิ อรหา เจ อรหตฺตผลสฺส, อนาคามี เจ อนาคามิผลสฺส อุปฺปาเทน วุฏฺฐิโต นาม โหติ.
เตน โข ปน สมเยน สกฺโก เทวานมินฺโท อายสฺมโต มหากสฺสปสฺส ปิณฺฑปาตํ ทาตุกาโม โหตีติ กถํ ตสฺส ทาตุกามตา ชาตา? ยานิ ‘‘ตานิ ปญฺจมตฺตานิ เทวตาสตานี’’ติ วุตฺตานิ, ตา สกฺกสฺส เทวรญฺโญ ปริจาริกา กกุฏปาทินิโย ปุพฺเพ ‘‘อยฺโย มหากสฺสโป ราชคหํ ปิณฺฑาย ปวิสติ, คจฺฉถ เถรสฺส ทานํ เทถา’’ติ สกฺเกน เปสิตา อุปคนฺตฺวา ทิพฺพาหารํ ทาตุกามา ฐิตา เถเรน ปฏิกฺขิตฺตา เทวโลกเมว คตา. อิทานิ ปุริมปฺปฏิกฺเขปํ จินฺเตตฺวา ‘‘กทาจิ คเณฺหยฺยา’’ติ สมาปตฺติโต วุฏฺฐิตสฺส เถรสฺส ทานํ ทาตุกามา สกฺกสฺส อนาโรเจตฺวา สยเมว อาคนฺตฺวา ทิพฺพโภชนานิ อุปเนนฺติโย ปุริมนเยเนว เถเรน ปฏิกฺขิตฺตา เทวโลกํ คนฺตฺวา สกฺเกน ‘‘กหํ คตตฺถา’’ติ ปุฏฺฐา ตมตฺถํ อาโรเจตฺวา ‘‘ทินฺโน โว เถรสฺส ปิณฺฑปาโต’’ติ สกฺเกน วุตฺเต ‘‘คณฺหิตุํ น อิจฺฉตี’’ติ. ‘‘กึ กเถสี’’ติ? ‘‘‘ทุคฺคตานํ สงฺคหํ กริสฺสามี’ติ อาห, เทวา’’ติ. ‘‘ตุเมฺห เกนากาเรน คตา’’ติ? ‘‘อิมินาว, เทวา’’ติ. สกฺโก ‘‘ตุมฺหาทิสิโย เถรสฺส ปิณฺฑปาตํ กึ ทสฺสนฺตี’’ติ? สยํ ทาตุกาโม, ชราชิณฺโณ ขณฺฑทนฺโต ปลิตเกโส โอภคฺคสรีโร มหลฺลโก ตนฺตวาโย หุตฺวา, สุชมฺปิ อสุรธีตรํ ตถารูปิเมว มหลฺลิกํ กตฺวา, เอกํ เปสการวีถึ มาเปตฺวา ตนฺตํ ปสาเรนฺโต อจฺฉิ, สุชา ตสรํ ปูเรติ. เตน วุตฺตํ – ‘‘เตน โข ปน สมเยน สกฺโก เทวานมินฺโท…เป… ตสรํ ปูเรตี’’ติ.
ตตฺถ ตนฺตํ วินาตีติ ปสาริตตนฺตํ วินนฺโต วิย โหติ. ตสรํ ปูเรตีติ ตสรวฏฺฏึ วฑฺเฒนฺตี วิย. เยน สกฺกสฺส เทวานมินฺทสฺส นิเวสนํ เตนุปสงฺกมีติ เถโร นิวาเสตฺวา ปตฺตจีวรมาทาย ‘‘ทุคฺคตชนสงฺคหํ กริสฺสามี’’ติ นคราภิมุโข คจฺฉนฺโต พหินคเร สกฺเกน มาปิตํ เปสการวีถึ ปฏิปชฺชิตฺวา โอโลเกนฺโต อทฺทส โอลุคฺควิลุคฺคชิณฺณสาลํ ตตฺถ จ เต ชายมฺปติเก ยถาวุตฺตรูเป ตนฺตวายกมฺมํ กโรนฺเต ทิสฺวา จินฺเตสิ – ‘‘อิเม มหลฺลกกาเลปิ กมฺมํ กโรนฺติ. อิมสฺมึ นคเร อิเมหิ ทุคฺคตตรา นตฺถิ มญฺเญ. อิเมหิ ทินฺนํ สากมตฺตมฺปิ คเหตฺวา อิเมสํ สงฺคหํ กริสฺสามี’’ติ. โส เตสํ เคหาภิมุโข อคมาสิ. สกฺโก ตํ อาคจฺฉนฺตํ ทิสฺวา สุชํ อาห – ‘‘ภทฺเท, มยฺหํ อยฺโย อิโต อาคจฺฉติ, ตํ ตฺวํ อปสฺสนฺตี วิย ตุณฺหี หุตฺวา นิสีท. ขเณเนว วญฺเจตฺวา ปิณฺฑปาตํ ทสฺสามา’’ติ เถโร คนฺตฺวา เคหทฺวาเร อฏฺฐาสิ. เตปิ อปสฺสนฺตา วิย อตฺตโน กมฺมเมว กโรนฺตา โถกํ อาคมยึสุ. อถ สกฺโก ‘‘เคหทฺวาเร ฐิโต เอโก เถโร วิย ขายติ, อุปธาเรหิ ตาวา’’ติ อาห. ‘‘ตุเมฺห คนฺตฺวา อุปธาเรถ, สามี’’ติ. โส เคหา นิกฺขมิตฺวา เถรํ ปญฺจปติฏฺฐิเตน วนฺทิตฺวา อุโภหิ หตฺเถหิ ชณฺณุกานิ โอลุมฺพิตฺวา นิตฺถุนนฺโต อุฏฺฐาย ‘‘กตรตฺเถโร นุ โข อยฺโย’’ติ โถกํ โอสกฺกิตฺวา ‘‘อกฺขีนิ เม ธูมายนฺตี’’ติ วตฺวา นลาเฏ หตฺถํ ฐเปตฺวา อุทฺธํ อุลฺโลเกตฺวา ‘‘อโห ทุกฺขํ อยฺโย โน มหากสฺสปตฺเถโรว จิรสฺสํ เม กุฏิทฺวารํ อาคโต. อตฺถิ นุ โข กิญฺจิ เคเห’’ติ อาห. สุชา โถกํ อากุลา วิย หุตฺวา ‘‘อตฺถิ, สามี’’ติ ปฏิวจนํ อทาสิ. สกฺโก, ‘‘ภนฺเต, ลูขํ วา ปณีตํ วาติ อจินฺเตตฺวา สงฺคหํ โน กโรถา’’ติ ปตฺตํ คณฺหิ. เถโร ปตฺตํ เทนฺโต ‘‘อิเมสํ เอว ทุคฺคตานํ ชราชิณฺณานํ มยา สงฺคโห กาตพฺโพ’’ติ จินฺเตสิ. โส อนฺโต ปวิสิตฺวา ฆฏิโอทนํ นาม ฆฏิโต อุทฺธริตฺวา, ปตฺตํ ปูเรตฺวา, เถรสฺส หตฺเถ ฐเปสิ. เตน วุตฺตํ – ‘‘อทฺทสา โข สกฺโก เทวานมินฺโท…เป… อทาสี’’ติ.
ตตฺถ ฆฏิยาติ ภตฺตฆฏิโต. ‘‘ฆฏิโอทน’’นฺติปิ ปาโฐ, ตสฺส ฆฏิโอทนํ นาม เทวานํ โกจิ อาหารวิเสโสติ อตฺถํ วทนฺติ. อุทฺธริตฺวาติ กุโตจิ ภาชนโต อุทฺธริตฺวา. อเนกสูโป โส เอว อาหาโร ปตฺเต ปกฺขิปิตฺวา เถรสฺส หตฺเถ ฐปนกาเล กปณานํ อุปกปฺปนกลูขาหาโร วิย ปญฺญายิตฺถ, หตฺเถ ฐปิตมตฺเต ปน อตฺตโน ทิพฺพสภาเวเนว อฏฺฐาสิ. อเนกสูโปติ มุคฺคมาสาทิสูเปหิ เจว ขชฺชวิกตีหิ จ อเนกวิธสูโป. อเนกพฺยญฺชโนติ นานาวิธอุตฺตริภงฺโค. อเนกรสพฺยญฺชโนติ อเนเกหิ สูเปหิ เจว พฺยญฺชเนหิ จ มธุราทิมูลรสานญฺเจว สมฺภินฺนรสานญฺจ อภิพฺยญฺชโก, นานคฺครสสูปพฺยญฺชโนติ อตฺโถ.
โส กิร ปิณฺฑปาโต เถรสฺส หตฺเถ ฐปิตกาเล ราชคหนครํ อตฺตโน ทิพฺพคนฺเธน อชฺโฌตฺถริ, ตโต เถโร จินฺเตสิ – ‘‘อยํ ปุริโส อปฺเปสกฺโข, ปิณฺฑปาโต อติวิย ปณีโต สกฺกสฺส โภชนสทิโส. โก นุ โข เอโส’’ติ? อถ นํ ‘‘สกฺโก’’ติ ญตฺวา อาห – ‘‘ภาริยํ เต, โกสิย, กมฺมํ กตํ ทุคฺคตานํ สมฺปตฺตึ วิลุมฺปนฺเตน, อชฺช มยฺหํ ทานํ ทตฺวา โกจิเทว ทุคฺคโต เสนาปติฏฺฐานํ วา เสฏฺฐิฏฺฐานํ วา ลเภยฺยา’’ติ. ‘‘โก มยา ทุคฺคตตโร อตฺถิ, ภนฺเต’’ติ? ‘‘กถํ ตฺวํ ทุคฺคโต เทวรชฺชสิรึ อนุภวนฺโต’’ติ? ‘‘ภนฺเต, เอวํ นาเมตํ, มยา ปน อนุปฺปนฺเน พุทฺเธ กลฺยาณกมฺมํ กตํ, พุทฺธุปฺปาเท ปน วตฺตมาเน ปุญฺญกมฺมํ กตฺวา จูฬรถเทวปุตฺโต มหารถเทวปุตฺโต อเนกวณฺณเทวปุตฺโตติ อิเม ตโย เทวปุตฺตา มมาสนฺนฏฺฐาเน นิพฺพตฺตา มหาเตชวนฺตตรา. อหํ เตสุ เทวปุตฺเตสุ ‘นกฺขตฺตํ กีฬิสฺสามา’ติ ปริจาริกาโย คเหตฺวา อนฺตรวีถึ โอติณฺเณสุ ปลายิตฺวา เคหํ ปวิสามิ. เตสญฺหิ สรีรโต เตโช มม สรีรํ โอตฺถรติ, มม สรีรโต เตโช เตสํ สรีรํ น โอตฺถรติ. โก มยา ทุคฺคตตโร, ภนฺเต’’ติ? ‘‘เอวํ สนฺเตปิ อิโต ปฏฺฐาย มยฺหํ มา เอวํ วญฺเจตฺวา ทานมทาสี’’ติ. ‘‘วญฺเจตฺวา ตุมฺหากํ ทาเน ทินฺเน มยฺหํ กุสลํ อตฺถิ นตฺถี’’ติ? ‘‘อตฺถิ, อาวุโส’’ติ. ‘‘เอวํ สนฺเต กุสลกรณํ นาม มยฺหํ ภาโร, ภนฺเต’’ติ วตฺวา เถรํ วนฺทิตฺวา สุชํ อาทาย เถรํ ปทกฺขิณํ กตฺวา, เวหาสํ อพฺภุคฺคนฺตฺวา ‘‘อโห ทานํ ปรมทานํ, กสฺสเป สุปฺปติฏฺฐิต’’นฺติ ติกฺขตฺตุํ อุทานํ อุทาเนสิ. เตน วุตฺตํ ‘‘อถ โข อายสฺมโต มหากสฺสปสฺส เอตทโหสี’’ติอาทิ.
ตตฺถ โกสิยาติ สกฺกํ เทวานมินฺทํ โคตฺเตน อาลปติ. ปุญฺเญน อตฺโถติ ปุญฺเญน ปโยชนํ. อตฺถีติ วจนเสโส. เวหาสํ อพฺภุคฺคนฺตฺวาติ ปถวิโต เวหาสํ อภิอุคฺคนฺตฺวา. อากาเส อนฺตลิกฺเขติ อากาสเมว ปริยายสทฺเทน อนฺตลิกฺเขติ วทนฺติ. อถ วา อนฺตลิกฺขสงฺขาเต อากาเส น กสิณุคฺฆาฏิมาทิอากาเสติ วิเสเสนฺโต วทติ. อโห ทานนฺติ เอตฺถ อโหติ อจฺฉริยตฺเถ นิปาโต. สกฺโก หิ เทวานมินฺโท, ‘‘ยสฺมา นิโรธา วุฏฺฐิตสฺส อยฺยสฺส มหากสฺสปตฺเถรสฺส สกฺกจฺจํ สหตฺเถน จิตฺตีกตฺวา อนปวิทฺธํ กาเลน ปเรสํ อนุปหจฺจ, สมฺมาทิฏฺฐึ ปุรกฺขตฺวา อิทมีทิสํ มยา ทิพฺพโภชนทานํ ทินฺนํ, ตสฺมา เขตฺตสมฺปตฺติ เทยฺยธมฺมสมฺปตฺติ จิตฺตสมฺปตฺตีติ, ติวิธายปิ สมฺปตฺติยา สมนฺนาคตตฺตา สพฺพงฺคสมฺปนฺนํ วต มยา ทานํ ปวตฺติต’’นฺติ อจฺฉริยพฺภุตจิตฺตชาโต ตทา อตฺตโน หทยพฺภนฺตรคตํ ปีติโสมนสฺสํ สมุคฺคิรนฺโต ‘‘อโห ทาน’’นฺติ วตฺวา ตสฺส ทานสฺส วุตฺตนเยน อุตฺตมทานภาวํ เขตฺตงฺคตภาวญฺจ ปกาเสนฺโต ‘‘ปรมทานํ กสฺสเป สุปฺปติฏฺฐิต’’นฺติ อุทานํ อุทาเนสิ.
เอวํ ปน สกฺกสฺส อุทาเนนฺตสฺส ภควา วิหาเร ฐิโตเยว ทิพฺพโสเตน สทฺทํ สุตฺวา ‘‘ปสฺสถ, ภิกฺขเว, สกฺกํ เทวานมินฺทํ อุทานํ อุทาเนตฺวา อากาเสน คจฺฉนฺต’’นฺติ ภิกฺขูนํ วตฺวา เตหิ ‘‘กึ ปน, ภนฺเต, เตน กต’’นฺติ ปุฏฺโฐ ‘‘มม ปุตฺตสฺส กสฺสปสฺส วญฺเจตฺวา ทานํ อทาสิ, เตน จ อตฺตมโน อุทาเนสี’’ติ อาห. เตน วุตฺตํ ‘‘อสฺโสสิ โข ภควา ทิพฺพาย โสตธาตุยา’’ติอาทิ.
ตตฺถ ทิพฺพาย โสตธาตุยาติ ทิพฺพสทิสตฺตา ทิพฺพา. เทวตานญฺหิ สุจริตกมฺมนิพฺพตฺตา ปิตฺตเสมฺหรุหิราทีหิ อปลิพุทฺธา อุปกฺกิเลสวินิมุตฺตตาย ทูเรปิ อารมฺมณํ คเหตุํ สมตฺถา ทิพฺพปสาทโสตธาตุ โหติ. อยญฺจาปิ ภควโต วีริยภาวนาพลนิพฺพตฺตา ญาณมยา โสตธาตุ ตาทิสา เอวาติ ทิพฺพสทิสตฺตา ทิพฺพา. อปิ จ ทิพฺพวิหารวเสน ปฏิลทฺธตฺตา อตฺตนา จ ทิพฺพวิหารสนฺนิสฺสิตตฺตาปิ ทิพฺพา. สวนฏฺเฐน จ สภาวธารณฏฺเฐน จ โสตธาตุ, โสตธาตุยาปิ กิจฺจกรเณน โสตธาตุ วิยาติ โสตธาตุ, ตาย ทิพฺพาย โสตธาตุยา. วิสุทฺธายาติ ปริสุทฺธาย นิรุปกฺกิเลสาย. อติกฺกนฺตมานุสิกายาติ มนุสฺสูปจารํ อติกฺกมิตฺวา สทฺทสฺสวเนน มานุสิกมํสโสตธาตุํ อติกฺกมิตฺวา ฐิตาย.
เอตมตฺถํ วิทิตฺวาติ ‘‘สมฺมาปฏิปตฺติยา คุณวิเสเส ปติฏฺฐิตํ ปุริสาติสยํ เทวาปิ มนุสฺสาปิ อาทรชาตา อติวิย ปิหยนฺตี’’ติ อิมมตฺถํ วิทิตฺวา ตทตฺถทีปนํ อิมํ อุทานํ อุทาเนสิ.
ตตฺร ปิณฺฑปาติกงฺคสงฺขาตํ ธุตงฺคํ สมาทาย ตสฺส ปริปูรเณน ปิณฺฑปาติกสฺส. นนุ จายํ คาถา อายสฺมนฺตํ มหากสฺสปํ นิมิตฺตํ กตฺวา ภาสิตา, เถโร จ สพฺเพสํ ธุตวาทานํ อคฺโค เตรสธุตงฺคธโร, โส กสฺมา เอเกเนว ธุตงฺเคน กิตฺติโตติ? อฏฺฐุปฺปตฺติวเสนายํ นิทฺเทโส. อถ วา เทสนามตฺตเมตํ, อิมินา เทสนาสีเสน สพฺเพปิสฺส ธุตงฺคา วุตฺตาติ เวทิตพฺพา. อถ วา ‘‘ยถาปิ ภมโร ปุปฺผ’’นฺติ (ธ. ป. ๔๙) คาถาย วุตฺตนเยน ปรมปฺปิจฺฉตาย กุลานุทฺทยตาย จสฺส สพฺพํ ปิณฺฑปาติกวตฺตํ อกฺขณฺเฑตฺวา ตตฺถ สาติสยํ ปฏิปตฺติยา ปกาสนตฺถํ ‘‘ปิณฺฑปาติกสฺสา’’ติ วุตฺตํ. ปิณฺฑปาติกสฺสาติ จ ปิหยนฺตีติ ปทํ อเปกฺขิตฺวา สมฺปทานวจนํ, ตํ อุปโยคตฺเถ ทฏฺฐพฺพํ. อตฺตภรสฺสาติ ‘‘อปฺปานิ จ ตานิ สุลภานิ อนวชฺชานี’’ติ (อ. นิ. ๔.๒๗; อิติวุ. ๑๐๑) เอวํ วุตฺเตหิ อปฺปานวชฺชสุลภรูเปหิ จตูหิ ปจฺจเยหิ อตฺตานเมว ภรนฺตสฺส. อนญฺญโปสิโนติ อามิสสงฺคณฺหเนน อญฺเญ สิสฺสาทิเก โปเสตุํ อนุสฺสุกฺกตาย อนญฺญโปสิโน. ปททฺวเยนสฺส กายปริหาริเกน จีวเรน กุจฺฉิปริหาริเกน ปิณฺฑปาเตน วิจรณโต สลฺลหุกวุตฺติตํ สุภรตํ ปรมญฺจ สนฺตุฏฺฐึ ทสฺเสติ. อถ วา อตฺตภรสฺสาติ เอกวจนิจฺฉาย อตฺตภาวสงฺขาตํ เอกํเยว อิมํ อตฺตานํ ภรติ, น อิโต ปรํ อญฺญนฺติ อตฺตภโร, ตโต เอว อตฺตนา อญฺญสฺส โปเสตพฺพสฺส อภาวโต อนญฺญโปสี, ตสฺส อตฺตภรสฺส อนญฺญโปสิโน. ปททฺวเยนปิ ขีณาสวภาเวน อายตึ อนาทานตํ ทสฺเสติ.
เทวา ปิหยนฺติ…เป… สตีมโตติ ตํ อคฺคผลาธิคเมน สพฺพกิเลสทรถปริฬาหานํ วูปสเมน ปฏิปฺปสฺสทฺธิยา อุปสนฺตํ, สติเวปุลฺลปฺปตฺติยา นิจฺจกาลํ สโตการิตาย สติมนฺตํ, ตโต เอว อิฏฺฐานิฏฺฐาทีสุ ตาทิลกฺขณปฺปตฺตํ ขีณาสวํ สกฺกาทโย เทวา ปิหยนฺติ ปตฺเถนฺติ, ตสฺส สีลาทิคุณวิเสเสสุ พหุมานํ อุปฺปาเทนฺตา อาทรํ ชเนนฺติ, ปเคว มนุสฺสาติ.
สตฺตมสุตฺตวณฺณนา นิฏฺฐิตา.
๘. ปิณฺฑปาติกสุตฺตวณฺณนา
๒๘. อฏฺฐเม ปจฺฉาภตฺตนฺติ เอกาสนิกขลุปจฺฉาภตฺติกานํ ปาโตว ภุตฺตานํ อนฺโตมชฺฌนฺหิโกปิ ปจฺฉาภตฺตเมว, อิธ ปน ปกติภตฺตสฺเสว ปจฺฉโต ปจฺฉาภตฺตนฺติ เวทิตพฺพํ. ปิณฺฑปาตปฏิกฺกนฺตานนฺติ ปิณฺฑปาตโต ปฏิกฺกนฺตานํ, ปิณฺฑปาตํ ปริเยสิตฺวา ภตฺตกิจฺจสฺส นิฏฺฐาปนวเสน ตโต นิวตฺตานํ. กเรริมณฺฑลมาเฬติ เอตฺถ กเรรีติ วรุณรุกฺขสฺส นามํ. โส กิร คนฺธกุฏิยา มณฺฑปสฺส สาลาย จ อนฺตเร โหติ, เตน คนฺธกุฏีปิ ‘‘กเรริกุฏิกา’’ติ วุจฺจติ, มณฺฑโปปิ สาลาปิ ‘‘กเรริมณฺฑลมาโฬ’’ติ. ตสฺมา กเรริรุกฺขสฺส อวิทูเร กเต นิสีทนสาลสงฺขาเต มณฺฑลมาเฬ. ติณปณฺณจฺฉทนํ อโนวสฺสกํ ‘‘มณฺฑลมาโฬ’’ติ วทนฺติ, อติมุตฺตกาทิลตามณฺฑโป ‘‘มณฺฑลมาโฬ’’ติ อปเร.
กาเลน กาลนฺติ กาเล กาเล อนฺตรนฺตรา, ตสฺมึ ตสฺมึ สมเยติ อตฺโถ. มนาปิเกติ มนวฑฺฒเก, ปิยรูเป อิฏฺเฐติ อตฺโถ. อิฏฺฐานิฏฺฐภาโว จ ปุคฺคลวเสน จ ทฺวารวเสน จ คเหตพฺโพ. เอกจฺจสฺส หิ อิฏฺฐาภิมโต เอกจฺจสฺส อนิฏฺโฐ โหติ, เอกจฺจสฺส อนิฏฺฐาภิมโต เอกจฺจสฺส อิฏฺโฐ. ตถา เอกสฺส ทฺวารสฺส อิฏฺโฐ อญฺญสฺส อนิฏฺโฐ. วิปากวเสน ปเนตฺถ วินิจฺฉโย เวทิตพฺโพ. กุสลวิปาโก หิ เอกนฺเตน อิฏฺโฐ, อกุสลวิปาโก อนิฏฺโฐ เอวาติ. จกฺขุนา รูเป ปสฺสิตุนฺติ คามํ ปิณฺฑาย ปวิฏฺโฐ อุปาสเกหิ เคหํ ปเวเสตฺวา ปูชาสกฺการกรณตฺถํ อุปนีเตสุ อาสนวิตานาทีสุ นานาวิราคสมุชฺชลวณฺณสงฺขาเต รชนีเย อญฺเญ จ สวิญฺญาณกรูเป จกฺขุทฺวาริกวิญฺญาเณหิ ปสฺสิตุํ. สทฺเทติ ตเถว อิสฺสรชนานํ เคหํ ปวิฏฺโฐ เตสํ ปยุตฺเต คีตวาทิตสทฺเท โสตุํ. คนฺเธติ ตถา เตหิ ปูชาสกฺการวเสน อุปนีเต ปุปฺผธูมาทิคนฺเธ ฆายิตุํ. รเสติ เตหิ ทินฺนาหารปริโภเค นานคฺครเส สายิตุํ. โผฏฺฐพฺเพติ มหคฺฆปจฺจตฺถรเณสุ อาสเนสุ นิสินฺนกาเล สุขสมฺผสฺเส โผฏฺฐพฺเพ ผุสิตุํ. เอวญฺจ ปญฺจทฺวาริกอิฏฺฐารมฺมณปฺปฏิลาภํ กิตฺเตตฺวา อิทานิ มโนทฺวาริกอิฏฺฐารมฺมณปฺปฏิลาภํ ทสฺเสตุํ ‘‘สกฺกโต’’ติอาทิ วุตฺตํ. ตํ เหฏฺฐา วุตฺตตฺถเมว.
กึ ปน อปิณฺฑปาติกานํ อยํ นโย น ลพฺภตีติ? ลพฺภติ. เตสมฺปิ หิ นิมนฺตนสลากภตฺตาทิอตฺถํ คามํ คตกาเล อุฬารวิภวา อุปาสกา ตถา สกฺการสมฺมานํ กโรนฺติเยว, ตํ ปน อนิยตํ. ปิณฺฑปาติกานํ ปน ตทา นิจฺจเมว ตตฺถ ปูชาสกฺการํ กริยมานํ ทิสฺวา, สกฺการครุตาย อนิสฺสรณมคฺเค ฐตฺวา, อโยนิโสมนสิการวเสน เต ภิกฺขู เอวมาหํสุ. เตเนวาห – ‘‘หนฺทาวุโส, มยมฺปิ ปิณฺฑปาติกา โหมา’’ติอาทิ.
ตตฺถ หนฺทาติ โวสฺสคฺคตฺเถ นิปาโต. ลจฺฉามาติ ลภิสฺสาม. เตนุปสงฺกมีติ ตตฺถ สุรภิคนฺธกุฏิยํ นิสินฺโน เตสํ ตํ กถาสลฺลาปํ สุตฺวา ‘‘อิเม ภิกฺขู มาทิสสฺส นาม พุทฺธสฺส สาสเน ปพฺพชิตฺวา มยา สทฺธึ เอกวิหาเร วสนฺตาปิ เอวํ อโยนิโสมนสิการวเสน กถํ ปวตฺเตนฺติ, สลฺเลเข น วตฺตนฺติ, หนฺท เต ตโต นิวาเรตฺวา สลฺเลขวิหาเร นิโยเชสฺสามี’’ติ มณฺฑลมาฬํ อุปสงฺกมิ. เสสํ เหฏฺฐา วุตฺตนยเมว.
เอตมตฺถํ วิทิตฺวาติ ‘‘อปฺปิจฺฉตาสนฺตุฏฺฐิตาสลฺเลขานํ วเสน กิเลเส ธุนิตุํ ตณฺหํ วิโสเสตุํ ปฏิปนฺโนติ ปิณฺฑปาติกสฺส สโต เทวา ปิหยนฺติ, ตสฺส ปฏิปตฺติยา อาทรชาตา ปิยายนฺติ, น อิโต อญฺญถา’’ติ อิมมตฺถํ วิทิตฺวา ตทตฺถทีปนํ อิมํ อุทานํ อุทาเนสิ.
ตตฺถ โน เจ สทฺทสิโลกนิสฺสิโตติ ‘‘อโห อยฺโย อปฺปิจฺโฉ สนฺตุฏฺโฐ ปรมสลฺเลขวุตฺตี’’ติอาทินา ปเรหิ กิตฺติตพฺพสทฺทสงฺขาตํ สิโลกํ. ตณฺหาย นิสฺสิโต น โหติ เจติ อตฺโถ. สทฺโท วา สมฺมุขา วณฺณภณนถุติโฆโส, สิโลโก ปรมฺมุขภูตา ปสํสา ปตฺถฏยสตา วา. เสสํ อนนฺตรสุตฺเต วุตฺตนยเมว.
อฏฺฐมสุตฺตวณฺณนา นิฏฺฐิตา.
๙. สิปฺปสุตฺตวณฺณนา
๒๙. นวเม โก นุ โข, อาวุโส, สิปฺปํ ชานาตีติ, อาวุโส, อเมฺหสุ อิธ สนฺนิปติเตสุ โก นุ ชีวิตนิมิตฺตํ สิกฺขิตพฺพฏฺเฐน ‘‘สิปฺป’’นฺติ ลทฺธนามํ ยํกิญฺจิ อาชีวํ วิชานาติ? โก กึ สิปฺปํ สิกฺขีติ โก ทีฆรตฺตํ สิปฺปาจริยกุลํ ปยิรุปาสิตฺวา อาคมโต ปโยคโต จ หตฺถิสิปฺปาทีสุ กึ สิปฺปํ สิกฺขิ? กตรํ สิปฺปํ สิปฺปานํ อคฺคนฺติ สพฺพสิปฺปานํ อคารยฺหตาย มหปฺผลตาย อกิจฺฉสิทฺธิยา จ กตรํ สิปฺปํ อคฺคํ อุตฺตมํ? ยํ นิสฺสาย สุเขน สกฺกา ชีวิตุนฺติ อธิปฺปาโย. ตตฺเถกจฺเจติ เตสุ ภิกฺขูสุ เอกจฺเจ ภิกฺขู. เย หตฺถาจริยกุลา ปพฺพชิตา เต. เอวมาหํสูติ เต เอวํ ภณึสุ. อิโต ปรมฺปิ ‘‘เอกจฺเจ’’ติ วุตฺตฏฺฐาเน เอเสว นโย. หตฺถิสิปฺปนฺติ ยํ หตฺถีนํ ปริคฺคณฺหนทมนสารณโรคติกิจฺฉาทิเภทํ กตฺตพฺพํ, ตํ อุทฺทิสฺส ปวตฺตํ สพฺพมฺปิ สิปฺปํ อิธ ‘‘หตฺถิสิปฺป’’นฺติ อธิปฺเปตํ. อสฺสสิปฺปนฺติ เอตฺถาปิ เอเสว นโย. รถสิปฺปํ ปน รถโยคฺคานํ ทมนสารณาทิวิธานวเสน เจว รถสฺส กรณวเสน จ เวทิตพฺพํ. ธนุสิปฺปนฺติ อิสฺสาสสิปฺปํ, โย ธนุพฺเพโธติ วุจฺจติ. ถรุสิปฺปนฺติ เสสอาวุธสิปฺปํ. มุทฺทาสิปฺปนฺติ หตฺถมุทฺทาย คณนสิปฺปํ. คณนสิปฺปนฺติ อจฺฉิทฺทกคณนสิปฺปํ. สงฺขานสิปฺปนฺติ สงฺกลนปฏุปฺปาทนาทิวเสน ปิณฺฑคณนสิปฺปํ. ตํ ยสฺส ปคุณํ โหติ, โส รุกฺขมฺปิ ทิสฺวา ‘‘เอตฺตกานิ เอตฺถ ปณฺณานี’’ติ คณิตุํ ชานาติ. เลขาสิปฺปนฺติ นานากาเรหิ อกฺขรลิขนสิปฺปํ, ลิปิญาณํ วา. กาเวยฺยสิปฺปนฺติ อตฺตโน จินฺตาวเสน วา ปรโต ปฏิลทฺธสุตวเสน วา, ‘‘อิมสฺส อยมตฺโถ, เอวํ นํ โยเชสฺสามี’’ติ เอวํ อตฺถวเสน วา, กิญฺจิเทว กพฺพํ ทิสฺวา, ‘‘ตปฺปฏิภาคํ กพฺพํ กริสฺสามี’’ติ ฐานุปฺปตฺติกปฏิภานวเสน วา จินฺตากวิอาทีนํ จตุนฺนํ กวีนํ กพฺพกรณสิปฺปํ. วุตฺตเญฺหตํ ภควตา –
‘‘จตฺตาโรเม, ภิกฺขเว, กวี – จินฺตากวิ, สุตกวิ, อตฺถกวิ, ปฏิภานกวี’’ติ (อ. นิ. ๔.๒๓๑).
โลกายตสิปฺปนฺติ ‘‘กาโก เสโต อฏฺฐีนํ เสตตฺตา, พลากา รตฺตา โลหิตสฺส รตฺตตฺตา’’ติ เอวมาทินยปฺปวตฺตํ ปรโลกนิพฺพานานํ ปฏิเสธกํ วิตณฺฑสตฺถสิปฺปํ. ขตฺตวิชฺชาสิปฺปนฺติ อพฺเภยฺยมาสุรกฺขาทินีติสตฺถสิปฺปํ. อิมานิ กิร ทฺวาทส มหาสิปฺปานิ นาม. เตเนวาห ตตฺถ ตตฺถ ‘‘สิปฺปานํ อคฺค’’นฺติ.
เอตมตฺถํ วิทิตฺวาติ เอตํ สพฺพสิปฺปายตนานํ ชีวิกตฺถตาย วฏฺฏทุกฺขโต อนิสฺสรณภาวํ, สีลาทีนํเยว ปน สุปริสุทฺธานํ นิสฺสรณภาวํ, ตํ สมงฺคิโนเยว จ ภิกฺขุภาวํ สพฺพาการโต วิทิตฺวา ตทตฺถวิภาวนํ อิมํ อุทานํ อุทาเนสิ.
ตตฺถ อสิปฺปชีวีติ จตุนฺนํ ตณฺหุปฺปาทานํ สมุจฺเฉทวิกฺขมฺภเนน ปจฺจยาสาย วิโสสิตตฺตา ยํกิญฺจิ สิปฺปํ อุปนิสฺสาย ชีวิกํ น กปฺเปตีติ อสิปฺปชีวี, เอเตน อาชีวปาริสุทฺธิสีลํ ทสฺเสติ. ลหูติ อปฺปกิจฺจตาย สลฺลหุกวุตฺติตาย จ ลหุ อพหุลสมฺภาโร, เอเตน จตุปจฺจยสนฺโตสสิทฺธํ สุภรตํ ทสฺเสติ. อตฺถกาโมติ สเทวกสฺส โลกสฺส อตฺถเมว กาเมตีติ อตฺถกาโม, เอเตน สตฺตานํ อนตฺถปริวชฺชนสฺส ปกาสิตตฺตา ปาติโมกฺขสํวรสีลํ ทสฺเสติ ปาณาติปาตาทิอนตฺถวิรมณปริทีปนโต. ยตินฺทฺริโยติ จกฺขาทีนํ ฉนฺนํ อินฺทฺริยานํ อภิชฺฌาทฺยปฺปวตฺติโต สํยเมน ยตินฺทฺริโย, เอเตน อินฺทฺริยสํวรสีลํ วุตฺตํ. สพฺพธิ วิปฺปมุตฺโตติ เอวํ สุปริสุทฺธสีโล จตุปจฺจยสนฺโตเส อวฏฺฐิโต สปฺปจฺจยํ นามรูปํ ปริคฺคเหตฺวา อนิจฺจาทิวเสน สงฺขาเร สมฺมสนฺโต วิปสฺสนํ อุสฺสุกฺกาเปตฺวา ตโต ปรํ ปฏิปาฏิยา ปวตฺติเตหิ จตูหิ อริยมคฺเคหิ สํโยชนานํ ปหีนตฺตา สพฺพธิ สพฺพตฺถ ภวาทีสุ วิปฺปมุตฺโต.
อโนกสารี อมโม นิราโสติ ตถา สพฺพธิ วิปฺปมุตฺตตฺตา เอว โอกสงฺขาเตสุ ฉสุปิ อายตเนสุ ตณฺหาภิสรณสฺส อภาเวน อโนกสารี, รูปาทีสุ กตฺถจิ มมงฺการาภาวโต อมโม, สพฺเพน สพฺพํ อนาสีสนโต นิราโส. หิตฺวา มานํ เอกจโร ส ภิกฺขูติ เอวํภูโต จ โส อรหตฺตมคฺคปฺปตฺติสมกาลเมว อนวเสสํ มานํ หิตฺวา ปชหิตฺวา อิเม ภิกฺขู วิย คณสงฺคณิกํ อกตฺวา ปวิเวกกามตาย ตณฺหาสหายวิรเหน จ สพฺพิริยาปเถสุ เอกจโร, โส สพฺพโส ภินฺนกิเลสตฺตา ปรมตฺถโต ภิกฺขุ นาม. เอตฺถ จ ‘‘อสิปฺปชีวี’’ติอาทินา โลกิยคุณา กถิตา, ‘‘สพฺพธิ วิปฺปมุตฺโต’’ติอาทินา โลกุตฺตรคุณา กถิตา. ตตฺถ อสิปฺปชีวีติอาทิ ‘‘วิภเว ฐิตสฺเสว อยํ ธมฺโม, น สิปฺปํ นิสฺสาย มิจฺฉาชีเวน ชีวิกํ กปฺเปนฺตสฺส, ตสฺมา สิปฺเปสุ สารคฺคหณํ วิสฺสชฺเชตฺวา อธิสีลาทีสุเยว ตุเมฺหหิ สิกฺขิตพฺพ’’นฺติ ทสฺเสติ.
นวมสุตฺตวณฺณนา นิฏฺฐิตา.
๑๐. โลกสุตฺตวณฺณนา
๓๐. ทสเม พุทฺธจกฺขุนาติ เอตฺถ อาสยานุสยญาณํ อินฺทฺริยปโรปริยตฺตญาณญฺจ พุทฺธจกฺขุ นาม. ยถาห –
‘‘อทฺทสา โข ภควา พุทฺธจกฺขุนา โลกํ โวโลเกนฺโต สตฺเต อปฺปรชกฺเข มหารชกฺเข ติกฺขินฺทฺริเย มุทินฺทฺริเย’’ติอาทิ (ม. นิ. ๑.๒๘๓; ๒.๓๓๙).
โลกนฺติ ตโย โลกา – โอกาสโลโก, สงฺขารโลโก, สตฺตโลโกติ. ตตฺถ –
‘‘ยาวตา จนฺทิมสูริยา ปริหรนฺติ,
ทิสา ภนฺติ วิโรจนา;
ตาว สหสฺสธา โลโก,
เอตฺถ เต วตฺตตี วโส’’ติ. –
อาทีสุ (ม. นิ. ๑.๕๐๓) โอกาสโลโก. ‘‘เอโก โลโก – สพฺเพ สตฺตา อาหารฏฺฐิติกา, เทฺว โลกา – นามญฺจ รูปญฺจ, ตโย โลกา – ติสฺโส เวทนา, จตฺตาโร โลกา – จตฺตาโร อาหารา, ปญฺจ โลกา – ปญฺจุปาทานกฺขนฺธา, ฉ โลกา – ฉ อชฺฌตฺติกานิ อายตนานิ, สตฺต โลกา – สตฺต วิญฺญาณฏฺฐิติโย, อฏฺฐ โลกา – อฏฺฐ โลกธมฺมา, นว โลกา – นว สตฺตาวาสา, ทส โลกา – ทสายตนานิ, ทฺวาทส โลกา – ทฺวาทสายตนานิ, อฏฺฐารส โลกา – อฏฺฐารส ธาตุโย’’ติอาทีสุ (ปฏิ. ม. ๑.๑๑๒) สงฺขารโลโก. ‘‘สสฺสโต โลโก, อสสฺสโต โลโก’’ติอาทีสุ สตฺตโลโก วุตฺโต. อิธาปิ สตฺตโลโก เวทิตพฺโพ.
ตตฺถ โลกียติ วิจิตฺตาการโต ทิสฺสตีติ จกฺกวาฬสงฺขาโต โลโก โอกาสโลโก, สงฺขาโร ลุชฺชติ ปลุชฺชตีติ โลโก, โลกียติ เอตฺถ ปุญฺญปาปํ ตพฺพิปาโก จาติ สตฺตโลโก. เตสุ ภควา มหากรุณาย อนุกมฺปมาโน สํสารทุกฺขโต โมเจตุกาโม สตฺตโลกํ โอโลเกสิ. กตมสฺส ปน สตฺตาหสฺส อจฺจเยน โอโลเกสิ? ปฐมสฺส สตฺตาหสฺส. ภควา หิ ปลฺลงฺกสตฺตาหสฺส ปริโยสาเน ปจฺฉิมยามาวสาเน ‘‘ยทา หเว ปาตุภวนฺติ ธมฺมา…เป… สูริโยว โอภาสยมนฺตลิกฺข’’นฺติ (อุทา. ๑-๓; กถา. ๓๒๑; มหาว. ๑-๓) อิมํ อริยมคฺคานุภาวทีปกํ อุทานํ อุทาเนตฺวา, ‘‘อหํ ตาว เอวํ สุทุตฺตรํ สํสารมโหฆํ อิมาย ธมฺมนาวาย สมุตฺตริตฺวา นิพฺพานปาเร ฐิโต, หนฺท ทานิ โลกมฺปิ ตาเรสฺสามิ, กีทิโส นุ โข โลโก’’ติ โลกํ โวโลเกสิ. ตํ สนฺธาย วุตฺตํ – ‘‘อถ โข ภควา ตสฺส สตฺตาหสฺส อจฺจเยน ตมฺหา สมาธิมฺหา วุฏฺฐหิตฺวา พุทฺธจกฺขุนา โลกํ โวโลเกสี’’ติ.
ตตฺถ โวโลเกสีติ วิวิเธหิ อากาเรหิ ปสฺสิ, หตฺถตเล ฐปิตอามลกํ วิย อตฺตโน ญาเณน ปจฺจกฺขํ อกาสิ. อเนเกหิ สนฺตาเปหีติอาทิ โวโลกิตาการทสฺสนํ. อเนเกหิ สนฺตาเปหีติ อเนเกหิ ทุกฺเขหิ. ทุกฺขญฺหิ สนฺตาปนปีฬนฏฺเฐน สนฺตาโปติ วุจฺจติ. ยถาห – ‘‘ทุกฺขสฺส ปีฬนฏฺโฐ สงฺขตฏฺโฐ สนฺตาปฏฺโฐ วิปริณามฏฺโฐ’’ติ (ปฏิ. ม. ๑.๑๗). ตญฺจ ทุกฺขทุกฺขาทิวเสน เจว ชาติอาทิวเสน จ อเนกปฺปการํ. เตน วุตฺตํ ‘‘อเนเกหิ สนฺตาเปหี’’ติ. อเนเกหิ ทุกฺเขหิ สนฺตปฺปมาเน ปีฬิยมาเน พาธิยมาเน. ปริฬาเหหีติ ปริทาเหหิ. ปริฑยฺหมาเนติ อินฺธนํ วิย อคฺคินา สมนฺตโต ฑยฺหมาเน. ราคเชหีติ ราคสมฺภูเตหิ. เอส นโย เสเสสุปิ. ราคาทโย หิ ยสฺมึ สนฺตาเน อุปฺปชฺชนฺติ, ตํ นิทฺทหนฺตา วิย วิพาเธนฺติ, เตน วุตฺตํ – ‘‘ตโยเม, ภิกฺขเว, อคฺคี – ราคคฺคิ, โทสคฺคิ, โมหคฺคี’’ติ (อิติวุ. ๙๓). ยโต เต จิตฺตํ กายญฺจ กิเลเสนฺตีติ กิเลสาติ วุจฺจนฺติ. เอตฺถ จ ปริฑยฺหมาเนติ เอเตน ภควา ราคาทิกิเลสานํ ปวตฺติทุกฺขตํ, เตน จ สตฺตานํ อภิภูตตํ ทสฺเสติ. สนฺตปฺปมาเนติ อิมินา ปน เตสํ กาลนฺตรทุกฺขตํ, เตน นิรนฺตโรปทฺทวตญฺจ ทสฺเสติ.