๒. ราชสุตฺตวณฺณนา
๑๒. ทุติเย สมฺพหุลานนฺติ วินยปริยาเยน ตโย ชนา ‘‘สมฺพหุลา’’ติ วุจฺจนฺติ, ตโต ปรํ สงฺโฆ. สุตฺตนฺตปริยาเยน ปน ตโย ตโย เอว, ตโต อุทฺธํ สมฺพหุลา. ตสฺมา อิธาปิ สุตฺตนฺตปริยาเยน สมฺพหุลาติ เวทิตพฺพา. อุปฏฺฐานสาลายนฺติ ธมฺมสภามณฺฑเป. สา หิ ธมฺมํ เทเสตุํ อาคตสฺส ตถาคตสฺส ภิกฺขูนํ อุปฏฺฐานกรณฏฺฐานนฺติ ‘‘อุปฏฺฐานสาลา’’ติ วุจฺจติ. อถ วา ยตฺถ ภิกฺขู วินยํ วินิจฺฉินนฺติ, ธมฺมํ กเถนฺติ, สากจฺฉํ สมาปชฺชนฺติ, สนฺนิปตนวเสน ปกติยา อุปติฏฺฐนฺติ, สา สาลาปิ มณฺฑโปปิ ‘‘อุปฏฺฐานสาลา’’เตฺวว วุจฺจติ. ตตฺถาปิ หิ พุทฺธาสนํ นิจฺจํ ปญฺญตฺตเมว โหติ. อิทญฺหิ พุทฺธานํ ธรมานกาเล ภิกฺขูนํ จาริตฺตํ. สนฺนิสินฺนานนฺติ นิสชฺชนวเสน สงฺคมฺม นิสินฺนานํ. สนฺนิปติตานนฺติ ตโต ตโต อาคนฺตฺวา สนฺนิปตนวเสน สนฺนิปติตานํ. อถ วา พุทฺธาสนํ ปุรโต กตฺวา สตฺถุ สมฺมุเข วิย อาทรุปฺปตฺติยา สกฺกจฺจํ นิสีทนวเสน สนฺนิสินฺนานํ, สมานชฺฌาสยตฺตา อญฺญมญฺญสฺมึ อชฺฌาสเยน สุฏฺฐุ สมฺมา จ นิปตนวเสน สนฺนิปติตานํ. อยนฺติ อิทานิ วุจฺจมานํ นิทฺทิสติ. อนฺตรากถาติ กมฺมฏฺฐานมนสิการอุทฺเทสปริปุจฺฉาทีนํ อนฺตรา อญฺญา เอกา กถา, อถ วา มชฺฌนฺหิเก ลทฺธสฺส สุคโตวาทสฺส, สายํ ลภิตพฺพสฺส ธมฺมสฺสวนสฺส จ อนฺตรา ปวตฺตตฺตา อนฺตรากถา, สมณสมาจารสฺเสว วา อนฺตรา ปวตฺตา อญฺญา เอกา กถาติ อนฺตรากถา. อุทปาทีติ อุปฺปนฺนา.
อิเมสํ ทฺวินฺนํ ราชูนนฺติ นิทฺธารเณ สามิวจนํ. มหทฺธนตโร วาติอาทีสุ ปถวิยํ นิขณิตฺวา ฐปิตํ สตฺตรตนนิจยสงฺขาตํ มหนฺตํ ธนํ เอตสฺสาติ มหทฺธโน, ทฺวีสุ อยํ อติสเยน มหทฺธโนติ มหทฺธนตโร. วาสทฺโท วิกปฺปตฺโถ. เสสปเทสุปิ เอเสว นโย. อยํ ปน วิเสโส – นิจฺจปริพฺพยวเสน มหนฺโต โภโค เอตสฺสาติ มหาโภโค. เทวสิกํ ปวิสนอายภูโต มหนฺโต โกโส เอตสฺสาติ มหาโกโส. อปเร ปน ‘‘เทวสิกํ ปวิสนอายภูตํ มณิสารเผคฺคุคุมฺพาทิเภทภินฺนํ ปริคฺคหวตฺถุ ธนํ, ตเทว สารคพฺภาทีสุ นิหิตํ โกโส’’ติ วทนฺติ. วชิโร, มหานีโล, อินฺทนีโล, มรกโต, เวฬุริโย, ปทุมราโค, ผุสฺสราโค, กกฺเกตโน, ปุลาโก, วิมโล, โลหิตงฺโก, ผลิโก, ปวาโฬ, โชติรโส, โคมุตฺตโก, โคเมทโก, โสคนฺธิโก, มุตฺตา, สงฺโข, อญฺชนมูโล, ราชปฏฺโฏ, อมตํสโก, ปิยโก, พฺราหฺมณี จาติ จตุพฺพีสติ มณิ นาม. สตฺต โลหานิ กหาปโณ จ สาโร นาม. สยนจฺฉาทนปาวุรณคชทนฺตสิลาทีนิ เผคฺคุ นาม. จนฺทนาครุกุงฺกุมตครกปฺปูราทิ คุมฺพา นาม. ตตฺถ ปุริเมน อาทิสทฺเทน สาลิวีหิอาทิมุคฺคมาสาทิปุพฺพณฺณาปรณฺณเภทํ ธญฺญวิกตึ อาทึ กตฺวา ยํ สตฺตานํ อุปโภคปริโภคภูตํ วตฺถุ, ตํ สพฺพํ สงฺคยฺหติ. มหนฺตํ วิชิตํ รฏฺฐํ เอตสฺสาติ มหาวิชิโต. มหนฺโต หตฺถิอสฺสาทิวาหโน เอตสฺสาติ มหาวาหโน. มหนฺตํ เสนาพลญฺเจว ถามพลญฺจ เอตสฺสาติ มหพฺพโล. อิจฺฉิตนิพฺพตฺติสงฺขาตา ปุญฺญกมฺมนิปฺผนฺนา มหตี อิทฺธิ เอตสฺสาติ มหิทฺธิโก. เตชสงฺขาโต อุสฺสาหมนฺตปภุสตฺติสงฺขาโต วา มหนฺโต อานุภาโว เอตสฺสาติ มหานุภาโว.
เอตฺถ จ ปฐเมน อายสมฺปทา, ทุติเยน วิตฺตูปกรณสมฺปทา, ตติเยน วิภวสมฺปทา, จตุตฺเถน ชนปทสมฺปทา, ปญฺจเมน ยานสมฺปทา, ฉฏฺเฐน ปริวารสมฺปทาย สทฺธึ อตฺตสมฺปทา, สตฺตเมน ปุญฺญกมฺมสมฺปทา, อฏฺฐเมน ปภาวสมฺปทา เตสํ ราชูนํ ปกาสิตา โหติ. เตน ยา สา สามิสมฺปตฺติ, อมจฺจสมฺปตฺติ, เสนาสมฺปตฺติ, รฏฺฐสมฺปตฺติ, วิภวสมฺปตฺติ, มิตฺตสมฺปตฺติ, ทุคฺคสมฺปตฺตีติ สตฺต ปกติสมฺปทา ราชูนํ อิจฺฉิตพฺพา. ตา สพฺพา ยถารหํ ปริทีปิตาติ เวทิตพฺพา.
ทานาทีหิ จตูหิ สงฺคหวตฺถูหิ ปริสํ รญฺเชตีติ ราชา. มคธานํ อิสฺสโรติ มาคโธ. มหติยา เสนาย สมนฺนาคตตฺตา เสนิยโคตฺตตฺตา วา เสนิโย. พิมฺพิ วุจฺจติ สุวณฺณํ, ตสฺมา สารพิมฺพิวณฺณตาย พิมฺพิสาโร. เกจิ ปน ‘‘นามเมเวตํ ตสฺส รญฺโญ’’ติ วทนฺติ. ปจฺจามิตฺตํ ปรเสนํ ชินาตีติ ปเสนทิ. โกสลรฏฺฐสฺส อธิปตีติ โกสโล. อยญฺจรหีติ เอตฺถ จรหีติ นิปาตมตฺตํ. วิปฺปกตาติ อปริโยสิตา. อยํ เตสํ ภิกฺขูนํ อนฺตรากถา อนิฏฺฐิตาติ อตฺโถ.
สายนฺหสมยนฺติ สายเนฺห เอกํ สมยํ. ปฏิสลฺลานา วุฏฺฐิโตติ ตโต ตโต รูปาทิอารมฺมณโต จิตฺตสฺส ปฏิสํหรณโต ปฏิสลฺลานสงฺขาตาย ผลสมาปตฺติโต ยถากาลปริจฺเฉทํ วุฏฺฐิโต. ภควา หิ ปุพฺพณฺหสมยํ ภิกฺขุสงฺฆปริวุโต สาวตฺถึ ปวิสิตฺวา ภิกฺขูนํ สุลภปิณฺฑปาตํ กตฺวา กตภตฺตกิจฺโจ ภิกฺขูหิ สทฺธึ สาวตฺถิโต นิกฺขมิตฺวา วิหารํ ปวิสิตฺวา คนฺธกุฏิปฺปมุเข ฐตฺวา วตฺตํ ทสฺเสตฺวา ฐิตานํ ภิกฺขูนํ ยถาสมุฏฺฐิตํ สุคโตวาทํ ทตฺวา เตสุ อรญฺญรุกฺขมูลาทิทิวาฏฺฐานํ อุทฺทิสฺส คเตสุ คนฺธกุฏึ ปวิสิตฺวา ผลสมาปตฺติสุเขน ทิวสภาคํ วีตินาเมตฺวา ยถากาลปริจฺเฉเท สมาปตฺติโต วุฏฺฐาย, ‘‘มยฺหํ อุปคมนํ อาคมยมานา จตสฺโส ปริสา สกลวิหารํ ปริปูเรนฺติโย นิสินฺนา, อิทานิ เม ธมฺมเทสนตฺถํ ธมฺมสภามณฺฑลํ อุปคนฺตุํ กาโล’’ติ อาสนโต วุฏฺฐาย, เกสรสีโห วิย กญฺจนคุหาย สุรภิคนฺธกุฏิโต นิกฺขมิตฺวา ยูถํ อุปสงฺกมนฺโต มตฺตวรวารโณ วิย อกายจาปลฺเลน จารุวิกฺกนฺตคมโน อสีติอนุพฺยญฺชนปฺปฏิมณฺฑิตพาตฺตึสมหาปุริสลกฺขณสมุชฺชลาย พฺยามปฺปภาย ปริกฺเขปวิลาสสมฺปนฺนาย ปภสฺสรเกตุมาลาลงฺกตาย นีลปีตโลหิโตทาตมญฺชิฏฺฐปภสฺสรานํ วเสน ฉพฺพณฺณพุทฺธรํสิโย วิสฺสชฺเชนฺติยา อจินฺเตยฺยานุภาวาย อนุปมาย พุทฺธลีลาย สมนฺนาคตาย รูปกายสมฺปตฺติยา สกลวิหารํ เอกาโลกํ กุรุมาโน อุปฏฺฐานสาลํ อุปสงฺกมิ. เตน วุตฺตํ – ‘‘อถ โข ภควา…เป… เตนุปสงฺกมี’’ติ.
เอวํ อุปสงฺกมิตฺวา วตฺตํ ทสฺเสตฺวา นิสินฺเน เต ภิกฺขู ตุณฺหีภูเต ทิสฺวา ‘‘มยิ อกเถนฺเต อิเม ภิกฺขู พุทฺธคารเวน กปฺปมฺปิ น กเถสฺสนฺตี’’ติ กถาสมุฏฺฐาปนตฺถํ ‘‘กาย นุตฺถ, ภิกฺขเว’’ติอาทิมาห. ตตฺถ กาย นุตฺถาติ กตมาย นุ ภวถ. ‘‘กาย โนตฺถา’’ติปิ ปาฬิ, โส เอวตฺโถ, ‘‘กาย เนฺวตฺถา’’ติปิ ปฐนฺติ, ตสฺส กตมาย นุ เอตฺถาติ อตฺโถ. ตตฺรายํ สงฺเขปตฺโถ – ภิกฺขเว, กตมาย นาม กถาย อิธ สนฺนิสินฺนา ภวถ, กตมา จ ตุมฺหากํ กถา มมาคมนปจฺจยา อนิฏฺฐิตา, ตํ นิฏฺฐาเปสฺสามีติ เอวํ สพฺพญฺญุปวารณาย ปวาเรสิ.
น เขฺวตนฺติ น โข เอตํ, อยเมว วา ปาโฐ. ‘‘น โขต’’นฺติปิ ปฐนฺติ, น โข เอตํ อิจฺเจว ปทวิภาโค. กุลปุตฺตานนฺติ ชาติอาจารกุลปุตฺตานํ. สทฺธาติ สทฺธาย, กมฺมผลสทฺธาย รตนตฺตยสทฺธาย จ. อคารสฺมาติ ฆรโต, คหฏฺฐภาวาติ อตฺโถ. อนคาริยนฺติ ปพฺพชฺชํ. ปพฺพชิตานนฺติ อุปคตานํ. ยนฺติ กิริยาปรามสนํ. ตตฺถายํ ปทโยชนา – ‘‘ภิกฺขเว, ตุเมฺห เนว ราชาภินีตา น โจราภินีตา น อิณฏฺฏา น ชีวิตปกตา ปพฺพชิตา, อถ โข สทฺธาย อคารโต นิกฺขมิตฺวา มม สาสเน ปพฺพชิตา, ตุเมฺห เอตรหิ เอวรูปึ ราชปฺปฏิสํยุตฺตํ ติรจฺฉานกถํ กเถยฺยาถ, ยํ เอวรูปาย กถาย กถนํ, เอตํ ตุมฺหากํ น โข ปติรูปํ น ยุตฺตเมวา’’ติ.
เอวํ สนฺนิปติตานํ ปพฺพชิตานํ อปฺปติรูปํ ปฏิกฺขิปิตฺวา อิทานิ เนสํ ปติรูปํ ปฏิปตฺตึ อนุชานนฺโต ‘‘สนฺนิปติตานํ โว, ภิกฺขเว, ทฺวยํ กรณียํ ธมฺมี วา กถา อริโย วา ตุณฺหีภาโว’’ติ อาห. ตตฺถ โวติ ตุมฺหากํ. กรณียนฺติ หิ ปทํ อเปกฺขิตฺวา กตฺตริ สามิวจนเมตํ, ตสฺมา ตุเมฺหหีติ อตฺโถ. ทฺวยํ กรณียนฺติ เทฺว กาตพฺพา. ธมฺมี กถาติ จตุสจฺจธมฺมโต อนเปตา กถา, ปวตฺตินิวตฺติปริทีปินี ธมฺมเทสนาติ อตฺโถ. ทสกถาวตฺถุสงฺขาตาปิ หิ ธมฺมกถา ตเทกเทสา เอวาติ. อริโยติ เอกนฺตหิตาวหตฺตา อริโย, วิสุทฺโธ อุตฺตโมติ วา อริโย. ตุณฺหีภาโวติ สมถวิปสฺสนาภาวนาภูตํ อกถนํ. เกจิ ปน ‘‘วจีสงฺขารปฏิปกฺขภาวโต ทุติยชฺฌานํ อริโย ตุณฺหีภาโว’’ติ วทนฺติ. อปเร ‘‘จตุตฺถชฺฌานํ อริโย ตุณฺหีภาโว’’ติ วทนฺติ. อยํ ปเนตฺถ อตฺโถ – ‘‘ภิกฺขเว, จิตฺตวิเวกสฺส ปริพฺรูหนตฺถํ วิเวกฏฺฐกายา สุญฺญาคาเร วิหรนฺตา สเจ กทาจิ สนฺนิปตถ, เอวํ สนฺนิปติเตหิ ตุเมฺหหิ ‘อสฺสุตํ สาเวติ สุตํ วา ปริโยทเปตี’ติ วุตฺตนเยน อญฺญมญฺญสฺสูปการาย ขนฺธาทีนํ อนิจฺจตาทิปฏิสํยุตฺตา ธมฺมกถา วา ปวตฺเตตพฺพา, อญฺญมญฺญํ อพฺยาพาธนตฺถํ ฌานสมาปตฺติยา วา วิหริตพฺพ’’นฺติ.
ตตฺถ ปุริเมน กรณียวจเนน อโนติณฺณานํ สาสเน โอตรณูปายํ ทสฺเสติ, ปจฺฉิเมน โอติณฺณานํ สํสารโต นิสฺสรณูปายํ. ปุริเมน วา อาคมเวยฺยตฺติเย นิโยเชติ, ปจฺฉิเมน อธิคมเวยฺยตฺติเย. อถ วา ปุริเมน สมฺมาทิฏฺฐิยา ปฐมํ อุปฺปตฺติเหตุํ ทีเปติ, ทุติเยน ทุติยํ. วุตฺตเญฺหตํ –
‘‘เทฺวเม, ภิกฺขเว, เหตู เทฺว ปจฺจยา สมฺมาทิฏฺฐิยา อุปฺปาทาย ปรโต จ โฆโส, ปจฺจตฺตญฺจ โยนิโส มนสิกาโร’’ติ (อ. นิ. ๒.๑๒๗).
ปุริเมน วา โลกิยสมฺมาทิฏฺฐิยา มูลการณํ วิภาเวติ, ปจฺฉิเมน โลกุตฺตรสมฺมาทิฏฺฐิยา มูลการณนฺติ เอวมาทินา เอตฺถ โยชนา เวทิตพฺพา.
เอตมตฺถํ วิทิตฺวาติ เตหิ ภิกฺขูหิ กิตฺติตกามสมฺปตฺติโต ฌานาทิสมฺปตฺติ สนฺตตรา เจว ปณีตตรา จาติ เอตมตฺถํ สพฺพาการโต วิทิตฺวา. อิมํ อุทานนฺติ อิมํ อริยวิหารสุขานุภาวทีปกํ อุทานํ อุทาเนสิ.
ตตฺถ ยญฺจ กามสุขํ โลเกติ โลกสทฺโท ‘‘ขนฺธโลโก อายตนโลโก ธาตุโลโก’’ติอาทีสุ (มหานิ. ๓, ๗; จูฬนิ. อชิตมาณวปุจฺฉานิทฺเทส ๒) สงฺขาเรสุ อาคโต.
‘‘ยาวตา จนฺทิมสูริยา ปริหรนฺติ,
ทิสา ภนฺติ วิโรจนา;
ตาว สหสฺสธา โลโก,
เอตฺถ เต วตฺตตี วโส’’ติ. –
อาทีสุ (ม. นิ. ๑.๕๐๓) โอกาเส อาคโต. ‘‘อทฺทสา โข ภควา พุทฺธจกฺขุนา โลกํ โวโลเกนฺโต’’ติอาทีสุ (มหาว. ๙; ม. นิ. ๑.๒๘๓) สตฺเตสุ. อิธ ปน สตฺตโลเก โอกาสโลเก จ เวทิตพฺโพ. ตสฺมา อวีจิโต ปฏฺฐาย อุปริ พฺรหฺมโลกโต เหฏฺฐา เอตสฺมึ โลเก ยํ วตฺถุกาเม ปฏิจฺจ กิเลสกามวเสน อุปฺปชฺชนโต กามสหคตํ สุขํ. ยญฺจิทํ ทิวิยํ สุขนฺติ ยญฺจ อิทํ ทิวิ ภวํ ทิพฺพวิหารวเสน จ ลทฺธพฺพํ พฺรหฺมานํ มนุสฺสานญฺจ รูปสมาปตฺติสุขํ. ตณฺหกฺขยสุขสฺสาติ ยํ อาคมฺม ตณฺหา ขียติ, ตํ นิพฺพานํ อารมฺมณํ กตฺวา ตณฺหาย จ ปฏิปสฺสมฺภนวเสน ปวตฺตผลสมาปตฺติสุขํ ตณฺหกฺขยสุขํ นาม, ตสฺส ตณฺหกฺขยสุขสฺส. เอเตติ ลิงฺควิปลฺลาเสน นิทฺเทโส, เอตานิ สุขานีติ อตฺโถ. เกจิ อุภยมฺปิ สุขสามญฺเญน คเหตฺวา ‘‘เอต’’นฺติ ปฐนฺติ, เตสํ ‘‘กลํ นาคฺฆตี’’ติ ปาเฐน ภวิตพฺพํ.
โสฬสินฺติ โสฬสนฺนํ ปูรณึ. อยเญฺหตฺถ สงฺเขปตฺโถ – จกฺกวตฺติสุขํ อาทึ กตฺวา สพฺพสฺมึ มนุสฺสโลเก มนุสฺสสุขํ, นาคสุปณฺณาทิโลเก นาคาทีหิ อนุภวิตพฺพํ สุขํ, จาตุมหาราชิกาทิเทวโลเก ฉพฺพิธํ กามสุขนฺติ ยํ เอกาทสวิเธ กามโลเก อุปฺปชฺชนฺตํ กามสุขํ, ยญฺจ อิทํ รูปารูปเทเวสุ ทิพฺพวิหารภูเตสุ รูปารูปชฺฌาเนสุ จ อุปฺปนฺนตฺตา ‘‘ทิวิย’’นฺติ ลทฺธนามํ โลกิยชฺฌานสุขํ, สกลมฺปิ ตทุภยํ ตณฺหกฺขยสุขสงฺขาตํ ผลสมาปตฺติสุขํ โสฬส ภาเค กตฺวา ตโต เอกภาคํ โสฬสภาคคุเณ ลทฺธํ เอกภาคสงฺขาตํ กลํ น อคฺฆตีติ.
อยญฺจ อตฺถวณฺณนา ผลสมาปตฺติสามญฺเญน วุตฺตา. ปาฬิยํ อวิเสเสน ตณฺหกฺขยสฺส อาคตตฺตา ปฐมผลสมาปตฺติสุขสฺสาปิ กลํ โลกิยํ น อคฺฆติ เอว. ตถา หิ วุตฺตํ –
‘‘ปถพฺยา เอกรชฺเชน, สคฺคสฺส คมเนน วา;
สพฺพโลกาธิปจฺเจน, โสตาปตฺติผลํ วร’’นฺติ. (ธ. ป. ๑๗๘);
โสตาปตฺติสํยุตฺเตปิ วุตฺตํ –
‘‘กิญฺจาปิ, ภิกฺขเว, ราชา จกฺกวตฺตี จตุนฺนํ ทีปานํ อิสฺสริยาธิปจฺจํ รชฺชํ กาเรตฺวา กายสฺส เภทา ปรํ มรณา สุคตึ สคฺคํ โลกํ อุปปชฺชติ เทวานํ ตาวตึสานํ สหพฺยตํ, โส ตตฺถ นนฺทเน วเน อจฺฉราสงฺฆปริวุโต ทิพฺเพหิ จ ปญฺจหิ กามคุเณหิ สมปฺปิโต สมงฺคีภูโต ปริจาเรติ, โส จตูหิ ธมฺเมหิ อสมนฺนาคโต. อถ โข โส อปริมุตฺโตว นิรยา, อปริมุตฺโต ติรจฺฉานโยนิยา, อปริมุตฺโต เปตฺติวิสยา, อปริมุตฺโต อปายทุคฺคติวินิปาตา. กิญฺจาปิ, ภิกฺขเว, อริยสาวโก ปิณฺฑิยาโลเปน ยาเปติ, นนฺตกานิ จ ธาเรติ, โส จตูหิ ธมฺเมหิ สมนฺนาคโต, อถ โข โส ปริมุตฺโต นิรยา, ปริมุตฺโต ติรจฺฉานโยนิยา, ปริมุตฺโต เปตฺติวิสยา, ปริมุตฺโต อปายทุคฺคติวินิปาตา.
‘‘กตเมหิ จตูหิ? อิธ, ภิกฺขเว, อริยสาวโก พุทฺเธ อเวจฺจปฺปสาเทน สมนฺนาคโต โหติ ‘อิติปิ โส ภควา อรหํ…เป... พุทฺโธ ภควา’ติ. ธมฺเม อเวจฺจปฺปสาเทน…เป… วิญฺญูหี’ติ. สงฺเฆ อเวจฺจปฺปสาเทน…เป… ปุญฺญกฺเขตฺตํ โลกสฺสา’ติ. อริยกนฺเตหิ สีเลหิ สมนฺนาคโต โหติ อขณฺเฑหิ…เป… สมาธิสํวตฺตนิเกหิ. อิเมหิ จตูหิ ธมฺเมหิ สมนฺนาคโต โหติ. โย จ, ภิกฺขเว, จตุนฺนํ ทีปานํ ปฏิลาโภ, โย จตุนฺนํ ธมฺมานํ ปฏิลาโภ, จตุนฺนํ ทีปานํ ปฏิลาโภ จตุนฺนํ ธมฺมานํ ปฏิลาภสฺส กลํ นาคฺฆติ โสฬสิ’’นฺติ (สํ. นิ. ๕.๙๙๗).
เอวํ ภควา สพฺพตฺถ โลกิยสุขํ สอุตฺตรํ สาติสยํ, โลกุตฺตรสุขเมว อนุตฺตรนฺติ อติสยนฺติ ภาเชสีติ.
ทุติยสุตฺตวณฺณนา นิฏฺฐิตา.