๓. อุปจาลาเถรีคาถาวณฺณนา
สติมตีติอาทิกา อุปจาลาย เถริยา คาถา. ตสฺสา วตฺถุ จาลาย เถริยา วตฺถุมฺหิ วุตฺตเมว. อยมฺปิ หิ จาลา วิย ปพฺพชิตฺวา วิปสฺสนํ ปฏฺฐเปตฺวา อรหตฺตํ ปตฺวา อุทาเนนฺตี –
๑๘๙. ‘‘สติมตี จกฺขุมตี, ภิกฺขุนี ภาวิตินฺทฺริยา;
ปฏิวิชฺฌิ ปทํ สนฺตํ, อกาปุริสเสวิต’’นฺติ. –
อิมํ คาถํ อภาสิ.
ตตฺถ สติมตีติ สติสมฺปนฺนา, ปุพฺพภาเค ปรเมน สติเนปกฺเกน สมนฺนาคตา หุตฺวา ปจฺฉา อริยมคฺคสฺส ภาวิตตฺตา สติเวปุลฺลปฺปตฺติยา อุตฺตมาย สติยา สมนฺนาคตาติ อตฺโถ. จกฺขุมตีติ ปญฺญาจกฺขุนา สมนฺนาคตา, อาทิโต อุทยตฺถคามินิยา ปญฺญาย อริยาย นิพฺเพธิกาย สมนฺนาคตา หุตฺวา ปญฺญาเวปุลฺลปฺปตฺติยา ปรเมน ปญฺญาจกฺขุนา สมนฺนาคตาติ วุตฺตํ โหติ. อกาปุริสเสวิตนฺติ อลามกปุริเสหิ อุตฺตมปุริเสหิ อริเยหิ พุทฺธาทีหิ เสวิตํ.
‘‘กินฺนุ ชาตึ น โรเจสี’’ติ คาถา เถรึ กาเมสุ อุปหาเรตุกาเมน มาเรน วุตฺตา. ‘‘กึ นุ ตฺวํ ภิกฺขุนิ น โรเจสี’’ติ (สํ. นิ. ๑.๑๖๗) หิ มาเรน ปุฏฺฐา เถรี อาห – ‘‘ชาตึ ขฺวาหํ, อาวุโส, น โรเจมี’’ติ. อถ นํ มาโร ชาตสฺส กามา ปริโภคา, ตสฺมา ชาติปิ อิจฺฉิตพฺพา, กามาปิ ปริภุญฺชิตพฺพาติ ทสฺเสนฺโต –
๑๙๐. ‘‘กินฺนุ ชาตึ น โรเจสิ, ชาโต กามานิ ภุญฺชติ;
ภุญฺชาหิ กามรติโย, มาหุ ปจฺฉานุตาปินี’’ติ. –
คาถมาห.
ตสฺสตฺโถ – กึ นุ ตํ การณํ, เยน ตฺวํ อุปจาเล ชาตึ น โรเจสิ น โรเจยฺยาสิ, น ตํ การณํ อตฺถิ. ยสฺมา ชาโต กามานิ ภุญฺชติ อิธ ชาโต กามคุณสํหิตานิ รูปาทีนิ ปฏิเสวนฺโต กามสุขํ ปริภุญฺชติ. น หิ อชาตสฺส ตํ อตฺถิ, ตสฺมา ภุญฺชาหิ กามรติโย กามขิฑฺฑารติโย อนุภว. มาหุ ปจฺฉานุตาปินี ‘‘โยพฺพญฺเญ สติ วิชฺชมาเนสุ โภเคสุ น มยา กามสุขมนุภูต’’นฺติ ปจฺฉานุตาปินี มา อโหสิ. อิมสฺมึ โลเก ธมฺมา นาม ยาวเทว อตฺถาธิคมตฺโถ อตฺโถ จ กามสุขตฺโถติ ปากโฏยมตฺโถติ อธิปฺปาโย.
ตํ สุตฺวา เถรี ชาติยา ทุกฺขนิมิตฺตตํ อตฺตโน จ ตสฺส วิสยาติกฺกมํ วิภาเวตฺวา ตชฺเชนฺตี –
๑๙๑. ‘‘ชาตสฺส มรณํ โหติ, หตฺถปาทาน เฉทนํ;
วธพนฺธปริเกฺลสํ, ชาโต ทุกฺขํ นิคจฺฉติ.
๑๙๒. ‘‘อตฺถิ สกฺยกุเล ชาโต, สมฺพุทฺโธ อปราชิโต;
โส เม ธมฺมมเทเสสิ, ชาติยา สมติกฺกมํ.
๑๙๓. ‘‘ทุกฺขํ ทุกฺขสมุปฺปาทํ, ทุกฺขสฺส จ อติกฺกมํ;
อริยํ จฏฺฐงฺคิกํ มคฺคํ, ทุกฺขูปสมคามินํ.
๑๙๔. ‘‘ตสฺสาหํ วจนํ สุตฺวา, วิหรึ สาสเน รตา;
ติสฺโส วิชฺชา อนุปฺปตฺตา, กตํ พุทฺธสฺส สาสนํ.
๑๙๕. ‘‘สพฺพตฺถ วิหตา นนฺที, ตโมกฺขนฺโธ ปทาลิโต;
เอวํ ชานาหิ ปาปิม, นิหโต ตฺวมสิ อนฺตกา’’ติ. –
อิมา คาถา อภาสิ.
ตตฺถ ชาตสฺส มรณํ โหตีติ ยสฺมา ชาตสฺส สตฺตสฺส มรณํ โหติ, น อชาตสฺส. น เกวลํ มรณเมว, อถ โข ชราโรคาทโย ยตฺตกานตฺถา, สพฺเพปิ เต ชาตสฺส โหนฺติ ชาติเหตุกา. เตนาห ภควา – ‘‘ชาติปจฺจยา ชรามรณํ โสกปริเทวทุกฺขโทมนสฺสุปายาสา สมฺภวนฺตี’’ติ (มหาว. ๑; วิภ. ๒๒๕; อุทา. ๑). เตเนวาห – ‘‘หตฺถปาทาน เฉทน’’นฺติ หตฺถปาทานํ เฉทนํ ชาตสฺเสว โหติ, น อชาตสฺส. หตฺถปาทเฉทนาปเทเสน เจตฺถ พาตฺตึส กมฺมการณาปิ ทสฺสิตา เอวาติ ทฏฺฐพฺพํ. เตเนวาห – ‘‘วธพนฺธปริเกฺลสํ, ชาโต ทุกฺขํ นิคจฺฉตี’’ติ. ชีวิตวิโยชนมุฏฺฐิปฺปหาราทิสงฺขาตํ วธปริเกฺลสญฺเจว อนฺทุพนฺธนาทิสงฺขาตํ พนฺธปริเกฺลสํ อญฺญญฺจ ยํกิญฺจิ ทุกฺขํ นาม ตํ สพฺพํ ชาโต เอว นิคจฺฉติ, น อชาโต, ตสฺมา ชาตึ น โรเจมีติ.
อิทานิ ชาติยา กามานญฺจ อจฺจนฺตเมว อตฺตนา สมติกฺกนฺตภาวํ มูลโต ปฏฺฐาย ทสฺเสนฺตี – ‘‘อตฺถิ สกฺยกุเล ชาโต’’ติอาทิมาห. ตตฺถ อปราชิโตติ กิเลสมาราทินา เกนจิ น ปราชิโต. สตฺถา หิ สพฺพาภิภู สเทวกํ โลกํ อญฺญทตฺถุ อภิภวิตฺวา ฐิโต, ตสฺมา อปราชิโต. เสสํ วุตฺตนยตฺตา อุตฺตานเมว.
อุปจาลาเถรีคาถาวณฺณนา นิฏฺฐิตา.
สตฺตกนิปาตวณฺณนา นิฏฺฐิตา.