๗. สตฺตกนิปาโต

๑. อุตฺตราเถรีคาถาวณฺณนา

สตฺตกนิปาเต มุสลานิ คเหตฺวานาติ อุตฺตราย เถริยา คาถา. อยมฺปิ ปุริมพุทฺเธสุ กตาธิการา ตตฺถ ตตฺถ ภเว วิวฏฺฏูปนิสฺสยํ กุสลํ อุปจินนฺตี, อนุกฺกเมน สมฺภาวิตกุสลมูลา สมุปจิตวิโมกฺขสมฺภารา ปริปกฺกวิมุตฺติปริปาจนียธมฺมา หุตฺวา, อิมสฺมึ พุทฺธุปฺปาเท สาวตฺถิยํ อญฺญตรสฺมึ กุลเคเห นิพฺพตฺติตฺวา อุตฺตราติ ลทฺธนามา อนุกฺกเมน วิญฺญุตํ ปตฺวา ปฏาจาราย เถริยา สนฺติกํ อุปสงฺกมิ. เถรี ตสฺสา ธมฺมํ กเถสิ. สา ธมฺมํ สุตฺวา สํสาเร ชาตสํเวคา สาสเน อภิปฺปสนฺนา หุตฺวา ปพฺพชิ. ปพฺพชิตฺวา จ กตปุพฺพกิจฺจา ปฏาจาราย เถริยา สนฺติเก วิปสฺสนํ ปฏฺฐเปตฺวา ภาวนมนุยุญฺชนฺตี อุปนิสฺสยสมฺปนฺนตาย อินฺทฺริยานํ ปริปากํ คตตฺตา จ น จิรสฺเสว วิปสฺสนํ อุสฺสุกฺกาเปตฺวา สห ปฏิสมฺภิทาหิ อรหตฺตํ ปาปุณิ. อรหตฺตํ ปน ปตฺวา อตฺตโน ปฏิปตฺตึ ปจฺจเวกฺขิตฺวา อุทานวเสน –

๑๗๕. ‘‘มุสลานิ คเหตฺวาน, ธญฺญํ โกฏฺเฏนฺติ มาณวา;

ปุตฺตทารานิ โปเสนฺตา, ธนํ วินฺทนฺติ มาณวา.

๑๗๖. ‘‘ฆเฏถ พุทฺธสาสเน, ยํ กตฺวา นานุตปฺปติ;

ขิปฺปํ ปาทานิ โธวิตฺวา, เอกมนฺตํ นิสีทถ.

๑๗๗. ‘‘จิตฺตํ อุปฏฺฐเปตฺวาน, เอกคฺคํ สุสมาหิตํ;

ปจฺจเวกฺขถ สงฺขาเร, ปรโต โน จ อตฺตโต.

๑๗๘. ‘‘ตสฺสาหํ วจนํ สุตฺวา, ปฏาจารานุสาสนึ;

ปาเท ปกฺขาลยิตฺวาน, เอกมนฺเต อุปาวิสึ.

๑๗๙. ‘‘รตฺติยา ปุริเม ยาเม, ปุพฺพชาติมนุสฺสรึ;

รตฺติยา มชฺฌิเม ยาเม, ทิพฺพจกฺขุํ วิโสธยึ.

๑๘๐. ‘‘รตฺติยา ปจฺฉิเม ยาเม, ตโมกฺขนฺธํ ปทาลยึ;

เตวิชฺชา อถ วุฏฺฐาสึ, กตา เต อนุสาสนี.

๑๘๑. ‘‘สกฺกํว เทวา ติทสา, สงฺคาเม อปราชิตํ;

ปุรกฺขตฺวา วิหสฺสามิ, เตวิชฺชามฺหิ อนาสวา’’ติ. –

อิมา คาถา อภาสิ.

ตตฺถ จิตฺตํ อุปฏฺฐเปตฺวานาติ ภาวนาจิตฺตํ กมฺมฏฺฐาเน อุปฏฺฐเปตฺวา. กถํ? เอกคฺคํ สุสมาหิตํ ปจฺจเวกฺขถาติ ปฏิปตฺตึ อเวกฺขถ, สงฺขาเร อนิจฺจาติปิ, ทุกฺขาติปิ, อนตฺตาติปิ ลกฺขณตฺตยํ วิปสฺสถาติ อตฺโถ. อิทญฺจ โอวาทกาเล อตฺตโน อญฺเญสญฺจ ภิกฺขุนีนํ เถริยาทีนํ โอวาทสฺส อนุวาทวเสน วุตฺตํ. ปฏาจารานุสาสนินฺติ ปฏาจาราย เถริยา อนุสิฏฺฐึ. ‘‘ปฏาจาราย สาสน’’นฺติปิ วา ปาโฐ.

อถ วุฏฺฐาสินฺติ เตวิชฺชาภาวปฺปตฺติโต ปจฺฉา อาสนโต วุฏฺฐาสึ. อยมฺปิ เถรี เอกทิวสํ ปฏาจาราย เถริยา สนฺติเก กมฺมฏฺฐานํ โสเธตฺวา อตฺตโน วสนฏฺฐานํ ปวิสิตฺวา ปลฺลงฺกํ อาภุชิตฺวา นิสีทิ. ‘‘น ตาวิมํ ปลฺลงฺกํ ภินฺทิสฺสามิ, ยาว เม น อนุปาทาย อาสเวหิ จิตฺตํ วิมุจฺจตี’’ติ นิจฺฉยํ กตฺวา สมฺมสนํ อารภิตฺวา, อนุกฺกเมน วิปสฺสนํ อุสฺสุกฺกาเปตฺวา มคฺคปฏิปาฏิยา อภิญฺญาปฏิสมฺภิทาปริวารํ อรหตฺตํ ปตฺวา เอกูนวีสติยา ปจฺจเวกฺขณาญาณาย ปวตฺตาย ‘‘อิทานิมฺหิ กตกิจฺจา’’ติ โสมนสฺสชาตา อิมา คาถา อุทาเนตฺวา ปาเท ปสาเรสิ อรุณุคฺคมนเวลายํ. ตโต สมฺมเทว วิภาตาย รตฺติยา เถริยา สนฺติกํ อุปคนฺตฺวา อิมา คาถา ปจฺจุทาหาสิ. เตน วุตฺตํ ‘‘กตา เต อนุสาสนี’’ติอาทิ. เสสํ สพฺพํ เหฏฺฐา วุตฺตนยเมว.

อุตฺตราเถรีคาถาวณฺณนา นิฏฺฐิตา.

๒. จาลาเถรีคาถาวณฺณนา

สตึ อุปฏฺฐเปตฺวานาติอาทิกา จาลาย เถริยา คาถา. อยมฺปิ ปุริมพุทฺเธสุ กตาธิการา ตตฺถ ตตฺถ ภเว วิวฏฺฏูปนิสฺสยํ กุสลํ อุปจินิตฺวา อิมสฺมึ พุทฺธุปฺปาเท มคเธสุ นาลกคาเม รูปสาริพฺราหฺมณิยา กุจฺฉิมฺหิ นิพฺพตฺติ. ตสฺสา นามคฺคหณทิวเส จาลาติ นามํ อกํสุ, ตสฺสา กนิฏฺฐาย อุปจาลาติ, อถ ตสฺสา กนิฏฺฐาย สีสูปจาลาติ. อิมา ติสฺโสปิ ธมฺมเสนาปติสฺส กนิฏฺฐภคินิโย, อิมาสํ ปุตฺตานมฺปิ ติณฺณํ อิทเมว นามํ. เย สนฺธาย เถรคาถาย ‘‘จาเล อุปจาเล สีสูปจาเล’’ติ (เถรคา. ๔๒) อาคตํ.

อิมา ปน ติสฺโสปิ ภคินิโย ‘‘ธมฺมเสนาปติ ปพฺพชี’’ติ สุตฺวา ‘‘น หิ นูน โส โอรโก ธมฺมวินโย, น สา โอริกา ปพฺพชฺชา, ยตฺถ อมฺหากํ อยฺโย ปพฺพชิโต’’ติ อุสฺสาหชาตา ติพฺพจฺฉนฺทา อสฺสุมุขํ รุทมานํ ญาติปริชนํ ปหาย ปพฺพชึสุ. ปพฺพชิตฺวา จ ฆเฏนฺติโย วายมนฺติโย นจิรสฺเสว อรหตฺตํ ปาปุณึสุ. อรหตฺตํ ปน ปตฺวา นิพฺพานสุเขน ผลสุเขน วิหรนฺติ.

ตาสุ จาลา ภิกฺขุนี เอกทิวสํ ปจฺฉาภตฺตํ ปิณฺฑปาตปฏิกฺกนฺตา อนฺธวนํ ปวิสิตฺวา ทิวาวิหารํ นิสีทิ. อถ นํ มาโร อุปสงฺกมิตฺวา กาเมหิ อุปเนสิ. ยํ สนฺธาย สุตฺเต วุตฺตํ –

‘‘อถ โข จาลา ภิกฺขุนี ปุพฺพณฺหสมยํ นิวาเสตฺวา ปตฺตจีวรํ อาทาย สาวตฺถึ ปิณฺฑาย ปาวิสิ. สาวตฺถิยํ ปิณฺฑาย จริตฺวา ปจฺฉาภตฺตํ ปิณฺฑปาตปฏิกฺกนฺตา เยน อนฺธวนํ, เตนุปสงฺกมิ ทิวาวิหาราย. อนฺธวนํ อชฺโฌคาเหตฺวา อญฺญตรสฺมึ รุกฺขมูเล ทิวาวิหารํ นิสีทิ. อถ โข มาโร ปาปิมา เยน จาลา ภิกฺขุนี, เตนุปสงฺกมิ, อุปสงฺกมิตฺวา จาลํ ภิกฺขุนึ เอตทโวจา’’ติ (สํ. นิ. ๑.๑๖๗).

อนฺธวนมฺหิ ทิวาวิหารํ นิสินฺนํ มาโร อุปสงฺกมิตฺวา พฺรหฺมจริยวาสโต วิจฺฉินฺทิตุกาโม ‘‘กํ นุ อุทฺทิสฺส มุณฺฑาสี’’ติอาทึ ปุจฺฉิ. อถสฺส สตฺถุ คุเณ ธมฺมสฺส จ นิยฺยานิกภาวํ ปกาเสตฺวา อตฺตโน กตกิจฺจภาววิภาวเนน ตสฺส วิสยาติกฺกมํ ปเวเทสิ. ตํ สุตฺวา มาโร ทุกฺขี ทุมฺมโน ตตฺเถวนฺตรธายิ. อถ สา อตฺตนา มาเรน จ ภาสิตา คาถา อุทานวเสน กเถนฺตี –

๑๘๒. ‘‘สตึ อุปฏฺฐเปตฺวาน, ภิกฺขุนี ภาวิตินฺทฺริยา;

ปฏิวิชฺฌิ ปทํ สนฺตํ, สงฺขารูปสมํ สุขํ.

๑๘๓. ‘‘กํ นุ อุทฺทิสฺส มุณฺฑาสิ, สมณี วิย ทิสฺสติ;

น จ โรเจสิ ปาสณฺเฑ, กิมิทํ จรสิ โมมุหา.

๑๘๔. ‘‘อิโต พหิทฺธา ปาสณฺฑา, ทิฏฺฐิโย อุปนิสฺสิตา;

น เต ธมฺมํ วิชานนฺติ, น เต ธมฺมสฺส โกวิทา.

๑๘๕. ‘‘อตฺถิ สกฺยกุเล ชาโต, พุทฺโธ อปฺปฏิปุคฺคโล;

โส เม ธมฺมมเทเสสิ, ทิฏฺฐีนํ สมติกฺกมํ.

๑๘๖. ‘‘ทุกฺขํ ทุกฺขสมุปฺปาทํ, ทุกฺขสฺส จ อติกฺกมํ;

อริยํ จฏฺฐงฺคิกํ มคฺคํ, ทุกฺขูปสมคามินํ.

๑๘๗. ‘‘ตสฺสาหํ วจนํ สุตฺวา, วิหรึ สาสเน รตา;

ติสฺโส วิชฺชา อนุปฺปตฺตา, กตํ พุทฺธสฺส สาสนํ.

๑๘๘. ‘‘สพฺพตฺถ วิหตา นนฺที, ตโมกฺขนฺโธ ปทาลิโต;

เอวํ ชานาหิ ปาปิม, นิหโต ตฺวมสิ อนฺตกา’’ติ. –

อิมา คาถา อภาสิ.

ตตฺถ สตึ อุปฏฺฐเปตฺวานาติ สติปฏฺฐานภาวนาวเสน กายาทีสุ อสุภทุกฺขานิจฺจานตฺตวเสน สตึ สุฏฺฐุ อุปฏฺฐิตํ กตฺวา. ภิกฺขุนีติ อตฺตานํ สนฺธาย วทติ. ภาวิตินฺทฺริยาติ อริยมคฺคภาวนาย ภาวิตสทฺธาทิปญฺจินฺทฺริยา. ปฏิวิชฺฌิ ปทํ สนฺตนฺติ สนฺตํ ปทํ นิพฺพานํ สจฺฉิกิริยาปฏิเวเธน ปฏิวิชฺฌิ สจฺฉากาสิ. สงฺขารูปสมนฺติ สพฺพสงฺขารานํ อุปสมเหตุภูตํ. สุขนฺติ อจฺจนฺตสุขํ.

‘‘กํ นุ อุทฺทิสฺสา’’ติ คาถา มาเรน วุตฺตา. ตตฺรายํ สงฺเขปตฺโถ – อิมสฺมึ โลเก พหู สมยา เตสญฺจ เทเสตาโร พหู เอว ติตฺถกรา, เตสุ กํ นุ โข ตฺวํ อุทฺทิสฺส มุณฺฑาสิ มุณฺฑิตเกสา อสิ. น เกวลํ มุณฺฑาว, อถ โข กาสาวธารเณน จ สมณี วิย ทิสฺสติ. น จ โรเจสิ ปาสณฺเฑติ ตาปสปริพฺพาชกาทีนํ อาทาสภูเต ปาสณฺเฑ เต เต สมยนฺตเร เนว โรเจสิ. กิมิทํ จรสิ โมมุหาติ กึ นามิทํ, ยํ ปาสณฺฑวิหิตํ อุชุํ นิพฺพานมคฺคํ ปหาย อชฺช กาลิกํ กุมคฺคํ ปฏิปชฺชนฺตี อติวิย มูฬฺหา จรสิ ปริพฺภมสีติ.

ตํ สุตฺวา เถรี ปฏิวจนทานมุเขน ตํ ตชฺเชนฺตี ‘‘อิโต พหิทฺธา’’ติอาทิมาห. ตตฺถ อิโต พหิทฺธา ปาสณฺฑา นาม อิโต สมฺมาสมฺพุทฺธสฺส สาสนโต พหิทฺธา กุฏีสกพหุการาทิกา. เต หิ สตฺตานํ ตณฺหาปาสํ ทิฏฺฐิปาสญฺจ เฑนฺติ โอฑฺเฑนฺตีติ ปาสณฺฑาติ วุจฺจติ. เตนาห – ‘‘ทิฏฺฐิโย อุปนิสฺสิตา’’ติ สสฺสตทิฏฺฐิคตานิ อุเปจฺจ นิสฺสิตา, ทิฏฺฐิคตานิ อาทิยึสูติ อตฺโถ. ยทคฺเคน จ ทิฏฺฐิสนฺนิสฺสิตา, ตทคฺเคน ปาสณฺฑสนฺนิสฺสิตา. น เต ธมฺมํ วิชานนฺตีติ เย ปาสณฺฑิโน สสฺสตทิฏฺฐิคตสนฺนิสฺสิตา ‘‘อยํ ปวตฺติ เอวํ ปวตฺตตี’’ติ ปวตฺติธมฺมมฺปิ ยถาภูตํ น วิชานนฺติ. น เต ธมฺมสฺส โกวิทาติ ‘‘อยํ นิวตฺติ เอวํ นิวตฺตตี’’ติ นิวตฺติธมฺมสฺสาปิ อกุสลา, ปวตฺติธมฺมมคฺเคปิ หิ เต สํมูฬฺหา, กิมงฺคํ ปน นิวตฺติธมฺเมติ.

เอวํ ปาสณฺฑวาทานํ อนิยฺยานิกตํ ทสฺเสตฺวา อิทานิ กํ นุ อุทฺทิสฺส มุณฺฑาสีติ ปญฺหํ วิสฺสชฺเชตุํ ‘‘อตฺถิ สกฺยกุเล ชาโต’’ติอาทิ วุตฺตํ. ตตฺถ ทิฏฺฐีนํ สมติกฺกมนฺติ สพฺพาสํ ทิฏฺฐีนํ สมติกฺกมนุปายํ ทิฏฺฐิชาลวินิเวฐนํ. เสสํ วุตฺตนยเมว.

จาลาเถรีคาถาวณฺณนา นิฏฺฐิตา.

๓. อุปจาลาเถรีคาถาวณฺณนา

สติมตีติอาทิกา อุปจาลาย เถริยา คาถา. ตสฺสา วตฺถุ จาลาย เถริยา วตฺถุมฺหิ วุตฺตเมว. อยมฺปิ หิ จาลา วิย ปพฺพชิตฺวา วิปสฺสนํ ปฏฺฐเปตฺวา อรหตฺตํ ปตฺวา อุทาเนนฺตี –

๑๘๙. ‘‘สติมตี จกฺขุมตี, ภิกฺขุนี ภาวิตินฺทฺริยา;

ปฏิวิชฺฌิ ปทํ สนฺตํ, อกาปุริสเสวิต’’นฺติ. –

อิมํ คาถํ อภาสิ.

ตตฺถ สติมตีติ สติสมฺปนฺนา, ปุพฺพภาเค ปรเมน สติเนปกฺเกน สมนฺนาคตา หุตฺวา ปจฺฉา อริยมคฺคสฺส ภาวิตตฺตา สติเวปุลฺลปฺปตฺติยา อุตฺตมาย สติยา สมนฺนาคตาติ อตฺโถ. จกฺขุมตีติ ปญฺญาจกฺขุนา สมนฺนาคตา, อาทิโต อุทยตฺถคามินิยา ปญฺญาย อริยาย นิพฺเพธิกาย สมนฺนาคตา หุตฺวา ปญฺญาเวปุลฺลปฺปตฺติยา ปรเมน ปญฺญาจกฺขุนา สมนฺนาคตาติ วุตฺตํ โหติ. อกาปุริสเสวิตนฺติ อลามกปุริเสหิ อุตฺตมปุริเสหิ อริเยหิ พุทฺธาทีหิ เสวิตํ.

‘‘กินฺนุ ชาตึ น โรเจสี’’ติ คาถา เถรึ กาเมสุ อุปหาเรตุกาเมน มาเรน วุตฺตา. ‘‘กึ นุ ตฺวํ ภิกฺขุนิ น โรเจสี’’ติ (สํ. นิ. ๑.๑๖๗) หิ มาเรน ปุฏฺฐา เถรี อาห – ‘‘ชาตึ ขฺวาหํ, อาวุโส, น โรเจมี’’ติ. อถ นํ มาโร ชาตสฺส กามา ปริโภคา, ตสฺมา ชาติปิ อิจฺฉิตพฺพา, กามาปิ ปริภุญฺชิตพฺพาติ ทสฺเสนฺโต –

๑๙๐. ‘‘กินฺนุ ชาตึ น โรเจสิ, ชาโต กามานิ ภุญฺชติ;

ภุญฺชาหิ กามรติโย, มาหุ ปจฺฉานุตาปินี’’ติ. –

คาถมาห.

ตสฺสตฺโถ – กึ นุ ตํ การณํ, เยน ตฺวํ อุปจาเล ชาตึ น โรเจสิ น โรเจยฺยาสิ, น ตํ การณํ อตฺถิ. ยสฺมา ชาโต กามานิ ภุญฺชติ อิธ ชาโต กามคุณสํหิตานิ รูปาทีนิ ปฏิเสวนฺโต กามสุขํ ปริภุญฺชติ. น หิ อชาตสฺส ตํ อตฺถิ, ตสฺมา ภุญฺชาหิ กามรติโย กามขิฑฺฑารติโย อนุภว. มาหุ ปจฺฉานุตาปินี ‘‘โยพฺพญฺเญ สติ วิชฺชมาเนสุ โภเคสุ น มยา กามสุขมนุภูต’’นฺติ ปจฺฉานุตาปินี มา อโหสิ. อิมสฺมึ โลเก ธมฺมา นาม ยาวเทว อตฺถาธิคมตฺโถ อตฺโถ จ กามสุขตฺโถติ ปากโฏยมตฺโถติ อธิปฺปาโย.

ตํ สุตฺวา เถรี ชาติยา ทุกฺขนิมิตฺตตํ อตฺตโน จ ตสฺส วิสยาติกฺกมํ วิภาเวตฺวา ตชฺเชนฺตี –

๑๙๑. ‘‘ชาตสฺส มรณํ โหติ, หตฺถปาทาน เฉทนํ;

วธพนฺธปริเกฺลสํ, ชาโต ทุกฺขํ นิคจฺฉติ.

๑๙๒. ‘‘อตฺถิ สกฺยกุเล ชาโต, สมฺพุทฺโธ อปราชิโต;

โส เม ธมฺมมเทเสสิ, ชาติยา สมติกฺกมํ.

๑๙๓. ‘‘ทุกฺขํ ทุกฺขสมุปฺปาทํ, ทุกฺขสฺส จ อติกฺกมํ;

อริยํ จฏฺฐงฺคิกํ มคฺคํ, ทุกฺขูปสมคามินํ.

๑๙๔. ‘‘ตสฺสาหํ วจนํ สุตฺวา, วิหรึ สาสเน รตา;

ติสฺโส วิชฺชา อนุปฺปตฺตา, กตํ พุทฺธสฺส สาสนํ.

๑๙๕. ‘‘สพฺพตฺถ วิหตา นนฺที, ตโมกฺขนฺโธ ปทาลิโต;

เอวํ ชานาหิ ปาปิม, นิหโต ตฺวมสิ อนฺตกา’’ติ. –

อิมา คาถา อภาสิ.

ตตฺถ ชาตสฺส มรณํ โหตีติ ยสฺมา ชาตสฺส สตฺตสฺส มรณํ โหติ, น อชาตสฺส. น เกวลํ มรณเมว, อถ โข ชราโรคาทโย ยตฺตกานตฺถา, สพฺเพปิ เต ชาตสฺส โหนฺติ ชาติเหตุกา. เตนาห ภควา – ‘‘ชาติปจฺจยา ชรามรณํ โสกปริเทวทุกฺขโทมนสฺสุปายาสา สมฺภวนฺตี’’ติ (มหาว. ๑; วิภ. ๒๒๕; อุทา. ๑). เตเนวาห – ‘‘หตฺถปาทาน เฉทน’’นฺติ หตฺถปาทานํ เฉทนํ ชาตสฺเสว โหติ, น อชาตสฺส. หตฺถปาทเฉทนาปเทเสน เจตฺถ พาตฺตึส กมฺมการณาปิ ทสฺสิตา เอวาติ ทฏฺฐพฺพํ. เตเนวาห – ‘‘วธพนฺธปริเกฺลสํ, ชาโต ทุกฺขํ นิคจฺฉตี’’ติ. ชีวิตวิโยชนมุฏฺฐิปฺปหาราทิสงฺขาตํ วธปริเกฺลสญฺเจว อนฺทุพนฺธนาทิสงฺขาตํ พนฺธปริเกฺลสํ อญฺญญฺจ ยํกิญฺจิ ทุกฺขํ นาม ตํ สพฺพํ ชาโต เอว นิคจฺฉติ, น อชาโต, ตสฺมา ชาตึ น โรเจมีติ.

อิทานิ ชาติยา กามานญฺจ อจฺจนฺตเมว อตฺตนา สมติกฺกนฺตภาวํ มูลโต ปฏฺฐาย ทสฺเสนฺตี – ‘‘อตฺถิ สกฺยกุเล ชาโต’’ติอาทิมาห. ตตฺถ อปราชิโตติ กิเลสมาราทินา เกนจิ น ปราชิโต. สตฺถา หิ สพฺพาภิภู สเทวกํ โลกํ อญฺญทตฺถุ อภิภวิตฺวา ฐิโต, ตสฺมา อปราชิโต. เสสํ วุตฺตนยตฺตา อุตฺตานเมว.

อุปจาลาเถรีคาถาวณฺณนา นิฏฺฐิตา.

สตฺตกนิปาตวณฺณนา นิฏฺฐิตา.