๙. อภยาเถรีคาถาวณฺณนา

อภเย ภิทุโร กาโยติอาทิกา อภยตฺเถริยา คาถา. อยมฺปิ ปุริมพุทฺเธสุ กตาธิการา ตตฺถ ตตฺถ ภเว วิวฏฺฏูปนิสฺสยํ ปุญฺญํ อุปจินนฺตี สิขิสฺส ภควโต กาเล ขตฺติยมหาสาลกุเล นิพฺพตฺติตฺวา วิญฺญุตํ ปตฺวา อรุณรญฺโญ อคฺคมเหสี อโหสิ. ราชา ตสฺสา เอกทิวสํ คนฺธสมฺปนฺนานิ สตฺต อุปฺปลานิ อทาสิ. สา ตานิ คเหตฺวา ‘‘กึ เม อิเมหิ ปิฬนฺธนฺเตหิ. ยํนูนาหํ อิเมหิ ภควนฺตํ ปูเชสฺสามี’’ติ จินฺเตตฺวา นิสีทิ. ภควา จ ภิกฺขาจารเวลายํ ราชนิเวสนํ ปาวิสิ. สา ภควนฺตํ ทิสฺวา ปสนฺนมานสา ปจฺจุคฺคนฺตฺวา เตหิ ปุปฺเผหิ ปูเชตฺวา ปญฺจปติฏฺฐิเตน วนฺทิ. สา เตน ปุญฺญกมฺเมน เทวมนุสฺเสสุ สํสรนฺตี อิมสฺมึ พุทฺธุปฺปาเท อุชฺเชนิยํ กุลเคเห นิพฺพตฺติตฺวา วิญฺญุตํ ปตฺวา อภยมาตุสหายิกา หุตฺวา ตาย ปพฺพชิตาย ตสฺสา สิเนเหน สยมฺปิ ปพฺพชิตฺวา ตาย สทฺธึ ราชคเห วสมานา เอกทิวสํ อสุภทสฺสนตฺถํ สีตวนํ อคมาสิ. สตฺถา คนฺธกุฏิยํ นิสินฺโนว ตสฺสา อนุภูตปุพฺพํ อารมฺมณํ ปุรโต กตฺวา ตสฺสา อุทฺธุมาตกาทิภาวํ ปกาเสสิ. ตํ ทิสฺวา สํเวคมานสา อฏฺฐาสิ. สตฺถา โอภาสํ ผริตฺวา ปุรโต นิสินฺนํ วิย อตฺตานํ ทสฺเสตฺวา –

๓๕. ‘‘อภเย ภิทุโร กาโย, ยตฺถ สตฺตา ปุถุชฺชนา;

นิกฺขิปิสฺสามิมํ เทหํ, สมฺปชานา สตีมตี.

๓๖. ‘‘พหูหิ ทุกฺขธมฺเมหิ, อปฺปมาทรตาย เม;

ตณฺหกฺขโย อนุปฺปตฺโต, กตํ พุทฺธสฺส สาสน’’นฺติ. –

อิมา คาถา อภาสิ. สา คาถาปริโยสาเน อรหตฺตํ ปาปุณิ. เตน วุตฺตํ อปทาเน (อป. เถรี ๒.๑.๗๑-๙๐) –

‘‘นคเร อรุณวติยา, อรุโณ นาม ขตฺติโย;

ตสฺส รญฺโญ อหุํ ภริยา, วาริตํ วารยามหํ.

‘‘สตฺตมาลํ คเหตฺวาน, อุปฺปลา เทวคนฺธิกา;

นิสชฺช ปาสาทวเร, เอวํ จินฺเตสิ ตาวเท.

‘‘กึ เม อิมาหิ มาลาหิ, สิรสาโรปิตาหิ เม;

วรํ เม พุทฺธเสฏฺฐสฺส, ญาณมฺหิ อภิโรปิตํ.

‘‘สมฺพุทฺธํ ปฏิมาเนนฺตี, ทฺวาราสนฺเน นิสีทหํ;

ยทา เอหิติ สมฺพุทฺโธ, ปูชยิสฺสํ มหามุนึ.

‘‘กกุโธ วิลสนฺโตว, มิคราชาว เกสรี;

ภิกฺขุสงฺเฆน สหิโต, อาคจฺฉิ วีถิยา ชิโน.

‘‘พุทฺธสฺส รํสึ ทิสฺวาน, หฏฺฐา สํวิคฺคมานสา;

ทฺวารํ อวาปุริตฺวาน, พุทฺธเสฏฺฐมปูชยึ.

‘‘สตฺต อุปฺปลปุปฺผานิ, ปริกิณฺณานิ อมฺพเร;

ฉทึ กโรนฺโต พุทฺธสฺส, มตฺถเก ธารยนฺติ เต.

‘‘อุทคฺคจิตฺตา สุมนา, เวทชาตา กตญฺชลี;

ตตฺถ จิตฺตํ ปสาเทตฺวา, ตาวตึสมคจฺฉหํ.

‘‘มหาเนลสฺส ฉาทนํ, ธาเรนฺติ มม มุทฺธนิ;

ทิพฺพคนฺธํ ปวายามิ, สตฺตุปฺปลสฺสิทํ ผลํ.

‘‘กทาจิ นียมานาย, ญาติสงฺเฆน เม ตทา;

ยาวตา ปริสา มยฺหํ, มหาเนลํ ธรียติ.

‘‘สตฺตติ เทวราชูนํ, มเหสิตฺตมการยึ;

สพฺพตฺถ อิสฺสรา หุตฺวา, สํสรามิ ภวาภเว.

‘‘เตสฏฺฐิ จกฺกวตฺตีนํ, มเหสิตฺตมการยึ;

สพฺเพ มมนุวตฺตนฺติ, อาเทยฺยวจนา อหุํ.

‘‘อุปฺปลสฺเสว เม วณฺโณ, คนฺโธ เจว ปวายติ;

ทุพฺพณฺณิยํ น ชานามิ, พุทฺธปูชายิทํ ผลํ.

‘‘อิทฺธิปาเทสุ กุสลา, โพชฺฌงฺคภาวนารตา;

อภิญฺญาปารมิปฺปตฺตา, พุทฺธปูชายิทํ ผลํ.

‘‘สติปฏฺฐานกุสลา, สมาธิฌานโคจรา;

สมฺมปฺปธานมนุยุตฺตา, พุทฺธปูชายิทํ ผลํ.

‘‘วีริยํ เม ธุรโธรยฺหํ, โยคกฺเขมาธิวาหนํ;

สพฺพาสวปริกฺขีณา, นตฺถิ ทานิ ปุนพฺภโว.

‘‘เอกตึเส อิโต กปฺเป, ยํ ปุปฺผมภิปูชยึ;

ทุคฺคตึ นาภิชานามิ, พุทฺธปูชายิทํ ผลํ.

‘‘กิเลสา ฌาปิตา มยฺหํ…เป… กตํ พุทฺธสฺส สาสน’’นฺติ. (อป. เถรี ๒.๑.๗๑-๙๐);

อรหตฺตํ ปน ปตฺวา อุทาเนนฺตี ตา เอว คาถา ปริวตฺติตฺวา อภาสิ.

ตตฺถ อภเยติ อตฺตานเมว อาลปติ. ภิทุโรติ ภิชฺชนสภาโว, อนิจฺโจติ อตฺโถ. ยตฺถ สตฺตา ปุถุชฺชนาติ ยสฺมึ ขเณน ภิชฺชนสีเล อสุจิทุคฺคนฺธเชคุจฺฉปฏิกฺกูลสภาเว กาเย อิเม อนฺธปุถุชฺชนา สตฺตา ลคฺคา ลคฺคิตา. นิกฺขิปิสฺสามิมํ เทหนฺติ อหํ ปน อิมํ เทหํ ปูติกายํ ปุน อนาทาเนน นิรเปกฺขา ขิปิสฺสามิ ฉฑฺเฑสฺสามิ. ตตฺถ การณมาห ‘‘สมฺปชานา สตีมตี’’ติ.

พหูหิ ทุกฺขธมฺเมหีติ ชาติชราทีหิ อเนเกหิ ทุกฺขธมฺเมหิ ผุฏฺฐายาติ อธิปฺปาโย. อปฺปมาทรตายาติ ตาย เอว ทุกฺโขติณฺณตาย ปฏิลทฺธสํเวคตฺตา สติอวิปฺปวาสสงฺขาเต อปฺปมาเท รตาย. เสสํ วุตฺตนยเมว. เอตฺถ จ สตฺถารา เทสิตนิยาเมน –

‘‘นิกฺขิปาหิ อิมํ เทหํ, อปฺปมาทรตาย เต;

ตณฺหกฺขยํ ปาปุณาหิ, กโรหิ พุทฺธสาสน’’นฺติ. –

ปาโฐ, เถริยา วุตฺตนิยาเมเนว ปน สํคีตึ อาโรปิตตฺตา. อปฺปมาทรตาย เตติ อปฺปมาทรตาย ตยา ภวิตพฺพนฺติ อตฺโถ.

อภยาเถรีคาถาวณฺณนา นิฏฺฐิตา.