๒. ทุกนิปาโต
๑. อภิรูปนนฺทาเถรีคาถาวณฺณนา
ทุกนิปาเต อาตุรํ อสุจึ ปูตินฺติอาทิกา อภิรูปนนฺทาย สิกฺขมานาย คาถา. อยํ กิร วิปสฺสิสฺส ภควโต กาเล พนฺธุมตีนคเร คหปติมหาสาลสฺส ธีตา หุตฺวา สตฺถุ สนฺติเก ธมฺมํ สุตฺวา สรเณสุ จ สีเลสุ จ ปติฏฺฐิตา สตฺถริ ปรินิพฺพุเต ธาตุเจติยํ รตนปฏิมณฺฑิเตน สุวณฺณจฺฉตฺเตน ปูชํ กตฺวา, กาลงฺกตฺวา สคฺเค นิพฺพตฺติตฺวา อปราปรํ สุคตีสุเยว สํสรนฺตี อิมสฺมึ พุทฺธุปฺปาเท กปิลวตฺถุนคเร เขมกสฺส สกฺกสฺส อคฺคมเหสิยา กุจฺฉิสฺมึ นิพฺพตฺติ. นนฺทาติสฺสา นามํ อโหสิ. สา อตฺตภาวสฺส อติวิย รูปโสภคฺคปฺปตฺติยา อภิรูปา ทสฺสนียา ปาสาทิกา อภิรูปนนฺทาเตฺวว ปญฺญายิตฺถ. ตสฺสา วยปฺปตฺตาย วาเรยฺยทิวเสเยว วรภูโต สกฺยกุมาโร กาลมกาสิ. อถ นํ มาตาปิตโร อกามํ ปพฺพาเชสุํ.
สา ปพฺพชิตฺวาปิ รูปํ นิสฺสาย อุปฺปนฺนมทา ‘‘สตฺถา รูปํ วิวณฺเณติ ครหติ อเนกปริยาเยน รูเป อาทีนวํ ทสฺเสตี’’ติ พุทฺธุปฏฺฐานํ น คจฺฉติ. ภควา ตสฺสา ญาณปริปากํ ญตฺวา มหาปชาปตึ อาณาเปสิ ‘‘สพฺพาปิ ภิกฺขุนิโย ปฏิปาฏิยา โอวาทํ อาคจฺฉนฺตู’’ติ. สา อตฺตโน วาเร สมฺปตฺเต อญฺญํ เปเสสิ. ภควา ‘‘วาเร สมฺปตฺเต อตฺตนาว อาคนฺตพฺพํ, น อญฺญา เปเสตพฺพา’’ติ อาห. สา สตฺถุ อาณํ ลงฺฆิตุํ อสกฺโกนฺตี ภิกฺขุนีหิ สทฺธึ พุทฺธุปฏฺฐานํ อคมาสิ. ภควา อิทฺธิยา เอกํ อภิรูปํ อิตฺถิรูปํ มาเปตฺวา ปุน ชราชิณฺณํ ทสฺเสตฺวา สํเวคํ อุปฺปาเทตฺวา –
๑๙. ‘‘อาตุรํ อสุจึ ปูตึ, ปสฺส นนฺเท สมุสฺสยํ;
อสุภาย จิตฺตํ ภาเวหิ, เอกคฺคํ สุสมาหิตํ.
๒๐. ‘‘อนิมิตฺตญฺจ ภาเวหิ, มานานุสยมุชฺชห;
ตโต มานาภิสมยา, อุปสนฺตา จริสฺสสี’’ติ. –
อิมา เทฺว คาถา อภาสิ. ตาสํ อตฺโถ เหฏฺฐา วุตฺตนโย เอว. คาถาปริโยสาเน อภิรูปนนฺทา อรหตฺตํ ปาปุณิ. เตน วุตฺตํ อปทาเน –
‘‘นคเร พนฺธุมติยา, พนฺธุมา นาม ขตฺติโย;
ตสฺส รญฺโญ อหุํ ภริยา, เอกชฺฌํ จารยามหํ.
‘‘รโหคตา นิสีทิตฺวา, เอวํ จินฺเตสหํ ตทา;
อาทาย คมนียญฺหิ, กุสลํ นตฺถิ เม กตํ.
‘‘มหาภิตาปํ กฏุกํ, โฆรรูปํ สุทารุณํ;
นิรยํ นูน คจฺฉามิ, เอตฺถ เม นตฺถิ สํสโย.
‘‘เอวาหํ จินฺตยิตฺวาน, ปหํเสตฺวาน มานสํ;
ราชานํ อุปคนฺตฺวาน, อิทํ วจนมพฺรวึ.
‘‘อิตฺถี นาม มยํ เทว, ปุริสานุคตา สทา;
เอกํ เม สมณํ เทหิ, โภชยิสฺสามิ ขตฺติย.
‘‘อทาสิ เม มหาราชา, สมณํ ภาวิตินฺทฺริยํ;
ตสฺส ปตฺตํ คเหตฺวาน, ปรมนฺเนน ปูรยึ.
‘‘ปูรยิตฺวา ปรมนฺนํ, สหสฺสคฺฆนเกนหํ;
วตฺถยุเคน ฉาเทตฺวา, อทาสึ ตุฏฺฐมานสา.
‘‘เตน กมฺเมน สุกเตน, เจตนาปณิธีหิ จ;
ชหิตฺวา มานุสํ เทหํ, ตาวตึสมคจฺฉหํ.
‘‘สหสฺสํ เทวราชูนํ, มเหสิตฺตมการยึ;
สหสฺสํ จกฺกวตฺตีนํ, มเหสิตฺตมการยึ.
‘‘ปเทสรชฺชํ วิปุลํ, คณนาโต อสงฺขิยํ;
นานาวิธํ พหุํ ปุญฺญํ, ตสฺส กมฺมผลา ตโต.
‘‘อุปฺปลสฺเสว เม วณฺณา, อภิรูปา สุทสฺสนา;
อิตฺถี สพฺพงฺคสมฺปนฺนา, อภิชาตา ชุตินฺธรา.
‘‘ปจฺฉิเม ภวสมฺปตฺเต, อชายึ สากิเย กุเล;
นารีสหสฺสปาโมกฺขา, สุทฺโธทนสุตสฺสหํ.
‘‘นิพฺพินฺทิตฺวา อคาเรหํ, ปพฺพชึ อนคาริยํ;
สตฺตมึ รตฺตึ สมฺปตฺวา, จตุสจฺจํ อปาปุณึ.
‘‘จีวรปิณฺฑปาตญฺจ, ปจฺจยญฺจ เสนาสนํ;
ปริเมตุํ น สกฺโกมิ, ปิณฺฑปาตสฺสิทํ ผลํ.
‘‘ยํ มยฺหํ ปุริมํ กมฺมํ, กุสลํ ชนิตํ มุนิ;
ตุยฺหตฺถาย มหาวีร, ปริจิณฺณํ พหุํ มยา.
‘‘เอกตึเส อิโต กปฺเป, ยํ ทานมททึ ตทา;
ทุคฺคตึ นาภิชานามิ, ปิณฺฑปาตสฺสิทํ ผลํ.
‘‘ทุเว คตี ปชานามิ, เทวตฺตํ อถ มานุสํ;
อญฺญํ คตึ น ชานามิ, ปิณฺฑปาตสฺสิทํ ผลํ.
‘‘อุจฺเจ กุเล ปชานามิ, ตโย สาเล มหาธเน;
อญฺญํ กุลํ น ชานามิ, ปิณฺฑปาตสฺสิทํ ผลํ.
‘‘ภวาภเว สํสริตฺวา, สุกฺกมูเลน โจทิตา;
อมนาปํ น ปสฺสามิ, โสมนสฺสกตํ ผลํ.
‘‘อิทฺธีสุ จ วสี โหมิ, ทิพฺพาย โสตธาตุยา;
เจโตปริยญาณสฺส, วสี โหมิ มหามุเน.
‘‘ปุพฺเพนิวาสํ ชานามิ, ทิพฺพจกฺขุ วิโสธิตํ;
สพฺพาสวปริกฺขีณา, นตฺถิ ทานิ ปุนพฺภโว.
‘‘อตฺถธมฺมนิรุตฺตีสุ, ปฏิภาเน ตเถว จ;
ญาณํ มม มหาวีร, อุปฺปนฺนํ ตว สนฺติเก.
‘‘กิเลสา ฌาปิตา มยฺหํ…เป… กตํ พุทฺธสฺส สาสน’’นฺติ.
อรหตฺตํ ปตฺวา ปน สา สยมฺปิ อุทานวเสน ตาเยว คาถา อภาสิ, อิทเมว จสฺสา อญฺญาพฺยากรณํ อโหสีติ.
อภิรูปนนฺทาเถรีคาถาวณฺณนา นิฏฺฐิตา.
๒. เชนฺตาเถรีคาถาวณฺณนา
เย อิเม สตฺต โพชฺฌงฺคาติอาทิกา เชนฺตาย เถริยา คาถา. ตสฺสา อตีตํ ปจฺจุปฺปนฺนญฺจ วตฺถุ อภิรูปนนฺทาวตฺถุสทิสํ. อยํ ปน เวสาลิยํ ลิจฺฉวิราชกุเล นิพฺพตฺตีติ อยเมว วิเสโส. สตฺถารา เทสิตํ ธมฺมํ สุตฺวา เทสนาปริโยสาเน อรหตฺตํ ปตฺวา อตฺตนา อธิคตํ วิเสสํ ปจฺจเวกฺขิตฺวา ปีติวเสน –
๒๑. ‘‘เย อิเม สตฺต โพชฺฌงฺคา, มคฺคา นิพฺพานปตฺติยา;
ภาวิตา เต มยา สพฺเพ, ยถา พุทฺเธน เทสิตา.
๒๒. ‘‘ทิฏฺโฐ หิ เม โส ภควา, อนฺติโมยํ สมุสฺสโย;
วิกฺขีโณ ชาติสํสาโร, นตฺถิ ทานิ ปุนพฺภโว’’ติ. –
อิมา เทฺว คาถา อภาสิ.
ตตฺถ เย อิเม สตฺต โพชฺฌงฺคาติ เย อิเม สติธมฺมวิจยวีริยปีติปสฺสทฺธิสมาธิอุเปกฺขาสงฺขาตา โพธิยา ยถาวุตฺตาย ธมฺมสามคฺคิยา, โพธิสฺส วา พุชฺฌนกสฺส ตํสมงฺคิโน ปุคฺคลสฺส องฺคภูตตฺตา ‘‘โพชฺฌงฺคา’’ติ ลทฺธนามา สตฺต ธมฺมา. มคฺคา นิพฺพานปตฺติยาติ นิพฺพานาธิคมสฺส อุปายภูตา. ภาวิตา เต มยา สพฺเพ, ยถา พุทฺเธน เทสิตาติ เต สตฺตตึส โพธิปกฺขิยธมฺมา สพฺเพปิ มยา ยถา พุทฺเธน ภควตา เทสิตา, ตถา มยา อุปฺปาทิตา จ วฑฺฒิตา จ.
ทิฏฺโฐ หิ เม โส ภควาติ หิ-สทฺโท เหตุอตฺโถ. ยสฺมา โส ภควา ธมฺมกาโย สมฺมาสมฺพุทฺโธ อตฺตนา อธิคตอริยธมฺมทสฺสเนน ทิฏฺโฐ, ตสฺมา อนฺติโมยํ สมุสฺสโยติ โยชนา. อริยธมฺมทสฺสเนน หิ พุทฺธา ภควนฺโต อญฺเญ จ อริยา ทิฏฺฐา นาม โหนฺติ, น รูปกายทสฺสนมตฺเตน. ยถาห – ‘‘โย โข, วกฺกลิ, ธมฺมํ ปสฺสติ, โส มํ ปสฺสตี’’ติ (สํ. นิ. ๓.๘๗) จ ‘‘สุตวา จ โข, ภิกฺขเว, อริยสาวโก อริยานํ ทสฺสาวี’’ติ (ม. นิ. ๑.๒๐; สํ. นิ. ๓.๑) จ อาทิ. เสสํ วุตฺตนยเมว.
เชนฺตาเถรีคาถาวณฺณนา นิฏฺฐิตา.
๓. สุมงฺคลมาตุเถรีคาถาวณฺณนา
สุมุตฺติกาติอาทิกา สุมงฺคลมาตาย เถริยา คาถา. อยมฺปิ ปุริมพุทฺเธสุ กตาธิการา ตตฺถ ตตฺถ ภเว กุสลํ อุปจินิตฺวา อิมสฺมึ พุทฺธุปฺปาเท สาวตฺถิยํ ทลิทฺทกุเล นิพฺพตฺติตฺวา วยปฺปตฺตา อญฺญตรสฺส นฬการสฺส ทินฺนา ปฐมคพฺเภเยว ปจฺฉิมภวิกํ ปุตฺตํ ลภิ. ตสฺส สุมงฺคโลติ นามํ อโหสิ. ตโต ปฏฺฐาย สา สุมงฺคลมาตาติ ปญฺญายิตฺถ. ยสฺมา ปนสฺสา นามโคตฺตํ น ปากฏํ, ตสฺมา ‘‘อญฺญตรา เถรี ภิกฺขุนี อปญฺญาตา’’ติ ปาฬิยํ วุตฺตํ. โสปิสฺสา ปุตฺโต วิญฺญุตํ ปตฺโต ปพฺพชิตฺวา สห ปฏิสมฺภิทาหิ อรหตฺตํ ปตฺวา สุมงฺคลตฺเถโรติ ปากโฏ อโหสิ. ตสฺส มาตา ภิกฺขุนีสุ ปพฺพชิตฺวา วิปสฺสนาย กมฺมํ กโรนฺตี เอกทิวสํ คิหิกาเล อตฺตนา ลทฺธทุกฺขํ ปจฺจเวกฺขิตฺวา สํเวคชาตา วิปสฺสนํ วฑฺเฒตฺวา สห ปฏิสมฺภิทาหิ อรหตฺตํ ปตฺวา อุทาเนนฺตี –
๒๓. ‘‘สุมุตฺติกา สุมุตฺติกา, สาธุมุตฺติกามฺหิ มุสลสฺส;
อหิริโก เม ฉตฺตกํ วาปิ, อุกฺขลิกา เม เทฑฺฑุภํ วาติ.
๒๔. ‘‘ราคญฺจ อหํ โทสญฺจ, จิจฺจิฏิ จิจฺจิฏีติ วิหนามิ;
สา รุกฺขมูลมุปคมฺม, ‘อโห สุข’นฺติ สุขโต ฌายามี’’ติ. –
อิมา เทฺว คาถา อภาสิ.
ตตฺถ สุมุตฺติกาติ สุมุตฺตา. ก-กาโร ปทปูรณมตฺตํ, สุฏฺฐุ มุตฺตา วตาติ อตฺโถ. สา สาสเน อตฺตนา ปฏิลทฺธสมฺปตฺตึ ทิสฺวา ปสาทวเสน, ตสฺสา วา ปสํสาวเสน อามนฺเตตฺวา วุตฺตํ ‘‘สุมุตฺติกา สุมุตฺติกา’’ติ. ยํ ปน คิหิกาเล วิเสสโต ชิคุจฺฉติ, ตโต วิมุตฺตึ ทสฺเสนฺตี ‘‘สาธุมุตฺติกามฺหี’’ติอาทิมาห. ตตฺถ สาธุมุตฺติกามฺหีติ สมฺมเทว มุตฺตา วต อมฺหิ. มุสลสฺสาติ มุสลโต. อยํ กิร ทลิทฺทภาเวน คิหิกาเล สยเมว มุสลกมฺมํ กโรติ, ตสฺมา เอวมาห. อหิริโก เมติ มม สามิโก อหิริโก นิลฺลชฺโช, โส มม น รุจฺจตีติ วจนเสโส. ปกติยาว กาเมสุ วิรตฺตจิตฺตตาย กามาธิมุตฺตานํ ปวตฺตึ ชิคุจฺฉนฺตี วทติ. ฉตฺตกํ วาปีติ ชีวิตเหตุเกน กรียมานํ ฉตฺตกมฺปิ เม น รุจฺจตีติ อตฺโถ. วา-สทฺโท อวุตฺตสมุจฺจยตฺโถ, เตน เปฬาจงฺโกฏกาทึ สงฺคณฺหาติ. เวฬุทณฺฑาทีนิ คเหตฺวา ทิวเส ทิวเส ฉตฺตาทีนํ กรณวเสน ทุกฺขชีวิตํ ชิคุจฺฉนฺตี วทติ. ‘‘อหิตโก เม วาโต วาตี’’ติ เกจิ วตฺวา อหิตโก ชราวโห คิหิกาเล มม สรีเร วาโต วายตีติ อตฺถํ วทนฺติ. อปเร ปน ‘‘อหิตโก ปเรสํ ทุคฺคนฺธตโร จ มม สรีรโต วาโต วายตี’’ติ อตฺถํ วทนฺติ. อุกฺขลิกา เม เทฑฺฑุภํ วาตีติ เม มม ภตฺตปจนภาชนํ จิรปาริวาสิกภาเวน อปริสุทฺธตาย อุทกสปฺปคนฺธํ วายติ, ตโต อหํ สาธุมุตฺติกามฺหีติ โยชนา.
ราคญฺจ อหํ โทสญฺจ, จิจฺจิฏิ จิจฺจิฏีติ วิหนามีติ อหํ กิเลสเชฏฺฐกํ ราคญฺจ โทสญฺจ จิจฺจิฏิ จิจฺจิฏีติ อิมินา สทฺเทน สทฺธึ วิหนามิ วินาเสมิ, ปชหามีติ อตฺโถ. สา กิร อตฺตโน สามิกํ ชิคุจฺฉนฺตี เตน ทิวเส ทิวเส ผาลิยมานานํ สุกฺขานํ เวฬุทณฺฑาทีนํ สทฺทํ ครหนฺตี ตสฺส ปหานํ ราคโทสปหาเนน สมํ กตฺวา อโวจ. สา รุกฺขมูลมุปคมฺมาติ สา อหํ สุมงฺคลมาตา วิวิตฺตํ รุกฺขมูลํ อุปสงฺกมิตฺวา. สุขโต ฌายามีติ สุขนฺติ ฌายามิ, กาเลน กาลํ สมาปชฺชนฺตี ผลสุขํ นิพฺพานสุขญฺจ ปฏิสํเวทิยมานา ผลชฺฌาเนน ฌายามีติ อตฺโถ. อโห สุขนฺติ อิทํ ปนสฺสา สมาปตฺติโต ปจฺฉา ปวตฺตมนสิการวเสน วุตฺตํ, ปุพฺพาโภควเสนาติปิ ยุชฺชเตว.
สุมงฺคลมาตุเถรีคาถาวณฺณนา นิฏฺฐิตา.
๔. อฑฺฒกาสิเถรีคาถาวณฺณนา
ยาว กาสิชนปโทติอาทิกา อฑฺฒกาสิยา เถริยา คาถา. อยํ กิร กสฺสปสฺส ทสพลสฺส กาเล กุลเคเห นิพฺพตฺติตฺวา วิญฺญุตํ ปตฺวา ภิกฺขุนีนํ สนฺติกํ คนฺตฺวา ธมฺมํ สุตฺวา ปฏิลทฺธสทฺธา ปพฺพชิตฺวา ภิกฺขุนิสีเล ฐิตํ อญฺญตรํ ปฏิสมฺภิทาปฺปตฺตํ ขีณาสวตฺเถรึ คณิกาวาเทน อกฺโกสิตฺวา, ตโต จุตา นิรเย ปจฺจิตฺวา อิมสฺมึ พุทฺธุปฺปาเท กาสิกรฏฺเฐ อุฬารวิภเว เสฏฺฐิกุเล นิพฺพตฺติตฺวา วุทฺธิปฺปตฺตา ปุพฺเพ กตสฺส วจีทุจฺจริตสฺส นิสฺสนฺเทน ฐานโต ปริภฏฺฐา คณิกา อโหสิ. นาเมน อฑฺฒกาสี นาม. ตสฺสา ปพฺพชฺชา จ ทูเตน อุปสมฺปทา จ ขนฺธเก อาคตาเยว. วุตฺตเญฺหตํ –
เตน โข ปน สมเยน อฑฺฒกาสี คณิกา ภิกฺขุนีสุ ปพฺพชิตา โหติ. สา จ สาวตฺถึ คนฺตุกามา โหติ ‘‘ภควโต สนฺติเก อุปสมฺปชฺชิสฺสามี’’ติ. อสฺโสสุํ โข ธุตฺตา – ‘‘อฑฺฒกาสี กิร คณิกา สาวตฺถึ คนฺตุกามา’’ติ. เต มคฺเค ปริยุฏฺฐึสุ. อสฺโสสิ โข อฑฺฒกาสี คณิกา ‘‘ธุตฺตา กิร มคฺเค ปริยุฏฺฐิตา’’ติ. ภควโต สนฺติเก ทูตํ ปาเหสิ – ‘‘อหญฺหิ อุปสมฺปชฺชิตุกามา, กถํ นุ โข มยา ปฏิปชฺชิตพฺพ’’นฺติ? อถ โข ภควา เอตสฺมึ นิทาเน เอตสฺมึ ปกรเณ ธมฺมึ กถํ กตฺวา ภิกฺขู อามนฺเตสิ – ‘‘อนุชานามิ, ภิกฺขเว, ทูเตนปิ อุปสมฺปาเทตุ’’นฺติ (จูฬว. ๔๓๐).
เอวํ ลทฺธูปสมฺปทา ปน วิปสฺสนาย กมฺมํ กโรนฺตี น จิรสฺเสว สห ปฏิสมฺภิทาหิ อรหตฺตํ ปาปุณิ. เตน วุตฺตํ อปทาเน (อป. เถรี ๒.๔.๑๖๘-๑๘๓) –
‘‘อิมมฺหิ ภทฺทเก กปฺเป, พฺรหฺมพนฺธุ มหายโส;
กสฺสโป นาม โคตฺเตน, อุปฺปชฺชิ วทตํ วโร.
‘‘ตทาหํ ปพฺพชิตฺวาน, ตสฺส พุทฺธสฺส สาสเน;
สํวุตา ปาติโมกฺขมฺหิ, อินฺทฺริเยสุ จ ปญฺจสุ.
‘‘มตฺตญฺญุนี จ อสเน, ยุตฺตา ชาคริเยปิ จ;
วสนฺตี ยุตฺตโยคาหํ, ภิกฺขุนึ วิคตาสวํ.
‘‘อกฺโกสึ ทุฏฺฐจิตฺตาหํ, คณิเกติ ภณึ ตทา;
เตน ปาเปน กมฺเมน, นิรยมฺหิ อปจฺจิสํ.
‘‘เตน กมฺมาวเสเสน, อชายึ คณิกากุเล;
พหุโสว ปราธีนา, ปจฺฉิมาย จ ชาติยํ.
‘‘กาสีสุ เสฏฺฐิกุลชา, พฺรหฺมจารีพเลนหํ;
อจฺฉรา วิย เทเวสุ, อโหสึ รูปสมฺปทา.
‘‘ทิสฺวาน ทสฺสนียํ มํ, คิริพฺพชปุรุตฺตเม;
คณิกตฺเต นิเวเสสุํ, อกฺโกสนพเลน เม.
‘‘สาหํ สุตฺวาน สทฺธมฺมํ, พุทฺธเสฏฺเฐน เทสิตํ;
ปุพฺพวาสนสมฺปนฺนา, ปพฺพชึ อนคาริยํ.
‘‘ตทูปสมฺปทตฺถาย, คจฺฉนฺตี ชินสนฺติกํ;
มคฺเค ธุตฺเต ฐิเต สุตฺวา, ลภึ ทูโตปสมฺปทํ.
‘‘สพฺพกมฺมํ ปริกฺขีณํ, ปุญฺญํ ปาปํ ตเถว จ;
สพฺพสํสารมุตฺติณฺณา, คณิกตฺตญฺจ เขปิตํ.
‘‘อิทฺธีสุ จ วสี โหมิ, ทิพฺพาย โสตธาตุยา;
เจโตปริยญาณสฺส, วสี โหมิ มหามุเน.
‘‘ปุพฺเพนิวาสํ ชานามิ, ทิพฺพจกฺขุ วิโสธิตํ;
สพฺพาสวปริกฺขีณา, นตฺถิ ทานิ ปุนพฺภโว.
‘‘อตฺถธมฺมนิรุตฺตีสุ, ปฏิภาเน ตเถว จ;
ญาณํ มม มหาวีร, อุปฺปนฺนํ ตว สนฺติเก.
‘‘กิเลสา ฌาปิตา มยฺหํ…เป… กตํ พุทฺธสฺส สาสน’’นฺติ. (อป. เถรี ๒.๔.๑๖๘-๑๘๓);
อรหตฺตํ ปน ปตฺวา อุทานวเสน –
๒๕. ‘‘ยาว กาสิชนปโท, สุงฺโก เม ตตฺตโก อหุ;
ตํ กตฺวา เนคโม อคฺฆํ, อฑฺเฒนคฺฆํ ฐเปสิ มํ.
๒๖. ‘‘อถ นิพฺพินฺทหํ รูเป, นิพฺพินฺทญฺจ วิรชฺชหํ;
มา ปุน ชาติสํสารํ, สนฺธาเวยฺยํ ปุนปฺปุนํ;
ติสฺโส วิชฺชา สจฺฉิกตา, กตํ พุทฺธสฺส สาสน’’นฺติ. –
อิมา คาถา อภาสิ.
ตตฺถ ยาว กาสิชนปโท, สุงฺโก เม ตตฺตโก อหูติ กาสีสุ ชนปเทสุ ภโว สุงฺโก กาสิชนปโท, โส ยาว ยตฺตโก, ตตฺตโก มยฺหํ สุงฺโก อหุ อโหสิ. กิตฺตโก ปน โสติ? สหสฺสมตฺโต. กาสิรฏฺเฐ กิร ตทา สุงฺกวเสน เอกทิวสํ รญฺโญ อุปฺปชฺชนกอาโย อโหสิ สหสฺสมตฺโต, อิมายปิ ปุริสานํ หตฺถโต เอกทิวสํ ลทฺธธนํ ตตฺตกํ. เตน วุตฺตํ – ‘‘ยาว กาสิชนปโท, สุงฺโก เม ตตฺตโก อหู’’ติ. สา ปน กาสิสุงฺกปริมาณตาย กาสีติ สมญฺญํ ลภิ. ตตฺถ เยภุยฺเยน มนุสฺสา สหสฺสํ ทาตุํ อสกฺโกนฺตา ตโต อุปฑฺฒํ ทตฺวา ทิวสภาคเมว รมิตฺวา คจฺฉนฺติ, เตสํ วเสนายํ อฑฺฒกาสีติ ปญฺญายิตฺถ. เตน วุตฺตํ – ‘‘ตํ กตฺวา เนคโม อคฺฆํ, อฑฺเฒนคฺฆํ ฐเปสิ ม’’นฺติ. ตํ ปญฺจสตมตฺตํ ธนํ อคฺฆํ กตฺวา เนคโม นิคมวาสิชโน อิตฺถิรตนภาเวน อนคฺฆมฺปิ สมานํ อฑฺเฒน อคฺฆํ นิมิตฺตํ อฑฺฒกาสีติ สมญฺญาวเสน มํ ฐเปสิ, ตถา มํ โวหรีติ อตฺโถ.
อถ นิพฺพินฺทหํ รูเปติ เอวํ รูปูปชีวินี หุตฺวา ฐิตา. อถ ปจฺฉา สาสนํ นิสฺสาย รูเป อหํ นิพฺพินฺทึ ‘‘อิติปิ รูปํ อนิจฺจํ, อิติปิทํ รูปํ ทุกฺขํ, อสุภ’’นฺติ ปสฺสนฺตี ตตฺถ อุกฺกณฺฐึ. นิพฺพินฺทญฺจ วิรชฺชหนฺติ นิพฺพินฺทนฺตี จาหํ ตโต ปรํ วิราคํ อาปชฺชึ. นิพฺพินฺทคฺคหเณน เจตฺถ ตรุณวิปสฺสนํ ทสฺเสติ, วิราคคฺคหเณน พลววิปสฺสนํ. ‘‘นิพฺพินฺทนฺโต วิรชฺชติ วิราคา วิมุจฺจตี’’ติ หิ วุตฺตํ. มา ปุน ชาติสํสารํ, สนฺธาเวยฺยํ ปุนปฺปุนนฺติ อิมินา นิพฺพินฺทนวิรชฺชนากาเร นิทสฺเสติ. ติสฺโส วิชฺชาติอาทินา เตสํ มตฺถกปฺปตฺตึ, ตํ วุตฺตนยเมว.
อฑฺฒกาสิเถรีคาถาวณฺณนา นิฏฺฐิตา.
๕. จิตฺตาเถรีคาถาวณฺณนา
กิญฺจาปิ โขมฺหิ กิสิกาติอาทิกา จิตฺตาย เถริยา คาถา. อยมฺปิ ปุริมพุทฺเธสุ กตาธิการา ตตฺถ ตตฺถ ภเว วิวฏฺฏูปนิสฺสยํ กุสลํ อุปจินนฺตี อิโต จตุนฺนวุติกปฺเป จนฺทภาคาย นทิยา ตีเร กินฺนรโยนิยํ นิพฺพตฺติ. สา เอกทิวสํ เอกํ ปจฺเจกพุทฺธํ รุกฺขมูเล นิสินฺนํ ทิสฺวา ปสนฺนมานสา นฬปุปฺเผหิ ปูชํ กตฺวา วนฺทิตฺวา อญฺชลึ ปคฺคเหตฺวา ปทกฺขิณํ กตฺวา ปกฺกามิ. สา เตน ปุญฺญกมฺเมน เทวมนุสฺเสสุ สํสรนฺตี อิมสฺมึ พุทฺธุปฺปาเท ราชคเห คหปติมหาสาลกุเล นิพฺพตฺติตฺวา วิญฺญุตํ ปตฺวา สตฺถุ ราชคหปฺปเวสเน ปฏิลทฺธสทฺธา ปจฺฉา มหาปชาปติโคตมิยา สนฺติเก ปพฺพชิตฺวา มหลฺลิกากาเล คิชฺฌกูฏปพฺพตํ อภิรุหิตฺวา สมณธมฺมํ กโรนฺตี วิปสฺสนํ วฑฺเฒตฺวา สห ปฏิสมฺภิทาหิ อรหตฺตํ ปาปุณิ. เตน วุตฺตํ อปทาเน –
‘‘จนฺทภาคานทีตีเร, อโหสึ กินฺนรี ตทา;
อทฺทสํ วิรชํ พุทฺธํ, สยมฺภุํ อปราชิตํ.
‘‘ปสนฺนจิตฺตา สุมนา, เวทชาตา กตญฺชลี;
นฬมาลํ คเหตฺวาน, สยมฺภุํ อภิปูชยึ.
‘‘เตน กมฺเมน สุกเตน, เจตนาปณิธีหิ จ;
ชหิตฺวา กินฺนรีเทหํ, อคจฺฉึ ติทสํ คตึ.
‘‘ฉตฺตึสเทวราชูนํ, มเหสิตฺตมการยึ;
ทสนฺนํ จกฺกวตฺตีนํ, มเหสิตฺตมการยึ;
สํเวเชตฺวาน เม จิตฺตํ, ปพฺพชึ อนคาริยํ.
‘‘กิเลสา ฌาปิตา มยฺหํ, ภวา สพฺเพ สมูหตา;
สพฺพาสวปริกฺขีณา, นตฺถิ ทานิ ปุนพฺภโว.
‘‘จตุนฺนวุติโต กปฺเป, ยํ ปุปฺผมภิปูชยึ;
ทุคฺคตึ นาภิชานามิ, ปุปฺผปูชายิทํ ผลํ.
‘‘กิเลสา ฌาปิตา มยฺหํ…เป… กตํ พุทฺธสฺส สาสน’’นฺติ.
สา ปน อรหตฺตํ ปตฺวา อตฺตโน ปฏิปตฺตึ ปจฺจเวกฺขิตฺวา –
๒๗. ‘‘กิญฺจาปิ โขมฺหิ กิสิกา, คิลานา พาฬฺหทุพฺพลา;
ทณฺฑโมลุพฺภ คจฺฉามิ, ปพฺพตํ อภิรูหิย.
๒๘. ‘‘สงฺฆาฏึ นิกฺขิปิตฺวาน, ปตฺตกญฺจ นิกุชฺชิย;
เสเล ขมฺเภสิมตฺตานํ, ตโมขนฺธํ ปทาลิยา’’ติ. –
อิมา เทฺว คาถา อภาสิ.
ตตฺถ กิญฺจาปิ โขมฺหิ กิสิกาติ ยทิปิ อหํ ชราชิณฺณา อปฺปมํสโลหิตภาเวน กิสสรีรา อมฺหิ. คิลานา พาฬฺหทุพฺพลาติ ธาตฺวาทิวิกาเรน คิลานา, เตเนว เคลญฺเญน อติวิย ทุพฺพลา. ทณฺฑโมลุพฺภ คจฺฉามีติ ยตฺถ กตฺถจิ คจฺฉนฺตี กตฺตรยฏฺฐึ อาลมฺพิตฺวาว คจฺฉามิ. ปพฺพตํ อภิรูหิยาติ เอวํ ภูตาปิ วิเวกกามตาย คิชฺฌกูฏปพฺพตํ อภิรุหิตฺวา.
สงฺฆาฏึ นิกฺขิปิตฺวานาติ สนฺตรุตฺตรา เอว หุตฺวา ยถาสํหตํ อํเส ฐปิตํ สงฺฆาฏึ หตฺถปาเส ฐเปตฺวา. ปตฺตกญฺจ นิกุชฺชิยาติ มยฺหํ วลญฺชนมตฺติกาปตฺตํ อโธมุขํ กตฺวา เอกมนฺเต ฐเปตฺวา. เสเล ขมฺเภสิมตฺตานํ, ตโมขนฺธํ ปทาลิยาติ ปพฺพเต นิสินฺนา อิมินา ทีเฆน อทฺธุนา อปทาลิตปุพฺพํ โมหกฺขนฺธํ ปทาเลตฺวา, เตเนว จ โมหกฺขนฺธปทาลเนน อตฺตานํ อตฺตภาวํ ขมฺเภสึ, มม สนฺตานํ อายตึ อนุปฺปตฺติธมฺมตาปาทเนน วิกฺขมฺเภสินฺติ อตฺโถ.
จิตฺตาเถรีคาถาวณฺณนา นิฏฺฐิตา.
๖. เมตฺติกาเถรีคาถาวณฺณนา
กิญฺจาปิ โขมฺหิ ทุกฺขิตาติอาทิกา เมตฺติกาย เถริยา คาถา. อยมฺปิ ปุริมพุทฺเธสุ กตาธิการา ตตฺถ ตตฺถ ภเว วิวฏฺฏูปนิสฺสยํ ปุญฺญํ อุปจินนฺตี สิทฺธตฺถสฺส ภควโต กาเล คหปติกุเล นิพฺพตฺติตฺวา วิญฺญุตํ ปตฺวา สตฺถุ เจติเย รตเนน ปฏิมณฺฑิตาย เมขลาย ปูชํ อกาสิ. สา เตน ปุญฺญกมฺเมน เทวมนุสฺเสสุ สํสรนฺตี อิมสฺมึ พุทฺธุปฺปาเท ราชคเห พฺราหฺมณมหาสาลกุเล นิพฺพตฺติ. เสสํ อนนฺตเร วุตฺตสทิสํ. อยํ ปน ปฏิภาคกูฏํ อภิรุหิตฺวา สมณธมฺมํ กโรนฺตี วิปสฺสนํ วฑฺเฒตฺวา สห ปฏิสมฺภิทาหิ อรหตฺตํ ปาปุณิ. เตน วุตฺตํ อปทาเน (อป. เถรี ๒.๑.๒๐-๒๕) –
‘‘สิทฺธตฺถสฺส ภควโต, ถูปการาปิกา อหุํ;
เมขลิกา มยา ทินฺนา, นวกมฺมาย สตฺถุโน.
‘‘นิฏฺฐิเต จ มหาถูเป, เมขลํ ปุนทาสหํ;
โลกนาถสฺส มุนิโน, ปสนฺนา เสหิ ปาณิภิ.
‘‘จตุนฺนวุติโต กปฺเป, ยํ เมขลมทํ ตทา;
ทุคฺคตึ นาภิชานามิ, ถูปการสฺสิทํ ผลํ.