๓. ติกนิปาโต

๑. อปราสามาเถรีคาถาวณฺณนา

ติกนิปาเต ปณฺณวีสติวสฺสานีติอาทิกา อปราย สามาย เถริยา คาถา. อยมฺปิ ปุริมพุทฺเธสุ กตาธิการา ตตฺถ ตตฺถ ภเว วิวฏฺฏูปนิสฺสยํ กุสลํ อุปจินนฺตี วิปสฺสิสฺส ภควโต กาเล จนฺทภาคาย นทิยา ตีเร กินฺนรโยนิยํ นิพฺพตฺติ. สา ตตฺถ กินฺนเรหิ สทฺธึ กีฬาปสุตา วิจรติ. อเถกทิวสํ สตฺถา ตสฺสา กุสลพีชโรปนตฺถํ ตตฺถ คนฺตฺวา นทีตีเร จงฺกมิ. สา ภควนฺตํ ทิสฺวา หฏฺฐตุฏฺฐา สฬลปุปฺผานิ อาทาย สตฺถุ สนฺติกํ คนฺตฺวา วนฺทิตฺวา เตหิ ปุปฺเผหิ ภควนฺตํ ปูเชสิ. สา เตน ปุญฺญกมฺเมน เทวมนุสฺเสสุ สํสรนฺตี อิมสฺมึ พุทฺธุปฺปาเท โกสมฺพิยํ กุลฆเร นิพฺพตฺติตฺวา วยปฺปตฺตา สามาวติยา สหายิกา หุตฺวา ตสฺสา มตกาเล สํเวคชาตา ปพฺพชิตฺวา ปญฺจวีสติ วสฺสานิ จิตฺตสมาธานํ อลภิตฺวา มหลฺลิกากาเล สุคโตวาทํ ลภิตฺวา วิปสฺสนํ วฑฺเฒตฺวา สห ปฏิสมฺภิทาหิ อรหตฺตํ ปาปุณิ. เตน วุตฺตํ อปทาเน (อป. เถรี ๒.๒.๒๒-๒๙) –

‘‘จนฺทภาคานทีตีเร, อโหสึ กินฺนรี ตทา;

อทฺทสาหํ เทวเทวํ, จงฺกมนฺตํ นราสภํ.

‘‘โอจินิตฺวาน สฬลํ, พุทฺธเสฏฺฐสฺสทาสหํ;

อุปสิงฺฆิ มหาวีโร, สฬลํ เทวคนฺธิกํ.

‘‘ปฏิคฺคเหตฺวา สมฺพุทฺโธ, วิปสฺสี โลกนายโก;

อุปสิงฺฆิ มหาวีโร, เปกฺขมานาย เม ตทา.

‘‘อญฺชลึ ปคฺคเหตฺวาน, วนฺทิตฺวา ทฺวิปทุตฺตมํ;

สกํ จิตฺตํ ปสาเทตฺวา, ตโต ปพฺพตมารุหึ.

‘‘เอกนวุติโต กปฺเป, ยํ ปุปฺผมททึ ตทา;

ทุคฺคตึ นาภิชานามิ, พุทฺธปูชายิทํ ผลํ.

‘‘กิเลสา ฌาปิตา มยฺหํ…เป… กตํ พุทฺธสฺส สาสน’’นฺติ.

อรหตฺตํ ปน ปตฺวา อตฺตโน ปฏิปตฺตึ ปจฺจเวกฺขิตฺวา อุทานวเสน –

๓๙. ‘‘ปณฺณวีสติ วสฺสานิ, ยโต ปพฺพชิตาย เม;

นาภิชานามิ จิตฺตสฺส, สมํ ลทฺธํ กุทาจนํ.

๔๐. ‘‘อลทฺธา เจตโส สนฺตึ, จิตฺเต อวสวตฺตินี;

ตโต สํเวคมาปาทึ, สริตฺวา ชินสาสนํ.

๔๑. ‘‘พหูหิ ทุกฺขธมฺเมหิ, อปฺปมาทรตาย เม;

ตณฺหกฺขโย อนุปฺปตฺโต, กตํ พุทฺธสฺส สาสนํ;

อชฺช เม สตฺตมี รตฺติ, ยโต ตณฺหา วิโสสิตา’’ติ. –

อิมา คาถา อภาสิ.

ตตฺถ จิตฺตสฺส สมนฺติ จิตฺตสฺส วูปสมํ, เจโตสมถมคฺคผลสมาธีติ อตฺโถ.

ตโตติ ตสฺมา จิตฺตวสํ วตฺเตตุํ อสมตฺถภาวโต. สํเวคมาปาทินฺติ สตฺถริ ธรนฺเตปิ ปพฺพชิตกิจฺจํ มตฺถกํ ปาเปตุํ อสกฺโกนฺตี ปจฺฉา กถํ ปาปยิสฺสามีติ สํเวคํ ญาณุตฺราสํ อาปชฺชึ. สริตฺวา ชินสาสนนฺติ กาณกจฺฉโปปมาทิสตฺถุโอวาทํ (สํ. นิ. ๕.๑๑๑๗; ม. นิ. ๓.๒๕๒) อนุสฺสริตฺวา. เสสํ วุตฺตนยเมว.

อปราสามาเถรีคาถาวณฺณนา นิฏฺฐิตา.

๒. อุตฺตมาเถรีคาถาวณฺณนา

จตุกฺขตฺตุํ ปญฺจกฺขตฺตุนฺติอาทิกา อุตฺตมาย เถริยา คาถา. อยมฺปิ ปุริมพุทฺเธสุ กตาธิการา ตตฺถ ตตฺถ ภเว วิวฏฺฏูปนิสฺสยํ กุสลํ อุปจินนฺตี วิปสฺสิสฺส ภควโต กาเล พนฺธุมตีนคเร อญฺญตรสฺส กุฏุมฺพิกสฺส เคเห ฆรทาสี หุตฺวา นิพฺพตฺติ. สา วยปฺปตฺตา อตฺตโน อยฺยกานํ เวยฺยาวจฺจํ กโรนฺตี ชีวติ. เตน จ สมเยน พนฺธุมราชา ปุณฺณมีทิวเส อุโปสถิโก หุตฺวา ปุเรภตฺตํ ทานานิ ทตฺวา ปจฺฉาภตฺตํ คนฺตฺวา ธมฺมํ สุณาติ. อถ มหาชนา ยถา ราชา ปฏิปชฺชติ, ตเถว ปุณฺณมีทิวเส อุโปสถงฺคานิ สมาทาย วตฺตนฺติ. อถสฺสา ทาสิยา เอตทโหสิ – ‘‘เอตรหิ โข มหาราชา มหาชนา จ อุโปสถงฺคานิ สมาทาย วตฺตนฺติ, ยํนูนาหํ อุโปสถทิวเสสุ อุโปสถสีลํ สมาทาย วตฺเตยฺย’’นฺติ. สา ตถา กโรนฺตี สุปริสุทฺธํ อุโปสถสีลํ รกฺขิตฺวา ตาวตึเสสุ นิพฺพตฺตา อปราปรํ สุคตีสุเยว สํสรนฺตี อิมสฺมึ พุทฺธุปฺปาเท สาวตฺถิยํ เสฏฺฐิกุเล นิพฺพตฺติตฺวา วิญฺญุตํ ปตฺวา ปฏาจาราย เถริยา สนฺติเก ธมฺมํ สุตฺวา ปพฺพชิตฺวา วิปสฺสนํ ปฏฺฐเปตฺวา ตํ มตฺถกํ ปาเปตุํ นาสกฺขิ. ปฏาจารา เถรี ตสฺสา จิตฺตาจารํ ญตฺวา โอวาทมทาสิ. สา ตสฺสา โอวาเท ฐตฺวา สห ปฏิสมฺภิทาหิ อรหตฺตํ ปาปุณิ. เตน วุตฺตํ อปทาเน (อป. เถรี ๒.๒.๑-๒๑) –

‘‘นคเร พนฺธุมติยา, พนฺธุมา นาม ขตฺติโย;

ทิวเส ปุณฺณมาย โส, อุปวสิ อุโปสถํ.

‘‘อหํ เตน สมเยน, กุมฺภทาสี อหํ ตหึ;

ทิสฺวา สราชกํ เสนํ, เอวาหํ จินฺตยึ ตทา.

‘‘ราชาปิ รชฺชํ ฉฑฺเฑตฺวา, อุปวสิ อุโปสถํ;

สผลํ นูน ตํ กมฺมํ, ชนกาโย ปโมทิโต.

‘‘โยนิโส ปจฺจเวกฺขิตฺวา, ทุคฺคจฺจญฺจ ทลิทฺทตํ;

มานสํ สมฺปหํสิตฺวา, อุปวสึ อุโปสถํ.

‘‘อหํ อุโปสถํ กตฺวา, สมฺมาสมฺพุทฺธสาสเน;

เตน กมฺเมน สุกเตน, ตาวตึสมคจฺฉหํ.

‘‘ตตฺถ เม สุกตํ พฺยมฺหํ, อุพฺภโยชนมุคฺคตํ;

กูฏาคารวรูเปตํ, มหาสนสุภูสิตํ.

‘‘อจฺฉรา สตสหสฺสา, อุปติฏฺฐนฺติ มํ สทา;

อญฺเญ เทเว อติกฺกมฺม, อติโรจามิ สพฺพทา.

‘‘จตุสฏฺฐิเทวราชูนํ, มเหสิตฺตมการยึ;

เตสฏฺฐิจกฺกวตฺตีนํ, มเหสิตฺตมการยึ.

‘‘สุวณฺณวณฺณา หุตฺวาน, ภเวสุ สํสรามหํ;

สพฺพตฺถ ปวรา โหมิ, อุโปสถสฺสิทํ ผลํ.

‘‘หตฺถิยานํ อสฺสยานํ, รถยานญฺจ สีวิกํ;

ลภามิ สพฺพเมเวตํ, อุโปสถสฺสิทํ ผลํ.

‘‘โสณฺณมยํ รูปิมยํ, อโถปิ ผลิกามยํ;

โลหิตงฺคมยญฺเจว, สพฺพํ ปฏิลภามหํ.

‘‘โกเสยฺยกมฺพลิยานิ, โขมกปฺปาสิกานิ จ;

มหคฺฆานิ จ วตฺถานิ, สพฺพํ ปฏิลภามหํ.

‘‘อนฺนํ ปานํ ขาทนียํ, วตฺถเสนาสนานิ จ;

สพฺพเมตํ ปฏิลเภ, อุโปสถสฺสิทํ ผลํ.

‘‘วรคนฺธญฺจ มาลญฺจ, จุณฺณกญฺจ วิเลปนํ;

สพฺพเมตํ ปฏิลเภ, อุโปสถสฺสิทํ ผลํ.

‘‘กูฏาคารญฺจ ปาสาทํ, มณฺฑปํ หมฺมิยํ คุหํ;

สพฺพเมตํ ปฏิลเภ, อุโปสถสฺสิทํ ผลํ.

‘‘ชาติยา สตฺตวสฺสาหํ, ปพฺพชึ อนคาริยํ;

อฑฺฒมาเส อสมฺปตฺเต, อรหตฺตมปาปุณึ.

‘‘กิเลสา ฌาปิตา มยฺหํ, ภวา สพฺเพ สมูหตา;

สพฺพาสวปริกฺขีณา, นตฺถิ ทานิ ปุนพฺภโว.

‘‘เอกนวุติโต กปฺเป, ยํ กมฺมมกรึ ตทา;

ทุคฺคตึ นาภิชานามิ, อุโปสถสฺสิทํ ผลํ.

‘‘กิเลสา ฌาปิตา มยฺหํ…เป… กตํ พุทฺธสฺส สาสน’’นฺติ.

อรหตฺตํ ปน ปตฺวา อตฺตโน ปฏิปตฺตึ ปจฺจเวกฺขิตฺวา อุทานวเสน –

๔๒. ‘‘จตุกฺขตฺตุํ ปญฺจกฺขตฺตุํ, วิหารา อุปนิกฺขมึ;

อลทฺธา เจตโส สนฺตึ, จิตฺเต อวสวตฺตินี.

๔๓. ‘‘สา ภิกฺขุนึ อุปาคจฺฉึ, ยา เม สทฺธายิกา อหุ;

สา เม ธมฺมมเทเสสิ, ขนฺธายตนธาตุโย.

๔๔. ‘‘ตสฺสา ธมฺมํ สุณิตฺวาน, ยถา มํ อนุสาสิ สา;

สตฺตาหํ เอกปลฺลงฺเกน, นิสีทึ ปีติสุขสมปฺปิตา;

อฏฺฐมิยา ปาเท ปสาเรสึ, ตโมขนฺธํ ปทาลิยา’’ติ. –

อิมา คาถา อภาสิ.

ตตฺถ สา ภิกฺขุนึ อุปาคจฺฉึ , ยา เม สทฺธายิกา อหูติ ยา มยา สทฺธาตพฺพา สทฺเธยฺยวจนา อโหสิ, ตํ ภิกฺขุนึ สาหํ อุปคจฺฉึ อุปสงฺกมึ, ปฏาจาราเถรึ สทฺธาย วทติ. ‘‘สา ภิกฺขุนี อุปคจฺฉิ, ยา เม สาธยิกา’’ติปิ ปาโฐ. สา ปฏาจารา ภิกฺขุนี อนุกมฺปาย มํ อุปคจฺฉิ, ยา มยฺหํ สทตฺถสฺส สาธิกาติ อตฺโถ. สา เม ธมฺมมเทเสสิ, ขนฺธายตนธาตุโยติ สา ปฏาจารา เถรี ‘‘อิเม ปญฺจกฺขนฺธา, อิมานิ ทฺวาทสายตนานิ, อิมา อฏฺฐารส ธาตุโย’’ติ ขนฺธาทิเก วิภชิตฺวา ทสฺเสนฺตี มยฺหํ ธมฺมํ เทเสสิ.

ตสฺสา ธมฺมํ สุณิตฺวานาติ ตสฺสา ปฏิสมฺภิทาปฺปตฺตาย เถริยา สนฺติเก ขนฺธาทิวิภาคปุพฺพงฺคมํ อริยมคฺคํ ปาเปตฺวา เทสิตสณฺหสุขุมวิปสฺสนาธมฺมํ สุตฺวา. ยถา มํ อนุสาสิ สาติ สา เถรี ยถา มํ อนุสาสิ โอวทิ, ตถา ปฏิปชฺชนฺตี ปฏิปตฺตึ มตฺถกํ ปาเปตฺวาปิ สตฺตาหํ เอกปลฺลงฺเกน นิสีทึ. กถํ? ปีติสุขสมปฺปิตาติ ฌานมเยน ปีติสุเขน สมงฺคีภูตา. อฏฺฐมิยา ปาเท ปสาเรสึ, ตโมขนฺธํ ปทาลิยาติ อนวเสสํ โมหกฺขนฺธํ อคฺคมคฺเคน ปทาเลตฺวา อฏฺฐเม ทิวเส ปลฺลงฺกํ ภินฺทนฺตี ปาเท ปสาเรสึ. อิทเมว จสฺสา อญฺญาพฺยากรณํ อโหสิ.

อุตฺตมาเถรีคาถาวณฺณนา นิฏฺฐิตา.

๓. อปรา อุตฺตมาเถรีคาถาวณฺณนา

เย อิเม สตฺต โพชฺฌงฺคาติอาทิกา อปราย อุตฺตมาย เถริยา คาถา. อยมฺปิ ปุริมพุทฺเธสุ กตาธิการา ตตฺถ ตตฺถ ภเว วิวฏฺฏูปนิสฺสยํ กุสลํ อุปจินนฺตี วิปสฺสิสฺส ภควโต กาเล พนฺธุมตีนคเร กุลทาสี หุตฺวา นิพฺพตฺติ. สา เอกทิวสํ สตฺถุ สาวกํ เอกํ ขีณาสวตฺเถรํ ปิณฺฑาย จรนฺตํ ทิสฺวา ปสนฺนมานสา ตีณิ โมทกานิ อทาสิ. สา เตน ปุญฺญกมฺเมน เทวมนุสฺเสสุ สํสรนฺตี อิมสฺมึ พุทฺธุปฺปาเท โกสลชนปเท อญฺญตรสฺมึ พฺราหฺมณมหาสาลกุเล นิพฺพตฺติตฺวา วิญฺญุตํ ปตฺตา ชนปทจาริกํ จรนฺตสฺส สตฺถุ สนฺติเก ธมฺมํ สุตฺวา ปฏิลทฺธสทฺธา ปพฺพชิตฺวา นจิรสฺเสว สห ปฏิสมฺภิทาหิ อรหตฺตํ ปาปุณิ. เตน วุตฺตํ อปทาเน (อป. เถรี ๒.๒.๓๐-๓๖) –

‘‘นคเร พนฺธุมติยา, กุมฺภทาสี อโหสหํ;

มม ภาคํ คเหตฺวาน, คจฺฉํ อุทกหาริกา.

‘‘ปนฺถมฺหิ สมณํ ทิสฺวา, สนฺตจิตฺตํ สมาหิตํ;

ปสนฺนจิตฺตา สุมนา, โมทเก ตีณิทาสหํ.

‘‘เตน กมฺเมน สุกเตน, เจตนาปณิธีหิ จ;

เอกนวุติกปฺปานิ, วินิปาตํ น คจฺฉหํ.

‘‘สมฺปตฺติ ตํ กริตฺวาน, สพฺพํ อนุภวึ อหํ;

โมทเก ตีณิ ทตฺวาน, ปตฺตาหํ อจลํ ปทํ.

‘‘กิเลสา ฌาปิตา มยฺหํ…เป… กตํ พุทฺธสฺส สาสน’’นฺติ.

อรหตฺตํ ปน ปตฺวา อตฺตโน ปฏิปตฺตึ ปจฺจเวกฺขิตฺวา อุทานวเสน –

๔๕. ‘‘เย อิเม สตฺต โพชฺฌงฺคา, มคฺคา นิพฺพานปตฺติยา;

ภาวิตา เต มยา สพฺเพ, ยถา พุทฺเธน เทสิตา.

๔๖. ‘‘สุญฺญตสฺสานิมิตฺตสฺส, ลาภินีหํ ยทิจฺฉกํ;

โอรสา ธีตา พุทฺธสฺส, นิพฺพานาภิรตา สทา.

๔๗. ‘‘สพฺเพ กามา สมุจฺฉินฺนา, เย ทิพฺพา เย จ มานุสา;

วิกฺขีโณ ชาติสํสาโร, นตฺถิ ทานิ ปุนพฺภโว’’ติ. –

อิมา คาถา อภาสิ.

ตตฺถ สุญฺญตสฺสานิมิตฺตสฺส, ลาภินีหํ ยทิจฺฉกนฺติ สุญฺญตสมาปตฺติยา จ อนิมิตฺตสมาปตฺติยา จ อหํ ยทิจฺฉกํ ลาภินี, ตตฺถ ยํ ยํ สมาปชฺชิตุํ อิจฺฉามิ ยตฺถ ยตฺถ ยทา ยทา, ตํ ตํ ตตฺถ ตตฺถ ตทา ตทา สมาปชฺชิตฺวา วิหรามีติ อตฺโถ. ยทิปิ หิ สุญฺญตาปฺปณิหิตาทินามกสฺส ยสฺส กสฺสจิปิ มคฺคสฺส สุญฺญตาทิเภทํ ติวิธมฺปิ ผลํ สมฺภวติ. อยํ ปน เถรี สุญฺญตานิมิตฺตสมาปตฺติโยว สมาปชฺชติ. เตน วุตฺตํ – ‘‘สุญฺญตสฺสานิมิตฺตสฺส, ลาภินีหํ ยทิจฺฉก’’นฺติ. เยภุยฺยวเสน วา เอตํ วุตฺตํ. นิทสฺสนมตฺตเมตนฺติ อปเร.

เย ทิพฺพา เย จ มานุสาติ เย เทวโลกปริยาปนฺนา เย จ มนุสฺสโลกปริยาปนฺนา วตฺถุกามา, เต สพฺเพปิ ตปฺปฏิพทฺธฉนฺทราคปฺปหาเนน มยา สมฺมเทว อุจฺฉินฺนา, อปริโภคารหา กตา. วุตฺตญฺหิ – ‘‘อภพฺโพ, อาวุโส, ขีณาสโว ภิกฺขุ กาเม ปริภุญฺชิตุํ. เสยฺยถาปิ ปุพฺเพ อคาริยภูโต’’ติ. เสสํ วุตฺตนยเมว.

อปรา อุตฺตมาเถรีคาถาวณฺณนา นิฏฺฐิตา.

๔. ทนฺติกาเถรีคาถาวณฺณนา

ทิวาวิหารา นิกฺขมฺมาติอาทิกา ทนฺติกาย เถริยา คาถา. อยมฺปิ ปุริมพุทฺเธสุ กตาธิการา ตตฺถ ตตฺถ ภเว วิวฏฺฏูปนิสฺสยํ กุสลํ อุปจินนฺตี พุทฺธสุญฺญกาเล จนฺทภาคาย นทิยา ตีเร กินฺนรโยนิยํ นิพฺพตฺติ. สา เอกทิวสํ กินฺนเรหิ สทฺธึ กีฬนฺตี วิจรมานา อทฺทส อญฺญตรํ ปจฺเจกพุทฺธํ อญฺญตรสฺมึ รุกฺขมูเล ทิวาวิหารํ นิสินฺนํ. ทิสฺวาน ปสนฺนมานสา อุปสงฺกมิตฺวา สาลปุปฺเผหิ ปูชํ กตฺวา วนฺทิตฺวา ปกฺกามิ. สา เตน ปุญฺญกมฺเมน เทวมนุสฺเสสุ สํสรนฺตี อิมสฺมึ พุทฺธุปฺปาเท สาวตฺถิยํ โกสลรญฺโญ ปุโรหิตพฺราหฺมณสฺส เคเห นิพฺพตฺติตฺวา วิญฺญุตํ ปตฺวา เชตวนปฏิคฺคหเณ ปฏิลทฺธสทฺธา อุปาสิกา หุตฺวา ปจฺฉา มหาปชาปติโคตมิยา สนฺติเก ปพฺพชิตฺวา ราชคเห วสมานา เอกทิวสํ ปจฺฉาภตฺตํ คิชฺฌกูฏํ อภิรุหิตฺวา ทิวาวิหารํ นิสินฺนา หตฺถาโรหกสฺส อภิรุหนตฺถาย ปาทํ ปสาเรนฺตํ หตฺถึ ทิสฺวา ตเทว อารมฺมณํ กตฺวา วิปสฺสนํ วฑฺเฒตฺวา สห ปฏิสมฺภิทาหิ อรหตฺตํ ปาปุณิ. เตน วุตฺตํ อปทาเน (อป. เถรี ๒.๒.๘๖-๙๖) –

‘‘จนฺทภาคานทีตีเร, อโหสึ กินฺนรี ตทา;

อทฺทสํ วิรชํ พุทฺธํ, สยมฺภุํ อปราชิตํ.

‘‘ปสนฺนจิตฺตา สุมนา, เวทชาตา กตญฺชลี;

สาลมาลํ คเหตฺวาน, สยมฺภุํ อภิปูชยึ.

‘‘เตน กมฺเมน สุกเตน, เจตนาปณิธีหิ จ;

ชหิตฺวา กินฺนรีเทหํ, ตาวตึสมคจฺฉหํ.

‘‘ฉตฺตึสเทวราชูนํ, มเหสิตฺตมการยึ;

มนสา ปตฺถิตํ มยฺหํ, นิพฺพตฺตติ ยถิจฺฉิตํ.

‘‘ทสนฺนํ จกฺกวตฺตีนํ, มเหสิตฺตมการยึ;

โอจิตตฺตาว หุตฺวาน, สํสรามิ ภเวสฺวหํ.

‘‘กุสลํ วิชฺชเต มยฺหํ, ปพฺพชึ อนคาริยํ;

ปูชารหา อหํ อชฺช, สกฺยปุตฺตสฺส สาสเน.

‘‘วิสุทฺธมนสา อชฺช, อเปตมนปาปิกา;

สพฺพาสวปริกฺขีณา, นตฺถิ ทานิ ปุนพฺภโว.

‘‘จตุนฺนวุติโต กปฺเป, ยํ พุทฺธมภิปูชยึ;

ทุคฺคตึ นาภิชานามิ, สาลมาลายิทํ ผลํ.

‘‘กิเลสา ฌาปิตา มยฺหํ…เป… กตํ พุทฺธสฺส สาสน’’นฺติ.

อรหตฺตํ ปน ปตฺวา อตฺตโน ปฏิปตฺตึ ปจฺจเวกฺขิตฺวา ปีติโสมนสฺสชาตา อุทานวเสน –

๔๘. ‘‘ทิวาวิหารา นิกฺขมฺม, คิชฺฌกูฏมฺหิ ปพฺพเต;

นาคํ โอคาหมุตฺติณฺณํ, นทีตีรมฺหิ อทฺทสํ.

๔๙. ‘‘ปุริโส องฺกุสมาทาย, ‘เทหิ ปาท’นฺติ ยาจติ;

นาโค ปสารยี ปาทํ, ปุริโส นาคมารุหิ.

๕๐. ‘‘ทิสฺวา อทนฺตํ ทมิตํ, มนุสฺสานํ วสํ คตํ;

ตโต จิตฺตํ สมาเธสึ, ขลุ ตาย วนํ คตา’’ติ. – อิมา คาถา อภาสิ;

ตตฺถ นาคํ โอคาหมุตฺติณฺณนฺติ หตฺถินาคํ นทิยํ โอคาหํ กตฺวา โอคยฺห ตโต อุตฺติณฺณํ. ‘‘โอคยฺห มุตฺติณฺณ’’นฺติ วา ปาโฐ. ม-กาโร ปทสนฺธิกโร. นทีตีรมฺหิ อทฺทสนฺติ จนฺทภาคาย นทิยา ตีเร อปสฺสึ.

กึ กโรนฺตนฺติ เจตํ ทสฺเสตุํ วุตฺตํ ‘‘ปุริโส’’ติอาทิ. ตตฺถ ‘เทหิ ปาท’นฺติ ยาจตีติ ‘‘ปาทํ เทหิ’’อิติ ปิฏฺฐิอาโรหนตฺถํ ปาทํ ปสาเรตุํ สญฺญํ เทติ, ยถาปริจิตญฺหิ สญฺญํ เทนฺโต อิธ ยาจตีติ วุตฺโต.

ทิสฺวา อทนฺตํ ทมิตนฺติ ปกติยา ปุพฺเพ อทนฺตํ อิทานิ หตฺถาจริเยน หตฺถิสิกฺขาย ทมิตทมถํ อุปคมิตํ. กีทิสํ ทมิตํ? มนุสฺสานํ วสํ คตํ ยํ ยํ มนุสฺสา อาณาเปนฺติ, ตํ ตํ ทิสฺวาติ โยชนา. ตโต จิตฺตํ สมาเธสึ, ขลุ ตาย วนํ คตาติ ขลูติ อวธารณตฺเถ นิปาโต. ตโต หตฺถิทสฺสนโต ปจฺฉา, ตาย หตฺถิโน กิริยาย เหตุภูตาย, วนํ อรญฺญํ คตา จิตฺตํ สมาเธสึเยว. กถํ? ‘‘อยมฺปิ นาม ติรจฺฉานคโต หตฺถี หตฺถิทมกสฺส วเสน ทมถํ คโต, กสฺมา มนุสฺสภูตาย จิตฺตํ ปุริสทมกสฺส สตฺถุ วเสน ทมถํ น คมิสฺสตี’’ติ สํเวคชาตา วิปสฺสนํ วฑฺเฒตฺวา อคฺคมคฺคสมาธินา มม จิตฺตํ สมาเธสึ อจฺจนฺตสมาธาเนน สพฺพโส กิเลเส เขเปสินฺติ อตฺโถ.

ทนฺติกาเถรีคาถาวณฺณนา นิฏฺฐิตา.

๕. อุพฺพิริเถรีคาถาวณฺณนา

อมฺม, ชีวาติอาทิกา อุพฺพิริยา เถริยา คาถา. อยมฺปิ ปุริมพุทฺเธสุ กตาธิการา ตตฺถ ตตฺถ ภเว วิวฏฺฏูปนิสฺสยํ กุสลํ อุปจินนฺตี ปทุมุตฺตรสฺส ภควโต กาเล หํสวตีนคเร กุลเคเห นิพฺพตฺติตฺวา วิญฺญุตํ ปตฺตา เอกทิวสํ มาตาปิตูสุ มงฺคลํ อนุภวิตุํ เคหนฺตรคเตสุ อทุติยา สยํ เคเห โอหีนา อุปกฏฺฐาย เวลาย ภควโต สาวกํ เอกํ ขีณาสวตฺเถรํ เคหทฺวารสมีเปน คจฺฉนฺตํ ทิสฺวา ภิกฺขํ ทาตุกามา, ‘‘ภนฺเต, อิธ ปวิสถา’’ติ วตฺวา เถเร เคหํ ปวิฏฺเฐ ปญฺจปติฏฺฐิเตน เถรํ วนฺทิตฺวา โคนกาทีหิ อาสนํ ปญฺญาเปตฺวา อทาสิ. นิสีทิ เถโร ปญฺญตฺเต อาสเน. สา ปตฺตํ คเหตฺวา ปิณฺฑปาตสฺส ปูเรตฺวา เถรสฺส หตฺเถ ฐเปสิ. เถโร อนุโมทนํ กตฺวา ปกฺกามิ. สา เตน ปุญฺญกมฺเมน ตาวตึเสสุ นิพฺพตฺติตฺวา ตตฺถ ยาวตายุกํ อุฬารทิพฺพสมฺปตฺตึ อนุภวิตฺวา ตโต จุตา สุคตีสุเยว สํสรนฺตี อิมสฺมึ พุทฺธุปฺปาเท สาวตฺถิยํ คหปติมหาสาลกุเล นิพฺพตฺติตฺวา อุพฺพิรีติ ลทฺธนามา อภิรูปา ทสฺสนียา ปาสาทิกา อโหสิ. สา วยปฺปตฺตกาเล โกสลรญฺญา อตฺตโน เคหํ นีตา, กติปยสํวจฺฉราติกฺกเมน เอกํ ธีตรํ ลภิ. ตสฺสา ชีวนฺตีติ นามํ อกํสุ. ราชา ตสฺสา ธีตรํ ทิสฺวา ตุฏฺฐมานโส อุพฺพิริยา อภิเสกํ อทาสิ. ธีตา ปนสฺสา อาธาวิตฺวา ปริธาวิตฺวา วิจรณกาเล กาลมกาสิ. มาตา ยตฺถ ตสฺสา สรีรนิกฺเขโป กโต, ตํ สุสานํ คนฺตฺวา ทิวเส ทิวเส ปริเทวติ. เอกทิวสํ สตฺถุ สนฺติกํ คนฺตฺวา วนฺทิตฺวา โถกํ นิสีทิตฺวา คตา อจิรวตีนทิยา ตีเร ฐตฺวา ธีตรํ อารพฺภ ปริเทวติ. ตํ ทิสฺวา สตฺถา คนฺธกุฏิยํ ยถานิสินฺโนว อตฺตานํ ทสฺเสตฺวา ‘‘กสฺมา วิปฺปลปสี’’ติ ปุจฺฉิ. ‘‘มม ธีตรํ อารพฺภ วิปฺปลปามิ, ภควา’’ติ. ‘‘อิมสฺมึ สุสาเน ฌาปิตา ตว ธีตโร จตุราสีติสหสฺสมตฺตา, ตาสํ กตร สนฺธาย วิปฺปลปสี’’ติ. ตาสํ ตํ ตํ อาฬาหนฏฺฐานํ ทสฺเสตฺวา –

๕๑. ‘‘อมฺม ชีวาติ วนมฺหิ กนฺทสิ, อตฺตานํ อธิคจฺฉ อุพฺพิริ;

จุลฺลาสีติสหสฺสานิ, สพฺพา ชีวสนามิกา;

เอตมฺหาฬาหเน ทฑฺฒา, ตาสํ กมนุโสจสี’’ติ. – สอุปฑฺฒคาถมาห;

ตตฺถ, อมฺม, ชีวาติ มาตุปจารนาเมน ธีตุยา อาลปนํ, อิทญฺจสฺสา วิปฺปลปนาการทสฺสนํ. วนมฺหิ กนฺทสีติ วนมชฺเฌ ปริเทวสิ. อตฺตานํ อธิคจฺฉ อุพฺพิรีติ อุพฺพิริ ตว อตฺตานเมว ตาว พุชฺฌสฺสุ ยาถาวโต ชานาหิ. จุลฺลาสีติสหสฺสานีติ จตุราสีติสหสฺสานิ. สพฺพา ชีวสนามิกาติ ตา สพฺพาปิ ชีวนฺติ, ยา สมานนามิกา. เอตมฺหาฬาหเน ทฑฺฒาติ เอตมฺหิ สุสาเน ฌาปิตา. ตาสํ กมนุโสจสีติ ตาสุ ชีวนฺตีนามาสุ จตุราสีติสหสฺสมตฺตาสุ กํ สนฺธาย ตฺวํ อนุโสจสิ อนุโสกํ อาปชฺชสีติ เอวํ สตฺถารา ธมฺเม เทสิเต เทสนานุสาเรน ญาณํ เปเสตฺวา วิปสฺสนํ อารภิตฺวา สตฺถุ เทสนาวิลาเสน อตฺตโน จ เหตุสมฺปตฺติยา ยถาฐาตาว วิปสฺสนํ อุสฺสุกฺกาเปตฺวา มคฺคปฏิปาฏิยา อคฺคผเล อรหตฺเต ปติฏฺฐาสิ. เตน วุตฺตํ อปทาเน (อป. เถรี ๒.๒.๓๗-๖๐) –

‘‘นคเร หํสวติยา, อโหสึ พาลิกา ตทา;

มาตา จ เม ปิตา เจว, กมฺมนฺตํ อคมํสุ เต.

‘‘มชฺฌนฺหิกมฺหิ สูริเย, อทฺทสํ สมณํ อหํ;

วีถิยา อนุคจฺฉนฺตํ, อาสนํ ปญฺญเปสหํ.

‘‘โคนกาวิกติกาหิ, ปญฺญเปตฺวา มมาสนํ;

ปสนฺนจิตฺตา สุมนา, อิทํ วจนมพฺรวึ.

‘‘สนฺตตฺตา กุถิตา ภูมิ, สูโร มชฺฌนฺหิเก ฐิโต;

มาลุตา จ น วายนฺติ, กาโล เจเวตฺถ เมหิติ.

‘‘ปญฺญตฺตมาสนมิทํ, ตวตฺถาย มหามุนิ;

อนุกมฺปํ อุปาทาย, นิสีท มม อาสเน.

‘‘นิสีทิ ตตฺถ สมโณ, สุทนฺโต สุทฺธมานโส;

ตสฺส ปตฺตํ คเหตฺวาน, ยถารนฺธํ อทาสหํ.

‘‘เตน กมฺเมน สุกเตน, เจตนาปณิธีหิ จ;

ชหิตฺวา มานุสํ เทหํ, ตาวตึสมคจฺฉหํ.

‘‘ตตฺถ เม สุกตํ พฺยมฺหํ, อาสเนน สุนิมฺมิตํ;