๑๐. สามาเถรีคาถาวณฺณนา
จตุกฺขตฺตุํ ปญฺจกฺขตฺตุนฺติอาทิกา สามาย เถริยา คาถา. อยมฺปิ ปุริมพุทฺเธสุ กตาธิการา ตตฺถ ตตฺถ ภเว วิวฏฺฏูปนิสฺสยํ กุสลํ อุปจินิตฺวา สุคตีสุเยว สํสรนฺตี อิมสฺมึ พุทฺธุปฺปาเท โกสมฺพิยํ คหปติมหาสาลกุเล นิพฺพตฺติตฺวา สามาติสฺสา นามํ อโหสิ. สา วิญฺญุตํ ปตฺตา สามาวติยา อุปาสิกาย ปิยสหายิกา หุตฺวา ตาย กาลงฺกตาย สญฺชาตสํเวคา ปพฺพชิ. ปพฺพชิตฺวา จ สามาวติกํ อารพฺภ อุปฺปนฺนโสกํ วิโนเทตุํ อสกฺโกนฺตี อริยมคฺคํ คณฺหิตุํ นาสกฺขิ. อปรภาเค อาสนสาลาย นิสินฺนสฺส อานนฺทตฺเถรสฺส โอวาทํ สุตฺวา วิปสฺสนํ ปฏฺฐเปตฺวา ตโต สตฺตเม ทิวเส สห ปฏิสมฺภิทาหิ อรหตฺตํ ปาปุณิ.
อรหตฺตํ ปน ปตฺวา อตฺตโน ปฏิปตฺตึ ปจฺจเวกฺขิตฺวา ตํ ปกาเสนฺตี –
๓๗. ‘‘จตุกฺขตฺตุํ ปญฺจกฺขตฺตุํ, วิหารา อุปนิกฺขมึ;
อลทฺธา เจตโส สนฺตึ, จิตฺเต อวสวตฺตินี;
ตสฺสา เม อฏฺฐมี รตฺติ, ยโต ตณฺหา สมูหตา.
๓๘. ‘‘พหูหิ ทุกฺขธมฺเมหิ, อปฺปมาทรตาย เม;
ตณฺหกฺขโย อนุปฺปตฺโต, กตํ พุทฺธสฺส สาสน’’นฺติ. –
อุทานวเสน อิมา เทฺว คาถา อภาสิ.
ตตฺถ จตุกฺขตฺตุํ ปญฺจกฺขตฺตุํ, วิหารา อุปนิกฺขมินฺติ ‘‘มม วสนกวิหาเร วิปสฺสนามนสิกาเรน นิสินฺนา สมณกิจฺจํ มตฺถกํ ปาเปตุํ อสกฺโกนฺตี อุตุสปฺปายาภาเวน นนุ โข มยฺหํ วิปสฺสนา มคฺเคน ฆฏฺเฏตี’’ติ จินฺเตตฺวา จตฺตาโร ปญฺจ จาติ นว วาเร วิหารา อุปสฺสยโต พหิ นิกฺขมึ. เตนาห ‘‘อลทฺธา เจตโส สนฺตึ, จิตฺเต อวสวตฺตินี’’ติ. ตตฺถ เจตโส สนฺตินฺติ อริยมคฺคสมาธึ สนฺธายาห. จิตฺเต อวสวตฺตินีติ วีริยสมตาย อภาเวน มม ภาวนาจิตฺเต น วสวตฺตินี. สา กิร อติวิย ปคฺคหิตวีริยา อโหสิ. ตสฺสา เม อฏฺฐมี รตฺตีติ ยโต ปฏฺฐาย อานนฺทตฺเถรสฺส สนฺติเก โอวาทํ ปฏิลภึ, ตโต ปฏฺฐาย รตฺตินฺทิวมตนฺทิตา วิปสฺสนาย กมฺมํ กโรนฺตี รตฺติยํ จตุกฺขตฺตุํ ปญฺจกฺขตฺตุํ วิหารโต นิกฺขมิตฺวา มนสิการํ ปวตฺเตนฺตี วิเสสํ อนธิคนฺตฺวา อฏฺฐมิยํ รตฺติยํ วีริยสมตํ ลภิตฺวา มคฺคปฏิปาฏิยา กิเลเส เขเปสินฺติ อตฺโถ. เตน วุตฺตํ – ‘‘ตสฺสา เม อฏฺฐมี รตฺติ, ยโต ตณฺหา สมูหตา’’ติ. เสสํ วุตฺตนยเมว.
สามาเถรีคาถาวณฺณนา นิฏฺฐิตา.
ทุกนิปาตวณฺณนา นิฏฺฐิตา.