๖. สปฺปทาสตฺเถรคาถาวณฺณนา
ปณฺณวีสตีติอาทิกา อายสฺมโต สปฺปทาสตฺเถรสฺส คาถา. กา อุปฺปตฺติ? อยมฺปิ ปุริมพุทฺเธสุ กตาธิกาโร ตตฺถ ตตฺถ ภเว วิวฏฺฏูปนิสฺสยํ กุสลํ อุปจินิตฺวา อิมสฺมึ พุทฺธุปฺปาเท กปิลวตฺถุสฺมึ สุทฺโธทนมหาราชสฺส ปุโรหิตปุตฺโต หุตฺวา นิพฺพตฺติ, ตสฺส สปฺปทาโสติ นามํ อโหสิ. โส วยปฺปตฺโต สตฺถุ ญาติสมาคเม ปฏิลทฺธสทฺโธ ปพฺพชิตฺวา กิเลสาภิภเวน เจโตสมาธึ อลภนฺโต พฺรหฺมจริยํ จริตฺวา สํเวคชาโต ปจฺฉา สตฺถํ อาหรนฺโต โยนิโส มนสิการํ วฑฺเฒตฺวา อรหตฺตํ ปาปุณิตฺวา อญฺญํ พฺยากโรนฺโต –
๔๐๕. ‘‘ปณฺณวีสติ วสฺสานิ, ยโต ปพฺพชิโต อหํ;
อจฺฉราสงฺฆาตมตฺตมฺปิ, เจโตสนฺติมนชฺฌคํ.
๔๐๖. ‘‘อลทฺธา จิตฺตสฺเสกคฺคํ, กามราเคน อฏฺฏิโต;
พาหา ปคฺคยฺห กนฺทนฺโต, วิหารา อุปนิกฺขมึ.
๔๐๗. ‘‘สตฺถํ วา อาหริสฺสามิ, โก อตฺโถ ชีวิเตน เม;
กถญฺหิ สิกฺขํ ปจฺจกฺขํ, กาลํ กุพฺเพถ มาทิโส.
๔๐๘. ‘‘ตทาหํ ขุรมาทาย, มญฺจกมฺหิ อุปาวิสึ;
ปรินีโต ขุโร อาสิ, ธมนึ เฉตฺตุมตฺตโน.
๔๐๙. ‘‘ตโต เม มนสีกาโร, โยนิโส อุทปชฺชถ;
อาทีนโว ปาตุรหุ, นิพฺพิทา สมติฏฺฐถ.
๔๑๐. ‘‘ตโต จิตฺตํ วิมุจฺจิ เม, ปสฺส ธมฺมสุธมฺมตํ;
ติสฺโส วิชฺชา อนุปฺปตฺตา, กตํ พุทฺธสฺส สาสน’’นฺติ. –
อิมา คาถา อภาสิ.
ตตฺถ ปณฺณวีสติวสฺสานิ, ยโต ปพฺพชิโต อหนฺติ ยโต ปฏฺฐาย อหํ ปพฺพชิโต ตานิมานิ ปณฺณวีสติวสฺสานิ. อจฺฉราสงฺฆาตมตฺตมฺปิ, เจโตสนฺติมนชฺฌคนฺติ โสหํ เอตฺตกํ กาลํ พฺรหฺมจริยํ จรนฺโต อจฺฉราสงฺฆาตมตฺตมฺปิ องฺคุลิโผฏนมตฺตมฺปิ ขณํ เจโตสนฺตึ เจตโส สมาธานํ น ลภึ.
เอวํ ปน อลทฺธา จิตฺตสฺเสกคฺคตํ, ตตฺถ การณมาห ‘‘กามราเคน อฏฺฏิโต’’ติ. ตตฺถ อฏฺฏิโตติ ปีฬิโต, อภิภูโตติ อตฺโถ. พาหา ปคฺคยฺห กนฺทนฺโตติ ‘‘อิทมิธ อติวิย อยุตฺตํ วตฺตติ, ยทาหํ นิยฺยานิเก สาสเน ปพฺพชิตฺวา อตฺตานํ กิเลสปงฺกโต อุทฺธริตุํ น สกฺโกมี’’ติ อุทฺธํมุโข พาหา ปคฺคยฺห กนฺทมาโน. วิหารา อุปนิกฺขมินฺติ วสนกวิหารโต พหิ นิกฺขนฺโต.
เยนาธิปฺปาเยน นิกฺขนฺโต, ตํ ทสฺเสตุํ ‘‘สตฺถํ วา อาหริสฺสามี’’ติอาทิ วุตฺตํ. ตตฺถ สตฺถํ วา อาหริสฺสามีติ วา-สทฺโท วิกปฺปนตฺโถ. เตน ‘‘รุกฺขา วา ปปติสฺสามิ, อุพฺพนฺธิตฺวา วา มริสฺสามี’’ติอาทิเก มรณปฺปกาเร สงฺคณฺหาติ. สิกฺขนฺติ อธิสีลสิกฺขํ. ปจฺจกฺขนฺติ ปจฺจาจิกฺขนฺโต ปริจฺจชนฺโต. ‘‘ปจฺจกฺขา’’ติปิ ปาฬิ, ปจฺจกฺขายาติ อตฺโถ. กาลนฺติ มรณํ. กถญฺหิ นาม มาทิโส สิกฺขาปจฺจกฺขาเนน กาลํ กเรยฺยาติ อตฺโถ. สิกฺขาปจฺจกฺขานญฺหิ อริยสฺส วินเย มรณํ นาม. ยถาห ภควา – ‘‘มรณเญฺหตํ, ภิกฺขเว, โย สิกฺขํ ปจฺจกฺขาย หีนายาวตฺตตี’’ติ (ม. นิ. ๓.๖๓). ‘‘สิกฺขํ ปจฺจกฺขา’’ติ ปน ปาเฐ กถญฺหิ นาม มาทิโส สิกฺขํ ปจฺจกฺขาย กาลํ กเรยฺย, สิกฺขาสมงฺคี เอว ปน หุตฺวา กาลํ กเรยฺย? ตสฺมา สตฺถํ วา อาหริสฺสามิ, โก อตฺโถ ชีวิเตน เมติ โยชนา.
ตทาหนฺติ ยทา กิเลสาภิภเวน สมณธมฺมํ กาตุํ อสมตฺถตาย ชีวิเต นิพฺพินฺทนฺโต ตทา. ขุรนฺติ นิสิตขุรํ, ขุรสทิสํ วา สตฺถกํ. มญฺจกมฺหิ อุปาวิสินฺติ ปเรสํ นิวารณภเยน โอวรกํ ปวิสิตฺวา มญฺจเก นิสีทึ. ปรินีโตติ อุปนีโต, คเล ฐปิโตติ อธิปฺปาโย. ธมนินฺติ ‘‘กณฺเฐ ธมนึ, กณฺฐธมนึ คลวลย’’นฺติปิ วทนฺติ. เฉตฺตุนฺติ ฉินฺทิตุํ.
ตโต เม มนสีกาโร, โยนิโส อุทปชฺชถาติ ‘‘ยทาหํ มริสฺสามี’’ติ กณฺเฐ ธมนึ ฉินฺทิตุํ ขุรํ อุปเนสึ, ตโต ปรํ ‘‘อโรคํ นุ โข เม สีล’’นฺติ ปจฺจเวกฺขนฺตสฺส อกฺขณฺฑํ อจฺฉิทฺทํ สุปริสุทฺธํ สีลํ ทิสฺวา ปีติ อุปฺปชฺชิ, ปีติมนสฺส กาโย ปสฺสมฺภิ, ปสฺสทฺธกายสฺส นิรามิสํ สุขํ อนุภวนฺตสฺส จิตฺตสฺส สมาหิตตาย วิปสฺสนาวเสน โยนิโส มนสิกาโร อุปฺปชฺชิ. อถ วา ตโตติ กณฺเฐ ขุรสฺส อุปนยโต วเณ ชาเต อุปฺปนฺนํ เวทนํ วิกฺขมฺเภนฺโต วิปสฺสนาย วเสน โยนิโสมนสิกาโร อุปฺปชฺชิ. อิทานิ ตโต ปรํ มคฺคผลปจฺจเวกฺขณญาณํ อุปฺปนฺนภาวํ ทสฺเสตุํ ‘‘อาทีนโว ปาตุรหู’’ติอาทิ วุตฺตํ. ตํ เหฏฺฐา วุตฺตตฺถเมว.
สปฺปทาสตฺเถรคาถาวณฺณนา นิฏฺฐิตา.