๖. ฉกฺกนิปาโต
๑. อุรุเวลกสฺสปตฺเถรคาถาวณฺณนา
ฉกฺกนิปาเต ทิสฺวาน ปาฏิหีรานีติอาทิกา อายสฺมโต อุรุเวลกสฺสปตฺเถรสฺส คาถา. กา อุปฺปตฺติ? อยมฺปิ ปุริมพุทฺเธสุ กตาธิกาโร ตตฺถ ตตฺถ ภเว วิวฏฺฏูปนิสฺสยํ กุสลํ อุปจินนฺโต ปทุมุตฺตรสฺส ภควโต กาเล กุลเคเห นิพฺพตฺติตฺวา, วยปฺปตฺโต สตฺถุ สนฺติเก ธมฺมํ สุณนฺโต สตฺถารํ เอกํ ภิกฺขุํ มหาปริสานํ อคฺคฏฺฐาเน ฐเปนฺตํ ทิสฺวา, สยมฺปิ ตํ ฐานนฺตรํ ปตฺเถตฺวา มหาทานํ ทตฺวา ปณิธานมกาสิ. ภควา จสฺส อนนฺตรายตํ ทิสฺวา, ‘‘อนาคเต โคตมพุทฺธสฺส สาสเน มหาปริสานํ อคฺโค ภวิสฺสตี’’ติ พฺยากาสิ.
โส ตตฺถ ยาวชีวํ ปุญฺญานิ กตฺวา ตโต จวิตฺวา เทวมนุสฺเสสุ สํสรนฺโต อิโต ทฺวานวุติกปฺปมตฺถเก ผุสฺสสฺส ภควโต เวมาติกกนิฏฺฐภาตา หุตฺวา นิพฺพตฺติ. อญฺเญปิสฺส เทฺว กนิฏฺฐภาตโร อเหสุํ. เต ตโยปิ พุทฺธปฺปมุขํ สงฺฆํ ปรมาย ปูชาย ปูเชตฺวา ยาวชีวํ กุสลํ กตฺวา เทวมนุสฺเสสุ สํสรนฺโต อมฺหากํ ภควโต นิพฺพตฺติโต ปุเรตรเมว พาราณสิยํ พฺราหฺมณกุเล ภาตโร หุตฺวา, อนุกฺกเมน นิพฺพตฺตา โคตฺตวเสน ตโยปิ กสฺสปา เอว นาม ชาตา. เต วยปฺปตฺตา ตโย เวเท อุคฺคณฺหึสุ. เตสํ เชฏฺฐภาติกสฺส ปญฺจ มาณวกสตานิ ปริวาโร, มชฺฌิมสฺส ตีณิ, กนิฏฺฐสฺส เทฺว. เต อตฺตโน คนฺเถ สารํ โอโลเกนฺตา ทิฏฺฐธมฺมิกเมว อตฺถํ ทิสฺวา ปพฺพชฺชํ โรเจสุํ. เตสุ เชฏฺฐภาตา อตฺตโน ปริวาเรน สทฺธึ อุรุเวลํ คนฺตฺวา อิสิปพฺพชฺชํ ปพฺพชิตฺวา อุรุเวลกสฺสโป นาม ชาโต มหาคงฺคานทีวงฺเก ปพฺพชิโต นทีกสฺสโป นาม ชาโต, คยาสีเส ปพฺพชิโต คยากสฺสโป นาม ชาโต.
เอวํ เตสุ อิสิปพฺพชฺชํ ปพฺพชิตฺวา ตตฺถ ตตฺถ วสนฺเตสุ พหูนํ ทิวสานํ อจฺจเยน อมฺหากํ โพธิสตฺโต มหาภินิกฺขมนํ นิกฺขมิตฺวา, ปฏิวิทฺธสพฺพญฺญุตญฺญาโณ อนุกฺกเมน ธมฺมจกฺกํ ปวตฺเตตฺวา, ปญฺจวคฺคิยตฺเถเร อรหตฺเต ปติฏฺฐาเปตฺวา ยสปฺปมุเข ปญฺจปญฺญาส สหายเก วิเนตฺวา สฏฺฐิ อรหนฺเต ‘‘จรถ, ภิกฺขเว, จาริก’’นฺติ วิสฺสชฺเชตฺวา, ภทฺทวคฺคิเย วิเนตฺวา อุรุเวลกสฺสปสฺส วสนฏฺฐานํ คนฺตฺวา วสนตฺถาย อคฺยาคารํ ปวิสิตฺวา, ตตฺถ กตนาคทมนํ อาทึ กตฺวา อฑฺฒุฑฺฒสหสฺเสหิ ปาฏิหาริเยหิ อุรุเวลกสฺสปํ สปริสํ วิเนตฺวา ปพฺพาเชสิ. ตสฺส ปพฺพชิตภาวํ ญตฺวา อิตเรปิ เทฺว ภาตโร สปริสา อาคนฺตฺวา สตฺถุ สนฺติเก ปพฺพชึสุ. สพฺเพว เอหิภิกฺขู อิทฺธิมยปตฺตจีวรธรา อเหสุํ.
สตฺถา ตํ สมณสหสฺสํ อาทาย คยาสีสํ คนฺตฺวา ปิฏฺฐิปาสาเณ นิสินฺโน อาทิตฺตปริยายเทสนาย สพฺเพ อรหตฺเต ปติฏฺฐาเปสิ. เตน วุตฺตํ อปทาเน (อป. เถร ๒.๕๔.๒๕๑-๒๙๕) –
‘‘ปทุมุตฺตโร นาม ชิโน, สพฺพโลกวิทู มุนิ;
อิโต สตสหสฺสมฺหิ, กปฺเป อุปฺปชฺชิ จกฺขุมา.
‘‘โอวาทโก วิญฺญาปโก, ตารโก สพฺพปาณินํ;
เทสนากุสโล พุทฺโธ, ตาเรสิ ชนตํ พหุํ.
‘‘อนุกมฺปโก การุณิโก, หิเตสี สพฺพปาณินํ;
สมฺปตฺเต ติตฺถิเย สพฺเพ, ปญฺจสีเล ปติฏฺฐปิ.
‘‘เอวํ นิรากุลํ อาสิ, สุญฺญตํ ติตฺถิเยหิ จ;
วิจิตฺตํ อรหนฺเตหิ, วสีภูเตหิ ตาทิภิ.
‘‘รตนานฏฺฐปญฺญาสํ, อุคฺคโต โส มหามุนิ;
กญฺจนคฺฆิยสงฺกาโส, พาตฺตึสวรลกฺขโณ.
‘‘วสฺสสตสหสฺสานิ, อายุ วิชฺชติ ตาวเท;
ตาวตา ติฏฺฐมาโน โส, ตาเรสิ ชนตํ พหุํ.
‘‘ตทาหํ หํสวติยา, พฺราหฺมโณ สาธุสมฺมโต;
อุเปจฺจ โลกปชฺโชตํ, อสฺโสสึ ธมฺมเทสนํ.
‘‘ตทา มหาปริสตึ, มหาปริสสาวกํ;
ฐเปนฺตํ เอตทคฺคมฺหิ, สุตฺวาน มุทิโต อหํ.
‘‘มหตา ปริวาเรน, นิมนฺเตตฺวา มหาชินํ;
พฺราหฺมณานํ สหสฺเสน, สหทานมทาสหํ.
‘‘มหาทานํ ททิตฺวาน, อภิวาทิย นายกํ;
เอกมนฺตํ ฐิโต หฏฺโฐ, อิทํ วจนมพฺรวึ.
‘‘ตยิ สทฺธาย เม วีร, อธิการคุเณน จ;
ปริสา มหตี โหตุ, นิพฺพตฺตสฺส ตหึ ตหึ.
‘‘ตทา อโวจ ปริสํ, คชคชฺชิตสุสฺสโร;
กรวีกรุโต สตฺถา, เอตํ ปสฺสถ พฺราหฺมณํ.
‘‘เหมวณฺณํ มหาพาหุํ, กมลานนโลจนํ;
อุทคฺคตนุชํ หฏฺฐํ, สทฺธวนฺตํ คุเณ มม.
‘‘เอส ปตฺถยเต ฐานํ, สีหโฆสสฺส ภิกฺขุโน;
อนาคตมฺหิ อทฺธาเน, ลจฺฉเส ตํ มโนรถํ.
‘‘สตสหสฺสิโต กปฺเป, โอกฺกากกุลสมฺภโว;
โคตโม นาม โคตฺเตน, สตฺถา โลเก ภวิสฺสติ.
‘‘ตสฺส ธมฺเมสุ ทายาโท, โอรโส ธมฺมนิมฺมิโต;
กสฺสโป นาม โคตฺเตน, เหสฺสติ สตฺถุ สาวโก.
‘‘อิโต เทฺวนวุเต กปฺเป, อหุ สตฺถา อนุตฺตโร;
อนูปโม อสทิโส, ผุสฺโส โลกคฺคนายโก.
‘‘โส จ สพฺพํ ตมํ หนฺตฺวา, วิชเฏตฺวา มหาชฏํ;
วสฺสเต อมตํ วุฏฺฐึ, ตปฺปยนฺโต สเทวกํ.
‘‘ตทา หิ พาราณสิยํ, ราชาปจฺจา อหุมฺหเส;
ภาตโรมฺห ตโย สพฺเพ, สํวิสฏฺฐาว ราชิโน.
‘‘วีรงฺครูปา พลิโน, สงฺคาเม อปราชิตา;
ตทา กุปิตปจฺจนฺโต, อเมฺห อาห มหีปติ.
‘‘เอถ คนฺตฺวาน ปจฺจนฺตํ, โสเธตฺวา อฏฺฏวีพลํ;
เขมํ วิชิริตํ กตฺวา, ปุน เทถาติ ภาสถ.
‘‘ตโต มยํ อโวจุมฺห, ยทิ เทยฺยาสิ นายกํ;
อุปฏฺฐานาย อมฺหากํ, สาธยิสฺสาม โว ตโต.
‘‘ตโต มยํ ลทฺธวรา, ภูมิปาเลน เปสิตา;
นิกฺขิตฺตสตฺถํ ปจฺจนฺตํ, กตฺวา ปุนรุเปจฺจ ตํ.
‘‘ยาจิตฺวา สตฺถุปฏฺฐานํ, ราชานํ โลกนายกํ;
มุนิวีรํ ลภิตฺวาน, ยาวชีวํ ยชิมฺห ตํ.
‘‘มหคฺฆานิ จ วตฺถานิ, ปณีตานิ รสานิ จ;
เสนาสนานิ รมฺมานิ, เภสชฺชานิ หิตานิ จ.
‘‘ทตฺวา สสงฺฆมุนิโน, ธมฺเมนุปฺปาทิตานิ โน;
สีลวนฺโต การุณิกา, ภาวนายุตฺตมานสา.
‘‘สทฺธา ปริจริตฺวาน, เมตฺตจิตฺเตน นายกํ;
นิพฺพุเต ตมฺหิ โลกคฺเค, ปูชํ กตฺวา ยถาพลํ.
‘‘ตโต จุตา สนฺตุสิตํ, คตา ตตฺถ มหาสุขํ;
อนุภูตา มยํ สพฺเพ, พุทฺธปูชายิทํ ผลํ.
‘‘มายากาโร ยถา รงฺเค, ทสฺเสสิ วิกตึ พหุํ;
ตถา ภเว ภมนฺโตหํ, วิเทหาธิปตี อหุํ.
‘‘คุณาเจลสฺส วาเกฺยน, มิจฺฉาทิฏฺฐิคตาสโย;
นรกํ มคฺคมารูโฬฺห, รุจาย มม ธีตุยา.
‘‘โอวาทํ นาทิยิตฺวาน, พฺรหฺมุนา นารเทนหํ;
พหุธา สํสิโต สนฺโต, ทิฏฺฐึ หิตฺวาน ปาปิกํ.
‘‘ปูรยิตฺวา วิเสเสน, ทส กมฺมปถานิหํ;
หิตฺวาน เทหมคมึ, สคฺคํ สภวนํ ยถา.
‘‘ปจฺฉิเม ภเว สมฺปตฺเต, พฺรหฺมพนฺธุ อโหสหํ;
พาราณสิยํ ผีตายํ, ชาโต วิปฺปมหากุเล.
‘‘มจฺจุพฺยาธิชราภีโต, โอคาเหตฺวา มหาวนํ;
นิพฺพานํ ปทเมสนฺโต, ชฏิเลสุ ปริพฺพชึ.
‘‘ตทา เทฺว ภาตโร มยฺหํ, ปพฺพชึสุ มยา สห;
อุรุเวลายํ มาเปตฺวา, อสฺสมํ นิวสึ อหํ.
‘‘กสฺสโป นาม โคตฺเตน, อุรุเวลนิวาสิโก;
ตโต เม อาสิ ปญฺญตฺติ, อุรุเวลกสฺสโป อิติ.
‘‘นทีสกาเส ภาตา เม, นทีกสฺสปสวฺหโย;
อาสี สกาสนาเมน, คยายํ คยากสฺสโป.
‘‘เทฺว สตานิ กนิฏฺฐสฺส, ตีณิ, มชฺฌสฺส ภาตุโน;
มม ปญฺจ สตานูนา, สิสฺสา สพฺเพ มมานุคา.
‘‘ตทา อุเปจฺจ มํ พุทฺโธ, กตฺวาน วิวิธานิ เม;
ปาฏิหีรานิ โลกคฺโค, วิเนสิ นรสารถิ.
‘‘สหสฺสปริวาเรน, อโหสึ เอหิภิกฺขุโก;
เตเหว สห สพฺเพหิ, อรหตฺตมปาปุณึ.
‘‘เต เจวญฺเญ จ พหโว, สิสฺสา มํ ปริวารยุํ;
ภาสิตุญฺจ สมตฺโถหํ, ตโต มํ อิสิสตฺตโม.
‘‘มหาปริสภาวสฺมึ, เอตทคฺเค ฐเปสิ มํ;
อโห พุทฺเธ กตํ การํ, สผลํ เม อชายถ.
‘‘กิเลสา ฌาปิตา มยฺหํ…เป… กตํ พุทฺธสฺส สาสน’’นฺติ.
อรหตฺตํ ปน ปตฺวา อตฺตโน ปฏิปตฺตึ ปจฺจเวกฺขิตฺวา สีหนาทํ นทนฺโต –
๓๗๕. ‘‘ทิสฺวาน ปาฏิหีรานิ, โคตมสฺส ยสสฺสิโน;
น ตาวาหํ ปณิปตึ, อิสฺสามาเนน วญฺจิโต.
๓๗๖. ‘‘มม สงฺกปฺปมญฺญาย, โจเทสิ นรสารถิ;
ตโต เม อาสิ สํเวโค, อพฺภุโต โลมหํสโน.
๓๗๗. ‘‘ปุพฺเพ ชฏิลภูตสฺส, ยา เม สิทฺธิ ปริตฺติกา;
ตาหํ ตทา นิรากตฺวา, ปพฺพชึ ชินสาสเน.
๓๗๘. ‘‘ปุพฺเพ ยญฺเญน สนฺตุฏฺโฐ, กามธาตุปุรกฺขโต;
ปจฺฉา ราคญฺจ โทสญฺจ, โมหญฺจาปิ สมูหนึ.
๓๗๙. ‘‘ปุพฺเพนิวาสํ ชานามิ, ทิพฺพจกฺขุ วิโสธิตํ;
อิทฺธิมา ปรจิตฺตญฺญู, ทิพฺพโสตญฺจ ปาปุณึ.
๓๘๐. ‘‘ยสฺส จตฺถาย ปพฺพชิโต, อคารสฺมานคาริยํ;
โส เม อตฺโถ อนุปฺปตฺโต, สพฺพสํโยชนกฺขโย’’ติ. –
อิมา ฉ คาถา อภาสิ.
ตตฺถ ทิสฺวาน ปาฏิหีรานีติ นาคราชทมนาทีนิ อฑฺฒุฑฺฒสหสฺสานิ ปาฏิหาริยานิ ทิสฺวา. ‘‘ปาฏิหีรํ, ปาฏิเหรํ, ปาฏิหาริย’’นฺติ หิ อตฺถโต เอกํ, พฺยญฺชนเมว นานํ. ยสสฺสิโน’’ติ ‘‘อิติปิ โส ภควา’’ติอาทินา สเทวเก โลเก ยถาภุจฺจํ ปตฺถฏกิตฺติสทฺทสฺส. น ตาวาหํ ปณิปตินฺติ ยาว มํ ภควา ‘‘เนว โข ตฺวํ, กสฺสป, อรหา, นาปิ อรหตฺตมคฺคํ สมาปนฺโน, สาปิ เต ปฏิปทา นตฺถิ, ยาย ตฺวํ อรหา วา อสฺส, อรหตฺตมคฺคํ วา สมาปนฺโน’’ติ น ตชฺเชสิ, ตาว อหํ น ปณิปาตนํ อกาสึ. กึการณา? อิสฺสามาเนน วญฺจิโต, ‘‘อิมสฺส มยิ สาวกตฺตํ อุปคเต มม ลาภสกฺกาโร ปริหายิสฺสติ, อิมสฺส เอว วฑฺฒิสฺสตี’’ติ เอวํ ปรสมฺปตฺติอสหนลกฺขณาย อิสฺสาย เจว, ‘‘อหํ คณปาโมกฺโข พหุชนสมฺมโต’’ติ เอวํ อพฺภุนฺนติลกฺขเณน มาเนน จ วญฺจิโต, ปลมฺภิโต หุตฺวาติ อตฺโถ.
มม สงฺกปฺปมญฺญายาติ มยฺหํ มิจฺฉาสงฺกปฺปํ ชานิตฺวา, ยํ ยํ ภควา อุตฺตริ มนุสฺสธมฺมา อิทฺธิปาฏิหาริยํ ทสฺเสติ, ตํ ตํ ทิสฺวา ‘‘มหิทฺธิโก โข มหาสมโณ มหานุภาโว’’ติ จินฺเตตฺวาปิ ‘‘น เตฺวว โข อรหา ยถา อห’’นฺติ เอวํ ปวตฺตํ มิจฺฉาวิตกฺกํ ชานนฺโตปิ ญาณปริปากํ อาคเมนฺโต อชฺฌุเปกฺขิตฺวา ปจฺฉา เนรญฺชราย มชฺเฌ สมนฺตโต อุทกํ อุสฺสาเรตฺวา เรณุหตาย ภูมิยา จงฺกมิตฺวา เตน อาภตนาวาย ฐิโต ตทาปิ ‘‘มหิทฺธิโก’’ติอาทิกํ จินฺเตตฺวา ปุน ‘‘น เตฺวว โข อรหา ยถา อห’’นฺติ ปวตฺติตํ มิจฺฉาสงฺกปฺปํ ญตฺวาติ อตฺโถ. โจเทสิ นรสารถีติ ตทา เม ญาณปริปากํ ญตฺวา ‘‘เนว โข ตฺวํ อรหา’’ติอาทินา ปุริสทมฺมสารถิ สตฺถา มํ โจเทสิ นิคฺคณฺหิ. ตโต เม อาสิ สํเวโค, อพฺภุโต โลมหํสโนติ ตโต ยถาวุตฺตโจทนาเหตุ เอตฺตกํ กาลํ อภูตปุพฺพตาย อพฺภุโต โลมหํสนวเสน ปวตฺติยา โลมหํสโน ‘‘อนรหาว สมาโน ‘อรหา’ติ มญฺญิ’’นฺติ สํเวโค สโหตฺตปฺโป ญาณุปฺปาโท มยฺหํ อโหสิ.
ชฏิลภูตสฺสาติ ตาปสภูตสฺส. สิทฺธีติ ลาภสกฺการสมิทฺธิ. ปริตฺติกาติ อปฺปมตฺติกา. ตาหนฺติ ตํ อหํ. ตทาติ ภควโต โจทนาย สํเวคุปฺปตฺติกาเล. นิรากตฺวาติ อปเนตฺวา ฉฑฺเฑตฺวา, อนเปกฺโข หุตฺวาติ อตฺโถ. ‘‘อิทฺธีติ ภาวนามยอิทฺธี’’ติ วทนฺติ. ตทยุตฺตํ ตทา ตสฺส อฌานลาภีภาวโต. ตถา หิ วุตฺตํ ‘‘กามธาตุปุรกฺขโต’’ติ.
ยญฺเญน สนฺตุฏฺโฐติ ‘‘ยญฺญํ ยชิตฺวา สคฺคสุขํ อนุภวิสฺสามิ, อลเมตฺตาวตา’’ติ ยญฺญยชเนน สนฺตุฏฺโฐ นิฏฺฐิตกิจฺจสญฺญี. กามธาตุปุรกฺขโตติ กามสุคตึ อารพฺภ อุปฺปนฺนตโณฺห ยญฺญยชเนน กามโลกํ ปุรกฺขตฺวา ฐิโต. โส เจ ยญฺโญ ปาณาติปาตปฏิสํยุตฺโต โหติ, น เตน สุคตึ สกฺกา ลทฺธุํ. น หิ อกุสลสฺส อิฏฺโฐ กนฺโต วิปาโก นิพฺพตฺตติ. ยา ปน ตตฺถ ทานาทิกุสลเจตนา, ตาย สติ ปจฺจยสมวาเย สุคตึ คจฺเฉยฺย. ปจฺฉาติ ตาปสปพฺพชฺชาโต ปจฺฉา สตฺถุ โอวาเทน ตาปสลทฺธึ ปหาย จตุสจฺจกมฺมฏฺฐานานุโยคกาเล. สมูหนินฺติ วิปสฺสนํ อุสฺสุกฺกาเปตฺวา มคฺคปฏิปาฏิยา ราคญฺจ โทสญฺจ โมหญฺจ อนวเสสโต สมุคฺฆาเตสึ.
ยสฺมา ปนายํ เถโร อริยมคฺเคน ราคาทโย สมูหนนฺโตเยว ฉฬภิญฺโญ อโหสิ, ตสฺมา ตํ อตฺตโน ฉฬภิญฺญภาวํ ทสฺเสนฺโต ‘‘ปุพฺเพนิวาสํ ชานามี’’ติอาทิมาห. ตตฺถ ปุพฺเพนิวาสํ ชานามีติ อตฺตโน ปเรสญฺจ ปุพฺเพนิวาสํ อตีตาสุ ชาตีสุ นิพฺพตฺตกฺขนฺเธ ขนฺธปฏิพทฺเธ จ ปุพฺเพนิวาสญาเณน หตฺถตเล อามลกํ วิย ปจฺจกฺขโต ชานามิ พุชฺฌามิ. ทิพฺพจกฺขุ วิโสธิตนฺติ ทิพฺพจกฺขุญาณํ วิโสธิตํ, ปกติจกฺขุนา อาปาถคตํ ปกติรูปํ วิย ทิพฺพํ มานุสมฺปิ ทูรํ ติโรฏฺฐิตํ อติสุขุมญฺจ รูปํ วิภาเวตุํ สมตฺถญาณํ ภาวนาย มยา วิสุทฺธํ กตฺวา ปฏิลทฺธนฺติ อตฺโถ. อิทฺธิมาติ อธิฏฺฐานิทฺธิวิกุพฺพนิทฺธิอาทีหิ อิทฺธีหิ อิทฺธิมา, อิทฺธิวิธญาณลาภีติ อตฺโถ. สราคาทิเภทสฺส ปเรสํ จิตฺตสฺส ชานนโต ปรจิตฺตญฺญู, เจโตปริยญาณลาภีติ วุตฺตํ โหติ. ทิพฺพโสตญฺจ ปาปุณินฺติ ทิพฺพโสตญาณญฺจ ปฏิลภึ.
โส เม อตฺโถ อนุปฺปตฺโต, สพฺพสํโยชนกฺขโยติ โย สพฺเพสํ สํโยชนานํ ขยภูโต ขเยน วา ลทฺธพฺโพ, โส สทตฺโถ ปรมตฺโถ จ มยา อริยมคฺคาธิคเมน อธิคโตติ. เอวเมตาย คาถาย เถรสฺส อญฺญาพฺยากรณํ อโหสีติ เวทิตพฺโพ.
อุรุเวลกสฺสปตฺเถรคาถาวณฺณนา นิฏฺฐิตา.
๒. เตกิจฺฉการิตฺเถรคาถาวณฺณนา
อติหิตา วีหีติอาทิกา อายสฺมโต เตกิจฺฉการิตฺเถรสฺส คาถา. กา อุปฺปตฺติ? อยมฺปิ ปุริมพุทฺเธสุ กตาธิกาโร ตตฺถ ตตฺถ ภเว ปุญฺญานิ อุปจินนฺโต อิโต เอกนวุเต กปฺเป วิปสฺสิสฺส ภควโต กาเล กุลเคเห นิพฺพตฺติตฺวา วิญฺญุตํ ปตฺวา เวชฺชสตฺเถ นิปฺผตฺตึ คโต. วิปสฺสิสฺส ภควโต อุปฏฺฐากํ อโสกํ นาม เถรํ พฺยาธิตํ อโรคมกาสิ, อญฺเญสญฺจ สตฺตานํ โรคาภิภูตานํ อนุกมฺปาย เภสชฺชํ สํวิทหิ.
โส เตน ปุญฺญกมฺเมน เทวมนุสฺเสสุ สํสรนฺโต อิมสฺมึ พุทฺธุปฺปาเท สุพุทฺธสฺส นาม พฺราหฺมณสฺส ปุตฺโต หุตฺวา นิพฺพตฺติ. ตสฺส ติกิจฺฉเกหิ คพฺภกาเล ปริสฺสยํ อปหริตฺวา ปริปาลิตตาย เตกิจฺฉการีติ นามํ อกํสุ. โส อตฺตโน กุลานุรูปานิ วิชฺชาฏฺฐานานิ สิปฺปานิ จ สิกฺขนฺโต วฑฺฒติ. ตทา จาณกฺโก สุพุทฺธสฺส ปญฺญาเวยฺยตฺติยํ กิริยาสุ อุปายโกสลฺลญฺจ ทิสฺวา, ‘‘อยํ อิมสฺมึ ราชกุเล ปติฏฺฐํ ลภนฺโต มํ อภิภเวยฺยา’’ติ อิสฺสาปกโต รญฺญา จนฺทคุตฺเตน ตํ พนฺธนาคาเร ขิปาเปสิ. เตกิจฺฉการี ปิตุ พนฺธนาคารปฺปเวสนํ สุตฺวา ภีโต ปลายิตฺวา สาณวาสิตฺเถรสฺส สนฺติกํ คนฺตฺวา อตฺตโน สํเวคการณํ เถรสฺส กเถตฺวา ปพฺพชิตฺวา กมฺมฏฺฐานํ คเหตฺวา อพฺโภกาสิโก เนสชฺชิโก จ หุตฺวา วิหรติ, สีตุณฺหํ อคเณนฺโต สมณธมฺมเมว กโรติ, วิเสสโต พฺรหฺมวิหารภาวนมนุยุญฺชติ. ตํ ทิสฺวา มาโร ปาปิมา ‘‘น อิมสฺส มม วิสยํ อติกฺกมิตุํ ทสฺสามี’’ติ วิกฺเขปํ กาตุกาโม สสฺสานํ นิปฺผตฺติกาเล เขตฺตโคปกวณฺเณน เถรสฺส สนฺติกํ คนฺตฺวา ตํ นิปฺปณฺเฑนฺโต –
๓๘๑. ‘‘อติหิตา วีหิ, ขลคตา สาลี;
น จ ลเภ ปิณฺฑํ, กถมหํ กสฺส’’นฺติ. – อาห; ตํ สุตฺวา เถโร –
๓๘๒. ‘‘พุทฺธมปฺปเมยฺยํ อนุสฺสร ปสนฺโน, ปีติยา ผุฏสรีโร โหหิสิ สตตมุทคฺโค.
๓๘๓. ‘‘ธมฺมมปฺปเมยฺยํ …เป… สตตมุทคฺโค.
๓๘๔. ‘‘สงฺฆมปฺปเมยฺยํ…เป… สตตมุทคฺโค’’ติ. – อาห; ตํ สุตฺวา มาโร –
๓๘๕. ‘‘อพฺโภกาเส วิหรสิ, สีตา เหมนฺติกา อิมา รโตฺย;
มา สีเตน ปเรโต วิหญฺญิตฺโถ, ปวิส ตฺวํ วิหารํ ผุสิตคฺคฬ’’นฺติ. –
อาห. อถ เถโร –
๓๘๖. ‘‘ผุสิสฺสํ จตสฺโส อปฺปมญฺญาโย, ตาหิ จ สุขิโต วิหริสฺสํ;
นาหํ สีเตน วิหญฺญิสฺสํ, อนิญฺชิโต วิหรนฺโต’’ติ. – อาห;
ตตฺถ อติหิตา วีหีติ วีหโย โกฏฺฐาคารํ อติเนตฺวา ฐปิตา, ตตฺถ ปฏิสามิตา ขลโต วา ฆรํ อุปนีตาติ อตฺโถ. วีหิคฺคหเณน เจตฺถ อิตรมฺปิ ธญฺญํ สงฺคณฺหาติ. สาลี ปน เยภุยฺเยน วีหิโต ปจฺฉา ปจฺจนฺตีติ อาห. ขลคตา สาลีติ ขลํ ธญฺญกรณฏฺฐานํ คตา, ตตฺถ ราสิวเสน มทฺทนจาวนาทิวเสน ฐิตาติ อตฺโถ. ปธานธญฺญภาวทสฺสนตฺถญฺเจตฺถ สาลีนํ วิสุํ คหณํ, อุภเยนปิ คาเม, คามโต พหิ จ ธญฺญํ ปริปุณฺณํ ฐิตนฺติ ทสฺเสติ. น จ ลเภ ปิณฺฑนฺติ เอวํ สุลภธญฺเญ สุภิกฺขกาเล อหํ ปิณฺฑมตฺตมฺปิ น ลภามิ. อิทานิ กถมหํ กสฺสนฺติ อหํ กถํ กริสฺสามิ, กถํ ชีวิสฺสามีติ ปริหาสเกฬึ อกาสิ.
ตํ สุตฺวา เถโร ‘‘อยํ วราโก อตฺตนา อตฺตโน ปวตฺตึ มยฺหํ ปกาเสสิ, มยา ปน อตฺตนาว อตฺตา โอวทิตพฺโพ, น มยา กิญฺจิ กเถตพฺพ’’นฺติ วตฺถุตฺตยานุสฺสติยํ อตฺตานํ นิโยเชนฺโต ‘‘พุทฺธมปฺปเมยฺย’’นฺติอาทินา ติสฺโส คาถา อภาสิ. ตตฺถ พุทฺธมปฺปเมยฺยํ อนุสฺสร ปสนฺโนติ สวาสนาย อวิชฺชานิทฺทาย อจฺจนฺตวิคเมน, พุทฺธิยา จ วิกสิตภาเวน พุทฺธํ ภควนฺตํ ปมาณกรานํ ราคาทิกิเลสานํ อภาวา อปริมาณคุณสมงฺคิตาย อปฺปเมยฺยปุญฺญกฺเขตฺตตาย จ อปฺปเมยฺยํ. โอกปฺปนลกฺขเณน อภิปฺปสาเทน ปสนฺโน, ปสนฺนมานโส ‘‘อิติปิ โส ภควา อรหํ สมฺมาสมฺพุทฺโธ’’ติอาทินา (ม. นิ. ๑.๗๔; สํ. นิ. ๕.๙๙๗) อนุสฺสร อนุ อนุ พุทฺธารมฺมณํ สตึ ปวตฺเตหิ, ปีติยา ผุฏสรีโร โหหิสิ. สตตมุทคฺโคติ อนุสฺสรนฺโตว ผรณลกฺขณาย ปีติยา สตตํ สพฺพทา ผุฏสรีโร ปีติสมุฏฺฐานปณีตรูเปหิ อชฺโฌตฺถฏสรีโร อุพฺเพคปีติยา อุทคฺโค กายํ อุทคฺคํ กตฺวา อากาสํ ลงฺฆิตุํ สมตฺโถ จ ภเวยฺยาสิ, พุทฺธานุสฺสติยา พุทฺธารมฺมณํ อุฬารํ ปีติโสมนสฺสํ ปฏิสํเวเทยฺยาสิ. ยโต สีตุเณฺหหิ วิย ชิฆจฺฉาปิปาสาหิปิ อนภิภูโต โหหิสีติ อตฺโถ.
ธมฺมนฺติ อริยํ โลกุตฺตรธมฺมํ. สงฺฆนฺติ อริยํ ปรมตฺถสงฺฆํ. เสสํ วุตฺตนยเมว. อนุสฺสราติ ปเนตฺถ ‘‘สฺวากฺขาโต ภควตา ธมฺโม’’ติอาทินา ธมฺมํ, ‘‘สุปฺปฏิปนฺโน ภควโต สาวกสงฺโฆ’’ติอาทินา สงฺฆํ อนุสฺสราติ โยเชตพฺพํ.
เอวํ เถเรน รตนตฺตยคุณานุสฺสรเณ นิโยชนวเสน อตฺตนิ โอวทิเต ปุน มาโร วิเวกวาสโต นํ วิเวเจตุกาโม หิเตสีภาวํ วิย ทสฺเสนฺโต ‘‘อพฺโภกาเส วิหรสี’’ติ ปญฺจมํ คาถมาห. ตสฺสตฺโถ – ตฺวํ, ภิกฺขุ, อพฺโภกาเส เกนจิ อปฏิจฺฉนฺเน วิวฏงฺคเณ วิหรสิ อิริยาปเถ กปฺเปสิ. เหมนฺติกา หิมปาตสมเย ปริยาปนฺนา อิมา สีตา รตฺติโย วตฺตนฺติ. ตสฺมา สีเตน ปเรโต อภิภูโต หุตฺวา มา วิหญฺญิตฺโถ วิฆาตํ มา อาปชฺชิ มา กิลมิ. ผุสิตคฺคฬํ ปิหิตกวาฏํ เสนาสนํ ปวิส, เอวํ เต สุขวิหาโร ภวิสฺสตีติ.
ตํ สุตฺวา เถโร ‘‘น มยฺหํ เสนาสนปริเยสนาย ปโยชนํ, เอตฺเถวาหํ สุขวิหารี’’ติ ทสฺเสนฺโต ‘‘ผุสิสฺส’’นฺติอาทินา ฉฏฺฐํ คาถมาห. ตตฺถ ผุสิสฺสํ จตสฺโส อปฺปมญฺญาโยติ อปฺปมาณโคจรตาย ‘‘อปฺปมญฺญา’’ติ ลทฺธโวหาเร จตฺตาโร พฺรหฺมวิหาเร ผุสิสฺสํ ผุสิสฺสามิ, กาเลน กาลํ สมาปชฺชิสฺสามิ. ตาหิ จ สุขิโต วิหริสฺสนฺติ ตาหิ อปฺปมญฺญาหิ สุขิโต สญฺชาตสุโข หุตฺวา วิหริสฺสํ จตฺตาโรปิ อิริยาปเถ กปฺเปสฺสามีติ. เตน มยฺหํ สพฺพกาเล สุขเมว, น ทุกฺขํ. ยโต นาหํ สีเตน วิหญฺญิสฺสํ อนฺตรฏฺฐเกปิ หิมปาตสมเย อหํ สีเตน น กิลมิสฺสามิ, ตสฺมา อนิญฺชิโต วิหรนฺโต จิตฺตสฺส อิญฺชิตการณานํ พฺยาปาทาทีนํ สุปฺปหีนตฺตา ปจฺจยุปฺปนฺนิญฺชนาย จ อภาวโต สมาปตฺติสุเขเนว สุขิโต วิหริสฺสามีติ. เอวํ เถโร อิมํ คาถํ วทนฺโตเยว วิปสฺสนํ วฑฺเฒตฺวา อรหตฺตํ สจฺฉากาสิ. เตน วุตฺตํ อปทาเน (อป. เถร ๑.๑๘.๓๙-๔๔) –
‘‘นคเร พนฺธุมติยา, เวชฺโช อาสึ สุสิกฺขิโต;
อาตุรานํ สทุกฺขานํ, มหาชนสุขาวโห.
‘‘พฺยาธิตํ สมณํ ทิสฺวา, สีลวนฺตํ มหาชุตึ;
ปสนฺนจิตฺโต สุมโน, เภสชฺชมททึ ตทา.
‘‘อโรโค อาสิ เตเนว, สมโณ สํวุตินฺทฺริโย;
อโสโก นาม นาเมน, อุปฏฺฐาโก วิปสฺสิโน.
‘‘เอกนวุติโต กปฺเป, ยํ โอสธมทาสหํ;
ทุคฺคตึ นาภิชานามิ, เภสชฺชสฺส อิทํ ผลํ.
‘‘อิโต จ อฏฺฐเม กปฺเป, สพฺโพสธสนามโก;
สตฺตรตนสมฺปนฺโน, จกฺกวตฺตี มหปฺผโล.
‘‘กิเลสา ฌาปิตา มยฺหํ…เป… กตํ พุทฺธสฺส สาสน’’นฺติ.
เอตฺถ จ พินฺทุสารรญฺโญ กาเล อิมสฺส เถรสฺส อุปฺปนฺนตฺตา ตติยสงฺคีติยํ อิมา คาถา สงฺคีตาติ เวทิตพฺพา.
เตกิจฺฉการิตฺเถรคาถาวณฺณนา นิฏฺฐิตา.
๓. มหานาคตฺเถรคาถาวณฺณนา
ยสฺส สพฺรหฺมจารีสูติอาทิกา อายสฺมโต มหานาคตฺเถรสฺส คาถา. กา อุปฺปตฺติ? อยมฺปิ ปุริมพุทฺเธสุ กตาธิกาโร ตตฺถ ตตฺถ ภเว วิวฏฺฏูปนิสฺสยํ กุสลํ อุปจินนฺโต กกุสนฺธสฺส ภควโต กาเล กุลเคเห นิพฺพตฺติตฺวา วิญฺญุตํ ปตฺโต เอกทิวสํ กกุสนฺธํ ภควนฺตํ อรญฺญํ อชฺโฌคาเหตฺวา อญฺญตรสฺมึ รุกฺขมูเล ฌานสุเขน นิสินฺนํ ทิสฺวา ปสนฺนมานโส ตสฺส ทาฬิมผลํ อทาสิ. โส เตน ปุญฺญกมฺเมน เทวมนุสฺเสสุ สํสรนฺโต อิมสฺมึ พุทฺธุปฺปาเท สาเกเต มธุวาเสฏฺฐสฺส นาม พฺราหฺมณสฺส ปุตฺโต หุตฺวา นิพฺพตฺติ, มหานาโคติสฺส นามํ อโหสิ. โส วิญฺญุตํ ปตฺโต ภควติ สาเกเต อญฺชนวเน วิหรนฺเต อายสฺมโต ควมฺปติตฺเถรสฺส ปาฏิหาริยํ ทิสฺวา ปฏิลทฺธสทฺโธ เถรสฺเสว สนฺติเก ปพฺพชิตฺวา ตสฺโสวาเท ฐตฺวา อรหตฺตํ ปาปุณิ. เตน วุตฺตํ อปทาเน (อป. เถร ๒.๔๕.๑-๗) –
‘‘กกุสนฺโธ มหาวีโร, สพฺพธมฺมาน ปารคู;
คณมฺหา วูปกฏฺโฐ โส, อคมาสิ วนนฺตรํ.
‘‘พีชมิญฺชํ คเหตฺวาน, ลตาย อาวุณึ อหํ;
ภควา ตมฺหิ สมเย, ฌายเต ปพฺพตนฺตเร.
‘‘ทิสฺวานหํ เทวเทวํ, วิปฺปสนฺเนน เจตสา;