๔. สุมนตฺเถรคาถาวณฺณนา
ยํ ปตฺถยาโนติอาทิกา อายสฺมโต สุมนตฺเถรสฺส คาถา. กา อุปฺปตฺติ? อยมฺปิ ปุริมพุทฺเธสุ กตาธิกาโร ตตฺถ ตตฺถ ภเว ปุญฺญานิ อุปจินนฺโต อิโต ปญฺจนวุเต กปฺเป พุทฺธสุญฺเญ โลเก กุลเคเห นิพฺพตฺติตฺวา วิญฺญุตํ ปตฺโต เอกํ ปจฺเจกพุทฺธํ พฺยาธิตํ ทิสฺวา หรีตกํ อทาสิ. โส เตน ปุญฺญกมฺเมน เทวมนุสฺเสสุ สํสรนฺโต อิมสฺมึ พุทฺธุปฺปาเท โกสลรฏฺเฐ คหปติกุเล นิพฺพตฺติตฺวา สุมโนติ ลทฺธนาโม สุเขน วฑฺฒิ. ตสฺส ปน มาตุโล ปพฺพชิตฺวา อรหา หุตฺวา อรญฺเญ วิหรนฺโต สุมเน วยปฺปตฺเต ตํ ปพฺพาเชตฺวา จริตานุกูลํ กมฺมฏฺฐานํ อทาสิ. โส ตตฺถ โยคกมฺมํ กโรนฺโต จตฺตาริ ฌานานิ ปญฺจ จ อภิญฺญาโย นิพฺพตฺเตสิ. อถสฺส เถโร วิปสฺสนาวิธึ อาจิกฺขิ. โส จ นจิเรเนว วิปสฺสนํ วฑฺเฒตฺวา อรหตฺเต ปติฏฺฐาสิ. เตน วุตฺตํ อปทาเน (อป. เถร ๒.๔๔.๖๐-๗๑) –
‘‘หรีตกํ อามลกํ, อมฺพชมฺพุวิภีตกํ;
โกลํ ภลฺลาตกํ พิลฺลํ, สยเมว หรามหํ.
‘‘ทิสฺวาน ปพฺภารคตํ, ฌายึ ฌานรตํ มุนึ;
อาพาเธน อาปีเฬนฺตํ, อทุตียํ มหามุนึ.
‘‘หรีตกํ คเหตฺวาน, สยมฺภุสฺส อทาสหํ;
ขาทมตฺตมฺหิ เภสชฺเช, พฺยาธิ ปสฺสมฺภิ ตาวเท.
‘‘ปหีนทรโถ พุทฺโธ, อนุโมทมกาสิ เม;
เภสชฺชทาเนนิมินา, พฺยาธิวูปสเมน จ.
‘‘เทวภูโต มนุสฺโส วา, ชาโต วา อญฺญชาติยา;
สพฺพตฺถ สุขิโต โหตุ, มา จ เต พฺยาธิมาคมา.
‘‘อิทํ วตฺวาน สมฺพุทฺโธ, สยมฺภู อปราชิโต;
นภํ อพฺภุคฺคมี ธีโร, หํสราชาว อมฺพเร.
‘‘ยโต หรีตกํ ทินฺนํ, สยมฺภุสฺส มเหสิโน;
อิมํ ชาตึ อุปาทาย, พฺยาธิ เม นุปปชฺชถ.
‘‘อยํ ปจฺฉิมโก มยฺหํ, จริโม วตฺตเต ภโว;
ติสฺโส วิชฺชา สจฺฉิกตา, กตํ พุทฺธสฺส สาสนํ.
‘‘จตุนฺนวุติโต กปฺเป, เภสชฺชมททึ ตทา;
ทุคฺคตึ นาภิชานามิ, เภสชฺชสฺส อิทํ ผลํ.
‘‘กิเลสา ฌาปิตา มยฺหํ…เป… กตํ พุทฺธสฺส สาสน’’นฺติ.
อรหตฺเต ปน ปติฏฺฐิโต เอกทิวสํ มาตุลตฺเถรสฺส อุปฏฺฐานํ อคมาสิ. ตํ เถโร อธิคมํ ปุจฺฉิ, ตํ พฺยากโรนฺโต –
๓๓๐. ‘‘ยํ ปตฺถยาโน ธมฺเมสุ, อุปชฺฌาโย อนุคฺคหิ;
อมตํ อภิกงฺขนฺตํ, กตํ กตฺตพฺพกํ มยา.
๓๓๑. ‘‘อนุปฺปตฺโต สจฺฉิกโต, สยํ ธมฺโม อนีติโห;
วิสุทฺธญาโณ นิกฺกงฺโข, พฺยากโรมิ ตวนฺติเก.
๓๓๒. ‘‘ปุพฺเพนิวาสํ ชานามิ, ทิพฺพจกฺขุ วิโสธิตํ;
สทตฺโถ เม อนุปฺปตฺโต, กตํ พุทฺธสฺส สาสนํ.
๓๓๓. ‘‘อปฺปมตฺตสฺส เม สิกฺขา, สุสฺสุตา ตว สาสเน;
สพฺเพ เม อาสวา ขีณา, นตฺถิ ทานิ ปุนพฺภโว.
๓๓๔. ‘‘อนุสาสิ มํ อริยวตา, อนุกมฺปิ อนุคฺคหิ;
อโมโฆ ตุยฺหโมวาโท, อนฺเตวาสิมฺหิ สิกฺขิโต’’ติ. –
อิมาหิ ปญฺจหิ คาถาหิ สีหนาทํ นทนฺโต อญฺญํ พฺยากาสิ.
ตตฺถ ยํ ปตฺถยาโน ธมฺเมสุ, อุปชฺฌาโย อนุคฺคหิ. อมตํ อภิกงฺขนฺตนฺติ สมถวิปสฺสนาทีสุ อนวชฺชธมฺเมสุ ยํ ธมฺมํ มยฺหํ ปตฺถยนฺโต อากงฺขนฺโต อุปชฺฌาโย อมตํ นิพฺพานํ อภิกงฺขนฺตํ มํ โอวาททานวเสน อนุคฺคณฺหิ. กตํ กตฺตพฺพกํ มยาติ ตสฺส อธิคมตฺถํ กตฺตพฺพํ ปริญฺญาทิโสฬสวิธํ กิจฺจํ กตํ นิฏฺฐาปิตํ มยา.
ตโต เอว อนุปฺปตฺโต อธิคโต จตุพฺพิโธปิ มคฺคธมฺโม สจฺฉิกโต. สยํ ธมฺโม อนีติโหติ สยํ อตฺตนาเยว นิพฺพานธมฺโม ผลธมฺโม จ อนีติโห อสนฺทิทฺโธ อตฺตปจฺจกฺโข กโต, ‘‘อิติห, อิติ กิรา’’ติ ปวตฺติยา อิติหสงฺขาตํ สํสยํ สมุจฺฉินฺทนฺโตเยว อริยมคฺโค ปวตฺตติ. เตนาห ‘‘วิสุทฺธญาโณ นิกฺกงฺโข’’ติอาทิ. ตตฺถ วิสุทฺธญาโณติ สพฺพสํกิเลสวิสุทฺธิยา วิสุทฺธญาโณ. ตวนฺติเกติ ตว สมีเป.
สทตฺโถติ อรหตฺตํ. สิกฺขาติ อธิสีลสิกฺขาทโย. สุสฺสุตาติ ปริยตฺติพาหุสจฺจสฺส ปฏิเวธพาหุสจฺจสฺส จ ปาริปูริวเสน สุฏฺฐุ สุตา. ตว สาสเนติ ตว โอวาเท อนุสิฏฺฐิยํ ฐิตสฺส.
อริยวตาติ สุวิสุทฺธสีลาทิวตสมาทาเนน. อนฺเตวาสิมฺหิ สิกฺขิโตติ ตุยฺหํ สมีเป จิณฺณพฺรหฺมจริยวาสตาย อนฺเตวาสี สิกฺขิตวา สิกฺขิตอธิสีลาทิสิกฺโข อมฺหีติ.
สุมนตฺเถรคาถาวณฺณนา นิฏฺฐิตา.