๕. วฑฺฒตฺเถรคาถาวณฺณนา

สาธู หีติอาทิกา อายสฺมโต วฑฺฒตฺเถรสฺส คาถา. กา อุปฺปตฺติ? อยมฺปิ ปุริมพุทฺเธสุ กตาธิกาโร ตตฺถ ตตฺถ ภเว วิวฏฺฏูปนิสฺสยานิ ปุญฺญานิ อุปจินนฺโต อิมสฺมึ พุทฺธุปฺปาเท ภารุกจฺฉนคเร คหปติกุเล นิพฺพตฺติตฺวา วฑฺโฒติ ลทฺธนาโม อนุปุพฺเพน วฑฺฒติ. อถสฺส มาตา สํสาเร สญฺชาตสํเวคา ปุตฺตํ ญาตีนํ นิยฺยาเทตฺวา ภิกฺขุนีนํ สนฺติเก ปพฺพชิตฺวา วิปสฺสนาย กมฺมํ กโรนฺตี อรหตฺตํ ปาปุณิตฺวา อปเรน สมเยน ปุตฺตมฺปิ วิญฺญุตํ ปตฺตํ เวฬุทนฺตตฺเถรสฺส สนฺติเก ปพฺพาเชสิ. โส ปพฺพชิโต พุทฺธวจนํ อุคฺคเหตฺวา พหุสฺสุโต ธมฺมกถิโก หุตฺวา คนฺถธุรํ วหนฺโต เอกทิวสํ ‘‘เอกโก สนฺตรุตฺตโรว มาตรํ ปสฺสิสฺสามี’’ติ ภิกฺขุนุปสฺสยํ อคมาสิ. ตํ ทิสฺวา มาตา ‘‘กสฺมา ตฺวํ เอกโก สนฺตรุตฺตโรว อิธาคโต’’ติ โจเทสิ. โส มาตรา โจทิยมาโน ‘‘อยุตฺตํ มยา กต’’นฺติ อุปฺปนฺนสํเวโค วิหารํ คนฺตฺวา ทิวาฏฺฐาเน นิสินฺโน วิปสฺสิตฺวา อรหตฺตํ ปตฺวา มาตุ โอวาทสมฺปตฺติปกาสนมุเขน อญฺญํ พฺยากโรนฺโต –

๓๓๕. ‘‘สาธู หิ กิร เม มาตา, ปโตทํ อุปทํสยิ;

ยสฺสาหํ วจนํ สุตฺวา, อนุสิฏฺโฐ ชเนตฺติยา;

อารทฺธวีริโย ปหิตตฺโต, ปตฺโต สมฺโพธิมุตฺตมํ.

๓๓๖. ‘‘อรหา ทกฺขิเณยฺโยมฺหิ, เตวิชฺโช อมตทฺทโส;

เชตฺวา นมุจิโน เสนํ, วิหรามิ อนาสโว.

๓๓๗. ‘‘อชฺฌตฺตญฺจ พหิทฺธา จ, เย เม วิชฺชึสุ อาสวา;

สพฺเพ อเสสา อุจฺฉินฺนา, น จ อุปฺปชฺชเร ปุน.

๓๓๘. ‘‘วิสารทา โข ภคินี, เอวมตฺถํ อภาสยิ;

อปิหา นูน มยิปิ, วนโถ เต น วิชฺชติ.

๓๓๙. ‘‘ปริยนฺตกตํ ทุกฺขํ, อนฺติโมยํ สมุสฺสโย;

ชาติมรณสํสาโร, นตฺถิ ทานิ ปุนพฺภโว’’ติ. – อิมา คาถา อภาสิ;

ตตฺถ สาธู หิ กิร เม มาตา, ปโตทํ อุปทํสยีติ สาธุ วต มาตา มยฺหํ โอวาทสงฺขาตํ ปโตทํ ทสฺเสติ, เตน เม วีริยํ อุตฺเตเชนฺตี อุตฺตมงฺเค ปญฺญาสีเส วิชฺฌิ. ยสฺสาติ ยสฺสา เม มาตุยา. สมฺโพธินฺติ อรหตฺตํ. อยเญฺหตฺถ โยชนา – ชเนตฺติยา เม อนุสิฏฺโฐ ยสฺสา อนุสาสนีภูตํ วจนํ สุตฺวา อหํ อารทฺธวีริโย ปหิตตฺโต วิหรนฺโต อุตฺตมํ อคฺคผลํ สมฺโพธึ อรหตฺตํ ปตฺโต.

ตโต เอว อารกตฺตา กิเลเสหิ อรหา ปุญฺญกฺเขตฺตตาย ทกฺขิเณยฺโย ทกฺขิณารโห อมฺหิ. ปุพฺเพนิวาสญาณาทิวิชฺชาตฺตยสฺส อธิคตตฺตา เตวิชฺโช นิพฺพานสฺส สจฺฉิกตตฺตา อมตทฺทโส นมุจิโน มารสฺส เสนํ กิเลสวาหินึ โพธิปกฺขิยเสนาย ชินิตฺวา ตสฺส ชิตตฺตาเยว อนาสโว สุขํ วิหรามีติ.

อิทานิ ‘‘อนาสโว’’ติ วุตฺตมตฺถํ ปากฏตรํ กาตุํ ‘‘อชฺฌตฺตญฺจา’’ ติ คาถมาห. ตสฺสตฺโถ – อชฺฌตฺตํ อชฺฌตฺตวตฺถุกา จ พหิทฺธา พหิทฺธวตฺถุกา จ อาสวา เย มยฺหํ อริยมคฺคาธิคมโต ปุพฺเพ วิชฺชึสุ อุปลพฺภึสุ, เต สพฺเพ อนวเสสา อุจฺฉินฺนา อริยมคฺเคน สมุจฺฉินฺนา ปหีนา ปุน ทานิ กทาจิปิ น จ อุปฺปชฺเชยฺยุํ น อุปฺปชฺชิสฺสนฺติเยวาติ.

อิทานิ มาตุ วจนํ องฺกุสํ กตฺวา อตฺตนา อรหตฺตสฺส อธิคตตฺตา มาตรํ โถเมนฺโต ‘‘วิสารทา’’ติ คาถมาห. ตตฺถ วิสารทา โขติ เอกํเสน วิคตสารชฺชา. เอวํ มาตุ อตฺตโน จ อรหตฺตาธิคเมน สตฺถุ โอรสปุตฺตภาวํ อุลฺลเปนฺโต มาตรํ ‘‘ภคินี’’ติ อาห. เอตมตฺถํ อภาสยีติ เอตํ มม โอวาทภูตํ อตฺถํ อภณิ. เอวํ ปน มํ โอวทนฺตี น เกวลํ วิสารทา เอว, อถ โข อปิหา นูน มยิปิ ตว ปุตฺตเกปิ อปิหา อสนฺถวา มญฺเญ, กึ วา เอเตน ปริกปฺปเนน? วนโถ เต น วิชฺชติ อวิชฺชาทิโก วนโถ ตว สนฺตาเน นตฺเถว, ยา มํ ภวกฺขเย นิโยเชสีติ อธิปฺปาโย.

อิทานิ ‘‘ตยา นิโยชิตากาเรเนว มยา ปฏิปนฺน’’นฺติ ทสฺเสนฺโต ‘‘ปริยนฺตกต’’นฺติ โอสานคาถมาห, ตสฺสตฺโถ สุวิญฺเญยฺโยว.

วฑฺฒตฺเถรคาถาวณฺณนา นิฏฺฐิตา.