๖. ขุชฺชโสภิตตฺเถรคาถาวณฺณนา
เย จิตฺตกถี พหุสฺสุตาติ อายสฺมโต ขุชฺชโสภิตตฺเถรสฺส คาถา. กา อุปฺปตฺติ? อยํ กิร ปทุมุตฺตรสฺส ภควโต กาเล กุลเคเห นิพฺพตฺติตฺวา วิญฺญุตํ ปตฺโต เอกทิวสํ ภควนฺตํ มหตา ภิกฺขุสงฺเฆน สทฺธึ คจฺฉนฺตํ ทิสฺวา ปสนฺนมานโส ทสหิ คาถาหิ อภิตฺถวิ. โส เตน ปุญฺญกมฺเมน เทวมนุสฺเสสุ สํสรนฺโต อิมสฺมึ พุทฺธุปฺปาเท ปาฏลิปุตฺตนคเร พฺราหฺมณกุเล นิพฺพตฺติ, ‘‘โสภิโต’’ติสฺส นามํ อโหสิ. โถกํ ขุชฺชธาตุกตาย ปน ขุชฺชโสภิโตเตฺวว ปญฺญายิตฺถ. โส วยปฺปตฺโต สตฺถริ ปรินิพฺพุเต อานนฺทตฺเถรสฺส สนฺติเก ปพฺพชิตฺวา ฉฬภิญฺโญ อโหสิ. เตน วุตฺตํ อปทาเน (อป. เถร ๒.๔๗.๔๙-๕๘) –
‘‘กกุธํ วิลสนฺตํว, เทวเทวํ นราสภํ;
รถิยํ ปฏิปชฺชนฺตํ, โก ทิสฺวา น ปสีทติ.
‘‘ตมนฺธการํ นาเสตฺวา, สนฺตาเรตฺวา พหุํ ชนํ;
ญาณาโลเกน โชตนฺตํ, โก ทิสฺวา น ปสีทติ.
‘‘วสีสตสหสฺเสหิ, นียนฺตํ โลกนายกํ;
อุทฺธรนฺตํ พหู สตฺเต, โก ทิสฺวา น ปสีทติ.
‘‘อาหนนฺตํ ธมฺมเภรึ, มทฺทนฺตํ ติตฺถิเย คเณ;
สีหนาทํ วินทนฺตํ, โก ทิสฺวา น ปสีทติ.
‘‘ยาวตา พฺรหฺมโลกโต, อาคนฺตฺวาน สพฺรหฺมกา;
ปุจฺฉนฺติ นิปุเณ ปเญฺห, โก ทิสฺวา น ปสีทติ.
‘‘ยสฺสญฺชลึ กริตฺวาน, อายาจนฺติ สเทวกา;
เตน ปุญฺญํ อนุโภนฺติ, โก ทิสฺวา น ปสีทติ.
‘‘สพฺเพ ชนา สมาคนฺตฺวา, สมฺปวาเรนฺติ จกฺขุมํ;
น วิกมฺปติ อชฺฌิฏฺโฐ, โก ทิสฺวา น ปสีทติ.
‘‘นครํ ปวิสโต ยสฺส, รวนฺติ เภริโย พหู;
วินทนฺติ คชา มตฺตา, โก ทิสฺวา น ปสีทติ.
‘‘วีถิยา คจฺฉโต ยสฺส, สพฺพาภา โชตเต สทา;
อพฺภุนฺนตา สมา โหนฺติ, โก ทิสฺวา น ปสีทติ.
‘‘พฺยาหรนฺตสฺส พุทฺธสฺส, จกฺกวาฬมฺปิ สุยฺยติ;
สพฺเพ สตฺเต วิญฺญาเปติ, โก ทิสฺวา น ปสีทติ.
‘‘สตสหสฺสิโต กปฺเป, ยํ พุทฺธมภิกิตฺตยึ;
ทุคฺคตึ นาภิชานามิ, กิตฺตนาย อิทํ ผลํ.
‘‘กิเลสา ฌาปิตา มยฺหํ…เป… กตํ พุทฺธสฺส สาสน’’นฺติ.
ฉฬภิญฺโญ ปน หุตฺวา ปฐมมหาสงฺคีติกาเล ราชคเห สตฺตปณฺณิคุหายํ สนฺนิปติเตน สงฺเฆน ‘‘อายสฺมนฺตํ อานนฺทํ อามนฺเตหี’’ติ อาณตฺโต ปถวิยํ นิมุชฺชิตฺวา เถรสฺส ปุรโต อุฏฺฐหิตฺวา สงฺฆสฺส สาสนํ อาโรเจตฺวา สยํ ปุเรตรํ อากาเสน คนฺตฺวา สตฺตปณฺณิคุหาทฺวารํ สมฺปาปุณิ. เตน จ สมเยน มารสฺส มารกายิกานญฺจ ปฏิเสธนตฺถํ เทวสงฺเฆน เปสิตา อญฺญตรา เทวตา สตฺตปณฺณิคุหาทฺวาเร ฐิตา โหติ, ตสฺสา ขุชฺชโสภิโต เถโร อตฺตโน อาคมนํ กเถนฺโต –
๒๓๔. ‘‘เย จิตฺตกถี พหุสฺสุตา, สมณา ปาฏลิปุตฺตวาสิโน;
เตสญฺญตโรยมายุวา, ทฺวาเร ติฏฺฐติ ขุชฺชโสภิโต’’ติ. – ปฐมํ คาถมาห;
ตตฺถ จิตฺตกถีติ วิจิตฺตธมฺมกถิกา, สงฺขิปนํ, วิตฺถารณํ คมฺภีรกรณํ อุตฺตานีกรณํ กงฺขาวิโนทนํ ธมฺมปติฏฺฐาปนนฺติ เอวมาทีหิ นานานเยหิ ปเรสํ อชฺฌาสยานุรูปํ ธมฺมสฺส กถนสีลาติ อตฺโถ. พหุสฺสุตาติ ปริยตฺติปฏิเวธพาหุสจฺจปาริปูริยา พหุสฺสุตา. สพฺพโส สมิตปาปตาย สมณา. ปาฏลิปุตฺตวาสิโน, เตสญฺญตโรติ ปาฏลิปุตฺตนครวาสิตาย ปาฏลิปุตฺตวาสิโน, เตสํ อญฺญตโร, อยํ อายุวา ทีฆายุ อายสฺมา. ทฺวาเร ติฏฺฐตีติ สตฺตปณฺณิคุหาย ทฺวาเร ติฏฺฐติ, สงฺฆสฺส อนุมติยา ปวิสิตุนฺติ อตฺโถ. ตํ สุตฺวา สา เทวตา เถรสฺส อาคมนํ สงฺฆสฺส นิเวเทนฺตี –
๒๓๕. ‘‘เย จิตฺตกถี…เป… ทฺวาเร ติฏฺฐติ มาลุเตริโต’’ติ. – ทุติยํ คาถมาห;
ตตฺถ มาลุเตริโตติ อิทฺธิจิตฺตชนิเตน วายุนา เอริโต, อิทฺธิพเลน อาคโตติ อตฺโถ.
เอวํ ตาย เทวตาย นิเวทิเตน สงฺเฆน กโตกาโส เถโร สงฺฆสฺส สนฺติกํ คจฺฉนฺโต –
๒๓๖. ‘‘สุยุทฺเธน สุยิฏฺเฐน, สงฺคามวิชเยน จ;
พฺรหฺมจริยานุจิณฺเณน, เอวายํ สุขเมธตี’’ติ. –
อิมาย ตติยคาถาย อญฺญํ พฺยากาสิ.
ตตฺถ สุยุทฺเธนาติ ปุพฺพภาเค ตทงฺควิกฺขมฺภนปฺปหานวเสน กิเลเสหิ สุฏฺฐุ ยุชฺฌเนน. สุยิฏฺเฐนาติ อนฺตรนฺตรา กลฺยาณมิตฺเตหิ ทินฺนสปฺปายธมฺมทาเนน. สงฺคามวิชเยน จาติ สมุจฺเฉทปฺปหานวเสน สพฺพโส กิเลสาภิสงฺขารนิมฺมถเนน ลทฺธสงฺคามวิชเยน จ. พฺรหฺมจริยานุจิณฺเณนาติ อนุจิณฺเณน อคฺคมคฺคพฺรหฺมจริเยน. เอวายํ สุขเมธตีติ เอวํ วุตฺตปฺปกาเรน อยํ ขุชฺชโสภิโต นิพฺพานสุขํ ผลสมาปตฺติสุขญฺจ เอธติ, อนุภวตีติ อตฺโถ.
ขุชฺชโสภิตตฺเถรคาถาวณฺณนา นิฏฺฐิตา.