๑๔. โคตมตฺเถรคาถาวณฺณนา
สํสรนฺติ อายสฺมโต โคตมตฺเถรสฺส คาถา. กา อุปฺปตฺติ? อยํ กิร ปุริมพุทฺเธสุ กตาธิกาโร ตตฺถ ตตฺถ ภเว ปุญฺญานิ กโรนฺโต สิขิมฺหิ ภควติ ปรินิพฺพุเต ตสฺส จิตกํ เทวมนุสฺเสสุ ปูเชนฺเตสุ อฏฺฐหิ จมฺปกปุปฺเผหิ จิตกํ ปูเชสิ. โส เตน ปุญฺญกมฺเมน เทวมนุสฺเสสุ สํสรนฺโต อิมสฺมึ พุทฺธุปฺปาเท สกฺยราชกุเล นิพฺพตฺติตฺวา โคตโมติ โคตฺตวเสเนว อภิลกฺขิตนาโม วยปฺปตฺโต สตฺถุ ญาติสมาคเม ปฏิลทฺธสทฺโธ ปพฺพชิตฺวา วิปสฺสนาย กมฺมํ กโรนฺโต ฉฬภิญฺโญ อโหสิ. เตน วุตฺตํ อปทาเน (อป. เถร ๒.๔๗.๖-๑๐) –
‘‘ฌายมานสฺส ภควโต, สิขิโน โลกพนฺธุโน;
อฏฺฐ จมฺปกปุปฺผานิ, จิตกํ อภิโรปยึ.
‘‘เอกตึเส อิโต กปฺเป, ยํ ปุปฺผมภิโรปยึ;
ทุคฺคตึ นาภิชานามิ, จิตปูชายิทํ ผลํ.
‘‘กิเลสา ฌาปิตา มยฺหํ…เป… กตํ พุทฺธสฺส สาสน’’นฺติ.
ฉฬภิญฺโญ ปน หุตฺวา วิมุตฺติสุเขน วิหรนฺโต เอกทิวสํ ญาตเกหิ ‘‘กสฺมา, ภนฺเต, อเมฺห ปหาย ปพฺพชิโต’’ติ ปุฏฺโฐ สํสาเร อตฺตนา อนุภูตทุกฺขญฺเจว อิทานิ อธิคตํ นิพฺพานสุขญฺจ ปกาเสนฺโต –
๒๕๘. ‘‘สํสรญฺหิ นิรยํ อคจฺฉิสฺสํ, เปตโลกมคมํ ปุนปฺปุนํ;
ทุกฺขมมฺหิปิ ติรจฺฉานโยนิยํ, เนกธา หิ วุสิตํ จิรํ มยา.
๒๕๙. ‘‘มานุโสปิ จ ภโวภิราธิโต, สคฺคกายมคมํ สกึ สกึ;
รูปธาตุสุ อรูปธาตุสุ, เนวสญฺญิสุ อสญฺญิสุฏฺฐิตํ.
๒๖๐. ‘‘สมฺภวา สุวิทิตา อสารกา, สงฺขตา ปจลิตา สเทริตา;
ตํ วิทิตฺวา มหมหตฺตสมฺภวํ, สนฺติเมว สติมา สมชฺฌค’’นฺติ. –
ตีหิ คาถาหิ เตสํ ธมฺมํ เทเสสิ.
ตตฺถ สํสรนฺติ อนาทิมติ สํสาเร สํสรนฺโต กมฺมกิเลเสหิ ปญฺจสุ คตีสุ จวนุปปาตวเสน อปราปรํ สํสรนฺโตติ อตฺโถ. หีติ นิปาตมตฺตํ. นิรยํ อคจฺฉิสฺสนฺติ สญฺชีวาทิกํ อฏฺฐวิธํ มหานิรยํ, กุกฺกุฬาทิกํ โสฬสวิธํ อุสฺสทนิรยญฺจ ปฏิสนฺธิวเสน อุปคจฺฉึ. ‘‘ปุนปฺปุน’’นฺติ อิทํ อิธาปิ อาเนตพฺพํ. เปตโลกนฺติ เปตฺติวิสยํ, ขุปฺปิปาสาทิเภทํ เปตตฺตภาวนฺติ อตฺโถ. อคมนฺติ ปฏิสนฺธิวเสน อุปคจฺฉึ อุปปชฺชึ. ปุนปฺปุนนฺติ อปราปรํ. ทุกฺขมมฺหิปีติ อญฺญมญฺญํ ติขิณกสาปโตทาภิฆาตาทิทุกฺเขหิ ทุสฺสหายปิ. ลิงฺควิปลฺลาเสน เหตํ วุตฺตํ ‘‘ทุกฺขมมฺหิปี’’ติ. ติรจฺฉานโยนิยนฺติ มิคปกฺขิอาทิเภทาย ติรจฺฉานโยนิยํ. เนกธา หีติ โอฏฺฐโคณคทฺรภาทิวเสน เจว กากพลากกุลลาทิวเสน จ อเนกปฺปการํ อเนกวารญฺจ จิรํ ทีฆมทฺธานํ มยา วุสิตํ นิจฺจํ อุตฺรสฺตมานสตาทิวเสน ทุกฺขํ อนุภูตํ. ติรจฺฉานโยนิยํ นิพฺพตฺตสตฺโต มหามูฬฺหตาย จิรตรํ ตตฺเถว อปราปรํ ปริวตฺตตีติ ทสฺสนตฺถํ อิธ ‘‘จิร’’นฺติ วุตฺตํ.
มานุโสปิ จ ภโวภิราธิโตติ มนุสฺสตฺตภาโวปิ มยา ตาทิเสน กุสลกมฺมุนา สมวาเยน อภิราธิโต สาธิโต อธิคโต. กาณกจฺฉโปปมสุตฺตเมตฺถ (ม. นิ. ๓.๒๕๒; สํ. นิ. ๕.๑๑๑๗) อุทาหริตพฺพํ. สคฺคกายมคมํ สกึ สกินฺติ สคฺคคติสงฺขาตํ กามาวจรเทวกายํ สกึ สกึ กทาจิ กทาจิ อุปปชฺชนวเสน อคจฺฉึ. รูปธาตุสูติ ปุถุชฺชนภวคฺคปริโยสาเนสุ รูปภเวสุ อรูปธาตุสูติ อรูปภเวสุ. เนวสญฺญิสุ อสญฺญิสุฏฺฐิตนฺติ รูปารูปธาตูสุ จ น เกวลํ สญฺญีสุ เอว, อถ โข เนวสญฺญีนาสญฺญีสุ อสญฺญีสุ จ อุปปชฺช ฐิตํ มยาติ อาเนตฺวา โยเชตพฺพํ. เนวสญฺญิคฺคหเณน เหตฺถ เนวสญฺญีนาสญฺญีภโว คหิโต. ยทิปิเม เทฺว ภวา รูปารูปธาตุคฺคหเณเนว คยฺหนฺติ, เย ปน อิโต พาหิรกา ตตฺถ นิจฺจสญฺญิโน ภววิโมกฺขสญฺญิโน จ, เตสํ ตสฺสา สญฺญาย มิจฺฉาภาวทสฺสนตฺถํ วิสุํ คหิตาติ ทฏฺฐพฺพํ.
เอวํ ทฺวีหิ คาถาหิ ภวมูลสฺส อนุปจฺฉินฺนตฺตา อนาทิมติ สํสาเร อตฺตโน วฏฺฏทุกฺขานุภวํ ทสฺเสตฺวา อิทานิ ตทุปจฺเฉเทน วิวฏฺฏสุขานุภวํ ทสฺเสนฺโต ‘‘สมฺภวา’’ติอาทินา ตติยํ คาถมาห. ตตฺถ สมฺภวาติ ภวา. กามภวาทโย เอว หิ เหตุปจฺจยสมวาเยน ภวนฺตีติ อิธ สมฺภวาติ วุตฺตา. สุวิทิตาติ วิปสฺสนาปญฺญาสหิตาย มคฺคปญฺญาย สุฏฺฐุ วิทิตา. อสารกาติอาทิ เตสํ วิทิตาการทสฺสนํ. ตตฺถ อสารกาติ นิจฺจสาราทิสารรหิตา. สงฺขตาติ สเมจฺจ สมฺภุยฺย ปจฺจเยหิ กตา. ปจลิตาติ สงฺขตตฺตา เอว อุปฺปาทชราทีหิ ปการโต จลิตา อนวฏฺฐิตา. สเทริตาติ สทา สพฺพกาลํ ภงฺเคน เอริตา, อิตฺตรา ภงฺคคามิโน ปภงฺคุโนติ อตฺโถ. ตํ วิทิตฺวา มหมตฺตสมฺภวนฺติ ตํ ยถาวุตฺตํ สงฺขตสภาวํ อตฺตสมฺภวํ อตฺตนิ สมฺภูตํ อตฺตายตฺตํ อิสฺสราทิวเสน อปรายตฺตํ ปริญฺญาภิสมยวเสน อหํ วิทิตฺวา ตปฺปฏิปกฺขภูตํ สนฺติเมว นิพฺพานเมว มคฺคปญฺญาสติยา สติมา หุตฺวา สมชฺฌคํ อธิคจฺฉึ อริยมคฺคภาวนาย อนุปฺปตฺโตติ. เอวํ เถโร ญาตกานํ ธมฺมเทสนามุเขน อญฺญํ พฺยากาสิ.
โคตมตฺเถรคาถาวณฺณนา นิฏฺฐิตา.