๑. อุตฺตรตฺเถรคาถาวณฺณนา

ทุกนิปาเต นตฺถิ โกจิ ภโว นิจฺโจติอาทิกา อายสฺมโต อุตฺตรตฺเถรสฺส คาถา. กา อุปฺปตฺติ? อยมฺปิ ปุริมพุทฺเธสุ กตาธิกาโร ตตฺถ ตตฺถ ภเว วิวฏฺฏูปนิสฺสยํ ปุญฺญํ อุปจินนฺโต สุเมธสฺส ภควโต กาเล วิชฺชาธโร หุตฺวา อากาเสน วิจรติ. เตน จ สมเยน สตฺถา ตสฺส อนุคฺคณฺหนตฺถํ วนนฺตเร อญฺญตรสฺมึ รุกฺขมูเล นิสีทิ ฉพฺพณฺณพุทฺธรํสิโย วิสฺสชฺเชนฺโต. โส อนฺตลิกฺเขน คจฺฉนฺโต ภควนฺตํ ทิสฺวา ปสนฺนจิตฺโต อากาสโต โอรุยฺห สุวิสุทฺเธหิ วิปุเลหิ กณิการปุปฺเผหิ ภควนฺตํ ปูเชสิ, ปุปฺผานิ พุทฺธานุภาเวน สตฺถุ อุปริ ฉตฺตากาเรน อฏฺฐํสุ, โส เตน ภิยฺโยโสมตฺตาย ปสนฺนจิตฺโต หุตฺวา อปรภาเค กาลํ กตฺวา ตาวตึเส นิพฺพตฺติตฺวา อุฬารํ ทิพฺพสมฺปตฺตึ อนุภวนฺโต ยาวตายุกํ ตตฺถ ฐตฺวา ตโต จุโต เทวมนุสฺเสสุ สํสรนฺโต อิมสฺมึ พุทฺธุปฺปาเท ราชคเห พฺราหฺมณมหาสาลปุตฺโต หุตฺวา นิพฺพตฺติ, อุตฺตโรติสฺส นามํ อโหสิ. โส วิญฺญุตํ ปตฺโต พฺราหฺมณวิชฺชาสุ นิปฺผตฺตึ คนฺตฺวา ชาติยา รูเปน วิชฺชาย วเยน สีลาจาเรน จ โลกสฺส สมฺภาวนีโย ชาโต. ตสฺส ตํ สมฺปตฺตึ ทิสฺวา วสฺสกาโร มคธมหามตฺโต อตฺตโน ธีตรํ ทาตุกาโม หุตฺวา อตฺตโน อธิปฺปายํ ปเวเทสิ. โส นิสฺสรณชฺฌาสยตาย ตํ ปฏิกฺขิปิตฺวา กาเลน กาลํ ธมฺมเสนาปตึ ปยิรุปาสนฺโต ตสฺส สนฺติเก ธมฺมํ สุตฺวา ปฏิลทฺธสทฺโธ ปพฺพชิตฺวา วตฺตสมฺปนฺโน หุตฺวา เถรํ อุปฏฺฐหติ.

เตน จ สมเยน เถรสฺส อญฺญตโร อาพาโธ อุปฺปนฺโน, ตสฺส เภสชฺชตฺถาย อุตฺตโร สามเณโร ปาโตว ปตฺตจีวรมาทาย วิหารโต นิกฺขนฺโต อนฺตรามคฺเค ตฬากสฺส ตีเร ปตฺตํ ฐเปตฺวา อุทกสมีปํ คนฺตฺวา มุขํ โธวติ. อถ อญฺญตโร อุมงฺคโจโร อารกฺขปุริเสหิ อนุพทฺโธ อคฺคทฺวาเรเนว นครโต นิกฺขมิตฺวา ปลายนฺโต อตฺตนา คหิตํ รตนภณฺฑิกํ สามเณรสฺส ปตฺเต ปกฺขิปิตฺวา ปลายิ. สามเณโร ปตฺตสมีปํ อุปคโต. โจรํ อนุพนฺธนฺตา ราชปุริสา สามเณรสฺส ปตฺเต ภณฺฑิกํ ทิสฺวา, ‘‘อยํ โจโร, อิมินา โจริยํ กต’’นฺติ สามเณรํ ปจฺฉาพาหํ พนฺธิตฺวา วสฺสการสฺส พฺราหฺมณสฺส ทสฺเสสุํ. วสฺสกาโร จ ตทา รญฺโญ วินิจฺฉเย นิยุตฺโต หุตฺวา เฉชฺชเภชฺชํ อนุสาสติ. โส ‘‘ปุพฺเพ มม วจนํ นาทิยิ, สุทฺธปาสณฺฑิเยสุ ปพฺพชี’’ติ จ พทฺธาฆาตตฺตา กมฺมํ อโสเธตฺวาว ชีวนฺตเมว ตํ สูเล อุตฺตาเสสิ.

อถสฺส ภควา ญาณปริปากํ โอโลเกตฺวา ตํ ฐานํ คนฺตฺวา วิปฺผุรนฺตหตฺถนขมณิมยูขสมฺภินฺนสิตาภตาย ปคฺฆรนฺตชาติหิงฺคุลกสุวณฺณรสธารํ วิย ชาลาคุณฺฐิตมุทุตลุนทีฆงฺคุลิหตฺถํ อุตฺตรสฺส สีเส ฐเปตฺวา, ‘‘อุตฺตร, อิทํ เต ปุริมกมฺมสฺส ผลํ อุปฺปนฺนํ, ตตฺถ ตยา ปจฺจเวกฺขณพเลน อธิวาสนา กาตพฺพา’’ติ วตฺวา อชฺฌาสยานุรูปํ ธมฺมํ เทเสสิ. อุตฺตโร อมตาภิเสกสทิเสน สตฺถุ หตฺถสมฺผสฺเสน สญฺชาตปฺปสาทโสมนสฺสตาย อุฬารํ ปีติปาโมชฺชํ ปฏิลภิตฺวา ยถาปริจิตํ วิปสฺสนามคฺคํ สมารูโฬฺห ญาณสฺส ปริปากํ คตตฺตา สตฺถุ จ เทสนาวิลาเสน ตาวเทว มคฺคปฏิปาฏิยา สพฺพกิเลเส เขเปตฺวา ฉฬภิญฺโญ อโหสิ. เตน วุตฺตํ อปทาเน (อป. เถร ๒.๕๖.๕๕-๙๒) –

‘‘สุเมโธ นาม สมฺพุทฺโธ, พาตฺตึสวรลกฺขโณ;

วิเวกกาโม ภควา, หิมวนฺตมุปาคมิ.

‘‘อชฺโฌคาเหตฺวา หิมวนฺตํ, อคฺโค การุณิโก มุนิ;

ปลฺลงฺกํ อาภุชิตฺวาน, นิสีทิ ปริสุตฺตโม.

‘‘วิชฺชาธโร ตทา อาสึ, อนฺตลิกฺขจโร อหํ;

ติสูลํ สุคตํ คยฺห, คจฺฉามิ อมฺพเร ตทา.

‘‘ปพฺพตคฺเค ยถา อคฺคิ, ปุณฺณมาเยว จนฺทิมา;

วนํ โอภาสเต พุทฺโธ, สาลราชาว ผุลฺลิโต.

‘‘วนคฺคา นิกฺขมิตฺวาน, พุทฺธรํสีภิธาวเร;

นฬคฺคิวณฺณสงฺกาสา, ทิสฺวา จิตฺตํ ปสาทยึ.

‘‘วิจินํ อทฺทสํ ปุปฺผํ, กณิการํ เทวคนฺธิกํ;

ตีณิ ปุปฺผานิ อาทาย, พุทฺธเสฏฺฐมปูชยึ.

‘‘พุทฺธสฺส อานุภาเวน, ตีณิ ปุปฺผานิ เม ตทา;

อุทฺธํวณฺฏา อโธปตฺตา, ฉายํ กุพฺพนฺติ สตฺถุโน.

‘‘เตน กมฺเมน สุกเตน, เจตนาปณิธีหิ จ;

ชหิตฺวา มานุสํ เทหํ, ตาวตึสมคจฺฉหํ.

‘‘ตตฺถ เม สุกตํ พฺยมฺหํ, กณิการีติ ญายติ;

สฏฺฐิโยชนมุพฺเพธํ, ตึสโยชนวิตฺถตํ.

‘‘สหสฺสกณฺฑํ สตเภณฺฑุ, ธชาลุ หริตามยํ;

สตสหสฺสนิยฺยูหา, พฺยเมฺห ปาตุภวึสุ เม.

‘‘โสณฺณมยา มณิมยา, โลหิตงฺกมยาปิ จ;

ผลิกาปิ จ ปลฺลงฺกา, เยนิจฺฉกา ยทิจฺฉกา.

‘‘มหารหญฺจ สยนํ, ตูลิกา วิกตียุตํ;

อุทฺธโลมิญฺจ เอกนฺตํ, พิมฺโพหนสมายุตํ.

‘‘ภวนา นิกฺขมิตฺวาน, จรนฺโต เทวจาริกํ;

ยถา อิจฺฉามิ คมนํ, เทวสงฺฆปุรกฺขโต.

‘‘ปุปฺผสฺส เหฏฺฐา ติฏฺฐามิ, อุปริจฺฉทนํ มม;

สมนฺตา โยชนสตํ, กณิกาเรหิ ฉาทิตํ.

‘‘สฏฺฐิตูริยสหสฺสานิ, สายํ ปาตํ อุปฏฺฐหุํ;

ปริวาเรนฺติ มํ นิจฺจํ, รตฺตินฺทิวมตนฺทิตา.

‘‘ตตฺถ นจฺเจหิ คีเตหิ, ตาเฬหิ วาทิเตหิ จ;

รมามิ ขิฑฺฑา รติยา, โมทามิ กามกามหํ.

‘‘ตตฺถ ภุตฺวา ปิวิตฺวา จ, โมทามิ ติทเส ตทา;

นารีคเณหิ สหิโต, โมทามิ พฺยมฺหมุตฺตเม.

‘‘สตานํ ปญฺจกฺขตฺตุญฺจ, เทวรชฺชมการยึ;

สตานํ ตีณิกฺขตฺตุญฺจ, จกฺกวตฺตี อโหสหํ;

ปเทสรชฺชํ วิปุลํ, คณนาโต อสงฺขิยํ.

‘‘ภเว ภเว สํสรนฺโต, มหาโภคํ ลภามหํ;

โภเค เม อูนตา นตฺถิ, พุทฺธปูชายิทํ ผลํ.

‘‘ทุเว ภเว สํสรามิ, เทวตฺเต อถ มานุเส;

อญฺญํ คตึ น ชานามิ, พุทฺธปูชายิทํ ผลํ.

‘‘ทุเว กุเล ปชายามิ, ขตฺติเย จาปิ พฺราหฺมเณ;

นีเจ กุเล น ชานามิ, พุทฺธปูชายิทํ ผลํ.

‘‘หตฺถิยานํ อสฺสยานํ, สิวิกํ สนฺทมานิกํ;

ลภามิ สพฺพเมเวตํ, พุทฺธปูชายิทํ ผลํ.

‘‘ทาสีคณํ ทาสคณํ, นาริโย สมลงฺกตา;

ลภามิ สพฺพเมเวตํ, พุทฺธปูชายิทํ ผลํ.

‘‘โกเสยฺยกมฺพลิยานิ, โขมกปฺปาสิกานิ จ;

ลภามิ สพฺพเมเวตํ, พุทฺธปูชายิทํ ผลํ.

‘‘นววตฺถํ นวผลํ, นวคฺครสโภชนํ;

ลภามิ สพฺพเมเวตํ, พุทฺธปูชายิทํ ผลํ.

‘‘อิมํ ขาท อิมํ ภุญฺช, อิมมฺหิ สยเน สย;

ลภามิ สพฺพเมเวตํ, พุทฺธปูชายิทํ ผลํ.

‘‘สพฺพตฺถ ปูชิโต โหมิ, ยโส อจฺจุคฺคโต มม;

มหาปกฺโข สทา โหมิ, อเภชฺชปริโส สทา;

ญาตีนํ อุตฺตโม โหมิ, พุทฺธปูชายิทํ ผลํ.

‘‘สีตํ อุณฺหํ น ชานามิ, ปริฬาโห น วิชฺชติ;

อโถ เจตสิกํ ทุกฺขํ, หทเย เม น วิชฺชติ.

‘‘สุวณฺณวณฺโณ หุตฺวาน, สํสรามิ ภวาภเว;

เววณฺณิยํ น ชานามิ, พุทฺธปูชายิทํ ผลํ.

‘‘เทวโลกา จวิตฺวาน, สุกฺกมูเลน โจทิโต;

สาวตฺถิยํ ปุเร ชาโต, มหาสาเล สุอฑฺฒเก.

‘‘ปญฺจ กามคุเณ หิตฺวา, ปพฺพชึ อนคาริยํ;

ชาติยา สตฺตวสฺโสหํ, อรหตฺตมปาปุณึ.

‘‘อุปสมฺปาทยี พุทฺโธ, คุณมญฺญาย จกฺขุมา;

ตรุโณ ปูชนีโยหํ, พุทฺธปูชายิทํ ผลํ.

‘‘ทิพฺพจกฺขุ วิสุทฺธํ เม, สมาธิกุสโล อหํ;

อภิญฺญาปารมิปฺปตฺโต, พุทฺธปูชายิทํ ผลํ.

‘‘ปฏิสมฺภิทา อนุปฺปตฺโต, อิทฺธิปาเทสุ โกวิโท;

ธมฺเมสุ ปารมิปฺปตฺโต, พุทฺธปูชายิทํ ผลํ.

‘‘ตึสกปฺปสหสฺสมฺหิ, ยํ พุทฺธมภิปูชยึ;

ทุคฺคตึ นาภิชานามิ, พุทฺธปูชายิทํ ผลํ.

‘‘กิเลสา ฌาปิตา มยฺหํ…เป… กตํ พุทฺธสฺส สาสน’’นฺติ.

ฉฬภิญฺโญ ปุน หุตฺวา สูลโต อุฏฺฐหิตฺวา ปรานุทฺทยาย อากาเส ฐตฺวา ปาฏิหาริยํ ทสฺเสสิ. มหาชโน อจฺฉริยพฺภุตจิตฺตชาโต อโหสิ. ตาวเทวสฺส วโณ สํรูฬฺหิ, โส ภิกฺขูหิ, ‘‘อาวุโส, ตาทิสํ ทุกฺขํ อนุภวนฺโต กถํ ตฺวํ วิปสฺสนํ อนุยุญฺชิตุํ อสกฺขี’’ติ ปุฏฺโฐ, ‘‘ปเคว เม, อาวุโส, สํสาเร อาทีนโว, สงฺขารานญฺจ สภาโว สุทิฏฺโฐ, เอวาหํ ตาทิสํ ทุกฺขํ อนุภวนฺโตปิ อสกฺขึ วิปสฺสนํ วฑฺเฒตฺวา วิเสสํ อธิคนฺตุ’’นฺติ ทสฺเสนฺโต –

๑๒๑. ‘‘นตฺถิ โกจิ ภโว นิจฺโจ, สงฺขารา วาปิ สสฺสตา;

อุปฺปชฺชนฺติ จ เต ขนฺธา, จวนฺติ อปราปรํ.

๑๒๒. ‘‘เอตมาทีนวํ ญตฺวา, ภเวนมฺหิ อนตฺถิโก;

นิสฺสโฏ สพฺพกาเมหิ, ปตฺโต เม อาสวกฺขโย’’ติ. –

อิมํ คาถาทฺวยํ อภาสิ.

ตตฺถ นตฺถิ โกจิ ภโว นิจฺโจติ กมฺมภโว อุปปตฺติภโว กามภโว รูปภโว อรูปภโว สญฺญีภโว อสญฺญีภโว เนวสญฺญีนาสญฺญีภโว เอกโวการภโว จตุโวการภโว ปญฺจโวการภโวติ เอวํเภโท, ตตฺถาปิ หีโน มชฺฌิโม อุกฺกฏฺโฐ ทีฆายุโก สุขพหุโล โวมิสฺสสุขทุกฺโขติ เอวํวิภาโค โยโกจิ นิจฺโจ ธุโว ถิโร อปโลกิยธมฺโม นตฺถิ ตํ ตํ การณํ ปฏิจฺจ สมุปฺปนฺนตฺตา. ยสฺมา จ เอตเทวํ, ตสฺมา สงฺขารา วาปิ สสฺสตา นตฺถีติ โยชนา. ปจฺจเยหิ สงฺขตตฺตา ‘‘สงฺขารา’’ติ ลทฺธนาเม หิ ปญฺจกฺขนฺเธ อุปาทาย ภวสมญฺญาย สงฺขาราว หุตฺวา สมฺภูตา ชรามรเณน จ วิปริณมนฺตีติ อสสฺสตา วิปริณามธมฺมา. ตถา หิ เต ‘‘สงฺขารา’’ติ วุจฺจนฺติ. เตนาห อุปฺปชฺชนฺติ จ เต ขนฺธา, จวนฺติ อปราปรนฺติ. เต ภวปริยาเยน สงฺขารปริยาเยน จ วุตฺตา ปญฺจกฺขนฺธา ยถาปจฺจยํ อปราปรํ อุปฺปชฺชนฺติ, อุปฺปนฺนา จ ชราย ปริปีฬิตา หุตฺวา จวนฺติ ปริภิชฺชนฺตีติ อตฺโถ. เอเตน ‘‘ภโว, สงฺขารา’’ติ จ ลทฺธโวหารา ปญฺจกฺขนฺธา อุทยพฺพยสภาวาติ ทสฺเสติ. ยสฺมา ติลกฺขณํ อาโรเปตฺวา สงฺขาเร สมฺมสนฺตสฺส ตโยปิ ภวา อาทิตฺตํ วิย สงฺขเต อาทีนวํ โทสํ ปเคว วิปสฺสนาปญฺญาย ชานิตฺวา อนิจฺจลกฺขเณหิ ทิฏฺฐา สงฺขารา ทุกฺขานตฺตา วิภูตตรา อุปฏฺฐหนฺติ, เตนาห ภควา – ‘‘ยทนิจฺจํ ตํ ทุกฺขํ, ยํ ทุกฺขํ ตทนตฺตา’’ติ (สํ. นิ. ๓.๑๕).

ยสฺมา ติลกฺขณํ อาโรเปตฺวา สงฺขาเร สมฺมสนฺตสฺส ตโยปิ ภวา อาทิตฺตํ วิย อคารํ สปฺปฏิภยา อุปฏฺฐหนฺติ, ตสฺมา อาห ‘‘ภเวนมฺหิ อนตฺถิโก’’ติ. เอวํ ปน สพฺพโส ภเวหิ วินิวตฺติยมานสฺส กาเมสุ อเปกฺขาย เลโสปิ น สมฺภวติเยว, เตนาห ‘‘นิสฺสโฏ สพฺพกาเมหี’’ติ, อมฺหีติ โยชนา. มานุเสหิ วิย ทิพฺเพหิปิ กาเมหิ นิวตฺติตจิตฺโตสฺมีติ อตฺโถ. ปตฺโต เม อาสวกฺขโยติ ยสฺมา เอวํ สุปริมชฺชิตสงฺขาโร ภเวสุ สุปริทิฏฺฐาทีนโว กาเมสุ จ อนาสตฺตมานโส ตสฺมา สูลมตฺถเก นิสินฺเนนาปิ เม มยา ปตฺโต อธิคโต อาสวกฺขโย นิพฺพานํ อรหตฺตญฺจาติ. อญฺเญหิ จ สพฺรหฺมจารีหิ อปฺปตฺตมานเสหิ ตทธิคมาย อุสฺสาโห กรณีโยติ ภิกฺขูนํ โอวาทมทาสิ.

อุตฺตรตฺเถรคาถาวณฺณนา นิฏฺฐิตา.