๘. องฺคุลิมาลตฺเถรคาถาวณฺณนา
คจฺฉํ วเทสีติอาทิกา อายสฺมโต องฺคุลิมาลตฺเถรสฺส คาถา. กา อุปฺปตฺติ? อยมฺปิ ปุริมพุทฺเธสุ กตาธิกาโร ตตฺถ ตตฺถ ภเว วิวฏฺฏูปนิสฺสยํ กุสลํ อุปจินิตฺวา อิมสฺมึ พุทฺธุปฺปาเท สาวตฺถิยํ โกสลรญฺโญ ปุโรหิตสฺส ภคฺควสฺส นาม พฺราหฺมณสฺส ปุตฺโต หุตฺวา นิพฺพตฺติ. ตสฺส ชาตทิวเส สกลนคเร อาวุธานิ ปชฺชลึสุ, รญฺโญ จ มงฺคลาวุธํ สยนปีเฐ ฐปิตํ ปชฺชลิ, ตํ ทิสฺวา ราชา ภีโต สํวิคฺโค นิทฺทํ น ลภิ. ปุโรหิโต ตายํ เวลายํ นกฺขตฺตโยคํ อุลฺโลเกนฺโต ‘‘โจรนกฺขตฺเตน ชาโต’’ติ สนฺนิฏฺฐานมกาสิ. โส วิภาตาย รตฺติยา รญฺโญ สนฺติกํ คโต สุขเสยฺยํ ปุจฺฉิ. ราชา ‘‘กุโต, อาจริย, สุขเสยฺยํ, รตฺติยํ มยฺหํ มงฺคลาวุธํ ปชฺชลิ, ตสฺส โก นุ โข วิปาโก ภวิสฺสตี’’ติ? ‘‘มา ภายิ, มหาราช, มยฺหํ ฆเร ทารโก ชาโต. ตสฺส อานุภาเวน สกลนคเรปิ อาวุธานิ ปชฺชลึสู’’ติ. ‘‘กึ ภวิสฺสติ, อาจริยา’’ติ? ‘‘ทารโก โจโร ภวิสฺสตี’’ติ. ‘‘กึ เอกจารี โจโร, อุทาหุ คณเชฏฺฐโก’’ติ? ‘‘เอกจาริโก, เทว’’. ‘‘กึ นํ มาเรมา’’ติ? ‘‘เอกจาริโก เจ, ปฏิชคฺคถ ตาว น’’นฺติ อาห. ตสฺส นามํ กโรนฺตา ยสฺมา ชายมาโน รญฺโญ จิตฺตํ วิเหเสนฺโต ชาโต, ตสฺมา หึสโกติ กตฺวา ปจฺฉา ทิฏฺฐํ อทิฏฺฐนฺติ วิย อหึสโกติ โวหรึสุ.
โส วยปฺปตฺโต ปุพฺพกมฺมพเลน สตฺตนฺนํ หตฺถีนํ พลํ ธาเรติ. ตสฺสิทํ ปุพฺพกมฺมํ – พุทฺธสุญฺเญ โลเก กสฺสโก หุตฺวา นิพฺพตฺโต เอกํ ปจฺเจกพุทฺธํ วสฺโสทเกน ตินฺตํ อลฺลจีวรํ สีตปีฬิตํ อตฺตโน เขตฺตภูมึ อุปคตํ ทิสฺวา ‘‘ปุญฺญกฺเขตฺตํ เม อุปฏฺฐิต’’นฺติ โสมนสฺสชาโต อคฺคึ กตฺวา อทาสิ. โส ตสฺส กมฺมสฺส พเลน นิพฺพตฺตนิพฺพตฺตฏฺฐาเน ถามชวพลสมฺปนฺโน จ หุตฺวา อิมสฺมึ ปจฺฉิมตฺตภาเว สตฺตนฺนํ หตฺถีนํ พลํ ธาเรติ. โส ตกฺกสิลํ คนฺตฺวา ทิสาปาโมกฺขสฺส อาจริยสฺส สนฺติเก ธมฺมนฺเตวาสี หุตฺวา สิปฺปํ อุคฺคณฺหโต อาจริยพฺราหฺมณํ ตสฺส ภริยญฺจ สกฺกจฺจํ ปฏิชคฺคติ. เตนสฺส สา พฺราหฺมณี เคเห ลพฺภมาเนน ภตฺตาทินา สงฺคหํ กโรติ. ตํ อสหมานา อญฺเญ มาณวา อาจริเยน สทฺธึ เภทํ อกํสุ. พฺราหฺมโณ เตสํ วจนํ เทฺว ตโย วาเร อสทฺทหนฺโต หุตฺวา ปจฺฉา สทฺทหิตฺวา ‘‘มหาพโล มาณโว, น สกฺกา เกนจิ มาราเปตุํ, อุปาเยน นํ มาเรสฺสามี’’ติ จินฺเตตฺวา นิฏฺฐิตสิปฺปํ อตฺตโน นครํ คนฺตุํ อาปุจฺฉนฺตํ มาณวํ อาห – ‘‘ตาต อหึสก, นิฏฺฐิตสิปฺเปน นาม อนฺเตวาสินา อาจริยสฺส ครุทกฺขิณา ทาตพฺพา, ตํ มยฺหํ เทหี’’ติ. ‘‘สาธุ, อาจริย, กึ ทสฺสามี’’ติ? ‘‘มนุสฺสานํ สหสฺสทกฺขิณหตฺถงฺคลิโย อาเนหี’’ติ. พฺราหฺมณสฺส กิร อยมสฺส อธิปฺปาโย – พหูสุ มาริยมาเนสุ เอกนฺตโต เอโก นํ มาเรยฺยาติ. ตํ สุตฺวา อหึสโก อตฺตโน จิรปริจิตํ นิกฺกรุณตํ ปุรกฺขตฺวา สนฺนทฺธปญฺจาวุโธ โกสลรญฺโญ วิชิเต ชาลินํ วนํ ปวิสิตฺวา มหามคฺคสมีเป ปพฺพตนฺตเร วสนฺโต ปพฺพตสิขเร ฐตฺวา มคฺเคน คจฺฉนฺเต มนุสฺเส โอโลเกตฺวา เวเคน คนฺตฺวา องฺคุลิโย คเหตฺวา รุกฺขคฺเค โอลมฺเพสิ. ตา คิชฺฌาปิ กากาปิ ขาทึสุ, ภูมิยํ นิกฺขิตฺตา ปูติภาวํ อคมํสุ. เอวํ คณนาย อปริปูรมานาย ลทฺธา ลทฺธา องฺคุลิโย สุตฺเตน คนฺถิตฺวา มาลํ กตฺวา ยญฺโญปจิตํ วิย อํเส โอลมฺเพสิ. ตโต ปฏฺฐาย องฺคุลิมาโลเตฺววสฺส สมญฺญา อโหสิ.
เอวํ ตสฺมึ มนุสฺเส มาเรนฺเต มคฺโค อวฬญฺโช อโหสิ. โส มคฺเค มนุสฺเส อลภนฺโต คามูปจารํ คนฺตฺวา นิลียิตฺวา อาคตาคเต มนุสฺเส มาเรตฺวา องฺคุลิโย คเหตฺวา คจฺฉติ. ตํ ญตฺวา มนุสฺสา คามโต อปกฺกมึสุ, คามา สุญฺญา อเหสุํ, ตถา นิคมา ชนปทา จ. เอวํ เตน โส ปเทโส อุพฺพาสิโต อโหสิ. องฺคุลิมาลสฺส จ เอกาย อูนา สหสฺสองฺคุลิโย สงฺคหา อเหสุํ. อถ มนุสฺสา ตํ โจรุปทฺทวํ โกสลรญฺโญ อาโรเจสุํ. ราชา ปาโตว นคเร เภรึ จราเปสิ, ‘‘สีฆํ องฺคุลิมาลโจรํ คณฺหาม, พลกาโย อาคจฺฉตู’’ติ. ตํ สุตฺวา องฺคุลิมาลสฺส มาตา มนฺตาณี นาม พฺราหฺมณี ตสฺส ปิตรํ อาห – ‘‘ปุตฺโต กิร เต โจโร หุตฺวา อิทญฺจิทญฺจ กโรติ, ตํ ‘อีทิสํ มา กรี’ติ สญฺญาเปตฺวา อาเนหิ, อญฺญถา นํ ราชา ฆาเตยฺยา’’ติ. พฺราหฺมโณ ‘‘น มยฺหํ ตาทิเสหิ ปุตฺเตหิ อตฺโถ, ราชา ยํ วา ตํ วา กโรตู’’ติ อาห. อถ พฺราหฺมณี ปุตฺตสิเนเหน ปาเถยฺยํ คเหตฺวา ‘‘มม ปุตฺตํ สญฺญาเปตฺวา อาเนสฺสามี’’ติ มคฺคํ ปฏิปชฺชิ.
ภควา ‘‘อยํ ‘องฺคุลิมาลํ อาเนสฺสามี’ติ คจฺฉติ, สเจ สา คมิสฺสติ, องฺคุลิมาโล ‘องฺคุลิสหสฺสํ ปูเรสฺสามี’ติ มาตรมฺปิ มาเรสฺสติ. โส จ ปจฺฉิมภวิโก, สจาหํ น คมิสฺสํ, มหาชานิ อภวิสฺสา’’ติ ญตฺวา ปจฺฉาภตฺตํ ปิณฺฑปาตปฏิกฺกนฺโต สยเมว ปตฺตจีวรํ คเหตฺวา องฺคุลิมาลํ อุทฺทิสฺส ตึสโยชนิกํ มคฺคํ ปทสาว ปฏิปชฺชมาโน อนฺตรามคฺเค โคปาลกาทีหิ วาริยมาโนปิ ชาลินํ วนํ อุปคจฺฉิ. ตสฺมิญฺจ ขเณ ตสฺส มาตา เตน ทิฏฺฐา, โส มาตรํ ทูรโตว ทิสฺวา ‘‘มาตรมฺปิ มาเรตฺวา อชฺช อูนงฺคุลึ ปูเรสฺสามี’’ติ อสึ อุกฺขิปิตฺวา อุปธาวิ. เตสํ อุภินฺนํ อนฺตเร ภควา อตฺตานํ ทสฺเสสิ. องฺคุลิมาโล ภควนฺตํ ทิสฺวา ‘‘กึ เม มาตรํ วธิตฺวา องฺคุลิยา คหิเตน? ชีวตุ เม มาตา, ยํนูนาหํ อิมํ สมณํ ชีวิตา โวโรเปตฺวา องฺคุลึ คเณฺหยฺย’’นฺติ อุกฺขิตฺตาสิโก ภควนฺตํ ปิฏฺฐิโต ปิฏฺฐิโต อนุพนฺธิ. อถ โข ภควา ตถารูปํ อิทฺธาภิสงฺขารํ อภิสงฺขาสิ, ยถา ปกติอิริยาปเถน คจฺฉนฺตมฺปิ อตฺตานํ องฺคุลิมาโล สพฺพถาเมน ธาวนฺโตปิ น สกฺโกติ สมฺปาปุณิตุํ. โส ปริหีนชโว ฆุรุฆุรุปสฺสาสี กจฺเฉหิ เสทํ มุญฺจนฺโต ปทํ อุทฺธริตุมฺปิ อสกฺโกนฺโต ขาณุ วิย ฐิโต ภควนฺตํ ‘‘ติฏฺฐ ติฏฺฐ, สมณา’’ติ อาห. ภควา คจฺฉนฺโตว ‘‘ฐิโต อหํ, องฺคุลิมาล, ตฺวญฺจ ติฏฺฐา’’ติ อาห. โส ‘‘อิเม โข สมณา สกฺยปุตฺติยา สจฺจวาทิโน, อยํ สมโณ คจฺฉนฺโตเยว ‘ฐิโต อหํ, องฺคุลิมาล, ตฺวญฺจ ติฏฺฐา’ติ อาห, อหญฺจมฺหิ ฐิโต, โก นุ โข อิมสฺส อธิปฺปาโย, ปุจฺฉิตฺวา นํ ชานิสฺสามี’’ติ ภควนฺตํ คาถาย อชฺฌภาสิ –
๘๖๖. ‘‘คจฺฉํ วเทสิ สมณ ฐิโตมฺหิ, มมญฺจ พฺรูสิ ฐิตมฏฺฐิโตติ;
ปุจฺฉามิ ตํ สมณ เอตมตฺถํ, กถํ ฐิโต ตฺวํ อหมฏฺฐิโตมฺหี’’ติ.
ตตฺถ สมณาติ ภควนฺตํ อาลปติ. มมนฺติ มํ. กถนฺติ เกนากาเรน. อยเญฺหตฺถ อตฺโถ – สมณ, ตฺวํ คจฺฉนฺโตว สมาโน ‘‘ฐิโตมฺหี’’ติ วเทสิ. มมญฺจ ฐิตํเยว ‘‘อฏฺฐิโต’’ติ พฺรูสิ, วเทสิ. การเณเนตฺถ ภวิตพฺพํ, ตสฺมา ตํ สมณํ อหํ เอวมตฺถํ ปุจฺฉามิ. กถํ เกนากาเรน ตฺวํ ฐิโต อโหสิ, อหญฺจ อฏฺฐิโตมฺหีติ. เอวํ วุตฺเต ภควา –
๘๖๗. ‘‘ฐิโต อหํ องฺคุลิมาล สพฺพทา, สพฺเพสุ ภูเตสุ นิธาย ทณฺฑํ;
ตุวญฺจ ปาเณสุ อสญฺญโตสิ, ตสฺมา ฐิโตหํ ตุวมฏฺฐิโตสี’’ติ. –
คาถาย ตํ อชฺฌภาสิ.
ตตฺถ ฐิโต อหํ, องฺคุลิมาล, สพฺพทา, สพฺเพสุ ภูเตสุ นิธาย ทณฺฑนฺติ, องฺคุลิมาล, อหํ สพฺพทา สพฺพกาเล อาทิมชฺฌปริโยสาเนสุ ตสถาวรเภเทสุ สพฺเพสุ สตฺเตสุ ทณฺฑํ นิธาย นิหิตทณฺโฑ นิหิตสตฺโถ ลชฺชี ทยาปนฺโน, ตโต อญฺญถา อวตฺตนโต เอวรูเปเนว ฐิโต. ตุวญฺจ ปาเณสุ อสญฺญโตสีติ ตฺวํ ปน สตฺเตสุ สญฺญมรหิโต อสิ, ลุทฺโท โลหิตปาณิ หตปหเต นิวิฏฺโฐ อทยาปนฺโน, ตสฺมา อสญฺญโต วิรติวเสน อฏฺฐิโต. ตโต เอว ตาสุ ตาสุ คตีสุ ปริพฺภมนโตปิ ตุวํ อิทานิ อิริยาปเถน ฐิโตปิ อฏฺฐิโต อสิ, อหํ ปน วุตฺตปฺปกาเรน ฐิโตติ. ตโต องฺคุลิมาโล ยถาภุจฺจคุณปฺปภาวิตสฺส ชลตเล เตลสฺส วิย สกลํ โลกํ อภิพฺยาเปตฺวา ฐิตสฺส ภควโต กิตฺติสทฺทสฺส สุตปุพฺพตฺตา เหตุสมฺปตฺติยา ญาณสฺส จ ปริปากคตตฺตา ‘‘อยํ โส ภควา’’ติ สญฺชาตปีติโสมนสฺโส ‘‘มหา อยํ สีหนาโท, มหนฺตํ คชฺชิตํ, นยิทํ อญฺญสฺส ภวิสฺสติ, สมณสฺส มญฺเญ โคตมสฺส เอตํ คชฺชิตํ, ทิฏฺโฐ วตมฺหิ มเหสินา สมฺมาสมฺพุทฺเธน, มยฺหํ สงฺคหกรณตฺถํ ภควา อิธาคโต’’ติ จินฺเตตฺวา –
๘๖๘. ‘‘จิรสฺสํ วต เม มหิโต มเหสี, มหาวนํ สมโณ ปจฺจปาทิ;
โสหํ จชิสฺสามิ สหสฺสปาปํ, สุตฺวาน คาถํ ตว ธมฺมยุตฺต’’นฺติ. –
อิมํ คาถํ อภาสิ.
ตตฺถ จิรสฺสํ วตาติ จิรกาเลน วต. เมติ มยฺหํ อนุคฺคหตฺถาย. มหิโตติ สเทวเกน โลเกน มหติยา ปูชาย ปูชิโต. มหนฺเต สีลกฺขนฺธาทิคุเณ เอสิ, คเวสีติ มเหสี. มหาวนํ สมโณ ปจฺจปาทีติ อิมํ มหารญฺญํ สมิตสพฺพปาโป ภควา ปฏิปชฺชิ. โสหํ จชิสฺสามิ สหสฺสปาปํ, สุตฺวาน คาถํ ตว ธมฺมยุตฺตนฺติ โสหํ ธมฺมยุตฺตํ ธมฺมูปสํหิตํ ตว คาถํ สุณึ. โสหํ ตํ สุตฺวาน ‘‘จิรสฺสมฺปิ จิรกาเลนปิ สงฺคตํ ปริจิตํ ปาปสหสฺสํ ปชหิสฺส’’นฺติ จินฺเตตฺวา อิทานิ นํ อญฺญทตฺถุ ปริจฺจชิสฺสามีติ อตฺโถ. เอวํ ปน วตฺวา ยถา ปฏิปชฺชิ, ยถา จ ภควตา อนุคฺคหิโต, ตํ ทสฺเสตุํ –
๘๖๙. ‘‘อิจฺเจว โจโร อสิมาวุธญฺจ, โสพฺเภ ปปาเต นรเก อนฺวกาสิ;
อวนฺทิ โจโร สุคตสฺส ปาเท, ตตฺเถว ปพฺพชฺชมยาจิ พุทฺธํ.
๘๗๐. ‘‘พุทฺโธ จ โข การุณิโก มเหสิ, โย สตฺถา โลกสฺส สเทวกสฺส;
ตเมหิ ภิกฺขูติ ตทา อโวจ, เอเสว ตสฺส อหุ ภิกฺขุภาโว’’ติ.
สงฺคีติการา อิมา เทฺว คาถา ฐเปสุํ.
ตตฺถ อิจฺเจวาติ อิติ เอว เอวํ วตฺวา อนนฺตรเมว. โจโรติ องฺคุลิมาโล. อสินฺติ ขคฺคํ. อาวุธนฺติ เสสาวุธํ. โสพฺเภติ สมนฺตโต ฉินฺนตเฏ. ปปาเตติ เอกโต ฉินฺนตเฏ. นรเกติ ภูมิยา ผลิตวิวเร. อิธ ปน ตีหิปิ ปเทหิ ยตฺถ ปติตํ อญฺเญน คเหตุํ น สกฺกา, ตาทิสํ ปพฺพตนฺตรเมว วทติ. อนฺวกาสีติ อนุ อกาสิ, ปญฺจวิธมฺปิ อตฺตโน อาวุธํ อนุ ขิปิ ฉฑฺเฑสิ, ตานิ ฉฑฺเฑตฺวา ภควโต ปาเทสุ สิรสา นิปติตฺวา ‘‘ปพฺพาเชถ มํ, ภนฺเต’’ติ อาห. เตน วุตฺตํ ‘‘อวนฺทิ โจโร สุคตสฺส ปาเท, ตตฺเถว ปพฺพชฺชมยาจิ พุทฺธ’’นฺติ. เอวํ เตน ปพฺพชฺชาย ยาจิตาย สตฺถา ตสฺส ปุริมกมฺมํ โอโลเกนฺโต เอหิภิกฺขุภาวาย เหตุสมฺปตฺตึ ทิสฺวา ทกฺขิณหตฺถํ ปสาเรตฺวา – ‘‘เอหิ, ภิกฺขุ, สฺวาขาโต ธมฺโม, จร พฺรหฺมจริยํ, สมฺมา ทุกฺขสฺส อนฺตกิริยายา’’ติ อาห. สา เอว จ ตสฺส ปพฺพชฺชา อุปสมฺปทา จ อโหสิ. เตนาห ‘‘ตเมหิ ภิกฺขูติ ตทา อโวจ, เอเสว ตสฺส อหุ ภิกฺขุภาโว’’ติ.
เอวํ เถโร สตฺถุ สนฺติเก เอหิภิกฺขุภาเวน ปพฺพชฺชํ อุปสมฺปทญฺจ ลภิตฺวา วิปสฺสนาย กมฺมํ กโรนฺโต อรหตฺตํ ปตฺวา วิมุตฺติสุขํ ปฏิสํเวเทนฺโต ปีติโสมนสฺสชาโต อุทานวเสน –
๘๗๑. ‘‘โย จ ปุพฺเพ ปมชฺชิตฺวา, ปจฺฉา โส นปฺปมชฺชติ;
โสมํ โลกํ ปภาเสติ, อพฺภา มุตฺโตว จนฺทิมา.
๘๗๒. ‘‘ยสฺส ปาปํ กตํ กมฺมํ, กุสเลน ปิธียติ;
โสมํ โลกํ ปภาเสติ, อพฺภา มุตฺโตว จนฺทิมา.
๘๗๓. ‘‘โย หเว ทหโร ภิกฺขุ, ยุญฺชติ พุทฺธสาสเน;
โสมํ โลกํ ปภาเสติ, อพฺภา มุตฺโตว จนฺทิมา’’ติ. – คาถตฺตยํ อภาสิ;
ตสฺสตฺโถ – โย ปุคฺคโล คหฏฺโฐ วา ปพฺพชิโต วา กลฺยาณมิตฺตสํสคฺคโต ปุพฺเพ ปาปมิตฺตสํสคฺเคน วา อตฺตโน วา ปฏิสงฺขานาภาเวน ปมชฺชิตฺวา สมฺมาปฏิปตฺติยํ ปมาทํ อาปชฺชิตฺวา, ปจฺฉา กลฺยาณมิตฺตสํสคฺเคน โยนิโส อุมฺมุชฺชนฺโต นปฺปมชฺชติ, สมฺมา ปฏิปชฺชติ, สมถวิปสฺสนํ อนุยุญฺชนฺโต ติสฺโส วิชฺชา ฉ อภิญฺญา ปาปุณาติ, โส อพฺภาทีหิ มุตฺโต จนฺโท วิย โอกาสโลกํ อตฺตนา อธิคตาหิ วิชฺชาภิญฺญาหิ อิมํ ขนฺธาทิโลกํ โอภาเสตีติ.
ยสฺส ปุคฺคลสฺส กตํ อุปจิตํ ปาปกมฺมํ กมฺมกฺขยกเรน โลกุตฺตรกุสเลน อวิปาการหภาวสฺส อาหริตตฺตา วิปากุปฺปาทเน ทฺวารปิธาเนน ปิธียติ ถกียติ. เสสํ วุตฺตนยเมว.
ทหโรติ ตรุโณ, เตนสฺส โยคกฺขมสรีรตํ ทสฺเสติ. โส หิ อุปฺปนฺนํ วาตาตปปริสฺสยํ อภิภวิตฺวา โยคํ กาตุํ สกฺโกติ. ยุญฺชติ พุทฺธสาสเน สิกฺขตฺตเย ยุตฺตปฺปยุตฺโต โหติ, สกฺกจฺจํ สมฺปาเทตีติ อตฺโถ.
เอวํ ปีติโสมนสฺสชาโต วิมุตฺติสุเขน วิหรนฺโต ยทา นครํ ปิณฺฑาย ปวิสติ, ตทา อญฺเญนปิ ขิตฺโต เลฑฺฑุ เถรสฺส กาเย นิปตติ, อญฺเญนปิ ขิตฺโต ทณฺโฑ ตสฺเสว กาเย นิปตติ. โส ภินฺเนน ปตฺเตน วิหารํ ปวิสิตฺวา สตฺถุ สนฺติกํ คจฺฉติ. สตฺถา ตํ โอวทติ ‘‘อธิวาเสหิ, ตฺวํ พฺราหฺมณ, อธิวาเสหิ, ตฺวํ พฺราหฺมณ, ยสฺส โข, ตฺวํ พฺราหฺมณ, กมฺมสฺส วิปาเกน พหูนิ วสฺสสหสฺสานิ นิรเย ปจฺเจยฺยาสิ, ตสฺส, ตฺวํ พฺราหฺมณ, กมฺมสฺส วิปากํ ทิฏฺเฐว ธมฺเม ปฏิสํเวเทสี’’ติ. อถ เถโร อโนธิโส สพฺพสตฺเตสุ เมตฺตจิตฺตํ อุปฏฺฐเปตฺวา –
๘๗๔. ‘‘ทิสาปิ เม ธมฺมกถํ สุณนฺตุ, ทิสาปิ เม ยุญฺชนฺตุ พุทฺธสาสเน;
ทิสาปิ เม เต มนุเช ภชนฺตุ, เย ธมฺมเมวาทปยนฺติ สนฺโต.
๘๗๕. ‘‘ทิสา หิ เม ขนฺติวาทานํ, อวิโรธปฺปสํสินํ;
สุณนฺตุ ธมฺมํ กาเลน, ตญฺจ อนุวิธียนฺตุ.
๘๗๖. ‘‘น หิ ชาตุ โส มมํ หึเส, อญฺญํ วา ปน กญฺจิ นํ;
ปปฺปุยฺย ปรมํ สนฺตึ, รกฺเขยฺย ตสถาวเร.
๘๗๗. ‘‘อุทกญฺหิ นยนฺติ เนตฺติกา, อุสุการา ทมยนฺติ เตชนํ;
ทารุํ ทมยนฺติ ตจฺฉกา, อตฺตานํ ทมยนฺติ ปณฺฑิตา.
๘๗๘. ‘‘ทณฺเฑเนเก ทมยนฺติ, องฺกุเสภิ กสาหิ จ;
อทณฺเฑน อสตฺเถน, อหํ ทนฺโตมฺหิ ตาทินา.
๘๗๙. ‘‘อหึสโกติ เม นามํ, หึสกสฺส ปุเร สโต;
อชฺชาหํ สจฺจนาโมมฺหิ, น นํ หึสามิ กญฺจิ นํ.
๘๘๐. ‘‘โจโร อหํ ปุเร อาสึ, องฺคุลิมาโลติ วิสฺสุโต;
วุยฺหมาโน มโหเฆน, พุทฺธํ สรณมาคมํ.
๘๘๑. ‘‘โลหิตปาณิ ปุเร อาสึ, องฺคุลิมาโลติ วิสฺสุโต;
สรณคมนํ ปสฺส, ภวเนตฺติ สมูหตา.
๘๘๒. ‘‘ตาทิสํ กมฺมํ กตฺวาน, พหุํ ทุคฺคติคามินํ;
ผุฏฺโฐ กมฺมวิปาเกน, อนโณ ภุญฺชามิ โภชนํ.
๘๘๓. ‘‘ปมาทมนุยุญฺชนฺติ, พาลา ทุมฺเมธิโน ชนา;
อปฺปมาทญฺจ เมธาวี, ธนํ เสฏฺฐํว รกฺขติ.
๘๘๔. ‘‘มา ปมาทมนุยุญฺเชถ, มา กามรติสนฺถวํ;
อปฺปมตฺโต หิ ฌายนฺโต, ปปฺโปติ ปรมํ สุขํ.
๘๘๕. ‘‘สฺวาคตํ นาปคตํ, เนตํ ทุมฺมนฺติตํ มม;
สวิภตฺเตสุ ธมฺเมสุ, ยํ เสฏฺฐํ ตทุปาคมํ.
๘๘๖. ‘‘สฺวาคตํ นาปคตํ, เนตํ ทุมฺมนฺติตํ มม;
ติสฺโส วิชฺชา อนุปฺปตฺตา, กตํ พุทฺธสฺส สาสนํ.
๘๘๗. ‘‘อรญฺเญ รุกฺขมูเล วา, ปพฺพเตสุ คุหาสุ วา;
ตตฺถ ตตฺเถว อฏฺฐาสึ, อุพฺพิคฺคมนโส ตทา.
๘๘๘. ‘‘สุขํ สยามิ ฐายามิ, สุขํ กปฺเปมิ ชีวิตํ;
อหตฺถปาโส มารสฺส, อโห สตฺถานุกมฺปิโต.
๘๘๙. ‘‘พฺรหฺมชจฺโจ ปุเร อาสึ, อุทิจฺโจ อุภโต อหุ.
โสชฺช ปุตฺโต สุคตสฺส, ธมฺมราชสฺส สตฺถุโน.
๘๙๐. ‘‘วีตตโณฺห อนาทาโน, คุตฺตทฺวาโร สุสํวุโต;
อฆมูลํ วธิตฺวาน, ปตฺโต เม อาสวกฺขโย.
๘๙๑. ‘‘ปริจิณฺโณ มยา สตฺถา, กตํ พุทฺธสฺส สาสนํ;
โอหิโต ครุโก ภาโร, ภวเนตฺติ สมูหตา’’ติ. – อิมา คาถา อภาสิ;
ตตฺถ ทิสาปีติ มยฺหํ ทิสาปิ อมิตฺตา ปจฺจตฺถิกาปิ เย มํ เอวํ อุปวทนฺติ ‘‘ยถา มยํ องฺคุลิมาลสฺส วเสน ญาติวิโยคทุกฺขปเรตา ทุกฺขํ ปาปุณาม, เอวํ องฺคุลิมาโลปิ ทุกฺขํ ปาปุณาตู’’ติ. เม ธมฺมกถํ สุณนฺตูติ มยา สตฺถุ สนฺติเก สุตํ จตุสจฺจธมฺมปฏิสํยุตฺตํ กถํ สุณนฺตุ. ยุญฺชนฺตูติ สุตฺวา จ ตทตฺถาย ปฏิปชฺชนฺตุ. เต มนุเช ภชนฺตูติ ตาทิเส สปฺปุริเส กลฺยาณมิตฺเต ภชนฺตุ เสวนฺตุ. เย ธมฺมเมวาทปยนฺติ สนฺโตติ เย สปฺปุริสา กุสลธมฺมเมว, อุตฺตริมนุสฺสธมฺมเมว, นิพฺพตฺติตโลกุตฺตรธมฺมเมว จ อาทเปนฺติ สมาทเปนฺติ คณฺหาเปนฺติ.
ขนฺติวาทานนฺติ อธิวาสนขนฺติเมว วทนฺตานํ ตโต เอว อวิโรธปฺปสํสินนฺติ เกนจิ อวิโรธภูตาย เมตฺตาย เอว ปสํสนสีลานํ. สุณนฺตุ ธมฺมํ กาเลนาติ ยุตฺตปฺปยุตฺตกาเล เตสํ สนฺติเก ธมฺมํ สุณนฺตุ. ตญฺจ อนุวิธียนฺตูติ ตญฺจ ยถาสุตํ ธมฺมํ สมฺมเทว อุคฺคหิตฺวา อนุกโรนฺตุ ธมฺมานุธมฺมํ ปฏิปชฺชนฺตูติ อตฺโถ.
น หิ ชาตุ โส มมํ หึเสติ โส มยฺหํ ทิโส ปจฺจตฺถิโก ชาตุ, เอกํเสเนว มํ น หึเส, น พาเธยฺย. อญฺญํ วา ปน กญฺจิ นนฺติ น เกวลํ มํเยว, อญฺญํ วาปิ กญฺจิ สตฺตํ น หึเสยฺย, ปปฺปุยฺย ปรมํ สนฺตินฺติ, ปรมํ อุตฺตมํ สนฺตึ นิพฺพานํ ปาปุเณยฺย, ปาปุณิตฺวา จ รกฺเขยฺย ตสถาวเรติ สพฺเพ จ สตฺเต ปรมาย รกฺขาย รกฺเขยฺย, สิสฺสํ ปุตฺตํ วิย ปริปาเลยฺยาติ อตฺโถ.
เอวํ เถโร อิมาหิ คาถาหิ ปเร ปาปโต ปริโมเจนฺโต ปริตฺตกิริยํ นาม กตฺวา อตฺตโน ปฏิปตฺตึ ปกาเสนฺโต ‘‘อุทกํ หี’’ติ คาถมาห. ตตฺถ ปถวิยา ถลฏฺฐานํ ขณิตฺวา นินฺนฏฺฐานํ ปูเรตฺวา มาติกํ วา กตฺวา รุกฺขโทณึ วา ฐเปตฺวา อตฺตนา อิจฺฉิกิจฺฉิตฏฺฐานํ อุทกํ เนนฺตีติ เนตฺติกา, อุทกหาริโน. เตชนนฺติ กณฺฑํ. อิทํ วุตฺตํ โหติ – เนตฺติกา อตฺตโน รุจิยา อุทกํ นยนฺติ, อุสุการาปิ ตาเปตฺวา วงฺกาภาวํ หรนฺตา เตชนํ อุสุํ ทมยนฺติ, อุชุกํ กโรนฺติ, ตจฺฉกาปิ เนมิอาทีนํ อตฺถาย ตจฺฉนฺตา ทารุํ ทมยนฺติ อตฺตโน รุจิยา อุชุํ วา วงฺกํ วา กโรนฺติ. เอวํ เอตฺตกํ อารมฺมณํ กตฺวา ปณฺฑิตา สปฺปญฺญา อริยมคฺคํ อุปฺปาเทนฺตา อตฺตานํ ทเมนฺติ, อรหตฺตปฺปตฺตา ปน เอกนฺตทนฺตา นาม โหนฺตีติ.
อิทานิ ปุริสทมฺมสารถินา สตฺถารา อตฺตโน ทมิตาการํ กตญฺญุตญฺจ ปกาเสนฺโต ‘‘ทณฺเฑเนเก’’ติอาทิกา ปญฺจ คาถา อภาสิ. ตตฺถ ทณฺเฑเนเก ทมยนฺตีติ ราชราชมหามตฺตาทโย ทณฺเฑน, หตฺถิอสฺสาทินา พลกาเยน จ ปจฺจตฺถิกาทิเก ทเมนฺติ, โคปาลาทโย จ คาวาทิเก ทณฺเฑน ยฏฺฐิยา ทเมนฺติ. หตฺถาจริยา หตฺถึ องฺกุเสหิ, อสฺสาจริยา อสฺเส กสาหิ จ ทเมนฺติ. อทณฺเฑน อสตฺเถน, อหํ ทนฺโตมฺหิ ตาทินาติ อหํ ปน อิฏฺฐาทีสุ ตาทิภาวปฺปตฺเตน สมฺมาสมฺพุทฺเธน วินา เอว ทณฺเฑน, วินา สตฺเถน, นิหิตทณฺฑนิหิตสตฺถภาเวน ทนฺโต ทมิโต นิพฺพิเสวโน คโต อมฺหิ.
อหึสโกติ เม นามํ, หึสกสฺส ปุเร สโตติ สตฺถารา สมาคมโต ปุพฺเพ หึสกสฺส เม สมานสฺส อหึสโกติ นามมตฺตํ อโหสิ. อชฺชาหนฺติ อิทานิ ปนาหํ ‘‘อหึสโก’’ติ สจฺจนาโม อวิตถนาโม อมฺหิ. ตสฺมา น นํ หึสามิ กญฺจิปิ สตฺตํ น หึสามิ น พาเธมิ, นนฺติ นิปาตมตฺตํ.
วิสฺสุโตติ ‘‘ปาณาติปาตี ลุทฺโท โลหิตปาณี’’ติอาทินา ปญฺญาโต. มโหเฆนาติ กาโมฆาทินา มหตา โอเฆน, ตสฺส โอฆสฺส วิจฺเฉทกรํ พุทฺธํ สรณํ พุทฺธสงฺขาตํ สรณํ อคมํ อุปคจฺฉึ.
โลหิตปาณีติ ปาณมติปาตเนน ปเรสํ โลหิเตน รุหิเรน มกฺขิตปาณิ. สรณคมนํ ปสฺสาติ มหปฺผลํ มม สรณคมนํ ปสฺสาติ อตฺตานเมวาลปติ.
ตาทิสํ กมฺมนฺติ อเนกสตปุริสวธํ ทารุณํ ตถารูปํ ปาปกมฺมํ. ผุฏฺโฐ กมฺมวิปาเกนาติ ปุพฺเพ กตสฺส ปาปกมฺมสฺส วิปาเกน ผุฏฺโฐ, สพฺพโส ปหีนกมฺโม วิปากมตฺตํ ปจฺจนุโภนฺโต. อถ วา ผุฏฺโฐ กมฺมวิปาเกนาติ อุปนิสฺสยภูตสฺส กุสลกมฺมสฺส ผลภูเตน โลกุตฺตรมคฺเคน, โลกุตฺตรกมฺมสฺเสว วา ผเลน วิมุตฺติสุเขน ผุฏฺโฐ. สพฺพโส กิเลสานํ ขีณตฺตา อนโณ ภุญฺชามิ โภชนํ, โภชนาปเทเสน จตฺตาโรปิ ปจฺจเย วทติ.
อิทานิ ปุพฺเพ อตฺตโน ปมาทวิหารํ ครหามุเขน ปจฺฉา อปฺปมาทปฏิปตฺตึ ปสํสนฺโต ตตฺถ จ ปเรสํ อุสฺสาหํ ชเนนฺโต ‘‘ปมาทมนุยุญฺชนฺตี’’ติอาทิกา คาถา อภาสิ. ตตฺถ พาลาติ พาเลฺยน สมนฺนาคตา อิธโลกปรโลกตฺถํ อชานนฺตา. ทุมฺเมธิโนติ นิปฺปญฺญา, เต ปมาเท อาทีนวํ อปสฺสนฺตา ปมาทํ อนุยุญฺชนฺติ ปวตฺเตนฺติ, ปมาเทเนว กาลํ วีตินาเมนฺติ. เมธาวีติ ธมฺโมชปญฺญาย สมนฺนาคโต ปน ปณฺฑิโต กุลวํสาคตํ เสฏฺฐํ อุตฺตมํ สตฺตรตนธนํ วิย อปฺปมาทํ รกฺขติ. ยถา หิ ‘‘อุตฺตมํ ธนํ นิสฺสาย โภคสมฺปตฺตึ ปาปุณิสฺสาม, ปุตฺตทารํ โปเสสฺสาม, สุคติมคฺคํ โสเธสฺสามา’’ติ ธเน อานิสํสํ ปสฺสนฺตา ธนํ รกฺขนฺติ; เอวํ ปณฺฑิโตปิ ‘‘อปฺปมาทํ นิสฺสาย ปฐมชฺฌานาทีนิ ปฏิลภิสฺสามิ, มคฺคผลานิ ปาปุณิสฺสามิ, ติสฺโส วิชฺชา ฉ อภิญฺญา สมฺปาเทสฺสามี’’ติ อปฺปมาเท อานิสํสํ ปสฺสนฺโต ธนํ เสฏฺฐํว อปฺปมาทํ รกฺขตีติ อตฺโถ.
มา ปมาทนฺติ ปมาทํ มา อนุยุญฺเชถ ปมาเทน กาลํ มา วีตินามยิตฺถ. กามรติสนฺถวนฺติ วตฺถุกาเมสุ, กิเลสกาเมสุ จ รติสงฺขาตํ ตณฺหาสนฺถวมฺปิ มา อนุยุญฺเชถ มา วินฺทิตฺถ มา ปฏิลภิตฺถ. อปฺปมตฺโต หีติ อุปฏฺฐิตสติตาย อปฺปมตฺโต ปุคฺคโล ฌายนฺโต ฌายนปฺปสุโต ปรมํ อุตฺตมํ นิพฺพานสุขํ ปาปุณาติ.
สฺวาคตํ นาปคตนฺติ ยํ ตทา มม สตฺถุ สนฺติเก อาคตํ อาคมนํ, สตฺถุ วา ตสฺมึ มหาวเน อาคมนํ, ตํ สฺวาคตํ สฺวาคมนํ นาปคตํ, อตฺถโต อเปตํ วิคตํ น โหติ. เนตํ ทุมฺมนฺติตํ มมาติ ยํ ตทา มยา ‘‘สตฺถุ สนฺติเก ปพฺพชิสฺสามี’’ติ มนฺติตํ, อิทมฺปิ มม น ทุมฺมนฺติตํ, สุมนฺติตเมว. กสฺมา? สวิภตฺเตสุ ธมฺเมสูติ สาวชฺชานวชฺชาทิวเสน ปการโต วิภตฺเตสุ ธมฺเมสุ ยํ เสฏฺฐํ อุตฺตมํ ปวรํ นิพฺพานํ. ตทุปาคมํ ตเทว อุปคจฺฉินฺติ อตฺโถ.
‘‘ตทา ปุถุชฺชนกาเล ปโยคาสยวิปนฺนตาย อรญฺญาทีสุ ทุกฺขํ วิหาสึ, อิทานิ ปโยคาสยสมฺปนฺนตาย ตตฺถ สุขํ วิหรามี’’ติ สุขวิหารภาวญฺเจว ‘‘ปุพฺเพ ชาติมตฺเตน พฺราหฺมโณ, อิทานิ สตฺถุ โอรสปุตฺตตาย พฺราหฺมโณ’’ติ ปรมตฺถพฺราหฺมณภาวญฺจ ทสฺเสนฺโต ‘‘อรญฺเญ’’ติอาทิมาห. ตตฺถ สุขํ สยามีติ สยนฺโตปิ สุขํ สุเขน นิทุกฺเขน จิตฺตุตฺราสาทีนํ อภาเวน เจโตทุกฺขรหิโต สยามิ. ฐายามีติ ฐามิ. อหตฺถปาโส มารสฺสาติ กิเลสมาราทีนํ อโคจโร. อโห สตฺถานุกมฺปิโตติ สตฺถารานุกมฺปิโต อโห.
พฺรหฺมชจฺโจติ พฺราหฺมณชาติโก. อุทิจฺโจ อุภโตติ มาติโต จ ปิติโต จ อุภโต อุทิโต สํสุทฺธคหณิโก. เสสํ ตตฺถ ตตฺถ วุตฺตนยเมว.
องฺคุลิมาลตฺเถรคาถาวณฺณนา นิฏฺฐิตา.