๑๖. วีสตินิปาโต

๑. อธิมุตฺตตฺเถรคาถาวณฺณนา

วีสตินิปาเต ยญฺญตฺถํ วาติอาทิกา อายสฺมโต อปรสฺส อธิมุตฺตตฺเถรสฺส คาถา. กา อุปฺปตฺติ? อยมฺปิ ปุริมพุทฺเธสุ กตาธิกาโร ตตฺถ ตตฺถ ภเว ปุญฺญานิ อุปจินนฺโต อตฺถทสฺสิสฺส ภควโต กาเล วิภวสมฺปนฺเน กุเล นิพฺพตฺติตฺวา วิญฺญุตํ ปตฺโต สตฺถริ ปรินิพฺพุเต ภิกฺขุสงฺฆํ อุปฏฺฐหนฺโต มหาทานานิ ปวตฺเตสิ. โส เตน ปุญฺญกมฺเมน เทวมนุสฺเสสุ สํสรนฺโต อิมสฺมึ พุทฺธุปฺปาเท อายสฺมโต สํกิจฺจตฺเถรสฺส ภคินิยา กุจฺฉิมฺหิ นิพฺพตฺติ, อธิมุตฺโตติสฺส นามํ อโหสิ. โส วยปฺปตฺโต มาตุลตฺเถรสฺส สนฺติเก ปพฺพชิตฺวา วิปสฺสนาย กมฺมํ กโรนฺโต สามเณรภูมิยํเยว ฐิโต อรหตฺตํ ปาปุณิ. เตน วุตฺตํ อปทาเน (อป. เถร ๑.๔.๘๔-๘๘) –

‘‘นิพฺพุเต โลกนาถมฺหิ, อตฺถทสฺสีนรุตฺตเม;

อุปฏฺฐหึ ภิกฺขุสงฺฆํ, วิปฺปสนฺเนน เจตสา.

‘‘นิมนฺเตตฺวา ภิกฺขุสงฺฆํ, อุชุภูตํ สมาหิตํ;

อุจฺฉุนา มณฺฑปํ กตฺวา, โภเชสึ สงฺฆมุตฺตมํ.

‘‘ยํ ยํ โยนุปปชฺชามิ, เทวตฺตํ อถมานุสํ;

สพฺเพ สตฺเต อภิโภมิ, ปุญฺญกมฺมสฺสิทํ ผลํ.

‘‘อฏฺฐารเส กปฺปสเต, ยํ ทานมททึ ตทา;

ทุคฺคตึ นาภิชานามิ, อุจฺฉุทานสฺสิทํ ผลํ.

‘‘ปฏิสมฺภิทา จตสฺโส…เป… กตํ พุทฺธสฺส สาสน’’นฺติ.

อรหตฺตํ ปน ปตฺวา สมาปตฺติสุเขน วีตินาเมนฺโต อุปสมฺปชฺชิตุกาโม ‘‘มาตรํ อาปุจฺฉิสฺสามี’’ติ มาตุ สนฺติกํ คจฺฉนฺโต อนฺตรามคฺเค เทวตาย พลิกมฺมกรณตฺถํ มํสปริเยสนํ จรนฺเตหิ ปญฺจสเตหิ โจเรหิ สมาคจฺฉิ. โจรา จ ตํ อคฺคเหสุํ ‘‘เทวตาย พลิ ภวิสฺสตี’’ติ. โส โจเรหิ คหิโตปิ อภีโต อจฺฉมฺภี วิปฺปสนฺนมุโขว อฏฺฐาสิ. ตํ ทิสฺวา โจรคามณิอจฺฉริยพฺภุตจิตฺตชาโต ปสํสนฺโต –

๗๐๕. ‘‘ยญฺญตฺถํ วา ธนตฺถํ วา, เย หนาม มยํ ปุเร;

อวเสสํ ภยํ โหติ, เวธนฺติ วิลปนฺติ จ.

๗๐๖. ‘‘ตสฺส เต นตฺถิ ภีตตฺตํ, ภิยฺโย วณฺโณ ปสีทติ;

กสฺมา น ปริเทเวสิ, เอวรูเป มหพฺภเย’’ติ. – เทฺว คาถา อภาสิ;

ตตฺถ ยญฺญตฺถนฺติ ยชนตฺถํ เทวตานํ พลิกมฺมกรณตฺถํ วา. วา-สทฺโท วิกปฺปนตฺโถ. ธนตฺถนฺติ สาปเตยฺยหรณตฺถํ. เย หนาม มยํ ปุเรติ เย สตฺเต มยํ ปุพฺเพ หนิมฺห. อตีตตฺเถ หิ อิทํ วตฺตมานวจนํ. อวเสติ อวเส อเสริเก กตฺวา. ตนฺติ เตสํ. ‘‘อวเสสนฺติ’’ปิ ปฐนฺติ. อเมฺหหิ คหิเตสุ ตํ เอกํ ฐเปตฺวา อวเสสานํ; อยเมว วา ปาโฐ. ภยํ โหตีติ มรณภยํ โหติ. เยน เต เวธนฺติ วิลปนฺติ,จิตฺตุตฺราเสน เวธนฺติ, ‘‘สามิ, ตุมฺหากํ อิทญฺจิทญฺจ ทสฺสาม, ทาสา ภวิสฺสามา’’ติอาทิกํ วทนฺตา วิลปนฺติ.

ตสฺส เตติ โย ตฺวํ อเมฺหหิ เทวตาย พลิกมฺมตฺถํ ชีวิตา โวโรเปตุกาเมหิ อุกฺขิตฺตาสิเกหิ สนฺตชฺชิโต, ตสฺส เต. ภีตตฺตนฺติ ภีตภาโว, ภยนฺติ อตฺโถ. ภิยฺโย วณฺโณ ปสีทตีติ ปกติวณฺณโต อุปริปิ เต มุขวณฺโณ วิปฺปสีทติ. เถรสฺส กิร ตทา ‘‘สเจ อิเม มาเรสฺสนฺติ, อิทาเนวาหํ อนุปาทาย ปรินิพฺพายิสฺสามิ, ทุกฺขภาโร วิคจฺฉิสฺสตี’’ติ อุฬารํ ปีติโสมนสฺสํ อุปฺปชฺชิ. เอวรูเป มหพฺภเยติ เอทิเส มหติ มรณภเย อุปฏฺฐิเต. เหตุอตฺเถ วา เอตํ ภุมฺมวจนํ.

อิทานิ เถโร โจรคามณิสฺส ปฏิวจนทานมุเขน ธมฺมํ เทเสนฺโต –

๗๐๗. ‘‘นตฺถิ เจตสิกํ ทุกฺขํ, อนเปกฺขสฺส คามณิ;

อติกฺกนฺตา ภยา สพฺเพ, ขีณสํโยชนสฺส เว.

๗๐๘. ‘‘ขีณาย ภวเนตฺติยา, ทิฏฺเฐ ธมฺเม ยถาตเถ;

น ภยํ มรเณ โหติ, ภารนิกฺเขปเน ยถา.

๗๐๙. ‘‘สุจิณฺณํ พฺรหฺมจริยํ เม, มคฺโค จาปิ สุภาวิโต;

มรเณ เม ภยํ นตฺถิ, โรคานมิว สงฺขเย.

๗๑๐. ‘‘สุจิณฺณํ พฺรหฺมจริยํ เม, มคฺโค จาปิ สุภาวิโต;

นิรสฺสาทา ภวา ทิฏฺฐา, วิสํ ปิตฺวาว ฉฑฺฑิตํ.

๗๑๑. ‘‘ปารคู อนุปาทาโน, กตกิจฺโจ อนาสโว;

ตุฏฺโฐ อายุกฺขยา โหติ, มุตฺโต อาฆาตนา ยถา.

๗๑๒. ‘‘อุตฺตมํ ธมฺมตํ ปตฺโต, สพฺพโลเก อนตฺถิโก;

อาทิตฺตาว ฆรา มุตฺโต, มรณสฺมึ น โสจติ.

๗๑๓. ‘‘ยทตฺถิ สงฺคตํ กิญฺจิ, ภโว วา ยตฺถ ลพฺภติ;

สพฺพํ อนิสฺสรํ เอตํ, อิติ วุตฺตํ มเหสินา.

๗๑๔. ‘‘โย ตํ ตถา ปชานาติ, ยถา พุทฺเธน เทสิตํ;

น คณฺหาติ ภวํ กิญฺจิ, สุตตฺตํว อโยคุฬํ.

๗๑๕. ‘‘น เม โหติ ‘อโหสิ’นฺติ, ‘ภวิสฺส’นฺติ น โหติ เม;

สงฺขารา วิคมิสฺสนฺติ, ตตฺถ กา ปริเทวนา.

๗๑๖. ‘‘สุทฺธํ ธมฺมสมุปฺปาทํ, สุทฺธํ สงฺขารสนฺตตึ;

ปสฺสนฺตสฺส ยถาภูตํ, น ภยํ โหติ คามณิ.

๗๑๗. ‘‘ติณกฏฺฐสมํ โลกํ, ยทา ปญฺญาย ปสฺสติ;

มมตฺตํ โส อสํวินฺทํ, ‘นตฺถิ เม’ติ น โสจติ.

๗๑๘. ‘‘อุกฺกณฺฐามิ สรีเรน, ภเวนมฺหิ อนตฺถิโก;

โสยํ ภิชฺชิสฺสติ กาโย, อญฺโญ จ น ภวิสฺสติ.

๗๑๙. ‘‘ยํ โว กิจฺจํ สรีเรน, ตํ กโรถ ยทิจฺฉถ;

น เม ตปฺปจฺจยา ตตฺถ, โทโส เปมญฺจ เหหิตี’’ติ. –

อิมา คาถา อภาสิ.

๗๒๐. ‘‘ตสฺส ตํ วจนํ สุตฺวา, อพฺภุตํ โลมหํสนํ;

สตฺถานิ นิกฺขิปิตฺวาน, มาณวา เอตทพฺรวุ’’นฺติ. –

อยํ สงฺคีติกาเรหิ วุตฺตคาถา. อิโต อปรา ติสฺโส โจรานํ, เถรสฺส จ วจนปฏิวจนคาถา –

๗๒๑. ‘‘กึ ภทนฺเต กริตฺวาน, โก วา อาจริโย ตว;

กสฺส สาสนมาคมฺม, ลพฺภเต ตํ อโสกตา.

๗๒๒. ‘‘สพฺพญฺญู สพฺพทสฺสาวี, ชิโน อาจริโย มม;

มหาการุณิโก สตฺถา, สพฺพโลกติกิจฺฉโก.

๗๒๓. ‘‘เตนายํ เทสิโต ธมฺโม, ขยคามี อนุตฺตโร;

ตสฺส สาสนมาคมฺม, ลพฺภเต ตํ อโสกตา.

๗๒๔. ‘‘สุตฺวาน โจรา อิสิโน สุภาสิตํ, นิกฺขิปฺป สตฺถานิ จ อาวุธานิ จ;

ตมฺหา จ กมฺมา วิรมึสุ เอเก, เอเก จ ปพฺพชฺชมโรจยึสุ.

๗๒๕. ‘‘เต ปพฺพชิตฺวา สุคตสฺส สาสเน, ภาเวตฺว โพชฺฌงฺคพลานิ ปณฺฑิตา;

อุทคฺคจิตฺตา สุมนา กตินฺทฺริยา, ผุสึสุ นิพฺพานปทํ อสงฺขต’’นฺติ. –

อิมาปิ สงฺคีติกาเรหิ วุตฺตคาถา.

ตตฺถ นตฺถิ เจตสิกํ ทุกฺขํ, อนเปกฺขสฺส, คามณีติ คามณิ, อเปกฺขาย, ตณฺหาย, อภาเวน อนเปกฺขสฺส มาทิสสฺส, โลหิตสภาโว ปุพฺโพ วิย, เจตสิกํ ทุกฺขํ โทมนสฺสํ นตฺถิ, โทมนสฺสาภาวาปเทเสน ภยาภาวํ วทติ. เตนาห ‘‘อติกฺกนฺตา ภยา สพฺเพ’’ติ. อติกฺกนฺตา ภยา สพฺเพติ ขีณสํโยชนสฺส อรหโต ปญฺจวีสติ มหาภยา, อญฺเญ จ สพฺเพปิ ภยา เอกํเสน อติกฺกนฺตา อตีตา, อปคตาติ อตฺโถ.

ทิฏฺเฐ ธมฺเม ยถาตเถติ จตุสจฺจธมฺเม ปริญฺญาปหานสจฺฉิกิริยภาวนาวเสน มคฺคปญฺญาย ยถาภูตํ ทิฏฺเฐ. มรเณติ มรณเหตุ. ภารนิกฺเขปเน ยถาติ ยถา โกจิ ปุริโส สีเส ฐิเตน มหตา ครุภาเรน สํสีทนฺโต ตสฺส นิกฺเขปเน, อปนยเน น ภายติ, เอวํ สมฺปทมิทนฺติ อตฺโถ. วุตฺตเญฺหตํ ภควตา –

‘‘ภารา หเว ปญฺจกฺขนฺธา, ภารหาโร จ ปุคฺคโล;

ภาราทานํ ทุขํ โลเก, ภารนิกฺเขปนํ สุข’’นฺติ. (สํ. นิ. ๓.๒๒);

สุจิณฺณนฺติ สุฏฺฐุ จริตํ. พฺรหฺมจริยนฺติ, สิกฺขตฺตยสงฺคหํ สาสนพฺรหฺมจริยํ. ตโต เอว มคฺโค จาปิ สุภาวิโต อฏฺฐงฺคิโก อริยมคฺโคปิ สมฺมเทว ภาวิโต. โรคานมิว สงฺขเยติ ยถา พหูหิ โรเคหิ อภิภูตสฺส อาตุรสฺส โรคานํ สงฺขเย ปีติโสมนสฺสเมว โหติ, เอวํ ขนฺธโรคสงฺขเย มรเณ มาทิสสฺส ภยํ นตฺถิ.

นิรสฺสาทา ภวา ทิฏฺฐาติ ตีหิ ทุกฺขตาหิ อภิภูตา, เอกาทสหิ อคฺคีหิ อาทิตฺตา, ตโย ภวา นิรสฺสาทา, อสฺสาทรหิตา, มยา ทิฏฺฐา. วิสํ ปิตฺวาว ฉฑฺฑิตนฺติ ปมาทวเสน วิสํ ปิวิตฺวา ตาทิเสน ปโยเคน ฉฑฺฑิตํ วิย มรเณ เม ภยํ นตฺถีติ อตฺโถ.

มุตฺโต อาฆาตนา ยถาติ ยถา โจเรหิ มารณตฺถํ อาฆาตนํ นีโต เกนจิ อุปาเยน ตโต มุตฺโต หฏฺฐตุฏฺโฐ โหติ, เอวํ สํสารปารํ, นิพฺพานํ, คตตฺตา ปารคู, จตูหิปิ อุปาทาเนหิ อนุปาทาโน, ปริญฺญาทีนํ โสฬสนฺนํ กิจฺจานํ กตตฺตา กตกิจฺโจ กามาสวาทีหิ อนาสโว, อายุกฺขยา อายุกฺขยเหตุ ตุฏฺโฐ โสมนสฺสิโก โหติ.

อุตฺตมนฺติ เสฏฺฐํ. ธมฺมตนฺติ, ธมฺมสภาวํ. อรหตฺเต สิทฺเธ สิชฺฌนเหตุ อิฏฺฐาทีสุ ตาทิภาวํ. สพฺพโลเกติ สพฺพโลกสฺมิมฺปิ, ทีฆายุกสุขพหุลตาทิวเสน สํยุตฺเตปิ โลเก. อนตฺถิโกติ, อนเปกฺโข. อาทิตฺตาว ฆรา มุตฺโตติ ยถา โกจิ ปุริโส สมนฺตโต อาทิตฺตโต ปชฺชลิตโต เคหโต นิสฺสโฏ, ตโต นิสฺสรณนิมิตฺตํ น โสจติ, เอวํ ขีณาสโว มรณนิมิตฺตํ น โสจติ.

ยทตฺถิ สงฺคตํ กิญฺจีติ ยํกิญฺจิ อิมสฺมึ โลเก อตฺถิ, วิชฺชติ, อุปลพฺภติ สงฺคตํ, สตฺเตหิ สงฺขาเรหิ วา สมาคโม, สโมธานํ. ‘‘สงฺขต’’นฺติปิ ปาโฐ, ตสฺส ยํกิญฺจิ ปจฺจเยหิ สมจฺจ สมฺภุยฺย กตํ, ปฏิจฺจสมุปฺปนฺนนฺติ อตฺโถ. ภโว วา ยตฺถ ลพฺภตีติ ยสฺมึ สตฺตนิกาเย โย อุปปตฺติภโว ลพฺภติ. สพฺพํ อนิสฺสรํ เอตนฺติ สพฺพเมตํ อิสฺสรรหิตํ, น เอตฺถ เกนจิ ‘‘เอวํ โหตู’’ติ อิสฺสริยํ วตฺเตตุํ สกฺกา. อิติ วุตฺตํ มเหสินาติ ‘‘สพฺเพ ธมฺมา อนตฺตา’’ติ เอวํ วุตฺตํ มเหสินา สมฺมาสมฺพุทฺเธน. ตสฺมา ‘‘อนิสฺสรํ เอต’’นฺติ ปชานนฺโต มรณสฺมึ น โสจตีติ โยชนา.

น คณฺหาติ ภวํ กิญฺจีติ โย อริยสาวโก ‘‘สพฺเพ สงฺขารา อนิจฺจา’’ติอาทินา (ธ. ป. ๒๗๗) ยถา พุทฺเธน ภควตา เทสิตํ, ตถา ตํ ภวตฺตยํ วิปสฺสนาปญฺญาสหิตาย มคฺคปญฺญาย ปชานาติ. โส ยถา โกจิ ปุริโส สุขกาโม ทิวสํ สนฺตตฺตํ อโยคุฬํ หตฺเถน น คณฺหาติ, เอวํ กิญฺจิ ขุทฺทกํ วา มหนฺตํ วา ภวํ น คณฺหาติ, น ตตฺถ ตณฺหํ กโรตีติ อตฺโถ.

น เม โหติ ‘‘อโหสิ’’นฺติ ‘‘อตีตมทฺธานํ อหํ อีทิโส อโหสิ’’นฺติ อตฺตทิฏฺฐิวเสน น เม จิตฺตปฺปวตฺติ อตฺถิ ทิฏฺฐิยา สมฺมเทว อุคฺฆาฏิตตฺตา, ธมฺมสภาวสฺส จ สุทิฏฺฐตฺตา. ‘‘ภวิสฺส’’นฺติ น โหติ เมติ ตโต เอว ‘‘อนาคตมทฺธานํ อหํ เอทิโส กถํ นุ โข ภวิสฺสํ ภเวยฺย’’นฺติ เอวมฺปิ เม น โหติ. สงฺขารา วิคมิสฺสนฺตีติ เอวํ ปน โหติ ‘‘ยถาปจฺจยํ ปวตฺตมานา สงฺขาราว, น เอตฺถ โกจิ อตฺตา วา อตฺตนิยํ วา, เต จ โข วิคมิสฺสนฺติ, วินสฺสิสฺสนฺติ, ขเณ ขเณ ภิชฺชิสฺสนฺตี’’ติ. ตตฺถ กา ปริเทวนาติ เอวํ ปสฺสนฺตสฺส มาทิสสฺส ตตฺถ สงฺขารคเต กา นาม ปริเทวนา.

สุทฺธนฺติ เกวลํ, อตฺตสาเรน อสมฺมิสฺสํ. ธมฺมสมุปฺปาทนฺติ ปจฺจยปจฺจยุปฺปนฺนธมฺมสมุปฺปตฺตึ อวิชฺชาทิปจฺจเยหิ สงฺขาราทิธมฺมมตฺตปฺปวตฺตึ. สงฺขารสนฺตตินฺติ กิเลสกมฺมวิปากปฺปเภทสงฺขารปพนฺธํ. ปสฺสนฺตสฺส ยถาภูตนฺติ สห วิปสฺสนาย มคฺคปญฺญาย ยาถาวโต ชานนฺตสฺส.

ติณกฏฺฐสมํ โลกนฺติ ยถา อรญฺเญ อปริคฺคเห ติณกฏฺเฐ เกนจิ คยฺหมาเน อปรสฺส ‘‘มยฺหํ สนฺตกํ อยํ คณฺหตี’’ติ น โหติ, เอวํ โส อสามิกตาย ติณกฏฺฐสมํ สงฺขารโลกํ ยทา ปญฺญาย ปสฺสติ, โส ตตฺถ มมตฺตํ อสํวินฺทํ อสํวินฺทนฺโต อลภนฺโต อกโรนฺโต. นตฺถิ เมติ ‘‘อหุ วต โสหํ, ตํ เม นตฺถี’’ติ น โสจติ.

อุกฺกณฺฐามิ สรีเรนาติ อสารเกน อภินุเทน ทุกฺเขน อกตญฺญุนา อสุจิทุคฺคนฺธเชคุจฺฉปฏิกฺกูลสภาเวน อิมินา กาเยน อุกฺกณฺฐามิ อิมํ กายํ นิพฺพินฺทนฺโต เอวํ ติฏฺฐามิ. ภเวนมฺหิ อนตฺถิโกติ สพฺเพนปิ ภเวน อนตฺถิโก อมฺหิ, น กิญฺจิ ภวํ ปตฺเถมิ. โสยํ ภิชฺชิสฺสติ กาโยติ อยํ มม กาโย อิทานิ ตุมฺหากํ ปโยเคน อญฺญถา วา อญฺญตฺถ ภิชฺชิสฺสติ. อญฺโญ จ น ภวิสฺสตีติ อญฺโญ กาโย มยฺหํ อายตึ น ภวิสฺสติ, ปุนพฺภวาภาวโต.

ยํ โว กิจฺจํ สรีเรนาติ ยํ ตุมฺหากํ อิมินา สรีเรน ปโยชนํ, ตํ กโรถ ยทิจฺฉถ, อิจฺฉถ เจ. น เม ตปฺปจฺจยาติ, ตํ นิมิตฺตํ อิมสฺส สรีรสฺส ตุเมฺหหิ ยถิจฺฉิตกิจฺจสฺส กรณเหตุ. ตตฺถาติ เตสุ กโรนฺเตสุ จ อกโรนฺเตสุ จ. โทโส เปมญฺจ เหหิตีติ ยถากฺกมํ ปฏิโฆ อนุนโย น ภวิสฺสติ, อตฺตโน ภเว อเปกฺขาย สพฺพโส ปหีนตฺตาติ อธิปฺปาโย. อญฺญปจฺจยา อญฺญตฺถ จ ปฏิฆานุนเยสุ อสนฺเตสุปิ ตปฺปจฺจยา, ‘‘ตตฺถา’’ติ วจนํ ยถาธิคตวเสน วุตฺตํ.

ตสฺสาติ อธิมุตฺตตฺเถรสฺส. ตํ วจนนฺติ ‘‘นตฺถิ เจตสิกํ ทุกฺข’’นฺติอาทิกํ มรเณ ภยาภาวาทิทีปกํ, ตโต เอว อพฺภุตํ โลมหํสนํ วจนํ สุตฺวา. มาณวาติ โจรา. โจรา หิ ‘‘มาณวา’’ติ วุจฺจนฺติ ‘‘มาณเวหิ สห คจฺฉนฺติ กตกมฺเมหิ อกตกมฺเมหิปี’’ติอาทีสุ (ม. นิ. ๒.๑๔๙) วิย.

กึ ภทนฺเต กริตฺวานาติ, ภนฺเต, กึ นาม ตโปกมฺมํ กตฺวา. โก วา ตว อาจริโย กสฺส สาสนํ, โอวาทํ นิสฺสาย อยํ อโสกตา มรณกาเล โสกาภาโว ลพฺภตีติ เอตํ อตฺถํ อพฺรวุํ, ปุจฺฉาวเสน กเถสุํ, ภาสึสุ.

ตํ สุตฺวา เถโร เตสํ ปฏิวจนํ เทนฺโต ‘‘สพฺพญฺญู’’ติอาทิมาห. ตตฺถ สพฺพญฺญูติ ปโรปเทเสน วินา สพฺพปกาเรน สพฺพธมฺมาวโพธนสมตฺถสฺส อากงฺขาปฏิพทฺธวุตฺติโน อนาวรณญาณสฺส อธิคเมน อตีตาทิเภทํ สพฺพํ ชานาตีติ, สพฺพญฺญู. เตเนว สมนฺตจกฺขุนา สพฺพสฺส ทสฺสนโต สพฺพทสฺสาวี. ยมฺหิ อนาวรณญาณํ, ตเทว สพฺพญฺญุตญฺญาณํ, นตฺเถว อสาธารณญาณปาฬิยา วิโรโธ วิสยุปฺปตฺติมุเขน อญฺเญหิ อสาธารณภาวทสฺสนตฺถํ เอกสฺเสว ญาณสฺส ทฺวิธา วุตฺตตฺตา. ยํ ปเนตฺถ วตฺตพฺพํ, ตํ อิติวุตฺตกวณฺณนายํ (อิติวุ. อฏฺฐ. ๓๘) วิตฺถารโต วุตฺตเมวาติ ตตฺถ วุตฺตนเยเนว เวทิตพฺพํ. ปญฺจนฺนมฺปิ มารานํ วิชยโต ชิโน, หีนาทิวิภาคภินฺเน สพฺพสฺมึ สตฺตนิกาเย อธิมุตฺตวุตฺติตาย มหติยา กรุณาย สมนฺนาคตตฺตา มหาการุณิโก, ทิฏฺฐธมฺมิกสมฺปรายิกปรมตฺเถหิ ยถารหํ เวเนยฺยานํ อนุสาสนโต สตฺถา, ตโต เอว สพฺพโลกสฺส กิเลสโรคติกิจฺฉนโต สพฺพโลกติกิจฺฉโก, สมฺมาสมฺพุทฺโธ อาจริโย มมาติ โยชนา. ขยคามีติ นิพฺพานคามี.

เอวํ เถเรน สตฺถุ สาสนสฺส จ คุเณ ปกาสิเต ปฏิลทฺธสทฺธา เอกจฺเจ โจรา ปพฺพชึสุ, เอกจฺเจ อุปาสกตฺตํ ปเวเทสุํ. ตมตฺถํ ทีเปนฺโต ธมฺมสงฺคาหกา ‘‘สุตฺวาน โจรา’’ติอาทินา เทฺว คาถา อภาสึสุ. ตตฺถ อิสิโนติ อธิสีลสิกฺขาทีนํ เอสนฏฺเฐน อิสิโน, อธิมุตฺตตฺเถรสฺส. นิกฺขิปฺปาติ ปหาย. สตฺถานิ จ อาวุธานิ จาติ อสิอาทิสตฺถานิ เจว ธนุกลาปาทิอาวุธานิ จ. ตมฺหา จ กมฺมาติ ตโต โจรกมฺมโต.

เต ปพฺพชิตฺวา สุคตสฺส สาสเนติ เต โจรา โสภนคมนตาทีหิ สุคตสฺส ภควโต สาสเน ปพฺพชฺชํ อุปคนฺตฺวา. ภาวนาวิเสสาธิคตาย โอทคฺยลกฺขณาย ปีติยา สมนฺนาคเมน อุทคฺคจิตฺตา. สุมนาติ โสมนสฺสปฺปตฺตา. กตินฺทฺริยาติ ภาวิตินฺทฺริยา. ผุสึสูติ อคฺคมคฺคาธิคเมน อสงฺขตํ นิพฺพานํ อธิคจฺฉึสุ. อธิมุตฺโต กิร โจเร นิพฺพิเสวเน กตฺวา, เต ตตฺเถว ฐเปตฺวา, มาตุ สนฺติกํ คนฺตฺวา, มาตรํ อาปุจฺฉิตฺวา, ปจฺจาคนฺตฺวา เตหิ สทฺธึ อุปชฺฌายสฺส สนฺติกํ คนฺตฺวา, ปพฺพาเชตฺวา อุปสมฺปทํ อกาสิ. อถ เตสํ กมฺมฏฺฐานํ อาจิกฺขิ, เต นจิรสฺเสว อรหตฺเต ปติฏฺฐหึสุ. เตน วุตฺตํ ‘‘ปพฺพชิตฺวา…เป… อสงฺขต’’นฺติ.

อธิมุตฺตตฺเถรคาถาวณฺณนา นิฏฺฐิตา.

๒. ปาราปริยตฺเถรคาถาวณฺณนา

สมณสฺส อหุ จินฺตาติอาทิกา อายสฺมโต ปาราปริยตฺเถรสฺส คาถา. กา อุปฺปตฺติ? อยมฺปิ ปุริมพุทฺเธสุ กตาธิกาโร ตตฺถ ตตฺถ ภเว วิวฏฺฏูปนิสฺสยํ กุสลํ อุปจินิตฺวา สุคตีสุเยว สํสรนฺโต อิมสฺมึ พุทฺธุปฺปาเท สาวตฺถิยํ อญฺญตรสฺส พฺราหฺมณมหาสาลสฺส ปุตฺโต หุตฺวา นิพฺพตฺติ. ตสฺส วยปฺปตฺตสฺส โคตฺตวเสน ปาราปริโยเตฺวว สมญฺญา อโหสิ. โส ตโย เวเท อุคฺคเหตฺวา พฺราหฺมณสิปฺเปสุ นิปฺผตฺตึ คโต. เอกทิวสํ สตฺถุ ธมฺมเทสนากาเล เชตวนวิหารํ คนฺตฺวา ปริสปริยนฺเต นิสีทิ. สตฺถา ตสฺส อชฺฌาสยํ โอโลเกตฺวา อินฺทฺริยภาวนาสุตฺตํ (ม. นิ. ๓.๔๕๓) เทเสสิ. โส ตํ สุตฺวา ปฏิลทฺธสทฺโธ ปพฺพชิ. ตํ สุตฺตํ อุคฺคเหตฺวา ตทตฺถมนุจินฺเตสิ. ยถา ปน อนุจินฺเตสิ, สฺวายมตฺโถ คาถาสุ เอว อาวิ ภวิสฺสติ. โส ตถา อนุวิจินฺเตนฺโต อายตนมุเขน วิปสฺสนํ ปฏฺฐเปตฺวา นจิรสฺเสว อรหตฺตํ ปตฺโต. อปรภาเค อตฺตนา จินฺติตาการํ ปกาเสนฺโต –

๗๒๖. ‘‘สมณสฺส อหุ จินฺตา, ปาราปริยสฺส ภิกฺขุโน;

เอกกสฺส นิสินฺนสฺส, ปวิวิตฺตสฺส ฌายิโน.

๗๒๗. ‘‘กิมานุปุพฺพํ ปุริโส, กึ วตํ กึ สมาจารํ;

อตฺตโน กิจฺจการีสฺส, น จ กญฺจิ วิเหฐเย.

๗๒๘. ‘‘อินฺทฺริยานิ มนุสฺสานํ, หิตาย อหิตาย จ;

อรกฺขิตานิ อหิตาย, รกฺขิตานิ หิตาย จ.

๗๒๙. ‘‘อินฺทฺริยาเนว สารกฺขํ, อินฺทฺริยานิ จ โคปยํ;

อตฺตโน กิจฺจการีสฺส, น จ กญฺจิ วิเหฐเย.

๗๓๐. ‘‘จกฺขุนฺทฺริยํ เจ รูเปสุ, คจฺฉนฺตํ อนิวารยํ;

อนาทีนวทสฺสาวี, โส ทุกฺขา น หิ มุจฺจติ.

๗๓๑. ‘‘โสตินฺทฺริยํ เจ สทฺเทสุ, คจฺฉนฺตํ อนิวารยํ;

อนาทีนวทสฺสาวี, โส ทุกฺขา น หิ มุจฺจติ.

๗๓๒. ‘‘อนิสฺสรณทสฺสาวี, คนฺเธ เจ ปฏิเสวติ;

น โส มุจฺจติ ทุกฺขมฺหา, คนฺเธสุ อธิมุจฺฉิโต.

๗๓๓. ‘‘อมฺพิลํ มธุรคฺคญฺจ, ติตฺตกคฺคมนุสฺสรํ;

รสตณฺหาย คธิโต, หทยํ นาวพุชฺฌติ.

๗๓๔. ‘‘สุภานฺยปฺปฏิกูลานิ, โผฏฺฐพฺพานิ อนุสฺสรํ;

รตฺโต ราคาธิกรณํ, วิวิธํ วินฺทเต ทุขํ.

๗๓๕. ‘‘มนํ เจเตหิ ธมฺเมหิ, โย น สกฺโกติ รกฺขิตุํ;

ตโต นํ ทุกฺขมเนฺวติ, สพฺเพเหเตหิ ปญฺจหิ.

๗๓๖. ‘‘ปุพฺพโลหิตสมฺปุณฺณํ, พหุสฺส กุณปสฺส จ;

นรวีรกตํ วคฺคุํ, สมุคฺคมิว จิตฺติตํ.

๗๓๗. ‘‘กฏุกํ มธุรสฺสาทํ, ปิยนิพนฺธนํ ทุขํ;

ขุรํว มธุนา ลิตฺตํ, อุลฺลิหํ นาวพุชฺฌติ.

๗๓๘. ‘‘อิตฺถิรูเป อิตฺถิสเร, โผฏฺฐพฺเพปิ จ อิตฺถิยา;

อิตฺถิคนฺเธสุ สารตฺโต, วิวิธํ วินฺทเต ทุขํ.

๗๓๙. ‘‘อิตฺถิโสตานิ สพฺพานิ, สนฺทนฺติ ปญฺจ ปญฺจสุ;

เตสมาวรณํ กาตุํ, โย สกฺโกติ วีริยวา.

๗๔๐. ‘‘โส อตฺถวา โส ธมฺมฏฺโฐ, โส ทกฺโข โส วิจกฺขโณ;

กเรยฺย รมมาโนปิ, กิจฺจํ ธมฺมตฺถสํหิตํ.

๗๔๑. ‘‘อโถ สีทติ สญฺญุตฺตํ, วชฺเช กิจฺจํ นิรตฺถกํ;

น ตํ กิจฺจนฺติ มญฺญิตฺวา, อปฺปมตฺโต วิจกฺขโณ.

๗๔๒. ‘‘ยญฺจ อตฺเถน สญฺญุตฺตํ, ยา จ ธมฺมคตา รติ;

ตํ สมาทาย วตฺเตถ, สา หิ เว อุตฺตมา รติ.

๗๔๓. ‘‘อุจฺจาวเจหุปาเยหิ, ปเรสมภิชิคีสติ;

หนฺตฺวา วธิตฺวา อถ โสจยิตฺวา, อาโลปติ สาหสา โย ปเรสํ.

๗๔๔. ‘‘ตจฺฉนฺโต อาณิยา อาณึ, นิหนฺติ พลวา ยถา;

อินฺทฺริยานินฺทฺริเยเหว, นิหนฺติ กุสโล ตถา.

๗๔๕. ‘‘สทฺธํ วีริยํ สมาธิญฺจ, สติปญฺญญฺจ ภาวยํ;

ปญฺจ ปญฺจหิ หนฺตฺวาน, อนีโฆ ยาติ พฺราหฺมโณ.

๗๔๖. ‘‘โส อตฺถวา โส ธมฺมฏฺโฐ, กตฺวา วากฺยานุสาสนึ;

สพฺเพน สพฺพํ พุทฺธสฺส, โส นโร สุขเมธตี’’ติ. – อิมา คาถา อภาสิ;

ตตฺถ สมณสฺสาติ ปพฺพชิตสฺส. อหูติ อโหสิ. จินฺตาติ ธมฺมจินฺตา ธมฺมวิจารณา. ปาราปริยสฺสาติ ปาราปรโคตฺตสฺส. ‘‘ปาราจริยสฺสา’’ติปิ ปฐนฺติ. ภิกฺขุโนติ สํสาเร ภยํ อิกฺขนสีลสฺส. เอกกสฺสาติ อสหายสฺส, เอเตน กายวิเวกํ ทสฺเสติ. ปวิวิตฺตสฺสาติ ปวิเวกเหตุนา กิเลสานํ วิกฺขมฺภเนน วิเวกํ อารทฺธสฺส, เอเตน จิตฺตวิเวกํ ทสฺเสติ. เตนาห ‘‘ฌายิโน’’ติ. ฌายิโนติ ฌายนสีลสฺส, โยนิโสมนสิกาเรสุ ยุตฺตสฺสาติ อตฺโถ. สพฺพเมตํ เถโร อตฺตานํ ปรํ วิย กตฺวา วทติ.

‘‘กิมานุปุพฺพ’’นฺติอาทินา ตํ จินฺตนํ ทสฺเสติ. ตตฺถ ปฐมคาถายํ ตาว กิมานุปุพฺพนฺติ อนุปุพฺพํ อนุกฺกโม, อนุปุพฺพเมว วกฺขมาเนสุ วตสมาจาเรสุ โก อนุกฺกโม, เกน อนุกฺกเมน เต ปฏิปชฺชิตพฺพาติ อตฺโถ. ปุริโส กึ วตํ กึ สมาจารนฺติ อตฺถกาโม ปุริโส สมาทิยิตพฺพฏฺเฐน ‘‘วต’’นฺติ ลทฺธนามํ, กีทิสํ สีลํ สมาจารํ, สมาจรนฺโต, อตฺตโน กิจฺจการี กตฺตพฺพการี อสฺส, กญฺจิ สตฺตํ น จ วิเหฐเย, น พาเธยฺยาติ อตฺโถ. อตฺตโน กิจฺจํ นาม สมณธมฺโม, สงฺเขปโต สีลสมาธิปญฺญา, ตํ สมฺปาเทนฺตสฺส ปรวิเหฐนาย เลโสปิ นตฺถิ ตาย สติ สมณภาวสฺเสว อภาวโต.

ยถาห ภควา – ‘‘น หิ ปพฺพชิโต ปรูปฆาตี, น สมโณ โหติ ปรํ วิเหฐยนฺโต’’ติ (ธ. ป. ๑๘๔). เอตฺถ จ วตคฺคหเณน วาริตฺตสีลํ คหิตํ, สมาจารคฺคหเณน สมาจริตพฺพโต จาริตฺตสีเลน สทฺธึ ฌานวิปสฺสนาทิ, ตสฺมา วาริตฺตสีลํ ปธานํ. ตตฺถาปิ จ ยสฺมา อินฺทฺริยสํวเร สิทฺเธ สพฺพํ สีลํ สุรกฺขิตํ, สุโคปิตเมว โหติ, ตสฺมา อินฺทฺริยสํวรสีลํ ตาว ทสฺเสตุกาโม อินฺทฺริยานํ อรกฺขเณ รกฺขเณ จ อาทีนวานิสํเส วิภาเวนฺโต ‘‘อินฺทฺริยานิ มนุสฺสาน’’นฺติอาทิมาห. ตตฺถ อินฺทฺริยานีติ รกฺขิตพฺพธมฺมนิทสฺสนํ, ตสฺมา จกฺขาทีนิ ฉ อินฺทฺริยานีติ วุตฺตํ โหติ. มนุสฺสานนฺติ รกฺขณโยคฺยปุคฺคลนิทสฺสนํ. หิตายาติ อตฺถาย. อหิตายาติ อนตฺถาย. โหนฺตีติ วจนเสโส. กถํ ปน ตานิเยว หิตาย จ อหิตาย โหนฺตีติ อาห ‘‘รกฺขิตานี’’ติอาทิ. ตสฺสตฺโถ – ยสฺส จกฺขาทีนิ อินฺทฺริยานิ สติกวาเฏน อปิหิตานิ, ตสฺส รูปาทีสุ อภิชฺฌาทิปาปธมฺมปวตฺติยา ทฺวารภาวโต อนตฺถาย ปิหิตานิ, ตทภาวโต อตฺถาย สํวตฺตนฺตีติ.

อินฺทฺริยาเนว สารกฺขนฺติ ยสฺมา อินฺทฺริยสํวโร ปริปุณฺโณ สีลสมฺปทํ ปริปูเรติ, สีลสมฺปทา ปริปุณฺณา สมาธิสมฺปทํ ปริปูเรติ, สมาธิสมฺปทา ปริปุณฺณา ปญฺญาสมฺปทํ ปริปูเรติ, ตสฺมา อินฺทฺริยารกฺขา อตฺตหิตปฏิปตฺติยาว มูลนฺติ ทสฺเสนฺโต อาห ‘‘อินฺทฺริยาเนว สารกฺข’’นฺติ. สติปุพฺพงฺคเมน อารกฺเขน สํรกฺขนฺโต โยนิโสมนสิกาเรน อินฺทฺริยานิ เอว ตาว สมฺมเทว รกฺขนฺโต, ยถา อกุสลโจรา เตหิ เตหิ ทฺวาเรหิ ปวิสิตฺวา จิตฺตสนฺตาเน กุสลํ ภณฺฑํ น วิลุมฺปนฺติ, ตถา ตานิ ปิทหนฺโตติ อตฺโถ. สารกฺขนฺติ จ สํ-สทฺทสฺส สาภาวํ กตฺวา วุตฺตํ, ‘‘สาราโค’’ติอาทีสุ วิย. ‘‘สํรกฺข’’นฺติ จ ปาโฐ. อินฺทฺริยานิ จ โคปยนฺติ ตสฺเสว ปริยายวจนํ, ปริยายวจเน ปโยชนํ เนตฺติอฏฺฐกถายํ วุตฺตนเยเนว เวทิตพฺพํ. ‘‘อตฺตโน กิจฺจการีสฺสา’’ติ อิมินา อตฺตหิตปฏิปตฺตึ ทสฺเสติ, ‘‘น จ กญฺจิ วิเหฐเย’’ติ อิมินา ปรหิตปฏิปตฺตึ, อุภเยนาปิ วา อตฺตหิตปฏิปตฺติเมว ทสฺเสติ ปราวิเหฐนสฺสาปิ อตฺตหิตปฏิปตฺติภาวโต. อถ วา ปททฺวเยนปิ อตฺตหิตปฏิปตฺตึ ทสฺเสติ ปุถุชฺชนสฺส เสกฺขสฺส จ ปรหิตปฏิปตฺติยาปิ อตฺตหิตปฏิปตฺติภาวโต.

เอวํ รกฺขิตานิ อินฺทฺริยานิ หิตาย โหนฺตีติ โวทานปกฺขํ สงฺเขเปเนว ทสฺเสตฺวา, อรกฺขิตานิ อหิตาย โหนฺตีติ สํกิเลสปกฺขํ ปน วิภชิตฺวา ทสฺเสนฺโต ‘‘จกฺขุนฺทฺริยํ เจ’’ติอาทิมาห. ตตฺถ จกฺขุนฺทฺริยํ เจ รูเปสุ, คจฺฉนฺตํ อนิวารยํ. อนาทีนวทสฺสาวีติ โย นีลปีตาทิเภเทสุ อิฏฺฐานิฏฺเฐสุ รูปายตเนสุ คจฺฉนฺตํ ยถารุจิ ปวตฺตนฺตํ จกฺขุนฺทฺริยํ อนิวารยํ, อนิวารยนฺโต อปฺปฏิพาหนฺโต ตถาปวตฺติยํ อาทีนวทสฺสาวี น โหติ เจ, ทิฏฺฐธมฺมิกํ สมฺปรายิกญฺจ อาทีนวํ โทสํ น ปสฺสติ เจ. ‘‘คจฺฉนฺตํ นิวารเย อนิสฺสรณทสฺสาวี’’ติ จ ปาโฐ. ตตฺถ โย ‘‘ทิฏฺเฐ ทิฏฺฐมตฺตํ ภวิสฺสตี’’ติ (สํ. นิ. ๔.๙๕) วุตฺตวิธินา ทิฏฺฐมตฺเตเยว ฐตฺวา สติสมฺปชญฺญวเสน รูปายตเน ปวตฺตมาโน ตตฺถ นิสฺสรณทสฺสาวี นาม. วุตฺตวิปริยาเยน อนิสฺสรณทสฺสาวี ทฏฺฐพฺโพ. โส ทุกฺขา น หิ มุจฺจตีติ โส เอวรูโป ปุคฺคโล วฏฺฏทุกฺขโต น มุจฺจเตว. เอตฺถ จ จกฺขุนฺทฺริยสฺส อนิวารณํ นาม ยถา เตน ทฺวาเรน อภิชฺฌาทโย ปาปธมฺมา อนฺวาสฺสเวยฺยุํ, ตถา ปวตฺตนํ, ตํ ปน อตฺถโต สติสมฺปชญฺญสฺส อนุฏฺฐาปนํ ทฏฺฐพฺพํ. เสสินฺทฺริเยสุปิ เอเสว นโย. อธิมุจฺฉิโตติ อธิมุตฺตตณฺหาย มุจฺฉํ อาปนฺโน. อมฺพิลนฺติ อมฺพิลรสํ. มธุรคฺคนฺติ มธุรรสโกฏฺฐาสํ. ตถา ติตฺตกคฺคํ. อนุสฺสรนฺติ อสฺสาทวเสน ตํ ตํ รสํ อนุวิจินฺเตนฺโต. คนฺถิโตติ รสตณฺหาย ตสฺมึ ตสฺมึ รเส คนฺถิโต พนฺโธ. ‘‘คธิโต’’ติ จ ปฐนฺติ, เคธํ อาปนฺโนติ อตฺโถ. หทยํ นาวพุชฺฌตีติ ‘‘ทุกฺขสฺสนฺตํ กริสฺสามี’’ติ ปพฺพชฺชาทิกฺขเณ อุปฺปนฺนํ จิตฺตํ น ชานาติ น สลฺลกฺเขติ, สาสนสฺส หทยํ อพฺภนฺตรํ อนวชฺชธมฺมานํ สมฺมทฺทนรสตณฺหาย คธิโต นาวพุชฺฌติ น ชานาติ, น ปฏิปชฺชตีติ อตฺโถ.

สุภานีติ สุนฺทรานิ. อปฺปฏิกูลานีติ มโนรมานิ, อิฏฺฐานิ. โผฏฺฐพฺพานีติ อุปาทิณฺณานุปาทิณฺณปฺปเภเท ผสฺเส. รตฺโตติ รชฺชนสภาเวน ราเคน รตฺโต. ราคาธิกรณนฺติ ราคเหตุ. วิวิธํ วินฺทเต ทุขนฺติ ราคปริฬาหาทิวเสน ทิฏฺฐธมฺมิกญฺจ นิรยสนฺตาปาทิวเสน อภิสมฺปรายญฺจ นานปฺปการํ ทุกฺขํ ปฏิลภติ.

มนํ เจเตหีติ มนญฺจ เอเตหิ รูปารมฺมณาทีหิ ธมฺมารมฺมณปฺปเภเทหิ จ. นนฺติ ปุคฺคลํ. สพฺเพหีติ สพฺเพหิ ปญฺจหิปิ. อิทํ วุตฺตํ โหติ – โย ปุคฺคโล มนํ, มโนทฺวารํ, เอเตหิ ยถาวุตฺเตหิ รูปาทีหิ ปญฺจหิ ธมฺเมหิ ธมฺมารมฺมณปฺปเภทโต จ. ตตฺถ ปวตฺตนกปาปกมฺมนิวารเณน รกฺขิตุํ, โคปิตุํ น สกฺโกติ, ตโต ตสฺส อรกฺขณโต นํ ปุคฺคลํ ตํนิมิตฺตํ ทุกฺขํ อเนฺวติ, อนุคจฺฉติ, อนุคจฺฉนฺตญฺจ เอเตหิ ปญฺจหิปิ รูปารมฺมณาทีหิ ฉฏฺฐารมฺมเณน สทฺธึ สพฺเพหิปิ อารมฺมณปฺปจฺจยภูเตหิ อนุคจฺฉตีติ. เอตฺถ จกฺขุนฺทฺริยํ, โสตินฺทฺริยญฺจ อสมฺปตฺตคฺคาหิภาวโต ‘‘คจฺฉนฺตํ อนิวารย’’นฺติ วุตฺตํ อิตรํ สมฺปตฺตคฺคาหีติ ‘‘คนฺเธ เจ ปฏิเสวตี’’ติอาทินา วุตฺตํ. ตตฺถาปิ จ รสตณฺหา จ โผฏฺฐพฺพตณฺหา จ สตฺตานํ วิเสสโต พลวตีติ ‘‘รสตณฺหาย คธิโต, โผฏฺฐพฺพานิ อนุสฺสรนฺโตติ’’ วุตฺตนฺติ ทฏฺฐพฺพํ.

เอวํ อคุตฺตทฺวารสฺส ปุคฺคลสฺส ฉหิ ทฺวาเรหิ ฉสุปิ อารมฺมเณสุ อสํวรนิมิตฺตํ อุปฺปชฺชนกทุกฺขํ ทสฺเสตฺวา สฺวายมสํวโร ยสฺมา สรีรสภาวานวโพเธน โหติ, ตสฺมา สรีรสภาวํ วิจินนฺโต ‘‘ปุพฺพโลหิตสมฺปุณฺณ’’นฺติอาทินา คาถาทฺวยมาห. ตสฺสตฺโถ – สรีรํ นาเมตํ ปุพฺเพน โลหิเตน จ สมฺปุณฺณํ ภริตํ อญฺเญน จ ปิตฺตเสมฺหาทินา พหุนา กุณเปน, ตยิทํ นรวีเรน นเรสุ เฉเกน สิปฺปาจริเยน กตํ วคฺคุ มฏฺฐํ ลาขาปริกมฺมาทินา จิตฺติตํ, อนฺโต ปน คูถาทิอสุจิภริตํ สมุคฺคํ วิย ฉวิมตฺตมโนหรํ พาลชนสมฺโมหํ ทุกฺขสภาวตาย นิรยาทิทุกฺขตาปนโต จ กฏุกํ, ปริกปฺปสมฺภเวน อมูลเกน อสฺสาทมตฺเตน มธุรตาย มธุรสฺสาทํ, ตโต เอว ปิยภาวนิพนฺธเนน ปิยนิพนฺธนํ, ทุสฺสหตาย อปฺปตีตตาย จ ทุขํ, อีทิเส สรีเร อสฺสาทโลเภน มหาทุกฺขํ ปจฺจนุภุยฺยมานํ อนวพุชฺฌนฺโต โลโก มธุรคิทฺโธ ขุรธาราเลหกปุริโส วิย ทฏฺฐพฺโพติ.

อิทานิ เอเต จกฺขาทีนํ โคจรภูตา รูปาทโย วุตฺตา, เต วิเสสโต ปุริสสฺส อิตฺถิปฏิพทฺธา กมนียาติ ตตฺถ สํวโร กาตพฺโพติ ทสฺเสนฺโต ‘‘อิตฺถิรูเป’’ติอาทิมาห. ตตฺถ อิตฺถิรูเปติ อิตฺถิยา จตุสมุฏฺฐานิกรูปายตนสงฺขาเต วณฺเณ. อปิ จ โย โกจิ อิตฺถิยา นิวตฺถสฺส อลงฺการสฺส วา คนฺธวณฺณกาทีนํ วา ปิฬนฺธนมาลานํ วา กายปฏิพทฺโธ วณฺโณ ปุริสสฺส จกฺขุวิญฺญาณสฺส อารมฺมณภาวาย อุปกปฺปติ, สพฺพเมตํ ‘‘อิตฺถิรูป’’นฺเตฺวว เวทิตพฺพํ. อิตฺถิสเรติ อิตฺถิยา คีตลปิตหสิตรุทิตสทฺเท. อปิ จ อิตฺถิยา นิวตฺถวตฺถสฺสปิ อลงฺกตอลงฺการสฺสปิ อิตฺถิปโยคนิปฺผาทิตา เวณุวีณาสงฺขปณวาทีนมฺปิ สทฺทา อิธ อิตฺถิสรคฺคหเณน คหิตาติ เวทิตพฺพา. สพฺโพเปโส ปุริสสฺส จิตฺตํ อากฑฺฒตีติ. ‘‘อิตฺถิรเส’’ติ ปน ปาฬิยา จตุสมุฏฺฐานิกรสายตนวเสน วุตฺตํ. อิตฺถิยา กึการปฏิสฺสาวิตาทิวเสน อสฺสวรโส เจว ปริโภครโส จ อิตฺถิรโสติ เอเก. โย ปน อิตฺถิยา โอฏฺฐมํสสมฺมกฺขิตเขฬาทิรโส, โย จ ตาย ปุริสสฺส ทินฺนยาคุภตฺตาทีนํ รโส, สพฺโพเปโส ‘‘อิตฺถิรโส’’เตฺวว เวทิตพฺโพ. โผฏฺฐพฺเพปิ จ อิตฺถิยา กายสมฺผสฺโส, อิตฺถิสรีรารูฬฺหานํ วตฺถาลงฺการมาลาทีนํ ผสฺโส ‘‘อิตฺถิโผฏฺฐพฺโพ’’เตฺวว เวทิตพฺโพ. เอตฺถ จ เยสํ อิตฺถิรูเป อิตฺถิสเรติ ปาฬิ, เตสํ อปิ-สทฺเทน อิตฺถิรสสงฺคโห ทฏฺฐพฺโพ. อิตฺถิคนฺเธสูติ อิตฺถิยา จตุสมุฏฺฐานิกคนฺธายตเนสุ. อิตฺถิยา สรีรคนฺโธ นาม ทุคฺคนฺโธ. เอกจฺจา หิ อิตฺถี อสฺสคนฺธินี โหติ, เอกจฺจา เมณฺฑคนฺธินี, เอกจฺจา เสทคนฺธินี, เอกจฺจา โสณิตคนฺธินี, ตถาปิ ตาสุ อนฺธพาโล รชฺชเตว. จกฺกวตฺติโน ปน อิตฺถิรตนสฺส กายโต จนฺทนคนฺโธ วายติ, มุขโต อุปฺปลคนฺโธ, อยํ น สพฺพาสํ โหตีติ, อิตฺถิยา สรีเร อารูโฬฺห อาคนฺตุโก อนุลิมฺปนาทิคนฺโธ ‘‘อิตฺถิคนฺโธ’’ติ เวทิตพฺโพ. สารตฺโตติ สุฏฺฐุ รตฺโต คธิโต มุจฺฉิโต, อิทํ ปน ปทํ ‘‘อิตฺถิรูเป’’ติอาทีสุปิ โยเชตพฺพํ. วิวิธํ วินฺทเต ทุขนฺติ อิตฺถิรูปาทีสุ สราคนิมิตฺตํ ทิฏฺฐธมฺมิกํ วธพนฺธนาทิวเสน สมฺปรายิกํ ปญฺจวิธพนฺธนาทิวเสน นานปฺปการํ ทุกฺขํ ปฏิลภติ.

อิตฺถิโสตานิ สพฺพานีติ อิตฺถิยา รูปาทิอารมฺมณานิ สพฺพานิ อนวเสสานิ ปญฺจ ตณฺหาโสตานิ สนฺทนฺติ. ปญฺจสูติ ปุริสสฺส ปญฺจสุ ทฺวาเรสุ. เตสนฺติ เตสํ ปญฺจนฺนํ โสตานํ. อาวรณนฺติ สํวรณํ, ยถา อสํวโร น อุปฺปชฺชติ, เอวํ สติสมฺปชญฺญํ ปจฺจุปฏฺฐเปตฺวา สํวรํ ปวตฺเตตุํ โย สกฺโกติ, โส วีริยวา อารทฺธวีริโย อกุสลานํ ธมฺมานํ ปหานาย กุสลานํ ธมฺมานํ อุปสมฺปทายาติ อตฺโถ.

เอวํ รูปาทิโคจเร ปพฺพชิตสฺส ปฏิปตฺตึ ทสฺเสตฺวา อิทานิ คหฏฺฐสฺส ทสฺเสตุํ ‘‘โส อตฺถวา’’ติอาทิ วุตฺตํ. ตตฺถ โส อตฺถวา โส ธมฺมฏฺโฐ, โส ทกฺโข โส วิจกฺขโณติ โส ปุคฺคโล อิมสฺมึ โลเก อตฺถวา, พุทฺธิมา, ธมฺเม ฐิโต, ธมฺเม ทกฺโข, ธมฺเม เฉโก, อนลโส วา วิจกฺขโณ อิติ กตฺตพฺพตาสุ กุสโล นาม. กเรยฺย รมมาโนปิ, กิจฺจํ ธมฺมตฺถสํหิตนฺติ เคหรติยา รมมาโนปิ ธมฺมตฺถสํหิตํ ธมฺมโต อตฺถโต จ อนเปตเมว ตํ ตํ กตฺตพฺพํ. อนุปฺปนฺนานํ โภคานํ อุปฺปาทนํ, อุปฺปนฺนานํ ปริปาลนํ, ปริโภคญฺจ กเรยฺย, อญฺญมญฺญํ, อวิโรเธน, อญฺญมญฺญํ, อพาธเนน, ติวคฺคตฺถํ อนุยุญฺเชยฺยาติ อธิปฺปาโย. อยญฺจ นโย เยสํ สมฺมาปฏิปตฺติอวิโรเธน ติวคฺคตฺถสฺส วเสน วตฺตติ พิมฺพิสารมหาราชาทีนํ วิย, เตสํ วเสน วุตฺโต. น เยสํ เกสญฺจิ วเสนาติ ทฏฺฐพฺพํ.

อโถ สีทติ สญฺญุตฺตนฺติ ยทิ อิธโลเก สุปสํหิตํ ทิฏฺฐธมฺมิกํ อตฺถํ ปริคฺคเหตฺวา ฐิตํ. วชฺเช กิจฺจํ นิรตฺถกนฺติ สมฺปรายิกตฺถรหิตํ อนตฺถุปสํหิตํ กิจฺจํ สเจปิ วิสฺสชฺเชยฺย ปริจฺจเชยฺย. น ตํ กิจฺจนฺติ มญฺญิตฺวา, อปฺปมตฺโต วิจกฺขโณติ สติอวิปฺปวาเสน อปฺปมตฺโต วิจารณปญฺญาสมฺภเวน วิจกฺขโณ อนตฺถุปสํหิตํ, ตํ กิจฺจํ มยา น กาตพฺพนฺติ มญฺญิตฺวา วิวชฺเชยฺย.

วิวชฺเชตฺวา ปน ยญฺจ อตฺเถน สญฺญุตฺตํ, ยา จ ธมฺมคตา รติ. ตํ สมาทาย วตฺเตถาติ ยํกิญฺจิ ทิฏฺฐธมฺมิกสมฺปรายิกปฺปเภเทน อตฺเถน หิเตน สํยุตฺตํ ตทุภยหิตาวหํ, ยา จ อธิกุสลธมฺมคตา สมถวิปสฺสนาสหิตา รติ, ตทุภยํ สมฺมา อาทิยิตฺวา ปริคฺคหํ กตฺวา วตฺเตยฺย. ‘‘สพฺพํ รตึ ธมฺมรติ ชินาตี’’ติ (ธ. ป. ๓๕๔) วจนโต สา หิ เอกํเสน อุตฺตมตฺถสฺส ปาปนโต อุตฺตมา รติ นาม.

ยํ ปน กามรติสํยุตฺตํ กิจฺจํ นิรตฺถกนฺติ วุตฺตํ, ตสฺสา อนตฺถุปสํหิตภาวํ ทสฺเสตุํ ‘‘อุจฺจาวเจหี’’ติอาทิ วุตฺตํ. ตตฺถ อุจฺจาวเจหีติ มหนฺเตหิ เจว ขุทฺทเกหิ จ. อุปาเยหีติ นเยหิ. ปเรสมภิชิคีสตีติ ปเรสํ สนฺตกํ อาหริตุํ อิจฺฉติ, ปเร วา สพฺพถา หาเปติ, ชินาเปติ ปรํ หนฺตฺวา, วธิตฺวา อถ โสจยิตฺวา, อาโลปติ สาหสา โย ปเรสํ. อิทํ วุตฺตํ โหติ – โย ปุคฺคโล กามเหตุ ปเร หนนฺโต, ฆาเตนฺโต, โสเจนฺโต สนฺธิจฺเฉทสนฺธิรุหนปสยฺหาวหาราทีหิ นานุปาเยหิ ปเรสํ สนฺตกํ หริตุํ วายมนฺโต สาหสาการํ กโรติ, อาโลปติ, ชิคีสติ สาปเตยฺยวเสน ปเร หาเปติ, ตสฺส ตํ กิจฺจํ กามรติสนฺนิสฺสิตํ อนตฺถุปสํหิตํ เอกนฺตนิหีนนฺติ. เอเตน ตปฺปฏิปกฺขโต ธมฺมคตาย รติยา เอกํสโต อุตฺตมภาวํเยว วิภาเวติ.

อิทานิ ยํ ‘‘เตสมาวรณํ กาตุํ โย สกฺโกตี’’ติ อินฺทฺริยานํ อาวรณํ วุตฺตํ, ตํ อุปาเยน สห วิภาเวนฺโต ‘‘ตจฺฉนฺโต อาณิยา อาณึ, นิหนฺติ พลวา ยถา’’ติ อาห. ยถา พลวา กายพเลน, ญาณพเลน จ สมนฺนาคโต ตจฺฉโก รุกฺขทณฺฑคตํ อาณึ นีหริตุกาโม ตโต พลวตึ อาณึ โกเฏนฺโต ตโต นีหรติ, ตถา กุสโล ภิกฺขุ จกฺขาทีนิ อินฺทฺริยานิ วิปสฺสนาพเลน นิหนฺตุกาโม อินฺทฺริเยหิ เอว นิหนฺติ.

กตเมหิ ปนาติ อาห ‘‘สทฺธ’’นฺติอาทิ. ตสฺสตฺโถ – อธิโมกฺขลกฺขณํ สทฺธํ, ปคฺคหลกฺขณํ วีริยํ, อวิกฺเขปลกฺขณํ สมาธึ, อุปฏฺฐานลกฺขณํ สตึ, ทสฺสนลกฺขณํ ปญฺญนฺติ อิมานิปิ วิมุตฺติปริปาจกานิ ปญฺจินฺทฺริยานิ ภาเวนฺโต วฑฺเฒนฺโต เอเตหิ ปญฺจหิ อินฺทฺริเยหิ จกฺขาทีนิ ปญฺจินฺทฺริยานิ อนุนยปฏิฆาทิกิเลสุปฺปตฺติยา ทฺวารภาววิหเนน หนฺตฺวา, อริยมคฺเคน ตทุปนิสฺสเย กิเลเส สมุจฺฉินฺทิตฺวา, ตโต เอว อนีโฆ นิทฺทุกฺโข พฺราหฺมโณ อนุปาทิเสสปรินิพฺพานเมว ยาติ อุปคจฺฉตีติ.

โส อตฺถวาติ โส ยถาวุตฺโต พฺราหฺมโณ อุตฺตมตฺเถน สมนฺนาคตตฺตา อตฺถวา, ตํ สมฺปาปเก ธมฺเม ฐิตตฺตา ธมฺมฏฺโฐ. สพฺเพน สพฺพํ อนวเสเสน วิธินา อนวเสสํ พุทฺธสฺส ภควโต วากฺยภูตํ อนุสาสนึ กตฺวา ยถานุสิฏฺฐํ ปฏิปชฺชิตฺวา ฐิโต. ตโต เอว โส นโร อุตฺตมปุริโส นิพฺพานสุขญฺจ เอธติ, พฺรูเหติ, วฑฺเฒตีติ.

เอวํ เถเรน อตฺตโน จินฺติตาการวิภาวนาวเสน ปฏิปตฺติยา ปกาสิตตฺตา อิทเมว จสฺส อญฺญาพฺยากรณํ ทฏฺฐพฺพํ.

ปาราปริยตฺเถรคาถาวณฺณนา นิฏฺฐิตา.

๓. เตลกานิตฺเถรคาถาวณฺณนา

จิรรตฺตํ วตาตาปีติอาทิกา อายสฺมโต เตลกานิตฺเถรสฺส คาถา. กา อุปฺปตฺติ? อยมฺปิ ปุริมพุทฺเธสุ กตาธิกาโร ตตฺถ ตตฺถ ภเว วิวฏฺฏูปนิสฺสยํ กุสลํ อุปจินิตฺวา อิมสฺมึ พุทฺธุปฺปาเท สตฺถุ อภิชาติโต ปุเรตรํเยว สาวตฺถิยํ อญฺญตรสฺมึ พฺราหฺมณกุเล นิพฺพตฺติตฺวา เตลกานีติ ลทฺธนาโม วยปฺปตฺโต เหตุสมฺปนฺนตาย กาเม ชิคุจฺฉนฺโต ฆราวาสํ ปหาย ปริพฺพาชกปพฺพชฺชํ ปพฺพชิตฺวา วิวฏฺฏชฺฌาสโย ‘‘โก โส ปารงฺคโต โลเก’’ติอาทินา วิโมกฺขปริเยสนํ จรมาโน เต เต สมณพฺราหฺมเณ อุปสงฺกมิตฺวา ปญฺหํ ปุจฺฉติ, เต น สมฺปายนฺติ. โส เตน อนาราธิตจิตฺโต วิจรติ. อถ อมฺหากํ ภควติ โลเก อุปฺปชฺชิตฺวา ปวตฺติตวรธมฺมจกฺเก โลกหิตํ กโรนฺเต เอกทิวสํ สตฺถารํ อุปสงฺกมิตฺวา ธมฺมํ สุตฺวา ปฏิลทฺธสทฺโธ ปพฺพชิตฺวา วิปสฺสนาย กมฺมํ กโรนฺโต นจิรสฺเสว อรหตฺเต ปติฏฺฐาติ. โส เอกทิวสํ ภิกฺขูหิ สทฺธึ นิสินฺโน อตฺตนา อธิคตวิเสสํ ปจฺจเวกฺขิตฺวา ตทนุสาเรน อตฺตโน ปฏิปตฺตึ อนุสฺสริตฺวา ตํ สพฺพํ ภิกฺขูนํ อาจิกฺขนฺโต –

๗๔๗. ‘‘จิรรตฺตํ วตาตาปี, ธมฺมํ อนุวิจินฺตยํ;

สมํ จิตฺตสฺส นาลตฺถํ, ปุจฺฉํ สมณพฺราหฺมเณ.

๗๔๘. ‘‘โก โส ปารงฺคโต โลเก, โก ปตฺโต อมโตคธํ;