๖. เสลตฺเถรคาถาวณฺณนา

ปริปุณฺณกาโยติอาทิกา อายสฺมโต เสลตฺเถรสฺส คาถา. กา อุปฺปตฺติ? อยํ กิร ปทุมุตฺตรภควโต กาเล กุลเคเห นิพฺพตฺติตฺวา วิญฺญุตํ ปตฺโต คณปาโมกฺโข หุตฺวา ตีณิ ปุริสสตานิ สมาทเปตฺวา เตหิ สทฺธึ สตฺถุ คนฺธกุฏึ กาเรตฺวา กตปริโยสิตาย คนฺธกุฏิยา สภิกฺขุสงฺฆสฺส ภควโต มหาทานํ ปวตฺเตตฺวา สตฺถารํ ภิกฺขู จ ติจีวเรน อจฺฉาเทสิ. โส เตน ปุญฺญกมฺเมน เอกํ พุทฺธนฺตรํ เทวโลเก เอว วสิตฺวา ตโต จุโต เทวมนุสฺเสสุ สํสรนฺโต อิมสฺมึ พุทฺธุปฺปาเท องฺคุตฺตราเปสุ อาปเณ นาม พฺราหฺมณคาเม พฺราหฺมณกุเล นิพฺพตฺติตฺวา เสโลติ ลทฺธนาโม อโหสิ. โส วยปฺปตฺโต ตีสุ เวเทสุ, พฺราหฺมณสิปฺเปสุ จ นิปฺผตฺตึ คนฺตฺวา ตีณิ มาณวกสตานิ มนฺเต วาเจนฺโต อาปเณ ปฏิวสติ. เตน จ สมเยน สตฺถา สาวตฺถิโต นิกฺขมิตฺวา อฑฺฒเตฬสหิ ภิกฺขุสเตหิ สทฺธึ องฺคุตฺตราเปสุ จาริกํ จรนฺโต เสลสฺส, อนฺเตวาสิกานญฺจ ญาณปริปากํ ทิสฺวา อญฺญตรสฺมึ วนสณฺเฑ วิหรติ. อถ เกณิโย นาม ชฏิโล สตฺถุ อาคมนํ สุตฺวา ตตฺถ คนฺตฺวา สทฺธึ ภิกฺขุสงฺเฆน สตฺถารํ สฺวาตนาย นิมนฺเตตฺวา สเก อสฺสเม ปหูตํ ขาทนียํ โภชนียํ ปฏิยาเทติ. ตสฺมิญฺจ สมเย เสโล พฺราหฺมโณ สทฺธึ ตีหิ มาณวกสเตหิ ชงฺฆาวิหารํ อนุวิจรนฺโต เกณิยสฺส อสฺสมํ ปวิสิตฺวา ชฏิเล กฏฺฐผาลนุทฺธนสมฺปาทนาทินา ทานูปกรณํ สชฺเชนฺเต ทิสฺวา, ‘‘กึ นุ โข เต, เกณิย, มหายญฺโญ ปจฺจุปฏฺฐิโต’’ติอาทึ ปุจฺฉิตฺวา เตน ‘‘พุทฺโธ ภควา มยา สฺวาตนาย นิมนฺติโต’’ติ วุตฺเต ‘‘พุทฺโธ’’ติ วจนํ สุตฺวาว หฏฺโฐ อุทคฺโค ปีติโสมนสฺสชาโต ตาวเทว มาณวเกหิ สทฺธึ สตฺถารํ อุปสงฺกมิตฺวา กตปฏิสนฺถาโร เอกมนฺตํ นิสินฺโน ภควโต กาเย พาตฺตึสมหาปุริสลกฺขณานิ ทิสฺวา ‘‘อิเมหิ ลกฺขเณหิ สมนฺนาคโต ราชา วา โหติ จกฺกวตฺตี, พุทฺโธ วา โลเก วิวฏฺฏจฺฉโท, อยํ ปน ปพฺพชิโต, โน จ โข นํ ชานามิ ‘พุทฺโธ วา, โน วา’, สุตํ โข ปน เมตํ พฺราหฺมณานํ วุทฺธานํ มหลฺลกานํ อาจริยปาจริยานํ ภาสมานานํ ‘เย เต ภวนฺติ อรหนฺโต สมฺมาสมฺพุทฺธา, เต สเก วณฺเณ ภญฺญมาเน อตฺตานํ ปาตุกโรนฺตี’ติ อสมฺมาสมฺพุทฺโธ หิ สมฺมุเข ฐตฺวา พุทฺธคุเณหิ อภิตฺถวียมาโน สารชฺชติ มงฺกุภาวํ อาปชฺชติ อเวสารชฺชปฺปตฺตตาย อนนุโยคกฺขมตฺตา, ยํนูนาหํ สมณํ โคตมํ สมฺมุขา สารุปฺปาหิ คาถาหิ อภิตฺถเวยฺย’’นฺติ เอวํ ปน จินฺเตตฺวา –

๘๑๘. ‘‘ปริปุณฺณกาโย สุรุจิ, สุชาโต จารุทสฺสโน;

สุวณฺณวณฺโณสิ ภควา, สุสุกฺกทาโฐสิ วีริยวา.

๘๑๙. ‘‘นรสฺส หิ สุชาตสฺส, เย ภวนฺติ วิยญฺชนา;

สพฺเพ เต ตว กายสฺมึ, มหาปุริสลกฺขณา.

๘๒๐. ‘‘ปสนฺนเนตฺโต สุมุโข, พฺรหา อุชุ ปตาปวา;

มชฺเฌ สมณสงฺฆสฺส, อาทิจฺโจว วิโรจสิ.

๘๒๑. ‘‘กลฺยาณทสฺสโน ภิกฺขุ, กญฺจนสนฺนิภตฺตโจ;

กึ เต สมณภาเวน, เอวํ อุตฺตมวณฺณิโน.

๘๒๒. ‘‘ราชา อรหสิ ภวิตุํ, จกฺกวตฺตี รเถสโภ;

จาตุรนฺโต วิชิตาวี, ชมฺพุสณฺฑสฺส อิสฺสโร.

๘๒๓. ‘‘ขตฺติยา โภคี ราชาโน, อนุยนฺตา ภวนฺติ เต;

ราชาภิราชา มนุชินฺโท, รชฺชํ กาเรหิ โคตมา’’ติ. –

ฉหิ คาถาหิ ภควนฺตํ อภิตฺถวิ.

ตตฺถ ปริปุณฺณกาโยติ อภิพฺยตฺตรูปานํ ทฺวตฺตึสาย มหาปุริสลกฺขณานํ ปริปุณฺณตาย อหีนงฺคปจฺจงฺคตาย จ ปริปุณฺณสรีโร. สุรุจีติ สุนฺทรสรีรปฺปโภ. สุชาโตติ อาโรหปริณาหสมฺปตฺติยา, สณฺฐานสมฺปตฺติยา จ สุนิพฺพตฺโต. จารุทสฺสโนติ สุจิรมฺปิ ปสฺสนฺตานํ อติตฺติชนกํ อปฺปฏิกฺกูลํ รมณียํ จารุ เอว ทสฺสนํ อสฺสาติ จารุทสฺสโน. เกจิ ปนาหุ ‘‘จารุทสฺสโนติ สุนฺทรเนตฺโต’’ติ. สุวณฺณวณฺโณติ สุวณฺณสทิสวณฺโณ. อสีติ ภวสิ, อิทํ ปทํ ‘‘ปริปุณฺณกาโย อสี’’ติอาทินา สพฺพปเทหิ โยเชตพฺพํ. สุสุกฺกทาโฐติ สุฏฺฐุ สุกฺกทาโฐ. ภควโต หิ ทาฐาหิ จนฺทกิรณา วิย ธวลรสฺมิโย นิจฺฉรนฺติ. วีริยวาติ วีริยปารมีปาริปูริยา จตุรงฺคสมนฺนาคตวีริยาธิฏฺฐานโต จตุพฺพิธสฺส สมฺมปฺปธานสฺส สมฺปตฺติยา จ อติสยยุตฺโต.

นรสฺส หิ สุชาตสฺสาติ สมตึสาย ปารมีนํ, อริยสฺส วา จกฺกวตฺตีวตฺตสฺส ปริปูริตตฺตา สุฏฺฐุ สมฺมเทว ชาตสฺส นรสฺส, มหาปุริสสฺสาติ อตฺโถ. สพฺเพ เตติ เย มหาปุริสภาวํ โลเก อคฺคปุคฺคลภาวํ พฺยญฺชยนฺตีติ พฺยญฺชนาติ ลทฺธโวหารสุปฺปติฏฺฐิตปาทตาทิพาตฺตึสมหาปุริสลกฺขณสงฺขาตา ตมฺพนขตุงฺคนขตาทิอสีติอนุพฺยญฺชนสงฺขาตา จ รูปคุณา, เต อนวเสสา, ตว กายสฺมึ สนฺตีติ วจนเสโส.

มหาปุริสลกฺขณาติ ปุพฺเพ วุตฺตพฺยญฺชนาเนว วจนนฺตเรน นิคเมนฺโต อาห.

อิทานิ เตสุ ลกฺขเณสุ อตฺตนา อภิรุจิเตหิ ลกฺขเณหิ ภควนฺตํ โถเมนฺโต ‘‘ปสนฺนเนตฺโต’’ติอาทิมาห. ภควา หิ ปญฺจ วณฺณปสาทสมฺปตฺติยา ปสนฺนเนตฺโต. ปริปุณฺณจนฺทมณฺฑลสทิสมุขตาย สุมุโข. อาโรหปริณาหสมฺปตฺติยา พฺรหา. พฺรหฺมุชุคตฺตตาย อุชุ. ชุติมนฺตตาย ปตาปวา.

อิทานิ ตเมว ปตาปวนฺตตํ อาทิจฺจูปมาย วิภาเวนฺโต ‘‘มชฺเฌ สมณสงฺฆสฺสา’’ติอาทิมาห. ตตฺถ อาทิจฺโจว วิโรจสีติ ยถา อาทิจฺโจ อุคฺคจฺฉนฺโต สพฺพํ ตมคตํ วิธเมตฺวา อาโลกํ กโรนฺโต วิโรจติ, เอวํ ตฺวมฺปิ อนฺโต เจว พหิ จ สพฺพํ อวิชฺชาตมํ วิทฺธํเสตฺวา ญาณาโลกํ กโรนฺโต วิโรจสิ.

ทสฺสนียรูปตาย องฺคีคตานํ ทสฺสนสมฺปตฺตีนํ อาวหนโต, กลฺยาเณหิ ปญฺจหิ ทสฺสเนหิ สมนฺนาคตตฺตา จ กลฺยาณทสฺสโน. อุตฺตมวณฺณิโนติ อุตฺตมวณฺณสมฺปนฺนสฺส.

จกฺกวตฺตีติ จกฺกรตนํ วตฺเตติ, จตูหิ สมฺปตฺติจกฺเกหิ วตฺเตติ, เตหิ จ ปเร วตฺเตติ. ปรหิตาย อิริยาปถจกฺกานํ วตฺโต เอตสฺมึ อตฺถีติ จกฺกวตฺตี. อถ วา จตูหิ อจฺฉริยธมฺเมหิ จ สงฺคหวตฺถูหิ จ สมนฺนาคเมน ปเรหิ อนภิภวนียสฺส อาณาจกฺกสฺส วตฺโต เอตสฺมึ อตฺถีติปิ จกฺกวตฺตี. รเถสโภติ รถิเกสุ อาชานียอุสภปุริโส, มหารถิโกติ อตฺโถ. จาตุรนฺโตติ จตุสมุทฺทนฺตาย ปถวิยา อิสฺสโร. วิชิตาวีติ วิชิตวิชโย. ชมฺพุสณฺฑสฺสาติ ชมฺพุทีปสฺส, ปากเฏน หิ อิสฺสริยานิ ทสฺเสนฺโต เอวมาห. จกฺกวตฺตี ปน สปริตฺตทีปานํ จตุนฺนมฺปิ มหาทีปานํ อิสฺสโรว.

ขตฺติยาติ ชาติขตฺติยา. โภคีติ โภคิยา. ราชาโนติ เย เกจิ รชฺชํ กาเรนฺตา. อนุยนฺตาติ อนุคามิโน เสวกา. ราชาภิราชาติ ราชูนํ ปูชนีโย ราชา หุตฺวา, จกฺกวตฺตีติ อธิปฺปาโย. มนุชินฺโทติ มนุสฺสาธิปติ, มนุสฺสานํ ปรมิสฺสโรติ อตฺโถ.

เอวํ เสเลน วุตฺเต ภควา ‘‘เย เต ภวนฺติ อรหนฺโต สมฺมาสมฺพุทฺธา, เต สเก วณฺเณ ภญฺญมาเน อตฺตานํ ปาตุกโรนฺตี’’ติ อิมํ เสลสฺส มโนรถํ ปูเรนฺโต –

๘๒๔. ‘‘ราชาหมสฺมิ เสล, (เสลาติ ภควา) ธมฺมราชา อนุตฺตโร;

ธมฺเมน จกฺกํ วตฺเตมิ, จกฺกํ อปฺปฏิวตฺติย’’นฺติ. – อิมํ คาถมาห;

ตตฺรายํ อธิปฺปาโย – ยํ มํ ตฺวํ, เสล, ยาจสิ, ‘‘ราชา อรหสิ ภวิตุํ จกฺกวตฺตี’’ติ, เอตฺถ อปฺโปสฺสุกฺโก โหหิ, ราชาหมสฺมิ, สติ จ ราชตฺเต ยถา อญฺโญ ราชา สมาโนปิ โยชนสตํ วา อนุสาสติ, เทฺว ตีณิ จตฺตาริ ปญฺจ โยชนสตานิ วา โยชนสหสฺสํ วา จกฺกวตฺตี หุตฺวาปิ จตุทีปปริยนฺตมตฺตํ วา, นาหเมวํ ปริจฺฉินฺนวิสโย. อหญฺหิ ธมฺมราชา อนุตฺตโร ภวคฺคโต อวีจิปริยนฺตํ กตฺวา ติริยํ อปริเมยฺยโลกธาตุโย อนุสาสามิ. ยาวตา หิ อปทาทิเภทา สตฺตา, อหํ เตสํ อคฺโค. น หิ เม โกจิ สีเลน วา…เป… วิมุตฺติญาณทสฺสเนน วา สทิโส นตฺถิ, กุโต ภิยฺโย. สฺวาหํ เอวํ ธมฺมราชา อนุตฺตโร, อนุตฺตเรเนว จตุสติปฏฺฐานาทิเภทโพธิปกฺขิยสงฺขาเตน ธมฺเมน จกฺกํ วตฺเตมิ, ‘‘อิทํ ปชหถ, อิทํ อุปสมฺปชฺช วิหรถา’’ติอาทินา อาณาจกฺกํ. ‘‘อิทํ โข ปน, ภิกฺขเว, ทุกฺขํ อริยสจฺจ’’นฺติอาทินา (มหาว. ๑๔; สํ. นิ. ๕.๑๐๘๑) ปริยตฺติธมฺเมน ธมฺมจกฺกเมว วา. จกฺกํ อปฺปฏิวตฺติยนฺติ ยํ จกฺกํ อปฺปฏิวตฺติยํ โหติ สมเณน วา…เป… เกนจิ วา โลกสฺมินฺติ.

เอวํ อตฺตานมาวิกโรนฺตํ ภควนฺตํ ทิสฺวา ปีติโสมนสฺสชาโต เสโล ปุน ทฬฺหีกรณตฺถํ –

๘๒๕. ‘‘สมฺพุทฺโธ ปฏิชานาสิ, (อิติ เสโล พฺราหฺมโณ) ธมฺมราชา อนุตฺตโร;

ธมฺเมน จกฺกํ วตฺเตมิ, อิติ ภาสถ โคตม.

๘๒๖. ‘‘โก นุ เสนาปติ โภโต, สาวโก สตฺถุรนฺวโย;

โก เตตมนุวตฺเตติ, ธมฺมจกฺกํ ปวตฺติต’’นฺติ. – คาถาทฺวยมาห;

ตตฺถ โก นุ เสนาปตีติ ธมฺมรญฺโญ โภโต ธมฺเมน ปวตฺติตสฺส จกฺกสฺส อนุปวตฺตนโก เสนาปติ โก นูติ ปุจฺฉิ.

เตน จ สมเยน ภควโต ทกฺขิณปสฺเส อายสฺมา สาริปุตฺโต นิสินฺโน โหติ, สุวณฺณปุญฺโช วิย สิริยา โสภมาโน. ตํ ทสฺเสนฺโต ภควา –

๘๒๗. ‘‘มยา ปวตฺติตํ จกฺกํ, (เสลาติ ภควา) ธมฺมจกฺกํ อนุตฺตรํ;

สาริปุตฺโต อนุวตฺเตติ, อนุชาโต ตถาคต’’นฺติ. – คาถมาห;

ตตฺถ อนุชาโต ตถาคตนฺติ, ตถาคตํ อนุชาโต, ตถา คเตน เหตุนา อริยาย ชาติยา ชาโตติ อตฺโถ.

เอวํ ‘‘โก นุ เสนาปติ โภโต’’ติ เสเลน วุตฺตปญฺหํ พฺยากริตฺวา ยํ เสโล อาห ‘‘สมฺพุทฺโธ ปฏิชานาสี’’ติ ตตฺถ นํ นิกฺกงฺขํ กาตุกาโม ‘‘นาหํ ปฏิญฺญามตฺเตเนว ปฏิชานามิ, อปิ จาหํ อิมินา การเณน พุทฺโธ’’ติ ญาเปตุํ –

๘๒๘. ‘‘อภิญฺเญยฺยํ อภิญฺญาตํ, ภาเวตพฺพญฺจ ภาวิตํ;

ปหาตพฺพํ ปหีนํ เม, ตสฺมา พุทฺโธสฺมิ พฺราหฺมณา’’ติ. – คาถมาห;

ตตฺถ อภิญฺเญยฺยนฺติ จตฺตาริ สจฺจานิ จตฺตาริ อริยสจฺจานิ. จตุนฺนญฺหิ สจฺจานํ อริยสจฺจานญฺจ สามญฺญคฺคหณเมตํ ยทิทํ อภิญฺเญยฺยนฺติ. ตตฺถ อริยสจฺเจสุ ยํ ภาเวตพฺพํ มคฺคสจฺจํ, ยญฺจ ปหาตพฺพํ สมุทยสจฺจํ, ตทุภยคฺคหเณน เตสํ ผลภูตานิ นิโรธสจฺจทุกฺขสจฺจานิปิ คหิตาเนว โหนฺติ เหตุคฺคหเณเนว ผลสิทฺธิโต. เตน ตตฺถ ‘‘สจฺฉิกาตพฺพํ สจฺฉิกตํ, ปริญฺเญยฺยํ ปริญฺญาต’’นฺติ อิทมฺปิ วุตฺตเมว โหติ. ‘‘อภิญฺเญยฺยํ อภิญฺญาต’’นฺติ วา อิมินา จ สพฺพสฺสปิ เญยฺยสฺส อภิญฺญาตสมฺพุทฺธภาวํ อุทฺเทสวเสน ปกาเสตฺวา ตเทกเทสํ นิทฺเทสวเสน ทสฺเสนฺโต ‘‘ภาเวตพฺพญฺจ ภาวิต’’นฺติอาทิมาห. อถ วา ‘‘ภาเวตพฺพํ ภาวิตํ, ปหาตพฺพํ ปหีน’’นฺติ อิมินา อตฺตโน ญาณปหานสมฺปทากิตฺตนมุเขน ตํมูลกตฺตา สพฺเพปิ พุทฺธคุณา กิตฺติตา โหนฺตีติ อาห ‘‘ตสฺมา พุทฺโธสฺมิ, พฺราหฺมณา’’ติ. อภิญฺเญยฺยอภิญฺญาตคฺคหเณน หิ สพฺพโส วิชฺชาวิมุตฺตีนํ คหิตตฺตา สผลํ จตุสจฺจภาวํ สทฺธึ เหตุสมฺปตฺติยา ทสฺเสนฺโต พุชฺฌิตพฺพํ สพฺพํ พุชฺฌิตฺวา พุทฺโธ ชาโตสฺมีติ ญาเยน เหตุนา อตฺตโน พุทฺธภาวํ วิภาเวติ.

เอวํ นิปฺปริยาเยน อตฺตานํ ปาตุกริตฺวา อตฺตนิ กงฺขาวิตรณตฺถํ พฺราหฺมณํ อุสฺสาเหนฺโต –

๘๒๙. ‘‘วินยสฺสุ มยิ กงฺขํ, อธิมุจฺจสฺสุ พฺราหฺมณ;

ทุลฺลภํ ทสฺสนํ โหติ, สมฺพุทฺธานํ อภิณฺหโส.

๘๓๐. ‘‘เยสํ เว ทุลฺลโภ โลเก, ปาตุภาโว อภิณฺหโส;

โสหํ พฺราหฺมณ พุทฺโธสฺมิ, สลฺลกตฺโต อนุตฺตโร.

๘๓๑. ‘‘พฺรหฺมภูโต อติตุโล, มารเสนปฺปมทฺทโน;

สพฺพามิตฺเต วเส กตฺวา, โมทามิ อกุโตภโย’’ติ. – คาถตฺตยมาห;

ตตฺถ วินยสฺสูติ วิเนหิ ฉินฺท. กงฺขนฺติ วิจิกิจฺฉํ. อธิมุจฺจสฺสูติ อธิโมกฺขํ กร ‘‘สมฺมาสมฺพุทฺโธ’’ติ สทฺทห. ทุลฺลภํ ทสฺสนํ โหติ, สมฺพุทฺธานนฺติ ยโต กปฺปานํ อสงฺเขฺยยฺยมฺปิ พุทฺธสุญฺโญ โลโก โหติ. สลฺลกตฺโตติ, ราคาทิสลฺลกตฺตโน. พฺรหฺมภูโตติ เสฏฺฐภูโต. อติตุโลติ ตุลํ อตีโต, นิรุปโมติ อตฺโถ. มารเสนปฺปมทฺทโนติ ‘‘กามา เต ปฐมา เสนา’’ติ (สุ. นิ. ๔๓๘; มหานิ. ๒๘; จูฬนิ. นนฺทมาณวปุจฺฉานิทฺเทส ๔๗) เอวํ อาคตาย มารเสนาย ปมทฺทโน. สพฺพามิตฺเตติ ขนฺธกิเลสาภิสงฺขารมจฺจุเทวปุตฺตมารสงฺขาเต สพฺพปจฺจตฺถิเก. วเส กตฺวาติ อตฺตโน วเส กตฺวา. โมทามิ อกุโตภโยติ กุโตจิ นิพฺภโย สมาธิสุเขน, ผลนิพฺพานสุเขน จ โมทามิ.

เอวํ วุตฺเต เสโล พฺราหฺมโณ ตาวเทว ภควติ สญฺชาตปสาโท ปพฺพชฺชาเปกฺโข หุตฺวา –

๘๓๒. ‘‘อิทํ โภนฺโต นิสาเมถ, ยถา ภาสติ จกฺขุมา;

สลฺลกตฺโต มหาวีโร, สีโหว นทตี วเน.

๘๓๓. ‘‘พฺรหฺมภูตํ อติตุลํ, มารเสนปฺปมทฺทนํ;

โก ทิสฺวา นปฺปสีเทยฺย, อปิ กณฺหาภิชาติโก.

๘๓๔. ‘‘โย มํ อิจฺฉติ อเนฺวตุ, โย วา นิจฺฉติ คจฺฉตุ;

อิธาหํ ปพฺพชิสฺสามิ, วรปญฺญสฺส สนฺติเก’’ติ. –

คาถตฺตยมาห. ยถา ตํ ปริปากคตาย อุปนิสฺสยสมฺปตฺติยา โจทิยมาโน.

ตตฺถ กณฺหาภิชาติโกติ, นีจชาติโก, ตโมตมปรายณภาเว ฐิโต.

ตโต เตปิ มาณวกา เหตุสมฺปนฺนตาย ตตฺเถว ปพฺพชฺชาเปกฺขา หุตฺวา –

๘๓๕. ‘‘เอตํ เจ รุจฺจติ โภโต, สมฺมาสมฺพุทฺธสาสนํ;

มยมฺปิ ปพฺพชิสฺสาม, วรปญฺญสฺส สนฺติเก’’ติ. –

คาถมาหํสุ, ยถา ตํ เตน สทฺธึ กตาธิการา กุลปุตฺตา.

อถ เสโล เตสุ มาณวเกสุ ตุฏฺฐจิตฺโต เต ทสฺเสนฺโต ปพฺพชฺชญฺจ ยาจมาโน –

๘๓๖. ‘‘พฺราหฺมณา ติสตา อิเม, ยาจนฺติ ปญฺชลีกตา;

พฺรหฺมจริยํ จริสฺสาม, ภควา ตว สนฺติเก’’ติ. – คาถมาห;

ตโต ภควา ยสฺมา เสโล เหฏฺฐา วุตฺตนเยน ปทุมุตฺตรสฺส ภควโต กาเล เตสํเยว ติณฺณํ ปุริสสตานํ คณเชฏฺโฐ หุตฺวา โรปิตกุสลมูโล, อิทานิ ปจฺฉิมภเวปิ เตสํเยว อาจริโย หุตฺวา นิพฺพตฺโต, ญาณญฺจสฺส เตสญฺจ ปริปกฺกํ, เอหิภิกฺขุภาวสฺส จ อุปนิสฺสโย อตฺถิ, ตสฺมา เต สพฺเพว เอหิภิกฺขุภาเวน ปพฺพชฺชาย ปพฺพาเชนฺโต –

๘๓๗. ‘‘สฺวาขาตํ พฺรหฺมจริยํ, (เสลาติ ภควา) สนฺทิฏฺฐิกมกาลิกํ;

ยตฺถ อโมฆา ปพฺพชฺชา, อปฺปมตฺตสฺส สิกฺขโต’’ติ. – คาถมาห;

ตตฺถ สนฺทิฏฺฐิกนฺติ ปจฺจกฺขํ. อกาลิกนฺติ มคฺคานนฺตรผลุปฺปตฺติโต น กาลนฺตเร ปตฺตพฺพผลํ. ยตฺถาติ ยํนิมิตฺตา. มคฺคพฺรหฺมจริยนิมิตฺตา หิ ปพฺพชฺชา อโมฆา อนิปฺผลา, ยตฺถาติ วา ยสฺมึ สาสเน อปฺปมตฺตสฺส สติวิปฺปวาสรหิตสฺส ตีสุ สิกฺขาสุ สิกฺขโต.

เอวญฺจ วตฺวา ‘‘เอถ, ภิกฺขโว’’ติ ภควา อโวจ. ตาวเทว เต สพฺเพ อิทฺธิมยปตฺตจีวรธรา หุตฺวา สฏฺฐิวสฺสิกตฺเถรา วิย ภควนฺตํ อภิวาเทตฺวา ปริวาเรสุํ. โส เอวํ ปพฺพชิตฺวา วิปสฺสนาย กมฺมํ กโรนฺโต สตฺตเม ทิวเส สปริโส อรหตฺตํ ปาปุณิ. เตน วุตฺตํ อปทาเน (อป. เถร ๑.๔๐.๒๐๘-๓๐๓) –

‘‘นคเร หํสวติยา, วีถิสามี อโหสหํ;

มม ญาตี สมาเนตฺวา, อิทํ วจนมพฺรวึ.

‘‘พุทฺโธ โลเก สมุปฺปนฺโน, ปุญฺญกฺเขตฺโต อนุตฺตโร;

อาสิ โส สพฺพโลกสฺส, อาหุตีนํ ปฏิคฺคโห.

‘‘ขตฺติยา เนคมา เจว, มหาสาลา จ พฺราหฺมณา;

ปสนฺนจิตฺตา สุมนา, ปูคธมฺมํ อกํสุ เต.

‘‘หตฺถาโรหา อนีกฏฺฐา, รถิกา ปตฺติการกา;

ปสนฺนจิตฺตา สุมนา, ปูคธมฺมํ อกํสุ เต.

‘‘อุคฺคา จ ราชปุตฺตา จ, เวสิยานา จ พฺราหฺมณา;

ปสนฺนจิตฺตา สุมนา, ปูคธมฺมํ อกํสุ เต.

‘‘อาฬาริกา กปฺปกา จ, นฺหาปกา มาลการกา;

ปสนฺนจิตฺตา สุมนา, ปูคธมฺมํ อกํสุ เต.

‘‘รชกา เปสการา จ, จมฺมการา จ นฺหาปิตา;

ปสนฺนจิตฺตา สุมนา, ปูคธมฺมํ อกํสุ เต.

‘‘อุสุการา ภมการา, จมฺมการา จ ตจฺฉกา;

ปสนฺนจิตฺตา สุมนา, ปูคธมฺมํ อกํสุ เต.

‘‘กมฺมารา โสณฺณการา จ, ติปุโลหกรา ตถา;

ปสนฺนจิตฺตา สุมนา, ปูคธมฺมํ อกํสุ เต.

‘‘ภตกา เจฏกา เจว, ทาสกมฺมกรา พหู;

ยถาสเกน ถาเมน, ปูคธมฺมํ อกํสุ เต.

‘‘อุทหารา กฏฺฐหารา, กสฺสกา ติณหารกา;

ยถาสเกน ถาเมน, ปูคธมฺมํ อกํสุ เต.

‘‘ปุปฺผิกา มาลิกา เจว, ปณฺณิกา ผลหารกา;

ยถาสเกน ถาเมน, ปูคธมฺมํ อกํสุ เต.

‘‘คณิกา กุมฺภทาสี จ, ปูวิกา มจฺฉิกาปิ จ;

ยถาสเกน ถาเมน, ปูคธมฺมํ อกํสุ เต.

‘‘เอถ สพฺเพ สมาคนฺตฺวา, คณํ พนฺธาม เอกโต;

อธิการํ กริสฺสาม, ปุญฺญกฺเขตฺเต อนุตฺตเร.

‘‘เต เม สุตฺวาน วจนํ, คณํ พนฺธึสุ ตาวเท;

อุปฏฺฐานสาลํ สุกตํ, ภิกฺขุสงฺฆสฺส การยุํ.

‘‘นิฏฺฐาเปตฺวาน ตํ สาลํ, อุทคฺโค ตุฏฺฐมานโส;

ปเรโต เตหิ สพฺเพหิ, สมฺพุทฺธมุปสงฺกมึ.

‘‘อุปสงฺกมฺม สมฺพุทฺธํ, โลกนาถํ นราสภํ;

วนฺทิตฺวา สตฺถุโน ปาเท, อิทํ วจนมพฺรวึ.

‘‘อิเม ตีณิ สตา วีร, ปุริสา เอกโต คณา;

อุปฏฺฐานสาลํ สุกตํ, นิยฺยาเทนฺติ ตุวํ มุนิ.

‘‘ภิกฺขุสงฺฆสฺส ปุรโต, สมฺปฏิจฺฉตฺว จกฺขุมา;

ติณฺณํ สตานํ ปุรโต, อิมา คาถา อภาสถ.

‘‘ติสตาปิ จ เชฏฺโฐ จ, อนุวตฺตึสุ เอกโต;

สมฺปตฺติญฺหิ กริตฺวาน, สพฺเพ อนุภวิสฺสถ.

‘‘ปจฺฉิเม ภเว สมฺปตฺเต, สีติภาวมนุตฺตรํ;

อชรํ อมตํ สนฺตํ, นิพฺพานํ ผสฺสยิสฺสถ.

‘‘เอวํ พุทฺโธ วิยากาสิ, สพฺพญฺญู สมณุตฺตโร;

พุทฺธสฺส วจนํ สุตฺวา, โสมนสฺสํ ปเวทยึ.

‘‘ตึสกปฺปสหสฺสานิ, เทวโลเก รมึ อหํ;

เทวาธิโป ปญฺจสตํ, เทวรชฺชมการยึ.

‘‘สหสฺสกฺขตฺตุํ ราชา จ, จกฺกวตฺตี อโหสหํ;

เทวรชฺชํ กโรนฺตสฺส, มหาเทวา อวนฺทิสุํ.

‘‘อิธ มานุสเก รชฺชํ, ปริสา โหนฺติ พนฺธวา;

ปจฺฉิเม ภเว สมฺปตฺเต, วาเสฏฺโฐ นาม พฺราหฺมโณ.

‘‘อสีติโกฏิ นิจโย, ตสฺส ปุตฺโต อโหสหํ;

เสโล อิติ มมํ นามํ, ฉฬงฺเค ปารมึ คโต.

‘‘ชงฺฆาวิหารํ วิจรํ, สสิสฺเสหิ ปุรกฺขโต;

ชฏาภาริกภริตํ, เกณิยํ นาม ตาปสํ.

‘‘ปฏิยตฺตาหุตึ ทิสฺวา, อิทํ วจนมพฺรวึ;

อาวาโห วา วิวาโห วา, ราชา วา เต นิมนฺติโต.

‘‘อาหุตึ ยิฏฺฐุกาโมหํ, พฺราหฺมเณ เทวสมฺมเต;

น นิมนฺเตมิ ราชานํ, อาหุตี เม น วิชฺชติ.

‘‘น จตฺถิ มยฺหมาวาโห, วิวาโห เม น วิชฺชติ;

สกฺยานํ นนฺทิชนโน, เสฏฺโฐ โลเก สเทวเก.

‘‘สพฺพโลกหิตตฺถาย, สพฺพสตฺตสุขาวโห;

โส เม นิมนฺติโต อชฺช, ตสฺเสตํ ปฏิยาทนํ.

‘‘ติมฺพรูสกวณฺณาโภ, อปฺปเมยฺโย อนูปโม;

รูเปนาสทิโส พุทฺโธ, สฺวาตนาย นิมนฺติโต.

‘‘อุกฺกามุขปหฏฺโฐว, ขทิรงฺคารสนฺนิโภ;

วิชฺชูปโม มหาวีโร, โส เม พุทฺโธ นิมนฺติโต.

‘‘ปพฺพตคฺเค ยถา อจฺจิ, ปุณฺณมาเยว จนฺทิมา;

นฬคฺคิวณฺณสงฺกาโส, โส เม พุทฺโธ นิมนฺติโต.

‘‘อสมฺภีโต ภยาตีโต, ภวนฺตกรโณ มุนิ;

สีหูปโม มหาวีโร, โส เม พุทฺโธ นิมนฺติโต.

‘‘กุสโล พุทฺธธมฺเมหิ, อปสโยฺห ปเรหิ โส;

นาคูปโม มหาวีโร, โส เม พุทฺโธ นิมนฺติโต.

‘‘สทฺธมฺมาจารกุสโล, พุทฺธนาโค อสาทิโส;

อุสภูปโม มหาวีโร, โส เม พุทฺโธ นิมนฺติโต.

‘‘อนนฺตวณฺโณ อมิตยโส, วิจิตฺตสพฺพลกฺขโณ;

สกฺกูปโม มหาวีโร, โส เม พุทฺโธ นิมนฺติโต.

‘‘วสี คณี ปตาปี จ, เตชสฺสี จ ทุราสโท;

พฺรหฺมูปโม มหาวีโร, โส เม พุทฺโธ นิมนฺติโต.

‘‘ปตฺตธมฺโม ทสพโล, พลาติพลปารโค;

ธรณูปโม มหาวีโร, โส เม พุทฺโธ นิมนฺติโต.