๗. (อปร)-โคตมตฺเถรคาถาวณฺณนา

วิชาเนยฺย สกํ อตฺถนฺติอาทิกา อายสฺมโต อปรสฺส โคตมตฺเถรสฺส คาถา. กา อุปฺปตฺติ? อยมฺปิ ปุริมพุทฺเธสุ กตาธิกาโร ตตฺถ ตตฺถ ภเว วิวฏฺฏูปนิสฺสยํ กุสลํ อุปจินิตฺวา อมฺหากํ ภควโต อุปฺปตฺติโต ปุเรตรเมว สาวตฺถิยํ อุทิจฺจพฺราหฺมณกุเล นิพฺพตฺติตฺวา วยปฺปตฺโต ติณฺณํ เวทานํ ปารคู หุตฺวา, วาทมคฺคํ อุคฺคเหตฺวา อตฺตโน วาทสฺส อุปริ อุตฺตรึ วทนฺตํ อลภนฺโต เตหิ เตหิ วิคฺคาหิกกถํ อนุยุตฺโต วิจรติ. อถ อมฺหากํ ภควา โลเก อุปฺปชฺชิตฺวา ปวตฺติตวรธมฺมจกฺโก อนุปุพฺเพน ยสาทิเก เวเนยฺเย วิเนตฺวา อนาถปิณฺฑิกสฺส อภิยาจนาย สาวตฺถึ อุปคจฺฉิ. ตทา สตฺถุ เชตวนปฏิคฺคเห ปฏิลทฺธสทฺโธ สตฺถารํ อุปสงฺกมิตฺวา ธมฺมํ สุตฺวา ปพฺพชฺชํ ยาจิ. สตฺถา อญฺญตรํ ปิณฺฑจาริกํ ภิกฺขุํ อาณาเปสิ – ‘‘ภิกฺขุ, อิมํ ปพฺพาเชหี’’ติ. โส เตน ปพฺพาชิยมาโน ขุรคฺเคเยว อรหตฺตํ ปาปุณิตฺวา โกสลชนปทํ คนฺตฺวา ตตฺถ จิรํ วสิตฺวา ปุน สาวตฺถึ ปจฺจาคมิ. ตํ พหู ญาตกา พฺราหฺมณมหาสาลา อุปสงฺกมิตฺวา ปยิรุปาสิตฺวา นิสินฺนา ‘‘อิมสฺมึ โลเก พหู สมณพฺราหฺมณา สํสาเร สุทฺธิวาทา, เตสุ กตเมสํ นุ โข วาโท นิยฺยานิโก, กถํ ปฏิปชฺชนฺโต สํสารโต สุชฺฌตี’’ติ ปุจฺฉึสุ. เถโร เตสํ ตมตฺถํ ปกาเสนฺโต –

๕๘๗. ‘‘วิชาเนยฺย สกํ อตฺถํ, อวโลเกยฺยาถ ปาวจนํ;

ยญฺเจตฺถ อสฺส ปติรูปํ, สามญฺญํ อชฺฌูปคตสฺส.

๕๘๘. ‘‘มิตฺตํ อิธ จ กลฺยาณํ, สิกฺขา วิปุลํ สมาทานํ;

สุสฺสูสา จ ครูนํ, เอตํ สมณสฺส ปติรูปํ.

๕๘๙. ‘‘พุทฺเธสุ สคารวตา, ธมฺเม อปจิติ ยถาภูตํ;

สงฺเฆ จ จิตฺตีกาโร, เอตํ สมณสฺส ปติรูปํ.

๕๙๐. ‘‘อาจารโคจเร ยุตฺโต, อาชีโว โสธิโต อคารโยฺห;

จิตฺตสฺส จ สณฺฐปนํ, เอตํ สมณสฺส ปติรูปํ.

๕๙๑. ‘‘จาริตฺตํ อถ วาริตฺตํ, อิริยาปถิยํ ปสาทนิยํ;

อธิจิตฺเต จ อาโยโค, เอตํ สมณสฺส ปติรูปํ.

๕๙๒. ‘‘อารญฺญกานิ เสนาสนานิ, ปนฺตานิ อปฺปสทฺทานิ;

ภชิตพฺพานิ มุนินา, เอตํ สมณสฺส ปติรูปํ.

๕๙๓. ‘‘สีลญฺจ พาหุสจฺจญฺจ, ธมฺมานํ ปวิจโย ยถาภูตํ;

สจฺจานํ อภิสมโย, เอตํ สมณสฺส ปติรูปํ.

๕๙๔. ‘‘ภาเวยฺย จ อนิจฺจนฺติ, อนตฺตสญฺญํ อสุภสญฺญญฺจ;

โลกมฺหิ จ อนภิรตึ, เอตํ สมณสฺส ปติรูปํ.

๕๙๕. ‘‘ภาเวยฺย จ โพชฺฌงฺเค, อิทฺธิปาทานิ อินฺทฺริยานิ พลานิ;

อฏฺฐงฺคมคฺคมริยํ, เอตํ สมณสฺส ปติรูปํ.

๕๙๖. ‘‘ตณฺหํ ปชเหยฺย มุนิ, สมูลเก อาสเว ปทาเลยฺย;

วิหเรยฺย วิปฺปมุตฺโต, เอตํ สมณสฺส ปติรูป’’นฺติ. –

อิมา คาถา อภาสิ.

ตตฺถ วิชาเนยฺย สกํ อตฺถนฺติ, วิญฺญูชาติโก ปุริโส อตฺตโน อตฺถํ ยาถาวโต วิจาเรตฺวา ชาเนยฺย. วิจาเรนฺโต จ อวโลเกยฺยาถ ปาวจนํ อิธ โลเก ปุถุสมณพฺราหฺมเณหิ สมฺมาสมฺพุทฺเธน จ ปวุตฺตํ ปาวจนํ, สมโย. ตตฺถ ยํ นิยฺยานิกํ, ตํ โอโลเกยฺย ปญฺญาจกฺขุนา ปสฺเสยฺย. อิเม หิ นานาติตฺถิยา สมณพฺราหฺมณา อนิจฺเจ ‘‘นิจฺจ’’นฺติ, อนตฺตนิ ‘‘อตฺตา’’ติ, อสุทฺธิมคฺคญฺจ ‘‘สุทฺธิมคฺโค’’ติ มิจฺฉาภินิเวสิโน อญฺญมญฺญญฺจ วิรุทฺธวาทา, ตสฺมา เนสํ วาโท อนิยฺยานิโก. สมฺมาสมฺพุทฺโธ ปน ‘‘สพฺเพ สงฺขารา อนิจฺจา, สพฺเพ ธมฺมา อนตฺตา, สนฺตํ นิพฺพาน’’นฺติ สยมฺภูญาเณน ยถาภูตํ อพฺภญฺญาย ปเวเทติ, ตสฺมา ‘‘ตสฺส วาโท นิยฺยานิโก’’ติ สตฺถุ สาสนมหนฺตตํ โอโลเกยฺยาติ อตฺโถ. ยญฺเจตฺถ อสฺส ปติรูปํ, สามญฺญํ อชฺฌูปคตสฺสาติ, สามญฺญํ สมณภาวํ ปพฺพชฺชํ อุปคตสฺส กุลปุตฺตสฺส ยํ เอตฺถ สาสเน ปพฺพชิตภาเว วา ปติรูปํ ยุตฺตรูปํ สารุปฺปํ อสฺส สิยา, ตมฺปิ อปโลเกยฺย.

กึ ปน ตนฺติ อาห ‘‘มิตฺตํ อิธ จ กลฺยาณ’’นฺติอาทิ. อิมสฺมึ สาสเน กลฺยาณมิตฺตํ เสวิยมานํ สมณสฺส ปติรูปนฺติ โยชนา. เอส นโย อิตเรสุปิ. กลฺยาณมิตฺตญฺหิ นิสฺสาย อกุสลํ ปชหติ, กุสลํ ภาเวติ, สุทฺธมตฺตานํ ปริหรติ. สิกฺขา วิปุลํ สมาทานนฺติ วิปุลํ สิกฺขาสมาทานํ, มหติยา นิพฺพานาวหาย อธิสีลาทิสิกฺขาย อนุฏฺฐานนฺติ อตฺโถ. สุสฺสูสา จ ครูนนฺติ ครูนํ อาจริยุปชฺฌายาทีนํ กลฺยาณมิตฺตานํ โอวาทสฺส โสตุกมฺยตา ปาริจริยา จ. เอตนฺติ กลฺยาณมิตฺตเสวนาทิ.

พุทฺเธสุ สคารวตาติ สพฺพญฺญุพุทฺเธสุ ‘‘สมฺมาสมฺพุทฺโธ ภควา’’ติ คารวโยโค ครุจิตฺตีกาโร. ธมฺเม อปจิติ ยถาภูตนฺติ อริยธมฺเม ยาถาวโต อปจายนํ อาทเรน อภิปูชนํ. สงฺเฆติ อริยสงฺเฆ. จิตฺตีกาโรติ สกฺกาโร สมฺมานนํ. เอตนฺติ รตนตฺตยครุกรณํ.

อาจารโคจเร ยุตฺโตติ กายิกวาจสิกวีติกฺกมนสงฺขาตํ อนาจารํ, ปิณฺฑปาตาทีนํ อตฺถาย อุปสงฺกมิตุํ อยุตฺตฏฺฐานภูตํ เวสิยาทิอโคจรญฺจ ปหาย กายิกวาจสิกอวีติกฺกมนสงฺขาเตน อาจาเรน ปิณฺฑปาตาทีนํ อตฺถาย อุปสงฺกมิตุํ ยุตฺตฏฺฐานภูเตน โคจเรน จ ยุตฺโต สมฺปนฺโน, สมฺปนฺนอาจารโคจโรติ อตฺโถ. อาชีโว โสธิโตติ เวฬุทานาทึ พุทฺธปฏิกุฏฺฐํ อเนสนํ ปหาย อนวชฺชุปฺปาเท ปจฺจเย เสวนฺตสฺส อาชีโว โสธิโต โหติ สุวิสุทฺโธ, โสธิตตฺตา เอว อคารโยฺห วิญฺญูหิ. จิตฺตสฺส จ สณฺฐปนนฺติ ยถา จกฺขาทิทฺวาเรหิ รูปาทิอารมฺมเณสุ อภิชฺฌาทโย นปฺปวตฺตนฺติ, เอวํ ทิฏฺเฐ ทิฏฺฐมตฺตาทิวเสน จิตฺตสฺส สมฺมา ฐปนํ. เอตนฺติ อาจารโคจรสมฺปตฺติ อาชีวปาริสุทฺธิ อินฺทฺริเยสุ คุตฺตทฺวารตาติ เอตํ ตยํ.

จาริตฺตนฺติ จริตฺวา ปริปูเรตพฺพสีลํ. วาริตฺตนฺติ วิรติยา อกรเณน ปริปูเรตพฺพสีลํ. อิริยาปถิยํ ปสาทนิยนฺติ ปเรสํ ปสาทาวหํ อากปฺปสมฺปตฺตินิมิตฺตํ อิริยาปถนิสฺสิตํ สมฺปชญฺญํ. อธิจิตฺเต จ อาโยโคติ สมถวิปสฺสนาสุ อนุโยโค ภาวนา.

อารญฺญกานีติ อรญฺเญ ปริยาปนฺนานิ. ปนฺตานีติ วิวิตฺตานิ.

สีลนฺติ จตุปาริสุทฺธิสีลํ. เหฏฺฐา หิ ภินฺทิตฺวา วุตฺตํ, อิธ อภินฺทิตฺวา วทติ. พาหุสจฺจนฺติ พหุสฺสุตภาโว. โส หิ ภาวนานุโยคสฺส พหุกาโร, โพชฺฌงฺคโกสลฺลอนุตฺตรสีติภาวอธิจิตฺตยุตฺตตาทีสุ สมฺมา ปวิจยพหุลสฺส สมถวิปสฺสนานุโยโค สมฺปชฺชติ. ธมฺมานํ ปวิจโย ยถาภูตนฺติ รูปารูปธมฺมานํ อวิปรีตสลกฺขณโต สามญฺญลกฺขณโต จ ปริวีมํสา. อิมินา อธิปญฺญาธมฺมวิปสฺสนมาห. สจฺจานํ อภิสมโยติ ทุกฺขาทีนํ อริยสจฺจานํ ปริญฺญาภิสมยาทิวเสน ปฏิเวโธ.

สฺวายํ สจฺจาภิสมโย ยถา โหติ, ตํ ทสฺเสตุํ ‘‘ภาเวยฺยา’’ติอาทิ วุตฺตํ. ตตฺถ ภาเวยฺย จ อนิจฺจนฺติ ‘‘สพฺเพ สงฺขารา อนิจฺจา’’ติอาทินา (ธ. ป. ๒๗๗) อวิภาคโต ‘‘ยํ กิญฺจิ รูปํ อตีตานาคตปจฺจุปฺปนฺน’’นฺติอาทินา (วิภ. ๒; สํ. นิ. ๓.๔๙) วิภาคโต วา สพฺพสงฺขาเรสุ อนิจฺจสญฺญํ ภาเวยฺย อุปฺปาเทยฺย เจว วฑฺเฒยฺย จาติ อตฺโถ. อนตฺตสญฺญนฺติ, ‘‘สพฺเพ ธมฺมา อนตฺตา’’ติ ปวตฺตํ อนตฺตสญฺญญฺจ ภาเวยฺยาติ โยชนา. เอวํ เสเสสุปิ. อสุภสญฺญนฺติ, กรชกาเย สพฺพสฺมิมฺปิ วา เตภูมกสงฺขาเร กิเลสาสุจิปคฺฆรณโต ‘‘อสุภา’’ติ ปวตฺตสญฺญํ. ทุกฺขสญฺญาปริวารา หิ อยํ, เอเตเนว เจตฺถ ทุกฺขสญฺญาปิ คหิตาติ เวทิตพฺพํ. โลกมฺหิ จ อนภิรตินฺติ สพฺพโลเก เตภูมเกสุ สงฺขาเรสุ อนาภิรติสญฺญํ. เอเตน อาทีนวานุปสฺสนํ นิพฺพิทานุปสฺสนญฺจ วทติ.

เอวํ ปน วิปสฺสนาภาวนํ อนุยุตฺโต ตํ อุสฺสุกฺกาเปนฺโต อิเม ธมฺเม วฑฺเฒยฺยาติ ทสฺเสนฺโต ‘‘ภาเวยฺย จ โพชฺฌงฺเค’’ติ คาถมาห. ตสฺสตฺโถ – โพธิยา สติอาทิสตฺตวิธธมฺมสามคฺคิยา, โพธิสฺส วา ตํสมงฺคิโน ปุคฺคลสฺส องฺคาติ โพชฺฌงฺคา, สติอาทโย ธมฺมา. เต สติอาทิเก สตฺตโพชฺฌงฺเค, ฉนฺทอาทีนิ จตฺตาริ อิทฺธิปาทานิ, สทฺธาทีนิ ปญฺจินฺทฺริยานิ, สทฺธาทีนิเยว ปญฺจ พลานิ, สมฺมาทิฏฺฐิอาทีนํ วเสน อฏฺฐงฺคอริยมคฺคญฺจ. จ-สทฺเทน สติปฏฺฐานานิ สมฺมปฺปธานานิ จ คหิตานีติ สพฺเพปิ สตฺตตึสปฺปเภเท โพธิปกฺขิยธมฺเม ภาเวยฺย อุปฺปาเทยฺย เจว วฑฺเฒยฺย จ. ตตฺถ ยเทเตสํ ปฐมมคฺคกฺขเณ อุปฺปาทนํ, อุปริมคฺคกฺขเณ จ วฑฺฒนํ, เอตํ สมณสฺส ภิกฺขุโน สารุปฺปนฺติ.

เอวํ โพธิปกฺขิยสตฺตตึสธมฺเม ภาเวนฺโต ยถา มคฺคสจฺจํ ภาวนาภิสมยวเสน อภิสเมติ, เอวํ สมุทยสจฺจํ ปหานาภิสมยวเสน, นิโรธสจฺจํ สจฺฉิกิริยาภิสมยวเสน อภิสเมตีติ ทสฺเสนฺโต ‘‘ตณฺหํ ปชเหยฺยา’’ติ โอสานคาถมาห. ตตฺถ ตณฺหํ ปชเหยฺยาติ, กามตณฺหาทิปเภทํ สพฺพํ ตณฺหํ อริยมคฺเคน อนวเสสโต สมุจฺฉินฺเทยฺย, โมนํ วุจฺจติ ญาณํ, เตน สมนฺนาคตตฺตา มุนิ. สมูลเก อาสเว ปทาเลยฺยาติ กามราคานุสยาทิสมูลเก กามาสวาทิเก สพฺเพปิ อาสเว ภินฺเทยฺย สมุจฺฉินฺเทยฺย. วิหเรยฺย วิปฺปมุตฺโตติ เอวํ สพฺพโส กิเลสานํ ปหีนตฺตา สพฺพธิ วิมุตฺโต สพฺพูปธิปฏินิสฺสคฺคํ นิโรธํ นิพฺพานํ สจฺฉิกตฺวา วิหเรยฺย. เอตนฺติ ยเทตํ วิหรณํ, เอตํ สมณสฺส สมิตปาปสฺส ภิกฺขุโน ปติรูปํ สารุปฺปนฺติ อตฺโถ.

เอวํ เถโร สมณสารุปฺปปฏิปตฺติกิตฺตนมุเขน สาสนสฺส นิยฺยานิกภาวํ ตพฺพิโลมโต พาหิรกสมยสฺส อนิยฺยานิกตญฺจ วิภาเวสิ. ตํ สุตฺวา เต พฺราหฺมณมหาสาลา สาสเน อภิปฺปสนฺนา สรณาทีสุ ปติฏฺฐหึสุ.

(อปร)-โคตมตฺเถรคาถาวณฺณนา นิฏฺฐิตา.

ทสกนิปาตวณฺณนา นิฏฺฐิตา.