๑๐. ทสกนิปาโต
๑. กาฬุทายิตฺเถรคาถาวณฺณนา
ทสกนิปาเต องฺคาริโนติอาทิกา อายสฺมโต กาฬุทายิตฺเถรสฺส คาถา. กา อุปฺปตฺติ? อยมฺปิ ปทุมุตฺตรพุทฺธสฺส กาเล หํสวตีนคเร กุลเคเห นิพฺพตฺโต สตฺถุ ธมฺมเทสนํ สุณนฺโต สตฺถารํ เอกํ ภิกฺขุํ กุลปฺปสาทกานํ อคฺคฏฺฐาเน ฐเปนฺตํ ทิสฺวา ตชฺชํ อภินีหารกมฺมํ กตฺวา ตํ ฐานนฺตรํ ปตฺเถสิ.
โส ยาวชีวํ กุสลํ กตฺวา เทวมนุสฺเสสุ สํสรนฺโต อมฺหากํ โพธิสตฺตสฺส มาตุกุจฺฉิยํ ปฏิสนฺธิคฺคหณทิวเส กปิลวตฺถุสฺมึเยว อมจฺจเคเห ปฏิสนฺธึ คณฺหิ. โพธิสตฺเตน สทฺธึ เอกทิวสํเยว ชาโตติ ตํทิวสํเยว นํ ทุกูลจุมฺพเฏ นิปชฺชาเปตฺวา โพธิสตฺตสฺส อุปฏฺฐานํ นยึสุ. โพธิสตฺเตน หิ สทฺธึ โพธิรุกฺโข, ราหุลมาตา, จตฺตาโร นิธี, อาโรหนิยหตฺถี, อสฺสกณฺฑโก, ฉนฺโน กาฬุทายีติ อิเม สตฺต เอกทิวสํเยว ชาตตฺตา สหชาตา นาม อเหสุํ. อถสฺส นามคฺคหณทิวเส สกลนครสฺส อุทคฺคจิตฺตทิวเส ชาตตฺตา อุทายีเตฺวว นามํ อกํสุ, โถกํ กาฬธาตุกตฺตา ปน กาฬุทายีติ ปญฺญายิตฺถ. โส โพธิสตฺเตน สทฺธึ กุมารกีฬํ กีฬนฺโต วุทฺธึ อคมาสิ.
อปรภาเค โลกนาเถ มหาภินิกฺขมนํ นิกฺขมิตฺวา อนุกฺกเมน สพฺพญฺญุตํ ปตฺวา ปวตฺติตวรธมฺมจกฺเก ราชคหํ อุปนิสฺสาย เวฬุวเน วิหรนฺเต สุทฺโธทนมหาราชา ตํ ปวตฺตึ สุตฺวา ปุริสสหสฺสปริวารํ เอกํ อมจฺจํ ‘‘ปุตฺตํ เม อิธาเนหี’’ติ เปเสสิ. โส ธมฺมเทสนาเวลาย สตฺถุ สนฺติกํ คนฺตฺวา ปริสปริยนฺเต ฐิโต ธมฺมํ สุตฺวา สปริโส อรหตฺตํ ปาปุณิ. อถ เน สตฺถา ‘‘เอถ, ภิกฺขโว’’ติ หตฺถํ ปสาเรติ. สพฺเพ ตงฺขณํเยว อิทฺธิมยปตฺตจีวรธรา วสฺสสฏฺฐิกตฺเถรา วิย อเหสุํ. อรหตฺตํ ปตฺตโต ปฏฺฐาย ปน อริยา มชฺฌตฺตาว โหนฺติ, ตสฺมา รญฺญา ปหิตสาสนํ ทสพลสฺส น กเถสิ. ราชา ‘‘เนว คตพลโกฏฺฐโก อาคจฺฉติ, น สาสนํ สุยฺยตี’’ติ อปรมฺปิ อมจฺจํ ปุริสสหสฺเสน เปเสสิ. ตสฺมิมฺปิ ตถา ปฏิปนฺเน อปรนฺติ เอวํ นวหิ อมจฺเจหิ สทฺธึ นว ปุริสสหสฺสานิ เปเสสิ สพฺเพ อรหตฺตํ ปตฺวา ตุณฺหี อเหสุํ.
อถ ราชา จินฺเตสิ – ‘‘เอตฺตกา ชนา มยิ สิเนหาภาเวน ทสพลสฺส อิธาคมนตฺถาย น กิญฺจิ กถยึสุ, อยํ โข ปน อุทายี ทสพเลน สมวโย สหปํสุกีฬิโก, มยิ จ สิเนหวา, อิมํ เปเสสฺสามี’’ติ ตํ ปกฺโกสาเปตฺวา, ‘‘ตาต, ตฺวํ ปุริสสหสฺสปริวาโร ราชคหํ คนฺตฺวา ทสพลํ อาเนหี’’ติ วตฺวา เปเสสิ. โส ปน คจฺฉนฺโต ‘‘สจาหํ, เทว, ปพฺพชิตุํ ลภิสฺสามิ, เอวาหํ ภควนฺตํ อิธาเนสฺสามี’’ติ วตฺวา ‘‘ยํ กิญฺจิ กตฺวา มม ปุตฺตํ ทสฺเสหี’’ติ วุตฺโต ราชคหํ คนฺตฺวา สตฺถุ ธมฺมเทสนาเวลาย ปริสปริยนฺเต ฐิโต ธมฺมํ สุตฺวา สปริวาโร อรหตฺตํ ปตฺวา เอหิภิกฺขุภาเว ปติฏฺฐาสิ. เตน วุตฺตํ อปทาเน (อป. เถร ๑.๔.๔๘-๖๓) –
‘‘ปทุมุตฺตรพุทฺธสฺส, โลกเชฏฺฐสฺส ตาทิโน;
อทฺธานํ ปฏิปนฺนสฺส, จรโต จาริกํ ตทา.
‘‘สุผุลฺลํ ปทุมํ คยฺห, อุปฺปลํ มลฺลิกญฺจหํ;
ปรมนฺนํ คเหตฺวาน, อทาสึ สตฺถุโน อหํ.
‘‘ปริภุญฺชิ มหาวีโร, ปรมนฺนํ สุโภชนํ;
ตญฺจ ปุปฺผํ คเหตฺวาน, ชนสฺส สมฺปทสฺสยิ.
‘‘อิฏฺฐํ กนฺตํ ปิยํ โลเก, ชลชํ ปุปฺผมุตฺตมํ;
สุทุกฺกรํ กตํ เตน, โย เม ปุปฺผํ อทาสิทํ.
‘‘โย ปุปฺผมภิโรเปสิ, ปรมนฺนญฺจทาสิ เม;
ตมหํ กิตฺตยิสฺสามิ, สุณาถ มม ภาสโต.
‘‘ทส อฏฺฐ จกฺขตฺตุํ โส, เทวรชฺชํ กริสฺสติ;
อุปฺปลํ ปทุมญฺจาปิ, มลฺลิกญฺจ ตทุตฺตริ.
‘‘อสฺส ปุญฺญวิปาเกน, ทิพฺพคนฺธสมายุตํ;
อากาเส ฉทนํ กตฺวา, ธารยิสฺสติ ตาวเท.
‘‘ปญฺจวีสติกฺขตฺตุญฺจ, จกฺกวตฺตี ภวิสฺสติ;
ปถพฺยา รชฺชํ ปญฺจสตํ, วสุธํ อาวสิสฺสติ.
‘‘กปฺปสตสหสฺสมฺหิ, โอกฺกากกุลสมฺภโว;
โคตโม นาม โคตฺเตน, สตฺถา โลเก ภวิสฺสติ.
‘‘สกกมฺมาภิรทฺโธ โส, สุกฺกมูเลน โจทิโต;
สกฺยานํ นนฺทิชนโน, ญาติพนฺธุ ภวิสฺสติ.
‘‘โส ปจฺฉา ปพฺพชิตฺวาน, สุกฺกมูเลน โจทิโต;
สพฺพาสเว ปริญฺญาย, นิพฺพายิสฺสตินาสโว.
‘‘ปฏิสมฺภิทมนุปฺปตฺตํ, กตกิจฺจมนาสวํ;
โคตโม โลกพนฺธุ ตํ, เอตทคฺเค ฐเปสฺสติ.
‘‘ปธานปหิตตฺโต โส, อุปสนฺโต นิรูปธิ;
อุทายี นาม นาเมน, เหสฺสติ สตฺถุ สาวโก.
‘‘ราโค โทโส จ โมโห จ, มาโน มกฺโข จ ธํสิโต;
สพฺพาสเว ปริญฺญาย, วิหรามิ อนาสโว.
‘‘โตสยิญฺจาปิ สมฺพุทฺธํ, อาตาปี นิปโก อหํ;
ปสาทิโต จ สมฺพุทฺโธ, เอตทคฺเค ฐเปสิ มํ.
‘‘ปฏิสมฺภิทา จตสฺโส…เป… กตํ พุทฺธสฺส สาสน’’นฺติ.
อรหตฺตํ ปน ปตฺวา ‘‘น ตาวายํ ทสพลสฺส กุลนครํ คนฺตุํ กาโล, วสนฺเต ปน อุปคเต ปุปฺผิเตสุ วนสณฺเฑสุ หริตติณสญฺฉนฺนาย ภูมิยา คมนกาโล ภวิสฺสตี’’ติ กาลํ ปฏิมาเนนฺโต วสนฺเต สมฺปตฺเต สตฺถุ กุลนครํ คนฺตุํ คมนมคฺควณฺณํ สํวณฺเณนฺโต –
๕๒๗. ‘‘องฺคาริโน ทานิ ทุมา ภทนฺเต, ผเลสิโน ฉทนํ วิปฺปหาย;
เต อจฺจิมนฺโตว ปภาสยนฺติ, สมโย มหาวีร ภาคีรสานํ.
๕๒๘. ‘‘ทุมานิ ผุลฺลานิ มโนรมานิ, สมนฺตโต สพฺพทิสา ปวนฺติ;
ปตฺตํ ปหาย ผลมาสสานา, กาโล อิโต ปกฺกมนาย วีร.
๕๒๙. ‘‘เนวาติสีตํ น ปนาติอุณฺหํ, สุขา อุตุ อทฺธนิยา ภทนฺเต;
ปสฺสนฺตุ ตํ สากิยา โกฬิยา จ, ปจฺฉามุขํ โรหินิยํ ตรนฺตํ.
๕๓๐. ‘‘อาสาย กสเต เขตฺตํ, พีชํ อาสาย วปฺปติ;
อาสาย วาณิชา ยนฺติ, สมุทฺทํ ธนหารกา;
ยาย อาสาย ติฏฺฐามิ, สา เม อาสา สมิชฺฌตุ.
๕๓๑. ‘‘ปุนปฺปุนญฺเจว วปนฺติ พีชํ, ปุนปฺปุนํ วสฺสติ เทวราชา;
ปุนปฺปุนํ เขตฺตํ กสนฺติ กสฺสกา, ปุนปฺปุนํ ธญฺญมุเปติ รฏฺฐํ.
๕๓๒. ‘‘ปุนปฺปุนํ ยาจนกา จรนฺติ, ปุนปฺปุนํ ทานปตี ททนฺติ;
ปุนปฺปุนํ ทานปตี ททิตฺวา, ปุนปฺปุนํ สคฺคมุเปนฺติ ฐานํ.
๕๓๓. ‘‘วีโร หเว สตฺตยุคํ ปุเนติ, ยสฺมึ กุเล ชายติ ภูริปญฺโญ;
มญฺญามหํ สกฺกติ เทวเทโว, ตยา หิ ชาโต มุนิ สจฺจนาโม.
๕๓๔. ‘‘สุทฺโธทโน นาม ปิตา มเหสิโน, พุทฺธสฺส มาตา ปน มายนามา;
ยา โพธิสตฺตํ ปริหริย กุจฺฉินา, กายสฺส เภทา ติทิวมฺหิ โมทติ.
๕๓๕. ‘‘สา โคตมี กาลกตา อิโต จุตา, ทิพฺเพหิ กาเมหิ สมงฺคิภูตา;
สา โมทติ กามคุเณหิ ปญฺจหิ, ปริวาริตา เทวคเณหิ เตหิ.
๕๓๖. ‘‘พุทฺธสฺส ปุตฺโตมฺหิ อสยฺหสาหิโน, องฺคีรสสฺสปฺปฏิมสฺส ตาทิโน;
ปิตุปิตา มยฺหํ ตุวํสิ สกฺก, ธมฺเมน เม โคตม อยฺยโกสี’’ติ. –
อิมา คาถา อภาสิ.
ตตฺถ องฺคาริโนติ องฺคารานิ วิยาติ องฺคารานิ, รตฺตปวาฬวณฺณานิ รุกฺขานํ ปุปฺผปลฺลวานิ, ตานิ เอเตสํ สนฺตีติ องฺคาริโน, อติโลหิตกุสุมกิสลเยหิ องฺคารวุฏฺฐิสํปริกิณฺณา วิยาติ อตฺโถ. อิทานีติ อิมสฺมึ กาเล. ทุมาติ รุกฺขา. ภทนฺเตติ, ภทฺทํ อนฺเต เอตสฺสาติ ภทนฺเตติ เอกสฺส ทการสฺส โลปํ กตฺวา วุจฺจติ, คุณวิเสสยุตฺโต, คุณวิเสสยุตฺตานญฺจ อคฺคภูโต สตฺถา. ตสฺมา ภทนฺเตติ สตฺถุ อาลปนํ. ปจฺจตฺตวจนญฺเจตํ เอการนฺตํ ‘‘สุกเฏ ปฏิกมฺเม สุเข ทุกฺเขปิ เจ’’ติอาทีสุ วิย. อิธ ปน สมฺโพธนตฺเถ ทฏฺฐพฺพํ. เตน วุตฺตํ ‘‘ภทนฺเตติ อาลปน’’นฺติ. ‘‘ภทฺทสทฺทสมานตฺถํ ปทนฺตรเมก’’นฺติ เกจิ. ผลานิ เอสนฺตีติ ผเลสิโน. อเจตเนปิ หิ สเจตนกิริยมาโรเปตฺวา โวหรนฺติ, ยถา กุลํ ปติตุกามนฺติ, ผลานิ คเหตุมารทฺธา สมฺปตฺติผลคหณกาลาติ อตฺโถ. ฉทนํ วิปฺปหายาติ ปุราณปณฺณานิ ปชหิตฺวา สมฺปนฺนปณฺฑุปลาสาติ อตฺโถ. เตติ ทุมา. อจฺจิมนฺโตว ปภาสยนฺตีติ ทีปสิขาวนฺโต วิย ชลิตอคฺคี วิย วา โอภาสยนฺติ สพฺพา ทิสาติ อธิปฺปาโย. สมโยติ กาโล, ‘‘อนุคฺคหายา’’ติ วจนเสโส. มหาวีราติ มหาวิกฺกนฺต. ภาคี รสานนฺติ อตฺถรสาทีนํ ภาคี. วุตฺตเญฺหตํ ธมฺมเสนาปตินา – ‘‘ภาคี วา ภควา อตฺถรสสฺส ธมฺมรสสฺสา’’ติอาทิ (จูฬนิ. อชิตมาณวปุจฺฉานิทฺเทส ๒). มหาวีร, ภาคีติ จ อิทมฺปิ ทฺวยํ สมฺโพธนวจนํ ทฏฺฐพฺพํ. ภาคีรถานนฺติ ปน ปาเฐ ภคีรโถ นาม อาทิราชา. ตพฺพํสชาตตาย สากิยา ภาคีรถา, เตสํ ภาคีรถานํ อุปการตฺถนฺติ อธิปฺปาโย.
ทุมานีติ ลิงฺควิปลฺลาเสน วุตฺตํ, ทุมา รุกฺขาติ อตฺโถ. สมนฺตโต สพฺพทิสา ปวนฺตีติ, สมนฺตโต สพฺพภาคโต สพฺพทิสาสุ จ ผุลฺลานิ, ตถา ผุลฺลตฺตา เอว สพฺพทิสา ปวนฺติ คนฺธํ วิสฺสชฺเชนฺติ. อาสมานาติ อาสีสนฺตา คหิตุกามา. เอวํ รุกฺขโสภาย คมนมคฺคสฺส รามเณยฺยตํ ทสฺเสตฺวา อิทานิ ‘‘เนวาติสีต’’นฺติอาทินา อุตุสมฺปตฺตึ ทสฺเสติ. สุขาติ นาติสีตนาติอุณฺหภาเวเนว สุขา อิฏฺฐา. อุตุ อทฺธนิยาติ อทฺธานคมนโยคฺคา อุตุ. ปสฺสนฺตุ ตํ สากิยา โกฬิยา จ, ปจฺฉามุขํ โรหินิยํ ตรนฺตนฺติ โรหินี นาม นที สากิยโกฬิยชนปทานํ อนฺตเร อุตฺตรทิสโต ทกฺขิณมุขา สนฺทติ, ราชคหํ จสฺสา ปุรตฺถิมทกฺขิณาย ทิสาย, ตสฺมา ราชคหโต กปิลวตฺถุํ คนฺตุํ ตํ นทึ ตรนฺตา ปจฺฉามุขา หุตฺวา ตรนฺติ. เตนาห ‘‘ปสฺสนฺตุ ตํ…เป… ตรนฺต’’นฺติ. ‘‘ภควนฺตํ ปจฺฉามุขํ โรหินึ นาม นทึ อติกฺกมนฺตํ สากิยโกฬิยชนปทวาสิโน ปสฺสนฺตู’’ติ กปิลวตฺถุคมนาย ภควนฺตํ อายาจนฺโต อุสฺสาเหติ.
อิทานิ อตฺตโน ปตฺถนํ อุปมาหิ ปกาเสนฺโต ‘‘อาสาย กสเต’’ติ คาถมาห. อาสาย กสเต เขตฺตนฺติ กสฺสโก กสนฺโต เขตฺตํ ผลาสาย กสติ. พีชํ อาสาย วปฺปตีติ กสิตฺวา จ วปนฺเตน ผลาสาย เอว พีชํ วปฺปติ นิกฺขิปียติ. อาสาย วาณิชา ยนฺตีติ ธนหารกา วาณิชา ธนาสาย สมุทฺทํ ตริตุํ เทสํ อุปคนฺตุํ สมุทฺทํ นาวาย ยนฺติ คจฺฉนฺติ. ยาย อาสาย ติฏฺฐามีติ เอวํ อหมฺปิ ยาย อาสาย ปตฺถนาย ภควา ตุมฺหากํ กปิลปุรคมนปตฺถนาย อิธ ติฏฺฐามิ. สา เม อาสา สมิชฺฌตุ, ตุเมฺหหิ ‘‘กปิลวตฺถุ คนฺตพฺพ’’นฺติ วทติ, อาสาย สทิสตาย เจตฺถ กตฺตุกมฺยตาฉนฺทํ อาสาติ อาห.
คมนมคฺคสํวณฺณนาทินา อเนกวารํ ยาจนาย การณํ ทสฺเสตุํ ‘‘ปุนปฺปุน’’นฺติอาทิ วุตฺตํ. ตสฺสตฺโถ – สกึ วุตฺตมตฺเตน วปฺเป อสมฺปชฺชมาเน กสฺสกา ปุนปฺปุนํ ทุติยมฺปิ ตติยมฺปิ พีชํ วปนฺติ. ปชฺชุนฺโน เทวราชาปิ เอกวารเมว อวสฺสิตฺวา ปุนปฺปุนํ กาเลน กาลํ วสฺสติ. กสฺสกาปิ เอกวารเมว อกสิตฺวา สสฺสสมฺปตฺติอตฺถํ ปํสุํ กทฺทมํ วา มุทุํ กาตุํ เขตฺตํ ปุนปฺปุนํ กสนฺติ. เอกวารเมว ธญฺญํ สงฺคหํ กตฺวา ‘‘อลเมตฺตาวตา’’ติ อปริตุสฺสนโต โกฏฺฐาคาราทีสุ ปฏิสามนวเสน มนุสฺเสหิ อุปนียมานํ ปุนปฺปุนํ สาลิอาทิธญฺญํ รฏฺฐํ อุเปติ อุปคจฺฉติ.
ยาจนกาปิ ยาจนฺตา ปุนปฺปุนํ กุลานิ จรนฺติ อุปคจฺฉนฺติ, น เอกวารเมว, ยาจิตา ปน เตสํ ปุนปฺปุนํ ทานปตี ททนฺติ, น สกึเยว. ตถา ปน เทยฺยธมฺมํ ปุนปฺปุนํ ทานปตี ททิตฺวา ทานมยํ ปุญฺญํ อุปจินิตฺวา ปุนปฺปุนํ อปราปรํ สคฺคมุเปนฺติ ฐานํ ปฏิสนฺธิวเสน เทวโลกํ อุปคจฺฉนฺติ. ตสฺมา อหมฺปิ ปุนปฺปุนํ ยาจามิ ภควา มยฺหํ มโนรถํ มตฺถกํ ปาเปหีติ อธิปฺปาโย.
อิทานิ ยทตฺถํ สตฺถารํ กปิลวตฺถุคมนํ ยาจติ, ตํ ทสฺเสตุํ ‘‘วีโร หเว’’ติคาถมาห. ตสฺสตฺโถ – วีโร วีริยวา มหาวิกฺกนฺโต ภูริปญฺโญ มหาปญฺโญ ปุริโส ยสฺมึ กุเล ชายติ นิพฺพตฺตติ, ตตฺถ หเว เอกํเสน สตฺตยุคํ สตฺตปุริสยุคํ ยาวสตฺตมํ ปิตามหยุคํ สมฺมาปฏิปตฺติยา ปุเนติ โสเธตีติ โลกวาโท อติวาโท อญฺเญสุ. ภควา ปน สพฺเพสํ เทวานํ อุตฺตมเทวตาย เทวเทโว ปาปนิวารเณน กลฺยาณปติฏฺฐาปเนน ตโต ปรมฺปิ โสเธตุํ สกฺกติ สกฺโกตีติ มญฺญามิ อหํ. กสฺมา? ตยา หิ ชาโต มุนิ สจฺจนาโม ยสฺมา ตยา สตฺถารา อริยาย ชาติยา ชาโต มุนิภาโว, มุนิ วา สมาโน อตฺตหิตปรหิตานํ อิธโลกปรโลกานญฺจ มุนนฏฺเฐน ‘‘มุนี’’ติ อวิตถนาโม, โมนวา วา มุนิ, ‘‘สมโณ ปพฺพชิโต อิสี’’ติ อวิตถนาโม ตยา ชาโต. ตสฺมา สตฺตานํ เอกนฺตหิตปฏิลาภเหตุภาวโต ภควา ตว ตตฺถ คมนํ ยาจามาติ อตฺโถ.
อิทานิ ‘‘สตฺตยุค’’นฺติ วุตฺเต ปิตุยุคํ ทสฺเสตุํ ‘‘สุทฺโธทโน นามา’’ติอาทิ วุตฺตํ. สุทฺธํ โอทนํ ชีวนํ เอตสฺสาติ สุทฺโธทโน. พุทฺธปิตา หิ เอกํสโต สุวิสุทฺธกายวจีมโนสมาจาโร สุวิสุทฺธาชีโว โหติ ตถา อภินีหารสมฺปนฺนตฺตา. มายนามาติ กุลรูปสีลาจาราทิสมฺปตฺติยา ญาติมิตฺตาทีหิ ‘‘มา ยาหี’’ติ วตฺตพฺพคุณตาย ‘‘มายา’’ติ ลทฺธนามา. ปริหริยาติ ธาเรตฺวา. กายสฺส เภทาติ สเทวกสฺส โลกสฺส เจติยสทิสสฺส อตฺตโน กายสฺส วินาสโต อุทฺธํ. ติทิวมฺหีติ ตุสิตเทวโลเก.
สาติ มายาเทวี. โคตมีติ โคตฺเตน ตํ กิตฺเตติ. ทิพฺเพหิ กาเมหีติ, ตุสิตภวนปริยาปนฺเนหิ ทิพฺเพหิ วตฺถุกาเมหิ. สมงฺคิภูตาติ สมนฺนาคตา. กามคุเณหีติ กามโกฏฺฐาเสหิ, ‘‘กาเมหี’’ติ วตฺวา ปุน ‘‘กามคุเณหี’’ติ วจเนน อเนกภาเคหิ วตฺถุกาเมหิ ปริจาริยตีติ ทีเปติ. เตหีติ ยสฺมึ เทวนิกาเย นิพฺพตฺติ, เตหิ ตุสิตเทวคเณหิ, เตหิ วา กามคุเณหิ. ‘‘สมงฺคิภูตา ปริวาริตา’’ติ จ อิตฺถิลิงฺคนิทฺเทโส ปุริมตฺตภาวสิทฺธํ อิตฺถิภาวํ, เทวตาภาวํ วา สนฺธาย กโต, เทวูปปตฺติ ปน ปุริสภาเวเนว ชาตา.
เอวํ เถเรน ยาจิโต ภควา ตตฺถ คมเน พหูนํ วิเสสาธิคมํ ทิสฺวา วีสติสหสฺส ขีณาสวปริวุโต ราชคหโต อตุริตจาริกาวเสน กปิลวตฺถุคามิมคฺคํ ปฏิปชฺชิ. เถโร อิทฺธิยา กปิลวตฺถุํ คนฺตฺวา รญฺโญ ปุรโต อากาเส ฐิโต อทิฏฺฐปุพฺพํ เวสํ ทิสฺวา รญฺญา ‘‘โกสิ ตฺว’’นฺติ ปุจฺฉิโต, ‘‘สเจ อมจฺจปุตฺตํ ตยา ภควโต สนฺติกํ เปสิตํ มํ น ชานาสิ, เอวํ ปน ชานาหี’’ติ ทสฺเสนฺโต –
‘‘พุทฺธสฺส ปุตฺโตมฺหิ อสยฺหสาหิโน, องฺคีรสสฺสปฺปฏิมสฺส ตาทิโน;
ปิตุปิตา มยฺหํ ตุวํสิ สกฺก, ธมฺเมน เม โคตม อยฺยโกสี’’ติ. –
โอสานคาถมาห.
ตตฺถ พุทฺธสฺส ปุตฺโตมฺหีติ, สพฺพญฺญุพุทฺธสฺส อุเร ชาตตาย โอรสปุตฺโต อมฺหิ. อสยฺหสาหิโนติ, อภิสมฺโพธิโต ปุพฺเพ ฐเปตฺวา มหาโพธิสตฺตํ อญฺเญหิ สหิตุํ วหิตุํ อสกฺกุเณยฺยตฺตา อสยฺหสฺส สกลสฺส โพธิสมฺภารสฺส มหาการุณิกาธิการสฺส จ สหนโต วหนโต, ตโต ปรมฺปิ อญฺเญหิ สหิตุํ อภิภวิตุํ อสกฺกุเณยฺยตฺตา อสยฺหานํ ปญฺจนฺนํ มารานํ สหนโต อภิภวนโต, อาสยานุสยจริตาธิมุตฺติอาทิวิภาคาวโพธเนน ยถารหํ เวเนยฺยานํ ทิฏฺฐธมฺมิกสมฺปรายิกปรมตฺเถหิ อนุสาสนีสงฺขาตสฺส อญฺเญหิ อสยฺหสฺส พุทฺธกิจฺจสฺส จ สหนโต, ตตฺถ วา สาธุการีภาวโต อสยฺหสาหิโน. องฺคีรสสฺสาติ องฺคีกตสีลาทิสมฺปตฺติกสฺส. ‘‘องฺคมงฺเคหิ นิจฺฉรณกโอภาสสฺสา’’ติ อปเร. เกจิ ปน ‘‘องฺคีรโส, สิทฺธตฺโถติ เทฺว นามานิ ปิตราเยว คหิตานี’’ติ วทนฺติ. อปฺปฏิมสฺสาติ อนูปมสฺส. อิฏฺฐานิฏฺเฐสุ ตาทิลกฺขณปฺปตฺติยา ตาทิโน. ปิตุปิตา มยฺหํ ตุวํสีติ อริยชาติวเสน มยฺหํ ปิตุ สมฺมาสมฺพุทฺธสฺส โลกโวหาเรน ตฺวํ ปิตา อสิ. สกฺกาติ ชาติวเสน ราชานํ อาลปติ. ธมฺเมนาติ สภาเวน อริยชาติ โลกิยชาตีติ ทฺวินฺนํ ชาตีนํ สภาวสโมธาเนน โคตมาติ ราชานํ โคตฺเตน อาลปติ. อยฺยโกสีติ ปิตามโห อสิ. เอตฺถ จ ‘‘พุทฺธสฺส ปุตฺโตมฺหี’’ติอาทึ วทนฺโต เถโร อญฺญํ พฺยากาสิ.
เอวํ ปน อตฺตานํ ชานาเปตฺวา หฏฺฐตุฏฺเฐน รญฺญา มหารเห ปลฺลงฺเก นิสีทาเปตฺวา อตฺตโน ปฏิยาทิตสฺส นานคฺครสสฺส โภชนสฺส ปตฺตํ ปูเรตฺวา ทินฺเน คมนาการํ ทสฺเสติ. ‘‘กสฺมา คนฺตุกามตฺถ, ภุญฺชถา’’ติ จ วุตฺเต, ‘‘สตฺถุ สนฺติกํ คนฺตฺวา ภุญฺชิสฺสามี’’ติ. ‘‘กหํ ปน สตฺถา’’ติ? ‘‘วีสติสหสฺสภิกฺขุปริวาโร ตุมฺหากํ ทสฺสนตฺถาย มคฺคํ ปฏิปนฺโน’’ติ. ‘‘ตุเมฺห อิมํ ปิณฺฑปาตํ ปริภุญฺชิตฺวา ยาว มม ปุตฺโต อิมํ นครํ สมฺปาปุณาติ, ตาวสฺส อิโตว ปิณฺฑปาตํ หรถา’’ติ. เถโร ภตฺตกิจฺจํ กตฺวา รญฺโญ ปริสาย จ ธมฺมํ กเถตฺวา สตฺถุ อาคมนโต ปุเรตรเมว สกลํ ราชนิเวสนํ รตนตฺตเย อภิปฺปสนฺนํ กโรนฺโต สพฺเพสํ ปสฺสนฺตานํเยว สตฺถุ อาหริตพฺพภตฺตปุณฺณํ ปตฺตํ อากาเส วิสฺสชฺเชตฺวา สยมฺปิ เวหาสํ อพฺภุคฺคนฺตฺวา ปิณฺฑปาตํ อุปเนตฺวา สตฺถุ หตฺเถ ฐเปสิ. สตฺถา ตํ ปิณฺฑปาตํ ปริภุญฺชิ. เอวํ สฏฺฐิโยชนํ มคฺคํ ทิวเส ทิวเส โยชนํ คจฺฉนฺตสฺส สตฺถุ ราชเคหโตว ภตฺตํ อาหริตฺวา อทาสิ. อถ นํ ภควา ‘‘มยฺหํ ปิตุ มหาราชสฺส สกลนิเวสนํ ปสาเทสี’’ติ กุลปฺปสาทกานํ อคฺคฏฺฐาเน ฐเปสีติ.
กาฬุทายิตฺเถรคาถาวณฺณนา นิฏฺฐิตา.
๒. เอกวิหาริยตฺเถรคาถาวณฺณนา
ปุรโต ปจฺฉโต วาติอาทิกา อายสฺมโต เอกวิหาริยตฺเถรสฺส คาถา. กา อุปฺปตฺติ? อยมฺปิ ปุริมพุทฺเธสุ กตาธิกาโร ตตฺถ ตตฺถ ภเว ปุญฺญานิ อุปจินนฺโต กสฺสปทสพลสฺส กาเล กุลเคเห นิพฺพตฺติตฺวา วิญฺญุตํ ปตฺโต สตฺถุ สนฺติเก ธมฺมํ สุตฺวา ปฏิลทฺธสทฺโธ ปพฺพชิตฺวา อรญฺญํ ปวิสิตฺวา วิเวกวาสํ วสิ.
โส เตน ปุญฺญกมฺเมน เอกํ พุทฺธนฺตรํ เทวมนุสฺเสสุ สํสรนฺโต อิมสฺมึ พุทฺธุปฺปาเท ภควติ ปรินิพฺพุเต ธมฺมาโสกรญฺโญ กนิฏฺฐภาตา หุตฺวา นิพฺพตฺติ. อโสกมหาราชา กิร สตฺถุ ปรินิพฺพานโต ทฺวินฺนํ วสฺสสตานํ อุปริ อฏฺฐารสเม วสฺเส สกลชมฺพุทีเป เอกรชฺชาภิเสกํ ปตฺวา อตฺตโน กนิฏฺฐํ ติสฺสกุมารํ โอปรชฺเช ฐเปตฺวา เอเกน อุปาเยน ตํ สาสเน อภิปฺปสนฺนํ อกาสิ. โส เอกทิวสํ มิควํ คโต อรญฺเญ โยนกมหาธมฺมรกฺขิตตฺเถรํ หตฺถินาเคน สาลสาขํ คเหตฺวา พีชิยมานํ นิสินฺนํ ทิสฺวา สญฺชาตปสาโท ‘‘อโห วตาหมฺปิ อยํ มหาเถโร วิย ปพฺพชิตฺวา อรญฺเญ วิหเรยฺย’’นฺติ จินฺเตสิ. เถโร ตสฺส จิตฺตาจารํ ญตฺวา ตสฺส ปสฺสนฺตสฺเสว อากาสํ อพฺภุคฺคนฺตฺวา อโสการาเม โปกฺขรณิยา อภิชฺชมาเน อุทเก ฐตฺวา จีวรญฺจ อุตฺตราสงฺคญฺจ อากาเส โอลคฺเคตฺวา นฺหายิตุํ อารภิ. กุมาโร เถรสฺส อานุภาวํ ทิสฺวา อภิปฺปสนฺโน อรญฺญโต นิวตฺติตฺวา ราชเคหํ คนฺตฺวา ‘‘ปพฺพชิสฺสามี’’ติ รญฺโญ อาโรเจสิ. ราชา ตํ อเนกปฺปการํ ยาจิตฺวา ปพฺพชฺชาธิปฺปายํ นิวตฺเตตุํ นาสกฺขิ. โส อุปาสโก หุตฺวา ปพฺพชฺชาสุขํ ปตฺเถนฺโต –
๕๓๗. ‘‘ปุรโต ปจฺฉโต วาปิ, อปโร เจ น วิชฺชติ;
อตีว ผาสุ ภวติ, เอกสฺส วสโต วเน.
๕๓๘. ‘‘หนฺท เอโก คมิสฺสามิ, อรญฺญํ พุทฺธวณฺณิตํ;
ผาสุ เอกวิหาริสฺส, ปหิตตฺตสฺส ภิกฺขุโน.
๕๓๙. ‘‘โยคี-ปีติกรํ รมฺมํ, มตฺตกุญฺชรเสวิตํ;
เอโก อตฺถวสี ขิปฺปํ, ปวิสิสฺสามิ กานนํ.
๕๔๐. ‘‘สุปุปฺผิเต สีตวเน, สีตเล คิริกนฺทเร;
คตฺตานิ ปริสิญฺจิตฺวา, จงฺกมิสฺสามิ เอกโก.
๕๔๑. ‘‘เอกากิโย อทุติโย, รมณีเย มหาวเน;
กทาหํ วิหริสฺสามิ, กตกิจฺโจ อนาสโว.
๕๔๒. ‘‘เอวํ เม กตฺตุกามสฺส, อธิปฺปาโย สมิชฺฌตุ;
สาธยิสฺสามหํเยว, นาญฺโญ อญฺญสฺส การโก’’ติ. –
อิมา ฉ คาถา อภาสิ.
ตตฺถ ปุรโต ปจฺฉโต วาติ อตฺตโน ปุรโต วา ปจฺฉโต วา, วา-สทฺทสฺส วิกปฺปตฺถตฺตา ปสฺสโต วา อปโร อญฺโญ ชโน น วิชฺชติ เจ, อตีว อติวิย ผาสุ จิตฺตสุขํ ภวติ. เอกวิหารีภาเวน เอกสฺส อสหายสฺส. วเน วสโตติ จิรปริจิเตน วิเวกชฺฌาสเยน อากฑฺฒิยมานหทโย โส รตฺตินฺทิวํ มหาชนปริวุตสฺส วสโต สงฺคณิกวิหารํ นิพฺพินฺทนฺโต วิเวกสุขญฺจ พหุํ มญฺญนฺโต วทติ.
หนฺทาติ โวสฺสคฺคตฺเถ นิปาโต, เตน อิทานิ กรียมานสฺส อรญฺญคมนสฺส นิจฺฉิตภาวมาห. เอโก คมิสฺสามีติ ‘‘สุญฺญาคาเร โข, คหปติ, ตถาคตา อภิรมนฺตี’’ติอาทิวจนโต (จูฬว. ๓๐๖) พุทฺเธหิ วณฺณิตํ ปสฏฺฐํ อรญฺญํ เอโก อสหาโย คมิสฺสามิ วาสาธิปฺปาเยน อุปคจฺฉามิ. ยสฺมา เอกวิหาริสฺส ฐานาทีสุ อสหายภาเวน เอกวิหาริสฺส นิพฺพานํ ปฏิเปสิตจิตฺตตาย ปหิตตฺตสฺส อธิสีลสิกฺขาทิกา ติสฺโส สิกฺขา สิกฺขโต ภิกฺขุโน อรญฺญํ ผาสุ อิฏฺฐํ สุขาวหนฺติ อตฺโถ.
โยคี-ปีติกรนฺติ โยคีนํ ภาวนาย ยุตฺตปฺปยุตฺตานํ อปฺปสทฺทาทิภาเวน ฌานวิปสฺสนาทิปีตึ อาวหนโต โยคี-ปีติกรํ. วิสภาคารมฺมณาภาเวน ปฏิสลฺลานสารุปฺปตาย รมฺมํ. มตฺตกุญฺชรเสวิตนฺติ มตฺตวรวารณวิจริตํ, อิมินาปิ พฺรหารญฺญภาเวน ชนวิเวกํเยว ทสฺเสติ. อตฺถวสีติ อิธ อตฺโถติ สมณธมฺโม อธิปฺเปโต. ‘‘กถํ นุ โข โส เม ภเวยฺยา’’ติ ตสฺส วสํ คโต.
สุปุปฺผิเตติ สุฏฺฐุ ปุปฺผิเต. สีตวเนติ ฉายูทกสมฺปตฺติยา สีเต วเน. อุภเยนปิ ตสฺส รมณียตํเยว วิภาเวติ. คิริกนฺทเรติ คิรีนํ อพฺภนฺตเร กนฺทเร. กนฺติ หิ อุทกํ, เตน ทาริตํ นินฺนฏฺฐานํ กนฺทรํ นาม. ตาทิเส สีตเล คิริกนฺทเร ฆมฺมปริตาปํ วิโนเทตฺวา อตฺตโน คตฺตานิ ปริสิญฺจิตฺวา นฺหายิตฺวา จงฺกมิสฺสามิ เอกโกติ กตฺถจิ อนายตฺตวุตฺติตํ ทสฺเสติ.
เอกากิโยติ เอกากี อสหาโย. อทุติโยติ ตณฺหาสงฺขาตทุติยาภาเวน อทุติโย. ตณฺหา หิ ปุริสสฺส สพฺพทา อวิชหนฏฺเฐน ทุติยา นาม. เตนาห ภควา – ‘‘ตณฺหาทุติโย ปุริโส, ทีฆมทฺธาน สํสร’’นฺติ (อิติวุ. ๑๕, ๑๐๕).
เอวํ เม กตฺตุกามสฺสาติ ‘‘หนฺท เอโก คมิสฺสามี’’ติอาทินา วุตฺตวิธินา อรญฺญํ คนฺตฺวา ภาวนาภิโยคํ กตฺตุกามสฺส เม. อธิปฺปาโย สมิชฺฌตูติ ‘‘กทาหํ วิหริสฺสามิ, กตกิจฺโจ อนาสโว’’ติ เอวํ ปวตฺโต มโนรโถ อิชฺฌตุ สิทฺธึ ปาปุณาตุ. อรหตฺตปฺปตฺติ จ ยสฺมา น อายาจนมตฺเตน สิชฺฌติ, นาปิ อญฺเญน สาเธตพฺพา, ตสฺมา อาห ‘‘สาธยิสฺสามหํเยว, นาญฺโญ อญฺญสฺส การโก’’ติ.
เอวํ อุปราชสฺส ปพฺพชฺชาย ทฬฺหนิจฺฉยตํ ญตฺวา ราชา อโสการามคมนียํ มคฺคํ อลงฺการาเปตฺวา กุมารํ สพฺพาลงฺการวิภูสิตํ มหติยา เสนาย มหจฺจราชานุภาเวน วิหารํ เนสิ. กุมาโร ปธานฆรํ คนฺตฺวา มหาธมฺมรกฺขิตตฺเถรสฺส สนฺติเก ปพฺพชิ, อเนกสตา มนุสฺสา ตํ อนุปพฺพชึสุ. รญฺโญ ภาคิเนยฺโย สงฺฆมิตฺตาย สามิโก อคฺคิพฺรหฺมาปิ ตเมว อนุปพฺพชิ. โส ปพฺพชิตฺวา หฏฺฐตุฏฺโฐ อตฺตนา กาตพฺพํ ปกาเสนฺโต –
๕๔๓. ‘‘เอส พนฺธามิ สนฺนาหํ, ปวิสิสฺสามิ กานนํ;
น ตโต นิกฺขมิสฺสามิ, อปฺปตฺโต อาสวกฺขยํ.
๕๔๔. ‘‘มาลุเต อุปวายนฺเต, สีเต สุรภิคนฺธิเก;
อวิชฺชํ ทาลยิสฺสามิ, นิสินฺโน นคมุทฺธนิ.
๕๔๕. ‘‘วเน กุสุมสญฺฉนฺเน, ปพฺภาเร นูน สีตเล;
วิมุตฺติสุเขน สุขิโต, รมิสฺสามิ คิริพฺพเช’’ติ. –
ติสฺโส คาถา อภาสิ.
ตตฺถ เอส พนฺธามิ สนฺนาหนฺติ เอสาหํ วีริยสงฺขาตํ สนฺนาหํ พนฺธามิ, กาเย จ ชีวิเต จ นิรเปกฺโข วีริยสนฺนาเหน สนฺนยฺหามิ. อิทํ วุตฺตํ โหติ – ยถา นาม สูโร ปุริโส ปจฺจตฺถิเก ปจฺจุปฏฺฐิเต ตํ เชตุกาโม อญฺญํ กิจฺจํ ปหาย กวจปฏิมุจฺจนาทินา ยุทฺธาย สนฺนยฺหติ, ยุทฺธภูมิญฺจ คนฺตฺวา ปจฺจตฺถิเก อเชตฺวา ตโต น นิวตฺตติ, เอวมหมฺปิ กิเลสปจฺจตฺถิเก เชตุํ อาทิตฺตมฺปิ สีสํ เจลญฺจ อชฺฌุเปกฺขิตฺวา จตุพฺพิธสมฺมปฺปธานวีริยสนฺนาหํ สนฺนยฺหามิ, กิเลเส อเชตฺวา กิเลสวิชยโยคฺคํ วิเวกฏฺฐานํ น วิสฺสชฺเชมีติ. เตน วุตฺตํ ‘‘ปวิสิสฺสามิ กานนํ น ตโต นิกฺขมิสฺสามิ, อปฺปตฺโต อาสวกฺขย’’นฺติ.
‘‘มาลุเต อุปวายนฺเต’’ติอาทินา อรญฺญฏฺฐานสฺส กมฺมฏฺฐานภาวนาโยคฺยตํ วทติ, รมิสฺสามิ นูน คิริพฺพเชติ โยชนา. ปพฺพตปริกฺเขเป อภิรมิสฺสามิ มญฺเญติ อนาคตตฺถํ ปริกปฺเปนฺโต วทติ. เสสํ สุวิญฺเญยฺยเมว.
เอวํ วตฺวา เถโร อรญฺญํ ปวิสิตฺวา สมณธมฺมํ กโรนฺโต อุปชฺฌาเยน สทฺธึ กลิงฺครฏฺฐํ อคมาสิ. ตตฺถสฺส ปาเท จมฺมิกาพาโธ อุปฺปชฺชิ, ตํ ทิสฺวา เอโก เวชฺโช ‘‘สปฺปึ, ภนฺเต, ปริเยสถ, ติกิจฺฉิสฺสามิ น’’นฺติ อาห. เถโร สปฺปิปริเยสนํ อกตฺวา วิปสฺสนาย เอว กมฺมํ กโรติ, โรโค วฑฺฒติ, เวชฺโช เถรสฺส ตตฺถ อปฺโปสฺสุกฺกตํ ทิสฺวา สยเมว สปฺปึ ปริเยสิตฺวา เถรํ อโรคํ อกาสิ. โส อโรโค หุตฺวา นจิรสฺเสว อรหตฺตํ ปาปุณิ. เตน วุตฺตํ อปทาเน (อป. เถร ๒.๔๔.๑-๑๒) –
‘‘อิมมฺหิ ภทฺทเก กปฺเป, พฺรหฺมพนฺธุ มหายโส;
กสฺสโป นาม โคตฺเตน, อุปฺปชฺชิ วทตํ วโร.
‘‘นิปฺปปญฺโจ นิราลมฺโพ, อากาสสมมานโส;
สุญฺญตาพหุโล ตาที, อนิมิตฺตรโต วสี.
‘‘อสงฺคจิตฺโต นิเกฺลโส, อสํสฏฺโฐ กุเล คเณ;
มหาการุณิโก วีโร, วินโยปายโกวิโท.
‘‘อุยฺยุตฺโต ปรกิจฺเจสุ, วินยนฺโต สเทวเก;
นิพฺพานคมนํ มคฺคํ, คตึ ปงฺกวิโสสนํ.
‘‘อมตํ ปรมสฺสาทํ, ชรามจฺจุนิวารณํ;
มหาปริสมชฺเฌ โส, นิสินฺโน โลกตารโก.
‘‘กรวีกรุโต นาโถ, พฺรหฺมโฆโส ตถาคโต;
อุทฺธรนฺโต มหาทุคฺคา, วิปฺปนฏฺเฐ อนายเก.
‘‘เทเสนฺโต วิรชํ ธมฺมํ, ทิฏฺโฐ เม โลกนายโก;
ตสฺส ธมฺมํ สุณิตฺวาน, ปพฺพชึ อนคาริยํ.
‘‘ปพฺพชิตฺวา ตทาปาหํ, จินฺเตนฺโต ชินสาสนํ;
เอกโกว วเน รมฺเม, วสึ สํสคฺคปีฬิโต.
‘‘สกฺกายวูปกาโส เม, เหตุภูโต มมาภวี;
มนโส วูปกาสสฺส, สํสคฺคภยทสฺสิโน.
‘‘กิเลสา ฌาปิตา มยฺหํ…เป… กตํ พุทฺธสฺส สาสน’’นฺติ.
อรหตฺตํ ปน ปตฺวา เถเร ตตฺถ วิหรนฺเต ราชา โกฏิธนปริจฺจาเคน โภชกคิริวิหารํ นาม กาเรตฺวา เถรํ ตตฺถ วาเสสิ. โส ตตฺถ วิหรนฺโต ปรินิพฺพานกาเล –
๕๔๖. ‘‘โสหํ ปริปุณฺณสงฺกปฺโป, จนฺโท ปนฺนรโส ยถา;
สพฺพาสวปริกฺขีโณ, นตฺถิ ทานิ ปุนพฺภโว’’ติ. –
โอสานคาถมาห. สา อุตฺตานตฺถาว. ตเทว จ เถรสฺส อญฺญาพฺยากรณํ อโหสีติ.
เอกวิหาริยตฺเถรคาถาวณฺณนา นิฏฺฐิตา.
๓. มหากปฺปินตฺเถรคาถาวณฺณนา
อนาคตํ โย ปฏิกจฺจ ปสฺสตีติอาทิกา อายสฺมโต มหากปฺปินตฺเถรสฺส คาถา. กา อุปฺปตฺติ? อยํ กิร ปทุมุตฺตรพุทฺธกาเล หํสวตีนคเร กุลฆเร นิพฺพตฺติตฺวา วิญฺญุตํ ปตฺโต สตฺถุ สนฺติเก ธมฺมํ สุณนฺโต สตฺถารํ เอกํ ภิกฺขุํ ภิกฺขุโอวาทกานํ อคฺคฏฺฐาเน ฐเปนฺตํ ทิสฺวา ตชฺชํ อธิการกมฺมํ กตฺวา ตํ ฐานนฺตรํ ปตฺเถสิ.
โส ตตฺถ ยาวชีวํ กุสลํ กตฺวา เทวมนุสฺเสสุ สํสรนฺโต กสฺสปสมฺมาสมฺพุทฺธกาเล พาราณสิยํ กุลเคเห นิพฺพตฺติตฺวา วิญฺญุตํ ปตฺโต ปุริสสหสฺสคณเชฏฺฐโก หุตฺวา คพฺภสหสฺสปฏิมณฺฑิตํ มหนฺตํ ปริเวณํ การาเปสิ. เต สพฺเพปิ ชนา ยาวชีวํ กุสลํ กตฺวา ตํ อุปาสกํ เชฏฺฐกํ กตฺวา สปุตฺตทารา เทวโลเก นิพฺพตฺติตฺวา เอกํ พุทฺธนฺตรํ เทวมนุสฺเสสุ สํสรึสุ. เตสุ คณเชฏฺฐโก อมฺหากํ สตฺถุ นิพฺพตฺติโต ปุเรตรเมว ปจฺจนฺตเทเส กุกฺกุฏนามเก นคเร ราชเคเห นิพฺพตฺติ, ตสฺส กปฺปิโนติ นามํ อโหสิ. เสสปุริสา ตสฺมึเยว นคเร อมจฺจกุเล นิพฺพตฺตึสุ. กปฺปินกุมาโร ปิตุ อจฺจเยน ฉตฺตํ อุสฺสาเปตฺวา มหากปฺปินราชา นาม ชาโต. โส สุตวิตฺตกตาย ปาโตว จตูหิ ทฺวาเรหิ สีฆํ ทูเต เปเสสิ – ‘‘ยตฺถ พหุสฺสุเต ปสฺสถ, ตโต นิวตฺติตฺวา มยฺหํ อาโรเจถา’’ติ.
เตน จ สมเยน อมฺหากํ สตฺถา โลเก อุปฺปชฺชิตฺวา สาวตฺถึ อุปนิสฺสาย วิหรติ. ตสฺมึ กาเล สาวตฺถิวาสิโน วาณิชา สาวตฺถิยํ อุฏฺฐานกภณฺฑํ คเหตฺวา ตํ นครํ คนฺตฺวา ภณฺฑํ ปฏิสาเมตฺวา ‘‘ราชานํ ปสฺสิสฺสามา’’ติ ปณฺณาการหตฺถา รญฺโญ อาโรจาเปสุํ. เต ราชา ปกฺโกสาเปตฺวา นิยฺยาทิตปณฺณากาเร วนฺทิตฺวา ฐิเต ‘‘กุโต อาคตตฺถา’’ติ ปุจฺฉิ. ‘‘สาวตฺถิโต, เทวา’’ติ. ‘‘กจฺจิ โว รฏฺฐํ สุภิกฺขํ, ธมฺมิโก ราชา’’ติ? ‘‘อาม, เทวา’’ติ. ‘‘กีทิโส ธมฺโม ตุมฺหากํ เทเส อิทานิ ปวตฺตตี’’ติ? ‘‘ตํ, เทว, น สกฺกา อุจฺฉิฏฺฐมุเขหิ กเถตุ’’นฺติ. ราชา สุวณฺณภิงฺคาเรน อุทกํ ทาเปสิ. เต มุขํ วิกฺขาเลตฺวา ทสพลาภิมุขา อญฺชลึ ปคฺคเหตฺวา, ‘‘เทว, อมฺหากํ เทเส พุทฺธรตนํ นาม อุปฺปนฺน’’นฺติ อาหํสุ. รญฺโญ ‘‘พุทฺโธ’’ติ วจเน สุตมตฺเตเยว สกลสรีรํ ผรมานา ปีติ อุปฺปชฺชิ. ตโต ‘‘พุทฺโธติ, ตาตา, วเทถา’’ติ อาห. ‘‘พุทฺโธติ, เทว, วทามา’’ติ. เอวํ ติกฺขตฺตุํ วทาเปตฺวา ‘‘พุทฺโธติ ปทํ อปริมาณ’’นฺติ ตสฺมึเยว ปเท ปสนฺโน สตสหสฺสํ ทตฺวา ‘‘อปรํ วเทถา’’ติ ปุจฺฉิ. ‘‘เทว, โลเก ธมฺมรตนํ นาม อุปฺปนฺน’’นฺติ. ตมฺปิ สุตฺวา ตเถว สตสหสฺสํ ทตฺวา ‘‘อปรํ วเทถา’’ติ ปุจฺฉิ. ‘‘เทว, สงฺฆรตนํ นาม อุปฺปนฺน’’นฺติ. ตมฺปิ สุตฺวา ตเถว สตสหสฺสํ ทตฺวา ‘‘พุทฺธสฺส ภควโต สนฺติเก ปพฺพชิสฺสามี’’ติ ตโตว นิกฺขมิ. อมจฺจาปิ ตเถว นิกฺขมึสุ. โส อมจฺจสหสฺเสน สทฺธึ คงฺคาตีรํ ปตฺวา ‘‘สเจ สตฺถา สมฺมาสมฺพุทฺโธ, อิเมสํ อสฺสานํ ขุรมตฺตมฺปิ มา เตเมตู’’ติ สจฺจาธิฏฺฐานํ กตฺวา อุทกปิฏฺเฐเนว ปูรํ คงฺคานทึ อติกฺกมิตฺวา อปรมฺปิ อฑฺฒโยชนวิตฺถารํ นทึ ตเถว อติกฺกมิตฺวา ตติยํ จนฺทภาคํ นาม มหานทึ ปตฺวา ตมฺปิ ตาย เอว สจฺจกิริยาย อติกฺกมิ.
สตฺถาปิ ตํทิวสํ ปจฺจูสสมยํเยว มหากรุณาสมาปตฺติโต วุฏฺฐาย โลกํ โวโลเกนฺโต ‘‘อชฺช มหากปฺปิโน ติโยชนสติกํ รชฺชํ ปหาย อมจฺจสหสฺสปริวาโร มม สนฺติเก ปพฺพชิตุํ อาคมิสฺสตี’’ติ ทิสฺวา ‘‘มยา เตสํ ปจฺจุคฺคมนํ กาตุํ ยุตฺต’’นฺติ ปาโตว สรีรปฏิชคฺคนํ กตฺวา ภิกฺขุสงฺฆปริวุโต สาวตฺถิยํ ปิณฺฑาย จริตฺวา ปจฺฉาภตฺตํ ปิณฺฑปาตปฏิกฺกนฺโต สยเมว อากาเสน คนฺตฺวา จนฺทภาคาย นทิยา ตีเร เตสํ อุตฺตรณติตฺถสฺสาภิมุขฏฺฐาเน มหานิโคฺรธมูเล ปลฺลงฺเกน นิสินฺโน ฉพฺพณฺณพุทฺธรสฺมิโย วิสฺสชฺเชสิ. เต เตน ติตฺเถน อุตฺตรนฺตา พุทฺธรสฺมิโย อิโต จิโต จ วิธาวนฺติโย โอโลเกนฺโต ภควนฺตํ ทิสฺวา ‘‘ยํ สตฺถารํ อุทฺทิสฺส มยํ อาคตา, อทฺธา โส เอโส’’ติ ทสฺสเนเนว นิฏฺฐํ คนฺตฺวา ทิฏฺฐฏฺฐานโต ปฏฺฐาย โอนมิตฺวา ปรมนิปจฺจาการํ กโรนฺตา ภควนฺตํ อุปสงฺกมึสุ. ราชา ภควโต โคปฺผเกสุ คเหตฺวา สตฺถารํ วนฺทิตฺวา เอกมนฺตํ นิสีทิ สทฺธึ อมจฺจสหสฺเสน. สตฺถา เตสํ ธมฺมํ เทเสสิ. เทสนาปริโยสาเน สทฺธึ ปริสาย อรหตฺเต ปติฏฺฐาสิ. เตน วุตฺตํ อปทาเน (อป. เถร ๒.๕๔.๖๖-๑๐๗) –
‘‘ปทุมุตฺตโร นาม ชิโน, สพฺพธมฺมาน ปารคู;
อุทิโต อชฏากาเส, รวีว สรทมฺพเร.
‘‘วจนาภาย โพเธติ, เวเนยฺยปทุมานิ โส;
กิเลสปงฺกํ โสเสติ, มติรํสีหิ นายโก.
‘‘ติตฺถิยานํ ยเส หนฺติ, ขชฺโชตาภา ยถา รวิ;
สจฺจตฺถาภํ ปกาเสติ, รตนํว ทิวากโร.
‘‘คุณานํ อายติภูโต, รตนานํว สาคโร;
ปชฺชุนฺโนริว ภูตานิ, ธมฺมเมเฆน วสฺสติ.
‘‘อกฺขทสฺโส ตทา อาสึ, นคเร หํสสวฺหเย;
อุเปจฺจ ธมฺมมสฺโสสึ, ชลชุตฺตมนามิโน.
‘‘โอวาทกสฺส ภิกฺขูนํ, สาวกสฺส กตาวิโน;
คุณํ ปกาสยนฺตสฺส, ตปฺปยนฺตสฺส เม มนํ.
‘‘สุตฺวา ปตีโต สุมโน, นิมนฺเตตฺวา ตถาคตํ;