๕. กปฺปตฺเถรคาถาวณฺณนา

นานากุลมลสมฺปุณฺโณติอาทิกา อายสฺมโต กปฺปตฺเถรสฺส คาถา. กา อุปฺปตฺติ? อยมฺปิ ปุริมพุทฺเธสุ กตาธิกาโร ตตฺถ ตตฺถ ภเว ปุญฺญานิ อุปจินนฺโต สิทฺธตฺถสฺส ภควโต กาเล วิภวสมฺปนฺเน กุเล นิพฺพตฺติตฺวา ปิตุ อจฺจเยน วิญฺญุตํ ปตฺโต นานาวิราควณฺณวิจิตฺเตหิ วตฺเถหิ อเนกวิเธหิ อาภรเณหิ นานาวิเธหิ มณิรตเนหิ พหุวิเธหิ ปุปฺผทามมาลาทีหิ จ กปฺปรุกฺขํ นาม อลงฺกริตฺวา เตน สตฺถุ ถูปํ ปูเชสิ. โส เตน ปุญฺญกมฺเมน เทวมนุสฺเสสุ สํสรนฺโต อิมสฺมึ พุทฺธุปฺปาเท มคธรฏฺเฐ มณฺฑลิกราชกุเล นิพฺพตฺติตฺวา ปิตุ อจฺจเยน รชฺเช ปติฏฺฐิโต กาเมสุ อติวิย รตฺโต คิทฺโธ หุตฺวา วิหรติ. ตํ สตฺถา มหากรุณาสมาปตฺติโต วุฏฺฐาย โลกํ โวโลเกนฺโต ญาณชาเล ปญฺญายมานํ ทิสฺวา, ‘‘กึ นุ โข ภวิสฺสตี’’ติ อาวชฺเชนฺโต, ‘‘เอส มม สนฺติเก อสุภกถํ สุตฺวา กาเมสุ วิรตฺตจิตฺโต หุตฺวา ปพฺพชิตฺวา อรหตฺตํ ปาปุณิสฺสตี’’ติ ญตฺวา อากาเสน ตตฺถ คนฺตฺวา –

๕๖๗. ‘‘นานากุลมลสมฺปุณฺโณ, มหาอุกฺการสมฺภโว;

จนฺทนิกํว ปริปกฺกํ, มหาคณฺโฑ มหาวโณ.

๕๖๘. ‘‘ปุพฺพรุหิรสมฺปุณฺโณ, คูถกูเปน คาฬฺหิโต;

อาโปปคฺฆรโณ กาโย, สทา สนฺทติ ปูติกํ.

๕๖๙. ‘‘สฏฺฐิกณฺฑรสมฺพนฺโธ, มํสเลปนเลปิโต;

จมฺมกญฺจุกสนฺนทฺโธ, ปูติกาโย นิรตฺถโก.

๕๗๐. ‘‘อฏฺฐิสงฺฆาตฆฏิโต, นฺหารุสุตฺตนิพนฺธโน;

เนเกสํ สํคตีภาวา, กปฺเปติ อิริยาปถํ.

๕๗๑. ‘‘ธุวปฺปยาโต มรณาย, มจฺจุราชสฺส สนฺติเก;

อิเธว ฉฑฺฑยิตฺวาน, เยนกามงฺคโม นโร.

๕๗๒. ‘‘อวิชฺชาย นิวุโต กาโย, จตุคนฺเถน คนฺถิโต;

โอฆสํสีทโน กาโย, อนุสยาชาลโมตฺถโต.

๕๗๓. ‘‘ปญฺจนีวรเณ ยุตฺโต, วิตกฺเกน สมปฺปิโต;

ตณฺหามูเลนานุคโต, โมหจฺฉาทนฉาทิโต.

๕๗๔. ‘‘เอวายํ วตฺตเต กาโย, กมฺมยนฺเตน ยนฺติโต;

สมฺปตฺติ จ วิปตฺยนฺตา, นานาภาโว วิปชฺชติ.

๕๗๕. ‘‘เยมํ กายํ มมายนฺติ, อนฺธพาลา ปุถุชฺชนา;

วฑฺเฒนฺติ กฏสึ โฆรํ, อาทิยนฺติ ปุนพฺภวํ.

๕๗๖. ‘‘เยมํ กายํ วิวชฺเชนฺติ, คูถลิตฺตํว ปนฺนคํ;

ภวมูลํ วมิตฺวาน, ปรินิพฺพิสฺสนฺตินาสวา’’ติ. –

อิมาหิ คาถาหิ ตสฺส อสุภกถํ กเถสิ. โส สตฺถุ สมฺมุขา อเนกาการโวการํ ยาถาวโต สรีรสภาววิภาวนํ อสุภกถํ สุตฺวา สเกน กาเยน อฏฺฏียมาโน หรายมาโน ชิคุจฺฉมาโน สํวิคฺคหทโย สตฺถารํ วนฺทิตฺวา, ‘‘ลเภยฺยาหํ, ภนฺเต, ภควโต สนฺติเก ปพฺพชฺช’’นฺติ ปพฺพชฺชํ ยาจิ. สตฺถา สมีเป ฐิตมญฺญตรํ ภิกฺขุํ อาณาเปสิ – ‘‘คจฺฉ, ภิกฺขุ, อิมํ ปพฺพาเชตฺวา อุปสมฺปาเทตฺวา อาเนหี’’ติ. โส ตํ ตจปญฺจกกมฺมฏฺฐานํ ทตฺวา ปพฺพาเชสิ. โส ขุรคฺเคเยว สห ปฏิสมฺภิทาหิ อรหตฺตํ ปาปุณิ. เตน วุตฺตํ อปทาเน (อป. เตร ๑.๔.๑๐๒-๑๐๗) –

‘‘สิทฺธตฺถสฺส ภควโต, ถูปเสฏฺฐสฺส สมฺมุขา;

วิจิตฺตทุสฺเส ลเคตฺวา, กปฺปรุกฺขํ ฐเปสหํ.

‘‘ยํ ยํ โยนุปปชฺชามิ, เทวตฺตํ อถ มานุสํ;

โสภยนฺโต มม ทฺวารํ, กปฺปรุกฺโข ปติฏฺฐติ.

‘‘อหญฺจ ปริสา เจว, เย เกจิ มมวสฺสิตา;

ตมฺหา ทุสฺสํ คเหตฺวาน, นิวาเสม มยํ สทา.

‘‘จตุนฺนวุติโต กปฺเป, ยํ รุกฺขํ ฐปยึ อหํ;

ทุคฺคตึ นาภิชานามิ, กปฺปรุกฺขสฺสิทํ ผลํ.

‘‘อิโต จ สตฺตเม กปฺเป, สุเจฬา อฏฺฐ ขตฺติยา;

สตฺตรตนสมฺปนฺนา, จกฺกวตฺตี มหพฺพลา.

‘‘ปฏิสมฺภิทา จตสฺโส…เป… กตํ พุทฺธสฺส สาสน’’นฺติ.

อรหตฺตํ ปน ปตฺวา ลทฺธูปสมฺปโท สตฺถารํ อุปสงฺกมิตฺวา วนฺทิตฺวา เอกมนฺตํ นิสินฺโน อญฺญํ พฺยากโรนฺโต ตา เอว คาถา อภาสิ. เตเนว ตา เถรคาถา นาม ชาตา.

ตตฺถ นานากุลมลสมฺปุณฺโณติ, นานากุเลหิ นานาภาเคหิ มเลหิ สมฺปุณฺโณ, เกสโลมาทินานาวิธอสุจิโกฏฺฐาสภริโตติ อตฺโถ. มหาอุกฺการสมฺภโวติ, อุกฺกาโร วุจฺจติ วจฺจกูปํ. ยตฺตกวยา มาตา, ตตฺตกํ กาลํ การปริเสทิตวจฺจกูปสทิสตาย มาตุ กุจฺฉิ อิธ ‘‘มหาอุกฺกาโร’’ติ อธิปฺเปโต. โส กุจฺฉิ สมฺภโว อุปฺปตฺติฏฺฐานํ เอตสฺสาติ มหาอุกฺการสมฺภโว. จนฺทนิกํวาติ จนฺทนิกํ นาม อุจฺฉิฏฺโฐทกคพฺภมลาทีนํ ฉฑฺฑนฏฺฐานํ, ยํ ชณฺณุมตฺตํ อสุจิภริตมฺปิ โหติ, ตาทิสนฺติ อตฺโถ. ปริปกฺกนฺติ, ปริณตํ ปุราณํ. เตน ยถา จณฺฑาลคามทฺวาเร นิทาฆสมเย ถุลฺลผุสิตเก เทเว วสฺสนฺเต อุทเกน สมุปพฺยูฬฺหมุตฺตกรีสอฏฺฐิจมฺมนฺหารุขณฺฑเขฬสิงฺฆาณิกาทินานากุณปภริตํ กทฺทโมทกาลุฬิตํ กติปยทิวสาติกฺกเมน สํชาต กิมิกุลากุลํ สูริยาตปสนฺตาปกุถิตํ อุปริ เผณปุพฺพุฬกานิ มุญฺจนฺตํ อภินีลวณฺณํ ปรมทุคฺคนฺธํ เชคุจฺฉํ จนฺทนิกาวาฏํ เนว อุปคนฺตุํ, น ทฏฺฐุํ อรหรูปํ หุตฺวา ติฏฺฐติ, ตถารูโปยํ กาโยติ ทสฺเสติ. สทา ทุกฺขตามูลโยคโต อสุจิปคฺฆรณโต อุปฺปาทชรามรเณหิ อุทฺธุมายนปริปจฺจนภิชฺชนสภาวตฺตา จ มหนฺโต คณฺโฑ วิยาติ มหาคณฺโฑ. สพฺพตฺถกเมว ทุกฺขเวทนานุพทฺธตฺตา คณฺฑานํ สหนโต อสุจิวิสฺสนฺทนโต จ มหนฺโต วโณ วิยาติ มหาวโณ คูถกูเปน คาฬิโตติ, วจฺจกูเปน วจฺเจเนว วา ภริโต. ‘‘คูถกูปนิคาฬฺหิโต’’ติปิ ปาฬิ, วจฺจกูปโต นิกฺขนฺโตติ อตฺโถ. อาโปปคฺฆรโณ กาโย, สทา สนฺทติ ปูติกนฺติ, อยํ กาโย อาโปธาตุยา สทา ปคฺฆรณสีโล, ตญฺจ โข ปิตฺตเสมฺหเสทมุตฺตาทิกํ ปูติกํ อสุจึเยว สนฺทติ, น กทาจิ สุจินฺติ อตฺโถ.

สฏฺฐิกณฺฑรสมฺพนฺโธติ, คีวาย อุปริมภาคโต ปฏฺฐาย สรีรํ วินทฺธมานา สรีรสฺส ปุริมปจฺฉิมทกฺขิณวามปสฺเสสุ ปจฺเจกํ ปญฺจ ปญฺจ กตฺวา วีสติ, หตฺถปาเท วินทฺธมานา เตสํ ปุริมปจฺฉิมปสฺเสสุ ปญฺจ ปญฺจ กตฺวา จตฺตาลีสาติ สฏฺฐิยา กณฺฑเรหิ มหานฺหารูหิ สพฺพโส พทฺโธ วินทฺโธติ สฏฺฐิกณฺฑรสมฺพนฺโธ. มํสเลปนเลปิโตติ, มํสสงฺขาเตน เลปเนน ลิตฺโต, นวมํสเปสิสตานุลิตฺโตติ อตฺโถ. จมฺมกญฺจุกสนฺนทฺโธติ, จมฺมสงฺขาเตน กญฺจุเกน สพฺพโส โอนทฺโธ ปริโยนทฺโธ ปริจฺฉินฺโน. ปูติกาโยติ, สพฺพโส ปูติคนฺธิโก กาโย. นิรตฺถโกติ, นิปฺปโยชโน. อญฺเญสญฺหิ ปาณีนํ กาโย จมฺมาทิวินิโยเคน สิยา สปฺปโยชโน, น ตถา มนุสฺสกาโยติ. อฏฺฐิสงฺฆาตฆฏิโตติ, อติเรกติสตานํ อฏฺฐีนํ สงฺฆาเตน ฆฏิโต สมฺพนฺโธ. นฺหารุสุตฺตนิพนฺธโนติ, สุตฺตสทิเสหิ นวหิ นฺหารุสเตหิ นิพนฺธิโต. เนเกสํ สํคตีภาวาติ, จตุมหาภูตชีวิตินฺทฺริยอสฺสาสปสฺสาสวิญฺญาณาทีนํ สมวายสมฺพนฺเธน สุตฺตเมรกสมวาเยน ยนฺตํ วิย ฐานาทิอิริยาปถํ กปฺเปติ.

ธุวปฺปยาโต มรณายาติ, มรณสฺส อตฺถาย เอกนฺตคมโน, นิพฺพตฺติโต ปฏฺฐาย มรณํ ปติ ปวตฺโต. ตโต เอว มจฺจุราชสฺส มรณสฺส สนฺติเก ฐิโต. อิเธว ฉฑฺฑยิตฺวานาติ, อิมสฺมึเยว โลเก กายํ ฉฑฺเฑตฺวา, ยถารุจิตฏฺฐานคามี อยํ สตฺโต, ตสฺมา ‘‘ปหาย คมนีโย อยํ กาโย’’ติ เอวมฺปิ สงฺโค น กาตพฺโพติ ทสฺเสติ.

อวิชฺชาย นิวุโตติ, อวิชฺชานีวรเณน นิวุโต ปฏิจฺฉาทิตาทีนโว, อญฺญถา โก เอตฺถ สงฺคํ ชเนยฺยาติ อธิปฺปาโย. จตุคนฺเถนาติ, อภิชฺฌากายคนฺถาทินา จตุพฺพิเธน คนฺเถน คนฺถิโต, คนฺถนิยภาเวน วินทฺธิโต. โอฆสํสีทโนติ, โอฆนิยภาเวน กาโมฆาทีสุ จตูสุ โอเฆสุ สํสีทนโก. อปฺปหีนภาเวน สนฺตาเน อนุ อนุ เสนฺตีติ อนุสยา, กามราคาทโย อนุสยา. เตสํ ชาเลน โอตฺถโต อภิภูโตติ อนุสยาชาลโมตฺถโต. มกาโร ปทสนฺธิกโร, คาถาสุขตฺถํ ทีฆํ กตฺวา วุตฺตํ. กามจฺฉนฺทาทินา ปญฺจวิเธน นีวรเณน ยุตฺโต อธิมุตฺโตติ ปญฺจนีวรเณ ยุตฺโต, กรณตฺเถ ภุมฺมวจนํ.

กามวิตกฺกาทินา มิจฺฉาวิตกฺเกน สมปฺปิโต สมสฺสิโตติ วิตกฺเกน สมปฺปิโต. ตณฺหามูเลนานุคโตติ, ตณฺหาสงฺขาเตน ภวมูเลน อนุพทฺโธ. โมหจฺฉาทนฉาทิโตติ, สมฺโมหสงฺขาเตน อาวรเณน ปลิคุณฺฐิโต. สพฺพเมตํ สวิญฺญาณกํ กรชกายํ สนฺธาย วทติ. สวิญฺญาณโก หิ อตฺตภาโว ‘‘อุจฺฉินฺนภวเนตฺติโก, ภิกฺขเว, ตถาคตสฺส กาโย ติฏฺฐติ, อยญฺเจว กาโย พหิทฺธา จ นามรูป’’นฺติอาทีสุ (ที. นิ. ๑.๑.๑๔๗) กาโยติ วุจฺจติ, เอวายํ วตฺตเต กาโยติ เอวํ ‘‘นานากุลมลสมฺปุณฺโณ’’ติอาทินา ‘‘อวิชฺชาย นิวุโต’’ติอาทินา จ วุตฺตปฺปกาเรน อยํ กาโย วตฺตติ, วตฺตนฺโต จ กมฺมยนฺเตน สุกตทุกฺกเฏน กมฺมสงฺขาเตน ยนฺเตน ยนฺติโต สงฺฆฏิโต. ยถา วา เขมนฺตํ คนฺตุํ น สกฺโกติ, ตถา สงฺโขภิโต สุคติทุคฺคตีสุ วตฺตติ ปริพฺภมติ. สมฺปตฺติ จ วิปตฺยนฺตาติ ยา เอตฺถ สมฺปตฺติ, สา วิปตฺติปริโยสานา. สพฺพญฺหิ โยพฺพนํ ชราปริโยสานํ, สพฺพํ อาโรคฺยํ พฺยาธิปริโยสานํ, สพฺพํ ชีวิตํ มรณปริโยสานํ, สพฺโพ สมาคโม วิโยคปริโยสาโน. เตนาห ‘‘นานาภาโว วิปชฺชตี’’ติ. นานาภาโวติ, วินาภาโว วิปฺปโยโค, โส กทาจิ วิปฺปยุญฺชกสฺส วเสน, กทาจิ วิปฺปยุญฺชิตพฺพสฺส วเสนาติ วิวิธํ ปชฺชติ ปาปุณียติ.

เยมํ กายํ มมายนฺตีติ เย อนฺธพาลา ปุถุชฺชนา เอวํ อสุภํ อนิจฺจํ อธุวํ ทุกฺขํ อสารํ อิมํ กายํ ‘‘มม อิท’’นฺติ คณฺหนฺตา มมายนฺติ ฉนฺทราคํ อุปฺปาเทนฺติ, เต ชาติอาทีหิ นิรยาทีหิ จ โฆรํ ภยานกํ อปณฺฑิเตหิ อภิรมิตพฺพโต กฏสิสงฺขาตํ สํสารํ ปุนปฺปุนํ ชนนมรณาทีหิ วฑฺเฒนฺติ, เตนาห ‘‘อาทิยนฺติ ปุนพฺภว’’นฺติ.

เยมํ กายํ วิวชฺเชนฺติ, คูถลิตฺตํว ปนฺนคนฺติ ยถา นาม ปุริโส สุขกาโม ชีวิตุกาโม คูถคตํ อาสีวิสํ ทิสฺวา ชิคุจฺฉนิยตาย วา สปฺปฏิภยตาย วา วิวชฺเชติ น อลฺลียติ, เอวเมวํ เย ปณฺฑิตา กุลปุตฺตา อสุจิภาเวน เชคุจฺฉํ อนิจฺจาทิภาเวน สปฺปฏิภยํ อิมํ กายํ วิวชฺเชนฺติ ฉนฺทราคปฺปหาเนน ปชหนฺติ. เต ภวมูลํ อวิชฺชํ ภวตณฺหญฺจ วมิตฺวา ฉฑฺเฑตฺวา อจฺจนฺตเมว ปหาย ตโต เอว สพฺพโส อนาสวา สอุปาทิเสสาย อนุปาทิเสสาย จ นิพฺพานธาตุยา ปรินิพฺพายิสฺสนฺตีติ.

กปฺปตฺเถรคาถาวณฺณนา นิฏฺฐิตา.