๖. นาคิตตฺเถรคาถาวณฺณนา

อิโต พหิทฺธา ปุถุอญฺญวาทินนฺติ อายสฺมโต นาคิตตฺเถรสฺส คาถา. กา อุปฺปตฺติ? อยํ กิร ปทุมุตฺตรสฺส ภควโต กาเล นารโท นาม พฺราหฺมโณ หุตฺวา เอกทิวสํ มาฬเก นิสินฺโน ภควนฺตํ ภิกฺขุสงฺเฆน ปุรกฺขตํ คจฺฉนฺตํ ทิสฺวา ปสนฺนมานโส ตีหิ คาถาหิ อภิตฺถวิ. โส เตน ปุญฺญกมฺเมน เทวโลเก นิพฺพตฺติตฺวา อปราปรํ ปุญฺญานิ กตฺวา เทวมนุสฺเสสุ สํสรนฺโต อิมสฺมึ พุทฺธุปฺปาเท กปิลวตฺถุนคเร สกฺยราชกุเล นิพฺพตฺติ, นาคิโตติสฺส นามํ อโหสิ. โส ภควติ กปิลวตฺถุสฺมึ วิหรนฺเต มธุปิณฺฑิกสุตฺตํ (ม. นิ. ๑.๑๙๙ อาทโย) สุตฺวา ปฏิลทฺธสทฺโธ ปพฺพชิตฺวา วิปสฺสนํ วฑฺเฒตฺวา อรหตฺตํ ปาปุณิ. เตน วุตฺตํ อปทาเน (อป. เถร ๑.๑๔.๔๗-๕๔) –

‘‘วิสาลมาเฬ อาสีโน, อทฺทสํ โลกนายกํ;

ขีณาสวํ พลปฺปตฺตํ, ภิกฺขุสงฺฆปุรกฺขตํ.

‘‘สตสหสฺสา เตวิชฺชา, ฉฬภิญฺญา มหิทฺธิกา;

ปริวาเรนฺติ สมฺพุทฺธํ, โก ทิสฺวา นปฺปสีทติ.

‘‘ญาเณ อุปนิธา ยสฺส, น วิชฺชติ สเทวเก;

อนนฺตญาณํ สมฺพุทฺธํ, โก ทิสฺวา นปฺปสีทติ.

‘‘ธมฺมกายญฺจ ทีเปนฺตํ, เกวลํ รตนากรํ;

วิกปฺเปตุํ น สกฺโกนฺติ, โก ทิสฺวา นปฺปสีทติ.

‘‘อิมาหิ ตีหิ คาถาหิ, นารโทวฺหยวจฺฉโล;

ปทุมุตฺตรํ ถวิตฺวาน, สมฺพุทฺธํ อปราชิตํ.

‘‘เตน จิตฺตปฺปสาเทน, พุทฺธสนฺถวเนน จ;

กปฺปานํ สตสหสฺสํ, ทุคฺคตึ นุปปชฺชหํ.

‘‘อิโต ตึสกปฺปสเต, สุมิตฺโต นาม ขตฺติโย;

สตฺตรตนสมฺปนฺโน, จกฺกวตฺตี มหพฺพโล.

‘‘กิเลสา ฌาปิตา มยฺหํ…เป… กตํ พุทฺธสฺส สาสน’’นฺติ.

อรหตฺตํ ปน ปตฺวา สตฺถุ อวิตถเทสนตํ ธมฺมสฺส จ นิยฺยานิกตํ นิสฺสาย สญฺชาตปีติโสมนสฺโส ปีติเวคปฺปวิสฺสฏฺฐํ อุทานํ อุทาเนนฺโต –

๘๖. ‘‘อิโต พหิทฺธา ปุถุอญฺญวาทินํ, มคฺโค น นิพฺพานคโม ยถา อยํ;

อิติสฺสุ สงฺฆํ ภควานุสาสติ, สตฺถา สยํ ปาณิตเลว ทสฺสย’’นฺติ. –

คาถํ อภาสิ.

ตตฺถ อิโต พหิทฺธาติ อิมสฺมา พุทฺธสาสนา พาหิรเก สมเย, เตนาห ‘‘ปุถุอญฺญวาทิน’’นฺติ, นานาติตฺถิยานนฺติ อตฺโถ. มคฺโค น นิพฺพานคโม ยถา อยนฺติ ยถา อยํ อริโย อฏฺฐงฺคิโก มคฺโค เอกํเสน นิพฺพานํ คจฺฉตีติ นิพฺพานคโม, นิพฺพานคามี, เอวํ นิพฺพานคโม มคฺโค ติตฺถิยสมเย นตฺถิ อสมฺมาสมฺพุทฺธปฺปเวทิตตฺตา อญฺญติตฺถิยวาทสฺส. เตนาห ภควา –

‘‘อิเธว, ภิกฺขเว, สมโณ, อิธ ทุติโย สมโณ, อิธ ตติโย สมโณ, อิธ จตุตฺโถ สมโณ, สุญฺญา ปรปฺปวาทา สมเณภิ อญฺเญหี’’ติ (ที. นิ. ๒.๒๑๔; ม. นิ. ๑.๑๓๙; อ. นิ. ๔.๒๔๑).

อิตีติ เอวํ. อสฺสูติ นิปาตมตฺตํ. สงฺฆนฺติ ภิกฺขุสงฺฆํ, อุกฺกฏฺฐนิทฺเทโสยํ ยถา ‘‘สตฺถา เทวมนุสฺสาน’’นฺติ. สงฺฆนฺติ วา สมูหํ, เวเนยฺยชนนฺติ อธิปฺปาโย. ภควาติ ภาคฺยวนฺตตาทีหิ การเณหิ ภควา, อยเมตฺถ สงฺเขโป. วิตฺถาโร ปน ปรมตฺถทีปนิยํ อิติวุตฺตกวณฺณนายํ วุตฺตนเยน เวทิตพฺโพ. สตฺถาติ ทิฏฺฐธมฺมิกสมฺปรายิกปรมตฺเถหิ ยถารหํ อนุสาสตีติ สตฺถา. สยนฺติ สยเมว. อยเญฺหตฺถ อตฺโถ – ‘‘สีลาทิกฺขนฺธตฺตยสงฺคโห สมฺมาทิฏฺฐิอาทีนํ อฏฺฐนฺนํ องฺคานํ วเสน อฏฺฐงฺคิโก นิพฺพานคามี อริยมคฺโค ยถา มม สาสเน อตฺถิ, เอวํ พาหิรกสมเย มคฺโค นาม นตฺถี’’ติ สีหนาทํ นทนฺโต อมฺหากํ สตฺถา ภควา สยเมว สยมฺภูญาเณน ญาตํ, สยเมว วา มหากรุณาสญฺโจทิโต หุตฺวา อตฺตโน เทสนาวิลาสสมฺปตฺติยา หตฺถตเล อามลกํ วิย ทสฺเสนฺโต ภิกฺขุสงฺฆํ เวเนยฺยชนตํ อนุสาสติ โอวทตีติ.

นาคิตตฺเถรคาถาวณฺณนา นิฏฺฐิตา.