๓. สีหตฺเถรคาถาวณฺณนา
สีหปฺปมตฺโต วิหราติ อายสฺมโต สีหตฺเถรสฺส คาถา. กา อุปฺปตฺติ? โส กิร ปุริมพุทฺเธสุ กตาธิกาโร อิโต อฏฺฐารสกปฺปสตมตฺถเก อตฺถทสฺสิสฺส ภควโต กาเล จนฺทภาคาย นทิยา ตีเร กินฺนรโยนิยํ นิพฺพตฺติตฺวา ปุปฺผภกฺโข ปุปฺผนิวสโน หุตฺวา วิหรนฺโต อากาเสน คจฺฉนฺตํ อตฺถทสฺสึ ภควนฺตํ ทิสฺวา ปสนฺนจิตฺโต ปูเชตุกาโม อญฺชลึ ปคฺคยฺห อฏฺฐาสิ. ภควา ตสฺส อชฺฌาสยํ ญตฺวา อากาสโต โอรุยฺห อญฺญตรสฺมึ รุกฺขมูเล ปลฺลงฺเกน นิสีทิ. กินฺนโร จนฺทนสารํ ฆํสิตฺวา จนฺทนคนฺเธน ปุปฺเผหิ จ ปูชํ กตฺวา วนฺทิตฺวา ปทกฺขิณํ กตฺวา ปกฺกามิ. โส เตน ปุญฺญกมฺเมน เทวมนุสฺเสสุ สํสรนฺโต อิมสฺมึ พุทฺธุปฺปาเท มลฺลราชกุเล นิพฺพตฺติ, ตสฺส สีโหติ นามํ อโหสิ. โส ภควนฺตํ ทิสฺวา ปสนฺนมานโส วนฺทิตฺวา เอกมนฺตํ นิสีทิ. สตฺถา ตสฺส อชฺฌาสยํ โอโลเกตฺวา ธมฺมํ กเถสิ. โส ธมฺมํ สุตฺวา ปฏิลทฺธสทฺโธ ปพฺพชิตฺวา กมฺมฏฺฐานํ คเหตฺวา อรญฺเญ วิหรติ. ตสฺส จิตฺตํ นานารมฺมเณ วิธาวติ, เอกคฺคํ น โหติ, สกตฺถํ นิปฺผาเทตุํ น สกฺโกติ. สตฺถา ตํ ทิสฺวา อากาเส ฐตฺวา –
๘๓. ‘‘สีหปฺปมตฺโต วิหร, รตฺตินฺทิวมตนฺทิโต;
ภาเวหิ กุสลํ ธมฺมํ, ชห สีฆํ สมุสฺสย’’นฺติ. –
คาถาย โอวทิ. โส คาถาวสาเน วิปสฺสนํ วฑฺเฒตฺวา อรหตฺตํ ปาปุณิ. เตน วุตฺตํ อปทาเน (อป. เถร ๑.๑๔.๑๗-๒๕) –
‘‘จนฺทภาคานทีตีเร, อโหสึ กินฺนโร ตทา;
ปุปฺผภกฺโข จหํ อาสึ, ปุปฺผนิวสโน ตถา.
‘‘อตฺถทสฺสี ตุ ภควา, โลกเชฏฺโฐ นราสโภ;
วิปินคฺเคน นิยฺยาสิ, หํสราชาว อมฺพเร.
‘‘นโม เต ปุริสาชญฺญ, จิตฺตํ เต สุวิโสธิตํ;
ปสนฺนมุขวณฺโณสิ, วิปฺปสนฺนมุขินฺทฺริโย.
‘‘โอโรหิตฺวาน อากาสา, ภูริปญฺโญ สุเมธโส;
สงฺฆาฏึ ปตฺถริตฺวาน, ปลฺลงฺเกน อุปาวิสิ.
‘‘วิลีนํ จนฺทนาทาย, อคมาสึ ชินนฺติกํ;
ปสนฺนจิตฺโต สุมโน, พุทฺธสฺส อภิโรปยึ.
‘‘อภิวาเทตฺวาน สมฺพุทฺธํ, โลกเชฏฺฐํ นราสภํ;
ปาโมชฺชํ ชนยิตฺวาน, ปกฺกามึ อุตฺตรามุโข.
‘‘อฏฺฐารเส กปฺปสเต, จนฺทนํ ยํ อปูชยึ;
ทุคฺคตึ นาภิชานามิ, พุทฺธปูชายิทํ ผลํ.
‘‘จตุทฺทเส กปฺปสเต, อิโต อาสึสุ เต ตโย;
โรหณี นาม นาเมน, จกฺกวตฺตี มหพฺพลา.
‘‘กิเลสา ฌาปิตา มยฺหํ…เป… กตํ พุทฺธสฺส สาสน’’นฺติ.
ยา ปน ภควตา โอวาทวเสน วุตฺตา ‘‘สีหปฺปมตฺโต’’ติ คาถา, ตตฺถ สีหาติ ตสฺส เถรสฺส อาลปนํ. อปฺปมตฺโต วิหราติ สติยา อวิปฺปวาเสน ปมาทวิรหิโต สพฺพิริยาปเถสุ สติสมฺปชญฺญยุตฺโต หุตฺวา วิหราหิ. อิทานิ ตํ อปฺปมาทวิหารํ สห ผเลน สงฺเขปโต ทสฺเสตุํ ‘‘รตฺตินฺทิว’’นฺติอาทิ วุตฺตํ. ตสฺสตฺโถ – รตฺติภาคํ ทิวสภาคญฺจ ‘‘จงฺกเมน นิสชฺชาย อาวรณีเยหิ ธมฺเมหิ จิตฺตํ ปริโสเธตี’’ติ (สํ. นิ. ๔.๒๓๙; อ. นิ. ๓.๑๖; วิภ. ๕๑๙) วุตฺตนเยน จตุสมฺมปฺปธานวเสน อตนฺทิโต อกุสีโต อารทฺธวีริโย กุสลํ สมถวิปสฺสนาธมฺมญฺจ โลกุตฺตรธมฺมญฺจ ภาเวหิ อุปฺปาเทหิ วฑฺเฒหิ จ, เอวํ ภาเวตฺวา จ ชห สีฆํ สมุสฺสยนฺติ ตว สมุสฺสยํ อตฺตภาวํ ปฐมํ ตาว ตปฺปฏิพทฺธฉนฺทราคปฺปหาเนน สีฆํ นจิรสฺเสว ปชห, เอวํภูโต จ ปจฺฉา จริมกจิตฺตนิโรเธน อนวเสสโต จ ปชหิสฺสตีติ. อรหตฺตํ ปน ปตฺวา เถโร อญฺญํ พฺยากโรนฺโต ตเมว คาถํ ปจฺจุทาหาสีติ.
สีหตฺเถรคาถาวณฺณนา นิฏฺฐิตา.