๑. สมิติคุตฺตตฺเถรคาถาวณฺณนา

ยํ มยา ปกตํ ปาปนฺติ อายสฺมโต สมิติคุตฺตตฺเถรสฺส คาถา. กา อุปฺปตฺติ? โสปิ ปุริมพุทฺเธสุ กตาธิกาโร ตตฺถ ตตฺถ ภเว ปุญฺญานิ อุปจินนฺโต วิปสฺสิสฺส ภควโต กาเล กุลเคเห นิพฺพตฺติตฺวา วิญฺญุตํ ปตฺโต ภควนฺตํ ปสฺสิตฺวา ปสนฺนจิตฺโต ชาติสุมนปุปฺเผหิ ปูชํ อกาสิ. โส เตน ปุญฺญกมฺเมน ยตฺถ ยตฺถ ภเว นิพฺพตฺติ, ตตฺถ ตตฺถ กุลรูปปริวารสมฺปทาย อญฺเญ สตฺเต อภิภวิตฺวา อฏฺฐาสิ. เอกสฺมึ ปน อตฺตภาเว อญฺญตรํ ปจฺเจกพุทฺธํ ปิณฺฑาย จรนฺตํ ทิสฺวา ‘‘อยํ มุณฺฑโก กุฏฺฐี มญฺเญ, เตนายํ ปฏิจฺฉาเทตฺวา วิจรตี’’ติ นิฏฺฐุภิตฺวา ปกฺกามิ. โส เตน กมฺเมน พหุํ กาลํ นิรเย ปจฺจิตฺวา กสฺสปสฺส ภควโต กาเล มนุสฺสโลเก นิพฺพตฺโต ปริพฺพาชกปพฺพชฺชํ อุปคโต เอกํ สีลาจารสมฺปนฺนํ อุปาสกํ ทิสฺวา โทสนฺตโร หุตฺวา, ‘‘กุฏฺฐโรคี ภเวยฺยาสี’’ติ อกฺโกสิ, นฺหานติตฺเถ จ มนุสฺเสหิ ฐปิตานิ นฺหานจุณฺณานิ ทูเสสิ. โส เตน กมฺเมน ปุน นิรเย นิพฺพตฺติตฺวา พหูนิ วสฺสานิ ทุกฺขํ อนุภวิตฺวา อิมสฺมึ พุทฺธุปฺปาเท สาวตฺถิยํ อญฺญตรสฺส พฺราหฺมณสฺส ปุตฺโต หุตฺวา นิพฺพตฺติ, สมิติคุตฺโตติสฺส นามํ อโหสิ. โส วยปฺปตฺโต สตฺถุ ธมฺมเทสนํ สุตฺวา ปฏิลทฺธสทฺโธ ปพฺพชิตฺวา สุวิสุทฺธสีโล หุตฺวา วิหรติ. ตสฺส ปุริมกมฺมนิสฺสนฺเทน กุฏฺฐโรโค อุปฺปชฺชิ, เตน ตสฺส สรีราวยวา เยภุยฺเยน ฉินฺนภินฺนา หุตฺวา ปคฺฆรนฺติ. โส คิลานสาลายํ วสติ. อเถกทิวสํ ธมฺมเสนาปติ คิลานปุจฺฉํ คนฺตฺวา ตตฺถ ตตฺถ คิลาเน ภิกฺขู ปุจฺฉนฺโต ตํ ภิกฺขุํ ทิสฺวา ‘‘อาวุโส, ยาวตา ขนฺธปฺปวตฺติ นาม, สพฺพํ ทุกฺขเมว เวทนา. ขนฺเธสุ ปน อสนฺเตสุเยว นตฺถิ ทุกฺข’’นฺติ เวทนานุปสฺสนากมฺมฏฺฐานํ กเถตฺวา อคมาสิ. โส เถรสฺส โอวาเท ฐตฺวา วิปสฺสนํ วฑฺเฒตฺวา ฉฬภิญฺญา สจฺฉากาสิ. เตน วุตฺตํ อปทาเน (อป. เถร ๑.๑๒.๘๒-๙๐) –

‘‘ชายนฺตสฺส วิปสฺสิสฺส, อาโลโก วิปุโล อหุ;

ปถวี จ ปกมฺปิตฺถ, สสาครา สปพฺพตา.

‘‘เนมิตฺตา จ วิยากํสุ, พุทฺโธ โลเก ภวิสฺสติ;

อคฺโค จ สพฺพสตฺตานํ, ชนตํ อุทฺธริสฺสติ.

‘‘เนมิตฺตานํ สุณิตฺวาน, ชาติปูชมกาสหํ;

เอทิสา ปูชนา นตฺถิ, ยาทิสา ชาติปูชนา.

‘‘สงฺขริตฺวาน กุสลํ, สกํ จิตฺตํ ปสาทยึ;

ชาติปูชํ กริตฺวาน, ตตฺถ กาลงฺกโต อหํ.

‘‘ยํ ยํ โยนุปปชฺชามิ, เทวตฺตํ อถ มานุสํ;

สพฺเพ สตฺเต อภิโภมิ, ชาติปูชายิทํ ผลํ.

‘‘ธาติโย มํ อุปฏฺเฐนฺติ, มม จิตฺตวสานุคา;

น ตา สกฺโกนฺติ โกเปตุํ, ชาติปูชายิทํ ผลํ.

‘‘เอกนวุติโต กปฺเป, ยํ ปูชมกรึ ตทา;

ทุคฺคตึ นาภิชานามิ, ชาติปูชายิทํ ผลํ.

‘‘สุปาริจริยา นาม, จตุตฺตึส ชนาธิปา;

อิโต ตติยกปฺปมฺหิ, จกฺกวตฺตี มหพฺพลา.

‘‘กิเลสา ฌาปิตา มยฺหํ…เป… กตํ พุทฺธสฺส สาสน’’นฺติ.

ฉฬภิญฺโญ ปน หุตฺวา ปหีนกิเลสปจฺจเวกฺขเณน เอตรหิ อนุภุยฺยมานโรควเสน ปุริมชาตีสุ อตฺตนา กตํ ปาปกมฺมํ อนุสฺสริตฺวา ตสฺส อิทานิ สพฺพโส ปหีนภาวํ วิภาเวนฺโต –

๘๑. ‘‘ยํ มยา ปกตํ ปาปํ, ปุพฺเพ อญฺญาสุ ชาติสุ;

อิเธว ตํ เวทนียํ, วตฺถุ อญฺญํ น วิชฺชตี’’ติ. – คาถํ อภาสิ;

ตตฺถ ปาปนฺติ อกุสลํ กมฺมํ. ตญฺหิ ลามกฏฺเฐน ปาปนฺติ วุจฺจติ. ปุพฺเพติ ปุรา. อญฺญาสุ ชาติสูติ อิโต อญฺญาสุ ชาตีสุ, อญฺเญสุ อตฺตภาเวสุ. อยเญฺหตฺถ อตฺโถ – ยทิปิ มยา อิมสฺมึ อตฺตภาเว น ตาทิสํ ปาปํ กตํ อตฺถิ, อิทานิ ปน ตสฺส สมฺภโวเยว นตฺถิ. ยํ ปน อิโต อญฺญาสุ ชาตีสุ กตํ อตฺถิ, อิเธว ตํ เวทนียํ, ตญฺหิ อิเธว อิมสฺมึเยว อตฺตภาเว เวทยิตพฺพํ อนุภวิตพฺพํ ผลํ, กสฺมา? วตฺถุ อญฺญํ น วิชฺชตีติ ตสฺส กมฺมสฺส วิปจฺจโนกาโส อญฺโญ ขนฺธปฺปพนฺโธ นตฺถิ, อิเม ปน ขนฺธา สพฺพโส อุปาทานานํ ปหีนตฺตา อนุปาทาโน วิย ชาตเวโท จริมกจิตฺตนิโรเธน อปฺปฏิสนฺธิกา นิรุชฺฌนฺตีติ อญฺญํ พฺยากาสิ.

สมิติคุตฺตตฺเถรคาถาวณฺณนา นิฏฺฐิตา.