๕. สุสารทตฺเถรคาถาวณฺณนา
สาธุ สุวิหิตาน ทสฺสนนฺติ อายสฺมโต สุสารทตฺเถรสฺส คาถา. กา อุปฺปตฺติ? โส กิร ปทุมุตฺตรสฺส ภควโต กาเล พฺราหฺมณกุเล นิพฺพตฺติตฺวา วิชฺชาปเทสุ นิปฺผตฺตึ คนฺตฺวา กาเมสุ อาทีนวํ ทิสฺวา ฆราวาสํ ปหาย ตาปสปพฺพชฺชํ ปพฺพชิตฺวา หิมวนฺตปฺปเทเส อรญฺญายตเน อสฺสมํ กาเรตฺวา วิหาสิ. อถ นํ อนุคฺคณฺหนฺโต ปทุมุตฺตโร ภควา ภิกฺขาจารเวลายํ อุปสงฺกมิ. โส ทูรโตว ทิสฺวา ปสนฺนมานโส ปจฺจุคฺคนฺตฺวา ปตฺตํ คเหตฺวา มธุรานิ ผลานิ ปกฺขิปิตฺวา อทาสิ. ภควา ตํ ปฏิคฺคเหตฺวา อนุโมทนํ กตฺวา ปกฺกามิ. โส เตน ปุญฺญกมฺเมน เทวมนุสฺเสสุ สํสรนฺโต อิมสฺมึ พุทฺธุปฺปาเท ธมฺมเสนาปติโน ญาติพฺราหฺมณกุเล นิพฺพตฺติตฺวา มนฺทปญฺญตฺตา สุสารโทติ คหิตนาโม อปรภาเค ธมฺมเสนาปติสฺส สนฺติเก ธมฺมํ สุตฺวา ปฏิลทฺธสทฺโธ ปพฺพชิตฺวา วิปสฺสนํ วฑฺเฒตฺวา อรหตฺตํ ปาปุณิ. เตน วุตฺตํ อปทาเน (อป. เถร ๑.๑๓.๗๕-๘๓) –
‘‘อชฺฌายโก มนฺตธโร, ติณฺณํ เวทาน ปารคู;
หิมวนฺตสฺสาวิทูเร, วสามิ อสฺสเม อหํ.
‘‘อคฺคิหุตฺตญฺจ เม อตฺถิ, ปุณฺฑรีกผลานิ จ;
ปุฏเก นิกฺขิปิตฺวาน, ทุมคฺเค ลคฺคิตํ มยา.
‘‘ปทุมุตฺตโร โลกวิทู, อาหุตีนํ ปฏิคฺคโห;
มมุทฺธริตุกาโม โส, ภิกฺขนฺโต มมุปาคมิ.
‘‘ปสนฺนจิตฺโต สุมโน, ผลํ พุทฺธสฺสทาสหํ;
วิตฺติสญฺชนโน มยฺหํ, ทิฏฺฐธมฺมสุขาวโห.
‘‘สุวณฺณวณฺโณ สมฺพุทฺโธ, อาหุตีนํ ปฏิคฺคโห;
อนฺตลิกฺเข ฐิโต สตฺถา, อิมํ คาถํ อภาสถ.
‘‘อิมินา ผลทาเนน, เจตนาปณิธีหิ จ;
กปฺปานํ สตสหสฺสํ, ทุคฺคตึ นุปปชฺชสิ.
‘‘เตเนว สุกฺกมูเลน, อนุโภตฺวาน สมฺปทา;
ปตฺโตมฺหิ อจลํ ฐานํ, หิตฺวา ชยปราชยํ.
‘‘อิโต สตฺตสเต กปฺเป, ราชา อาสึ สุมงฺคโล;
สตฺตรตนสมฺปนฺโน, จกฺกวตฺตี มหพฺพโล.
‘‘กิเลสา ฌาปิตา มยฺหํ…เป… กตํ พุทฺธสฺส สาสน’’นฺติ.
อรหตฺตํ ปน ปตฺวา สปฺปุริสูปนิสฺสยานิสํสกิตฺตนาปเทเสน อญฺญํ พฺยากโรนฺโต –
๗๕. ‘‘สาธุ สุวิหิตาน ทสฺสนํ, กงฺขา ฉิชฺชติ พุทฺธิ วฑฺฒติ;
พาลมฺปิ กโรนฺติ ปณฺฑิตํ, ตสฺมา สาธุ สตํ สมาคโม’’ติ. –
คาถํ อภาสิ.
ตตฺถ สาธูติ สุนฺทรํ, ภทฺทกนฺติ อตฺโถ. สุวิหิตาน ทสฺสนนฺติ สุวิหิตานํ ทสฺสนํ. คาถาสุขตฺถํ อนุสฺวารโลโป กโต. สีลาทิคุเณหิ สุสํวิหิตตฺตภาวานํ ปรานุทฺทยาย สุฏฺฐุ วิหิตธมฺมเทสนานํ อริยานํ ทสฺสนํ สาธูติ โยชนา. ‘‘ทสฺสน’’นฺติ นิทสฺสนมตฺตํ ทฏฺฐพฺพํ สวนาทีนมฺปิ พหุการตฺตา. วุตฺตเญฺหตํ ภควตา –
‘‘เย เต ภิกฺขู สีลสมฺปนฺนา สมาธิสมฺปนฺนา ปญฺญาสมฺปนฺนา วิมุตฺติสมฺปนฺนา วิมุตฺติญาณทสฺสนสมฺปนฺนา โอวาทกา วิญฺญาปกา สนฺทสฺสกา สมาทปกา สมุตฺเตชกา สมฺปหํสกา อลํสมกฺขาตาโร สทฺธมฺมสฺส, ทสฺสนมฺปาหํ, ภิกฺขเว, เตสํ ภิกฺขูนํ พหูปการํ วทามิ, สวนํ…เป… อุปสงฺกมนํ…เป… ปยิรุปาสนํ…เป… อนุสฺสรณํ…เป… อนุปพฺพชฺชมฺปาหํ, ภิกฺขเว, เตสํ ภิกฺขูนํ พหูปการํ วทามี’’ติ (อิติวุ. ๑๐๔).
ทสฺสนมูลกตฺตา วา อิตเรสํ ทสฺสนเมเวตฺถ วุตฺตํ, กงฺขา ฉิชฺชตีติอาทิ ตตฺถ การณวจนํ. ตาทิสานญฺหิ กลฺยาณมิตฺตานํ ทสฺสเน สติ วิญฺญุชาติโก อตฺถกาโม กุลปุตฺโต เต อุปสงฺกมติ ปยิรุปาสติ ‘‘กึ, ภนฺเต, กุสลํ, กึ อกุสล’’นฺติอาทินา (ม. นิ. ๓.๒๙๖) ปญฺหํ ปุจฺฉติ. เต จสฺส อเนกวิหิเตสุ กงฺขาฏฺฐานีเยสุ กงฺขํ ปฏิวิโนเทนฺติ, เตน วุตฺตํ ‘‘กงฺขา ฉิชฺชตี’’ติ. ยสฺมา จ เต ธมฺมเทสนาย เตสํ กงฺขํ ปฏิวิโนเทตฺวา ปุพฺพภาเค กมฺมปถสมฺมาทิฏฺฐึ วิปสฺสนาสมฺมาทิฏฺฐิญฺจ อุปฺปาเทนฺติ, ตสฺมา เตสํ พุทฺธิ วฑฺฒติ. ยทา ปน เต วิปสฺสนํ วฑฺเฒตฺวา สจฺจานิ ปฏิวิชฺฌนฺติ, ตทา โสฬสวตฺถุกา อฏฺฐวตฺถุกา จ วิจิกิจฺฉา ฉิชฺชติ สมุจฺฉิชฺชติ, นิปฺปริยาเยน ปญฺญา พุทฺธิ วฑฺฒติ. พาลฺยสมติกฺกมนโต เต ปณฺฑิตา โหนฺติ. โส เตหิ พุทฺธึ วฑฺเฒติ, พาลมฺปิ กโรนฺติ ปณฺฑิตนฺติ. ตสฺมาติอาทิ นิคมนํ, ยสฺมา สาธูนํ ทสฺสนํ วุตฺตนเยน กงฺขา ฉิชฺชติ พุทฺธิ วฑฺฒติ, เต พาลํ ปณฺฑิตํ กโรนฺติ, ตสฺมา เตน การเณน สาธุ สุนฺทรํ สตํ สปฺปุริสานํ อริยานํ สมาคโม, เตหิ สโมธานํ สมฺมา วฑฺฒนนฺติ อตฺโถ.
สุสารทตฺเถรคาถาวณฺณนา นิฏฺฐิตา.