๘. สญฺชยตฺเถรคาถาวณฺณนา

ยโต อหนฺติ อายสฺมโต สญฺชยตฺเถรสฺส คาถา. กา อุปฺปตฺติ? โสปิ ปุริมพุทฺเธสุ กตาธิกาโร ตตฺถ ตตฺถ วิวฏฺฏูปนิสฺสยํ ปุญฺญํ อุปจินนฺโต วิปสฺสิสฺส ภควโต กาเล มหติ ปูเค สํกิตฺติวเสน วตฺถุํ สงฺฆริตฺวา รตนตฺตยํ อุทฺทิสฺส ปุญฺญํ กโรนฺโต สยํ ทลิทฺโท หุตฺวา เนสํ คณาทีนํ ปุญฺญกิริยาย พฺยาวโฏ อโหสิ. กาเลน กาลํ ภควนฺตํ อุปสงฺกมิตฺวา วนฺทิตฺวา ปสนฺนมานโส ภิกฺขูนญฺจ ตํ ตํ เวยฺยาวจฺจํ อกาสิ. โส เตน ปุญฺญกมฺเมน เทวโลเก นิพฺพตฺโต อปราปรํ ปุญฺญานิ กตฺวา สุคตีสุเยว สํสรนฺโต อิมสฺมึ พุทฺธุปฺปาเท ราชคเห วิภวสมฺปนฺนสฺส พฺราหฺมณสฺส ปุตฺโต หุตฺวา นิพฺพตฺติ สญฺชโย นาม นาเมน, โส วยปฺปตฺโต พฺรหฺมายุโปกฺขรสาติอาทิเก อภิญฺญาเต พฺราหฺมเณ สาสเน อภิปฺปสนฺเน ทิสฺวา สญฺชาตปฺปสาโท สตฺถารํ อุปสงฺกมิ. ตสฺส สตฺถา ธมฺมํ เทเสสิ. โส ธมฺมํ สุตฺวา โสตาปนฺโน อโหสิ. อปรภาเค ปพฺพชิ. ปพฺพชนฺโต จ ขุรคฺเคเยว ฉฬภิญฺโญ อโหสี. เตน วุตฺตํ อปทาเน (อป. เถร ๑.๑๐.๕๑-๕๕) –

‘‘วิปสฺสิสฺส ภควโต, มหาปูคคโณ อหุ;

เวยฺยาวจฺจกโร อาสึ, สพฺพกิจฺเจสุ วาวโฏ.

‘‘เทยฺยธมฺโม จ เม นตฺถิ, สุคตสฺส มเหสิโน;

อวนฺทึ สตฺถุโน ปาเท, วิปฺปสนฺเนน เจตสา.

‘‘เอกนวุติโต กปฺเป, เวยฺยาวจฺจํ อกาสหํ;

ทุคฺคตึ นาภิชานามิ, เวยฺยาวจฺจสฺสิทํ ผลํ.

‘‘อิโต จ อฏฺฐเม กปฺเป, ราชา อาสึ สุจินฺติโต;

สตฺตรตนสมฺปนฺโน, จกฺกวตฺตี มหพฺพโล.

‘‘กิเลสา ฌาปิตา มยฺหํ…เป… กตํ พุทฺธสฺส สาสน’’นฺติ.

ฉฬภิญฺโญ ปน หุตฺวา อญฺญํ พฺยากโรนฺโต ‘‘ยโต อหํ ปพฺพชิโต’’ติ คาถํ อภาสิ.

๔๘. ตตฺถ ยโต อหํ ปพฺพชิโตติ ยโต ปภุติ ยโต ปฏฺฐาย อหํ ปพฺพชิโต. ปพฺพชิตกาลโต ปฏฺฐาย นาภิชานามิ สงฺกปฺปํ, อนริยํ โทสสํหิตนฺติ ราคาทิโทสสํหิตํ ตโต เอว อนริยํ นิหีนํ, อริเยหิ วา อนรณียตาย อนริเยหิ อรณียตาย จ อนริยํ ปาปกํ อารมฺมเณ อภูตคุณาทิสงฺกปฺปนโต ‘‘สงฺกปฺโป’’ติ ลทฺธนามํ กามวิตกฺกาทิมิจฺฉาวิตกฺกํ อุปฺปาทิตํ นาภิชานามีติ, ‘‘ขุรคฺเคเยว มยา อรหตฺตํ ปตฺต’’นฺติ อญฺญํ พฺยากาสิ.

สญฺชยตฺเถรคาถาวณฺณนา นิฏฺฐิตา.