๕. ปญฺจมวคฺโค
๑. สิริวฑฺฒตฺเถรคาถาวณฺณนา
วิวรมนุปตนฺติ วิชฺชุตาติ อายสฺมโต สิริวฑฺฒตฺเถรสฺส คาถา. กา อุปฺปตฺติ? โสปิ ปุริมพุทฺเธสุ กตาธิกาโร ตตฺถ ตตฺถ วิวฏฺฏูปนิสฺสยํ กุสลํ อุปจินนฺโต อิโต เอกนวุเต กปฺเป วิปสฺสิสฺส ภควโต กาเล กุลเคเห นิพฺพตฺติตฺวา วิญฺญุตํ ปตฺโต วิปสฺสึ ภควนฺตํ ปสฺสิตฺวา กิงฺกณิปุปฺเผหิ ปูชํ กตฺวา เตน ปุญฺญกมฺเมน เทวโลเก นิพฺพตฺโต อปราปรํ ปุญฺญานิ กตฺวา สุคตีสุเยว สํสรนฺโต อิมสฺมึ พุทฺธุปฺปาเท ราชคเห วิภวสมฺปนฺนสฺส พฺราหฺมณสฺส เคเห นิพฺพตฺติ, สิริวฑฺโฒติสฺส นามํ อโหสิ. โส วยปฺปตฺโต พิมฺพิสารสมาคเม สตฺถริ สทฺธมฺเม จ อุปฺปนฺนปฺปสาโท เหตุสมฺปนฺนตาย ปพฺพชิ. ปพฺพชิตฺวา จ กตปุพฺพกิจฺโจ เวภารปณฺฑวปพฺพตานํ อวิทูเร อญฺญตรสฺมึ อรญฺญายตเน ปพฺพตคุหายํ กมฺมฏฺฐานมนุยุตฺโต วิหรติ. ตสฺมิญฺจ สมเย มหา อกาลเมโฆ อุฏฺฐหิ. วิชฺชุลฺลตา ปพฺพตวิวรํ ปวิสนฺติโย วิย วิจรนฺติ. เถรสฺส ฆมฺมปริฬาหาภิภูตสฺส สารคพฺเภหิ เมฆวาเตหิ ฆมฺมปริฬาโห วูปสมิ. อุตุสปฺปายลาเภน จิตฺตํ เอกคฺคํ อโหสิ. สมาหิตจิตฺโต วิปสฺสนํ อุสฺสุกฺกาเปตฺวา อรหตฺตํ ปาปุณิ. เตน วุตฺตํ อปทาเน (อป. เถร ๑.๒๑.๑๐-๑๔) –
‘‘กญฺจนคฺฆิยสงฺกาโส, สพฺพญฺญู โลกนายโก;
โอทกํ ทหโมคฺคยฺห, สินายิ อคฺคปุคฺคโล.
‘‘ปคฺคยฺห กิงฺกณึ ปุปฺผํ, วิปสฺสิสฺสาภิโรปยึ;
อุทคฺคจิตฺโต สุมโน, ทฺวิปทินฺทสฺส ตาทิโน.
‘‘เอกนวุติโต กปฺเป, ยํ ปุปฺผมภิโรปยึ;
ทุคฺคตึ นาภิชานามิ, พุทฺธปูชายิทํ ผลํ.
‘‘สตฺตวีสติกปฺปมฺหิ, ราชา ภีมรโถ อหุ;
สตฺตรตนสมฺปนฺโน, จกฺกวตฺตี มหพฺพโล.
‘‘กิเลสา ฌาปิตา มยฺหํ…เป… กตํ พุทฺธสฺส สาสน’’นฺติ.
อรหตฺตํ ปน ปตฺวา อญฺญาปเทเสน อตฺตสนฺนิสฺสยํ อุทานํ อุทาเนนฺโต ‘‘วิวรมนุปตนฺติ วิชฺชุตา’’ติ คาถํ อภาสิ.
๔๑. ตตฺถ วิวรนฺติ อนฺตรา เวมชฺฌํ. อนุปตนฺตีติ อนุลกฺขเณ ปตนฺติ ปวตฺตนฺติ, วิชฺโชตนฺตีติ อตฺโถ. วิชฺโชตนเมว หิ วิชฺชุลฺลตานํ ปวตฺติ นาม. อนุ-สทฺทโยเคน เจตฺถ อุปโยควจนํ, ยถา ‘‘รุกฺขมนุวิชฺโชตนฺตี’’ติ. วิชฺชุตาติ สเตรตา. เวภารสฺส จ ปณฺฑวสฺส จาติ เวภารปพฺพตสฺส จ ปณฺฑวปพฺพตสฺส จ วิวรมนุปตนฺตีติ โยชนา. นควิวรคโตติ นควิวรํ ปพฺพตคุหํ อุปคโต. ฌายตีติ อารมฺมณูปนิชฺฌาเนน ลกฺขณูปนิชฺฌาเนน จ ฌายติ, สมถวิปสฺสนํ อุสฺสุกฺกาเปนฺโต ภาเวติ. ปุตฺโต อปฺปฏิมสฺส ตาทิโนติ สีลกฺขนฺธาทิธมฺมกายสมฺปตฺติยา รูปกายสมฺปตฺติยา จ อนุปมสฺส อุปมารหิตสฺส อิฏฺฐานิฏฺฐาทีสุ ตาทิลกฺขณสมฺปตฺติยา ตาทิโน พุทฺธสฺส ภควโต โอรสปุตฺโต. ปุตฺตวจเนเนว เจตฺถ เถเรน สตฺถุ อนุชาตภาวทีปเนน อญฺญา พฺยากตาติ เวทิตพฺพํ.
สิริวฑฺฒตฺเถรคาถาวณฺณนา นิฏฺฐิตา.
๒. ขทิรวนิยตฺเถรคาถาวณฺณนา
จาเล อุปจาเลติ อายสฺมโต ขทิรวนิยเรวตตฺเถรสฺส คาถา. กา อุปฺปติ? อยํ กิร ปทุมุตฺตรสฺส ภควโต กาเล หํสวตีนคเร ติตฺถนาวิกกุเล นิพฺพตฺติตฺวา มหาคงฺคาย ปยาคติตฺเถ ติตฺถนาวากมฺมํ กโรนฺโต เอกทิวสํ สสาวกสงฺฆํ ภควนฺตํ คงฺคาตีรํ อุปคตํ ทิสฺวา ปสนฺนมานโส นาวาสงฺฆาฏํ โยเชตฺวา มหนฺเตน ปูชาสกฺกาเรน ปรตีรํ ปาเปตฺวา อญฺญตรํ ภิกฺขุํ สตฺถารา อารญฺญกานํ อคฺคฏฺฐาเน ฐปิยมานํ ทิสฺวา ตทตฺถํ ปตฺถนํ ปฏฺฐเปตฺวา ภควโต ภิกฺขุสงฺฆสฺส จ มหาทานํ ปวตฺเตสิ. ภควา จ ตสฺส ปตฺถนาย อวชฺฌภาวํ พฺยากาสิ. โส ตโต ปฏฺฐาย ตตฺถ ตตฺถ วิวฏฺฏูปนิสฺสยํ กุสลํ กตฺวา เทวมนุสฺเสสุ สํสรนฺโต อิมสฺมึ พุทฺธุปฺปาเท มคธรฏฺเฐ นาลกคาเม รูปสาริยา พฺราหฺมณิยา กุจฺฉิสฺมึ นิพฺพตฺติ. ตํ วยปฺปตฺตํ มาตาปิตโร ฆรพนฺธเนน พนฺธิตุกามา ชาตา. โส สาริปุตฺตตฺเถรสฺส ปพฺพชิตภาวํ สุตฺวา ‘‘มยฺหํ เชฏฺฐภาตา อยฺโย อุปติสฺโส อิมํ วิภวํ ฉฑฺเฑตฺวา ปพฺพชิโต, เตน วนฺตํ เขฬปิณฺฑํ กถาหํ ปจฺฉา คิลิสฺสามี’’ติ ชาตสํเวโค ปาสํ อนุปคจฺฉนกมิโค วิย ญาตเก วญฺเจตฺวา เหตุสมฺปตฺติยา โจทิยมาโน ภิกฺขูนํ สนฺติกํ คนฺตฺวา ธมฺมเสนาปติโน กนิฏฺฐภาวํ นิเวเทตฺวา อตฺตโน ปพฺพชฺชาย ฉนฺทํ อาโรเจสิ. ภิกฺขู ตํ ปพฺพาเชตฺวา ปริปุณฺณวีสติวสฺสํ อุปสมฺปาเทตฺวา กมฺมฏฺฐาเน นิโยเชสุํ. โส กมฺมฏฺฐานํ คเหตฺวา ขทิรวนํ ปวิสิตฺวา, ‘‘อรหตฺตํ ปตฺวา ภควนฺตํ ธมฺมเสนาปติญฺจ ปสฺสิสฺสามี’’ติ ฆเฏนฺโต วายมนฺโต ญาณสฺส ปริปากคตตฺตา นจิรสฺเสว ฉฬภิญฺโญ อโหสิ. เตน วุตฺตํ อปทาเน (อป. เถร ๑.๑.๖๒๘-๖๔๓) –
‘‘คงฺคา ภาคีรถี นาม, หิมวนฺตา ปภาวิตา;
กุติตฺเถ นาวิโก อาสึ, โอริเม จ ตรึ อหํ.
‘‘ปทุมุตฺตโร นายโก, สมฺพุทฺโธ ทฺวิปทุตฺตโม;
วสีสตสหสฺเสหิ, คงฺคาตีรมุปาคโต.
‘‘พหู นาวา สมาเนตฺวา, วฑฺฒกีหิ สุสงฺขตํ;
นาวาย ฉทนํ กตฺวา, ปฏิมานึ นราสภํ.
‘‘อาคนฺตฺวาน จ สมฺพุทฺโธ, อารูหิ ตญฺจ นาวกํ;
วาริมชฺเฌ ฐิโต สตฺถา, อิมา คาถา อภาสถ.
‘‘โย โส ตาเรสิ สมฺพุทฺธํ, สงฺฆญฺจาปิ อนาสวํ;
เตน จิตฺตปฺปสาเทน, เทวโลเก รมิสฺสติ.
‘‘นิพฺพตฺติสฺสติ เต พฺยมฺหํ, สุกตํ นาวสณฺฐิตํ;
อากาเส ปุปฺผฉทนํ, ธารยิสฺสติ สพฺพทา.
‘‘อฏฺฐปญฺญาสกปฺปมฺหิ, ตารโก นาม ขตฺติโย;
จาตุรนฺโต วิชิตาวี, จกฺกวตฺตี ภวิสฺสติ.
‘‘สตฺตปญฺญาสกปฺปมฺหิ, จมฺมโก นาม ขตฺติโย;
อุคฺคจฺฉนฺโตว สูริโย, โชติสฺสติ มหพฺพโล.
‘‘กปฺปสตสหสฺสมฺหิ, โอกฺกากกุลสมฺภโว;
โคตโม นาม โคตฺเตน, สตฺถา โลเก ภวิสฺสติ.
‘‘ติทสา โส จวิตฺวาน, มนุสฺสตฺตํ คมิสฺสติ;
เรวโต นาม นาเมน, พฺรหฺมพนฺธุ ภวิสฺสติ.
‘‘อคารา นิกฺขมิตฺวาน, สุกฺกมูเลน โจทิโต;
โคตมสฺส ภควโต, สาสเน ปพฺพชิสฺสติ.
‘‘โส ปจฺฉา ปพฺพชิตฺวาน, ยุตฺตโยโค วิปสฺสโก;
สพฺพาสเว ปริญฺญาย, นิพฺพายิสฺสตินาสโว.
‘‘วีริยํ เม ธุรโธรยฺหํ, โยคกฺเขมาธิวาหนํ;
ธาเรมิ อนฺติมํ เทหํ, สมฺมาสมฺพุทฺธสาสเน.
‘‘สตสหสฺเส กตํ กมฺมํ, ผลํ ทสฺเสสิ เม อิธ;
สุมุตฺโต สรเวโคว, กิเลเส ฌาปยี มม.
‘‘ตโต มํ วนนิรตํ, ทิสฺวา โลกนฺตคู มุนิ;
วนวาสิภิกฺขูนคฺคํ, ปญฺญเปสิ มหามติ.
‘‘กิเลสา ฌาปิตา มยฺหํ…เป… กตํ พุทฺธสฺส สาสน’’นฺติ.
ฉฬภิญฺโญ ปน หุตฺวา เถโร สตฺถารํ ธมฺมเสนาปติญฺจ วนฺทิตุํ เสนาสนํ สํสาเมตฺวา ปตฺตจีวรมาทาย อนุปุพฺเพน สาวตฺถึ ปตฺวา เชตวนํ ปวิสิตฺวา สตฺถารํ ธมฺมเสนาปติญฺจ วนฺทิตฺวา กติปาหํ เชตวเน วิหาสิ. อถ นํ สตฺถา อริยคณมชฺเฌ นิสินฺโน อารญฺญกานํ ภิกฺขูนํ อคฺคฏฺฐาเน ฐเปสิ – ‘‘เอตทคฺคํ, ภิกฺขเว, มม สาวกานํ ภิกฺขูนํ อารญฺญกานํ ยทิทํ เรวโต ขทิรวนิโย’’ติ (อ. นิ. ๑.๑๙๘, ๒๐๓). โส อปรภาเค อตฺตโน ชาตคามํ คนฺตฺวา ‘‘จาลา, อุปจาลา, สีสูปจาลา’’ติ ติสฺสนฺนํ ภคินีนํ ปุตฺเต ‘‘จาลา, อุปจาลา, สีสูปจาลา’’ติ ตโย ภาคิเนยฺเย อาเนตฺวา ปพฺพาเชตฺวา กมฺมฏฺฐาเน นิโยเชสิ. เต กมฺมฏฺฐานํ อนุยุตฺตา วิหรนฺติ. ตสฺมิญฺจ สมเย เถรสฺส โกจิเทว อาพาโธ อุปฺปนฺโน. ตํ สุตฺวา สาริปุตฺตตฺเถโร เรวตํ ‘‘คิลานปุจฺฉนํ อธิคมปุจฺฉนญฺจ กริสฺสามี’’ติ อุปคจฺฉิ. เรวตตฺเถโร ธมฺมเสนาปตึ ทูรโตว อาคจฺฉนฺตํ ทิสฺวา เตสํ สามเณรานํ สตุปฺปาทนวเสน โอวทนฺโต ‘‘จาเล อุปจาเล’’ติ คาถํ อภาสิ.
๔๒. ตตฺถ จาเล อุปจาเล สีสูปจาเลติ เตสํ อาลปนํ. ‘‘จาลา, อุปจาลา, สีสูปจาลา’’ติ หิ อิตฺถิลิงฺควเสน ลทฺธนามา เต ตโย ทารกา ปพฺพชิตาปิ ตถา โวหรียนฺติ. ‘‘‘จาลี, อุปจาลี, สีสูปจาลี’ติ เตสํ นาม’’นฺติ จ วทนฺติ. ยทตฺถํ ‘‘จาลา’’ติอาทินา อามนฺตนํ กตํ, ตํ ทสฺเสนฺโต ‘‘ปติสฺสตา นุ โข วิหรถา’’ติ วตฺวา ตตฺถ การณมาห ‘‘อาคโต โว วาลํ วิย เวธี’’ติ. ปติสฺสตาติ ปติสฺสติกา. โขติ อวธารเณ. อาคโตติ อาคจฺฉิ. โวติ ตุมฺหากํ. วาลํ วิย เวธีติ วาลเวธี วิย, อยเญฺหตฺถ สงฺเขปตฺโถ – ติกฺขชวนนิพฺเพธิกปญฺญตาย วาลเวธิรูโป สตฺถุกปฺโป ตุมฺหากํ มาตุลตฺเถโร อาคโต, ตสฺมา สมณสญฺญํ อุปฏฺฐเปตฺวา สติสมฺปชญฺญยุตฺตา เอว หุตฺวา วิหรถ, ‘‘ยถาธิคเต วิหาเร อปฺปมตฺตา ภวถา’’ติ.
ตํ สุตฺวา เต สามเณรา ธมฺมเสนาปติสฺส ปจฺจุคฺคมนาทิวตฺตํ กตฺวา อุภินฺนํ มาตุลตฺเถรานํ ปฏิสนฺถารเวลายํ นาติทูเร สมาธึ สมาปชฺชิตฺวา นิสีทึสุ. ธมฺมเสนาปติ เรวตตฺเถเรน สทฺธึ ปฏิสนฺถารํ กตฺวา อุฏฺฐายาสนา เต สามเณเร อุปสงฺกมิ, เต ตถากาลปริจฺเฉทสฺส กตตฺตา เถเร อุปสงฺกมนฺเต เอว อุฏฺฐหิตฺวา วนฺทิตฺวา อฏฺฐํสุ. เถโร ‘‘กตรกตรวิหาเรน วิหรถา’’ติ ปุจฺฉิตฺวา เตหิ ‘‘อิมาย อิมายา’’ติ วุตฺเต ‘‘ทารเกปิ นาม เอวํ วิเนนฺโต มยฺหํ ภาติโก ปจฺจปาทิ วต ธมฺมสฺส อนุธมฺม’’นฺติ เถรํ ปสํสนฺโต ปกฺกามิ.
ขทิรวนิยตฺเถรคาถาวณฺณนา นิฏฺฐิตา.
๓. สุมงฺคลตฺเถรคาถาวณฺณนา
สุมุตฺติโกติ อายสฺมโต สุมงฺคลตฺเถรสฺส คาถา. กา อุปฺปตฺติ? โสปิ ปุริมพุทฺเธสุ กตาธิกาโร ตตฺถ ตตฺถ ภเว วิวฏฺฏูปนิสฺสยํ ปุญฺญํ อุปจินนฺโต สิทฺธตฺถสฺส ภควโต กาเล รุกฺขเทวตา หุตฺวา นิพฺพตฺติ. โส เอกทิวสํ สตฺถารํ นฺหายิตฺวา เอกจีวรํ ฐิตํ ทิสฺวา โสมนสฺสปฺปตฺโต หุตฺวา อปฺโผเฏสิ. โส เตน ปุญฺญกมฺเมน เทวมนุสฺเสสุ สํสรนฺโต อิมสฺมึ พุทฺธุปฺปาเท สาวตฺถิยา อวิทูเร อญฺญตรสฺมึ คามเก ตาทิเสน กมฺมนิสฺสนฺเทน ทลิทฺทกุเล นิพฺพตฺติ. ตสฺส สุมงฺคโลติ นามํ อโหสิ. โส วยปฺปตฺโต ขุชฺชกาสิตนงฺคลกุทฺทาลปริกฺขาโร หุตฺวา กสิยา ชีวติ. โส เอกทิวสํ รญฺญา ปเสนทิโกสเลน ภควโต ภิกฺขุสงฺฆสฺส จ มหาทาเน ปวตฺติยมาเน ทาโนปกรณานิ คเหตฺวา อาคจฺฉนฺเตหิ มนุสฺเสหิ สทฺธึ ทธิฆฏํ คเหตฺวา อาคโต ภิกฺขูนํ สกฺการสมฺมานํ ทิสฺวา ‘‘อิเม สมณา สกฺยปุตฺติยา สุขุมวตฺถสุนิวตฺถา สุโภชนานิ ภุญฺชิตฺวา นิวาเตสุ เสนาสเนสุ วิหรนฺติ, ยํนูนาหมฺปิ ปพฺพเชยฺย’’นฺติ จินฺเตตฺวา, อญฺญตรํ มหาเถรํ อุปสงฺกมิตฺวา อตฺตโน ปพฺพชฺชาธิปฺปายํ นิเวเทสิ. โส ตํ กรุณายนฺโต ปพฺพาเชตฺวา กมฺมฏฺฐานํ อาจิกฺขิ. โส อรญฺเญ วิหรนฺโต เอกวิหาเร นิพฺพินฺโน อุกฺกณฺฐิโต หุตฺวา, วิพฺภมิตุกาโม ญาติคามํ คจฺฉนฺโต อนฺตรามคฺเค กจฺฉํ พนฺธิตฺวา เขตฺตํ กสนฺเต กิลิฏฺฐวตฺถนิวตฺเถ สมนฺตโต รโชกิณฺณสรีเร วาตาตเปน ผุสฺสนฺเต กสฺสเก ทิสฺวา, ‘‘มหนฺตํ วติเม สตฺตา ชีวิกนิมิตฺตํ ทุกฺขํ ปจฺจนุโภนฺตี’’ติ สํเวคํ ปฏิลภิ. ญาณสฺส ปริปากํ คตตฺตา ยถาคหิตํ กมฺมฏฺฐานํ อุปฏฺฐาสิ. โส อญฺญตรํ รุกฺขมูลํ อุปคนฺตฺวา วิเวกํ ลภิตฺวา โยนิโส มนสิกโรนฺโต วิปสฺสนํ วฑฺเฒตฺวา มคฺคปฏิปาฏิยา อรหตฺตํ ปาปุณิ. เตน วุตฺตํ อปทาเน (อป. เถร ๑.๑๒.๑๑-๑๙) –
‘‘อตฺถทสฺสี ชินวโร, โลกเชฏฺโฐ นราสโภ;
วิหารา อภินิกฺขมฺม, ตฬากํ อุปสงฺกมิ.
‘‘นฺหาตฺวา ปิตฺวา จ สมฺพุทฺโธ, อุตฺตริเตฺวกจีวโร;
อฏฺฐาสิ ภควา ตตฺถ, วิโลเกนฺโต ทิโสทิสํ.
‘‘ภวเน อุปวิฏฺโฐหํ, อทฺทสํ โลกนายกํ;
หฏฺโฐ หฏฺเฐน จิตฺเตน, อปฺโผเฏสึ อหํ ตทา.
‘‘สตรํสึว โชตนฺตํ, ปภาสนฺตํว กญฺจนํ;
นจฺจคีเต ปยุตฺโตหํ, ปญฺจงฺคตูริยมฺหิ จ.
‘‘ยํ ยํ โยนุปปชฺชามิ, เทวตฺตํ อถ มานุสํ;
สพฺเพ สตฺเต อภิโภมิ, วิปุโล โหติ เม ยโส.
‘‘นโม เต ปุริสาชญฺญ, นโม เต ปุริสุตฺตม;
อตฺตานํ โตสยิตฺวาน, ปเร โตเสสิ ตฺวํ มุนิ.
‘‘ปริคฺคเห นิสีทิตฺวา, หาสํ กตฺวาน สุพฺพเต;
อุปฏฺฐหิตฺวา สมฺพุทฺธํ, ตุสิตํ อุปปชฺชหํ.
‘‘โสฬเสโต กปฺปสเต, ทฺวินวเอกจินฺติตา;
สตฺตรตนสมฺปนฺนา, จกฺกวตฺตี มหพฺพลา.
‘‘กิเลสา ฌาปิตา มยฺหํ…เป… กตํ พุทฺธสฺส สาสน’’นฺติ.
อรหตฺตํ ปน ปตฺวา สมฺปตฺตึ อตฺตโน ทุกฺขวิมุตฺติญฺจ กิตฺตนวเสน อุทานํ อุทาเนนฺโต ‘‘สุมุตฺติโก’’ติอาทิมาห.
๔๓. ตตฺถ สุมุตฺติโกติ สุนฺทรา อจฺจนฺติกตาย อปุนพฺภวิกา มุตฺติ เอตสฺสาติ สุมุตฺติโก. ตสฺส ปน วิมุตฺติยา ปาสํสิยตาย อจฺฉริยตาย จ อปฺโผเฏนฺโต อาห ‘‘สุมุตฺติโก’’ติ. ปุน ตตฺถ วิมุตฺติยํ อตฺตโน ปสาทสฺส ทฬฺหภาวํ ทสฺเสนฺโต ‘‘สาหุ สุมุตฺติโกมฺหี’’ติ อาห. ‘‘สาธุ สุฏฺฐุ มุตฺติโก วตมฺหี’’ติ อตฺโถ. ‘‘กุโต ปนายํ สุมุตฺติกตา’’ติ? กามญฺจายํ เถโร สพฺพสฺมาปิ วฏฺฏทุกฺขโต สุวิมุตฺโต, อตฺตโน ปน ตาว อุปฏฺฐิตํ อติวิย อนิฏฺฐภูตํ ทุกฺขํ ทสฺเสนฺโต ‘‘ตีหิ ขุชฺชเกหี’’ติอาทิมาห. ตตฺถ ขุชฺชเกหีติ ขุชฺชสภาเวหิ, ขุชฺชากาเรหิ วา. นิสฺสกฺกวจนญฺเจตํ มุตฺตสทฺทาเปกฺขาย. กสฺสโก หิ อขุชฺโชปิ สมาโน ตีสุ ฐาเนสุ อตฺตานํ ขุชฺชํ กตฺวา ทสฺเสติ ลายเน กสเน กุทฺทาลกมฺเม จ. โย หิ ปน กสฺสโก ลายนาทีนิ กโรติ, ตานิปิ อสิตาทีนิ กุฏิลาการโต ขุชฺชกานีติ วุตฺตํ ‘‘ตีหิ ขุชฺชเกหี’’ติ.
อิทานิ ตานิ สรูปโต ทสฺเสนฺโต ‘‘อสิตาสุ มยา, นงฺคลาสุ มยา, ขุทฺทกุทฺทาลาสุ มยา’’ติ อาห. ตตฺถ อสิตาสุ มยาติ ลวิตฺเตหิ มยา มุตฺตนฺติ อตฺโถ. นิสฺสกฺเก เจตํ ภุมฺมวจนํ. เสเสสุปิ เอเสว นโย. อปเร ปน ‘‘อสิตาสุ มยาติ ลวิตฺเตหิ กรณภูเตหิ มยา ขุชฺชิต’’นฺติ วทนฺติ. เตสํ มเตน กรณตฺเถ เหตุมฺหิ วา ภุมฺมวจนํ. ‘‘นงฺคลาสู’’ติ ลิงฺควิปลฺลาสํ กตฺวา วุตฺตํ, นงฺคเลหิ กสิเรหีติ อตฺโถ. อตฺตนา วฬญฺชิตกุทฺทาลสฺส สภาวโต วฬญฺชเนน วา อปฺปกตาย วุตฺตํ ‘‘ขุทฺทกุทฺทาลาสู’’ติ ‘‘กุณฺฐกุทฺทาลาสู’’ติปิ ปาฬิ. วฬญฺชเนเนว อติขิณขณิตฺเตสูติ อตฺโถ. อิธเมวาติ ม-กาโร ปทสนฺธิกโร. อถ วาปีติ วา-สทฺโท นิปาตมตฺตํ. คามเก ฐิตตฺตา ตานิ อสิตาทีนิ กิญฺจาปิ อิเธว มม สมีเปเยว, ตถาปิ อลเมว โหตีติ อตฺโถ. ตุริตวเสน เจตํ อาเมฑิตวจนํ. ฌายาติ ผลสมาปตฺติชฺฌานวเสน ทิฏฺฐธมฺมสุขวิหารตฺถํ ทิพฺพวิหาราทิวเสน จ ฌาย. สุมงฺคลาติ อตฺตานํ อาลปติ. ฌาเน ปน อาทรทสฺสนตฺถํ อาเมฑิตํ กตํ. อปฺปมตฺโต วิหราติ สติปญฺญาเวปุลฺลปฺปตฺติยา สพฺพตฺถกเมว อปฺปมตฺโตสิ ตฺวํ, ตสฺมา อิทานิ สุขํ วิหร, สุมงฺคล. เกจิ ปน ‘‘อรหตฺตํ อปฺปตฺวา เอว วิปสฺสนาย วีถิปฏิปนฺนาย สาสเน สญฺชาตาภิรติยา ยถานุภูตํ ฆราวาสทุกฺขํ ชิคุจฺฉนฺโต เถโร อิมํ คาถํ วตฺวา ปจฺฉา วิปสฺสนํ วฑฺเฒตฺวา อรหตฺตํ ปาปุณี’’ติ วทนฺติ. เตสํ มเตน ‘‘ฌาย อปฺปมตฺโต วิหรา’’ติ ปทานํ อตฺโถ วิปสฺสนามคฺควเสนปิ ยุชฺชติ เอว.
สุมงฺคลตฺเถรคาถาวณฺณนา นิฏฺฐิตา.
๔. สานุตฺเถรคาถาวณฺณนา
มตํ วา อมฺม โรทนฺตีติ อายสฺมโต สานุตฺเถรสฺส คาถา. กา อุปฺปตฺติ? โสปิ ปุริมพุทฺเธสุ กตาธิกาโร ตตฺถ ตตฺถ ภเว วิวฏฺฏูปนิสฺสยํ ปุญฺญํ อุปจินนฺโต อิโต จตุนวุเต กปฺเป สิทฺธตฺถสฺส ภควโต หตฺถปาทโธวนมุขวิกฺขาลนานํ อตฺถาย อุทกํ อุปเนสิ. สตฺถา หิ โภชนกาเล หตฺถปาเท โธวิตุกาโม อโหสิ. โส สตฺถุ อาการํ สลฺลกฺเขตฺวา อุทกํ อุปเนสิ. ภควา หตฺถปาเท โธวิตฺวา ภุญฺชิตฺวา มุขํ วิกฺขาเลตุกาโม อโหสิ. โส ตมฺปิ ญตฺวา มุโขทกํ อุปเนสิ. สตฺถา มุขํ วิกฺขาเลตฺวา มุขโธวนกิจฺจํ นิฏฺฐาเปสิ. เอวํ ภควา อนุกมฺปํ อุปาทาย เตน กรียมานํ เวยฺยาวจฺจํ สาทิยิ. โส เตน ปุญฺญกมฺเมน เทวโลเก นิพฺพตฺติตฺวา อปราปรํ ปุญฺญานิ กตฺวา เทวมนุสฺเสสุ สํสรนฺโต อิมสฺมึ พุทฺธุปฺปาเท สาวตฺถิยํ อญฺญตรสฺส อุปาสกสฺส เคเห ปฏิสนฺธึ คณฺหิ. ตสฺมึ คพฺภคเตเยว ปิตา ปวาสํ คโต, อุปาสิกา ทสมาสจฺจเยน ปุตฺตํ วิชายิตฺวา สานูติสฺส นามํ อกาสิ. ตสฺมึ อนุกฺกเมน วฑฺฒนฺเต สตฺตวสฺสิกํเยว นํ ภิกฺขูนํ สนฺติเก ปพฺพาเชสิ, ‘‘เอวมยํ อนนฺตราโย วฑฺฒิตฺวา อจฺจนฺตสุขภาคี ภวิสฺสตี’’ติ. ‘‘โส สานุสามเณโร’’ติ ปญฺญาโต ปญฺญวา วตฺตสมฺปนฺโน พหุสฺสุโต ธมฺมกถิโก สตฺเตสุ เมตฺตชฺฌาสโย หุตฺวา เทวมนุสฺสานํ ปิโย อโหสิ มนาโปติ สพฺพํ สานุสุตฺเต อาคตนเยน เวทิตพฺพํ.
ตสฺส อตีตชาติยํ มาตา ยกฺขโยนิยํ นิพฺพตฺติ. ตํ ยกฺขา ‘‘สานุตฺเถรสฺส อยํ มาตา’’ติ ครุจิตฺติการพหุลา หุตฺวา มาเนนฺติ. เอวํ คจฺฉนฺเต กาเล ปุถุชฺชนภาวสฺส อาทีนวํ วิภาเวนฺตํ วิย เอกทิวสํ สานุสฺส โยนิโส มนสิการาภาวา อโยนิโส อุมฺมุชฺชนฺตสฺส วิพฺภมิตุกามตาจิตฺตํ อุปฺปชฺชิ. ตํ ตสฺส ยกฺขินิมาตา ญตฺวา มนุสฺสมาตุยา อาโรเจสิ – ‘‘ตว ปุตฺโต, สานุ, ‘วิพฺภมิสฺสามี’ติ จิตฺตํ อุปฺปาเทสิ, ตสฺมา ตฺวํ –
‘‘สานุํ ปพุทฺธํ วชฺชาสิ, ยกฺขานํ วจนํ อิทํ;
มากาสิ ปาปกํ กมฺมํ, อาวิ วา ยทิ วา รโห.
‘‘สเจ ตฺวํ ปาปกํ กมฺมํ, กริสฺสสิ กโรสิ วา;
น เต ทุกฺขา ปมุตฺยตฺถิ, อุปฺปจฺจาปิ ปลายโต’’ติ. (สํ. นิ. ๑.๒๓๙; ธ. ป. อฏฺฐ. ๒.๓๒๕ สานุสามเณรวตฺถุ) –
เอวํ ภณาหี’’ติ. เอวญฺจ ปน วตฺวา ยกฺขินิมาตา ตตฺเถวนฺตรธายิ. มนุสฺสมาตา ปน ตํ สุตฺวา ปริเทวโสกสมาปนฺนา เจโตทุกฺขสมปฺปิตา อโหสิ. อถ สานุสามเณโร ปุพฺพณฺหสมยํ นิวาเสตฺวา ปตฺตจีวรมาทาย มาตุ สนฺติกํ อุปคโต มาตรํ โรทมานํ ทิสฺวา ‘‘อมฺม, กึ นิสฺสาย โรทสี’’ติ วตฺวา ‘‘ตํ นิสฺสายา’’ติ จ วุตฺโต มาตุ ‘‘มตํ วา, อมฺม, โรทนฺติ, โย วา ชีวํ น ทิสฺสตี’’ติ คาถํ อภาสิ.
๔๔. ตสฺสตฺโถ – ‘‘อมฺม, โรทนฺตา นาม ญาตกา มิตฺตา วา อตฺตโน ญาตกํ มิตฺตํ วา มตํ อุทฺทิสฺส โรทนฺติ ปรโลกํ คตตฺตา, โย วา ญาตโก มิตฺโต วา ชีวํ ชีวนฺโต เทสนฺตรํ ปกฺกนฺตตาย จ น ทิสฺสติ, ตํ วา อุทฺทิสฺส โรทนฺติ, อุภยมฺเปตํ มยิ น วิชฺชติ, เอวํ สนฺเต ชีวนฺตํ ธรมานํ มํ ปุรโต ฐิตํ ปสฺสนฺตี; กสฺมา, อมฺม, โรทสิ?มํ อุทฺทิสฺส ตว โรทนสฺส การณเมว นตฺถี’’ติ.
ตํ สุตฺวา ตสฺส มาตา ‘‘มรณเญฺหตํ, ภิกฺขเว, โย สิกฺขํ ปจฺจกฺขาย หีนายาวตฺตตี’’ติ (ม. นิ. ๓.๖๓) สุตฺตปทานุสาเรน อุปฺปพฺพชนํ อริยสฺส วินเย มรณนฺติ ทสฺเสนฺตี –
‘‘มตํ วา ปุตฺต โรทนฺติ, โย วา ชีวํ น ทิสฺสติ;
โย จ กาเม จชิตฺวาน, ปุนราคจฺฉเต อิธ.
‘‘ตํ วาปิ ปุตฺต โรทนฺติ, ปุน ชีวํ มโต หิ โส;
กุกฺกุฬา อุพฺภโต ตาต, กุกฺกุฬํ ปติตุมิจฺฉสี’’ติ. (สํ. นิ. ๑.๒๓๙; ธ. ป. อฏฺฐ. ๒.สานุสามเณรวตฺถุ) –
คาถาทฺวยํ อภาสิ.
ตตฺถ กาเม จชิตฺวานาติ เนกฺขมฺมชฺฌาสเยน วตฺถุกาเม ปหาย, ตญฺจ กิเลสกามสฺส ตทงฺคปฺปหานวเสน เวทิตพฺพํ. ปพฺพชฺชา เหตฺถ กามปริจฺจาโค อธิปฺเปโต. ปุนราคจฺฉเต อิธาติ อิธ เคเห ปุนเทว อาคจฺฉติ, หีนายาวตฺตนํ สนฺธาย วทติ. ตํ วาปีติ โย ปพฺพชิตฺวา วิพฺภมติ, ตํ วาปิ ปุคฺคลํ มตํ วิยมาทิสิโย โรทนฺติ. กสฺมาติ เจ? ปุน ชีวํ มโต หิ โสติ วิพฺภมนโต ปจฺฉา โย ชีวนฺโต, โส คุณมรเณน อตฺถโต มโตเยว. อิทานิสฺส สวิเสสสํเวคํ ชเนตุํ ‘‘กุกฺกุฬา’’ติอาทิ วุตฺตํ. ตสฺสตฺโถ – ‘‘อโหรตฺตํ อาทิตฺตํ วิย หุตฺวา ฑหนฏฺเฐน กุกฺกุฬนิรยสทิสตฺตา กุกฺกุฬา คิหิภาวา อนุกมฺปนฺติยา มยา อุพฺภโต อุทฺธโต, ตาต สานุ, กุกฺกุฬํ ปติตุํ อิจฺฉสิ ปติตุกาโมสี’’ติ.
ตํ สุตฺวา สานุสามเณโร สํเวคชาโต หุตฺวา วิปสฺสนํ ปฏฺฐเปตฺวา นจิรสฺเสว อรหตฺตํ ปาปุณิ. เตน วุตฺตํ อปทาเน (อป. เถร ๑.๒๑.๒๕-๒๙) –
‘‘ภุญฺชนฺตํ สมณํ ทิสฺวา, วิปฺปสนฺนมนาวิลํ;
ฆเฏโนทกมาทาย, สิทฺธตฺถสฺส อทาสหํ.
‘‘นิมฺมโล โหมหํ อชฺช, วิมโล ขีณสํสโย;
ภเว นิพฺพตฺตมานสฺส, ผลํ นิพฺพตฺตเต สุภํ.
‘‘จตุนฺนวุติโต กปฺเป, อุทกํ ยมทาสหํ;
ทุคฺคตึ นาภิชานามิ, ทกทานสฺสิทํ ผลํ.
‘‘เอกสฏฺฐิมฺหิโต กปฺเป, เอโกว วิมโล อหุ;
สตฺตรตนสมฺปนฺโน, จกฺกวตฺตี มหพฺพโล.
‘‘กิเลสา ฌาปิตา มยฺหํ…เป… กตํ พุทฺธสฺส สาสน’’นฺติ.
อรหตฺตํ ปน ปตฺวา เถโร อิมิสฺสา คาถาย วเสน ‘‘มยฺหํ วิปสฺสนารมฺโภ อรหตฺตปฺปตฺติ จ ชาตา’’ติ อุทานวเสน ตเมว คาถํ ปจฺจุทาหาสิ.
สานุตฺเถรคาถาวณฺณนา นิฏฺฐิตา.
๕. รมณียวิหาริตฺเถรคาถาวณฺณนา
ยถาปิ ภทฺโท อาชญฺโญติ อายสฺมโต รมณียวิหาริตฺเถรสฺส คาถา. กา อุปฺปตฺติ? โสปิ ปุริมพุทฺเธสุ กตาธิกาโร ตตฺถ ตตฺถ ปุญฺญานิ อุปจินนฺโต อิโต เอกนวุเต กปฺเป วิปสฺสึ ภควนฺตํ ทิสฺวา ปสนฺนมานโส ปญฺจปติฏฺฐิเตน วนฺทิตฺวา โกรณฺฑปุปฺเผหิ ปูชํ อกาสิ. โส เตน ปุญฺญกมฺเมน เทเวสุ นิพฺพตฺติตฺวา อปราปรํ ปุญฺญานิ กตฺวา เทวมนุสฺเสสุ สํสรนฺโต อิมสฺมึ พุทฺธุปฺปาเท ราชคเห อญฺญตรสฺส เสฏฺฐิสฺส ปุตฺโต หุตฺวา นิพฺพตฺโต โยพฺพนมเทน กาเมสุ มุจฺฉํ อาปนฺโน วิหรติ. โส เอกทิวสํ อญฺญตรํ ปารทาริกํ ราชปุริเสหิ วิวิธา กมฺมการณา กรียมานํ ทิสฺวา สํเวคชาโต สตฺถุ สนฺติเก ธมฺมํ สุตฺวา ปพฺพชิ. ปพฺพชิโต จ ราคจริตตาย นิจฺจกาลํ สุสมฺมฏฺฐํ ปริเวณํ สูปฏฺฐิตํ ปานียปริโภชนียํ สุปญฺญตํ มญฺจปีฐํ กตฺวา วิหรติ. เตน โส รมณียวิหารีเตฺวว ปญฺญายิตฺถ.
โส ราคุสฺสนฺนตาย อโยนิโส มนสิ กริตฺวา สญฺเจตนิกํ สุกฺกวิสฺสฏฺฐิอาปตฺตึ อาปชฺชิตฺวา, ‘‘ธิรตฺถุ, มํ เอวํภูโต สทฺธาเทยฺยํ ภุญฺเชยฺย’’นฺติ วิปฺปฏิสารี หุตฺวา ‘‘วิพฺภมิสฺสามี’’ติ คจฺฉนฺโต อนฺตรามคฺเค รุกฺขมูเล นิสีทิ, เตน จ มคฺเคน สกเฏสุ คจฺฉนฺเตสุ เอโก สกฏยุตฺโต โคโณ ปริสฺสมนฺโต วิสมฏฺฐาเน ขลิตฺวา ปติ, ตํ สากฏิกา ยุคโต มุญฺจิตฺวา ติโณทกํ ทตฺวา ปริสฺสมํ วิโนเทตฺวา ปุนปิ ธุเร โยเชตฺวา อคมํสุ. เถโร ตํ ทิสฺวา – ‘‘ยถายํ โคโณ สกึ ขลิตฺวาปิ อุฏฺฐาย สกึ ธุรํ วหติ, เอวํ มยาปิ กิเลสวเสน สกึ ขลิเตนาปิ วุฏฺฐาย สมณธมฺมํ กาตุํ วฏฺฏตี’’ติ โยนิโส อุมฺมุชฺชนฺโต นิวตฺติตฺวา อุปาลิตฺเถรสฺส อตฺตโน ปวตฺตึ อาจิกฺขิตฺวา เตน วุตฺตวิธินา อาปตฺติโต วุฏฺฐหิตฺวา สีลํ ปากติกํ กตฺวา วิปสฺสนํ ปฏฺฐเปตฺวา นจิรสฺเสว อรหตฺตํ ปาปุณิ. เตน วุตฺตํ อปทาเน (อป. เถร ๑.๒๑.๓๕-๓๙) –
‘‘อกฺกนฺตญฺจ ปทํ ทิสฺวา, จกฺกาลงฺการภูสิตํ;
ปเทนานุปทํ ยนฺโต, วิปสฺสิสฺส มเหสิโน.
‘‘โกรณฺฑํ ปุปฺผิตํ ทิสฺวา, สมูลํ ปูชิตํ มยา;
หฏฺโฐ หฏฺเฐน จิตฺเตน, อวนฺทึ ปทมุตฺตมํ.
‘‘เอกนวุติโต กปฺเป, ยํ ปุปฺผมภิปูชยึ;
ทุคฺคตึ นาภิชานามิ, พุทฺธปูชายิทํ ผลํ.
‘‘สตฺตปญฺญาสกปฺปมฺหิ, เอโก วีตมโล อหุํ;
สตฺตรตนสมฺปนฺโน, จกฺกวตฺตี มหพฺพโล.
‘‘กิเลสา ฌาปิตา มยฺหํ…เป… กตํ พุทฺธสฺส สาสน’’นฺติ.
อรหตฺตํ ปน ปตฺวา วิมุตฺติสุขํ อนุภวนฺโต อตฺตโน ปุพฺพภาคปฏิปตฺติยา สทฺธึ อริยธมฺมาธิคมนทีปนึ ‘‘ยถาปิ ภทฺโท อาชญฺโญ, ขลิตฺวา ปติติฏฺฐตี’’ติ คาถํ อภาสิ.
๔๕. ตตฺถ ขลิตฺวาติ ปกฺขลิตฺวา. ปติติฏฺฐตีติ ปติฏฺฐหติ, ปุนเทว ยถาฐาเน ติฏฺฐติ. เอวนฺติ ยถา ภทฺโท อุสภาชานีโย ภารํ วหนฺโต ปริสฺสมปฺปตฺโต วิสมฏฺฐานํ อาคมฺม เอกวารํ ปกฺขลิตฺวา ปติโต น ตตฺตเกน ธุรํ ฉฑฺเฑติ, ถามชวปรกฺกมสมฺปนฺนตาย ปน ขลิตฺวาปิ ปติติฏฺฐติ, อตฺตโน สภาเวเนว ฐตฺวา ภารํ วหติ, เอวํ กิเลสปริสฺสมปฺปตฺโต กิริยาปราเธน ขลิตฺวา ตํ ขลิตํ ถามวีริยสมฺปตฺติตาย ปฏิปากติกํ กตฺวา มคฺคสมฺมาทิฏฺฐิยา ทสฺสนสมฺปนฺนํ, ตโต เอว สมฺมาสมฺพุทฺธสฺส สวนนฺเต อริยาย ชาติยา ชาตตาย สาวกํ, ตสฺส อุเร วายามชนิตาภิชาติตาย โอรสํ ปุตฺตํ ภทฺทาชานียสทิสกิจฺจตาย อาชานียนฺติ จ มํ ธาเรถ อุปธาเรถาติ อตฺโถ.
รมณียวิหาริตฺเถรคาถาวณฺณนา นิฏฺฐิตา.
๖. สมิทฺธิตฺเถรคาถาวณฺณนา
สทฺธายาหํ ปพฺพชิโตติ อายสฺมโต สมิทฺธิตฺเถรสฺส คาถา. กา อุปฺปตฺติ? อยมฺปิ ปุริมพุทฺเธสุ กตฺตาธิกาโร ตตฺถ ตตฺถ ปุญฺญานิ อุปจินนฺโต อิโต จตุนวุเต กปฺเป สิทฺธตฺถํ ภควนฺตํ ปสฺสิตฺวา ปสนฺนมานโส สวณฺฏานิ ปุปฺผานิ กณฺณิกพทฺธานิ คเหตฺวา ปูเชสิ. โส เตน ปุญฺญกมฺเมน เทวโลเก นิพฺพตฺติตฺวา อปราปรํ ปุญฺญานิ กตฺวา สุคตีสุเยว ปริวตฺเตนฺโต อิมสฺมึ พุทฺธุปฺปาเท ราชคเห กุลเคเห นิพฺพตฺติ. ตสฺส ชาตกาลโต ปฏฺฐาย ตํ กุลํ ธนธญฺญาทีหิ วฑฺฒิ, อตฺตภาโว จสฺส อภิรูโป ทสฺสนีโย คุณวา อิติ วิภวสมิทฺธิยา จ คุณสมิทฺธิยา จ สมิทฺธีเตฺวว ปญฺญายิตฺถ. โส พิมฺพิสารสมาคเม พุทฺธานุภาวํ ทิสฺวา ปฏิลทฺธสทฺโธ ปพฺพชิตฺวา ภาวนาย ยุตฺตปฺปยุตฺโต วิหรนฺโต ภควติ ตโปทาราเม วิหรนฺเต เอกทิวสํ เอวํ จินฺเตสิ – ‘‘ลาภา วต เม สตฺถา อรหํ สมฺมาสมฺพุทฺโธ, สฺวากฺขาเต จาหํ ธมฺมวินเย ปพฺพชิโต, สพฺรหฺมจารี จ เม สีลวนฺโต กลฺยาณธมฺมา’’ติ. ตสฺเสวํ จินฺเตนฺตสฺส อุฬารํ ปีติโสมนสฺสํ อุทปาทิ. ตํ อสหนฺโต มาโร ปาปิมา เถรสฺส อวิทูเร มหนฺตํ เภรวสทฺทมกาสิ, ปถวิยา อุนฺทฺริยนกาโล วิย อโหสิ. เถโร ภควโต ตมตฺถํ อาโรเจสิ. ภควา ‘‘มาโร ตุยฺหํ วิจกฺขุกมฺมาย เจเตติ, คจฺฉ, ภิกฺขุ ตตฺถ อจินฺเตตฺวา วิหราหี’’ติ อาห. เถโร ตตฺถ คนฺตฺวา วิหรนฺโต นจิรสฺเสว วิปสฺสนํ อุสฺสุกฺกาเปตฺวา อรหตฺตํ ปาปุณิ. เตน วุตฺตํ อปทาเน (อป. เถร ๑.๒๑.๓๐-๓๔) –
‘‘กณิการํว โชตนฺตํ, นิสินฺนํ ปพฺพตนฺตเร;
โอภาเสนฺตํ ทิสา สพฺพา, สิทฺธตฺถํ นรสารถึ.
‘‘ธนุํ อเทฺวชฺฌํ กตฺวาน, อุสุํ สนฺนยฺหหํ ตทา;
ปุปฺผํ สวณฺฏํ เฉตฺวาน, พุทฺธสฺส อภิโรปยึ.
‘‘จตุนฺนวุติโต กปฺเป, ยํ ปุปฺผมภิโรปยึ;
ทุคฺคตึ นาภิชานามิ, พุทฺธปูชายิทํ ผลํ.
‘‘เอกปญฺญาสิโต กปฺเป, เอโก อาสึ ชุตินฺธโร;
สตฺตรตนสมฺปนฺโน, จกฺกวตฺตี มหพฺพโล.
‘‘กิเลสา ฌาปิตา มยฺหํ…เป… กตํ พุทฺธสฺส สาสน’’นฺติ.
อรหตฺตํ ปน ปตฺวา ตตฺเถว วิหรนฺตสฺส เถรสฺส ขีณาสวภาวํ อชานนฺโต ปุริมนเยเนว มาโร มหนฺตํ เภรวสทฺทํ อกาสิ. ตํ สุตฺวา เถโร อภีโต อจฺฉมฺภี ‘‘ตาทิสานํ มารานํ สตมฺปิ สหสฺสมฺปิ มยฺหํ โลมมฺปิ น กมฺเปตี’’ติ อญฺญํ พฺยากโรนฺโต ‘‘สทฺธายาหํ ปพฺพชิโต’’ติ คาถํ อภาสิ.
๔๖. ตตฺถ สทฺธายาติ ธมฺมจฺฉนฺทสมุฏฺฐานาย กมฺมผลสทฺธาย เจว รตนตฺตยสทฺธาย จ. อหนฺติ อตฺตานํ นิทฺทิสติ. ปพฺพชิโตติ อุปคโต. อคารสฺมาติ เคหโต ฆราวาสโต วา. อนคาริยนฺติ ปพฺพชฺชํ, สา หิ ยํกิญฺจิ กสิวาณิชฺชาทิกมฺมํ ‘อคารสฺส หิต’นฺติ อคาริยํ นาม, ตทภาวโต ‘‘อนคาริยา’’ติ วุจฺจติ. สติ ปญฺญา จ เม วุฑฺฒาติ สรณลกฺขณา สติ, ปชานนลกฺขณา ปญฺญาติ อิเม ธมฺมา วิปสฺสนากฺขณโต ปฏฺฐาย มคฺคปฏิปาฏิยา ยาว อรหตฺตา เม วุฑฺฒา วฑฺฒิตา, น ทานิ วฑฺเฒตพฺพา อตฺถิ สติปญฺญา เวปุลฺลปฺปตฺตาติ ทสฺเสติ. จิตฺตญฺจ สุสมาหิตนฺติ อฏฺฐสมาปตฺติวเสน เจว โลกุตฺตรสมาธิวเสน จ จิตฺตํ เม สุฏฺฐุ สมาหิตํ, น ทานิ ตสฺส สมาธาตพฺพํ อตฺถิ, สมาธิ เวปุลฺลปฺปตฺโตติ ทสฺเสติ. ตสฺมา กามํ กรสฺสุ รูปานีติ ปาปิม มํ อุทฺทิสฺส ยานิ กานิจิ วิปฺปการานิ ยถารุจึ กโรหิ, เตหิ ปน เนว มํ พฺยาธยิสฺสสิ มม สรีรกมฺปนมตฺตมฺปิ กาตุํ น สกฺขิสฺสสิ, กุโต จิตฺตญฺญถตฺตํ? ตสฺมา ตว กิริยา อปฺปฏิจฺฉิตปเหนกํ วิย น กิญฺจิ อตฺถํ โสเธติ, เกวลํ ตว จิตฺตวิฆาตมตฺตผลาติ เถโร มารํ ตชฺเชสิ. ตํ สุตฺวา มาโร ‘‘ชานาติ มํ สมโณ’’ติ ตตฺเถวนฺตรธายิ.
สมิทฺธิตฺเถรคาถาวณฺณนา นิฏฺฐิตา.
๗. อุชฺชยตฺเถรคาถาวณฺณนา
นโม เต พุทฺธ วีรตฺถูติ อายสฺมโต อุชฺชยตฺเถรสฺส คาถา. กา อุปฺปตฺติ? อยมฺปิ ปุริมพุทฺเธสุ กตาธิกาโร ตตฺถ ตตฺถ ภเว ปุญฺญานิ กโรนฺโต อิโต ทฺวานวุเต กปฺเป ติสฺสํ ภควนฺตํ ปสฺสิตฺวา ปสนฺนมานโส กณิการปุปฺเผหิ ปูชํ อกาสิ. โส เตน ปุญฺญกมฺเมน เทวโลเก นิพฺพตฺติตฺวา อปราปรํ ปุญฺญานิ กตฺวา เทวมนุสฺเสสุ สํสรนฺโต อิมสฺมึ พุทฺธุปฺปาเท ราชคเห อญฺญตรสฺส โสตฺติยพฺราหฺมณสฺส ปุตฺโต หุตฺวา นิพฺพตฺติ, อุชฺชโยติสฺส นามํ อโหสิ. โส วยปฺปตฺโต ติณฺณํ เวทานํ ปารคู หุตฺวา ตตฺถ สารํ อปสฺสนฺโต อุปนิสฺสยสมฺปตฺติยา โจทิยมาโน เวฬุวนํ คนฺตฺวา สตฺถุ สนฺติเก ธมฺมํ สุตฺวา ปฏิลทฺธสทฺโธ ปพฺพชิตฺวา จริยานุกูลํ กมฺมฏฺฐานํ คเหตฺวา อรญฺเญ วิหรนฺโต วิปสฺสนํ วฑฺเฒตฺวา นจิรสฺเสว อรหตฺตํ ปาปุณิ. เตน วุตฺตํ อปทาเน (อป. เถร ๑.๒๑.๑-๔) –
‘‘กณิการํ ปุปฺผิตํ ทิสฺวา, โอจินิตฺวานหํ ตทา;
ติสฺสสฺส อภิโรเปสึ, โอฆติณฺณสฺส ตาทิโน.
‘‘เทฺวนวุเต อิโต กปฺเป, ยํ ปุปฺผมภิโรปยึ;
ทุคฺคตึ นาภิชานามิ, พุทฺธปูชายิทํ ผลํ.
‘‘ปญฺจตึเส อิโต กปฺเป, อรุณปาณีติ วิสฺสุโต;
สตฺตรตนสมฺปนฺโน, จกฺกวตฺตี มหพฺพโล.
‘‘กิเลสา ฌาปิตา มยฺหํ…เป… กตํ พุทฺธสฺส สาสน’’นฺติ.
อรหตฺตํ ปน ปตฺวา สตฺถุ สนฺติกํ คนฺตฺวา วนฺทิตฺวา เอกมนฺตํ นิสีทิตฺวา ภควโต โถมนากาเรน อญฺญํ พฺยากโรนฺโต ‘‘นโม เต พุทฺธ วีรตฺถู’’ติ คาถํ อภาสิ.
๔๗. ตตฺถ นโมติ ปณามกิตฺตนํ. เตติ ปณามกิริยาย สมฺปทานกิตฺตนํ, ตุยฺหนฺติ อตฺโถ. พุทฺธ วีราติ จ ภควโต อาลปนํ. ภควา หิ ยถา อภิญฺเญยฺยาทิเภทสฺส อตฺถสฺส อภิญฺเญยฺยาทิเภเทน สยมฺภูญาเณน อนวเสสโต พุทฺธตฺตา ‘‘พุทฺโธ’’ติ วุจฺจติ. เอวํ ปญฺจนฺนมฺปิ มารานํ อภิปฺปมทฺทนวเสน ปทหนฺเตน มหตา วีริเยน สมนฺนาคตตฺตา ‘‘วีโร’’ติ วุจฺจติ. อตฺถูติ โหตุ, ตสฺส ‘‘นโม’’ติ อิมินา สมฺพนฺโธ. วิปฺปมุตฺโตสิ สพฺพธีติ สพฺเพหิ กิเลเสหิ สพฺพสฺมิญฺจ สงฺขารคเต วิปฺปมุตฺโต วิสํยุตฺโต อสิ ภวสิ, น ตยา กิญฺจิ อวิปฺปมุตฺตํ นาม อตฺถิ, ยโตหํ ตุยฺหาปทาเน วิหรํ, วิหรามิ อนาสโวติ ตุยฺหํ ตว อปทาเน โอวาเท คตมคฺเค ปฏิปตฺติจริยาย วิหรํ ยถาสตฺติ ยถาพลํ ปฏิปชฺชนฺโต กามาสวาทีนํ จตุนฺนมฺปิ อาสวานํ สุปฺปหีนตฺตา อนาสโว วิหรามิ, ตาทิสสฺส นโม เต พุทฺธ-วีรตฺถูติ.
อุชฺชยตฺเถรคาถาวณฺณนา นิฏฺฐิตา.
๘. สญฺชยตฺเถรคาถาวณฺณนา
ยโต อหนฺติ อายสฺมโต สญฺชยตฺเถรสฺส คาถา. กา อุปฺปตฺติ? โสปิ ปุริมพุทฺเธสุ กตาธิกาโร ตตฺถ ตตฺถ วิวฏฺฏูปนิสฺสยํ ปุญฺญํ อุปจินนฺโต วิปสฺสิสฺส ภควโต กาเล มหติ ปูเค สํกิตฺติวเสน วตฺถุํ สงฺฆริตฺวา รตนตฺตยํ อุทฺทิสฺส ปุญฺญํ กโรนฺโต สยํ ทลิทฺโท หุตฺวา เนสํ คณาทีนํ ปุญฺญกิริยาย พฺยาวโฏ อโหสิ. กาเลน กาลํ ภควนฺตํ อุปสงฺกมิตฺวา วนฺทิตฺวา ปสนฺนมานโส ภิกฺขูนญฺจ ตํ ตํ เวยฺยาวจฺจํ อกาสิ. โส เตน ปุญฺญกมฺเมน เทวโลเก นิพฺพตฺโต อปราปรํ ปุญฺญานิ กตฺวา สุคตีสุเยว สํสรนฺโต อิมสฺมึ พุทฺธุปฺปาเท ราชคเห วิภวสมฺปนฺนสฺส พฺราหฺมณสฺส ปุตฺโต หุตฺวา นิพฺพตฺติ สญฺชโย นาม นาเมน, โส วยปฺปตฺโต พฺรหฺมายุโปกฺขรสาติอาทิเก อภิญฺญาเต พฺราหฺมเณ สาสเน อภิปฺปสนฺเน ทิสฺวา สญฺชาตปฺปสาโท สตฺถารํ อุปสงฺกมิ. ตสฺส สตฺถา ธมฺมํ เทเสสิ. โส ธมฺมํ สุตฺวา โสตาปนฺโน อโหสิ. อปรภาเค ปพฺพชิ. ปพฺพชนฺโต จ ขุรคฺเคเยว ฉฬภิญฺโญ อโหสี. เตน วุตฺตํ อปทาเน (อป. เถร ๑.๑๐.๕๑-๕๕) –
‘‘วิปสฺสิสฺส ภควโต, มหาปูคคโณ อหุ;
เวยฺยาวจฺจกโร อาสึ, สพฺพกิจฺเจสุ วาวโฏ.
‘‘เทยฺยธมฺโม จ เม นตฺถิ, สุคตสฺส มเหสิโน;
อวนฺทึ สตฺถุโน ปาเท, วิปฺปสนฺเนน เจตสา.